1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:01:41,840 --> 00:01:43,720
‎คุณต้องเป็นหนึ่งเดียวกับรถ

4
00:01:47,320 --> 00:01:51,240
‎คุณควรรู้ว่าคุณจะใช้งานรถได้หนักถึงแค่ไหน

5
00:01:57,000 --> 00:01:58,960
‎เพราะมีขีดจำกัดเสมอ

6
00:01:59,040 --> 00:02:02,960
‎และคุณควรระวัง
‎เหมือนที่คุณระวังเวลาคุณใช้ของที่คุณชอบ

7
00:02:04,680 --> 00:02:08,680
‎คุณต้องมีความรู้สึก
‎ที่จะไม่ทำเกินพอดีหรือทำน้อยเกินพอดี

8
00:02:08,759 --> 00:02:12,320
‎ถ้าคุณทำแบบนั้น เราทั้งสองฝ่ายจะพอใจ

9
00:02:13,480 --> 00:02:14,440
‎หมายถึงผมกับรถนะ

10
00:02:20,040 --> 00:02:21,480
‎ความสมบูรณ์แบบเต็มร้อย

11
00:02:22,160 --> 00:02:23,920
‎ไปให้ถึงร้อย

12
00:02:24,000 --> 00:02:25,920
‎นั่นแหละเป้าหมายผม

13
00:02:26,520 --> 00:02:28,000
‎ผมเป็นคนแบบนั้น

14
00:02:28,680 --> 00:02:30,720
‎อะไรที่ต่ำกว่านั้นผมรับไม่ได้

15
00:02:34,960 --> 00:02:38,440
‎ผมไม่ชอบพูดถึงคุณภาพของตัวเอง
‎เพราะมันจะฟังดูขี้อวดและมั่นใจเกิน

16
00:02:39,280 --> 00:02:42,960
‎และผมไม่ชอบพูดถึงความล้มเหลวของตัวเอง
‎เพราะมันคือหน้าที่คุณที่ต้องหาเอาเอง

17
00:03:12,680 --> 00:03:17,480
‎(สปา ประเทศเบลเยียม
‎24 สิงหาคม 1991)

18
00:03:20,360 --> 00:03:25,560
‎(การแข่งฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์ครั้งแรก
‎ของชูมัคเคอร์ )

19
00:03:32,240 --> 00:03:34,200
‎บรรยากาศในแพดด็อกเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

20
00:03:34,280 --> 00:03:36,400
‎(เจมส์ แอลเล็น
‎อดีตผู้บรรยายกีฬาเอฟวันทางทีวี)

21
00:03:36,480 --> 00:03:38,960
‎เพราะทุกคนรู้ว่าใครที่จะออกมาจากตรงนั้น

22
00:03:40,800 --> 00:03:44,240
‎เรามีความรู้สึกว่าเขาคือคนที่มีโอกาสชนะสูง

23
00:03:50,400 --> 00:03:52,440
‎ตอนที่มิชชาเอลเข้ามาเป็นนักแข่งฟอร์มูล่าวัน…

24
00:03:52,520 --> 00:03:54,360
‎(ริชาร์ด วิลเลียมส์
‎อดีตนักข่าวฟอร์มูล่าวัน)

25
00:03:54,440 --> 00:03:56,040
‎ตอนนั้นมีนักแข่งเก่งๆ ดังๆ แล้วนะ

26
00:03:57,160 --> 00:03:59,440
‎เซนนาเป็นแชมป์โลกแข่งให้แม็คลาเรน

27
00:03:59,520 --> 00:04:02,400
‎แมนเซลล์แข่งให้วิลเลียมส์

28
00:04:03,000 --> 00:04:04,800
‎พรอสต์แข่งให้เฟอร์รารี่

29
00:04:04,880 --> 00:04:06,760
‎พวกเขาเป็นนักแข่งชื่อดัง

30
00:04:08,440 --> 00:04:12,320
‎นักแข่งทุกคนอายุเกิน 27 28
‎และมากประสบการณ์

31
00:04:12,400 --> 00:04:14,000
‎ในขณะที่มิชชาเอลเป็นนักแข่งวัยหนุ่ม

32
00:04:14,800 --> 00:04:17,120
‎ตอนที่มิชชาเอลเข้ามา
‎นักแข่งทุกคนมองเขาแล้วก็แบบ…

33
00:04:17,200 --> 00:04:19,480
‎(ฟลาวิโอ บริอาตอเร
‎ผอ.ทีมเบเนตตอง 1989 - 1997)

34
00:04:19,560 --> 00:04:20,640
‎"เด็กไป ไวไป เร็วไป"

35
00:04:23,560 --> 00:04:27,760
‎นักแข่งฟอร์มูล่าวันส่วนใหญ่
‎มาจากการแข่งโกคาร์ทในรายการฟอร์มูล่าทรี

36
00:04:27,840 --> 00:04:31,320
‎เขามีคนช่วยดึงมาอยู่ในฟอร์มูล่าวัน

37
00:04:31,880 --> 00:04:35,440
‎จากการขับรถสปอร์ตแข่งให้เมอร์เซเดส

38
00:04:40,560 --> 00:04:43,280
‎โชคช่วยให้เขาได้มาอยู่ในวงการฟอร์มูล่าวัน

39
00:04:43,360 --> 00:04:45,680
‎นักแข่งคนหนึ่งออกพอดี
‎และพวกเขาต้องการนักแข่งคนใหม่

40
00:04:45,760 --> 00:04:46,720
‎(รอล์ฟ ชูมัคเคอร์
‎พ่อ)

41
00:04:50,360 --> 00:04:53,280
‎มิชชาเอลได้เข้ามาเป็นนักแข่งฟอร์มูล่าวัน
‎เพราะโชคช่วย

42
00:04:53,360 --> 00:04:56,160
‎ตอนที่เอ็ดดี้ จอร์แดนกำลังหานักแข่งคนใหม่

43
00:04:56,240 --> 00:04:58,440
‎และทันใดนั้น
‎เขาก็ได้เข้าไปแข่งในช่วงหนึ่งของซีซั่น

44
00:04:59,320 --> 00:05:02,120
‎พอผมรู้
‎ผมก็ยกหูโทรศัพท์โทรหาเอ็ดดี้ จอร์แดนทันที

45
00:05:02,200 --> 00:05:03,760
‎(วิลลี่ เวเบอร์
‎ผู้จัดการ 1988 - 2009)

46
00:05:03,840 --> 00:05:07,920
‎ผมบอกว่า "เอ็ดดี้ คุณต้องให้โอกาสนี้กับผม"

47
00:05:08,000 --> 00:05:10,240
‎แล้วเขาก็ถามว่า "ใครคือมิชชาเอล ชูมัคเคอร์"

48
00:05:11,240 --> 00:05:12,680
‎ผมตอบว่า "คุณต้องจำได้สิ

49
00:05:12,760 --> 00:05:15,960
‎ที่แข่งฟอร์มูล่าทรีไง
‎ที่ชนะการแข่งที่มาเก๊า ชนะการแข่งที่ฟูจิ"

50
00:05:16,040 --> 00:05:17,680
‎"อ๋อๆ นึกออกละ"

51
00:05:17,760 --> 00:05:19,200
‎ผมเห็นเขาในฟอร์มูล่าทรี ผมมี…

52
00:05:19,280 --> 00:05:20,920
‎(เอ็ดดี้ จอร์แดน
‎เจ้าของทีมจอร์แดน)

53
00:05:21,000 --> 00:05:23,280
‎ทีมมีแนวคิดว่าเราควรให้โอกาสเด็ก

54
00:05:23,360 --> 00:05:24,680
‎ทีมเราเกิดขึ้นมาด้วยแนวคิดนั้น

55
00:05:35,520 --> 00:05:37,880
‎ทุกอย่างในอนาคตที่รอเราอยู่

56
00:05:37,960 --> 00:05:42,440
‎ความเป็นไปได้ที่เขาจะได้แสดงความสามารถ

57
00:05:42,520 --> 00:05:47,440
‎มันเหลือเชื่อจริงๆ เราไม่รู้ด้วยซ้ำ

58
00:05:47,520 --> 00:05:51,920
‎เย็นวันนั้นเรานั่งกินพิซซ่าที่จัตุรัส
‎ไม่มีใครมารบกวน

59
00:05:52,000 --> 00:05:54,880
‎ที่นั่นคนแน่นมาก ผมว่าสี่ห้าร้อยคนได้เลยมั้ง

60
00:05:54,960 --> 00:05:56,440
‎ไม่มีใครเดินมาหาเรา

61
00:05:57,520 --> 00:06:00,560
‎นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ไม่มีใครมารบกวนเรา

62
00:06:08,200 --> 00:06:10,640
‎ผมจำได้เลย
‎เสียงคนบรรยายในระบบกระจายเสียง…

63
00:06:12,080 --> 00:06:14,120
‎กำลังบรรยายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในรอบควอลิฟาย

64
00:06:14,200 --> 00:06:17,840
‎แล้วผู้บรรยาย
‎ก็พูดชื่อมิชชาเอล ชูมัคเคอร์หลายครั้งมาก

65
00:06:18,640 --> 00:06:20,360
‎เขาเป็นคนที่ใครๆ ก็ต้องสนใจ

66
00:06:27,040 --> 00:06:28,560
‎ตอนที่มิชชาเอลได้อันดับเจ็ด

67
00:06:28,640 --> 00:06:31,560
‎มันแบบว่า "นี่ดาวรุ่งดวงใหม่ชัดๆ"

68
00:06:31,640 --> 00:06:36,800
‎ทุกคนตื่นเต้นมาก
‎ที่นักแข่งหน้าใหม่คนนี้แจ้งเกิดไวมาก

69
00:06:37,960 --> 00:06:39,600
‎ผมดีใจมากครับ

70
00:06:39,680 --> 00:06:44,040
‎แต่ก็ต้องบอกว่าด้วยรถคันนั้น
‎มันเป็นไปได้ที่จะทำเวลานั้นในรอบควอลิฟาย

71
00:06:44,120 --> 00:06:46,160
‎รถขับสนุกมาก

72
00:06:46,240 --> 00:06:48,400
‎ผมดีใจมากที่ทำเวลานั้นได้

73
00:06:52,280 --> 00:06:53,600
‎ทุกคนสังเกตเห็น

74
00:06:53,680 --> 00:06:56,440
‎ทุกคนในทีมอื่นก็สังเกตเห็น

75
00:06:56,520 --> 00:06:57,800
‎เขากลายเป็นคนที่ใครๆ

76
00:06:58,600 --> 00:07:00,000
‎ก็ต้องการตัวขึ้นมาในทันที

77
00:07:02,240 --> 00:07:03,640
‎หลังจากแข่งที่สปา

78
00:07:04,640 --> 00:07:06,760
‎ผมโทรหาวิลลี่ เวเบอร์

79
00:07:08,280 --> 00:07:10,640
‎เราเจอกับมิชชาเอล วันจันทร์มั้ง

80
00:07:11,720 --> 00:07:14,400
‎วันจันทร์หรือวันอังคารนี่แหละ ที่ลอนดอน

81
00:07:15,960 --> 00:07:19,920
‎ตอนนั้นทีมเราพยายามแข่ง
‎เพื่อให้ได้ไปยืนบนโพเดียม

82
00:07:21,000 --> 00:07:23,240
‎เราไม่ได้แข่งเพื่อเอาแชมป์

83
00:07:23,320 --> 00:07:26,320
‎แต่ในบางครั้งเราก็เกือบจะได้ไปยืนบนโพเดียม

84
00:07:27,640 --> 00:07:29,920
‎สรุปคือ เราเซ็นสัญญากันครับ

85
00:07:36,680 --> 00:07:39,480
‎มันเกิดขึ้นไวมาก ผมไปไม่ถูกเลยครับ

86
00:07:39,560 --> 00:07:41,040
‎ผมเพิ่งแข่งครั้งแรกได้ไม่นาน

87
00:07:41,120 --> 00:07:44,720
‎แต่ทีมอันดับสี่ของโลกยื่นข้อเสนอให้ผมแล้ว

88
00:07:44,800 --> 00:07:46,960
‎ผมดีใจจนพูดไม่ออก

89
00:07:47,640 --> 00:07:50,600
‎ผมประหลาดใจที่มันเกิดขึ้นเร็วมาก

90
00:07:50,680 --> 00:07:53,600
‎ผมดีใจมากที่ได้เซ็นสัญญากับพวกเขา

91
00:07:53,680 --> 00:07:56,640
‎มันเป็นสถานการณ์ที่วิเศษจริงๆ

92
00:08:07,680 --> 00:08:09,600
‎เขามีความสดใสอยู่ในตัว

93
00:08:09,680 --> 00:08:13,760
‎ผิวที่หน้าเขากระชับมาก
‎หนวดเคราโกนมาเนียนกริบ

94
00:08:13,840 --> 00:08:16,160
‎และมีออร่าของความมั่นใจ

95
00:08:16,240 --> 00:08:19,360
‎มิชชาเอลเป็นหนุ่มนักแข่ง
‎ที่แข่งกับนักแข่งเก่งๆ ที่มากประสบการณ์

96
00:08:20,760 --> 00:08:22,720
‎(สปา ประเทศเบลเยียม
‎30 สิงหาคม 1992)

97
00:08:22,800 --> 00:08:27,040
‎ชูมัคเคอร์มาเป็นอันดับสี่ในรถเบเนตตอง

98
00:08:29,160 --> 00:08:33,240
‎ชูมัคเคอร์กำลังไล่จี้จะแซงอาอีร์ตง เซนนา

99
00:08:33,320 --> 00:08:36,960
‎ตอนนี้มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ขึ้นมานำในเบลเยียมกรังด์ปรีซ์แล้วครับ

100
00:08:38,159 --> 00:08:41,880
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎จะชนะกรังด์ปรีซ์รายการแรกของเขา

101
00:08:41,960 --> 00:08:45,680
‎ที่สนามที่เขาแข่งรายการกรังด์ปรีซ์
‎เป็นครั้งแรกหรือไม่

102
00:08:50,080 --> 00:08:51,480
‎อายุเพียง 23 ปีเท่านั้น

103
00:08:51,560 --> 00:08:54,800
‎ผู้ชนะรายการกรังด์ปรีซ์ที่อายุน้อยที่สุด
‎หลังจากไม่มีใครทุบสถิติมานาน

104
00:08:54,880 --> 00:08:58,120
‎นี่เป็นชัยชนะครั้งแรกของมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

105
00:08:58,200 --> 00:09:02,320
‎เขาชูแขนขึ้นมาด้วยครับ เขาดีใจมากจริงๆ

106
00:09:04,160 --> 00:09:06,120
‎เขาพูดว่า "เย่! ฉันชนะ"

107
00:09:37,160 --> 00:09:40,960
‎ผมอธิบายไม่ถูก มันเหลือเชื่อจริงๆ ครับ

108
00:09:41,040 --> 00:09:47,800
‎ผมว่าแฟนคลับชาวเยอรมัน
‎คงรอชัยชนะฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์มานานแล้ว

109
00:09:48,320 --> 00:09:51,720
‎และผมมอบชัยชนะนั้นให้กับแฟนคลับชาวเยอรมัน

110
00:09:51,800 --> 00:09:54,040
‎อยากกล่าวอะไรก่อนจบถึงคนที่บ้านมั้ยครับ

111
00:09:54,640 --> 00:09:55,960
‎คงเป็นพ่อกับแม่ครับ

112
00:09:56,560 --> 00:09:58,080
‎ผมอยากทักทายพวกเขา

113
00:10:08,920 --> 00:10:10,760
‎ทุกอย่างเริ่มขึ้นตอนผมอายุสี่ขวบ

114
00:10:10,840 --> 00:10:15,560
‎พ่อผมสนใจซ่อมพวกแบบว่า

115
00:10:15,640 --> 00:10:18,040
‎มอเตอร์ไซค์หรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่เสมอ

116
00:10:18,120 --> 00:10:20,440
‎สิ่งที่เขาทำคือ

117
00:10:20,520 --> 00:10:24,040
‎เรามีรถมอเตอร์ไซค์เล็กๆ คันเก่า

118
00:10:24,120 --> 00:10:26,760
‎ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

119
00:10:26,840 --> 00:10:29,120
‎เขาเอามันมาแต่งใส่รถโกคาร์ทของเด็ก

120
00:10:30,320 --> 00:10:33,360
‎ผมชอบมากตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ

121
00:10:46,000 --> 00:10:47,280
‎ผมชอบมันทุกครั้งที่ขับ

122
00:10:47,360 --> 00:10:50,040
‎ผมจำได้เลย ตอนผมอายุหกเจ็ดขวบ

123
00:10:50,120 --> 00:10:54,920
‎พ่อผมเริ่มปล่อยเช่ารถโกคาร์ทให้สโมสร

124
00:10:55,440 --> 00:10:58,320
‎ผมอยู่กับพ่อตลอดเพื่อตรวจดูรถโกคาร์ท

125
00:10:58,400 --> 00:10:59,240
‎เพื่อช่วยเขา

126
00:10:59,320 --> 00:11:00,720
‎และทดสอบรถโกคาร์ท

127
00:11:00,800 --> 00:11:04,320
‎พอเขาตรวจรถโกคาร์ทคันหนึ่งเสร็จ
‎ผมก็จะนำไปทดสอบเพื่อดูว่าใช้งานได้โอเคมั้ย

128
00:11:04,880 --> 00:11:08,280
‎ผมนั่งรถโกคาร์ทกับเขาเป็นประจำ

129
00:11:08,360 --> 00:11:10,120
‎เราทำทุกอย่างด้วยกัน

130
00:11:11,960 --> 00:11:13,680
‎มันเป็นอะไรที่มีความสุขมาก

131
00:11:35,840 --> 00:11:41,520
‎พอมิชชาเอลอายุได้แปดเก้าขวบ
‎เขาก็ดูแลน้องชายเขาในยามที่จำเป็น

132
00:11:41,600 --> 00:11:46,240
‎ผมขอให้เขาตรวจดูว่าประตูหน้าต่างล็อกหมดรึยัง

133
00:11:46,320 --> 00:11:47,360
‎และเขาก็ทำ

134
00:11:48,760 --> 00:11:50,800
‎มิชชาเอลเป็นคนที่พึ่งพาได้เสมอ

135
00:11:54,760 --> 00:11:56,720
‎ครอบครัวชูมัคเคอร์

136
00:11:57,320 --> 00:11:59,720
‎ตอนแรกทำธุรกิจรถอาหารเคลื่อนที่

137
00:12:00,680 --> 00:12:02,640
‎หลังจากนั้นก็มาทำร้านอาหาร

138
00:12:03,200 --> 00:12:05,080
‎ในแง่การเงิน ครอบครัวชูมัคเคอร์…

139
00:12:05,160 --> 00:12:06,960
‎(แกร์ฮาร์ด โนอาค
‎ผู้สนับสนุนในช่วงแรก)

140
00:12:07,040 --> 00:12:10,720
‎รอล์ฟเริ่มชีวิตการทำงาน
‎ด้วยการเป็นช่างปูนทำปล่องไฟ

141
00:12:10,800 --> 00:12:12,800
‎จนสุดท้ายได้เป็นคนบริหารสนามแข่งรถโกคาร์ท

142
00:12:13,600 --> 00:12:14,600
‎ส่วนเอลิซาเบธ

143
00:12:15,400 --> 00:12:20,000
‎เธอต้องอยู่จนทุกอย่างจบ อยู่จนแขกทุกคนกลับ

144
00:12:22,360 --> 00:12:26,240
‎พ่อแม่ผมทำงานหนักมาก
‎เพื่อให้เรามีชีวิตเหมือนคนทั่วไป

145
00:12:26,320 --> 00:12:29,640
‎แต่เด็กรวยๆ หลายคนก็ยากจนเหมือนกัน
‎เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาให้

146
00:12:29,720 --> 00:12:30,920
‎(ราล์ฟ ชูมัคเคอร์
‎น้องชาย)

147
00:12:31,000 --> 00:12:34,680
‎พ่อแม่เราอยู่ด้วยที่สนามแข่ง

148
00:12:34,760 --> 00:12:36,080
‎ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นที่ใหญ่มาก

149
00:12:47,440 --> 00:12:50,520
‎ทุกครั้งเราจะใช้ชิ้นส่วนที่ถูกที่สุดที่มีอยู่

150
00:12:50,600 --> 00:12:54,000
‎ผมหาล้อที่คนไม่ใช้แล้วจากถังขยะ

151
00:12:54,080 --> 00:12:56,680
‎เอามันมาใส่ที่รถโกคาร์ทของผม
‎และคว้าชัยชนะในการแข่งขัน

152
00:12:56,760 --> 00:13:03,520
‎ผมดีใจทุกครั้งที่ชนะด้วยชิ้นส่วนที่แย่ที่สุด
‎ด้วยชิ้นส่วนที่ไม่ได้ดีที่สุด

153
00:13:03,600 --> 00:13:08,080
‎การที่ต้องสู้ด้วยชิ้นส่วนที่ไม่ได้ดีที่สุด
‎เป็นแรงกระตุ้นอีกหนึ่งอย่างสำหรับผม

154
00:13:10,400 --> 00:13:13,280
‎สวัสดีตอนบ่าย ยินดีต้อนรับสู่แคร์เพน

155
00:13:13,360 --> 00:13:17,760
‎และการแข่งขันชิงแชม์โลกโกคาร์ทรุ่นเยาว์

156
00:13:17,840 --> 00:13:21,320
‎ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน
‎มีทั้งหมด 18 ประเทศ

157
00:13:21,400 --> 00:13:23,320
‎และมีนักแข่งประมาณ 80 คน

158
00:13:26,440 --> 00:13:30,520
‎มีนักแข่งคนหนึ่งเป็นชาวเยอรมัน
‎แต่ไม่ได้แข่งให้เยอรมนี

159
00:13:30,600 --> 00:13:33,160
‎และเป็นตัวเต็งของรายการ

160
00:13:33,240 --> 00:13:35,480
‎เขาคนนั้นคือมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

161
00:13:35,560 --> 00:13:37,120
‎คุณแข่งให้ลักเซมเบิร์ก เพราะอะไร

162
00:13:37,840 --> 00:13:41,760
‎รอบควอลิฟายในเยอรมนีต้องใช้เงินครับ

163
00:13:41,840 --> 00:13:44,840
‎ถ้าเราถูกคัดออก
‎เราจะไม่มีคุณสมบัติไปแข่งรอบชิงแชมป์โลก

164
00:13:45,360 --> 00:13:48,120
‎แต่ที่ลักเซมเบิร์ก คู่แข่งก็มีแต่เรา

165
00:13:48,200 --> 00:13:49,200
‎ไม่ต้องเสียเงิน

166
00:13:49,800 --> 00:13:51,040
‎และเราก็มีคุณสมบัติด้วย

167
00:13:52,000 --> 00:13:55,520
‎ตอนที่เขายังเด็ก
‎เขาฝึกเหมือนแชมป์โลกแล้วนะครับ

168
00:13:56,040 --> 00:14:01,680
‎ยังเด็กก็จริง แต่รู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร

169
00:14:03,960 --> 00:14:06,920
‎เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ไปอยู่ในจุดสูงสุด

170
00:14:07,000 --> 00:14:12,000
‎ผมว่าเขาได้ความเป็นมืออาชีพสุดๆ แบบนี้
‎มาจากสมัยที่ยังเป็นเด็กมากๆ

171
00:14:12,080 --> 00:14:16,360
‎เพราะถ้าพลาดแค่นิดเดียว
‎ก็อาจจะเป็นจุดจบของทุกอย่างได้

172
00:14:24,280 --> 00:14:26,640
‎ปี 1983 ในแคร์เพน-แมนไฮม์

173
00:14:27,200 --> 00:14:30,800
‎ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่เราแข่งด้วยกัน

174
00:14:31,600 --> 00:14:34,320
‎มันคือหนึ่งในความทรงจำ
‎ที่ผมจำได้แม่นในอาชีพแข่งรถของผม

175
00:14:34,400 --> 00:14:36,840
‎(มิก้า ฮักคิเนน
‎แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 1998 และ 1999)

176
00:14:37,880 --> 00:14:43,000
‎มันคือสนามแข่งในประเทศของมิชชาเอล

177
00:14:43,080 --> 00:14:45,800
‎แน่นอนว่าเขารู้จักทุกมุมเป็นอย่างดี

178
00:14:45,880 --> 00:14:49,440
‎มันจึงยากที่จะแข่งกับเขาในสนามนั้น

179
00:15:10,560 --> 00:15:14,120
‎ดูจากวิธีที่เขาขับ มันเหลือเชื่อครับ

180
00:15:16,880 --> 00:15:21,240
‎ในสนามจะมีโค้งชิเคนอยู่โค้งหนึ่ง
‎อยู่ตรงหน้าคนดู

181
00:15:21,320 --> 00:15:24,000
‎เป็นโค้งที่ต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง

182
00:15:24,080 --> 00:15:27,680
‎มันน่าตื่นเต้นมาก
‎เวลาเห็นมิชชาเอลขับออกมาจากโค้งชิเคนนั้น

183
00:15:28,400 --> 00:15:31,640
‎โดยขับต่างจากนักแข่งคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

184
00:15:32,560 --> 00:15:33,680
‎ควบคุมได้ดีมาก

185
00:15:34,560 --> 00:15:36,760
‎วิธีการขับของเขาคือใช้ร่างกายบังคับ

186
00:15:36,840 --> 00:15:41,120
‎ระดับการผิดพลาดของเขา
‎เวลาเลี้ยวตรงโค้งชิเคนในแต่ละครั้งต่ำมาก

187
00:15:41,680 --> 00:15:43,920
‎นักแข่งคนอื่นขับรอบแรกได้ดี

188
00:15:44,000 --> 00:15:47,520
‎แต่พอรอบสอง มีผิดพลาดนิดหน่อย

189
00:15:47,600 --> 00:15:50,520
‎ในขณะที่มิชชาเอลขับดีตลอด ควบคุมรถได้ดีมาก

190
00:15:52,680 --> 00:15:55,560
‎ตอนที่ผมดู ผมรู้เลยทันที

191
00:15:55,640 --> 00:15:58,160
‎คนนี้เก่ง

192
00:16:00,000 --> 00:16:02,360
‎ตอนนั้นเราอายุประมาณ 13 14

193
00:16:03,360 --> 00:16:04,200
‎และก็

194
00:16:05,640 --> 00:16:07,440
‎มั่นใจมาก

195
00:16:08,120 --> 00:16:11,960
‎ที่หนึ่งคือ มิชชาเอล ชูมัคเคอร์

196
00:16:12,040 --> 00:16:15,920
‎วันนี้เขาชนะไปแล้ว 460 มาร์ค

197
00:16:16,000 --> 00:16:20,760
‎และตอนนี้จะได้รับอีก 236 มาร์ค

198
00:16:35,200 --> 00:16:36,320
‎หลังจากหลายปีในช่วงนั้น

199
00:16:36,400 --> 00:16:39,840
‎ผมเชื่อว่า
‎ยังไงผมก็คงเป็นนักแข่งโกคาร์ทไปตลอด

200
00:16:39,920 --> 00:16:45,640
‎เพราะผมไม่กล้าคิด
‎ที่จะเข้าไปอยู่ในระดับฟอร์มูล่า

201
00:16:46,320 --> 00:16:47,720
‎ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือเงิน

202
00:16:58,440 --> 00:17:01,200
‎ในปี 1988 มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เตะตาผมอยู่ตลอด

203
00:17:01,280 --> 00:17:04,079
‎เขาชื่อมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

204
00:17:04,160 --> 00:17:08,319
‎ไม่ใช่เพราะชัยชนะอะไรนะ
‎แต่เป็นวิธีบังคับรถของเขา

205
00:17:08,400 --> 00:17:12,240
‎ผมขอให้เขามาขับให้ทีมผม

206
00:17:12,319 --> 00:17:15,040
‎แน่นอนว่าเงินคือปัญหา

207
00:17:15,599 --> 00:17:18,400
‎ตอนนั้นมิชชาเอล ชูมัคเคอร์ไม่มีอะไรเลย

208
00:17:18,480 --> 00:17:21,839
‎ไม่มีแม้กระทั่งเงิน 500 มาร์ค
‎เป็นทุนในการแข่งหนึ่งซีซั่น

209
00:17:21,920 --> 00:17:24,720
‎ซึ่งตอนนั้นถ้าจะแข่งต้องใช้เงินหกแสนถึงเจ็ดแสน

210
00:17:25,480 --> 00:17:27,240
‎วิลลี่ เวเบอร์บอกเราว่า

211
00:17:28,040 --> 00:17:29,680
‎"คืนนี้มาที่บ้านผมนะ

212
00:17:31,080 --> 00:17:32,480
‎ผมจะให้เขาเซ็นสัญญาห้าปี

213
00:17:33,000 --> 00:17:34,240
‎ให้รถหนึ่งคัน

214
00:17:34,320 --> 00:17:37,280
‎และเงินเดือน 2,000 มาร์ค"

215
00:17:38,120 --> 00:17:40,520
‎บ้าไปแล้ว

216
00:17:44,080 --> 00:17:46,160
‎ถ้าคุณแข่งรถ

217
00:17:46,240 --> 00:17:51,400
‎ผมว่าทุกคนฝัน
‎ว่าสักวันตัวเองจะได้แข่งฟอร์มูล่าวัน

218
00:17:51,480 --> 00:17:52,840
‎ผมก็ฝันอย่างนั้น

219
00:18:07,200 --> 00:18:09,080
‎ก่อนอื่นเลย

220
00:18:09,840 --> 00:18:13,880
‎ฉันว่าฉันโชคดีมากที่ได้เจอมิชชาเอล

221
00:18:13,960 --> 00:18:17,800
‎เขาเป็นคนที่น่ารักที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ

222
00:18:17,880 --> 00:18:19,120
‎(โครินนา ชูมัคเคอร์
‎ภรรยา)

223
00:18:23,480 --> 00:18:27,200
‎มีอยู่ปีหนึ่งวันเกิดเขา ฉันทำมื้อเย็นให้เขา

224
00:18:27,280 --> 00:18:32,560
‎เขาเป็นคนเดียว
‎ที่ช่วยฉันทำความสะอาดและล้างจาน

225
00:18:33,480 --> 00:18:37,040
‎แล้วฉันก็คิดในใจว่า "ผู้ชายคนนี้ดีจริงๆ"

226
00:18:37,640 --> 00:18:41,320
‎เขาเป็นคนตลกมาก ฉันเห็นความตลกในตัวเขา

227
00:18:41,400 --> 00:18:43,320
‎ฉันตกหลุมรักเขา

228
00:18:44,040 --> 00:18:44,880
‎เพราะ

229
00:18:45,680 --> 00:18:47,120
‎เขาเป็นคนที่วิเศษจริงๆ

230
00:18:52,080 --> 00:18:55,760
‎ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับฉัน

231
00:19:06,560 --> 00:19:08,560
‎ฉันไม่เคยคิดเลยว่า

232
00:19:08,640 --> 00:19:12,480
‎"เขาเป็นนักแข่งรถที่สุดยอดมาก
‎ตั้งแต่เริ่มอาชีพเลย"

233
00:19:12,560 --> 00:19:15,640
‎ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น

234
00:19:25,520 --> 00:19:28,680
‎ตอนที่ผมเริ่ม
‎ผมพูดตลอดว่า "อย่าทำให้ผมเป็นคนดัง

235
00:19:28,760 --> 00:19:31,040
‎อย่ากดดันผมเกิน ผมไม่ต้องการแบบนั้น"

236
00:19:37,240 --> 00:19:43,040
‎สิ่งที่เขาไม่ชอบคือสื่อ
‎ผู้คน และการประโคมข่าวให้คนชอบเขา

237
00:19:43,120 --> 00:19:45,120
‎เขาไม่ต้องการอะไรแบบนั้น

238
00:19:45,200 --> 00:19:46,880
‎เขาแค่อยากแข่งกีฬา

239
00:19:57,240 --> 00:19:59,040
‎เขาต้องการชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไป…

240
00:19:59,120 --> 00:20:00,000
‎(จีน ท็อท
‎เพื่อน)

241
00:20:00,080 --> 00:20:03,160
‎เขามีปัญหากับการเข้าใจว่า

242
00:20:03,240 --> 00:20:06,560
‎เพราะอะไรเขาถึงมีชีวิตแบบคนทั่วไปไม่ได้

243
00:20:06,640 --> 00:20:10,040
‎เรื่องนี้เรื่องจริงนะ
‎บางครั้งเขาก็ดูเหมือนไม่เห็นใจผู้อื่น

244
00:20:10,800 --> 00:20:13,320
‎เพราะเขาถูกเรียกร้องให้ทำนั่นนี่มากมาย

245
00:20:13,400 --> 00:20:16,680
‎บ่อยครั้งมันมากเกินไป และเป็นการบีบรัดเขา

246
00:20:18,000 --> 00:20:22,160
‎เพราะเขาขี้อายมาก ไม่ค่อยพูดหรือแสดงอารมณ์

247
00:20:23,080 --> 00:20:28,640
‎บางครั้งเขาก็จัดการความขี้อายของตัวเอง
‎ด้วยวิธีนั้น

248
00:20:35,160 --> 00:20:38,640
‎ตอนที่มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎เข้ามาเป็นนักแข่งฟอร์มูล่าวัน

249
00:20:38,720 --> 00:20:42,200
‎ตอนนั้นเซนนาเป็นนักแข่งที่ดังที่สุดในกีฬานี้

250
00:20:43,640 --> 00:20:45,760
‎แชมป์โลกครั้งที่สามของอาอีร์ตง เซนนา

251
00:20:45,840 --> 00:20:48,920
‎เป็นตัวการันตีว่าเขา
‎จะเป็นหนึ่งในนักแข่งแถวหน้าตลอดกาล

252
00:20:51,240 --> 00:20:53,720
‎อาอีร์ตงมีความลึกลับอยู่ในตัว

253
00:20:53,800 --> 00:20:55,640
‎แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาเป็นคนที่ไวมาก…

254
00:20:55,720 --> 00:20:57,560
‎(เดม่อน ฮิลล์
‎แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 1996)

255
00:20:57,640 --> 00:20:59,880
‎ชอบเอาชนะมาก ดุดันมาก

256
00:20:59,960 --> 00:21:02,880
‎และท้าทายมากสำหรับคู่แข่งคนอื่นๆ

257
00:21:02,960 --> 00:21:04,440
‎เขาเลยครองวงการนี้

258
00:21:11,360 --> 00:21:13,200
‎เขาเป็นเบอร์หนึ่ง

259
00:21:14,040 --> 00:21:14,880
‎เขาคือคนที่…

260
00:21:14,960 --> 00:21:16,040
‎(เบอร์นี่ เอ็คเคิลสโตน)

261
00:21:16,120 --> 00:21:18,080
‎ถ้าคุณถามนักแข่งฟอร์มูล่าวันหน้าใหม่ว่า

262
00:21:18,160 --> 00:21:19,600
‎"คุณอยากเป็นอะไร" ทุกคนจะตอบว่า

263
00:21:20,320 --> 00:21:21,680
‎"อาอีร์ตง เซนนา"

264
00:21:21,760 --> 00:21:23,120
‎ทุกคนยกย่องเขา

265
00:21:23,840 --> 00:21:27,800
‎ถ้าคุณเริ่มอาชีพเป็นนักแข่งฟอร์มูล่าวัน
‎คุณจะอยากเป็นเหมือนเขา

266
00:21:31,120 --> 00:21:35,160
‎ตอนนั้นมิชชาเอลไม่มีชื่อเสียง
‎ไม่มีใครรู้ถึงความเก่งของเขา

267
00:21:35,760 --> 00:21:37,600
‎และเขากำลังจะดวลกับคนที่เก่งที่สุด

268
00:21:42,000 --> 00:21:47,920
‎(มักนีย์-กูร์ ประเทศฝรั่งเศส
‎5 กรกฎาคม 1992)

269
00:22:14,440 --> 00:22:16,480
‎ในการแข่งเฟรนช์กรังด์ปรีซ์ที่มักนีย์-กูร์

270
00:22:16,560 --> 00:22:18,720
‎ชูมัคเคอร์ตามหลังเซนนา

271
00:22:18,800 --> 00:22:22,640
‎ชูมัคเคอร์พยายามจะแซงอาอีร์ตง เซนนา
‎ที่อยู่ในรถแม็คลาเรน

272
00:22:36,920 --> 00:22:39,760
‎พวกเขามาที่โค้งหักศอกแล้วครับ แล้วก็ชนกัน

273
00:22:39,840 --> 00:22:41,480
‎นั่นใครครับ ชูมัคเคอร์ครับ

274
00:22:41,560 --> 00:22:43,840
‎เขาชนใครครับ เขาชนเซนนา

275
00:22:43,920 --> 00:22:45,800
‎นักแข่งกำลังขับเลี่ยงรถที่ขวางอยู่

276
00:22:45,880 --> 00:22:47,440
‎พวกเขาจะหยุดการแข่งขันมั้ย

277
00:22:47,520 --> 00:22:48,720
‎ในรอบแรกเลยครับ

278
00:22:49,320 --> 00:22:50,480
‎ที่โค้งหักศอก

279
00:22:50,560 --> 00:22:53,000
‎เหมือนว่าชูมัคเคอร์กับเซนนา
‎จะต้องออกจากการแข่งขัน

280
00:22:53,080 --> 00:22:55,000
‎ผมค่อนข้างมั่นใจว่าการแข่งขันจะไม่หยุด

281
00:22:59,840 --> 00:23:03,400
‎ไม่แปลกใจครับที่อาอีร์ตง เซนนาจะโกรธ

282
00:23:03,480 --> 00:23:06,720
‎และอาจจะมองว่ากลวิธีของมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

283
00:23:06,800 --> 00:23:09,080
‎รุนแรงไปหน่อย

284
00:23:19,600 --> 00:23:22,360
‎ผมว่ามิชชาเอลไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาโกรธ

285
00:23:22,440 --> 00:23:25,040
‎ผมว่ามิชชาเอล
‎ก็แข่งกับทุกคนในฟอร์มูล่าวันนั่นแหละ

286
00:23:25,120 --> 00:23:27,720
‎เขาก็แข่งเหมือนกับที่แข่งกับทุกคน
‎และแข่งในแบบที่ควรจะแข่ง

287
00:23:33,560 --> 00:23:35,280
‎แต่มันกลับทำให้เกิดความบาดหมางขึ้น

288
00:23:35,360 --> 00:23:40,120
‎มีอยู่สองสามครั้งที่อาอีร์ตง
‎พยายามทำให้มิชชาเอลรู้สึกด้อยบนสนาม

289
00:23:40,680 --> 00:23:43,120
‎ซึ่งทำให้มิชชาเอลไม่พอใจ

290
00:23:43,200 --> 00:23:46,520
‎เขาคิดว่าอาอีร์ตงไม่ให้เกียรติเขา
‎เหมือนที่เขาให้เกียรติอาอีร์ตง

291
00:23:46,600 --> 00:23:50,240
‎ช่วงแรกๆ พวกเขาก็เลยหมางใจกัน

292
00:23:50,320 --> 00:23:52,680
‎นายทำให้เราตกรอบ
‎ไม่เป็นไร ฉันมาคุยกับนายเฉยๆ

293
00:23:53,880 --> 00:23:55,320
‎ไม่เป็นไรๆ ฉันมาคุยกับนายเฉยๆ

294
00:24:01,480 --> 00:24:05,640
‎คุณจะเห็นได้ว่า
‎ตอนนั้นมิชชาเอลเป็นสุดยอดนักแข่ง

295
00:24:06,360 --> 00:24:08,680
‎ตอนที่เขามีเรื่องกับเซนนา

296
00:24:10,200 --> 00:24:13,120
‎เซนนาสัมผัสได้ว่าเขาไม่ธรรมดา

297
00:24:13,200 --> 00:24:14,080
‎เมื่อคุณเป็นสิงโต

298
00:24:14,160 --> 00:24:16,960
‎สิงโตทุกตัวจะสัมผัสได้
‎เมื่อมีสิงโตหนุ่มตัวใหม่กำลังเข้ามา

299
00:24:17,040 --> 00:24:20,400
‎เราจะหวงถิ่นของเรา

300
00:24:37,600 --> 00:24:40,080
‎ปี 1994 เป็นปีที่รุ่งมาก

301
00:24:40,160 --> 00:24:43,080
‎เป็นปีทองของมิชชาเอล และเป็นปีทองของผม

302
00:24:43,160 --> 00:24:46,120
‎ไม่มีใครทำใจยอมรับได้
‎ที่ทีมของเรามาจากไหนไม่รู้…

303
00:24:46,200 --> 00:24:48,480
‎(รอส บรอว์น
‎อดีตผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ทีมเบเนตตอง)

304
00:24:48,560 --> 00:24:49,760
‎แต่ชนะการแข่งขันหลายครั้ง

305
00:24:49,840 --> 00:24:51,800
‎จนได้มาแข่งในรายการชิงแชมป์

306
00:24:54,440 --> 00:24:57,760
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์วิ่งได้ฉลุยครับ

307
00:25:02,000 --> 00:25:04,760
‎นี่คือนักแข่งที่วิ่งนำในตอนนี้ มิชชาเอล ชูมัคเคอร์

308
00:25:06,000 --> 00:25:09,600
‎ในสมัยนั้นเขาจะสร้างปรากฏการณ์
‎เมื่อมีความไม่แน่นอนว่าผู้ชนะจะเป็นใคร

309
00:25:09,680 --> 00:25:12,360
‎คำถามคือ อาอีร์ตง เซนนาอยู่ไหน

310
00:25:13,000 --> 00:25:14,240
‎รถเซนนาหมุนครับ

311
00:25:14,320 --> 00:25:16,600
‎เซนนาถูกตัดออกจากการแข่งขันครับ

312
00:25:19,960 --> 00:25:22,120
‎มาแล้วครับ เขาชนะแน่

313
00:25:22,200 --> 00:25:24,560
‎ธงตาหมากรุกยื่นออกมาแล้ว

314
00:25:24,640 --> 00:25:28,040
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ชนะแปซิฟิคกรังด์ปรีซ์

315
00:25:28,840 --> 00:25:29,680
‎โอ้โฮ

316
00:25:29,760 --> 00:25:33,560
‎ซีซั่นของการแข่งฟอร์มูล่าวันในปีนี้จะต้องสนุกแน่

317
00:25:37,640 --> 00:25:39,720
‎หลังจากนั้นเราก็ได้เป็นผู้ท้าชิงแชมป์

318
00:25:39,800 --> 00:25:41,920
‎เราไม่ชินเลยครับ เราไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

319
00:25:44,240 --> 00:25:48,000
‎เมื่อคุณชนะเฟอร์รารี่
‎ชนะแม็คลาเรน ชนะวิลเลียมส์

320
00:25:48,720 --> 00:25:50,640
‎ทีมเหล่านั้นเป็นทีมดังๆ ทั้งนั้น

321
00:25:50,720 --> 00:25:52,000
‎แต่จู่ๆ

322
00:25:52,800 --> 00:25:54,560
‎ก็มีผู้ผลิตเสื้อยืดเข้ามา

323
00:25:55,120 --> 00:25:57,400
‎พร้อมกับเด็กคนหนึ่งจากเยอรมนี

324
00:25:58,000 --> 00:25:59,480
‎แล้วก็ชนะทุกคนในทันใด

325
00:26:13,000 --> 00:26:14,480
‎เขาชนะการแข่งที่ญี่ปุ่น

326
00:26:15,280 --> 00:26:17,760
‎ตอนนั้นเรากำลังรออยู่ในสนามบิน

327
00:26:17,840 --> 00:26:23,000
‎มิชชาเอลมั่นใจมาก
‎ว่าเขาเร็วพอที่จะเอาชนะอาอีร์ตง

328
00:26:23,560 --> 00:26:25,560
‎และอาจจะชนะการแข่งชิงแชมป์

329
00:26:26,160 --> 00:26:28,080
‎เวลาคุยกับมิชชาเอล

330
00:26:29,080 --> 00:26:30,440
‎เหมือนคุยกับ

331
00:26:30,960 --> 00:26:32,920
‎เหมือนเขาทำงานนี้มาทั้งชีวิต

332
00:26:33,520 --> 00:26:34,760
‎ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

333
00:26:34,840 --> 00:26:36,000
‎เซนนา…

334
00:26:36,080 --> 00:26:38,960
‎สี่หรือห้าปีก่อนหน้านั้น

335
00:26:39,040 --> 00:26:41,600
‎เขาติดโปสเตอร์รูปเซนนาในห้องนอนด้วยซ้ำ

336
00:26:43,440 --> 00:26:48,920
‎(อิโมล่า ประเทศอิตาลี
‎1 พฤษภาคม 1994)

337
00:26:53,800 --> 00:26:58,000
‎ตอนที่มิชชาเอลได้เข้าไปแข่งในสนามอิโมล่า
‎เขามาแรงมากๆ และมีแนวโน้มจะชนะ

338
00:26:58,080 --> 00:27:01,040
‎เซนนารู้ว่าเขาต้องชนะการแข่งในอิโมล่าให้ได้

339
00:27:01,120 --> 00:27:04,440
‎เขาต้องเร่ิมลดช่องว่างของคะแนนที่ห่างกัน
‎ระหว่างเขากับมิชชาเอล

340
00:27:05,000 --> 00:27:07,200
‎เขาต้องแสดงความเป็นเจ้าพ่อวงการ
‎ให้มิชชาเอลเห็น

341
00:27:07,280 --> 00:27:09,920
‎ไม่อย่างนั้นมิชชาเอล
‎จะทิ้งห่างเขาในรอบชิงแชมป์

342
00:27:18,480 --> 00:27:20,720
‎ชูมัคเคอร์ตามหลังเซนนาครับ

343
00:27:21,440 --> 00:27:25,560
‎ตอนนี้คู่แข่งหลักของอาอีร์ตง เซนนา
‎คือชูมัคเคอร์

344
00:27:36,040 --> 00:27:37,080
‎เซนนาวิ่งมาแล้วครับ

345
00:27:37,720 --> 00:27:39,040
‎ตามด้วยชูมัคเคอร์

346
00:27:45,280 --> 00:27:47,640
‎วิ่งมาที่โค้งแทมบูเรลโล่

347
00:28:02,760 --> 00:28:05,680
‎เกิดอะไรขึ้นตรงนั้นครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน

348
00:28:07,160 --> 00:28:08,000
‎เซนนา…

349
00:28:09,200 --> 00:28:11,080
‎เซนนายังคงอยู่ในรถ

350
00:28:16,360 --> 00:28:18,680
‎การแข่งขันยุติ ธงแดงถูกยกขึ้นแล้วครับ

351
00:28:19,600 --> 00:28:23,520
‎เขาขับด้วยความเร็วประมาณ
‎305 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตรงจุดนั้น

352
00:28:23,600 --> 00:28:25,800
‎ตอนที่ออกมาจากโค้งแทมบูเรลโล่

353
00:28:29,080 --> 00:28:30,160
‎ทุกคนเงียบ

354
00:28:30,240 --> 00:28:34,560
‎บรรยากาศแปลกๆ

355
00:28:37,280 --> 00:28:39,600
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์…

356
00:28:40,720 --> 00:28:42,760
‎หยุดรถและออกมาจากรถ

357
00:28:42,840 --> 00:28:45,080
‎ถอดหมวก สีหน้าเคร่งเครียด

358
00:28:59,200 --> 00:29:01,720
‎ความจริงคือ สิ่งที่เขากำลังทำตอนชน

359
00:29:01,800 --> 00:29:03,520
‎ตอนที่รถเขาออกจากสนาม

360
00:29:03,600 --> 00:29:06,440
‎เขาพยายามที่จะนำชูมัคเคอร์

361
00:29:15,920 --> 00:29:19,640
‎เราเคยเห็นการชนแบบนั้นมาแล้ว
‎รุนแรงกว่านั้นก็เคยเห็น

362
00:29:20,360 --> 00:29:24,480
‎การชนที่เหมือนจะแรงกว่าที่เขาชน

363
00:29:26,120 --> 00:29:28,040
‎และเราก็ไม่ได้คาดว่าจะเกิดอะไรแบบนั้นขึ้น

364
00:29:29,760 --> 00:29:34,320
‎คุณแค่คิดว่า "อืม ก็คงจะมีแผลฟกช้ำที่แขน

365
00:29:34,400 --> 00:29:35,800
‎หรือไม่ก็อาจจะขาหัก"

366
00:29:36,560 --> 00:29:37,600
‎แล้วก็กลับไปบนสนาม

367
00:29:37,680 --> 00:29:39,600
‎กริดสตาร์ทถูกตั้งใหม่ คุณไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

368
00:29:39,680 --> 00:29:42,080
‎ไม่มีใครมาอธิบายให้คุณฟังว่าสถานการณ์คืออะไร

369
00:29:42,160 --> 00:29:45,960
‎คุณก็จะคิดแค่ว่า "อ๋อ ต้องแข่งต่อ

370
00:29:46,040 --> 00:29:48,640
‎ทุกคนต้องแข่งต่อ งั้นฉันก็ต้องแข่งต่อแหละ"

371
00:29:48,720 --> 00:29:50,800
‎คุณไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ควรแข่งต่อ

372
00:29:58,080 --> 00:30:00,640
‎ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเซนนาเสียชีวิตมั้ย

373
00:30:06,360 --> 00:30:11,240
‎ถ้ามีการประกาศที่สนามว่าเขาเสียชีวิต
‎พวกเขาจะยุติการแข่งขัน

374
00:30:14,000 --> 00:30:20,160
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ชนะซานมารีโนกรังด์ปรีซ์ประจำปี 1994

375
00:30:44,240 --> 00:30:46,160
‎ก่อนที่ผมจะไปที่โพเดียม

376
00:30:46,240 --> 00:30:49,400
‎ผมบอกมิชชาเอลว่า
‎"ไม่ถือแชมเปญนะ ไม่ถืออะไรทั้งนั้นมิชชาเอล"

377
00:30:49,480 --> 00:30:52,360
‎เขาถามผมว่า "อาอีร์ตงเป็นไงบ้าง"
‎ผมตอบว่า "อาการแย่"

378
00:30:53,720 --> 00:30:55,760
‎นั่นเป็นครั้งแรก…

379
00:30:57,080 --> 00:30:58,720
‎ที่ผมเห็นมิชชาเอลเป็นอีกคน

380
00:31:12,880 --> 00:31:14,800
‎เราขึ้นไปบนโพเดียม

381
00:31:14,880 --> 00:31:18,640
‎เขาบอกเราว่า "อาอีร์ตงอาการโคม่า"

382
00:31:18,720 --> 00:31:21,240
‎แต่อาการโคม่ามีหลายอย่าง

383
00:31:21,320 --> 00:31:25,000
‎อาจจะเป็นอะไรสักอย่างแล้ววันถัดมาก็ดีขึ้น

384
00:31:25,960 --> 00:31:27,520
‎หรืออาจจะแย่มากๆ เราจะไม่ตัดสิน

385
00:31:27,600 --> 00:31:30,760
‎เพราะเรายังคงไม่เชื่อว่า

386
00:31:31,480 --> 00:31:34,480
‎มันผิดธรรมดา อันตรายมากๆ หรือหนักมากๆ

387
00:31:35,320 --> 00:31:36,840
‎เรายังคงไม่เชื่อ

388
00:31:36,920 --> 00:31:38,000
‎ผมยัง…

389
00:31:39,160 --> 00:31:41,280
‎สองชั่วโมงหลังจากแข่งเสร็จ

390
00:31:42,000 --> 00:31:46,440
‎คุณวอลคินชอว์เดินมาหาผม
‎แล้วบอกว่า "ดูท่าจะไม่ดี"

391
00:31:46,520 --> 00:31:50,360
‎แล้วผมก็คิดในใจว่า "ไม่นะ เขาแค่อาการโคม่า
‎โคม่าไม่ได้แปลว่าอาการหนักมาก"

392
00:31:50,440 --> 00:31:53,040
‎เขาบอกว่า "ไม่ๆ อาการไม่สู้ดี"

393
00:31:55,960 --> 00:31:58,320
‎หลังจากนั้นก็มีคนหนึ่งเดินมาหาผมแล้วบอกว่า

394
00:31:59,000 --> 00:32:00,120
‎"เขาตายแล้ว"

395
00:32:01,880 --> 00:32:05,200
‎หนึ่งนาทีต่อมา อีกคนเดินมาบอกว่า

396
00:32:05,280 --> 00:32:06,400
‎"ไม่นะ เขาอาการโคม่า"

397
00:32:07,040 --> 00:32:10,720
‎ณ ตอนนั้นข้อมูลน้อยมาก

398
00:32:11,520 --> 00:32:14,080
‎จนไม่รู้ว่าควรคิดยังไงกับเรื่องนี้

399
00:32:14,160 --> 00:32:17,920
‎ผมยังคงไม่เชื่อว่าเขาจะตายจริงๆ

400
00:32:18,000 --> 00:32:21,440
‎ตอนนั้นผมไม่สามารถที่จะคิดอย่างนั้นได้

401
00:32:21,520 --> 00:32:24,320
‎ผมคิดแค่ว่า
‎"ไม่ๆ เขาจะกลับมาคว้าแชมป์แน่นอน"

402
00:32:25,280 --> 00:32:28,600
‎"เขาอาจจะไม่ได้แข่งแค่สองสามครั้ง
‎แต่หลังจากนั้นเขาจะต้องกลับมา"

403
00:32:32,800 --> 00:32:35,720
‎สิ่งที่แย่ที่สุดคือสองอาทิตย์หลังจากนั้น

404
00:32:35,800 --> 00:32:40,160
‎มันคือตอนที่ผมต้องยอมรับความจริง

405
00:32:40,240 --> 00:32:41,320
‎ความจริงที่ว่าเขาตาย

406
00:32:41,400 --> 00:32:42,240
‎มัน…

407
00:32:43,000 --> 00:32:43,960
‎มัน…

408
00:32:45,880 --> 00:32:47,200
‎มันเป็นอะไรที่บ้ามาก

409
00:32:58,360 --> 00:32:59,240
‎เซนนาไม่อยู่แล้ว…

410
00:32:59,320 --> 00:33:00,920
‎(ริชาร์ด วิลเลียมส์
‎นักเขียนข่าวกีฬา)

411
00:33:01,000 --> 00:33:02,080
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์

412
00:33:03,320 --> 00:33:05,280
‎กลายเป็นเบอร์หนึ่งในวงการนี้

413
00:33:06,400 --> 00:33:10,040
‎ถึงจะยังไม่ได้ชนะแชมป์โลกก็ตาม

414
00:33:15,560 --> 00:33:18,200
‎มันง่ายมั้ยครับที่จะกลับมาแข่งอีกครั้ง

415
00:33:29,280 --> 00:33:32,120
‎ผมไปที่ซิลเวอร์สโตน

416
00:33:34,840 --> 00:33:37,160
‎แล้วทันใดนั้น
‎ผมก็มองอะไรหลายอย่างด้วยมุมมองใหม่

417
00:33:38,120 --> 00:33:41,440
‎ผมขับรถยนต์แบบทั่วไปวนในสนามที่ซิลเวอร์สโตน

418
00:33:41,520 --> 00:33:44,400
‎แล้วก็คิดในใจว่า "นี่คือจุดที่นายอาจจะตายได้

419
00:33:44,480 --> 00:33:46,040
‎นี่คือจุดที่นายอาจจะตายได้"

420
00:33:46,120 --> 00:33:49,880
‎ผมคิดในใจว่า "ให้ตายเถอะ
‎นายทดสอบรถที่นี่เป็นประจำ แข่งที่นี่ประจำ

421
00:33:49,960 --> 00:33:53,360
‎แต่มีหลายจุดมากที่นายอาจจะชนแล้วตายทันที"

422
00:33:53,440 --> 00:33:55,400
‎ตอนนั้นผมคิดอยู่แต่เรื่องนั้น

423
00:34:00,720 --> 00:34:04,760
‎ผมไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง
‎ถ้าผมกลับไปแข่งรถ

424
00:34:06,800 --> 00:34:07,840
‎ผมไม่มั่นใจ

425
00:34:07,920 --> 00:34:10,560
‎ผมจะแข่งโดยไม่คิดถึงเรื่องนั้นได้มั้ย

426
00:34:10,639 --> 00:34:13,120
‎หรือว่าผมจะกลับไปแข่งแล้วคิดอยู่ในหัวตลอดว่า

427
00:34:13,199 --> 00:34:14,400
‎"นายอาจจะตายที่ตรงนี้"

428
00:34:14,480 --> 00:34:16,840
‎"ถ้านายหลุดออกสนามที่ตรงนี้
‎อาการนายจะสาหัสและ…"

429
00:34:18,080 --> 00:34:19,159
‎มัน…

430
00:34:20,400 --> 00:34:21,760
‎เป็นอะไรที่แปลกมาก

431
00:34:31,400 --> 00:34:33,120
‎ผมตื่นนอนกลางดึก

432
00:34:34,800 --> 00:34:37,679
‎ผมนอนแค่ประมาณสามชั่วโมงต่อคืน

433
00:34:37,760 --> 00:34:38,880
‎ผมมีอาการทำนองนั้น

434
00:34:57,720 --> 00:34:59,360
‎แน่นอนว่าเราตกใจมาก

435
00:34:59,440 --> 00:35:03,800
‎เราถามตัวเองว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง

436
00:35:03,880 --> 00:35:08,840
‎มิชชาเอลก็ถามตัวเองเหมือนกันว่า
‎ทุกคนปฏิบัติตัวถูกต้องมั้ย

437
00:35:08,920 --> 00:35:10,920
‎มัน…

438
00:35:12,640 --> 00:35:13,680
‎ยากมาก

439
00:35:13,760 --> 00:35:16,520
‎เขาต้องต่อสู้กับมันหนักมาก

440
00:35:16,600 --> 00:35:20,200
‎แต่เขามีความสามารถ
‎ในการหยุดคิดถึงสิ่งที่ทำให้ไขว้เขว

441
00:35:20,280 --> 00:35:24,240
‎เขาสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำได้ดีมาก

442
00:35:24,320 --> 00:35:26,960
‎จนไม่เผลอคิดถึงสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวเลย

443
00:35:28,320 --> 00:35:30,360
‎เขาเข้มแข็งมากทางด้านจิตใจ

444
00:35:31,120 --> 00:35:32,640
‎มันคือความสามารถที่เขามี

445
00:35:32,720 --> 00:35:34,320
‎เข้มแข็งมากค่ะ

446
00:35:34,400 --> 00:35:38,040
‎เขายังคงแสดงให้ฉันเห็นทุกวัน
‎ว่าเขาเข้มแข็งขนาดไหน

447
00:35:46,320 --> 00:35:49,240
‎ตอนนั้นเดม่อน ฮิลล์
‎ขึ้นมาเป็นนักแข่งหลักของทีมวิลเลียมส์

448
00:35:49,880 --> 00:35:51,920
‎เขาทำให้มิชชาเอลรู้สึกว่ามีคู่แข่ง

449
00:35:52,560 --> 00:35:55,720
‎เดม่อน ฮิลล์ชนะบริติชกรังด์ปรีซ์

450
00:35:55,800 --> 00:35:57,360
‎สุดยอดจริงๆ

451
00:36:05,040 --> 00:36:07,760
‎เดม่อน ฮิลล์ชนะอิตาเลียนกรังด์ปรีซ์

452
00:36:07,840 --> 00:36:09,520
‎ปีก่อนเขาก็ชนะที่นี่

453
00:36:09,600 --> 00:36:11,040
‎สิ้นสุดการชนะสามครั้งติดกันของ…

454
00:36:13,600 --> 00:36:20,080
‎มันคือเหตุการณ์ที่ซับซ้อน
‎ดุเดือด และแปรปรวนของซีซั่นนั้นๆ

455
00:36:21,120 --> 00:36:26,800
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ชนะยูโรเปียนกรังด์ปรีซ์ที่เจเรซ

456
00:36:27,560 --> 00:36:30,760
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ทำให้มีช่องว่างของคะแนนอีกครั้ง

457
00:36:30,840 --> 00:36:33,040
‎มันคือเรื่องราวของมนุษย์ที่เข้มข้น

458
00:36:33,120 --> 00:36:37,280
‎เดม่อนกับมิชชาเอล
‎สลับกันชนะอย่างกับลูกตุ้มที่เหวี่ยงไปมา

459
00:36:39,240 --> 00:36:41,160
‎เดม่อน ฮิลล์ชนะ

460
00:36:41,240 --> 00:36:43,600
‎เดม่อน ฮิลล์
‎จะต้องเจอความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

461
00:36:43,680 --> 00:36:46,160
‎เขาจะต้องดวลกับมิชชาเอล ชูมัคเคอร์ตัวต่อตัว

462
00:36:46,240 --> 00:36:52,360
‎(แอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย
‎13 พฤศจิกายน 1994)

463
00:36:54,240 --> 00:36:59,720
‎ประเด็นคือเรารู้ว่า
‎การแข่งครั้งนี้เป็นการแข่งชี้ชะตาของเขา

464
00:37:00,280 --> 00:37:03,080
‎กลยุทธ์ทั้งหมด วิธีการแซง

465
00:37:03,160 --> 00:37:05,840
‎สถานการณ์จะเป็นไปตามปัจจัยเหล่านั้น

466
00:37:08,320 --> 00:37:11,360
‎ชูมัคเคอร์กับฮิลล์คะแนนห่างกันแต้มเดียว

467
00:37:11,440 --> 00:37:15,160
‎การแข่งชิงแชมป์จึงกลายเป็น
‎การแข่งนัดสุดท้ายที่แสนจะตื่นเต้นเร้าใจ

468
00:37:15,240 --> 00:37:18,920
‎ตามความเป็นจริงคือ
‎มันดูเหมือนจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

469
00:37:19,000 --> 00:37:20,720
‎ผมไปแข่งนัดนั้น

470
00:37:21,600 --> 00:37:24,840
‎จู่ๆ ก็ต้องไปแข่งชิงแชมป์กับมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

471
00:37:24,920 --> 00:37:29,240
‎ไฟแดงที่แอดิเลดออกแล้วครับ

472
00:37:29,320 --> 00:37:32,680
‎เรากำลังจะแข่งเป็นครั้งสุดท้ายในซีซั่นนี้

473
00:37:32,760 --> 00:37:33,960
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์นำครับ

474
00:37:35,040 --> 00:37:35,920
‎ชูมัคเคอร์นำครับ

475
00:37:36,000 --> 00:37:37,360
‎หรือเดม่อน ฮิลล์กันแน่

476
00:37:37,440 --> 00:37:39,280
‎ชูมัคเคอร์นำฮิลล์อยู่ครับ

477
00:37:59,480 --> 00:38:01,680
‎ผมต้องใช้พลังในการบังคับรถสูงมาก

478
00:38:02,280 --> 00:38:06,240
‎มันยากมากสำหรับผม
‎ที่จะบังคับให้รถอยู่บนทางตลอดเวลา

479
00:38:07,000 --> 00:38:09,840
‎และผมขับหนีไม่พ้นเดม่อน

480
00:38:16,120 --> 00:38:17,600
‎เราวิ่งติดกันเลย

481
00:38:18,160 --> 00:38:19,960
‎ประมาณ 20 รอบได้

482
00:38:20,920 --> 00:38:22,320
‎มิชชาเอลเริ่มทิ้งห่างเรื่อยๆ

483
00:38:22,920 --> 00:38:26,040
‎แล้วผมก็เริ่มคิดว่า
‎"ผมวิ่งเร็วขนาดนั้นไม่ได้แน่ๆ"

484
00:38:42,280 --> 00:38:48,360
‎มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อยู่ๆ
‎ผมก็เจอเส้นที่ผมสามารถทิ้งห่างไปได้สักพัก

485
00:38:48,440 --> 00:38:50,640
‎ประมาณสองวินาที สองวินาทีครึ่ง

486
00:39:07,800 --> 00:39:10,640
‎ผมเหยียบสุดตลอด ผมสู้ขาดใจ

487
00:39:10,720 --> 00:39:13,440
‎ผมวิ่งไปเจอลูกคลื่น แล้วรถก็ออกจากสนาม

488
00:39:13,960 --> 00:39:14,800
‎แล้วก็

489
00:39:15,480 --> 00:39:16,840
‎ครูดกับกำแพง

490
00:39:18,160 --> 00:39:20,720
‎ผมผิดหวังทันทีและคิดในใจว่า "เชี่ยเอ๊ย"

491
00:39:20,800 --> 00:39:23,680
‎แต่ผมก็รู้สึกว่า "โอเค ไปต่อได้อยู่"

492
00:39:28,440 --> 00:39:31,840
‎ตอนที่เรากำลังเลี้ยวตรงโค้งหนึ่ง
‎ผมเห็นเขาวิ่งกลับเข้ามาในสนาม

493
00:39:31,920 --> 00:39:35,080
‎เหมือนเขาหลุดออกจากสนามแล้วกลับเข้ามา

494
00:39:35,160 --> 00:39:36,400
‎แล้วผมก็เห็นรถเขาส่าย

495
00:39:36,960 --> 00:39:38,520
‎ตอนที่ผมขับเบี่ยงไปทางซ้าย

496
00:39:38,600 --> 00:39:41,960
‎ผมทำแบบนี้เพื่อเช็กทุกอย่าง
‎สลัดเอาสิ่งที่ติดล้อออก

497
00:39:42,760 --> 00:39:45,640
‎ผมเห็นโอกาสในการแซง
‎และผมรู้สึกว่าผมต้องแซง

498
00:39:45,720 --> 00:39:47,280
‎ดูเดม่อน ฮิลล์กับชูมัคเคอร์สิครับ

499
00:39:47,360 --> 00:39:48,760
‎ไม่นะ

500
00:39:48,840 --> 00:39:50,600
‎ทันทีที่ผมเลี้ยวเข้าโค้ง

501
00:39:50,680 --> 00:39:52,880
‎เดม่อนมาชนผมที่กล่องดักลมด้านข้าง

502
00:39:53,480 --> 00:39:54,960
‎รถเขาวิ่งกลับเข้ามา

503
00:39:55,800 --> 00:39:56,720
‎แล้วก็ชนรถผม

504
00:39:57,320 --> 00:39:58,800
‎แล้วรถเขาก็ยกขึ้นสองล้อ

505
00:40:04,000 --> 00:40:06,920
‎ตอนนั้นผมลอยขึ้นในอากาศ
‎แล้วก็ไถลไปชนกำแพงล้อยาง

506
00:40:07,000 --> 00:40:09,560
‎ผมแบบ ผมไม่เข้าใจ

507
00:40:11,760 --> 00:40:13,600
‎ชูมัคเคอร์ออกจากการแข่งขันครับ

508
00:40:13,680 --> 00:40:17,240
‎นักแข่งเยอรมัน
‎ออกจากการแข่งขันออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์

509
00:40:17,320 --> 00:40:21,680
‎ส่วนเดม่อน ฮิลล์
‎ก็แค่ขับไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นแชมป์โลก

510
00:40:22,360 --> 00:40:25,200
‎เรื่องที่คะแนนห่างกันไม่มีอะไรเลยครับ

511
00:40:25,280 --> 00:40:27,080
‎เขาแค่คะแนนมากกว่าผม

512
00:40:27,600 --> 00:40:30,160
‎ถ้าผมหรือเขาไม่ออกจากการแข่งขัน
‎เขาได้เป็นแชมป์แน่นอน

513
00:40:32,440 --> 00:40:35,000
‎เดม่อน ฮิลล์ต้องกลับไปที่พิทสต็อปก่อน

514
00:40:39,680 --> 00:40:41,800
‎ผมเห็นเลยว่าคานรถหัก

515
00:40:42,480 --> 00:40:43,800
‎ผมไม่สามารถขับต่อได้

516
00:40:45,080 --> 00:40:46,240
‎ในฐานะคู่แข่ง

517
00:40:46,800 --> 00:40:48,440
‎ยังไงเขาก็ต้องชนะ

518
00:40:49,640 --> 00:40:52,960
‎มิชชาเอลทำสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อกันไม่ให้ผมชนะ

519
00:40:54,600 --> 00:40:55,680
‎ให้ผมไปแข่ง

520
00:40:58,320 --> 00:40:59,160
‎ที่แอดิเลด

521
00:40:59,240 --> 00:41:00,840
‎แล้วให้แต้มของผมนำคู่แข่ง

522
00:41:00,920 --> 00:41:03,080
‎แล้วคู่แข่งเข้ามาที่เส้นใน ผมต้องทำยังไง

523
00:41:03,760 --> 00:41:04,600
‎ผมไม่รู้ครับ

524
00:41:05,560 --> 00:41:11,240
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ชนะการแข่งขันชิงแชมป์โลกปี 1994

525
00:41:11,320 --> 00:41:15,120
‎(การแข่งขันชิงแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันปี 1994)

526
00:41:44,960 --> 00:41:47,080
‎โครินนาคอยสนับสนุนผมเป็นอย่างดี

527
00:41:47,160 --> 00:41:49,080
‎และตอนนี้เธอก็กำลังทำอย่างนั้น

528
00:41:49,880 --> 00:41:52,520
‎นั่นคือเหตุผลที่โครินนาอยากมา

529
00:41:52,600 --> 00:41:54,200
‎และผมก็อยากให้เธอมา

530
00:41:54,280 --> 00:41:58,480
‎เหมือนว่าเธอนำโชคมาให้ผมอีกครั้ง

531
00:42:10,000 --> 00:42:12,440
‎ที่จริงแล้วตลอดหลายปีนั้น

532
00:42:13,080 --> 00:42:14,640
‎ฉันไปกับเขาทุกครั้ง

533
00:42:14,720 --> 00:42:19,000
‎เราอาจจะนั่งด้วยกันบนรถบัส
‎หรือไม่ก็แอบอยู่ด้วยกันตรงไหนสักที่

534
00:42:19,600 --> 00:42:22,080
‎แต่ฉันอยู่กับเขาตลอดเวลาเดินทาง

535
00:42:22,160 --> 00:42:24,160
‎เราสนุกกันทุกครั้ง

536
00:42:27,640 --> 00:42:30,800
‎มันเป็นการสนับสนุนเขาอย่างหนึ่ง

537
00:42:30,880 --> 00:42:33,600
‎ที่ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยว

538
00:42:40,720 --> 00:42:42,600
‎เราเดินทางรอบโลก

539
00:42:43,760 --> 00:42:46,120
‎เปลี่ยนเขตเวลาบ่อย

540
00:42:46,200 --> 00:42:50,520
‎เราต้องทำให้เขาได้นอนหลับอย่างดี

541
00:42:50,600 --> 00:42:55,720
‎มิชชาเอลวางแผนเกือบทุกอย่างไว้เป็นนาที

542
00:42:55,800 --> 00:42:57,080
‎ตื่นเวลาเท่านี้นะ

543
00:42:57,760 --> 00:43:00,160
‎ใช้เวลาในห้องน้ำ 15 ถึง 20 นาทีนะ

544
00:43:00,240 --> 00:43:01,680
‎มีอยู่คืนหนึ่งเราอยู่ที่ซูซูกะ

545
00:43:01,760 --> 00:43:07,360
‎ฉันรู้ว่ายังไงฉันก็นอนไม่หลับ

546
00:43:07,880 --> 00:43:11,760
‎ฉันเลยใช้เวลาครึ่งหนึ่งของคืนนั้นนั่งอยู่ในห้องน้ำ

547
00:43:11,840 --> 00:43:16,040
‎เพื่อที่เขาจะได้ไม่ตื่น เพื่อให้เขาหลับสนิทเต็มที่

548
00:43:16,640 --> 00:43:19,160
‎ฉันนั่งอ่านหนังสือในห้องน้ำ

549
00:43:19,240 --> 00:43:23,720
‎ในทางกลับกัน
‎ถ้าเราอยู่ที่บ้าน แล้วมิชชาเอลต้องออกแต่เช้า

550
00:43:24,360 --> 00:43:25,920
‎ฉันไม่เคยได้ยินเสียงเขาเลย

551
00:43:27,240 --> 00:43:28,880
‎เขาเงียบมาก

552
00:43:28,960 --> 00:43:32,560
‎ก่อนออกจากบ้าน เขาจะเดินมาที่เตียงฉัน

553
00:43:33,120 --> 00:43:37,320
‎ลูบแขนฉัน หอมฉัน
‎แล้วก็บอกว่า "ผมจะไปแล้วนะ"

554
00:43:37,400 --> 00:43:38,440
‎แล้วเขาก็ไป

555
00:43:38,520 --> 00:43:40,360
‎เขาไม่เคยทำให้ฉันตื่นเลย

556
00:43:40,440 --> 00:43:42,360
‎เขาเกรงใจฉันเสมอ

557
00:43:50,040 --> 00:43:53,240
‎(ฮ็อคเคินไฮม์ ประเทศเยอรมนี
‎30 กรกฎาคม 1995)

558
00:43:53,320 --> 00:43:56,120
‎ผู้ชมกำลังส่งเสียง ธงกำลังสะบัด

559
00:43:56,200 --> 00:43:57,560
‎เพื่อต้อนรับมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

560
00:43:57,640 --> 00:44:01,200
‎ไอดอลและฮีโร่ของพวกเขา
‎ในสนามที่ประเทศของตัวเอง

561
00:44:01,280 --> 00:44:04,160
‎เขาชนะเยอรมันกรังด์ปรีซ์

562
00:44:05,200 --> 00:44:07,000
‎นี่คือฮีโร่ที่ผมพูดถึงครับ

563
00:44:07,080 --> 00:44:11,600
‎และที่เห็นตรงนั้นคือคนที่ยกย่องและนับถือเขา

564
00:44:12,520 --> 00:44:15,640
‎ตรงนั้นมีชาวเยอรมันมากกว่าหนึ่งแสนคน

565
00:44:15,720 --> 00:44:18,680
‎นี่คือสิ่งที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน

566
00:44:18,760 --> 00:44:21,920
‎รอที่จะเห็นคนเยอรมันชนะเยอรมันกรังด์ปรีซ์

567
00:44:23,080 --> 00:44:26,000
‎(ไอดะ ประเทศญี่ปุ่น
‎22 ตุลาคม 1995)

568
00:44:26,080 --> 00:44:29,920
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎วิ่งเข้ามุมสุดท้ายของการแข่งขันรอบสุดท้าย

569
00:44:30,000 --> 00:44:31,280
‎และของรอบวิ่งรอบสุดท้าย

570
00:44:31,360 --> 00:44:34,880
‎เพื่อชนะแปซิฟิคกรังด์ปรีซ์ในญี่ปุ่น

571
00:44:34,960 --> 00:44:38,480
‎และเป็นแชมป์โลกปี 1995

572
00:44:38,560 --> 00:44:42,040
‎ทั้งนี้เขาเป็นแชมป์โลกปี 1994 ด้วยครับ

573
00:44:42,120 --> 00:44:45,400
‎ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม

574
00:44:45,480 --> 00:44:48,120
‎ว่าเขาเป็นนักแข่งที่เก่งที่สุดในยุคของเขา

575
00:45:03,360 --> 00:45:08,320
‎ผมว่ามิชชาเอล
‎ไม่ได้อยากเพิ่มจำนวนครั้งที่เขาชนะแชมป์โลก

576
00:45:08,960 --> 00:45:13,360
‎ถ้าเขายังแข่งให้เบเนตตอง
‎ผมว่าเขาชนะแชมป์โลกปี 1996 ด้วยแน่นอน

577
00:45:14,080 --> 00:45:15,680
‎แต่สิ่งนั้นไม่ได้จูงใจเขาแล้ว

578
00:45:27,840 --> 00:45:29,840
‎เมื่อคุณกำลังขับรถ คุณกำลังคุมชะตาของตัวเอง

579
00:45:29,920 --> 00:45:31,320
‎(รอน เดนนิส
‎อดีตผอ.ทีมแม็คลาเรน)

580
00:45:35,840 --> 00:45:37,360
‎คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว

581
00:45:37,440 --> 00:45:40,120
‎ในวงการฟอร์มูล่าวัน
‎ทุกคนจะระวังการกระทำและคำพูดมาก

582
00:45:40,200 --> 00:45:45,040
‎ไม่มีทางที่ใครจะเดินไปหานักแข่งที่พิทสต็อป
‎แล้วถามว่า "ขอคุยด้วยได้มั้ย"

583
00:45:45,120 --> 00:45:46,040
‎ไม่มีครับ

584
00:45:46,120 --> 00:45:49,160
‎เขาได้รับข้อเสนอมากมาย

585
00:45:49,840 --> 00:45:51,280
‎เขาจะอยู่ที่เดิมก็ได้

586
00:45:52,480 --> 00:45:54,160
‎แต่ถ้าอยู่กับแม็คลาเรน

587
00:45:54,240 --> 00:45:56,800
‎เขาจะได้ขับรถแม็คลาเรน
‎ที่เครื่องยนต์เป็นของเมอร์เซเดส

588
00:45:58,160 --> 00:46:00,400
‎เขาจะเป็นนักแข่งให้เฟอร์รารี่ก็ได้

589
00:46:01,520 --> 00:46:05,280
‎ตอนนั้นนิกิ เลาดาเป็นที่ปรึกษาให้เฟอร์รารี่

590
00:46:05,880 --> 00:46:08,800
‎สถานการณ์ของเฟอร์รารี่ในตอนนั้นถือว่าดีทีเดียว

591
00:46:10,200 --> 00:46:12,240
‎นิกิ เลาดามาหาผมแล้วพูดว่า

592
00:46:13,240 --> 00:46:18,200
‎"ถ้าเขาอยู่กับแม็คลาเรน
‎เขาจะเป็นแค่นักแข่งคนหนึ่งที่ชนะการแข่งขัน

593
00:46:18,280 --> 00:46:22,040
‎แต่ถ้าเขามาอยู่กับเฟอร์รารี่
‎เขาจะเป็นนักแข่งชั้นเลิศ

594
00:46:22,120 --> 00:46:26,200
‎ที่แม้จะหยุดแข่งไป
‎แต่ก็ยังชนะการแข่งขันด้วยรถเฟอร์รารี่"

595
00:46:26,280 --> 00:46:29,840
‎สิ่งนั้นถูกจริตนักสู้ของเขา

596
00:46:29,920 --> 00:46:32,560
‎ซึ่งเกิดขึ้นมาตอนที่เป็นนักแข่งโกคาร์ท

597
00:46:33,280 --> 00:46:36,040
‎เขาชนะการแข่งขัน
‎ด้วยรถโกคาร์ทมือสองและยางที่ใช้แล้ว

598
00:46:36,120 --> 00:46:38,400
‎แล้วทำไมเขา
‎จะไม่มาอยู่กับเฟอร์รารี่และทำสิ่งนั้นล่ะ

599
00:46:39,200 --> 00:46:40,600
‎คำแนะนำสุดท้ายของผมคือ

600
00:46:40,680 --> 00:46:46,080
‎"ถ้าคุณชนะแชมป์โลกด้วยรถเฟอร์รารี่
‎คุณทิ้งหนังสือเดินทางได้เลย"

601
00:46:50,920 --> 00:46:52,040
‎ชูมัคเคอร์

602
00:47:26,240 --> 00:47:28,960
‎เฟอร์รารี่คือทีมที่เก่าแก่ที่สุด

603
00:47:29,560 --> 00:47:35,520
‎ในอิตาลี เฟอร์รารี่เป็นเหมือนศาสนาหนึ่งเลย

604
00:47:36,240 --> 00:47:37,520
‎ดังนั้นมันมีความคาดหวังอยู่

605
00:47:37,600 --> 00:47:42,000
‎ผู้คนในอิตาลีคลั่งไคล้เฟอร์รารี่มาก

606
00:47:45,160 --> 00:47:51,160
‎มีความคาดหวังสูง
‎กับนักแข่งทุกคนที่แข่งให้เฟอร์รารี่

607
00:47:53,400 --> 00:47:55,640
‎ประธานเฟอร์รารี่พูดว่า

608
00:47:55,720 --> 00:48:00,480
‎"ปีก่อนเรามีนักแข่งฝีมือเยี่ยมสองคน
‎แต่ปีนี้เรามีนักแข่งดาวรุ่ง"

609
00:48:02,520 --> 00:48:05,520
‎การขับรถเฟอร์รารี่หมายถึงความกดดันที่สูง

610
00:48:06,240 --> 00:48:09,880
‎การขับรถเฟอร์รารี่หมายถึง
‎ถ้าคุณไม่ชนะ คุณคือคนโง่

611
00:48:09,960 --> 00:48:12,200
‎(ลูคา ดิ มอนเตเซโมโล
‎อดีตประธานของเฟอร์รารี่)

612
00:48:12,280 --> 00:48:16,320
‎การขับรถเฟอร์รารี่หมายถึงการมีภาระหน้าที่

613
00:48:16,400 --> 00:48:20,080
‎เพราะคุณไม่ได้ขับรถฟอร์มูล่าวันทั่วไป

614
00:48:20,160 --> 00:48:21,760
‎แต่คุณขับรถที่เป็นตำนาน

615
00:48:21,840 --> 00:48:24,720
‎คุณขับสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

616
00:48:27,280 --> 00:48:30,680
‎เราเข้าไปเป็นนักแข่งของเฟอร์รารี่พร้อมกัน
‎ในปี 1996

617
00:48:31,400 --> 00:48:36,200
‎ผมจำได้เลยว่าตอนนั่งในรถ ผมพูดว่า
‎"มันรู้สึกต่างจากคันอื่นๆ แบบน่าเป็นห่วง"

618
00:48:37,120 --> 00:48:38,680
‎แล้วก็โชคไม่ดีจริงๆ ครับ

619
00:48:38,760 --> 00:48:40,200
‎ที่ผมคิดนั้นถูก

620
00:48:40,280 --> 00:48:41,120
‎(เอ็ดดี้ เออร์ไวน์)

621
00:48:41,200 --> 00:48:42,520
‎รถห่วยมาก

622
00:48:48,280 --> 00:48:52,560
‎เราไม่เข้าใจอยู่พักหนึ่งเลยว่ารถแย่ขนาดไหน

623
00:48:53,120 --> 00:48:53,960
‎และ…

624
00:48:55,760 --> 00:48:58,080
‎กลายเป็นว่ามันแทบจะซ่อมไม่ได้

625
00:48:58,160 --> 00:49:01,280
‎ปรัชญาพื้นฐานของรถมันผิด

626
00:49:02,680 --> 00:49:05,560
‎เมื่อเช้านี้เดม่อน ฮิลล์
‎ชนเฟรนท์เซนอย่างแรงตรงนี้

627
00:49:05,640 --> 00:49:07,920
‎ชูมัคเคอร์มีปัญหาแล้วครับ

628
00:49:08,000 --> 00:49:11,120
‎เหมือนเครื่องยนต์ของชูมัคเคอร์
‎จะมีปัญหาในรอบอุ่นเครื่อง

629
00:49:12,480 --> 00:49:14,680
‎เหลือเชื่อจริงๆ

630
00:49:14,760 --> 00:49:17,920
‎เครื่องยนต์เจ๊งจริงๆ ครับ
‎ก่อนการแข่งขันจะเริ่มด้วยซ้ำ

631
00:49:18,000 --> 00:49:19,440
‎ชูมัคเคอร์ออกจากการแข่งขันครับ

632
00:49:19,520 --> 00:49:23,840
‎ที่เฟรนช์กรังด์ปรีซ์ในมักนีย์-กูร์
‎เขายังไม่ได้เริ่มแข่งด้วยซ้ำ

633
00:49:23,920 --> 00:49:26,120
‎มันเป็นรถที่กะโหลกกะลามาก

634
00:49:26,200 --> 00:49:30,200
‎มิชชาเอลนั่งอยู่ในรถ
‎โดยที่รถของเขาอยู่บนรถยกอีกที

635
00:49:30,960 --> 00:49:33,320
‎เหมือนสัญลักษณ์ของความอ่อนด้อย

636
00:49:36,800 --> 00:49:41,040
‎ผมไม่มั่นใจว่าเรา
‎จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ในสองเดือนมั้ย

637
00:49:42,000 --> 00:49:43,280
‎ผมไม่เห็นเหตุผลที่ต้องทำ

638
00:49:43,360 --> 00:49:45,760
‎เราอยู่ในจุดที่ชนะการชิงแชมป์ได้

639
00:49:46,360 --> 00:49:48,160
‎คงจะต้องโชคดีมากๆ

640
00:49:48,960 --> 00:49:50,720
‎หรือไม่ก็เหมือนฝัน

641
00:49:50,800 --> 00:49:53,280
‎แต่ผมไม่ได้นักฝันไงครับ
‎ผมมองทุกอย่างตามความเป็นจริง

642
00:49:54,160 --> 00:49:55,880
‎ผมว่าสิ่งที่ผมพูดมันจริง

643
00:50:08,960 --> 00:50:10,520
‎ในซีซั่นแรกนั้น

644
00:50:10,600 --> 00:50:14,640
‎ผมจำได้เลย
‎คืนนั้นเป็นคืนวันศุกร์ก่อนวันแข่งจริง

645
00:50:14,720 --> 00:50:17,440
‎ทุกคนกลับกันหมด นักแข่งกลับหมด

646
00:50:17,520 --> 00:50:18,840
‎พนักงานดูแลทีมกลับหมด

647
00:50:20,160 --> 00:50:21,800
‎แต่ในอู่เฟอร์รารี่

648
00:50:23,040 --> 00:50:25,480
‎มีรถอยู่คันหนึ่งที่กำลังถูกซ่อม
‎นั่นก็คือรถของมิชชาเอล

649
00:50:26,120 --> 00:50:28,680
‎ในนั้นมีช่างสามคนกับมิชชาเอล

650
00:50:29,360 --> 00:50:31,800
‎มิชชาเอลคุยกับช่างเบาๆ

651
00:50:33,240 --> 00:50:39,160
‎ผมประทับใจมาก
‎ที่มิชชาเอลเต็มใจที่จะทำงานหนัก

652
00:50:39,240 --> 00:50:43,480
‎ประทับใจที่เขาอยู่กับช่างเป็นคนสุดท้ายในอู่ทุกคืน

653
00:50:44,160 --> 00:50:46,880
‎เขาไม่กลับก่อนเพื่อไปทำอย่างอื่น

654
00:50:46,960 --> 00:50:49,200
‎เขาอยู่ในอู่กับช่าง

655
00:50:49,280 --> 00:50:52,480
‎ทำงานกับพวกเขา
‎และทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขาอยู่ด้วย

656
00:50:52,560 --> 00:50:56,560
‎ทำให้พวกเขารู้สึกว่า
‎เขาใส่ใจกับการซ่อมรถของพวกเขา

657
00:50:57,320 --> 00:50:59,800
‎สิ่งนั้นทำให้ทีมเปลี่ยนไป

658
00:51:02,320 --> 00:51:05,080
‎มิชชาเอลคือหนึ่งในคนที่กลับเป็นคนสุดท้ายทุกครั้ง

659
00:51:05,880 --> 00:51:11,280
‎ช่วงที่เขาอยู่กับเฟอร์รารี่
‎เวลาประชุม เขาจะอยู่ในที่ประชุมจนถึงสี่ทุ่ม

660
00:51:11,360 --> 00:51:15,960
‎เราไม่เคยออกมาทานข้าวเย็นที่ร้านอาหาร

661
00:51:16,040 --> 00:51:16,880
‎ไม่เคยเลย

662
00:51:16,960 --> 00:51:19,920
‎เรานั่งอยู่ในเต็นท์ตลอดเวลา

663
00:51:20,000 --> 00:51:21,400
‎ฉันรอ

664
00:51:21,480 --> 00:51:23,480
‎เรากินพาสต้ากัน

665
00:51:23,560 --> 00:51:24,400
‎เรา…

666
00:51:25,200 --> 00:51:26,040
‎คุยกัน

667
00:51:26,120 --> 00:51:28,720
‎แล้วเขาก็ออกไปประชุมอีก แล้วก็กลับมา

668
00:51:29,840 --> 00:51:34,520
‎แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณ
‎สำหรับทุกนาทีที่เราได้อยู่ด้วยกัน

669
00:51:36,960 --> 00:51:39,080
‎มิชชาเอลมีความเป็นมืออาชีพมาก

670
00:51:39,160 --> 00:51:41,840
‎เขาพูดว่า "ฟังนะ เราต้องแก้ไขมันให้ได้"

671
00:51:41,920 --> 00:51:43,560
‎เขาขยันมาก

672
00:51:44,360 --> 00:51:45,720
‎สิ่งดีๆ

673
00:51:46,960 --> 00:51:48,320
‎ของการมีมิชชาเอลอยู่ในทีมคือ

674
00:51:49,280 --> 00:51:52,400
‎ทุกคนได้รู้ว่าไม่มีใครที่จะขับได้เหมือนกับที่เขาขับ

675
00:51:56,360 --> 00:51:57,640
‎เมื่อคืนฝันตกหนัก

676
00:51:57,720 --> 00:51:59,800
‎(บาร์เซโลนา ประเทศสเปน
‎2 มิถุนายน 1996)

677
00:51:59,880 --> 00:52:02,600
‎และยังคงตกหนักทั้งวัน

678
00:52:02,680 --> 00:52:06,680
‎มีความเป็นไปได้ว่าวันนี้
‎จะต้องแข่งกันบนสนามเปียก

679
00:52:08,080 --> 00:52:10,520
‎ที่เห็นตรงนั้นคือรถเฟอร์รารี่
‎ของมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

680
00:52:10,600 --> 00:52:12,840
‎(ซีซั่นแรกของชูมัคเคอร์ปี 1996
‎สกูเดเรียเฟอร์รารี่)

681
00:52:12,920 --> 00:52:15,440
‎เขาแซงแกร์ฮาร์ด เบอร์เกอร์ขึ้นมาอยู่อันดับสาม

682
00:52:15,520 --> 00:52:18,320
‎เขาตามหลังวีลเนิฟว์กับอเลซี

683
00:52:18,400 --> 00:52:20,960
‎และอีกไม่นานจะชิงตำแหน่งนำ

684
00:52:23,080 --> 00:52:26,560
‎ถ้ารถคุณห่วย วิ่งกลางฝนยังไงก็ห่วย
‎คุณเอาชนะมันไม่ได้หรอก

685
00:52:27,280 --> 00:52:30,320
‎แต่ในบาร์เซโลนา เขาสามารถที่จะหาวิธีขับ

686
00:52:30,400 --> 00:52:31,720
‎วิธีรับมือ

687
00:52:31,800 --> 00:52:33,000
‎(รอส บรอว์น
‎เพื่อน)

688
00:52:33,080 --> 00:52:34,680
‎และปรับรูปแบบการขับ

689
00:52:35,600 --> 00:52:37,720
‎ผมว่ามีนักแข่งไม่กี่คนที่ทำแบบนั้นได้

690
00:52:39,000 --> 00:52:40,120
‎เขาซิ่งหายไปเลย

691
00:52:40,200 --> 00:52:41,880
‎และไม่มีนักแข่งคนไหนกำลังวิ่งใกล้เขา

692
00:52:45,840 --> 00:52:50,680
‎ความฉลาดของมิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ชดเชยข้อบกพร่องของรถเฟอร์รารี่คันนั้น

693
00:52:50,760 --> 00:52:54,560
‎นี่คือการซิ่งรถขั้นเทพในสภาพที่ย่ำแย่

694
00:53:01,960 --> 00:53:03,360
‎เขาชอบฝนมาก

695
00:53:03,920 --> 00:53:05,680
‎เราสามารถขยับขึ้นไปอีกขั้นได้

696
00:53:06,240 --> 00:53:11,680
‎ผมว่าสภาวะแบบนั้นแหละที่เผยให้เห็น
‎ว่าใครคืออัจฉริยะตัวจริงในกีฬาแข่งรถ

697
00:53:16,480 --> 00:53:19,240
‎ตอนเป็นเด็ก
‎เราขับกลางฝนด้วยล้อที่ไม่มีดอกยาง

698
00:53:19,320 --> 00:53:22,440
‎เราไปสนามแข่งโกคาร์ททุกครั้งที่ไปได้

699
00:53:23,240 --> 00:53:27,120
‎สิ่งนั้นทำให้เรา
‎พัฒนาฝีมืออันยอดเยี่ยมในการควบคุมรถ

700
00:53:27,200 --> 00:53:28,840
‎เราจะมั่นใจในรถที่ขับ

701
00:53:28,920 --> 00:53:31,080
‎และจะเป็นหนึ่งเดียวกับมัน

702
00:53:31,160 --> 00:53:34,880
‎แล้วคุณก็จะสามารถแสดงปาฏิหาริย์ที่เป็นไปไม่ได้

703
00:53:47,200 --> 00:53:51,600
‎มันจะเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์
‎สำหรับชูมัคเคอร์และเฟอร์รารี่

704
00:53:51,680 --> 00:53:53,200
‎มุมสุดท้ายครับ

705
00:53:53,280 --> 00:53:57,400
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ชนะสแปนิชกรังด์ปรีซ์

706
00:53:57,480 --> 00:54:01,480
‎หลังจากขับด้วยทักษะขั้นสูงสุด

707
00:54:06,080 --> 00:54:08,840
‎การขับรถคันนั้นแล้วชนะการแข่งขัน

708
00:54:08,920 --> 00:54:12,840
‎ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
‎ของนักแข่งทุกคน ผมพูดเลย

709
00:54:12,920 --> 00:54:16,320
‎สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหลือเชื่อ

710
00:54:16,400 --> 00:54:18,200
‎ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำได้ยังไง

711
00:54:31,080 --> 00:54:33,000
‎(เจมส์ แอลเล็น
‎นักเขียนชีวประวัติ)

712
00:54:33,080 --> 00:54:36,920
‎ความท้าทายในการทำให้เฟอร์รารี่
‎กลับมาอยู่ในระดับแชมป์โลกอีกครั้ง

713
00:54:37,000 --> 00:54:39,080
‎เป็นความท้าทายที่เกินต้านสำหรับมิชชาเอล

714
00:54:39,680 --> 00:54:42,760
‎ผมคุยกับเขาเรื่องนั้นแบบค่อนข้างละเอียด

715
00:54:42,840 --> 00:54:45,480
‎เขารู้สึกว่าสิ่งที่ถูกต้องคือ

716
00:54:45,560 --> 00:54:48,560
‎เขาต้องรับความท้าทายนั้น
‎และทำให้เฟอร์รารี่กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

717
00:54:48,640 --> 00:54:53,000
‎คืนตำแหน่งที่เฟอร์รารี่ถวิลหาตั้งแต่ปี 1979

718
00:54:59,400 --> 00:55:03,480
‎เขาอยากทำสิ่งที่พรอสต์ไม่ได้ทำ

719
00:55:03,560 --> 00:55:04,880
‎สิ่งที่เซนนาไม่ได้ทำ

720
00:55:04,960 --> 00:55:07,640
‎สิ่งที่ไม่มีนักแข่งคนไหนเคยทำมาก่อนหน้านี้

721
00:55:08,400 --> 00:55:10,320
‎สิ่งนั้นคือความท้าทายที่แท้จริง

722
00:55:11,160 --> 00:55:16,280
‎(เจเรซ ประเทศสเปน
‎26 ตุลาคม 1997)

723
00:55:16,960 --> 00:55:18,680
‎ปี 1997

724
00:55:18,760 --> 00:55:21,720
‎มิชชาเอลจะแข่งให้เฟอร์รารี่เป็นปีที่สอง

725
00:55:21,800 --> 00:55:24,680
‎มีความรู้สึกเกิดขึ้นว่าพวกเขาควรจะท้าชิงแชมป์

726
00:55:24,760 --> 00:55:26,800
‎ในแง่หนึ่งแรงขับเคลื่อนอยู่ที่เขา

727
00:55:27,840 --> 00:55:30,880
‎กองเชียร์ของสกูเดเรียเฟอร์รารี่คาดหวังสูงมาก

728
00:55:30,960 --> 00:55:35,440
‎เรารู้ว่ากำลังจะมีการดวลฝีมือสุดมันส์
‎ระหว่างวีลเนิฟว์กับชูมัคเคอร์

729
00:55:43,720 --> 00:55:47,320
‎ผมหวังว่ามันจะเป็นการประลองฝีมือ
‎ระหว่างเราสองคนบนสนามจริงๆ

730
00:55:47,960 --> 00:55:53,440
‎ผมหวังว่าจะไม่มีสมาชิกคนอื่นในทีม
‎นักแข่งที่ถูกแซงรอบ หรือนักแข่งคนอื่นเข้ามายุ่ง

731
00:55:55,800 --> 00:55:57,920
‎คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ชัยชนะในที่นี้

732
00:55:58,800 --> 00:56:00,880
‎อย่างแรกเลยคือต้องไม่ถูกตัดออกจากการแข่งขัน

733
00:56:00,960 --> 00:56:01,800
‎เรื่องนั้นสำคัญมาก

734
00:56:01,880 --> 00:56:02,880
‎(ฌัก วีลเนิฟว์)

735
00:56:02,960 --> 00:56:05,880
‎อีกหนึ่งข้อก็คือขับให้เร็ว
‎เร็วกว่ามิชชาเอล แค่นั้นครับ

736
00:56:10,360 --> 00:56:12,720
‎การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้วครับ

737
00:56:12,800 --> 00:56:16,720
‎วีลเนิฟว์ทิ้งห่างออกมา
‎แต่ชูมัคเคอร์ทิ้งห่างออกมาไกลกว่า

738
00:56:16,800 --> 00:56:21,160
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์กำลังนำครับ
‎โดยมีวีลเนิฟว์ตามมาติดๆ

739
00:56:25,080 --> 00:56:27,400
‎เรารู้ว่ารถของฌักเร็วกว่า

740
00:56:27,480 --> 00:56:30,640
‎มันอยู่ที่ว่าฌักกับคนในทีม

741
00:56:30,720 --> 00:56:34,800
‎จะสามารถใช้กลยุทธ์และความเร็ว
‎เอาชนะมิชชาเอลได้มั้ย

742
00:56:45,480 --> 00:56:52,400
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ กับ ฌัก วีลเนิฟว์
‎วิ่งห่างกันแค่หนึ่งวินาทีนิดๆ

743
00:56:54,000 --> 00:56:56,920
‎ดูเหมือนเกียร์จะมีปัญหา
‎เพราะวีลเนิฟว์ขยับขึ้นมาชิดเขา

744
00:56:57,000 --> 00:56:58,240
‎ดูสิครับ วีลเนิฟว์แซงขึ้นมาได้

745
00:56:58,320 --> 00:56:59,160
‎แซงแล้ว

746
00:57:31,160 --> 00:57:32,120
‎ในความคิดของเขาคือ

747
00:57:33,200 --> 00:57:34,960
‎ฌัก วีลเนิฟว์ชนเขา

748
00:57:35,040 --> 00:57:36,480
‎เขาไม่ได้แกล้งชน

749
00:57:37,160 --> 00:57:38,880
‎เขาเข้าใจว่านั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น

750
00:57:41,040 --> 00:57:45,120
‎ในเสี้ยววินาทีนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเขา

751
00:57:45,200 --> 00:57:46,120
‎ไม่มีใครรู้ครับ

752
00:57:46,200 --> 00:57:47,840
‎เขาไม่ได้ตั้งใจ…

753
00:57:47,920 --> 00:57:49,920
‎มันไม่ใช่การกระทำที่มีการไตร่ตรองไว้ก่อน

754
00:57:50,640 --> 00:57:52,080
‎มันคือเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น

755
00:57:52,640 --> 00:57:54,640
‎เขากลับมาและเชื่ออย่างนั้น

756
00:57:54,720 --> 00:57:57,480
‎และเขาไม่พยายาม
‎ที่จะพูดให้คนอื่นเชื่อว่าเขาไม่ได้ผิด

757
00:58:12,560 --> 00:58:13,480
‎ในแง่ของจิตวิทยา

758
00:58:13,560 --> 00:58:17,080
‎สำหรับมิชชาเอลแล้ว
‎มันเป็นช่วงเวลาที่ทำใจได้ยากมาก

759
00:58:17,160 --> 00:58:18,400
‎เขานำอยู่แล้วแท้ๆ

760
00:58:18,480 --> 00:58:19,560
‎เหลืออีกแค่สิบรอบ

761
00:58:20,200 --> 00:58:23,520
‎ก็จะชนะการแข่งชิงแชมป์ปี 1997

762
00:58:23,600 --> 00:58:25,400
‎กับทีมเฟอร์รารี่ในซีซั่นสอง

763
00:58:28,480 --> 00:58:30,160
‎มิชชาเอลกลับไปที่พิท

764
00:58:30,760 --> 00:58:32,800
‎และปักใจเชื่อว่าฌักชนเขา

765
00:58:34,640 --> 00:58:38,840
‎แต่พอเราเปิดวิดีโอให้ดู
‎เขาก็ได้รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น

766
00:58:40,360 --> 00:58:44,520
‎เขาได้รู้ว่าเขาต่างหากที่ขับไปชนฌัก วีลเนิฟว์

767
00:58:44,600 --> 00:58:48,480
‎มันคือหนึ่งในช่วงเวลาที่เขาทำอาชีพนี้

768
00:58:48,560 --> 00:58:54,360
‎แล้วความมุ่งมั่น
‎ความอยากเอาชนะ และความทุ่มเทของเขา

769
00:58:54,440 --> 00:58:56,640
‎มันเกินพอดีไปถึงสองสามครั้ง

770
00:58:56,720 --> 00:58:58,960
‎มันยากสำหรับเราที่จะตัดสิน

771
00:58:59,480 --> 00:59:01,960
‎แต่ผมว่าวันนั้นเขาทำเกินไป

772
00:59:09,520 --> 00:59:13,880
‎บ่อยครั้งเขาก็ทำเกินไป
‎ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น

773
00:59:13,960 --> 00:59:16,880
‎ทั้งๆ ที่เขาทำดีพอแล้ว
‎ไม่ว่าจะรอบควอลิฟายหรือไม่รอบควอลิฟาย

774
00:59:16,960 --> 00:59:17,920
‎ได้จุดสตาร์ทแรกมั้ย

775
00:59:18,000 --> 00:59:20,760
‎ไม่ว่าจะคว้าชัยชนะจากการแข่งหรือไม่
‎ซึ่งเขาก็มีสิทธิ์สูงที่จะชนะ

776
00:59:20,840 --> 00:59:24,280
‎หรือไม่ว่าจะเป็นการแข่งกันสองต่อสองหรือไม่

777
00:59:24,360 --> 00:59:28,280
‎บางครั้งเขาต้องเชื่อมั่นในตัวเองอยู่ตลอดเหรอ
‎ต้องเชื่อว่าตัวเขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องเหรอ

778
00:59:28,360 --> 00:59:30,280
‎(มาร์ค เว็บเบอร์
‎อดีตนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน)

779
00:59:30,360 --> 00:59:32,200
‎เพราะเขากังวลว่าต้องทำออกมาให้ดีเลิศ

780
00:59:32,280 --> 00:59:34,920
‎ต้องทำให้ดีขึ้นเพื่อพิสูจน์กับตัวเองให้มากขึ้น

781
00:59:35,000 --> 00:59:37,600
‎เพราะท้ายที่สุดแล้ว
‎ส่วนใหญ่ก็คือเขาแข่งกับตัวเองนั่นแหละ

782
00:59:38,360 --> 00:59:40,560
‎เขาสู้กับตัวเอง

783
00:59:40,640 --> 00:59:42,160
‎แบบว่า "วันนี้ฉันทำดีพอรึยัง"

784
00:59:42,240 --> 00:59:43,480
‎"ฉันอยากทำให้มากกว่านี้มั้ย"

785
00:59:43,560 --> 00:59:45,480
‎"ฉันจะขยี้คู่แข่งให้มากขึ้นยังไงดี"

786
00:59:45,560 --> 00:59:46,480
‎ฉันต้องทำยังไง

787
00:59:47,600 --> 00:59:51,360
‎เพื่อให้เป็นนักแข่งเบอร์หนึ่งต่อไป

788
00:59:51,840 --> 00:59:53,640
‎(ชูมี่ มันเป็นอะไรที่บ้ามาก)

789
00:59:53,720 --> 00:59:55,960
‎(วีลเนิฟว์คือแชมป์ตัวจริง)

790
00:59:56,040 --> 01:00:00,080
‎("มันไม่ใช่ความผิดผม ผมจะทำอีก")

791
01:00:00,160 --> 01:00:07,000
‎(ชูมี่ยิ้มไม่ออก)

792
01:00:07,600 --> 01:00:10,720
‎ผมว่าคนที่ควบคุมและอยากควบคุม

793
01:00:11,600 --> 01:00:13,720
‎ไม่อยากยอมรับความจริงว่า

794
01:00:14,600 --> 01:00:16,160
‎"ฉันอาจจะผิดก็ได้"

795
01:00:17,000 --> 01:00:19,640
‎นั่นไม่ใช่นิสัยเขา

796
01:00:21,800 --> 01:00:23,000
‎มิชชาเอลราศีมังกร

797
01:00:24,440 --> 01:00:26,520
‎เขาเกิดราศีมังกร

798
01:00:26,600 --> 01:00:29,320
‎คนที่เกิดราศีมังกรไม่เคยขอโทษ

799
01:00:29,400 --> 01:00:32,120
‎ไม่สามารถที่จะขอโทษได้ และไม่เคยทำผิด

800
01:00:32,200 --> 01:00:35,080
‎คำว่า "ผิดพลาด" ไม่มีอยู่สำหรับชาวราศีมังกร

801
01:00:35,160 --> 01:00:36,520
‎เขาไม่เคยผิดพลาด

802
01:00:36,600 --> 01:00:38,600
‎(สลาว ประเทศอังกฤษ
‎11 พฤศจิกายน 1997)

803
01:00:38,680 --> 01:00:39,600
‎(สอบสวนวินัย เอฟไอเอ)

804
01:00:39,680 --> 01:00:41,200
‎สวัสดีตอนเช้าจากลอนดอน มิชชาเอล

805
01:00:41,280 --> 01:00:42,280
‎รู้สึกยังไงบ้างมิชชาเอล

806
01:00:43,520 --> 01:00:44,360
‎มิชชาเอล

807
01:00:44,440 --> 01:00:45,720
‎คุณชูมัคเคอร์

808
01:00:51,320 --> 01:00:52,160
‎มิชชาเอล

809
01:00:53,280 --> 01:00:58,680
‎ทุกการแข่งขันก่อนหน้านี้ สื่อยกย่องผม

810
01:00:59,240 --> 01:01:03,160
‎แต่หลังจากสิ้นสุดสัปดาห์นั้น อยู่ๆ ผมก็โดนสื่อถล่ม

811
01:01:03,240 --> 01:01:04,640
‎จะเห็นได้ว่า

812
01:01:06,240 --> 01:01:08,160
‎ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนคนอื่นๆ

813
01:01:08,240 --> 01:01:09,120
‎และ

814
01:01:09,920 --> 01:01:13,040
‎เหตุการณ์ต่างๆ
‎เกิดขึ้นกับผมได้เหมือนที่เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ

815
01:01:13,120 --> 01:01:18,960
‎และมันเกิดขึ้นกับผม ซึ่งตอนนั้นผมไม่อยากยอมรับ

816
01:01:19,040 --> 01:01:21,480
‎แต่ตอนนี้ผมคงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับ

817
01:01:21,560 --> 01:01:22,920
‎ผมเข้าใจสิ่งที่ผมทำแล้วครับ

818
01:01:31,720 --> 01:01:36,480
‎หน่วยงานกำกับพิจารณากรณีของเขา
‎และตัดสิทธิ์เขาออกจากการแข่งชิงแชมป์ปี 1997

819
01:01:37,320 --> 01:01:41,640
‎มันเป็นเรื่องใหญ่
‎ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการกีฬานี้

820
01:01:44,520 --> 01:01:45,840
‎มิชชาเอล มีความเห็นอะไรมั้ย

821
01:01:46,480 --> 01:01:47,320
‎คุณจะ…

822
01:01:57,160 --> 01:02:03,320
‎(ทริซิล ประเทศนอร์เวย์
‎ธันวาคม 1997)

823
01:02:04,840 --> 01:02:06,360
‎เราพักที่กระท่อม

824
01:02:06,440 --> 01:02:09,040
‎เราเล่นเกมหลายเกมเลยค่ะ

825
01:02:09,120 --> 01:02:12,480
‎เพราะเขาอยากพักผ่อนและคลายเครียด

826
01:02:12,560 --> 01:02:15,600
‎มันคือช่วงเวลาพักผ่อนกับเพื่อนที่ดีมากๆ

827
01:02:15,680 --> 01:02:19,200
‎บางครั้งก็มีกันตั้ง 30 คน สนุกมากค่ะ

828
01:02:20,080 --> 01:02:21,640
‎เราพาทุกคนไปด้วยหมดเลย

829
01:02:22,200 --> 01:02:23,920
‎ปู่ ย่า ป้า

830
01:02:25,200 --> 01:02:28,000
‎นั่งเครื่องกันไปเต็มลำ สนุกมาก

831
01:03:09,800 --> 01:03:11,080
‎เขาสนุกมากกับการไปที่นั่น

832
01:03:12,080 --> 01:03:14,080
‎เราอยู่ที่นั่นหกสัปดาห์

833
01:03:15,560 --> 01:03:20,160
‎เราแทบจะไม่คุยเกี่ยวกับฟอร์มูล่าวันเลย

834
01:03:21,040 --> 01:03:23,240
‎หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับงานของเขา

835
01:03:23,320 --> 01:03:25,240
‎เราไปเพื่อสนุกจริงๆ

836
01:03:42,160 --> 01:03:45,480
‎ตอนนั้นมิชชาเอลออกกำลังกายบ้าง
‎แต่ไม่หนักมาก

837
01:03:46,160 --> 01:03:49,480
‎พอการทดสอบกลับมาเริ่มอีกครั้ง เขาพูดว่า

838
01:03:49,560 --> 01:03:53,280
‎"ผมอยากรู้นะว่าผมยังเร็วพออยู่มั้ย
‎ผมยังทำได้เหมือนเดิมอยู่มั้ย"

839
01:03:54,120 --> 01:03:58,560
‎บ่อยครั้งที่มิชชาเอลไม่มั่นใจในตัวเองในเรื่องนั้น

840
01:03:58,640 --> 01:04:00,080
‎แบบ "ผมยังจะทำได้อยู่มั้ย"

841
01:04:00,160 --> 01:04:06,600
‎(สนามทดลองของเฟอร์รารี่ ประเทศอิตาลี
‎ก่อนเริ่มซีซั่น ปี 1998)

842
01:04:09,480 --> 01:04:13,880
‎มันสำคัญมากกับมิชชาเอล
‎ที่ต้องไม่มีใครในทีมสังเกต

843
01:04:14,400 --> 01:04:17,600
‎ว่าเขากำลังต่อสู้อย่างหนัก กัดฟัน

844
01:04:17,680 --> 01:04:20,800
‎หรืออาจจะถึงขั้นไม่แน่ใจ
‎หรือรู้สึกสิ้นหวังเลยด้วยซ้ำ

845
01:04:25,680 --> 01:04:27,440
‎เขาปกปิดสิ่งเหล่านั้นได้ดี

846
01:04:27,960 --> 01:04:31,920
‎เพราะจากภายนอก เวลาเขาไปอู่…

847
01:04:32,000 --> 01:04:33,000
‎(ซาบีน เคห์ม
‎ผู้จัดการ)

848
01:04:33,080 --> 01:04:35,880
‎หรือที่ไหนก็ตามที่มีคนเห็นเขา

849
01:04:35,960 --> 01:04:36,800
‎เขาจะ

850
01:04:37,400 --> 01:04:38,720
‎มีพลังและกระฉับกระเฉง

851
01:04:41,360 --> 01:04:45,480
‎เขาตระหนักตั้งแต่ช่วงแรกที่เป็นนักแข่งแล้วว่า

852
01:04:45,560 --> 01:04:48,120
‎ทุ่มไปเท่าไรก็ได้ออกมาเท่านั้น

853
01:04:48,640 --> 01:04:50,320
‎สิ่งนั้นกลายเป็นคติประจำใจเขา

854
01:04:50,400 --> 01:04:52,760
‎มันต้องทุ่มสุดตัว

855
01:04:52,840 --> 01:04:53,920
‎เหมือนสงครามครับ

856
01:04:54,000 --> 01:04:57,360
‎ถ้าไม่สู้ขาดใจ คุณก็จะไม่ได้ขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง

857
01:04:57,440 --> 01:04:59,800
‎นั่นคือปรัชญาของมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

858
01:05:08,240 --> 01:05:10,680
‎ทุกอย่างในรถต้องสมบูรณ์แบบ

859
01:05:10,760 --> 01:05:13,480
‎เขาใส่ใจรายละเอียดมากๆ

860
01:05:13,560 --> 01:05:14,720
‎และต้องการให้เรา

861
01:05:15,640 --> 01:05:16,880
‎ทำแบบเดียวกัน

862
01:05:17,480 --> 01:05:20,240
‎กับคนก็เหมือนกัน

863
01:05:20,320 --> 01:05:22,640
‎เขาใส่ใจรายละเอียดของคนอื่นมากๆ

864
01:05:22,720 --> 01:05:25,400
‎เขายิ้มทุกครั้ง พูดคำว่า "ขอบคุณ" กับทุกคน

865
01:05:25,480 --> 01:05:27,200
‎และขอร้องทุกคนอย่างสุภาพ

866
01:05:27,280 --> 01:05:28,800
‎ขนาดช่วงที่เครียดมากก็ยังทำ

867
01:05:28,880 --> 01:05:29,720
‎(จีอันลูคา พิล็อต)

868
01:05:29,800 --> 01:05:31,040
‎มันคือการใส่ใจรายละเอียด…

869
01:05:31,120 --> 01:05:32,800
‎(อดีตช่างยนต์ของสกูเดเรียเฟอร์รารี่)

870
01:05:32,880 --> 01:05:34,520
‎ที่เขามีให้กับเราแต่ละคน

871
01:05:34,600 --> 01:05:38,880
‎สำหรับเขา รถสำคัญ ทีมสำคัญ

872
01:05:38,960 --> 01:05:39,800
‎สำคัญสำหรับทุกคน

873
01:05:40,480 --> 01:05:43,840
‎มีอยู่ช่วงหนึ่ง
‎ที่การกระทำของมิชชาเอลส่งผลต่อคนรอบข้าง

874
01:05:44,840 --> 01:05:47,760
‎นักแข่งส่งอิทธิพลต่อคนอื่นในเรื่องเหล่านั้นได้

875
01:05:47,840 --> 01:05:49,280
‎เป็นแรงกระตุ้นให้คนในทีม

876
01:05:50,240 --> 01:05:52,640
‎มิชชาเอลรู้จักพนักงานทุกคน

877
01:05:52,720 --> 01:05:55,360
‎รู้ชื่อพวกเขา บางทีก็รู้ยันชื่อภรรยา

878
01:05:56,120 --> 01:05:57,760
‎เขาเล่นฟุตบอลกับพวกเขา

879
01:05:58,280 --> 01:05:59,760
‎เขาเป็นนักสร้างแรงจูงใจที่ดี

880
01:06:00,360 --> 01:06:05,960
‎ผู้คนสนับสนุนมิชชาเอลอย่างมาก
‎และพยายามทำให้เขาประสบความสำเร็จ

881
01:06:08,800 --> 01:06:12,640
‎ถ้าคุณสามารถทำให้ทุกคนกระตือรือร้นกับคุณ
‎พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ

882
01:06:13,600 --> 01:06:15,000
‎และมีความสุขที่ได้ทำ

883
01:06:16,240 --> 01:06:18,000
‎ฉันว่านั่นคือสิ่งที่สำคัญ

884
01:06:18,080 --> 01:06:22,160
‎ขนาดคนที่ทำพาสต้าให้พวกเขากิน
‎ยังมีความสุขเลยเวลาเขามา

885
01:06:22,240 --> 01:06:25,360
‎เพราะเขาขอบคุณชายคนนั้นทุกครั้ง
‎และบอกว่า "พาสต้าของคุณอร่อยที่สุด"

886
01:06:25,440 --> 01:06:29,440
‎เขาพูดว่า "ใช่ๆ
‎พาสต้าผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก"

887
01:06:29,520 --> 01:06:30,600
‎เขาชอบเมนูนั้นมาก

888
01:06:31,640 --> 01:06:35,920
‎ขนาดพ่อครัวยังเป็นส่วนสำคัญของทีมเลย

889
01:06:36,000 --> 01:06:39,840
‎มันคือครอบครัวใหญ่ที่ทำให้รู้สึกมั่นคงและปลอดภัย

890
01:06:47,880 --> 01:06:51,880
‎ผมว่าช่างยนต์กับวิศวกรของผม
‎รู้ว่าต้องมองผมยังไง

891
01:06:51,960 --> 01:06:53,640
‎พวกเขาเชื่อในตัวผมเต็มร้อย

892
01:06:53,720 --> 01:06:55,080
‎ผมก็เชื่อในตัวพวกเขาเต็มร้อย

893
01:06:56,280 --> 01:06:59,640
‎ทุกครั้งที่ผมอยู่บนสนามทั้งวัน

894
01:06:59,720 --> 01:07:02,560
‎ผมจะพยายามหาว่า
‎ผมจะเปลี่ยนอะไรในรถได้บ้าง

895
01:07:03,440 --> 01:07:04,920
‎เพื่อให้มันเร็วขึ้น

896
01:07:11,320 --> 01:07:14,240
‎พวกเขาฉีดน้ำลงบนทาง
‎เพื่อทดสอบล้อสำหรับพื้นเปียก

897
01:07:14,320 --> 01:07:15,560
‎ทดสอบล้อยางระดับกลาง

898
01:07:15,640 --> 01:07:20,200
‎และลองสารพัดอย่างถ้าวันนั้นอยู่จนใกล้มืด

899
01:07:22,200 --> 01:07:25,600
‎จำนวนชั่วโมงที่เขาใช้ในการพัฒนารถ

900
01:07:25,680 --> 01:07:28,920
‎และทดสอบโดยที่ไม่มีคนทั่วไปดูอยู่
‎ในรายการกรังด์ปรีซ์

901
01:07:29,000 --> 01:07:29,840
‎สูงมากจนต้องตะลึง

902
01:08:07,000 --> 01:08:09,160
‎เราเริ่มทดสอบตอนแปดโมงเช้า

903
01:08:09,240 --> 01:08:11,600
‎บางครั้งกว่าจะเลิกก็สองทุ่ม

904
01:08:15,320 --> 01:08:17,120
‎เขาต้องการอะไรหลายอย่างจากตัวเอง

905
01:08:18,960 --> 01:08:19,800
‎เขา…

906
01:08:20,600 --> 01:08:22,040
‎พยายามถึงขีดสุด

907
01:08:22,680 --> 01:08:24,920
‎ในการที่จะขับรถที่ไม่ดีเท่าของคู่แข่ง

908
01:08:26,040 --> 01:08:27,920
‎ให้ออกมามีผลลัพธ์

909
01:08:34,319 --> 01:08:36,920
‎โดยพื้นฐานแล้วรถของแม็คลาเรนดีกว่ามาก

910
01:08:37,000 --> 01:08:39,040
‎ไม่มีทางที่เราจะพัฒนาจนตามได้ทัน

911
01:08:41,680 --> 01:08:44,520
‎สิ่งนั้นทำให้เขาวิตก

912
01:08:44,600 --> 01:08:45,920
‎เป็นใครก็วิตก

913
01:08:55,000 --> 01:09:01,920
‎ชูมัคเคอร์ ผู้ซึ่งร่วมพัฒนารถเฟอร์รารี่กับทีม
‎และทำให้มันมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

914
01:09:02,000 --> 01:09:03,680
‎พบว่าเขามีคู่แข่งคนใหม่

915
01:09:04,359 --> 01:09:06,399
‎นักแข่งฉายาฟลายอิ้งฟลินน์

916
01:09:07,000 --> 01:09:07,840
‎มิก้า ฮักคิเนน

917
01:09:14,160 --> 01:09:19,760
‎มิก้า ฮักคิเนนรู้ว่าเขามีอาวุธร้ายกาจอยู่ในมือ
‎ตั้งแต่การทดสอบครั้งแรกแล้ว

918
01:09:19,840 --> 01:09:22,399
‎ปีนั้นรถแม็คลาเรนคือจรวดดีๆ นี่เอง

919
01:09:22,479 --> 01:09:27,720
‎เฟอร์รารี่ต้องพยายามอย่างหนัก
‎ในการพัฒนารถให้เทียบเท่ากับของแม็คลาเรน

920
01:09:29,560 --> 01:09:30,800
‎มิก้า ฮักคิเนนกำลังนำ

921
01:09:30,880 --> 01:09:32,399
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์อยู่ไหนครับ

922
01:09:33,040 --> 01:09:35,080
‎ละอองน้ำที่หลังรถเป็นเส้นยาวเลยครับ

923
01:09:35,160 --> 01:09:38,240
‎ทางข้างหน้าของมิก้า ฮักคิเนน
‎โล่งและไม่มีรถคันไหนขวางอยู่

924
01:09:44,000 --> 01:09:47,560
‎มิก้า ฮักคิเนนจะทำให้เขา
‎มีความลำบากในการแซงหรือเอาชนะตั้งแต่เริ่ม

925
01:10:01,720 --> 01:10:05,360
‎ฮักคิเนนกับชูมัคเคอร์ผลัดกันชนะผลัดกันแพ้ทั้งปี

926
01:10:05,440 --> 01:10:06,680
‎ฮักคิเนนมีพลาดบ้าง

927
01:10:06,760 --> 01:10:09,160
‎ส่วนชูมัคเคอร์ก็ชนะอย่างสวยงามในบางครั้ง

928
01:10:09,960 --> 01:10:12,520
‎ชูมัคเคอร์มีสิทธิ์สูง
‎ที่จะชนะการแข่งชิงแชมป์โลกครั้งนั้น

929
01:10:13,680 --> 01:10:15,560
‎มิชชาเอลกังวลอย่างเห็นได้ชัด

930
01:10:16,120 --> 01:10:21,200
‎วิธีการเอาชนะของเขาคือ ต้องไม่มีความกลัว

931
01:10:21,960 --> 01:10:23,480
‎ไม่มีการคิดว่า

932
01:10:24,640 --> 01:10:27,120
‎"ฉันจะบาดเจ็บรึเปล่า คนอื่นจะบาดเจ็บรึเปล่า"

933
01:10:29,800 --> 01:10:31,440
‎ผมไปคุยกับมิชชาเอลเลยครับ

934
01:10:31,520 --> 01:10:34,000
‎ผมบอกเขาว่า "นี่ นายจะทำแบบนั้นไม่ได้

935
01:10:35,680 --> 01:10:38,680
‎นายจะทำแบบนั้นไม่ได้
‎เพราะเรากำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง

936
01:10:38,760 --> 01:10:40,200
‎วิ่งตั้ง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

937
01:10:40,280 --> 01:10:41,560
‎และฉันก็เหยียบเร็วขึ้นด้วย

938
01:10:41,640 --> 01:10:42,720
‎นายจะขวางรถฉันไม่ได้"

939
01:10:43,560 --> 01:10:44,480
‎แล้วเขาก็แบบ

940
01:10:45,840 --> 01:10:48,600
‎ยักไหล่แล้วก็พูดว่า "มิก้า นี่แข่งรถนะ"

941
01:10:50,520 --> 01:10:51,440
‎ขยับครั้งสุดท้าย

942
01:10:52,440 --> 01:10:53,280
‎แล้วก็เอาอีก

943
01:10:54,880 --> 01:10:55,720
‎ก่อนที่นาย…

944
01:10:58,560 --> 01:11:01,880
‎เราสนุกและยกย่องความสำเร็จของใครบางคน

945
01:11:01,960 --> 01:11:02,920
‎ส่วนคนอื่นก็ยกย่องเรา

946
01:11:03,000 --> 01:11:04,440
‎เราแต่ละคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง

947
01:11:05,440 --> 01:11:08,160
‎แต่ในสนามเราเป็นคู่แข่งกัน

948
01:11:09,160 --> 01:11:10,760
‎ดังนั้นมันยากที่จะเป็นเพื่อนกันในสนาม

949
01:11:11,520 --> 01:11:12,720
‎ผมว่ามีอยู่สองด้านนะ ใช่มั้ย

950
01:11:12,800 --> 01:11:14,360
‎ด้านหนึ่งคือมิชชาเอล เป็นนักแข่งรถ

951
01:11:14,440 --> 01:11:16,320
‎(เดวิด โคลต์ฮาร์ด
‎อดีตนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน)

952
01:11:16,400 --> 01:11:17,720
‎(ทีมแม็คลาเรน-เมอร์เซเดส)

953
01:11:17,800 --> 01:11:20,400
‎นักแข่งที่เร็ว มุ่งมั่น ไม่ยอม และดุดัน

954
01:11:20,480 --> 01:11:23,280
‎อีกด้านคือมิชชาเอล ผู้ชายทั่วไปที่รักครอบครัว

955
01:11:24,440 --> 01:11:26,680
‎ผมสังสรรค์กับเขาตอนค่ำหลายครั้ง

956
01:11:27,600 --> 01:11:28,920
‎ดื่มบาคาร์ดี้โค้ก

957
01:11:29,000 --> 01:11:30,400
‎ส่วนเขาก็สูบบุหรี่ซิการ์

958
01:11:30,480 --> 01:11:31,920
‎เขาเป็นอีกคนเลยนะ

959
01:11:32,000 --> 01:11:34,560
‎เพราะตอนนั้นเราไม่ต้องแข่งกัน

960
01:11:34,640 --> 01:11:37,360
‎มันคือช่วงเวลาสังสรรค์ดีๆ ที่เราใช้ร่วมกัน

961
01:11:41,560 --> 01:11:44,720
‎ถ้าไปปาร์ตี้นะ
‎เขาจะไปถึงเป็นคนแรกและกลับเป็นคนสุดท้าย

962
01:11:45,600 --> 01:11:46,800
‎เขาชอบปาร์ตี้มาก

963
01:11:51,280 --> 01:11:53,880
‎เราหัวเราะเฮฮา

964
01:11:53,960 --> 01:11:55,880
‎สนุกสุดเหวี่ยง

965
01:11:55,960 --> 01:11:59,920
‎เด็กๆ ยังจำได้อยู่เลยว่าสนุกมาก

966
01:12:00,000 --> 01:12:03,360
‎มิชชาเอลชอบโยนคนอื่นลงในสระว่ายน้ำ

967
01:12:03,440 --> 01:12:05,840
‎สุดท้ายเราทุกคนอยู่ในสระทุกครั้ง

968
01:12:05,920 --> 01:12:08,000
‎มันเป็นสิ่งที่มิชชาเอลชอบ

969
01:12:08,080 --> 01:12:11,520
‎ขนาดในงานแต่งเรา
‎คนในงานยังโดนอุ้มโยนลงน้ำเลย

970
01:12:13,000 --> 01:12:14,800
‎เขาร้องเพลงไม่เก่ง

971
01:12:14,880 --> 01:12:17,240
‎มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาไม่ถนัด

972
01:12:17,840 --> 01:12:19,800
‎ร้องทีไรก็ร้องแต่เพลง "มายเวย์"

973
01:12:20,360 --> 01:12:21,440
‎เพราะรู้เนื้อเพลง

974
01:12:22,360 --> 01:12:23,520
‎ตลกมาก

975
01:12:40,520 --> 01:12:43,720
‎แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาอยู่คนเดียว

976
01:12:43,800 --> 01:12:45,320
‎ไม่มีใครอยู่ใกล้เขา

977
01:12:46,280 --> 01:12:49,480
‎ผมว่าการรู้จักมิชชาเอลค่อนข้างยากนะ

978
01:12:49,560 --> 01:12:51,000
‎เขาเป็นคนที่…

979
01:12:51,760 --> 01:12:52,760
‎เขา…

980
01:12:52,840 --> 01:12:54,960
‎เหมือนเขามีกำแพง

981
01:13:00,360 --> 01:13:02,640
‎มิชชาเอลเป็นคนขี้ระแวงมาก

982
01:13:04,760 --> 01:13:08,200
‎ตอนแรกเขาจะเป็นอย่างนั้น

983
01:13:08,280 --> 01:13:12,600
‎จนกว่าจะรู้สึกว่า
‎เขารู้จักคนคนนั้นจริงๆ หรือไว้ใจคนคนนั้นได้

984
01:13:12,680 --> 01:13:14,520
‎เขาถึงจะเปิดใจเต็มร้อย

985
01:13:14,600 --> 01:13:17,000
‎ตอนแรกที่เขารู้จักฉัน เขาก็เป็นแบบนั้น

986
01:13:17,080 --> 01:13:19,760
‎และไม่ใช่แค่กับฉัน กับเพื่อนคนอื่นๆ ก็ด้วย

987
01:13:20,560 --> 01:13:22,040
‎เขาเป็นคนที่

988
01:13:23,280 --> 01:13:25,880
‎ขี้ระแวงมากมาตลอด

989
01:13:25,960 --> 01:13:26,880
‎ฉันขอบอกเลยค่ะ

990
01:13:27,640 --> 01:13:28,800
‎แต่

991
01:13:30,240 --> 01:13:32,200
‎ถ้าเขาเปิดใจ เขาจะเปิดเต็มร้อย

992
01:13:32,280 --> 01:13:33,160
‎เปิดหมดทุกเรื่อง

993
01:13:33,760 --> 01:13:37,840
‎(สปา ประเทศเบลเยียม
‎30 สิงหาคม 1998)

994
01:13:40,320 --> 01:13:41,680
‎ในการแข่งขันชิงแชมป์นักแข่ง

995
01:13:41,760 --> 01:13:45,320
‎มิก้า ฮักคิเนน
‎คะแนนนำมิชชาเอล ชูมัคเคอร์เจ็ดแต้ม

996
01:13:45,400 --> 01:13:46,920
‎ข้างมิก้าในแถวหน้าสุด

997
01:13:47,520 --> 01:13:49,160
‎คือเดวิด โคลต์ฮาร์ด เพื่อนร่วมทีม

998
01:13:49,680 --> 01:13:52,120
‎ดังนั้นแถวหน้าสุดจึงมีแต่นักแข่งของแม็คลาเรน

999
01:13:55,680 --> 01:13:57,840
‎มิก้า ฮักคิเนน
‎ได้จุดออกตัวจุดแรกเป็นครั้งที่เก้า…

1000
01:13:57,920 --> 01:14:00,320
‎(ซีซั่นที่สามของชูมัคเคอร์ปี 1998
‎สกูเดเรียเฟอร์รารี่)

1001
01:14:00,400 --> 01:14:03,680
‎จากการแข่ง 13 ครั้งในปีนี้

1002
01:14:03,760 --> 01:14:04,920
‎ไฟออกครบห้าดวงแล้ว

1003
01:14:06,680 --> 01:14:08,600
‎ออกตัวๆ

1004
01:14:08,680 --> 01:14:10,560
‎ฮักคิเนนนำอีกแล้วครับ

1005
01:14:10,640 --> 01:14:12,280
‎เออร์ไวน์ขึ้นมาทางด้านซ้ายอีกแล้ว

1006
01:14:12,360 --> 01:14:15,000
‎เดม่อน ฮิลล์ออกตัวได้ดีแล้วก็ขึ้นมานำ

1007
01:14:15,080 --> 01:14:15,960
‎เขาขึ้นมานำ

1008
01:14:16,040 --> 01:14:18,800
‎เดม่อน ฮิลล์ขึ้นมานำทุกคนที่โค้งลาซอร์ส

1009
01:14:18,880 --> 01:14:22,800
‎ชูมัคเคอร์อ้อมโค้งที่ด้านนอกแล้วก็ชนฮักคิเนน

1010
01:14:22,880 --> 01:14:24,240
‎ชูมัคเคอร์ชนฮักคิเนน

1011
01:14:26,960 --> 01:14:29,440
‎(ฮิลล์ 1
‎จอร์แดน ฮอนด้า)

1012
01:14:29,520 --> 01:14:33,320
‎ฮักคิเนนออกจากการแข่งขัน
‎หลังจากเริ่มแข่งได้ไม่นาน

1013
01:14:33,400 --> 01:14:37,360
‎นี่คือโอกาสที่ชูมัคเคอร์
‎นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

1014
01:14:37,440 --> 01:14:38,800
‎ใช้มันในการเอาแต้มสิบแต้ม

1015
01:14:38,880 --> 01:14:41,200
‎ในขณะที่ฮักคิเนนจะไม่ได้เลยสักแต้ม

1016
01:14:41,280 --> 01:14:47,040
‎นั่นคือสิ่งสำคัญสำหรับศึกชิงแชมป์โลกที่ยาวนาน
‎โดยที่แต่ละคนฝีมือสูสีกัน

1017
01:14:50,600 --> 01:14:53,520
‎ถ้ามิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎นำเป็นอันดับหนึ่งได้เรื่อยๆ

1018
01:14:53,600 --> 01:14:57,600
‎เขาจะได้ที่หนึ่ง
‎ในรายการชิงแชมป์โลกโดยมีคะแนนนำสามแต้ม

1019
01:14:58,360 --> 01:15:03,920
‎(มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ 1
‎เฟอร์รารี่)

1020
01:15:04,000 --> 01:15:05,760
‎เส้นทางวิ่งเต็มไปด้วยน้ำ

1021
01:15:09,000 --> 01:15:12,200
‎(มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ รอบ 9
‎รอบที่เร็วที่สุด 2:03.766)

1022
01:15:12,280 --> 01:15:15,560
‎ล้อรถที่ใหญ่สะบัดเอาละอองน้ำขึ้นมา

1023
01:15:15,640 --> 01:15:16,640
‎เอาน้ำขึ้นมาจากถนน

1024
01:15:17,200 --> 01:15:21,000
‎ถ้าคุณวิ่งตามรถ
‎คุณจะไม่เห็นรถอีกคันหรือเห็นด้านข้างของถนน

1025
01:15:21,080 --> 01:15:22,200
‎ไม่เห็นอะไรเลย

1026
01:15:23,240 --> 01:15:24,560
‎(1 มิชชาเอล
‎8 โคลต์ฮาร์ด)

1027
01:15:27,480 --> 01:15:29,880
‎มิชชาเอลชนะด้วยคะแนนทิ้งห่าง

1028
01:15:29,960 --> 01:15:33,960
‎ทีมบอกผมว่า
‎"เบอร์หนึ่งกำลังจะแซงรอบคุณ"

1029
01:15:34,040 --> 01:15:36,000
‎แต่ฝนตก ดังนั้นคุณมองไม่เห็น

1030
01:15:36,080 --> 01:15:37,400
‎มีกระจกเล็กๆ ก็จริง

1031
01:15:37,480 --> 01:15:40,000
‎แต่มีละอองน้ำเกาะ
‎จึงตัดสินไม่ได้ว่ารถอีกคันอยู่ตรงไหน

1032
01:15:40,520 --> 01:15:44,360
‎ผมรอให้เขาแซง
‎ในช่วงที่เรากำลังจะเข้าโค้งบลังค์ชีมองต์

1033
01:15:44,440 --> 01:15:45,920
‎ซึ่งเป็นโค้งหักซ้ายที่ต้องวิ่งเร็วมาก

1034
01:15:49,280 --> 01:15:52,920
‎อย่าลืมครับว่าเดวิด โคลต์ฮาร์ด
‎ก็อยู่ในสนามที่เปียกและขับยากมากนี้เหมือนกัน

1035
01:15:53,000 --> 01:15:54,320
‎โอ้พระเจ้า

1036
01:15:54,400 --> 01:15:57,080
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ขับชนเดวิด โคลต์ฮาร์ด

1037
01:15:57,160 --> 01:16:00,120
‎เดวิดออกจากการแข่งขันเบลเยียมกรังด์ปรีซ์

1038
01:16:00,200 --> 01:16:04,240
‎เขาน่าจะคิดให้รอบคอบกว่านี้
‎ในการพยายามแซงเดวิด

1039
01:16:04,320 --> 01:16:06,720
‎มิชชาเอลเปรียบเหมือน
‎คนโดยสารในอุบัติเหตุครั้งนั้น

1040
01:16:06,800 --> 01:16:07,960
‎ว่างั้นละกัน

1041
01:16:08,040 --> 01:16:13,120
‎ช่วงแรกของสนามง่ายมากสำหรับโคลต์ฮาร์ด
‎ที่จะเบี่ยงเข้าด้านข้างและให้มิชชาเอลแซง

1042
01:16:13,840 --> 01:16:16,320
‎แต่เขาไม่ทำ เขาวิ่งที่เดิมและทำให้แซงยาก

1043
01:16:18,040 --> 01:16:20,360
‎ผมว่าเดวิดปล่อยคันเร่ง

1044
01:16:21,840 --> 01:16:23,760
‎เราจะไม่ทำอย่างนั้นเวลาขับบนถนนเปียก

1045
01:16:23,840 --> 01:16:25,960
‎เพราะนักแข่งมองไม่เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

1046
01:16:26,040 --> 01:16:28,000
‎เราห้ามเอาเท้าออกจากคันเร่ง

1047
01:16:28,080 --> 01:16:29,280
‎มิชชาเอลก็เลยชนเขาไง

1048
01:16:37,320 --> 01:16:39,240
‎เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งในการแข่งชิงแชมป์

1049
01:16:39,320 --> 01:16:40,760
‎ตอนนี้เขากำลังทำอะไรครับ

1050
01:16:40,840 --> 01:16:43,720
‎เขากำลังเดินออกจากพิทเลน น่าจะไป…

1051
01:16:43,800 --> 01:16:46,600
‎ดูครับๆ เขาพูดว่า "ผมจะไปหาคณะกรรมการ"

1052
01:16:46,680 --> 01:16:48,000
‎เขากำลังเดินไปหาโคลต์ฮาร์ด

1053
01:16:48,080 --> 01:16:50,400
‎เขาจะไปเคลียร์กับเดวิด โคลต์ฮาร์ด

1054
01:16:50,480 --> 01:16:51,680
‎ผมรู้ว่าเขาโกรธ

1055
01:16:51,760 --> 01:16:54,480
‎คอเขานี่แดงเลยครับ

1056
01:16:54,560 --> 01:16:55,400
‎ตาเขาแบบ…

1057
01:16:55,480 --> 01:16:58,000
‎แต่ทีมแยกเราไม่ให้ปะทะกัน

1058
01:16:58,080 --> 01:16:59,080
‎จะฆ่าฉันรึไง

1059
01:17:12,880 --> 01:17:16,120
‎เราไปเจอกันบนรถบัสของเบอร์นี่ เอ็คเคิลสโตน
‎เพื่อเคลียร์กัน

1060
01:17:16,200 --> 01:17:19,560
‎ผมบอกเขาว่า
‎"ฉันยอมรับว่าฉันมีส่วนผิดในการชนครั้งนี้

1061
01:17:19,640 --> 01:17:21,880
‎แต่นายก็ต้องรับผิดด้วยส่วนหนึ่ง"

1062
01:17:21,960 --> 01:17:23,960
‎เขาตอบว่า "ไม่ ฉันว่าไม่ใช่อย่างนั้น"

1063
01:17:24,040 --> 01:17:27,440
‎ผมก็ตอบกลับไปว่า "เอาตามจริงนะ มิชชาเอล
‎นายมาชนที่ด้านหลังของฉัน

1064
01:17:27,520 --> 01:17:29,760
‎ฉันไม่ได้ถอยไปชนนายสักหน่อย"

1065
01:17:29,840 --> 01:17:32,040
‎เราคุยกันจนถึงจุดที่ผมพูดว่า

1066
01:17:32,120 --> 01:17:34,880
‎"นี่ บางครั้งนายก็ต้องผิดบ้าง"

1067
01:17:34,960 --> 01:17:36,920
‎เขาหยุดคิดสักพักแล้วก็พูดว่า

1068
01:17:37,640 --> 01:17:38,920
‎"ไม่เห็นจำได้"

1069
01:17:48,560 --> 01:17:53,600
‎ความคาดหวังและความผิดหวังสูงขึ้นเรื่อยๆ

1070
01:17:53,680 --> 01:17:55,240
‎(ราชาคนเดียวคือชูมี่)

1071
01:17:55,320 --> 01:17:57,800
‎เพราะสิ่งที่ผู้คนคิดคือ

1072
01:17:57,880 --> 01:18:00,680
‎"มิชชาเอลเข้ามา
‎เฟอร์รารี่จะต้องชนะทันทีแน่นอน"

1073
01:18:00,760 --> 01:18:01,960
‎(ชูมี่ตลอดไป)

1074
01:18:02,040 --> 01:18:05,440
‎(มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ พระเจ้า)

1075
01:18:05,520 --> 01:18:07,880
‎เขาร่วมแข่งในปี 1996

1076
01:18:08,640 --> 01:18:09,520
‎1997

1077
01:18:10,240 --> 01:18:11,160
‎1998

1078
01:18:12,000 --> 01:18:13,120
‎แล้วก็ 1999

1079
01:18:13,200 --> 01:18:17,240
‎จนถึงจุดหนึ่งมีคนสงสัยว่า
‎มิชชาเอลใช่นักแข่งสำหรับเรามั้ย

1080
01:18:17,320 --> 01:18:19,640
‎หรือเราควรจ้างนักแข่งอย่างฮักคิเนน

1081
01:18:20,240 --> 01:18:25,560
‎(ซิลเวอร์สโตน บริเตนใหญ่
‎11 กรกฎาคม 1999)

1082
01:18:32,880 --> 01:18:35,080
‎มิก้า ฮักคิเนน
‎ทำคะแนนไปได้อย่างสวยงามที่สนามนี้

1083
01:18:35,160 --> 01:18:37,360
‎(ซีซั่นที่สี่ของชูมัคเคอร์ปี 1999
‎สกูเดเรียเฟอร์รารี่)

1084
01:18:37,440 --> 01:18:38,960
‎เช้านี้เราแข่งรอบควอลิฟายไป

1085
01:18:39,040 --> 01:18:41,040
‎และมิก้า ฮักคิเนนวิ่งได้เร็วที่สุด

1086
01:18:41,120 --> 01:18:45,160
‎เขาวิ่งได้เร็วที่สุดอย่างสบายๆ
‎ในรอบควอลิฟายแต่ละรอบ

1087
01:18:45,960 --> 01:18:49,080
‎ส่วนมิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎เมื่อเช้านี้ในรอบอุ่นเครื่อง

1088
01:18:49,160 --> 01:18:52,720
‎ช้ากว่ามิก้า ฮักคิเนนไป 0.7 วินาที

1089
01:18:52,800 --> 01:18:54,440
‎เร็วที่สุดเป็นอันดับสอง

1090
01:18:57,560 --> 01:18:58,480
‎ถึงเวลาแข่งจริงแล้ว

1091
01:18:59,520 --> 01:19:01,520
‎ซิ่งบนสนามซิลเวอร์สโตนกันเลย

1092
01:19:02,680 --> 01:19:03,520
‎เริ่ม

1093
01:20:13,160 --> 01:20:15,600
‎ล้อหน้าเข้ามาถึงห้องคนขับ

1094
01:20:15,680 --> 01:20:17,560
‎และติดอยู่ตรงไหนสักที่ในนั้น

1095
01:20:18,120 --> 01:20:23,840
‎ผมออกมาไม่ได้
‎ขาผมติด และผมพยายามดึงขาออก

1096
01:20:35,040 --> 01:20:38,880
‎ผมก็นอนราบกับเบาะ
‎แล้วก็สังเกตว่าตัวเองเริ่มสงบขึ้น

1097
01:20:39,960 --> 01:20:42,000
‎ทันใดนั้นผมก็รู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นช้าลง

1098
01:20:42,600 --> 01:20:44,720
‎ช้าลง แล้วก็ช้าลง

1099
01:20:45,320 --> 01:20:47,720
‎จนอยู่ๆ มันก็หยุดเต้นไปเลย

1100
01:20:47,800 --> 01:20:51,800
‎แล้วผมก็คิดในใจว่า
‎"นี่สินะ ความรู้สึกเมื่อกำลังจะไปสวรรค์"

1101
01:20:57,840 --> 01:21:00,080
‎ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันอยู่ที่บ้าน

1102
01:21:00,160 --> 01:21:06,600
‎เขาโบกมือจากหลังผ้าที่กั้นอยู่
‎เพื่อบอกเราว่า "ทุกอย่างโอเค"

1103
01:21:13,320 --> 01:21:16,600
‎ตอนนั้นเลยที่ฉันคิดว่า "ตายแล้ว"

1104
01:21:17,360 --> 01:21:18,920
‎แต่โดยรวมแล้ว

1105
01:21:19,000 --> 01:21:24,440
‎ทุกครั้งเราจะผ่านการแข่งขันไปได้อย่างปลอดภัย

1106
01:21:24,520 --> 01:21:27,480
‎นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันมั่นใจ

1107
01:21:27,560 --> 01:21:32,360
‎ว่าเขามีเทวทูตผู้พิทักษ์คอยปกป้องอยู่

1108
01:21:42,240 --> 01:21:47,880
‎ฉันไม่รู้ว่ามันคือกำแพงป้องกันที่สร้างขึ้นมาเอง

1109
01:21:48,640 --> 01:21:53,280
‎หรือเพราะไร้เดียงสากันแน่

1110
01:21:53,800 --> 01:21:55,680
‎ฉันไม่รู้ค่ะ

1111
01:21:56,480 --> 01:21:59,920
‎แต่ฉันไม่เคย

1112
01:22:00,560 --> 01:22:03,640
‎คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับมิชชาเอล

1113
01:22:12,680 --> 01:22:14,000
‎ปลายปี 1999

1114
01:22:14,640 --> 01:22:16,160
‎พวกเขาแข่งไปทั้งหมดสี่ซีซั่น

1115
01:22:16,760 --> 01:22:18,120
‎พวกเขาชนะบางการแข่งขัน

1116
01:22:18,200 --> 01:22:19,400
‎มีความต้องการที่จะชนะ

1117
01:22:20,480 --> 01:22:23,560
‎แต่ต้องมีความอดทนมากกว่านี้

1118
01:22:25,360 --> 01:22:27,160
‎หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มสงสัย

1119
01:22:27,240 --> 01:22:31,000
‎ว่ามันจะเกิดขึ้นกับมิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎และเฟอร์รารี่มั้ย

1120
01:22:43,640 --> 01:22:49,200
‎เขารู้ว่าเขาคือผู้ชนะ เขารู้ว่าเขาคือแชมป์

1121
01:22:49,800 --> 01:22:51,800
‎เรามั่นใจว่าเราใกล้จะชนะแล้ว

1122
01:22:51,880 --> 01:22:53,880
‎(ปีเอโร เฟอร์รารี่
‎รองประธานของเฟอร์รารี่)

1123
01:22:53,960 --> 01:22:55,560
‎แต่เราไม่ชนะการแข่งขันชิงแชมป์

1124
01:22:55,640 --> 01:22:59,160
‎พอเราไม่ชนะ ก็มีความสงสัยเกิดขึ้น

1125
01:22:59,240 --> 01:23:02,840
‎สิ่งที่ผมกังวล ผมไม่มีความเห็นในเรื่องนั้น

1126
01:23:02,920 --> 01:23:05,640
‎มันคือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติครับ

1127
01:23:06,960 --> 01:23:10,360
‎ช่วงแรกของซีซั่นประจำปี 2000
‎สิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ

1128
01:23:10,440 --> 01:23:11,960
‎และทันใดนั้น

1129
01:23:12,880 --> 01:23:16,080
‎เราก็มาจนถึงกลางซีซั่น

1130
01:23:17,160 --> 01:23:20,720
‎มาอยู่ในจุดที่ยากที่จะเชื่อว่าเราสามารถชนะได้

1131
01:23:23,160 --> 01:23:25,960
‎เราเริ่มสงสัยในความสามารถของทุกคนในทีม

1132
01:23:26,880 --> 01:23:28,760
‎รวมทั้งมิชชาเอลด้วย

1133
01:23:33,960 --> 01:23:36,160
‎ถึงตอนนี้แล้วเราต้องชนะทุกการแข่งขัน

1134
01:23:37,160 --> 01:23:40,480
‎เพราะถ้าเราไม่ชนะ เราจะไม่ได้เป็นแชมป์โลก

1135
01:23:41,720 --> 01:23:47,360
‎(มอนซา อิตาลี
‎10 กันยายน 2000)

1136
01:23:52,520 --> 01:23:53,960
‎นี่คือจุดชี้เป็นชี้ตาย

1137
01:23:54,040 --> 01:23:55,760
‎ชูมัคเคอร์กำลังนำ ฮักคิเนนอยู่อันดับสอง

1138
01:23:55,840 --> 01:23:58,080
‎(ซีซั่นที่ห้าของชูมัคเคอร์ปี 2000
‎สกูเดเรียเฟอร์รารี่)

1139
01:23:58,160 --> 01:24:03,080
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์มองที่กระจก
‎เพื่อดูว่ามิก้า ฮักคิเนนอยู่ตรงนั้นมั้ย

1140
01:24:03,160 --> 01:24:06,240
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ชนะที่มอนซาในประเทศอิตาลี

1141
01:24:06,320 --> 01:24:09,840
‎และลดช่องว่างคะแนน
‎ระหว่างเขากับมิก้า ฮักคิเนน

1142
01:24:09,920 --> 01:24:11,000
‎ในการแข่งชิงแชมป์โลก

1143
01:24:11,080 --> 01:24:13,160
‎คุณชนะเป็นครั้งที่ 41 ซึ่งเท่ากับอาอีร์ตง เซนนา

1144
01:24:13,240 --> 01:24:15,240
‎คุณเป็นนักแข่งแถวหน้าตลอดกาล
‎คนที่สองต่อจากเขา

1145
01:24:15,320 --> 01:24:16,600
‎สถิตินี้มีความหมายกับคุณมากมั้ย

1146
01:24:16,680 --> 01:24:17,760
‎(งานแถลงข่าว มอนซา)

1147
01:24:17,840 --> 01:24:19,200
‎ครับ มันมีความหมายกับผมมาก

1148
01:24:22,800 --> 01:24:23,640
‎ขอโทษครับ

1149
01:24:36,280 --> 01:24:37,320
‎ขอบคุณ มิชชาเอล

1150
01:24:38,440 --> 01:24:40,040
‎มิก้าครับ ในการแข่งขันสองที่ผ่านมา

1151
01:24:40,120 --> 01:24:44,720
‎มิชชาเอลใจกว้างพอสมควรเลย
‎ที่วันนั้นเขายอมรับว่าคุณมีรถที่เร็วที่สุด

1152
01:24:44,800 --> 01:24:45,720
‎ซึ่งคือรถแม็คลาเรน

1153
01:24:45,800 --> 01:24:47,760
‎คุณว่าวันนี้เฟอร์รารี่คือรถที่เร็วที่สุดมั้ยครับ

1154
01:24:49,640 --> 01:24:50,480
‎พักก่อนได้มั้ย

1155
01:24:55,040 --> 01:24:59,960
‎(ซูซูกะ ประเทศญี่ปุ่น
‎8 ตุลาคม 2000)

1156
01:25:00,040 --> 01:25:03,040
‎ตอนนี้ความตึงเครียดเกินจะต้านไหว

1157
01:25:03,120 --> 01:25:06,040
‎มือผมเหงื่อออก

1158
01:25:06,120 --> 01:25:11,120
‎ผมหวังว่ามันจะเป็นการแข่งขันสุดระทึก
‎บนทุกตารางนิ้วของเส้นทาง

1159
01:25:15,720 --> 01:25:17,480
‎การชิงตำแหน่งแชมป์ที่ซูซูกะ

1160
01:25:17,560 --> 01:25:20,720
‎คือการชิงแชมป์วันสุดท้ายครั้งที่สี่ของเขา

1161
01:25:22,320 --> 01:25:24,040
‎มันอาจจะเป็นการแข่งขันที่สำคัญที่สุด

1162
01:25:24,120 --> 01:25:26,760
‎ในอาชีพนักแข่งฟอร์มูล่าวัน
‎ของชูมัคเคอร์เลยก็ว่าได้

1163
01:25:28,560 --> 01:25:30,880
‎เฟอร์รารี่รู้ว่ามิก้า ฮักคิเนนเร็วมาก

1164
01:25:30,960 --> 01:25:32,600
‎ข้อได้เปรียบของเขาคือความเร็ว

1165
01:25:32,680 --> 01:25:34,120
‎และเขาไม่ได้ซับซ้อนอะไร

1166
01:25:34,200 --> 01:25:37,440
‎เขาเร็วจนเหลือเชื่อ
‎เร็วจนกลายเป็นแรงบันดาลใจ

1167
01:25:39,360 --> 01:25:43,360
‎เขาก้มหัวลงแล้วก็หลับตา เหมือนกำลังทำสมาธิ

1168
01:25:43,880 --> 01:25:46,080
‎กำลังจินตนาการว่าจะขับยังไงให้ชนะ

1169
01:25:46,160 --> 01:25:49,000
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ต้องชนะการแข่งชิงแชมป์ในครั้งนี้

1170
01:25:49,080 --> 01:25:50,960
‎เพื่อตัวเองและเพื่อเฟอร์รารี่

1171
01:25:51,040 --> 01:25:53,880
‎ผมว่าฮักคิเนนกำลังทำใจสบายๆ

1172
01:25:57,760 --> 01:26:00,560
‎เราแพ้การแข่งขันรอบสุดท้ายของปี 1997

1173
01:26:00,640 --> 01:26:01,720
‎1998

1174
01:26:01,800 --> 01:26:03,080
‎และ 1999

1175
01:26:03,160 --> 01:26:05,080
‎และปี 2000 เราก็อาจจะแพ้อีก

1176
01:26:07,600 --> 01:26:08,760
‎จับตาดูให้ดี

1177
01:26:08,840 --> 01:26:09,680
‎สี่ดวงแล้ว

1178
01:26:09,760 --> 01:26:12,120
‎มาเต็มห้าดวงแล้วครับที่เจแปนนิสกรังด์ปรีซ์

1179
01:26:13,600 --> 01:26:14,440
‎การแข่งเริ่มขึ้นแล้ว

1180
01:26:14,520 --> 01:26:18,520
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์วิ่งตัดไปอีกด้าน
‎แล้วเบียดมิก้า ฮักคิเนนเข้ากำแพง

1181
01:26:18,600 --> 01:26:20,320
‎ฮักคิเนนเอาอีกแล้วครับ

1182
01:26:20,400 --> 01:26:24,120
‎เขาขึ้นมานำเหมือนปีก่อนและปีก่อนหน้าปีก่อน

1183
01:26:24,200 --> 01:26:27,320
‎ค่อนข้างเป็นข่าวร้ายสำหรับมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

1184
01:26:38,400 --> 01:26:44,720
‎(1 ฮักคิเนน
‎2 มิชชาเอล ชูมัคเคอร์)

1185
01:26:44,800 --> 01:26:48,200
‎(1 ฮักคิเนน
‎2 มิชชาเอล ชูมัคเคอร์)

1186
01:26:48,280 --> 01:26:50,280
‎(3 โคลต์ฮาร์ด
‎4 ราล์ฟ ชูมัคเคอร์)

1187
01:26:51,320 --> 01:26:53,040
‎ฮักคิเนนนำเป็นอันดับหนึ่ง

1188
01:26:53,120 --> 01:26:57,000
‎ตอนนี้เขาเข้าพิทสต็อปเป็นครั้งแรก
‎หลังจากวิ่งจบรอบที่ 22

1189
01:27:07,520 --> 01:27:10,000
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ขึ้นมานำครับ

1190
01:27:10,080 --> 01:27:13,360
‎และเขารู้ว่าเขาต้อง "ซิ่งๆๆ!" ในรอบนี้

1191
01:27:21,120 --> 01:27:22,240
‎มิชชาเอลเข้าพิทสต็อป

1192
01:27:22,320 --> 01:27:23,360
‎เจมส์ ยังอยู่มั้ย

1193
01:27:23,440 --> 01:27:24,560
‎ยังอยู่ มาร์ติน

1194
01:27:24,640 --> 01:27:27,600
‎ผมเพิ่งรู้ว่าฮักคิเนน
‎เติมเชื้อเพลิงที่วิ่งได้ 13 รอบ

1195
01:27:27,680 --> 01:27:28,800
‎แค่นั้นครับ

1196
01:27:30,120 --> 01:27:31,040
‎เจ็ดจุดสี่

1197
01:27:31,120 --> 01:27:33,360
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎เติมน้ำมันเชื้อเพลิงแค่นิดเดียว

1198
01:27:34,120 --> 01:27:36,640
‎ดูสิครับ มิก้า ฮักคิเนนวิ่งมาทางด้านขวา

1199
01:27:36,720 --> 01:27:39,440
‎และกำลังจะแซงชูมัคเคอร์

1200
01:27:39,520 --> 01:27:42,240
‎สถานการณ์เดิมกลับมาแล้วครับ

1201
01:27:54,920 --> 01:27:59,080
‎ช่างยนต์ของแม็คลาเรน
‎ออกมาเปลี่ยนยางเป็นครั้งที่สอง

1202
01:28:02,440 --> 01:28:04,200
‎ตอนนั้นฮักคิเนนกำลังนำอยู่

1203
01:28:04,280 --> 01:28:06,240
‎เขานำอยู่สักพัก

1204
01:28:07,000 --> 01:28:10,120
‎มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เรารอให้ช่างยนต์ที่พิทสต็อป

1205
01:28:10,960 --> 01:28:11,800
‎เปลี่ยนยางให้เสร็จ

1206
01:28:12,360 --> 01:28:16,360
‎ผมมองไปบนสนาม
‎แล้วเห็นมิก้ากำลังออกมาบนสนาม

1207
01:28:17,760 --> 01:28:19,360
‎ฮักคิเนน 7.4

1208
01:28:19,440 --> 01:28:23,320
‎สองรอบถัดจากนี้คือตัวตัดสินเจแปนนิสกรังด์ปรีซ์

1209
01:28:24,280 --> 01:28:25,520
‎เขาเข้าพิทสต็อปครับ

1210
01:28:25,600 --> 01:28:26,960
‎- เจมส์ครับ
‎- ใช่ เขา…

1211
01:28:27,040 --> 01:28:29,640
‎ดูสิ รอบนี้เขาเร็วกว่าฮักคิเนนครึ่งวินาที

1212
01:28:29,720 --> 01:28:31,560
‎ตอนนี้นำแค่ 0.268 วินาทีครับ

1213
01:28:31,640 --> 01:28:34,480
‎ฟังนะมิชชาเอล พอคุณออกไป เขาจะอยู่ตรงนั้น

1214
01:28:35,120 --> 01:28:36,440
‎ผมจะคอยแนะคุณ

1215
01:28:36,520 --> 01:28:38,920
‎ตอนนี้คุณกำลังนำอยู่ ได้เรื่อยๆ

1216
01:28:39,000 --> 01:28:40,240
‎ได้เรื่อยๆ

1217
01:28:41,240 --> 01:28:43,000
‎คุณยังนำอยู่ มิชชาเอล

1218
01:28:43,080 --> 01:28:45,280
‎ดีมาก ดี สุดยอด

1219
01:28:45,360 --> 01:28:46,680
‎วิ่งต่อไป

1220
01:28:46,760 --> 01:28:50,480
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์กลับเข้ามาในสนามแล้ว

1221
01:28:50,560 --> 01:28:53,400
‎และกำลังนำมิก้า ฮักคิเนน

1222
01:28:53,480 --> 01:28:56,840
‎เสียงแตรดังขึ้นเพราะพวกเขา
‎อยากให้เฟอร์รารี่ชนะในญี่ปุ่น

1223
01:28:56,920 --> 01:29:00,520
‎เหมือนกับที่พวกเขาอยากให้ชนะในประเทศอื่นๆ

1224
01:29:00,600 --> 01:29:07,600
‎(1 มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎2 ฮักคิเนน)

1225
01:29:08,680 --> 01:29:10,320
‎พวกเขาจะเชื่อสิ่งที่เห็นมั้ย

1226
01:29:10,400 --> 01:29:12,840
‎ช่างยนต์ของเฟอร์รารี่เดินออกมา

1227
01:29:12,920 --> 01:29:17,440
‎เพื่อต้อนรับมิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ฮีโร่ของพวกเขา กลับเข้าอาคาร

1228
01:29:40,520 --> 01:29:44,000
‎มิชชาเอล คุณจะออกอากาศนะ
‎แสดงความรู้สึกออกมาเลย

1229
01:29:49,240 --> 01:29:50,080
‎เหลือเชื่อ

1230
01:29:50,840 --> 01:29:53,160
‎คุณเก่งมากรอส

1231
01:29:53,920 --> 01:29:54,840
‎พวกคุณทุกคนเก่งมาก

1232
01:29:55,680 --> 01:29:56,720
‎เหลือเชื่อจริงๆ

1233
01:29:59,040 --> 01:30:01,160
‎เหลือเชื่อ เราชนะ

1234
01:30:01,240 --> 01:30:03,360
‎(1 มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ 98 แต้ม)

1235
01:30:03,440 --> 01:30:04,280
‎ขอบคุณ

1236
01:30:04,360 --> 01:30:06,240
‎ฝากส่งจุ๊บให้โครินนาด้วย

1237
01:30:06,320 --> 01:30:07,720
‎(2 ฮักคิเนน 86 แต้ม)

1238
01:30:08,480 --> 01:30:10,720
‎เอาละ เราจะได้เห็นความปีติกันแล้ว

1239
01:30:10,800 --> 01:30:11,680
‎ดูสิครับ

1240
01:30:18,640 --> 01:30:20,320
‎สุดยอดจริงๆ

1241
01:31:01,600 --> 01:31:07,360
‎มิชชาเอล!

1242
01:32:01,400 --> 01:32:04,080
‎พอเขาได้ตำแหน่งแชมป์ในปี 2000

1243
01:32:04,640 --> 01:32:08,280
‎ความกดดันทั้งหมดที่เขาแบกไว้ก็หมดไป

1244
01:32:09,360 --> 01:32:11,880
‎เขาไม่รู้สึกแล้วว่าเขาเป็นหนี้ใคร

1245
01:32:11,960 --> 01:32:15,920
‎เขาคว้าตำแหน่งแชมป์โลกให้เฟอร์รารี่ได้แล้ว
‎ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟอร์รารี่ต้องการมามากกว่า 20 ปี

1246
01:32:16,680 --> 01:32:18,760
‎พอเลยจุดนั้นไปแล้ว ทุกอย่างคือโบนัส

1247
01:32:19,280 --> 01:32:21,800
‎หลังจากนั้นเขาขับด้วยความรู้สึกอิสระ

1248
01:32:21,880 --> 01:32:24,760
‎ขับด้วยหัวใจ ขับด้วยความคลั่งไคล้

1249
01:32:24,840 --> 01:32:27,920
‎ขับด้วยความรู้สึกสบายใจว่า

1250
01:32:28,000 --> 01:32:29,840
‎"ฉันกำลังทำในสิ่งที่ฉันรัก

1251
01:32:29,920 --> 01:32:32,200
‎และตอนนี้ฉันไม่ติดค้างอะไรใครแล้ว"

1252
01:32:32,880 --> 01:32:35,120
‎แล้วเขาก็ก้าวขึ้นไปอีกระดับอีกครั้ง

1253
01:32:49,800 --> 01:32:55,000
‎การดูมิชชาเอลขับด้วยความเร็วสูง
‎เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก

1254
01:32:55,080 --> 01:32:56,200
‎มันคือ

1255
01:32:56,880 --> 01:33:03,320
‎วิธีขับที่อาศัยสมาธิเต็มร้อย
‎และความทุ่มเทเต็มร้อย

1256
01:33:14,040 --> 01:33:16,600
‎การเข้าโค้งด้วยความเร็ว
‎240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1257
01:33:16,680 --> 01:33:20,800
‎โดยรู้ว่าความสามารถของตัวเอง
‎จะทำให้ไปถึงอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย

1258
01:33:20,880 --> 01:33:22,600
‎มันคือความสามารถพิเศษจริงๆ นะ

1259
01:33:22,680 --> 01:33:27,040
‎มิชชาเอลมีพรสวรรค์นั้นสูงกว่าคนอื่น
‎มีพรสวรรค์ด้านความเร็วสูงกว่าคนอื่น

1260
01:33:27,120 --> 01:33:30,640
‎ความพิเศษเกี่ยวกับมิชชาเอลคือ
‎เขาไม่ปล่อยให้พรสวรรค์นั้นไร้ประโยชน์

1261
01:33:30,720 --> 01:33:36,320
‎เขาทำทุกอย่าง
‎เพื่อให้ตัวเองสามารถใช้พรสวรรค์ที่ตัวเองมี

1262
01:33:41,600 --> 01:33:45,840
‎มิชชาเอลเป็นคนไม่ค่อยกลัว
‎และผู้คนก็รู้ว่าเขาเป็นแบบนั้น

1263
01:33:45,920 --> 01:33:49,200
‎ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ
‎ว่าพวกพวกเขาจะท้าสู้กับเขาได้มั้ย

1264
01:33:49,840 --> 01:33:52,960
‎มิชชาเอลไม่ได้คิดเรื่องนั้น
‎เพราะเขารู้ขีดจำกัดของตัวเองดี

1265
01:33:53,680 --> 01:33:57,960
‎ในขณะคนอื่นๆ ก็จะคิดว่า
‎"แอบเสี่ยงอยู่เหมือนกัน" แล้วก็ถอย

1266
01:33:58,560 --> 01:34:00,040
‎แต่คุณจะไม่เห็นมิชชาเอลถอย

1267
01:34:03,400 --> 01:34:05,880
‎เขาเป็นมืออาชีพ

1268
01:34:06,680 --> 01:34:08,040
‎แต่ก็แสดงจิตใจที่ดีงามให้เห็น

1269
01:34:08,120 --> 01:34:11,280
‎เขามีเสน่ห์ของความเป็นผู้นำ

1270
01:34:11,800 --> 01:34:15,640
‎และนั่นคือของขวัญชิ้นดีที่เขามอบให้เรา

1271
01:34:15,720 --> 01:34:20,480
‎นั่นคือสิ่งดีๆ ที่เขามอบให้กับวงการฟอร์มูล่าวัน

1272
01:34:24,280 --> 01:34:30,040
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
‎ชนะแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันเป็นครั้งที่เจ็ด

1273
01:34:30,120 --> 01:34:34,480
‎ในวันที่เต็มไปด้วยความสนุกและน่าจดจำ
‎ของการแข่งรถฟอร์มูล่าวัน

1274
01:34:35,280 --> 01:34:36,920
‎นี่คือประวัติศาสตร์ครับ

1275
01:34:40,440 --> 01:34:44,200
‎เขาเป็นไอดอลของผม
‎ตั้งแต่สมัยที่ผมเริ่มขับรถโกคาร์ทแล้ว

1276
01:34:44,280 --> 01:34:46,400
‎เขามีอิทธิพลต่อผมมาก

1277
01:34:46,480 --> 01:34:48,760
‎นักแข่งรถที่ชื่อมิชชาเอล ชูมัคเคอร์

1278
01:34:48,840 --> 01:34:51,720
‎คือฮีโร่ของผม
‎คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากคว้าชัยชนะ

1279
01:34:52,720 --> 01:34:54,640
‎ผมหลงใหลกีฬานี้มาก
‎ผมรู้จักนักแข่งคนอื่นนะ…

1280
01:34:54,720 --> 01:34:57,280
‎(เซบาสเตียน เฟ็ทเทิล
‎แชมป์โลกฟอร์มูล่าวันสี่สมัย 2010 - 2013)

1281
01:34:57,360 --> 01:34:58,440
‎แต่ไม่มีคนไหนเหมือนเขา

1282
01:35:02,480 --> 01:35:06,120
‎การปฏิบัติงานให้เกิดผล
‎มีความสวยงามของความเป็นเลิศซ่อนอยู่

1283
01:35:06,720 --> 01:35:08,960
‎การปฏิบัติงานของเขา การปฏิบัติงานของทีม

1284
01:35:09,040 --> 01:35:13,520
‎การชนะในระดับที่ยั่งยืน
‎โดยชนะทุกๆ ปีเป็นสิ่งที่ยากมาก

1285
01:35:13,600 --> 01:35:16,360
‎และหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นก็คือ
‎มันแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย

1286
01:35:17,560 --> 01:35:20,400
‎มันคือสิ่งที่ชูมัคเคอร์และทีมบรรลุ

1287
01:35:20,480 --> 01:35:24,880
‎ตั้งแต่ปี 2000 ไปจนถึงปี 2004

1288
01:35:24,960 --> 01:35:27,680
‎การไม่ยอมอ่อนข้อให้กับคู่แข่ง

1289
01:35:27,760 --> 01:35:30,120
‎การไม่ยอมให้พวกเขาได้หวังแม้แต่น้อย

1290
01:35:30,200 --> 01:35:31,840
‎เป็นอะไรที่น่าทึ่งจริงๆ

1291
01:35:35,240 --> 01:35:38,000
‎เขากลายเป็นนักแข่งที่ไม่มีใครเทียบได้

1292
01:35:38,880 --> 01:35:43,120
‎ผู้คนมองย้อนกลับไปช่วงเวลาที่ครองชัยชนะ

1293
01:35:43,200 --> 01:35:46,120
‎และมองว่ามันคือยุคทอง ซึ่งก็เป็นยุคทองจริงๆ

1294
01:35:46,200 --> 01:35:49,440
‎เพราะชนะการแข่งขันชิงแชมป์ห้าปีซ้อน

1295
01:35:49,520 --> 01:35:51,240
‎ผู้คนจะจดจำมันไปตลอด

1296
01:35:57,440 --> 01:35:59,760
‎ตอนที่เราไปสนามกับพวกเขา

1297
01:35:59,840 --> 01:36:03,040
‎และเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

1298
01:36:03,120 --> 01:36:08,080
‎เห็นว่ามีคนจำนวนมาก
‎ที่มองว่าเขาเก่งและยกย่องเขา

1299
01:36:08,160 --> 01:36:11,720
‎ฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ

1300
01:36:12,440 --> 01:36:15,400
‎แล้วฉันก็คิดว่า…

1301
01:36:15,480 --> 01:36:16,600
‎(จีน่า ชูมัคเคอร์
‎ลูกสาว)

1302
01:36:16,680 --> 01:36:20,520
‎"นั่นพ่อฉัน ฉันดีใจมากที่เขาคือพ่อฉัน"

1303
01:36:21,240 --> 01:36:23,840
‎ผมนับถือพ่อมาก

1304
01:36:23,920 --> 01:36:24,960
‎(มิค ชูมัคเคอร์
‎ลูกชาย)

1305
01:36:25,040 --> 01:36:27,480
‎ผมนับถือเขามาตลอด
‎เขาเหมือนมีรัศมีอะไรบางอย่าง

1306
01:36:28,040 --> 01:36:29,760
‎เวลาเขาเดินเข้าไปในห้อง

1307
01:36:30,760 --> 01:36:33,800
‎ทุกคนจะเงียบ

1308
01:36:33,880 --> 01:36:35,400
‎ผมจำได้ว่าอย่างนั้น

1309
01:36:35,480 --> 01:36:38,120
‎ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เงียบ

1310
01:36:39,080 --> 01:36:44,200
‎อย่างที่บอกไป
‎เวลาฮีโร่ของผมเดินเข้าไปในห้อง

1311
01:36:45,320 --> 01:36:49,640
‎เวลาผมมองเขาแล้วคิดในใจ ผมบอกตัวเองว่า

1312
01:36:49,720 --> 01:36:50,560
‎"นี่แหละ

1313
01:36:51,560 --> 01:36:52,400
‎สิ่งที่ฉันอยากเป็น"

1314
01:36:52,480 --> 01:36:55,520
‎แข็งแกร่งและมีจิตใจที่สงบแบบนี้แหละ

1315
01:36:58,000 --> 01:36:58,840
‎สิ้นปีนี้…

1316
01:36:58,920 --> 01:37:00,840
‎(มอนซา ประเทศอิตาลี
‎10 กันยายน 2006)

1317
01:37:00,920 --> 01:37:03,880
‎ผมตัดสินใจกับทีมแล้วว่า

1318
01:37:03,960 --> 01:37:06,240
‎ผมจะออกจากวงการแข่งรถ

1319
01:37:07,000 --> 01:37:09,280
‎ผมควรขอบคุณครอบครัวผม

1320
01:37:09,360 --> 01:37:11,240
‎ที่สนับสนุนสิ่งที่ผมทำ

1321
01:37:12,520 --> 01:37:14,440
‎มาตลอด

1322
01:37:14,520 --> 01:37:15,920
‎ถ้าไม่ได้พวกเขาคอยสนับสนุน

1323
01:37:16,000 --> 01:37:21,800
‎ถ้าพวกเขาไม่เข้มแข็งพอ
‎ที่จะอยู่ให้รอดในธุรกิจนี้ ในกีฬานี้

1324
01:37:21,880 --> 01:37:23,080
‎และทำผลงาน

1325
01:37:23,880 --> 01:37:25,960
‎ผมว่ามันก็คงเป็นไปไม่ได้

1326
01:37:26,600 --> 01:37:28,240
‎ผมขอบคุณมากจริงๆ

1327
01:37:47,280 --> 01:37:49,280
‎ผมลาออกจากวงการเพราะ

1328
01:37:50,120 --> 01:37:52,640
‎ผมหมดความคลั่งไคล้แล้ว ผมไม่มีแรงจูงใจแล้ว

1329
01:37:52,720 --> 01:37:53,560
‎ผมเหนื่อย

1330
01:37:57,320 --> 01:37:59,200
‎เขาเจอความตื่นเต้นใหม่ๆ

1331
01:37:59,280 --> 01:38:01,200
‎เขาไม่นั่งบนโซฟาแล้ว

1332
01:38:01,280 --> 01:38:05,880
‎เขาต้องไปนั่นไปนี่ ทำนั่นทำนี่

1333
01:38:05,960 --> 01:38:07,200
‎ทำสิ่งนั้นต่อจากสิ่งนี้

1334
01:38:11,440 --> 01:38:14,120
‎มิชชาเอลทำกิจกรรมไม่หยุดไม่หย่อน

1335
01:38:14,200 --> 01:38:17,360
‎ยกตัวอย่างเช่น สมมติถ้าอากาศดี

1336
01:38:17,960 --> 01:38:19,680
‎"ผมไปกระโดดร่มดีกว่า"

1337
01:38:19,760 --> 01:38:23,160
‎แล้วไม่ใช่ครั้งเดียวไง กระโดดตั้ง 24 ครั้ง

1338
01:38:26,040 --> 01:38:29,840
‎หลังจากที่เขาออกจากวงการฟอร์มูล่าวัน
‎เขาถามตัวเองว่า "จะทำอะไรต่อดี"

1339
01:38:31,320 --> 01:38:35,480
‎เขาถามฉันว่า "ทำอะไรดี"
‎ฉันตอบว่า "ฉันไปแข่งแรลลี่กับคุณก็ได้

1340
01:38:35,560 --> 01:38:37,920
‎ฉันอ่านแผนที่ไม่เก่งหรอก แต่ลองดูก็ไม่เสียหาย"

1341
01:38:38,000 --> 01:38:39,520
‎เขาตอบว่า "ไม่เอา"

1342
01:38:40,880 --> 01:38:45,080
‎(ชตุทท์การ์ท ประเทศเยอรมนี
‎25 มกราคม 2010)

1343
01:38:54,800 --> 01:38:55,920
‎ผมว่าที่มิชชาเอลกลับมา

1344
01:38:56,000 --> 01:39:00,240
‎เป็นเพราะความต้องการส่วนตัว
‎และความอยากเติมเต็มล้วนๆ

1345
01:39:00,320 --> 01:39:02,680
‎เขาไม่มีอะไรต้องพิสูจน์

1346
01:39:02,760 --> 01:39:06,560
‎แต่เขารู้สึกว่าเขาต้องขับรถ ต้องแข่ง

1347
01:39:06,640 --> 01:39:09,360
‎และต้องร่วมเส้นทางนั้นไปกับเมอร์เซเดส

1348
01:39:12,080 --> 01:39:16,440
‎มันคือช่วงใหม่เลยนะ
‎มันคือวิถีใหม่ไปเลยสำหรับเขา

1349
01:39:17,040 --> 01:39:20,320
‎เขาตระหนักว่าเขาสามารถ
‎สัมผัสประสบการณ์ฟอร์มูล่าวันได้ในรูปแบบใหม่

1350
01:39:20,400 --> 01:39:25,320
‎การเป็นผู้ชิงแชมป์โลก
‎ไม่น่าสนใจอีกต่อไปสำหรับเขา

1351
01:39:25,400 --> 01:39:28,840
‎เขาสนุกกับมันจนถึงจุดหนึ่ง

1352
01:39:36,200 --> 01:39:39,720
‎ผมไม่เคยอยู่ในระดับเดียวกับเขาในเรื่องฝีมือ

1353
01:39:39,800 --> 01:39:40,760
‎แต่ผมรู้อย่างแน่ชัดว่า

1354
01:39:41,440 --> 01:39:44,600
‎ตอนที่ใกล้จะหยุดทำอาชีพนี้ ปีสุดท้ายตอนอายุ 37

1355
01:39:45,320 --> 01:39:49,600
‎ช่วงพักที่ผมถวิลหากำลังจะหายไป
‎ก่อนที่ผมจะได้พักจริงๆ

1356
01:39:49,680 --> 01:39:51,240
‎เพราะยังไงเราก็แก่ตัวไปเรื่อยๆ

1357
01:39:51,320 --> 01:39:53,160
‎มันเป็นธรรมดาของชีวิต

1358
01:40:02,760 --> 01:40:06,000
‎ระหว่างการแข่งแต่ละครั้ง
‎เรามักจะพักที่ต่างประเทศ

1359
01:40:06,080 --> 01:40:08,760
‎เพราะคงไม่ฉลาดนักที่จะบินกลับ

1360
01:40:09,280 --> 01:40:10,640
‎เขาพูดอยู่บ่อยๆ ว่า

1361
01:40:10,720 --> 01:40:14,600
‎"ผมมาทำอะไรที่นี่
‎ผมคิดถึงครอบครัว ทำไมผมถึงอยู่ไกลแบบนี้

1362
01:40:14,680 --> 01:40:18,520
‎ผมรู้แล้วว่ามันไม่สำคัญเท่ากับที่มันเคยสำคัญ

1363
01:40:18,600 --> 01:40:22,240
‎ตอนนี้ครอบครัวสำคัญกว่า"

1364
01:40:51,240 --> 01:40:58,240
‎(เมรีเบล ประเทศฝรั่งเศส)

1365
01:41:06,400 --> 01:41:07,320
‎มิชชาเอล ชูมัคเคอร์

1366
01:41:07,400 --> 01:41:10,200
‎นักแข่งที่ประสบความสำเร็จที่สุด
‎ในประวัติศาสตร์ฟอร์มูล่าวัน

1367
01:41:10,280 --> 01:41:11,280
‎ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลค่ะ

1368
01:41:11,360 --> 01:41:16,000
‎(29 ธันวาคม 2013)

1369
01:41:20,560 --> 01:41:23,760
‎ตอนนี้อาการของมิชชาเอล ชูมัคเคอร์สาหัสครับ

1370
01:41:33,040 --> 01:41:37,800
‎ไม่นานก่อนที่มันจะเกิดขึ้นที่เมรีเบล
‎เขาบอกฉันว่า "หิมะไม่เป็นใจ

1371
01:41:38,360 --> 01:41:41,200
‎เราบินไปดูไบดีกว่า ไปกระโดดร่มที่นั่น"

1372
01:41:45,600 --> 01:41:47,280
‎โชคชะตาไม่อาจคาดเดาได้

1373
01:41:49,520 --> 01:41:53,080
‎ปกติโชคชะตามักจะใจดีกับมิชชาเอล

1374
01:41:54,080 --> 01:41:56,480
‎แต่ครั้งนี้โชคชะตาไม่ใจดีกับเขา

1375
01:41:57,320 --> 01:41:59,080
‎เขากลายเป็นเหยื่อของเคราะห์ร้าย

1376
01:42:03,440 --> 01:42:06,520
‎วันที่ 29 ธันวาคม 2013

1377
01:42:07,280 --> 01:42:09,080
‎ชีวิตของมิชชาเอลและครอบครัว

1378
01:42:10,600 --> 01:42:11,560
‎เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

1379
01:42:13,320 --> 01:42:17,800
‎ชีวิตครอบครัว
‎เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงภายในพริบตา

1380
01:42:18,360 --> 01:42:21,640
‎คุณพ่อที่เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง

1381
01:42:21,720 --> 01:42:24,360
‎มีคุณลักษณะที่ดี

1382
01:42:24,440 --> 01:42:29,360
‎สิ่งนั้นพังทลายลงในพริบตา

1383
01:42:52,200 --> 01:42:54,560
‎ฉันไม่เคย…

1384
01:42:57,360 --> 01:43:00,480
‎โทษพระเจ้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น

1385
01:43:01,160 --> 01:43:04,520
‎มันคือเคราะห์ร้าย

1386
01:43:04,600 --> 01:43:07,440
‎เคราะห์ร้ายที่ใครๆ ก็เจอได้ในชีวิต

1387
01:43:09,120 --> 01:43:11,760
‎มันแย่นะเวลาคุณพูดว่า

1388
01:43:11,840 --> 01:43:16,120
‎"ทำไมมันต้องเกิดขึ้นกับมิชชาเอลหรือเรา"

1389
01:43:16,200 --> 01:43:17,320
‎แล้ว…

1390
01:43:18,200 --> 01:43:19,840
‎ทำไมมันก็เกิดขึ้นกับคนอื่นเหมือนกัน

1391
01:43:46,280 --> 01:43:50,640
‎แน่นอนว่าฉันคิดถึงมิชชาเอลทุกวัน

1392
01:43:50,720 --> 01:43:53,080
‎แต่ก็ไม่ใช่แค่ฉันที่คิดถึงเขา

1393
01:43:53,160 --> 01:43:54,280
‎ลูกๆ

1394
01:43:54,360 --> 01:43:55,600
‎ครอบครัว

1395
01:43:55,680 --> 01:43:56,680
‎พ่อเขา

1396
01:43:56,760 --> 01:43:58,040
‎ทุกๆ คนรอบตัวเขา

1397
01:43:58,120 --> 01:44:01,120
‎ทุกคนคิดถึงมิชชาเอล

1398
01:44:01,200 --> 01:44:02,280
‎แต่มิชชาเอลอยู่ที่นี่ค่ะ

1399
01:44:03,000 --> 01:44:04,280
‎ต่างจากเดิม แต่อยู่ที่นี่แหละ

1400
01:44:05,720 --> 01:44:09,320
‎และนั่นทำให้เรามีแรงสู้ต่อ

1401
01:44:09,400 --> 01:44:10,360
‎ฉันรู้สึกอย่างนั้น

1402
01:44:34,120 --> 01:44:35,480
‎เราอยู่ด้วยกัน

1403
01:44:35,560 --> 01:44:37,960
‎เราอยู่ด้วยกันที่บ้าน

1404
01:44:38,040 --> 01:44:38,880
‎เรา…

1405
01:44:39,600 --> 01:44:40,560
‎ทำการบำบัด

1406
01:44:40,640 --> 01:44:44,680
‎เราทำทุกอย่างเพื่อให้มิชชาเอลดีขึ้น

1407
01:44:44,760 --> 01:44:46,040
‎และเพื่อให้เขาสุขสบาย

1408
01:44:47,560 --> 01:44:52,040
‎และทำให้เขารู้สึกว่ามีครอบครัว
‎รู้สึกถึงสายสัมพันธ์ของเรา

1409
01:44:52,120 --> 01:44:56,520
‎ยังไงก็ตาม ฉันจะทำทุกอย่างที่ฉันจะทำได้

1410
01:44:57,080 --> 01:44:58,080
‎เราทุกคนจะทำทุกอย่าง

1411
01:45:17,400 --> 01:45:20,440
‎ตอนนี้เวลาผมนึกถึงอดีต

1412
01:45:21,680 --> 01:45:25,160
‎ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัว

1413
01:45:27,080 --> 01:45:29,000
‎มักจะเป็นภาพที่เราสี่คนกำลังสนุกกัน

1414
01:45:32,040 --> 01:45:34,360
‎ผมเห็นภาพเรา

1415
01:45:35,920 --> 01:45:38,840
‎กำลังขับรถโกคาร์ทบนลานหญ้า

1416
01:45:40,520 --> 01:45:43,360
‎ผมเห็นภาพเราออกไปข้างนอก

1417
01:45:45,400 --> 01:45:48,520
‎นั่งอยู่บนรถม้า และม้าที่ลากเป็นม้าตัวเล็ก

1418
01:45:48,600 --> 01:45:50,720
‎มีช่วงเวลาหลายช่วง

1419
01:45:51,960 --> 01:45:53,880
‎ที่ทำให้นึกถึงความสุข

1420
01:46:04,720 --> 01:46:07,640
‎ที่เด่นๆ เลยคือตอนที่เขากลับมาบ้าน

1421
01:46:07,720 --> 01:46:09,240
‎มันสนุกมาก

1422
01:46:09,320 --> 01:46:12,600
‎เพราะเขาทนเล่นกับเราหลายชั่วโมง
‎หลังจากกลับมาบ้าน

1423
01:46:12,680 --> 01:46:16,120
‎ทั้งๆ ที่เขาอาจจะเหนื่อยมาก

1424
01:46:16,200 --> 01:46:18,320
‎แต่เราก็ไม่ได้สังเกต

1425
01:46:18,400 --> 01:46:21,360
‎เราแค่มีความสุขที่ได้มีเขาอยู่ในบ้าน

1426
01:46:22,280 --> 01:46:23,120
‎นั่นแหละค่ะ

1427
01:46:32,120 --> 01:46:33,960
‎ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น

1428
01:46:35,440 --> 01:46:38,600
‎ประสบการณ์เหล่านั้น

1429
01:46:39,680 --> 01:46:42,240
‎ช่วงเวลาเหล่านั้น

1430
01:46:42,320 --> 01:46:44,920
‎ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนได้ใช้ร่วมกับพ่อแม่

1431
01:46:46,760 --> 01:46:47,600
‎มันไม่มีอยู่แล้วครับ

1432
01:46:48,280 --> 01:46:49,520
‎ถึงมีก็น้อยลง

1433
01:46:49,600 --> 01:46:51,640
‎ในมุมมองผมนะ

1434
01:46:52,760 --> 01:46:54,000
‎มัน…

1435
01:46:54,880 --> 01:46:55,840
‎แอบไม่ยุติธรรม

1436
01:47:21,880 --> 01:47:22,800
‎ผมว่า

1437
01:47:23,680 --> 01:47:24,800
‎พ่อกับผม

1438
01:47:24,880 --> 01:47:25,760
‎เรา…

1439
01:47:27,000 --> 01:47:29,560
‎ถ้าเป็นตอนนี้ เราจะเข้าใจกันต่างจากเดิม

1440
01:47:30,400 --> 01:47:34,560
‎เหตุผลก็เพราะเราพูดภาษาที่คล้ายกัน

1441
01:47:35,360 --> 01:47:36,800
‎ภาษากีฬาแข่งรถ

1442
01:47:37,680 --> 01:47:39,000
‎และเรา…

1443
01:47:40,440 --> 01:47:41,680
‎จะมีเรื่องให้คุยกันมากขึ้น

1444
01:47:43,920 --> 01:47:48,560
‎และส่วนใหญ่ผมก็คิดวนอยู่แต่เรื่องนี้

1445
01:47:52,840 --> 01:47:54,400
‎คิดว่ามันจะต้องดีมากๆ

1446
01:47:56,480 --> 01:47:58,800
‎คิดว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้น

1447
01:47:58,880 --> 01:47:59,880
‎ผม…

1448
01:48:00,600 --> 01:48:03,760
‎จะสละทุกอย่างเพื่อสิ่งนั้นเลยครับ

1449
01:48:06,680 --> 01:48:07,520
‎ครับ

1450
01:48:31,240 --> 01:48:35,400
‎เราพยายามจะใช้ชีวิตครอบครัวต่อไป

1451
01:48:35,480 --> 01:48:39,680
‎ในแบบที่มิชชาเอลชอบและยังคงชอบอยู่

1452
01:48:40,240 --> 01:48:43,080
‎เราใช้ชีวิตของเราต่อไป

1453
01:48:43,160 --> 01:48:46,080
‎"ส่วนตัวก็คือส่วนตัว" อย่างที่เขาเคยพูดอยู่เสมอ

1454
01:48:46,160 --> 01:48:52,640
‎มันสำคัญกับฉันมาก
‎ที่เขาจะต้องสามารถมีความสุขกับชีวิตส่วนตัว

1455
01:48:52,720 --> 01:48:55,480
‎มีความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

1456
01:48:55,560 --> 01:48:57,640
‎มิชชาเอลปกป้องเรามาตลอด

1457
01:48:58,320 --> 01:49:00,000
‎ตอนนี้เราก็เลยปกป้องมิชชาเอลบ้าง

1458
01:50:17,080 --> 01:50:20,360
‎(ถ้าไม่มีพวกเขา สารคดีนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น)

1459
01:52:05,320 --> 01:52:07,000
‎คำบรรยายโดยเฉลิมรัชฏ์ อัครไชยนนท์



