1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:06,339 --> 00:00:09,509
‎(ภาพยนตร์สารคดีจาก NETFLIX)

3
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

4
00:00:10,010 --> 00:00:15,306
‎(ทำไมฉันถึงกังวลตลอดเวลา)

5
00:00:15,849 --> 00:00:17,851
‎(คนอื่นๆ ถามว่า
‎มียาที่กินแล้วหายกังวลไหม)

6
00:00:17,934 --> 00:00:21,146
‎(หนีจากกับดักความกังวล
‎เทคโนโลยีทำให้เกิดความกังวลอย่างไร)

7
00:00:21,229 --> 00:00:23,523
‎(หนีจากกับดักความกังวล)

8
00:00:23,940 --> 00:00:26,067
‎(งานวิจัยใหม่พบว่า
‎คนรุ่นมิลเลนเนียลกังวลมากที่สุด)

9
00:00:26,484 --> 00:00:28,361
‎(เทคโนโลยีทำให้เกิดความกังวลอย่างไร)

10
00:00:28,445 --> 00:00:30,572
‎(โทรศัพท์ทำให้คุณกังวลหรือซึมเศร้าหรือเปล่า)

11
00:00:30,655 --> 00:00:32,866
‎(โจเซฟ ฟราสซิน่า
‎นี่ เป็นยังไงบ้าง คุณยัง…)

12
00:00:32,949 --> 00:00:34,451
‎(นัดหมอฟัน - วันนี้ 13:00 น.)

13
00:00:34,534 --> 00:00:35,744
‎(แจ้งเตือน - ให้อาหารแมว)

14
00:00:35,827 --> 00:00:37,162
‎(ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี)

15
00:00:37,245 --> 00:00:39,456
‎(แค่อยากถามว่าคุณได้เปิดแจ้งเตือนไหม)

16
00:00:39,539 --> 00:00:41,374
‎(นัดพบเอลเลียต แมนเดอร์
‎วันนี้ 15:00 น.)

17
00:00:41,458 --> 00:00:43,626
‎คุณรับมือกับความเครียดยังไง

18
00:00:43,710 --> 00:00:46,838
‎เรามียาที่แก้เครียดได้ในห้านาที

19
00:00:46,921 --> 00:00:49,466
‎มันทำอะไรกันแน่ มันทำให้เรารู้สึกยังไง

20
00:00:49,549 --> 00:00:51,384
‎มันบรรเทาความเครียดให้คนนับล้าน

21
00:00:51,468 --> 00:00:55,388
‎ฉันพกซาแน็กซ์ติดตัวตลอดเวลา
‎ตอนนี้มันอยู่ในกระเป๋า

22
00:00:55,472 --> 00:00:59,392
‎ผมรู้ว่าผมมียาวิเศษอยู่เสมอ
‎ผมค้นพบวิธีการที่ใช้ได้ผล

23
00:00:59,476 --> 00:01:02,353
‎อย่างแรกที่เราทำเวลามีคนพูดว่า

24
00:01:02,437 --> 00:01:04,564
‎"เครียดจัง นอนไม่หลับเลย"

25
00:01:04,647 --> 00:01:06,566
‎คือ "กินยาตัวนี้สิ มันจะช่วยให้นอนหลับ

26
00:01:06,649 --> 00:01:08,610
‎มันจะทำให้รู้สึกสงบ ลาก่อน"

27
00:01:08,693 --> 00:01:10,987
‎ปริมาณการใช้ซาแน็กซ์เพิ่มขึ้นมาก

28
00:01:11,071 --> 00:01:13,865
‎การสั่งยาพุ่งสูงภายในยี่สิบปีที่ผ่านมา

29
00:01:13,948 --> 00:01:16,659
‎ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันประมาณหนึ่งในแปดคนใช้ยานี้

30
00:01:16,743 --> 00:01:18,578
‎มีการสั่งยาเยอะมาก

31
00:01:18,661 --> 00:01:21,164
‎ที่จริงมันก็มีมานานแล้วนะ

32
00:01:21,247 --> 00:01:22,665
‎เราถามเพื่อนได้เสมอ

33
00:01:22,749 --> 00:01:25,168
‎"มีซาแน็กซ์ไหม หรือรู้จักคนที่มีซาแน็กซ์ไหม"

34
00:01:25,251 --> 00:01:27,670
‎เป็นเพราะประเทศของเรา
‎กังวลมากขึ้นหรือเปล่าคะ

35
00:01:27,754 --> 00:01:28,838
‎เราตระหนักรู้มากขึ้น

36
00:01:28,922 --> 00:01:31,716
‎หรือเป็นเพราะมียาให้ใช้มากขึ้น

37
00:01:31,800 --> 00:01:35,345
‎ความกังวลเป็นสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติ

38
00:01:35,428 --> 00:01:36,930
‎ตอนนี้มีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก

39
00:01:37,013 --> 00:01:40,016
‎สำหรับสมองและร่างกาย เราไม่เคยพักผ่อน

40
00:01:40,100 --> 00:01:42,644
‎เราทำงานตลอดเวลา

41
00:01:43,228 --> 00:01:46,022
‎ฉันรู้สึกดีที่สุดเวลากินซาแน็กซ์ครึ่งเม็ด

42
00:01:46,106 --> 00:01:50,527
‎มันคือความมึนเมาแบบที่ฉันคิดว่า
‎คนอื่นๆ รู้สึกเป็นปกติ

43
00:01:50,610 --> 00:01:52,487
‎เดี๋ยวนะ ได้เวลาซาแน็กซ์แล้ว

44
00:01:53,404 --> 00:01:57,242
‎ยาเป็นทางออกที่เรียบง่าย

45
00:01:57,325 --> 00:02:01,663
‎ที่เราสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมารองรับ

46
00:02:01,746 --> 00:02:05,542
‎แต่ตอนนี้แพทย์เตือนว่ามันมีฤทธิ์
‎ทำให้เสพติดและอันตรายกว่าที่คิดไว้

47
00:02:05,625 --> 00:02:07,836
‎ครั้งแรกที่ฉันกินมัน

48
00:02:07,919 --> 00:02:11,548
‎ฉันพูดว่า "ฉันรู้เลยว่าทำไมคนถึงติดมัน"

49
00:02:13,299 --> 00:02:15,677
‎ฉันต้องระวังยาตัวนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย

50
00:02:15,760 --> 00:02:17,387
‎ถ้าตอนนั้นผมรู้แบบนี้

51
00:02:17,470 --> 00:02:20,765
‎ผมไม่มีวันกินยาเม็ดแรก

52
00:02:21,349 --> 00:02:22,225
‎ไม่มีวัน

53
00:02:22,308 --> 00:02:25,228
‎เวลาเราไปหาหมอและคาดหวังว่า
‎จะได้รับความช่วยเหลือ

54
00:02:25,311 --> 00:02:28,064
‎สิ่งที่เราไม่รู้คือถ้าปัญหาไม่ทำให้เรากลัว

55
00:02:28,148 --> 00:02:29,607
‎รอจนกว่าจะเห็นวิธีแก้ก่อนเถอะ

56
00:02:29,691 --> 00:02:31,568
‎เราติดอยู่ในบ่วงเดิมๆ

57
00:02:31,651 --> 00:02:33,278
‎แก้ปัญหาที่เกิดไปแล้ว

58
00:02:33,361 --> 00:02:35,989
‎แทนที่จะสร้างภูมิต้านทานตั้งแต่แรก

59
00:02:41,536 --> 00:02:45,290
‎เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชีวิตในยุคใหม่

60
00:02:45,373 --> 00:02:49,419
‎คือเราใช้เวลาในหัวตัวเองมากแค่ไหน

61
00:02:49,502 --> 00:02:53,798
‎ตอนนี้ชีวิตของเราส่วนใหญ่ดำเนินไป

62
00:02:53,882 --> 00:02:56,676
‎ในสมองของเรา

63
00:02:56,759 --> 00:03:01,014
‎เราไม่ได้วิ่งหนีเสือ ในบางแง่
‎การวิ่งหนีเสือเรียบง่ายกว่ามาก

64
00:03:01,097 --> 00:03:04,642
‎เมื่อ 2,000 ปีก่อน
‎คนเดินทางด้วยวิธีไหนเป็นหลัก

65
00:03:04,726 --> 00:03:08,605
‎ความกลัว สัตว์จะคำรามแล้วงับขาเรา

66
00:03:08,688 --> 00:03:10,023
‎เราวิ่งได้นาทีหนึ่งเป็นกิโล

67
00:03:10,106 --> 00:03:12,233
‎- ความกลัวทำให้…
‎- ความกลัวทำให้เราเคลื่อนที่

68
00:03:12,317 --> 00:03:13,693
‎- เข้าใจล่ะ
‎- ความกลัวผลักดันเรา

69
00:03:13,776 --> 00:03:16,571
‎เวลาเรารู้สึกกังวล สิ่งที่เกิดขึ้น
‎ในร่างกายจะคล้ายคลึงกับ

70
00:03:16,654 --> 00:03:18,239
‎สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาเรากลัว

71
00:03:19,157 --> 00:03:23,244
‎ในสมองของมนุษย์เกือบทุกคน
‎รวมถึงวานร สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

72
00:03:23,328 --> 00:03:26,998
‎และแม้แต่สัตว์เลื้อยคลาน
‎มีศูนย์กลางความกลัวที่เรียกว่าอะมิกดะลา

73
00:03:27,498 --> 00:03:30,084
‎ในมนุษย์จะมีสองข้าง มันสมมาตรกัน

74
00:03:30,168 --> 00:03:32,587
‎อยู่ตรงกลางๆ รูปร่างคล้ายอัลมอนด์

75
00:03:33,379 --> 00:03:38,384
‎อะมิกดะลาจะทำงาน
‎ถ้ามีอะไรที่ทำให้กังวลหรือกลัว

76
00:03:38,468 --> 00:03:40,303
‎มันคือการตอบสนองโดยสู้หรือหนี

77
00:03:40,386 --> 00:03:44,265
‎ระบบประสาทซิมพาเทติก
‎กำลังเตรียมร่างกายให้พร้อมลงมือ

78
00:03:44,349 --> 00:03:47,101
‎เลือดสูบฉีด หัวใจเต้นรัว

79
00:03:47,185 --> 00:03:48,895
‎กล้ามเนื้อถูกกระตุ้น

80
00:03:48,978 --> 00:03:52,106
‎ความวิตกกังวลเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง

81
00:03:52,857 --> 00:03:57,528
‎และพลังงาน ถ้าใช้ในทางที่เหมาะสม
‎ก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก

82
00:03:57,612 --> 00:04:01,616
‎มันทำให้เรามีพลังที่จะไขว่คว้า
‎ทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ

83
00:04:02,992 --> 00:04:07,622
‎เราฉลาดขึ้น มีสมาธิมากขึ้น
‎มีแรงผลักดัน ทะเยอทะยาน มีความหวัง

84
00:04:08,122 --> 00:04:12,460
‎ถ้าเรามีความกังวลในระดับที่พอดี
‎ระดับที่เรายอมรับและจัดการได้

85
00:04:12,543 --> 00:04:15,171
‎เวลาคิดถึงโรควิตกกังวล

86
00:04:15,672 --> 00:04:18,508
‎ฉันคิดว่าคนที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้ม

87
00:04:18,591 --> 00:04:21,386
‎ที่จะเกิดอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน

88
00:04:21,469 --> 00:04:23,680
‎และมันทำให้พวกเขาเป็นอัมพาต

89
00:04:24,180 --> 00:04:28,434
‎ไม่ว่าจะเป็นอัมพาตทางความคิด
‎อัมพาตทางกาย หรือทั้งสองอย่าง

90
00:04:28,518 --> 00:04:30,770
‎เวลาที่ฉันวิตกกังวลอย่างหนัก

91
00:04:30,853 --> 00:04:34,023
‎อย่างแรกที่ฉันรู้สึกคือความร้อนและแรงกดดัน

92
00:04:34,107 --> 00:04:38,069
‎เหมือนอากาศมันหนาแน่นและกดทับบนตัวฉัน

93
00:04:38,152 --> 00:04:40,863
‎เหมือนผ้าห่มที่ร้อนและหนักมากๆ

94
00:04:40,947 --> 00:04:42,824
‎หัวใจเต้นเร็วและแรง

95
00:04:42,907 --> 00:04:45,535
‎ลมหายใจเริ่มกระชั้น

96
00:04:45,618 --> 00:04:48,413
‎และรู้สึกเหมือนมีอะไรรัดหน้าอกจนแน่น

97
00:04:48,496 --> 00:04:52,000
‎ฉันรู้สึกเหมือนต้องหายใจถี่ขึ้น

98
00:04:52,083 --> 00:04:54,585
‎ถึงจะได้รับออกซิเจนเพียงพอต่อการเอาชีวิตรอด

99
00:04:54,669 --> 00:04:56,921
‎ฉันหายใจไม่ทันเลย

100
00:04:57,005 --> 00:04:59,090
‎รูม่านตาขยาย เหงื่อเริ่มออก

101
00:04:59,173 --> 00:05:01,843
‎เลือดไหลจากกระเพาะไปที่แขนขา

102
00:05:01,926 --> 00:05:04,971
‎และมันทำให้ผมรู้สึกว่า "พระเจ้า ปวดท้องจัง

103
00:05:05,054 --> 00:05:07,223
‎จะเป็นยังไงต่อ ฉันจะอ้วกไหม"

104
00:05:07,307 --> 00:05:11,769
‎กล้ามเนื้อของฉันเขม็งเกลียว
‎จนเกร็งไปหมดทุกส่วน

105
00:05:11,853 --> 00:05:14,355
‎ส่วนที่มีเหตุผลคิดว่า "นี่มันบ้าชัดๆ

106
00:05:14,439 --> 00:05:17,692
‎ไม่มีอะไรสักหน่อย"
‎แต่เราคิดอะไรเป็นเหตุเป็นผลไม่ได้เลย

107
00:05:17,775 --> 00:05:23,364
‎เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
‎ที่สามารถวัดได้จนถึงระดับโมเลกุล

108
00:05:23,448 --> 00:05:25,074
‎นั่นคือการเปลี่ยนแปลงทางกาย

109
00:05:25,158 --> 00:05:29,329
‎ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาอีก
‎เรารู้สึกยังไง หวาดหวั่น

110
00:05:29,412 --> 00:05:30,955
‎ความกังวลนี้

111
00:05:31,039 --> 00:05:34,667
‎ความกลัว จากนั้นฉันก็กินซาแน็กซ์

112
00:05:34,751 --> 00:05:37,462
‎และสามหรือสี่นาทีต่อมา

113
00:05:37,545 --> 00:05:39,422
‎ฉันก็กลับมาเป็นปกติ

114
00:05:39,505 --> 00:05:43,343
‎ผมแทบรู้สึกเลยว่ามันออกฤทธิ์ตอนไหน

115
00:05:43,426 --> 00:05:45,803
‎นั่นทำให้มันเหมือนยาวิเศษสำหรับผม

116
00:05:45,887 --> 00:05:48,222
‎ก่อนอื่นเลย มันทำให้ร่างกายฉันผ่อนคลาย

117
00:05:48,306 --> 00:05:52,518
‎ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

118
00:05:52,602 --> 00:05:55,438
‎ผ่อนคลายมือ ผ่อนคลายลมหายใจ

119
00:05:55,521 --> 00:06:00,693
‎และปลดเปลื้องแรงกดดันที่รุนแรง

120
00:06:00,777 --> 00:06:04,030
‎ขณะที่ฉันพยายามตั้งสติ

121
00:06:04,113 --> 00:06:06,699
‎ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อน

122
00:06:11,829 --> 00:06:14,999
‎มันทำให้เราสามารถปล่อยวาง

123
00:06:15,083 --> 00:06:18,419
‎ปล่อยวางความเครียดทั้งหมด
‎ความกังวลทั้งหมดในวันนั้น

124
00:06:18,503 --> 00:06:21,506
‎ความหนักใจทั้งหมดหายไป

125
00:06:23,007 --> 00:06:27,011
‎ผมไม่รู้ว่ามีใครในที่นี้เคยลอง
‎ซาแน็กซ์ไหม แต่มันวิเศษมาก

126
00:06:27,595 --> 00:06:29,597
‎ซาแน็กซ์ได้รับเสียงปรบมือเบามาก

127
00:06:30,807 --> 00:06:35,353
‎ไม่มีใครร้อง "วู้" มีแต่ "ช่าย"

128
00:06:35,436 --> 00:06:36,729
‎เบ็นโซไดอาเซพีน

129
00:06:36,813 --> 00:06:39,774
‎มันคือประเภทของยา
‎คนรู้จักยากลุ่มนี้ในชื่ออะไรคะ

130
00:06:40,441 --> 00:06:42,402
‎แวเลียม ซาแน็กซ์

131
00:06:42,902 --> 00:06:47,407
‎คลอโนพิน อาติแวน
‎หนึ่งในยาตัวแรกๆ ชื่อว่าลิเบรียม

132
00:06:47,490 --> 00:06:50,410
‎ยาเหล่านี้มีกลไกการทำงาน
‎ทางเภสัชวิทยาเหมือนกัน

133
00:06:50,493 --> 00:06:55,373
‎เบ็นโซไดอาเซพีนกระตุ้นสารสื่อประสาท
‎ในสมองที่เรียกว่ากาบา

134
00:06:55,456 --> 00:06:56,999
‎จะคิดว่าเป็นสารกดประสาทก็ได้

135
00:06:58,918 --> 00:07:02,922
‎มันลดการสื่อสารระหว่างเซลล์สมองแต่ละเซลล์

136
00:07:03,005 --> 00:07:05,007
‎มันทำให้สมองสงบลง

137
00:07:05,091 --> 00:07:06,551
‎เหมือนกับ… นึกออกไหม

138
00:07:07,927 --> 00:07:12,056
‎มันระงับการตอบสนองโดยสู้หรือหนีของเรา

139
00:07:12,140 --> 00:07:15,101
‎มันทำให้เราหายใจช้าลง หัวใจเต้นช้าลง

140
00:07:15,184 --> 00:07:18,813
‎มันลดการกระตุ้นทั้งหมดนั่น

141
00:07:19,647 --> 00:07:20,982
‎และผลก็คือ

142
00:07:21,065 --> 00:07:24,569
‎พอร่างกายสงบลง
‎อารมณ์ของเราก็สงบตามไปด้วย

143
00:07:24,652 --> 00:07:27,780
‎ผมสมองปลอดโปร่ง ความคิดลื่นไหล

144
00:07:27,864 --> 00:07:30,324
‎มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้น

145
00:07:30,408 --> 00:07:32,243
‎และผมว่าในบางแง่ ผมก็ดีขึ้นจริงๆ

146
00:07:34,996 --> 00:07:38,624
‎ตั้งแต่อยู่เกรดสอง
‎ผมก็รู้แล้วว่าผมเป็นเด็กขี้กังวล

147
00:07:39,375 --> 00:07:43,004
‎ผมรู้ตัวว่าท้องไส้ปั่นป่วนง่าย และผมไม่ชอบเลย

148
00:07:43,087 --> 00:07:45,715
‎ตั้งแต่ยังเด็ก ผมเริ่มมีความกลัว

149
00:07:45,798 --> 00:07:48,009
‎แบบเดียวกับแม่ผม คือกลัวการอาเจียน

150
00:07:48,092 --> 00:07:54,265
‎ซึ่งเป็นความกลัวที่แปลก
‎แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าไม่ได้แปลกขนาดนั้น

151
00:07:54,348 --> 00:07:58,728
‎ตั้งแต่อายุหกขวบ ผมใช้ชีวิต
‎อย่างหวาดกลัวการอาเจียน

152
00:07:58,811 --> 00:08:03,649
‎ซึ่งนำไปสู่ความกลัวเชื้อโรค
‎อาหาร และภาวะอาหารเป็นพิษ

153
00:08:03,733 --> 00:08:07,695
‎เวลาที่ผมใช้ไปกับการตรวจสอบสภาพแวดล้อม

154
00:08:07,778 --> 00:08:11,491
‎ว่ามีอันตรายต่อชีวิตผมไหม มันบ้ามาก

155
00:08:11,574 --> 00:08:16,287
‎พอโตขึ้น ผมก็เริ่มมีอาการตื่นตระหนก

156
00:08:17,747 --> 00:08:19,040
‎สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับขึ้นเครื่อง

157
00:08:19,123 --> 00:08:22,668
‎การขึ้นเครื่องบินยังทำให้ผม
‎กังวลจนเกิดอาการทางกายอย่างรุนแรง

158
00:08:22,752 --> 00:08:25,630
‎กรุณาสังเกตทางออกที่อยู่ใกล้กับท่านที่สุด

159
00:08:25,713 --> 00:08:30,301
‎ถ้าต้องพูดในที่สาธารณะ
‎ผมก็กังวลจนเกิดอาการทางกายอย่างรุนแรง

160
00:08:30,384 --> 00:08:36,682
‎ขณะที่ผมทำงานด้านข่าวสาร
‎การเขียน และเป็นบรรณาธิการ

161
00:08:36,766 --> 00:08:39,602
‎ผมต้องขึ้นเครื่องบินและพูดในที่สาธารณะบ่อยขึ้น

162
00:08:39,685 --> 00:08:41,812
‎ตั้งแต่อายุสามสิบจนสี่สิบกว่า

163
00:08:41,896 --> 00:08:44,607
‎ผมตีพิมพ์หนังสือสองเล่ม
‎ซึ่งทำให้ผมต้องพูดในที่สาธารณะ

164
00:08:44,690 --> 00:08:48,736
‎และนั่นทำให้ผมเรียนรู้ว่าจะปรับขนาดยายังไง

165
00:08:48,819 --> 00:08:49,904
‎ผมยังรู้สึกกังวลอยู่

166
00:08:49,987 --> 00:08:52,949
‎แต่ไม่ถึงขนาดซินดี้ เบรดี้ในเดอะเบรดี้บันช์

167
00:08:53,032 --> 00:08:54,450
‎พอไฟแดงดวงนี้ติด

168
00:08:54,534 --> 00:08:57,328
‎เราจะออกอากาศ และคนทุกบ้านจะเห็นเรา

169
00:08:57,411 --> 00:09:01,040
‎พอไฟแดงตรงกล้องติด เธอก็ตัวแข็งทื่อ

170
00:09:02,124 --> 00:09:05,962
‎ในปี 2014 ผมตีพิมพ์หนังสือเรื่อง
‎มายเอจออฟแองไซตี้

171
00:09:06,045 --> 00:09:06,921
‎(มายเอจออฟแองไซตี้)

172
00:09:07,129 --> 00:09:10,925
‎ซึ่งพูดถึงปัญหาความกังวลของผม
‎และผมคิดว่ามันอาจจะช่วยผม

173
00:09:11,008 --> 00:09:13,844
‎เพราะนั่นคงเป็นฉากจบที่ดีที่สุด
‎ที่ผมฝ่าฟันอุปสรรคไปได้

174
00:09:13,928 --> 00:09:16,097
‎อย่างแรก ผมจะหายดี นั่นคือประเด็น

175
00:09:16,180 --> 00:09:18,933
‎อย่างที่สอง หนังสือของผมจะยิ่งขายดี

176
00:09:19,016 --> 00:09:22,603
‎เพราะมันบอกว่า "ต้องทำแบบนี้นะ"
‎แต่มันกลับกลายเป็น "ผมยังกังวลอยู่"

177
00:09:22,687 --> 00:09:26,732
‎ไม่ใช่ตอนจบที่น่าพอใจหรือมีประโยชน์

178
00:09:26,816 --> 00:09:29,819
‎ลองคิดดูว่าคุณไม่สามารถ
‎ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้

179
00:09:29,902 --> 00:09:31,612
‎เพราะความกลัวและกังวล

180
00:09:31,696 --> 00:09:33,948
‎สกอตต์ สตอสเซลต่อสู้กับ
‎ความกังวลมาทั้งชีวิต

181
00:09:34,031 --> 00:09:38,661
‎ผู้เขียน สกอตต์ สตอสเซลเป็นบรรณาธิการ
‎ของเดอะแอตแลนติก และจบจากฮาร์วาร์ด

182
00:09:38,744 --> 00:09:40,913
‎เขายังเป็นสามีและพ่อลูกสอง

183
00:09:40,997 --> 00:09:43,416
‎ผมคิดว่าในระยะสั้น มันส่งผลตรงข้าม

184
00:09:43,499 --> 00:09:45,376
‎คือมันทำให้ผมยิ่งกังวล

185
00:09:45,459 --> 00:09:49,797
‎ผมใช้เบ็นโซไดอาเซพีนมากขึ้น

186
00:09:49,880 --> 00:09:53,301
‎คุณกับคนอีก 40 ล้านคน
‎รักษาโรควิตกกังวลแบบนี้ยังไง

187
00:09:53,384 --> 00:09:56,470
‎ผมเคยลองมาหลายอย่าง

188
00:09:56,554 --> 00:09:58,556
‎แต่ผมกินยา ขอย้ำอีกครั้งว่า

189
00:09:58,639 --> 00:10:00,808
‎นี่เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยบอกใคร
‎เพราะผมอับอาย

190
00:10:00,891 --> 00:10:04,395
‎แต่ผมกินยาแก้ซึมเศร้า
‎และเบ็นโซไดอาเซพีน ซึ่ง…

191
00:10:05,605 --> 00:10:08,733
‎- อย่างซาแน็กซ์เหรอครับ
‎- ซาแน็กซ์ ซึ่งเป็นยาแก้กังวล…

192
00:10:08,816 --> 00:10:11,068
‎ได้เอามาเผื่อคนทั้งห้องส่งไหม

193
00:10:12,069 --> 00:10:14,071
‎ผมมีนะ อยากให้แบ่งไหม

194
00:10:14,155 --> 00:10:17,491
‎เรื่องหนึ่งที่ผมพยายามหาคำตอบ
‎ตอนเขียนหนังสือเล่มนี้คือ

195
00:10:17,575 --> 00:10:21,704
‎"ต้นตอของความกังวล
‎เกิดจากพันธุกรรมหรือเปล่า

196
00:10:21,787 --> 00:10:25,625
‎หรือเป็นบาดแผลทางใจตั้งแต่สมัยเด็ก"

197
00:10:26,417 --> 00:10:29,503
‎อารมณ์พื้นฐานส่วนใหญ่ของเรา

198
00:10:29,587 --> 00:10:31,213
‎การตอบสนองต่อโลก

199
00:10:31,297 --> 00:10:33,382
‎ส่วนใหญ่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด

200
00:10:34,342 --> 00:10:36,886
‎มีงานวิจัยที่หลากหลายเกี่ยวกับฝาแฝด

201
00:10:36,969 --> 00:10:39,639
‎และมันแสดงให้เห็นว่าพันธุกรรมส่งผลอย่างลึกซึ้ง

202
00:10:40,681 --> 00:10:43,726
‎มันส่งผลอย่างลึกซึ้งแต่ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้ขาด

203
00:10:43,809 --> 00:10:46,062
‎ไม่อย่างนั้น แฝดเหมือนแต่ละคู่

204
00:10:46,145 --> 00:10:48,564
‎จะต้องมีความวิตกกังวลเท่ากันเสมอ

205
00:10:48,648 --> 00:10:50,483
‎และมันไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกคู่

206
00:10:50,983 --> 00:10:53,903
‎ประสบการณ์ของเรามีผลกระทบอย่างมาก

207
00:11:03,537 --> 00:11:06,749
‎เตะไวๆ แบบฮิปฮอป เตะ ผมอยากให้คุณเตะขา

208
00:11:12,129 --> 00:11:16,384
‎ฉันมีอาการวิตกกังวลครั้งแรกสมัยเรียน

209
00:11:17,134 --> 00:11:19,387
‎เพราะฉันถูกกลั่นแกล้งตลอดช่วงที่เรียนอยู่

210
00:11:19,470 --> 00:11:23,057
‎ในโรงเรียนประถมที่ฉันเรียนมีคนดำแค่สามคน

211
00:11:23,140 --> 00:11:26,310
‎ฉันเลยเป็นคนดำคนเดียวในชั้นเรียนเสมอ

212
00:11:26,394 --> 00:11:28,646
‎และมีการกลั่นแกล้งเพราะเชื้อชาติเยอะมาก

213
00:11:28,729 --> 00:11:31,148
‎ฉันกลัวคาบพัก

214
00:11:31,232 --> 00:11:34,110
‎เพราะนั่นเป็นตอนที่มีการกลั่นแกล้งหนักที่สุด

215
00:11:34,610 --> 00:11:39,573
‎ฉันโตมาในฟลอริดาตอนใต้
‎และมาจากครอบครัวที่ยากจน

216
00:11:39,657 --> 00:11:41,492
‎พ่อแม่ฉันมีเงินไม่มาก

217
00:11:42,368 --> 00:11:44,412
‎ฉันเข้ากองทัพทันทีที่เรียนจบมัธยมปลาย

218
00:11:44,495 --> 00:11:46,664
‎เพราะฉันรู้ว่าฉันอยากเรียนวิทยาลัย

219
00:11:46,747 --> 00:11:48,833
‎ฉันต้องหาทางจ่ายค่าเทอมเอง

220
00:11:48,916 --> 00:11:51,335
‎ฉันอยู่ในอิรักประมาณ 15 เดือน

221
00:11:51,419 --> 00:11:55,715
‎ฉันโชคดีมากที่การไปปฏิบัติหน้าที่
‎ของฉันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

222
00:11:55,798 --> 00:11:58,926
‎แต่ในทางกลับกัน ฉันถูกล่วงละเมิดทางเพศ

223
00:11:59,009 --> 00:12:02,680
‎ระหว่างที่อยู่ในกองทัพและนั่นเป็นสาเหตุหนึ่ง

224
00:12:02,763 --> 00:12:05,641
‎ที่ทำให้ฉันมีปัญหาหลายอย่างหลังจากออกมา

225
00:12:05,725 --> 00:12:07,601
‎หายใจเข้าลึกๆ รู้สึกตึงไหม

226
00:12:12,648 --> 00:12:13,607
‎เจ็ดสิบห้าไหม

227
00:12:18,154 --> 00:12:19,447
‎เกือบแล้ว

228
00:12:19,947 --> 00:12:21,198
‎หลังออกจากกองทัพ

229
00:12:21,282 --> 00:12:24,076
‎ฉันตัดสินใจย้ายไปนิวยอร์กซิตี้เพื่อเข้าวิทยาลัย

230
00:12:24,160 --> 00:12:26,287
‎ฉันอยากเรียนด้านแฟชั่น

231
00:12:26,370 --> 00:12:29,373
‎ฉันรู้สึกห่างเหินจากนักเรียนที่เรียนด้วยกัน

232
00:12:29,457 --> 00:12:31,208
‎เพราะฉันแก่กว่าพวกเขา

233
00:12:31,292 --> 00:12:33,711
‎และเคยเจอเหตุการณ์แบบที่พวกเขาไม่เคยเจอ

234
00:12:33,794 --> 00:12:35,880
‎เราต่อกันไม่ติด

235
00:12:35,963 --> 00:12:38,215
‎และสำหรับฉัน การนั่งอยู่ในห้องเรียน

236
00:12:38,299 --> 00:12:40,634
‎เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ฉันจะทำในวันนั้น

237
00:12:40,718 --> 00:12:44,847
‎เพราะฉันเดิมพันทั้งชีวิต
‎เพื่อโอกาสที่จะได้นั่งตรงนั้น

238
00:12:46,140 --> 00:12:50,478
‎และสมองของฉันก็บังคับให้ฉันเผชิญหน้ากับ

239
00:12:50,561 --> 00:12:52,563
‎เรื่องที่เกิดขึ้นตอนอยู่ในกองทัพ

240
00:12:52,646 --> 00:12:54,940
‎ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาในเวลาเดียวกัน

241
00:12:55,024 --> 00:12:57,067
‎นั่นเป็นครั้งแรกที่หมอสั่งยาให้ฉัน

242
00:12:57,151 --> 00:13:00,029
‎และมันช่วยฉันได้มากในตอนนั้น

243
00:13:00,112 --> 00:13:01,822
‎ที่ฉันอยู่ในจุดวิกฤต

244
00:13:01,906 --> 00:13:04,366
‎และเอาชีวิตแทบไม่รอด

245
00:13:11,999 --> 00:13:14,251
‎ก่อนเข้านอนเมื่อคืน ฉันคิดว่า

246
00:13:14,335 --> 00:13:16,170
‎"ฉันต้องทำยังไงจิตใจถึงจะสงบ"

247
00:13:17,171 --> 00:13:19,173
‎ฉันต้องการความแน่นอน

248
00:13:19,256 --> 00:13:22,092
‎นั่นเป็นเรื่องที่ฉันมักจะมีปัญหา

249
00:13:22,176 --> 00:13:26,347
‎ฉันต้องรู้ ฉันต้องรู้อนาคต
‎ฉันสงสัยว่า "มันจะเป็นไปด้วยดีไหม"

250
00:13:26,430 --> 00:13:30,267
‎ไม่ๆ หมอ… ฉันต้องคุยกับหมอหรือไม่ก็ร่างทรง

251
00:13:30,351 --> 00:13:31,936
‎ฉันจำเป็นต้องรู้

252
00:13:33,687 --> 00:13:37,358
‎สองอาทิตย์หลังเกิดโรคระบาด ฉันตกงาน

253
00:13:37,858 --> 00:13:41,320
‎ฉันจำได้ว่าคิดว่า "ฉันจะจ่ายค่าเช่ายังไง

254
00:13:41,403 --> 00:13:45,658
‎จะจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ ยังไง
‎จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป"

255
00:13:46,283 --> 00:13:49,662
‎ฉันเตรียมตัวย้ายไปอยู่กับแฟน

256
00:13:50,621 --> 00:13:53,999
‎จากนั้นฉันก็ได้รู้ว่าเขานอกใจฉัน

257
00:13:54,083 --> 00:13:56,168
‎ฉันเลยย้ายกลับไปอยู่บ้านแม่

258
00:13:56,252 --> 00:13:57,962
‎ฉันต้องอยู่บ้าน

259
00:13:58,045 --> 00:13:59,505
‎ไม่มีงานทำ

260
00:14:00,005 --> 00:14:01,549
‎ไม่มีรถ

261
00:14:01,632 --> 00:14:04,260
‎และพ่อแม่ฉันทำงาน ฉันเลยอยู่คนเดียว

262
00:14:04,343 --> 00:14:08,389
‎ฉันต้องปิดบังความเจ็บปวดอันใหญ่หลวง

263
00:14:08,472 --> 00:14:11,725
‎เพราะฉันไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ

264
00:14:11,809 --> 00:14:13,644
‎พวกท่านเสียใจและไม่สบายใจมาก

265
00:14:14,228 --> 00:14:16,522
‎นั่นคือจุดที่ฉันคิดว่า "ฉันกำลังวิตกกังวล"

266
00:14:16,605 --> 00:14:19,859
‎ฉันจำได้ว่าคิดว่า
‎"ไม่อยากให้กลางคืนมาถึงเลย"

267
00:14:19,942 --> 00:14:21,193
‎ทุกคืนเลย

268
00:14:21,277 --> 00:14:24,446
‎และฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีซาแน็กซ์ ฉันบอกว่า

269
00:14:24,530 --> 00:14:28,742
‎"ฉันต้องทำให้ตัวเองด้านชา จะได้นอนหลับ"

270
00:14:29,493 --> 00:14:31,161
‎ฉันถามนักบำบัดคนเก่า

271
00:14:31,245 --> 00:14:35,749
‎และแปลกใจที่เธอบอกว่ามันขึ้นอยู่กับฉัน

272
00:14:35,833 --> 00:14:37,126
‎ฉันก็แบบ "อะไรวะ"

273
00:14:37,209 --> 00:14:41,714
‎ฉันนึกว่านักบำบัดจะช่วยยืนยันว่า

274
00:14:41,797 --> 00:14:46,010
‎"ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก
‎คุณไม่ได้กังวลจนต้องกินซาแน็กซ์"

275
00:14:46,093 --> 00:14:47,219
‎แต่เธอกลับบอกว่า

276
00:14:47,303 --> 00:14:50,055
‎"ได้ ถ้าคุณสนใจ เราจะลองดูก็ได้"

277
00:14:50,139 --> 00:14:54,143
‎ฉันก็แบบ "ต้องตัดสินใจเองจริงๆ สินะ"

278
00:14:54,226 --> 00:14:58,314
‎มันเหมือนกระจกที่เราทุบเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน

279
00:14:58,397 --> 00:15:01,358
‎แต่เราต้องเลือกเหตุฉุกเฉินให้ดี

280
00:15:03,861 --> 00:15:06,739
‎ปริมาณการสั่งยาเบ็นโซไดอาเซพีนเพิ่มขึ้น

281
00:15:06,822 --> 00:15:09,116
‎ในช่วงสองถึงสามทศวรรษที่ผ่านมา

282
00:15:09,199 --> 00:15:12,620
‎ถ้าเราดูจำนวนคนที่มีปัญหาด้านความกังวล

283
00:15:12,703 --> 00:15:14,997
‎คนหนึ่งในสามมีอาการอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต

284
00:15:15,080 --> 00:15:17,791
‎และนั่นคือคนที่กังวลจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต

285
00:15:17,875 --> 00:15:23,380
‎และได้รับการวินิจฉัยว่า
‎เป็นโรควิตกกังวล ก็คือคนที่อาการหนัก

286
00:15:23,464 --> 00:15:26,342
‎ผมคิดว่าคุณมีอาการตื่นตระหนก

287
00:15:26,425 --> 00:15:28,260
‎ไม่หรอก มันไม่มีจริง

288
00:15:28,344 --> 00:15:30,346
‎มันเป็นแค่แผนประชาสัมพันธ์ดารา

289
00:15:30,429 --> 00:15:33,515
‎เชื่อฉัน ฉันรู้จักดาราหลายคน

290
00:15:33,599 --> 00:15:35,684
‎ไม่ มันมีจริงแน่นอน

291
00:15:35,768 --> 00:15:39,647
‎ฉันว่าเราถูกสอนมาผิดๆ ว่าทุกคนสุขภาพจิตดี

292
00:15:39,730 --> 00:15:43,651
‎"ฉันเป็นคนเดียวที่ลำบาก เป็นคนเดียวที่มีปัญหา"

293
00:15:44,360 --> 00:15:46,654
‎คนอื่นๆ แค่ใช้ชีวิตอย่างราบรื่น

294
00:15:46,737 --> 00:15:47,613
‎(พลังบวกเท่านั้น)

295
00:15:47,696 --> 00:15:50,407
‎ฉันมีปัญหาอะไรถึงทำแบบนั้นไม่ได้

296
00:15:50,491 --> 00:15:53,994
‎มันเป็นความรู้สึกที่วนเวียนกลับมาเป็นครั้งคราว

297
00:15:54,078 --> 00:15:56,747
‎ส่วนหนึ่งของปัญหาคือความคาดหวัง

298
00:15:56,830 --> 00:16:00,250
‎มีความคาดหวังว่า
‎เราสามารถสร้างสรรค์อะไรสักอย่าง

299
00:16:00,334 --> 00:16:03,754
‎ไม่ใช่แค่สร้างสรรค์ แต่บันทึกลง
‎โซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามนับล้าน

300
00:16:03,837 --> 00:16:07,508
‎โซเชียลมีเดียจะทำให้เรากังวล
‎ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

301
00:16:07,591 --> 00:16:11,261
‎เรากำลังเปรียบเทียบ
‎อารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง

302
00:16:11,345 --> 00:16:14,390
‎กับภาพลักษณ์ภายนอก
‎ที่ผ่านการคัดเลือกและตกแต่งของคนอื่น

303
00:16:14,473 --> 00:16:15,683
‎เราไม่มีทางเทียบได้

304
00:16:15,766 --> 00:16:18,143
‎มีปัญหาสังคมใหม่ๆ หลายอย่าง

305
00:16:18,227 --> 00:16:20,521
‎ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างที่ทำงานกับบ้าน

306
00:16:20,604 --> 00:16:24,274
‎เดี๋ยวนี้คนมองไอโฟนมากกว่าสบตาคนอื่น

307
00:16:24,358 --> 00:16:26,735
‎ถ้าเรามัวแต่ครุ่นคิด ใช้มือถือ

308
00:16:26,819 --> 00:16:29,488
‎หรือใช้แล็ปท็อป เราไม่ได้อยู่กับร่างกายตัวเอง

309
00:16:29,571 --> 00:16:30,739
‎เราอยู่ที่อื่น

310
00:16:30,823 --> 00:16:33,158
‎วัยรุ่นไปเที่ยวกับเพื่อนๆ น้อยกว่าสมัยก่อน

311
00:16:33,242 --> 00:16:36,161
‎เราถูกแยกจากร่างกาย ถูกแยกจากคนอื่นๆ

312
00:16:36,245 --> 00:16:38,080
‎ถูกแยกจากธรรมชาติ

313
00:16:38,163 --> 00:16:41,000
‎ทุกคนแค่ดูมือถือและอยู่ตัวคนเดียว

314
00:16:41,083 --> 00:16:43,836
‎- รู้ตัวอีกทีก็หมดวันแล้ว
‎- เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับมัน

315
00:16:43,919 --> 00:16:49,425
‎ยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
‎อาจเป็นวิธีปรับตัวให้เข้ากับโลก

316
00:16:49,508 --> 00:16:51,510
‎ที่ในบางแง่ก็ไม่เหมาะกับเรา

317
00:16:51,593 --> 00:16:53,178
‎(ระเบิดครั้งใหญ่สะเทือนเบรุต)

318
00:16:53,262 --> 00:16:57,224
‎เราถูกกระตุ้นตลอดเวลาด้วยเหตุการณ์เลวร้าย

319
00:16:57,307 --> 00:16:59,101
‎ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

320
00:16:59,184 --> 00:17:01,645
‎เรากำลังเห็นจุดเริ่มต้นของ
‎สงครามโลกครั้งที่สามหรือเปล่าคะ

321
00:17:01,729 --> 00:17:07,109
‎ผมโตมาในยุคที่มีรายการข่าวแค่วันละสามครั้ง

322
00:17:07,192 --> 00:17:08,569
‎อาวุธนิวเคลียร์…

323
00:17:08,652 --> 00:17:12,197
‎เดี๋ยวนี้เราดูข่าวได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

324
00:17:12,281 --> 00:17:13,657
‎มันเหมือนเสียงพื้นหลัง

325
00:17:13,741 --> 00:17:16,118
‎ที่เราไม่ได้นึกถึงทุกวัน แต่มันอยู่กับเรา

326
00:17:16,201 --> 00:17:17,745
‎ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม

327
00:17:17,828 --> 00:17:19,496
‎การแพร่ระบาดของความโดดเดี่ยว

328
00:17:19,580 --> 00:17:21,290
‎โรคเครียดจากการเลือกตั้ง

329
00:17:21,373 --> 00:17:24,334
‎ชาวอเมริกันหลายล้านคนบอกว่า
‎พวกเขารู้สึกกังวลและเครียด

330
00:17:24,418 --> 00:17:26,295
‎ฉันจะไปหยิบซาแน็กซ์ในห้องนอน

331
00:17:26,378 --> 00:17:27,629
‎ขอสักหกเม็ดได้ไหม

332
00:17:27,713 --> 00:17:29,757
‎- เอามาทั้งขวดเลยแล้วกัน
‎- โอเค

333
00:17:30,257 --> 00:17:34,636
‎ก่อนโควิด 19 จะระบาด
‎สุขภาพจิตของเราก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว

334
00:17:34,720 --> 00:17:39,516
‎โรควิตกกังวลกลายเป็น
‎คำวินิจฉัยยอดฮิตแทนโรคซึมเศร้า

335
00:17:39,600 --> 00:17:41,685
‎เห็นได้ชัดว่าโรคระบาดทำให้มันแย่ลง

336
00:17:41,769 --> 00:17:43,812
‎มันเป็นหนึ่งในการระเบิดอารมณ์
‎อันน่าตกตะลึงหลายครั้ง

337
00:17:43,896 --> 00:17:47,775
‎การดูแลเด็กเป็นหนึ่งใน
‎แหล่งความเครียดที่ใหญ่ที่สุด

338
00:17:47,858 --> 00:17:51,403
‎ทางออกเดียวของฉันคือเข้าไปในตู้เสื้อผ้า

339
00:17:51,487 --> 00:17:52,905
‎คุกเข่า นั่งคุกเข่า

340
00:17:52,988 --> 00:17:55,949
‎ร้องไห้และภาวนาขอให้ฉันผ่านเรื่องนี้ไปได้

341
00:17:56,033 --> 00:17:58,786
‎แม่กลุ่มหนึ่งพบวิธีที่ไม่ธรรมดาในการรับมือ

342
00:17:58,869 --> 00:18:00,788
‎กับความเครียดและแรงกดดัน

343
00:18:00,871 --> 00:18:02,706
‎การบำบัดด้วยการกรีดร้องสุดเสียง

344
00:18:03,207 --> 00:18:05,334
‎นักวิทยาศาสตร์ไม่อยากเชื่อว่า…

345
00:18:05,417 --> 00:18:07,920
‎มีปัจจัยหลายอย่างที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะเจาะ

346
00:18:08,003 --> 00:18:10,881
‎ที่ทำให้ทุกวันนี้เราเป็นกังวลมากกว่าแต่ก่อน

347
00:18:10,964 --> 00:18:12,216
‎(ชีวิตคนดำมีความหมาย)

348
00:18:12,299 --> 00:18:13,717
‎(กราดยิงโรงเรียนดับ 17 ศพ)

349
00:18:13,801 --> 00:18:15,010
‎(ไม่มีทางรอด)

350
00:18:18,972 --> 00:18:23,894
‎(เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค กรุณารอสักครู่)

351
00:18:23,977 --> 00:18:26,522
‎ถ้าคุณขึ้นไทม์แมชชีนแล้วย้อนเวลากลับไปในอดีต

352
00:18:26,605 --> 00:18:28,690
‎ผมอยากไปด้วย

353
00:18:28,774 --> 00:18:31,735
‎คนอเมริกันเคยดื่มเหล้า ดื่มหนักมาก

354
00:18:33,362 --> 00:18:37,074
‎ไม่ว่าคนจะบรรเทาความเครียดด้วยเหล้า

355
00:18:37,157 --> 00:18:39,535
‎หรือว่ายา

356
00:18:40,410 --> 00:18:44,998
‎ผู้คนต่างก็บำบัดด้วยการให้ยาตัวเอง

357
00:18:45,082 --> 00:18:49,711
‎วิธีที่มนุษย์ใช้รับมือกับ
‎สิ่งที่เราเรียกว่าความกังวลในปัจจุบัน

358
00:18:49,795 --> 00:18:52,047
‎ก็เหมือนกับวิธีที่เราใช้มาหลายหมื่นปี

359
00:18:52,131 --> 00:18:54,842
‎แต่ก่อนเราเรียกมันว่าภาวะซึมเศร้ารุนแรง

360
00:18:55,342 --> 00:18:57,761
‎โรคไอระเหย โรคอังกฤษ

361
00:18:57,845 --> 00:19:02,432
‎โรคประสาท วิตกจริต
‎อาการทางประสาท โรคอ่อนเพลีย

362
00:19:02,516 --> 00:19:06,937
‎โรคอ่อนเพลียเป็น
‎โรคประจำระบอบทุนนิยมในยุคทองชุบ

363
00:19:07,437 --> 00:19:08,480
‎มันแพร่หลายมาก

364
00:19:08,564 --> 00:19:10,232
‎คนได้รับการวินิจฉัยเป็นว่าเล่น

365
00:19:11,108 --> 00:19:14,027
‎พวกเขามองว่าโรคอ่อนเพลียเป็นโรคชนิดใหม่

366
00:19:14,111 --> 00:19:15,696
‎ที่เกิดจากชีวิตสมัยใหม่

367
00:19:16,780 --> 00:19:19,867
‎คนย้ายมาอยู่ในเมือง โรงงานเปิดตัว

368
00:19:19,950 --> 00:19:23,537
‎ผู้หญิงเริ่มทำงานและพึ่งพาตัวเองได้

369
00:19:23,620 --> 00:19:27,708
‎เครื่องจักรไอน้ำ หนังสือพิมพ์รายวัน
‎และการไหลเวียนของข้อมูล

370
00:19:27,791 --> 00:19:29,543
‎ข่าวแพร่ไปเร็วมาก

371
00:19:29,626 --> 00:19:32,671
‎ในตอนเช้า คนจะอ่านหนังสือพิมพ์

372
00:19:32,754 --> 00:19:35,632
‎เกี่ยวกับเหตุภูเขาไฟระเบิดในอีกซีกโลก

373
00:19:35,716 --> 00:19:37,926
‎จากนั้นก็จมอยู่กับมันทั้งวัน

374
00:19:38,010 --> 00:19:41,430
‎เฝ้าคิดว่าภูเขาไฟทำลายเมืองทั้งเมืองได้

375
00:19:41,513 --> 00:19:43,223
‎ความกังวลที่เกิดจากเทคโนโลยี

376
00:19:43,307 --> 00:19:46,894
‎ไม่ได้เกิดขึ้นกับพวกเราเท่านั้น
‎เราไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่เผชิญกับมัน

377
00:19:47,477 --> 00:19:51,565
‎อาการโดยทั่วไปคือหยุดความคิดไม่ได้

378
00:19:51,648 --> 00:19:54,776
‎คิดเรื่องน่ากลัว นอนไม่หลับ

379
00:19:54,860 --> 00:19:56,570
‎ปัญหาทางเดินอาหาร

380
00:19:56,653 --> 00:19:58,155
‎อาการปวดต่างๆ

381
00:19:58,238 --> 00:20:01,074
‎มีคนปวดหลังเยอะมาก

382
00:20:01,158 --> 00:20:04,411
‎เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ฟันผุ

383
00:20:05,162 --> 00:20:06,038
‎ฟันผุ

384
00:20:06,830 --> 00:20:09,583
‎เกิดช่องทางทำธุรกิจกำไรงาม

385
00:20:09,666 --> 00:20:12,211
‎และนั่นต้องอาศัยการโฆษณาอย่างหนัก

386
00:20:12,711 --> 00:20:14,296
‎"ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้

387
00:20:14,379 --> 00:20:17,424
‎คุณอาจเป็นโรคนี้ และนี่คือยารักษา"

388
00:20:17,507 --> 00:20:20,135
‎สำหรับครอบครัวชนชั้นกลางที่มีเกียรติทั้งหลาย

389
00:20:20,219 --> 00:20:22,346
‎การดื่มเหล้าถือเป็นบาป

390
00:20:22,429 --> 00:20:25,265
‎ในทางกลับกัน ยาก็คือยา

391
00:20:25,766 --> 00:20:27,434
‎สมัยนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น

392
00:20:27,517 --> 00:20:30,229
‎เราคุยกับเพื่อน แล้วเพื่อนก็พูดว่า

393
00:20:30,312 --> 00:20:33,190
‎"ฉันไม่เสพยา" แต่เขาใช้ยา

394
00:20:33,941 --> 00:20:35,817
‎และ… ใช่

395
00:20:39,154 --> 00:20:41,615
‎ผมรู้สึกว่าผมรู้มาตลอดว่าตัวเองขี้กังวล

396
00:20:41,698 --> 00:20:44,785
‎แต่ผมไม่ถือว่าตัวเองเป็นโรควิตกกังวล

397
00:20:44,868 --> 00:20:49,998
‎ผมไม่อยากเลือกทางที่ทำให้ผมอ่อนแอลง

398
00:20:50,499 --> 00:20:51,500
‎ผมสบายดี

399
00:20:51,583 --> 00:20:55,254
‎ใช่ ผมมีนิสัยแปลกๆ อะไรพวกนั้น
‎แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของผม

400
00:20:55,337 --> 00:20:59,341
‎ผมเคยดูซีรีส์เกิร์ลเฟรนส์ และมีตอนหนึ่งที่ดีมาก

401
00:20:59,424 --> 00:21:03,804
‎เกี่ยวกับปฏิกิริยาของคนดำและคนผิวสีต่อ

402
00:21:03,887 --> 00:21:05,222
‎การบำบัดและสุขภาพจิต

403
00:21:05,847 --> 00:21:07,432
‎เธอไปบำบัดเหรอ

404
00:21:07,516 --> 00:21:11,436
‎โจนจ๋า คนดำไม่ไปบำบัดหรอก
‎สาวน้อย พวกเขาไปโบสถ์

405
00:21:11,520 --> 00:21:15,107
‎และผมคิดว่าสำหรับพวกเราหลายคน
‎เราแค่ภาวนาให้มันหายไป

406
00:21:15,190 --> 00:21:17,734
‎ภาวนาให้หายป่วย ภาวนาเรื่องนั้นเรื่องนี้

407
00:21:17,818 --> 00:21:21,196
‎เราภาวนาให้ทุกอย่างหายไปได้
‎ก็อย่างที่มีหลักฐานให้เห็น

408
00:21:22,489 --> 00:21:24,533
‎สมัยยังเด็ก ผมเสียงดัง ขี้กังวล

409
00:21:24,616 --> 00:21:28,745
‎ผมต้องเป็นคนคุมทุกอย่าง แต่ผมก็มีความสุขดี

410
00:21:28,829 --> 00:21:31,540
‎ผมคิดว่า "ใช่ สนุกดี นี่คือตัวตนของฉัน"

411
00:21:32,040 --> 00:21:35,002
‎นี่คือการอาละวาดในแบบของผม
‎ผมจู้จี้ไปหมดทุกเรื่อง

412
00:21:36,211 --> 00:21:40,173
‎แต่ผมว่าผมตลกนะ ผมคิดว่าตัวเองเป็นเด็กตลก

413
00:21:40,799 --> 00:21:44,177
‎พ่อแม่ให้ผมเล่นสเกตลีลา
‎ผมก็แบบ "ฉันจะเป็นนักกีฬาโอลิมปิก

414
00:21:44,261 --> 00:21:47,931
‎นี่เป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับฉัน
‎มันต้องใช้ความแม่นยำ ของถนัดฉันเลย"

415
00:21:48,432 --> 00:21:50,267
‎จนกระทั่งผมเข้าวัยรุ่น

416
00:21:50,350 --> 00:21:53,395
‎ผมน้ำหนักขึ้นซึ่งทำให้ผมสติแตก
‎จากนั้นผมก็คิดว่า

417
00:21:53,478 --> 00:21:57,149
‎"ตายแล้ว ฉันเป็นเกย์ด้วยเหรอ
‎พระเจ้า งานเข้าหลายอย่างเลย"

418
00:21:57,232 --> 00:22:00,402
‎ผมก็แบบ "โอเค เรื่องพวกนี้เป็นปัญหา

419
00:22:00,485 --> 00:22:02,654
‎ดังนั้นฉันต้องทำให้ทุกอย่างออกมาดี"

420
00:22:02,738 --> 00:22:05,407
‎ผมกลายเป็นเด็กเรียนเก่ง เป็นคนเจ้าระเบียบ

421
00:22:06,742 --> 00:22:10,454
‎ตอนเรียนวิทยาลัย ปาร์ตี้ทำให้ผมผ่อนคลาย

422
00:22:11,038 --> 00:22:14,708
‎พอเข้าปีสอง ผมก็ไม่สามารถ

423
00:22:14,791 --> 00:22:17,461
‎ทำทุกอย่างพร้อมกันได้อีกต่อไป นั่นคือตอนที่

424
00:22:18,003 --> 00:22:21,590
‎ผมคิดว่า "ใช่ เป็นเพราะฉันไม่มีสมาธิ

425
00:22:21,673 --> 00:22:25,093
‎ทุกคนกินแอดเดอรอล ดังนั้นฉันจะไปหาหมอ

426
00:22:25,177 --> 00:22:27,471
‎ฉันจะกินแอดเดอรอล แล้วทุกอย่างจะดีเอง

427
00:22:27,554 --> 00:22:30,766
‎เพราะฉันจะทำทุกอย่างได้"
‎แต่หลังจากนั้นไม่นาน

428
00:22:30,849 --> 00:22:33,810
‎ความกังวลก็กำเริบ เพราะนั่นคือปัญหาที่แท้จริง

429
00:22:33,894 --> 00:22:36,813
‎มันคือความกังวลและการต่อสู้กับความกังวล

430
00:22:36,897 --> 00:22:40,442
‎ที่ทำลายทุกอย่างระหว่างทาง

431
00:22:40,525 --> 00:22:44,237
‎เพราะมันต้องใช้แรงใจอย่างมากในการควบคุม

432
00:22:44,321 --> 00:22:47,699
‎ผมไปหาหมอแล้วบอกว่า
‎"เดี๋ยวนี้ผมนอนไม่หลับเลย" ผม…

433
00:22:47,783 --> 00:22:50,118
‎และมันทำให้ทุกอย่างพังทลาย

434
00:22:50,202 --> 00:22:54,039
‎หมอบอกว่า "โอเค คุณรู้สึกกังวล
‎หรืออะไรแบบนั้นไหม" ผมตอบว่า

435
00:22:54,122 --> 00:22:57,918
‎"ไม่รู้จะเรียกว่ากังวลได้ไหม
‎แต่ผมกระสับกระส่ายแน่นอน"

436
00:22:58,001 --> 00:22:59,920
‎เขาก็บอกว่า "ลองกินซาแน็กซ์ดู"

437
00:23:00,003 --> 00:23:04,466
‎ผมหลับสบายที่สุดตอนกินซาแน็กซ์

438
00:23:05,050 --> 00:23:10,514
‎ไม่ฝันเลย แค่หลับเป็นตาย ซึ่งยอดมาก

439
00:23:10,597 --> 00:23:13,350
‎แต่ผมไม่เคยจัดการกับความกังวล

440
00:23:13,433 --> 00:23:15,435
‎และไม่คิดว่าตัวเองเป็นโรควิตกกังวล

441
00:23:15,519 --> 00:23:18,647
‎เลยกลายเป็นว่า
‎"ไม่นะ แอดเดอรอลทำให้ฉันกังวล"

442
00:23:19,481 --> 00:23:21,483
‎มันไม่ใช่ต้นตอของปัญหา

443
00:23:21,566 --> 00:23:25,278
‎ผมคิดอยู่นานว่ามันเป็นผลจากอย่างอื่น

444
00:23:25,362 --> 00:23:26,988
‎จากนั้น พอผมเจอคนมากขึ้น

445
00:23:27,072 --> 00:23:30,242
‎โดยเฉพาะคนจากนิวยอร์กซิตี้

446
00:23:30,325 --> 00:23:34,121
‎เมืองหรือบริเวณที่ค่อนข้างร่ำรวย
‎ทุกคนพูดเหมือนกันว่า

447
00:23:34,204 --> 00:23:37,165
‎"ใช่ ทุกคนไปหานักบำบัด ทุกคนกินยา

448
00:23:37,249 --> 00:23:41,294
‎ชีวิตห่วยแตก เราไม่สบาย
‎ก็ต้องรับมือแบบนี้แหละ"

449
00:23:46,716 --> 00:23:49,511
‎การเริ่มต้นใช้การรักษาทางการแพทย์

450
00:23:49,594 --> 00:23:51,972
‎และยาบรรเทาอาการที่มีประสิทธิภาพ

451
00:23:52,055 --> 00:23:54,808
‎ทำให้มุมมองต่อโรคเปลี่ยนไป

452
00:23:54,891 --> 00:23:57,644
‎ถ้าเราเป็นต้อและมีปัญหาด้านการมองเห็น

453
00:23:57,727 --> 00:24:00,689
‎เราก็กินยารักษาต้อ มันทำให้เรามองเห็น

454
00:24:00,772 --> 00:24:03,483
‎ถ้าเราเป็นเบาหวาน
‎และมีความผิดปกติเกี่ยวกับอินซูลิน

455
00:24:03,567 --> 00:24:05,110
‎เราก็ควบคุมอินซูลิน

456
00:24:05,193 --> 00:24:08,071
‎การที่ตับอ่อนของผมทำงานไม่ปกติ
‎ไม่ได้เป็นความผิดของผม

457
00:24:08,155 --> 00:24:10,949
‎การที่ตาของผมทำงานไม่ปกติ
‎ไม่ได้เป็นความผิดของผม

458
00:24:11,032 --> 00:24:15,996
‎แล้วทำไมการที่ผมตื่นตระหนกง่าย
‎ถึงเป็นความผิดของผม

459
00:24:16,079 --> 00:24:19,708
‎ถ้ามีปัญหาทางชีวภาพ เราก็แก้ไขมันซะ

460
00:24:19,791 --> 00:24:23,920
‎เบ็นโซไดอาเซพีนถูกคิดค้นใน
‎ยุค 1950 ถึงต้นยุค 60

461
00:24:24,004 --> 00:24:27,549
‎ผู้คนตื่นเต้นกันมาก
‎เพราะมันจะมาแทนที่บาร์บิทูเรต

462
00:24:27,632 --> 00:24:30,719
‎มีความเป็นไปได้สูงว่าในตู้ยาของคุณ

463
00:24:30,802 --> 00:24:33,805
‎มียาที่อาจทำให้คุณเสพติดอย่างหนัก

464
00:24:33,889 --> 00:24:37,142
‎และส่งผลร้ายต่อคุณพอๆ กับเฮโรอีนหรือมอร์ฟีน

465
00:24:37,851 --> 00:24:39,811
‎ผมกำลังพูดถึงบาร์บิทูเรต

466
00:24:39,895 --> 00:24:43,315
‎สาเหตุอันดับหนึ่ง
‎ของการตายด้วยสารพิษในอเมริกา

467
00:24:43,398 --> 00:24:46,568
‎คุณตื่นขึ้นมาหลังผ่านไปสองสามชั่วโมง
‎และจำไม่ได้ว่ากินยาไปเท่าไร

468
00:24:49,362 --> 00:24:50,822
‎สามเม็ดแล้วกัน

469
00:24:50,906 --> 00:24:52,949
‎เบ็นโซไดอาเซพีนปลอดภัยกว่ามาก

470
00:24:53,033 --> 00:24:54,951
‎(ผู้ป่วยบางคนใช้บาร์บิทูเรตจนวันตาย)

471
00:24:55,035 --> 00:24:58,914
‎พอถึงยุค 1970 เบ็นโซไดอาเซพีนก็กลายเป็น

472
00:24:58,997 --> 00:25:01,166
‎ยาที่มีการสั่งบ่อยที่สุดอันดับหนึ่ง

473
00:25:01,249 --> 00:25:03,418
‎ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

474
00:25:04,127 --> 00:25:05,921
‎เป็นความจริงที่ว่า

475
00:25:06,004 --> 00:25:08,298
‎นี่คือวิธีให้ยากับคนหมู่มาก

476
00:25:08,381 --> 00:25:12,260
‎มันคือฝิ่นของคนหมู่มาก
‎เบ็นโซไดอาเซพีนของคนหมู่มาก

477
00:25:12,344 --> 00:25:14,012
‎มีใครมีแวเลียมบ้าง

478
00:25:20,143 --> 00:25:22,896
‎ในระดับบุคคล แม่บ้านที่ไม่มีความสุข

479
00:25:22,979 --> 00:25:26,816
‎หรือทนายที่ไม่มีความสุขที่อาจจะอยากทำอาชีพอื่น

480
00:25:26,900 --> 00:25:29,194
‎แทนที่จะพิจารณาทางเลือกที่ดีกว่าในชีวิต

481
00:25:29,277 --> 00:25:32,531
‎พวกเขากลับกลบเกลื่อนความไม่สบายใจ

482
00:25:32,614 --> 00:25:34,407
‎ด้วยยาตัวนั้น

483
00:25:34,491 --> 00:25:37,661
‎หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ พวกคุณยังมีแก่ใจจะกินอีก

484
00:25:37,744 --> 00:25:41,456
‎- ก็เราประหม่า จะให้ทำยังไง
‎- กินแวเลียมเหมือนคนปกติสิ

485
00:25:41,540 --> 00:25:44,334
‎แต่ใครจะไปคิด พอเวลาผ่านไป

486
00:25:44,417 --> 00:25:47,462
‎เราก็ตระหนักว่าเราสามารถ
‎กินยาพวกนี้มากเกินไปได้

487
00:25:47,546 --> 00:25:50,006
‎และมีผลข้างเคียงที่เป็นปัญหาหลายอย่าง

488
00:25:50,090 --> 00:25:52,092
‎จากการใช้เบ็นโซไดอาเซพีนเป็นเวลานาน

489
00:25:52,175 --> 00:25:56,388
‎วันนี้คณะอนุกรรมการด้านสุขภาพ
‎ของวุฒิสภาได้ฟังเรื่องเลวร้าย

490
00:25:56,471 --> 00:25:58,473
‎จากบรรดาผู้เสพติดแวเลียม

491
00:25:58,557 --> 00:26:01,935
‎แพทย์จากแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า
‎การเลิกใช้ยาทำให้เขารู้สึก

492
00:26:02,018 --> 00:26:05,522
‎เหมือนมีคนราดน้ำมันใต้ผิวหนังเขาแล้วจุดไฟ

493
00:26:06,106 --> 00:26:08,858
‎แวเลียมเป็นยาที่มีการใช้มากที่สุดในอเมริกา

494
00:26:08,942 --> 00:26:12,737
‎องค์การอาหารและยาเตือนแพทย์
‎ไม่ให้สั่งยาสำหรับความเครียดทั่วไป

495
00:26:13,905 --> 00:26:15,365
‎จากนั้นก็มีซาแน็กซ์

496
00:26:16,616 --> 00:26:19,786
‎นักวิทยาศาสตร์ของอัพจอห์น
‎ประสบความสำเร็จในการสร้างโมเลกุล

497
00:26:19,869 --> 00:26:22,205
‎ที่ช่วยควบคุมโรควิตกกังวล

498
00:26:23,248 --> 00:26:25,333
‎มันส่งผลต่อเซลล์ประสาทในสมอง

499
00:26:25,417 --> 00:26:27,586
‎ส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และความกังวล

500
00:26:27,669 --> 00:26:30,005
‎ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ตรงจุดมากกว่า

501
00:26:30,088 --> 00:26:32,632
‎ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่ายาตัวก่อนๆ

502
00:26:32,716 --> 00:26:35,844
‎ซาแน็กซ์มีการสั่งยาหลายล้านครั้ง

503
00:26:35,927 --> 00:26:39,264
‎ผมเกรงว่าการสั่งยามากเกินควร
‎แบบที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

504
00:26:39,931 --> 00:26:44,227
‎การเข้าถึงยาง่ายเกินไปแบบที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

505
00:26:45,270 --> 00:26:47,272
‎กำลังเกิดขึ้นกับยาตัวนี้

506
00:26:47,355 --> 00:26:51,401
‎จากนั้นเหตุการณ์ 11 กันยายน
‎ก็ทำให้เกิดความกังวลอย่างล้นหลาม

507
00:26:51,985 --> 00:26:54,821
‎ทุกคนเสียขวัญ ทุกคนตึงเครียด

508
00:26:54,904 --> 00:26:58,658
‎ความเจ็บปวดจากการโจมตีอเมริกา
‎ส่งผลร้ายในหลายๆ ด้าน

509
00:26:58,742 --> 00:26:59,868
‎รวมถึงสุขภาพจิตด้วย

510
00:27:00,869 --> 00:27:02,704
‎เราจะหายดีได้ยังไง

511
00:27:02,787 --> 00:27:07,083
‎มหันตภัยครั้งนี้ยังเป็นหายนะด้านสุขภาพจิต

512
00:27:07,167 --> 00:27:09,127
‎ในวงกว้างอีกด้วย

513
00:27:09,794 --> 00:27:16,468
‎การสั่งยาแก้กังวลเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์
‎ในนิวยอร์ก และแปดเปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ

514
00:27:17,344 --> 00:27:20,972
‎แถมยังมีการโฆษณาเพิ่มขึ้นด้วย โฆษณาที่บอกว่า

515
00:27:21,056 --> 00:27:24,684
‎"คุณรู้สึกกังวลมากขึ้นหรือเปล่า
‎ยาของเราทำให้รู้สึกดีขึ้นได้"

516
00:27:24,768 --> 00:27:26,603
‎พวกเขามีรูปผู้หญิง

517
00:27:26,686 --> 00:27:30,440
‎พร้อมข้อความเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ
‎ที่ทำให้พวกเธอกังวล

518
00:27:31,399 --> 00:27:32,901
‎และผู้หญิงก็ตอบสนอง

519
00:27:33,985 --> 00:27:37,030
‎จำนวนผู้หญิงที่เริ่มใช้ยาแก้ซึมเศร้า

520
00:27:37,113 --> 00:27:41,534
‎ยาแก้วิตกกังวล และยานอนหลับ
‎หลังเหตุการณ์ 11 กันยายนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

521
00:27:43,787 --> 00:27:47,457
‎ไม่ได้จะพูดเหมารวมนะ
‎แต่ฉันคิดว่าผู้หญิงหลายคน

522
00:27:47,540 --> 00:27:52,087
‎มักจะลืมใส่ใจตัวเองและไม่หาเวลาให้ตัวเอง

523
00:27:52,170 --> 00:27:57,008
‎และนั่นทำให้อาการวิตกกังวลของฉันกำเริบ

524
00:27:58,259 --> 00:28:01,805
‎ฉันเป็นคนรุ่นที่ใครๆ ก็บอกว่า
‎เราสามารถมีได้ทุกอย่าง

525
00:28:01,888 --> 00:28:06,685
‎แต่ไม่บอกว่าต้องทำยังไง
‎แม่ของฉันอยู่บ้านเลี้ยงลูก

526
00:28:07,560 --> 00:28:13,650
‎และฉันเคยคิดว่าฉันคงจะอยู่บ้านเป็นหลัก

527
00:28:13,733 --> 00:28:16,820
‎เพราะนั่นคือภาพที่ฉันเห็นตอนโตขึ้นมา แต่แล้ว

528
00:28:17,362 --> 00:28:22,200
‎ฉันก็มีลูกชายตอนอายุ 34
‎ตอนนั้นฉันมีอาชีพการงานอยู่แล้ว

529
00:28:22,283 --> 00:28:26,121
‎กู้เงินซื้อบ้านไปแล้ว จัดการชีวิตจนลงตัวแล้ว

530
00:28:26,204 --> 00:28:29,791
‎แต่กลายเป็นว่าฉันต้องทำงาน
‎และต้องจัดสรรเวลาใหม่

531
00:28:29,874 --> 00:28:33,336
‎ใครจะพาลูกฉันไปเรียนพิเศษ

532
00:28:33,420 --> 00:28:35,296
‎หรือไม่ก็เลิกงานเร็วเพื่อพาลูกไปส่ง

533
00:28:35,380 --> 00:28:39,634
‎ฉันต้องกลับบ้านไปทำอาหารเย็น
‎และฉันรู้สึกเหมือนใช้ชีวิต

534
00:28:39,718 --> 00:28:43,805
‎ที่ระดับความเครียดสูงตลอดเวลา

535
00:28:43,888 --> 00:28:47,559
‎เราคิดว่า "โอเค เยี่ยมเลย
‎ฉันจะทำงานให้เสร็จแล้วดื่มไวน์สักแก้ว"

536
00:28:47,642 --> 00:28:51,771
‎และโดยรวมแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพกาย

537
00:28:51,855 --> 00:28:56,234
‎และสุขภาพจิตของฉันอย่างมาก
‎สำหรับบางคน มันก็ได้ผลดี

538
00:28:56,317 --> 00:28:59,070
‎แต่มันทำให้ฉันเครียดหนักกว่าเดิม

539
00:29:02,407 --> 00:29:04,409
‎ประมาณสองปีก่อน

540
00:29:05,493 --> 00:29:08,496
‎ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน

541
00:29:09,247 --> 00:29:13,543
‎แม่สามีฉันสมองเสื่อม

542
00:29:13,626 --> 00:29:16,838
‎และอยู่ในบ้านพักคนชราที่อยู่คนละรัฐกับเรา

543
00:29:17,338 --> 00:29:20,508
‎ลูกชายฉันเข้าสู่ชีวิตวัยรุ่นอีกขั้น

544
00:29:20,592 --> 00:29:24,137
‎มันทำให้ความสัมพันธ์ของเราเปลี่ยนไป

545
00:29:24,220 --> 00:29:26,306
‎และฉันต้องหัดเว้นระยะห่าง

546
00:29:26,806 --> 00:29:30,560
‎เรื่องงานเครียดสุดๆ

547
00:29:30,643 --> 00:29:35,231
‎และวัยทองอาจทำให้ทุกอย่างพังหมด

548
00:29:35,315 --> 00:29:37,650
‎เรากำลังเดินหน้าอย่างมั่นคง

549
00:29:37,734 --> 00:29:41,154
‎ใช้ชีวิตปกติดีจนกระทั่งอายุ 50 กว่า

550
00:29:41,654 --> 00:29:47,410
‎และมันทำให้ฮอร์โมนกับชีวิตเราเสียสมดุล

551
00:29:47,494 --> 00:29:48,828
‎ฉันคิดว่าคงไม่ผิดถ้าจะพูดว่า

552
00:29:48,912 --> 00:29:52,707
‎ร่างกายของผู้หญิงกับผู้ชายไม่เหมือนกันซะทีเดียว

553
00:29:52,791 --> 00:29:56,711
‎และร่างกายทั้งสองแบบมีฮอร์โมนที่ต่างกันมาก

554
00:29:56,795 --> 00:29:59,214
‎แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ

555
00:29:59,297 --> 00:30:01,883
‎ผู้หญิงมีผู้หญิงคนอื่นๆ เป็นต้นแบบ

556
00:30:01,966 --> 00:30:05,345
‎ที่ทำให้เรารู้จักวิธีแสดงความกังวล
‎ในแบบที่เป็นที่ยอมรับ

557
00:30:06,262 --> 00:30:12,060
‎เราสอนให้เด็กผู้หญิงแสดงอารมณ์มากกว่า

558
00:30:12,143 --> 00:30:16,272
‎เราช่วยเหลือเด็กผู้หญิงที่ร้องไห้

559
00:30:16,356 --> 00:30:21,444
‎และต้องการความสนใจเป็นพิเศษ

560
00:30:21,528 --> 00:30:24,823
‎แต่กับเด็กผู้ชาย เราบอกให้พวกเขา
‎ออกไปเล่นข้างนอก

561
00:30:24,906 --> 00:30:29,244
‎ออกไปสู้ ทำตัวเข้มแข็ง และเลิกร้องไห้

562
00:30:30,036 --> 00:30:32,539
‎ทีนี้ก็สั่งน้ำมูกแล้วเช็ดน้ำตาซะ

563
00:30:33,623 --> 00:30:36,376
‎เราคงไม่อยากให้ไมค์กับแม่เขาเห็นลูกในสภาพนี้

564
00:30:38,670 --> 00:30:41,548
‎ฉันเป็นนักบำบัดมา 16 หรือ 17 ปี

565
00:30:41,631 --> 00:30:44,467
‎ฉันเคยทำงานในโรงเรียน
‎ฉันเคยไปบำบัดตามบ้าน

566
00:30:44,551 --> 00:30:47,345
‎ในที่สุดฉันก็เปิดคลินิกของตัวเอง
‎ประมาณห้าปีก่อน

567
00:30:47,428 --> 00:30:52,183
‎และระหว่างที่ทำงาน ฉันรู้สึกว่า
‎มีผู้ชายเข้ารับการบำบัดไม่มากเท่าที่ควร

568
00:30:52,267 --> 00:30:54,978
‎ดังนั้น ระหว่างที่ฉันพยายามทำความเข้าใจว่า

569
00:30:55,061 --> 00:30:57,438
‎"ทำไมผู้ชายไม่มาบำบัด"

570
00:30:57,522 --> 00:31:01,901
‎ฉันก็หาข้อมูลและพบว่าสาเหตุหนึ่งคือเรื่องเงิน

571
00:31:01,985 --> 00:31:06,072
‎พวกเขาอาจมีประกันที่ไม่ครอบคลุม
‎ไม่ได้ทำประกัน หรือมีเงินไม่มากพอ

572
00:31:06,155 --> 00:31:09,200
‎นั่นเป็นเหตุผลใหญ่ที่หลายๆ คนไม่ไปบำบัด

573
00:31:09,284 --> 00:31:12,787
‎แต่สำหรับผู้ชายผิวดำ จะมีปัญหาเรื่อง

574
00:31:12,871 --> 00:31:15,039
‎"การเข้าสู่ระบบที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อฉัน"

575
00:31:15,123 --> 00:31:16,457
‎ซึ่งเป็นความจริง

576
00:31:16,541 --> 00:31:19,752
‎ระบบไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคนผิวสี

577
00:31:19,836 --> 00:31:22,714
‎ฉันเคยบำบัดคนผิวสีคนหนึ่ง

578
00:31:22,797 --> 00:31:25,466
‎ฉันคิดว่า "แบบนี้ไม่ได้ผลแน่"

579
00:31:25,550 --> 00:31:26,968
‎ฉันพูดแบบนั้นไม่ได้

580
00:31:27,051 --> 00:31:29,971
‎ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ

581
00:31:30,054 --> 00:31:34,142
‎คำถามข้อหนึ่งในแบบสอบถามเบื้องต้นของฉันคือ

582
00:31:34,225 --> 00:31:36,060
‎"คุณเคยประสบเหตุสะเทือนอารมณ์ไหม"

583
00:31:36,144 --> 00:31:40,732
‎ผู้ป่วยคนนี้ตอบว่าไม่สองสามครั้ง

584
00:31:40,815 --> 00:31:42,650
‎วันหนึ่ง ตอนตอบคำถาม

585
00:31:42,734 --> 00:31:46,821
‎เขาพูดว่า "ขอคิดก่อน
‎นั่นมันก่อนหรือหลังผมถูกยิงนะ"

586
00:31:46,905 --> 00:31:49,407
‎ฉันก็แบบ "คุณพูดว่า 'ถูกยิง' เหรอ

587
00:31:49,490 --> 00:31:51,534
‎คุณไม่เคยบอกว่าถูกยิง"

588
00:31:51,618 --> 00:31:54,287
‎รู้ไหมเขาตอบว่ายังไง "ก็คุณไม่ได้ถาม"

589
00:31:54,871 --> 00:31:57,248
‎ฉันก็บอกว่า "ฉันจะถามในแบบสอบถามว่า

590
00:31:57,332 --> 00:32:00,168
‎'คุณเคยถูกยิงไหม' ไม่ได้
‎เพราะมันเฉพาะเจาะจงเกินไป"

591
00:32:00,251 --> 00:32:02,795
‎เขาตอบว่า "มันไม่ได้เฉพาะเจาะจงขนาดนั้น

592
00:32:02,879 --> 00:32:06,049
‎ผมรู้จักคนที่เคยถูกยิงเยอะแยะ"
‎ตอนนั้นเองที่ฉันรู้ว่า

593
00:32:06,132 --> 00:32:10,887
‎ฉันต้องเปลี่ยนแม้แต่วิธีตั้งคำถาม

594
00:32:10,970 --> 00:32:12,138
‎หรือทำการประเมิน

595
00:32:12,221 --> 00:32:15,683
‎บางทีถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อม

596
00:32:16,184 --> 00:32:20,229
‎ที่ความเป็นมนุษย์ของเรา

597
00:32:20,313 --> 00:32:25,652
‎ความปลอดภัย ความมั่นคง
‎สวัสดิภาพ ถูกคุกคามอยู่ตลอดเวลา

598
00:32:26,486 --> 00:32:28,529
‎เราต้องแสดงความแข็งแกร่ง

599
00:32:28,613 --> 00:32:30,573
‎ดังนั้นการยอมรับว่า

600
00:32:31,074 --> 00:32:35,578
‎ตัวเองกำลังลำบากหรือมีปัญหาทางจิต…

601
00:32:36,663 --> 00:32:39,374
‎ไม่ มันเป็นไปไม่ได้

602
00:32:39,457 --> 00:32:43,252
‎ผมเคยเรียนวิทยาลัยอยู่เทอมครึ่ง
‎ผมเลยเข้าใจฟรอยด์

603
00:32:43,336 --> 00:32:45,588
‎ผมเข้าใจแนวคิดของการบำบัด

604
00:32:45,672 --> 00:32:51,719
‎แต่ในชีวิตจริง มันไม่เป็นแบบนั้น
‎ผมมีความสุขกว่านี้ได้ไหม ได้ ก็เหมือนทุกคน

605
00:32:52,261 --> 00:32:55,515
‎แต่ฉันจะบอกว่าในฐานะจิตแพทย์ที่รักษาผู้ชาย

606
00:32:55,598 --> 00:32:57,475
‎ผู้ชายหลายคนก็กังวล

607
00:32:57,558 --> 00:33:01,104
‎ฉันคิดว่าผู้ชายหลายคนเริ่มสบายใจ
‎กับการยอมรับว่าตัวเองกังวล

608
00:33:01,187 --> 00:33:03,106
‎พูดถึงความกังวลต่อการเข้าสังคม

609
00:33:03,189 --> 00:33:04,816
‎ความกังวลโดยทั่วไป

610
00:33:04,899 --> 00:33:07,819
‎หรืออะไรอย่างความกลัวโรคติดต่อ เป็นต้น

611
00:33:07,902 --> 00:33:10,321
‎มันกำลังเปลี่ยนไป
‎ฉันคิดว่ามีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

612
00:33:10,405 --> 00:33:13,741
‎เพราะทุกคนพูดถึงสุขภาพจิต
‎เดี๋ยวนี้เรามีชาร์เลอมาญ ดา ก็อด

613
00:33:13,825 --> 00:33:15,910
‎ทุกอย่างอยู่ที่จิตใจ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ความคิด

614
00:33:15,994 --> 00:33:18,287
‎ถ้าจิตใจไม่ปกติ ทุกอย่างก็ไม่ปกติ

615
00:33:18,371 --> 00:33:19,622
‎เรามีเจย์ซี

616
00:33:19,706 --> 00:33:23,918
‎พอเราโตขึ้น เราก็ตระหนักถึงความไร้สาระ

617
00:33:24,002 --> 00:33:26,004
‎ของมุมมองด้านลบเกี่ยวกับเรื่องนี้

618
00:33:26,087 --> 00:33:29,632
‎"ทำไมเราไม่เอาปัญหา
‎ไปปรึกษาใครล่ะ" นึกออกไหม

619
00:33:29,716 --> 00:33:32,468
‎นั่นช่วยให้ผู้ชายมองมันเป็นเรื่องปกติ

620
00:33:32,552 --> 00:33:34,846
‎กลุ่มผู้ป่วยโดยทั่วไปที่อาจได้รับ

621
00:33:34,929 --> 00:33:37,974
‎ยาเบ็นโซไดอาเซพีนกำลังกว้างขึ้น

622
00:33:38,057 --> 00:33:42,562
‎ดังนั้น แม้ว่าผู้ใช้ยาส่วนใหญ่

623
00:33:42,645 --> 00:33:45,523
‎เมื่อ 30 ปีก่อนจะเป็นผู้หญิงวัยกลางคน

624
00:33:45,606 --> 00:33:48,067
‎เดี๋ยวนี้มีผู้ใช้ยาที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ

625
00:33:48,151 --> 00:33:52,613
‎มีผู้สูงอายุที่นอกจากจะได้รับเบ็นโซไดอาเซพีน

626
00:33:52,697 --> 00:33:55,491
‎ยังใช้ยาเป็นเวลานานขึ้นด้วย

627
00:33:55,575 --> 00:33:57,785
‎การอบรมเกี่ยวกับการใช้ยาเหล่านี้

628
00:33:57,869 --> 00:33:59,746
‎บางครั้งก็ไม่จริงจังเท่าที่ควร

629
00:33:59,829 --> 00:34:03,458
‎มันเป็นยาที่ควรใช้ในระยะสั้นเท่านั้น

630
00:34:03,541 --> 00:34:05,793
‎ไม่เกินหนึ่งเดือนหรือประมาณนั้น

631
00:34:05,877 --> 00:34:08,838
‎ซึ่งมันน่าตกใจมากเมื่อคำนึงถึงความจริงที่ว่า

632
00:34:08,921 --> 00:34:14,010
‎คนจำนวนมากที่เริ่มใช้เบ็นโซไดอาเซพีน

633
00:34:14,093 --> 00:34:17,680
‎ใช้ยาต่อไปเป็นเวลาหลายปีหรือหลายสิบปี

634
00:34:27,065 --> 00:34:29,901
‎ตอนที่ฉันมีอาการตื่นตระหนกครั้งแรก

635
00:34:29,984 --> 00:34:32,403
‎ฉันคิดจริงๆ ว่าฉันกำลังจะเป็นบ้า

636
00:34:34,447 --> 00:34:38,868
‎ฉันคิดว่า "จับฉันไปขังที
‎เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น"

637
00:34:41,037 --> 00:34:43,414
‎ตอนนั้นฉันน่าจะอายุ 14 หรือ 15

638
00:34:43,498 --> 00:34:46,459
‎สมัยเด็กฉันเดินทางบ่อยและชอบขึ้นเครื่องบิน

639
00:34:46,959 --> 00:34:52,632
‎แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
‎วันนั้นตอนที่เครื่องบินกำลังจะออก

640
00:34:52,715 --> 00:34:56,928
‎อยู่ๆ ฉันก็… รู้สึกเหมือนตัวเริ่มละลายจากข้างใน

641
00:34:57,011 --> 00:34:59,972
‎ฉันหายใจไม่ออก ฉันคิดว่าต้องตายแน่ๆ

642
00:35:00,890 --> 00:35:05,728
‎หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสองปี

643
00:35:06,395 --> 00:35:08,106
‎ตอนฉันจะขึ้นปีสี่

644
00:35:08,189 --> 00:35:10,775
‎หน้าร้อนก่อนฉันจะขึ้นมัธยมปลายปีสี่

645
00:35:10,858 --> 00:35:13,694
‎ตอนนั้นฉันทำงานที่พาเนร่า ฉันเป็นแคชเชียร์

646
00:35:13,778 --> 00:35:17,240
‎ฉันกำลังพูดคุยกับลูกค้า แล้วฉันก็ร้องไห้โฮ

647
00:35:17,323 --> 00:35:21,327
‎ต่อหน้าคู่รักที่เข้ามาในร้าน ฉันอับอายสุดๆ

648
00:35:21,410 --> 00:35:23,538
‎มันน่าขายหน้ามาก

649
00:35:23,621 --> 00:35:26,040
‎แต่ฉันรู้สึกว่า "ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

650
00:35:26,124 --> 00:35:28,292
‎ฉันเคยไปที่ร้านเป็นร้อยๆ ครั้ง

651
00:35:28,376 --> 00:35:31,170
‎ทำไมถึง… ฉันเป็นอะไรไป

652
00:35:32,046 --> 00:35:35,466
‎มันแย่ลงจนถึงจุดที่ฉันไม่สามารถ
‎ทำเรื่องในชีวิตประจำวันได้

653
00:35:35,550 --> 00:35:38,010
‎โดยไม่สติแตก

654
00:35:38,094 --> 00:35:41,180
‎ฉันไปร้านขายของชำไม่ได้ ขับรถตามถนนไม่ได้

655
00:35:41,264 --> 00:35:44,350
‎เรื่องง่ายๆ ที่ปกติเราทำอยู่ทุกวัน

656
00:35:44,433 --> 00:35:47,645
‎เรารู้สึกเหมือนถูกขัง และมัน…
‎ใครจะอยากรู้สึกแบบนั้นกัน

657
00:35:47,728 --> 00:35:50,231
‎เราจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้รู้สึกแบบนั้น

658
00:35:52,483 --> 00:35:55,403
‎ฉันกับพ่อคล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อ

659
00:35:55,987 --> 00:35:59,574
‎เรามีภาษาที่ไม่ต้องพูด

660
00:36:00,074 --> 00:36:03,744
‎และท่านเคยเป็นโรควิตกกังวลในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

661
00:36:03,828 --> 00:36:06,497
‎ก็เลยสังเกตเห็นสัญญาณต่างๆ ทันที

662
00:36:06,581 --> 00:36:09,250
‎ท่านแค่ไม่มีคุณวุฒิพอจะให้ในสิ่งที่ฉันต้องการ

663
00:36:10,001 --> 00:36:14,422
‎ฉันรู้เรื่องเกี่ยวกับยาทางจิตเวชไม่มากนัก

664
00:36:14,505 --> 00:36:16,674
‎ตอนที่เริ่มบำบัด

665
00:36:16,757 --> 00:36:19,468
‎แต่หมอพูดถึงยาตัวหนึ่งที่ชื่อโซลอฟท์

666
00:36:19,552 --> 00:36:21,929
‎ซึ่งสุดท้ายฉันก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้

667
00:36:22,013 --> 00:36:28,561
‎เราไม่ได้พูดถึงซาแน็กซ์จนกระทั่ง
‎ฉันต้องขึ้นเครื่องบินอีกครั้ง

668
00:36:28,644 --> 00:36:32,481
‎ฉันบอกจิตแพทย์ว่า "นี่ ฉันไม่มีวัน

669
00:36:32,565 --> 00:36:34,567
‎ขึ้นเครื่องบินอีกเด็ดขาด

670
00:36:34,650 --> 00:36:38,237
‎ฉันยอมขับรถสามวันติดถ้าจำเป็น
‎ฉันจะไม่ขึ้นเครื่องบิน"

671
00:36:38,321 --> 00:36:41,908
‎แล้วเธอก็ถามว่า
‎"คุณเคยคิดจะทานซาแน็กซ์ไหม"

672
00:36:43,910 --> 00:36:47,788
‎พอเครื่องลงจอด ฉันอยากขึ้นไปบนยอดเขา

673
00:36:47,872 --> 00:36:49,790
‎แล้วตะโกนให้โลกรู้ว่าฉันทำสำเร็จ

674
00:36:49,874 --> 00:36:52,126
‎ฉันไม่ร้องไห้ ไม่หายใจเกิน

675
00:36:52,210 --> 00:36:54,879
‎ไม่ตื่นตระหนก ฉันสบายดีจริงๆ

676
00:36:55,588 --> 00:36:59,383
‎ฉันเริ่มจากกินซาแน็กซ์แค่บางสถานการณ์

677
00:36:59,467 --> 00:37:02,803
‎จากนั้นฉันก็ตัดสินใจกินทุกวัน

678
00:37:02,887 --> 00:37:04,722
‎เพราะมันได้ผลดีสำหรับฉัน

679
00:37:04,805 --> 00:37:08,309
‎ฉันต้องการความผ่อนคลายเพื่อที่จะนอนให้หลับ

680
00:37:08,392 --> 00:37:09,644
‎ฉันคิดว่า

681
00:37:10,311 --> 00:37:14,398
‎ตอนนั้นฉันตามหลังเพื่อนๆ

682
00:37:14,482 --> 00:37:18,778
‎และความสามารถในการใช้ชีวิต
‎ของพวกเขาอยู่เยอะ

683
00:37:19,362 --> 00:37:23,491
‎ฉันจะทนอยู่แบบนั้นทำไมถ้ามีของที่ช่วยได้

684
00:37:24,617 --> 00:37:26,244
‎ยาทุกตัว ยาอะไรก็ตาม

685
00:37:26,327 --> 00:37:28,996
‎จะต้องมีการวิเคราะห์ความเสี่ยง
‎และประโยชน์ ใช่ไหม

686
00:37:29,080 --> 00:37:30,539
‎สำหรับเบ็นโซส

687
00:37:30,623 --> 00:37:34,168
‎ความเสี่ยงและการวิเคราะห์
‎ความเสี่ยงและประโยชน์ต้องดูหลายๆ อย่าง

688
00:37:34,252 --> 00:37:38,756
‎ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือความอ่อนเพลีย

689
00:37:38,839 --> 00:37:39,799
‎ง่วงซึม

690
00:37:40,383 --> 00:37:44,720
‎หมอจึงมักจะสั่งยาตัวนี้เพื่อช่วยให้คนนอนหลับ

691
00:37:44,804 --> 00:37:47,765
‎ขาดความยับยั้งชั่งใจ มึนงง ง่วงนิดหน่อย

692
00:37:47,848 --> 00:37:49,392
‎อาจตัดสินใจได้ไม่ดี

693
00:37:49,475 --> 00:37:54,063
‎ไม่มีใครอยากเล่ารายละเอียดเน้นๆ
‎เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเวลากินยา

694
00:37:54,146 --> 00:37:56,524
‎สำหรับฉัน พอกินยาแล้วเห็นอะไรก็ตลกไปหมด

695
00:37:56,607 --> 00:37:58,567
‎(ประสบการณ์ของฉันกับยาซาแน็กซ์)

696
00:37:58,651 --> 00:38:00,778
‎ซึ่งคงไม่ดีเท่าไร

697
00:38:00,861 --> 00:38:03,864
‎ถ้าฉันไปสัมภาษณ์งานหรือทำธุระสำคัญ

698
00:38:03,948 --> 00:38:06,158
‎แล้วดันหัวเราะตลอดเวลา

699
00:38:06,242 --> 00:38:10,121
‎สำหรับบางคน ฤทธิ์กดประสาท
‎ทำให้พวกเขาขาดความยับยั้งชั่งใจ

700
00:38:10,204 --> 00:38:13,457
‎พวกเขาผ่อนคลาย สบายใจ ตลก ขาดเหตุผล

701
00:38:13,541 --> 00:38:18,421
‎ฉันรู้สึกเหมือนตื่นเต้น และผ่อนคลาย ฉัน…

702
00:38:18,504 --> 00:38:23,759
‎พร้อมจะปาร์ตี้แล้ว

703
00:38:23,843 --> 00:38:27,596
‎เบ็นโซไดอาเซพีนก็เหมือนกับเหล้าในรูปยาเม็ด

704
00:38:27,680 --> 00:38:29,682
‎ปัญหาอย่างหนึ่งของเบ็นโซส

705
00:38:29,765 --> 00:38:33,019
‎คือมันส่งผลต่อความทรงจำระยะสั้น

706
00:38:33,102 --> 00:38:36,981
‎การรับความทรงจำใหม่
‎และการนึกถึงความทรงจำต่างๆ

707
00:38:37,064 --> 00:38:39,108
‎ทุกอย่างจะเลือนรางนิดหน่อย

708
00:38:39,191 --> 00:38:41,986
‎จำอะไรไม่ได้หลังจากกินยา

709
00:38:42,903 --> 00:38:47,325
‎ใช่ แน่นอนว่ามันแย่มากถ้าเรากำลังขับรถ

710
00:38:47,408 --> 00:38:50,619
‎เรารู้ความเสี่ยงของการใช้
‎เบ็นโซไดอาเซพีนในระยะยาวดี

711
00:38:50,703 --> 00:38:54,040
‎แต่เราเพิ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับ
‎โรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม

712
00:38:54,123 --> 00:38:56,083
‎ภายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา

713
00:38:56,584 --> 00:38:58,252
‎และมันมีความเสี่ยงสูง

714
00:38:58,336 --> 00:39:00,254
‎เรากินยาที่มีฤทธิ์กดประสาท

715
00:39:00,338 --> 00:39:02,590
‎พอเราใช้สมองน้อยลง

716
00:39:02,673 --> 00:39:06,010
‎ก็มีโอกาสที่เซลล์สมองบางส่วนจะเริ่มตาย

717
00:39:06,093 --> 00:39:07,762
‎ทำให้การใช้สมองโดยรวมลดลง

718
00:39:07,845 --> 00:39:11,349
‎นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงทั่วไป

719
00:39:11,432 --> 00:39:13,351
‎ที่เราเรียกว่าการชินยา

720
00:39:13,851 --> 00:39:18,439
‎การชินยาหมายความว่าเรา
‎ต้องใช้ยามากขึ้นถึงจะได้ผลเท่าเดิม

721
00:39:18,522 --> 00:39:23,235
‎มันเคยเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของผม
‎ผมพกเบ็นโซสตลอดเวลา

722
00:39:23,319 --> 00:39:25,613
‎ที่จริงผมทำแบบนั้นอยู่ 30 ปี

723
00:39:25,696 --> 00:39:28,657
‎มันเปลี่ยนระดับความกังวลโดยรวมของผม

724
00:39:28,741 --> 00:39:31,243
‎เพราะผมรู้ว่าผมมียาวิเศษอยู่เสมอ

725
00:39:31,327 --> 00:39:33,287
‎ผมค้นพบวิธีการที่ใช้ได้ผล

726
00:39:33,371 --> 00:39:37,625
‎ผมขึ้นเครื่องบินได้ ผมพูดในที่สาธารณะได้

727
00:39:37,708 --> 00:39:39,418
‎ด้วยยาซาแน็กซ์และคลอโนพิน

728
00:39:39,502 --> 00:39:44,131
‎ก่อนหน้านั้น ผมใช้เวลาหลายสัปดาห์
‎หลายเดือนกับการหวาดกลัวเรื่องพวกนี้

729
00:39:44,215 --> 00:39:47,718
‎ฝันร้าย เหงื่อแตกพลั่ก ไม่อีกต่อไป

730
00:39:47,802 --> 00:39:49,970
‎ถ้ามีช่วงไหนที่ผมกังวลเป็นพิเศษ

731
00:39:50,054 --> 00:39:52,723
‎ผมจะจงใจกินยาเพิ่ม

732
00:39:53,808 --> 00:39:57,228
‎ผมจะกินยามากขึ้นแล้วค่อยๆ ลดลงหลังจากนั้น

733
00:39:57,311 --> 00:40:01,524
‎และผมรู้สึกได้เลย มันมีอาการทางกายตามมา

734
00:40:01,607 --> 00:40:03,609
‎บางครั้งผมก็กังวลมากขึ้น

735
00:40:03,692 --> 00:40:07,613
‎ตัวรับกาบาของผมกำลังถามว่า
‎"นี่ ซาแน็กซ์หายไปไหน"

736
00:40:07,696 --> 00:40:11,450
‎ฝันร้ายของผมเริ่มเปลี่ยนไป ผมจะฝันว่า

737
00:40:11,534 --> 00:40:14,286
‎"พระเจ้า มีงานต่อหลังพูดเสร็จ
‎แต่ฉันทำซาแน็กซ์หาย"

738
00:40:14,370 --> 00:40:17,540
‎หรือไม่ผมก็อยู่บนเครื่องบินและสับสน

739
00:40:17,623 --> 00:40:21,544
‎เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่นั้น ผมก็มีภาวะติดยาทางจิตใจ

740
00:40:21,627 --> 00:40:22,461
‎เพราะเบ็นโซส

741
00:40:22,545 --> 00:40:24,463
‎ยาเบ็นโซไดอาเซพีนไม่ได้เหมือนกันทุกตัว

742
00:40:24,547 --> 00:40:28,759
‎ดูอย่างซาแน็กซ์ มันออกฤทธิ์เร็วกว่า
‎เบ็นโซไดอาเซพีนส่วนใหญ่

743
00:40:28,843 --> 00:40:31,720
‎และหมดฤทธิ์เร็วกว่าเบ็นโซไดอาเซพีนส่วนใหญ่

744
00:40:31,804 --> 00:40:35,599
‎สารที่ออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ในทันที

745
00:40:35,683 --> 00:40:38,853
‎แต่หมดฤทธิ์เร็ว ทำให้เราเกิดอารมณ์ละเหี่ย

746
00:40:38,936 --> 00:40:41,856
‎และอยากยา สารพวกนี้
‎มักจะทำให้คนเสพติดง่ายกว่า

747
00:40:44,191 --> 00:40:46,402
‎ครอบครัวฉันมีประวัติการเสพติด

748
00:40:46,485 --> 00:40:51,240
‎ฉันเลยพยายามไม่ใช้สารเสพติดแม้แต่น้อย

749
00:40:51,323 --> 00:40:54,034
‎ฉันไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่

750
00:40:54,118 --> 00:40:56,537
‎ฉันไม่เคยเสพยาเพราะฉันกลัว

751
00:40:56,620 --> 00:40:59,665
‎ว่าครอบครัวฉันอาจมีอะไรบางอย่าง

752
00:40:59,748 --> 00:41:01,333
‎ที่ทำให้คนเสพติดสารต่างๆ

753
00:41:02,334 --> 00:41:03,169
‎ใช่

754
00:41:04,420 --> 00:41:05,379
‎เก่งมาก

755
00:41:05,463 --> 00:41:09,216
‎แต่เราคุยกันว่าจะเริ่มจากยาปริมาณน้อย

756
00:41:09,300 --> 00:41:12,011
‎คุยว่ามีอาการแบบไหนที่ต้องระวัง

757
00:41:12,094 --> 00:41:14,138
‎และที่ตอนแรกฉันกลัวว่า

758
00:41:14,221 --> 00:41:17,558
‎จะต้องกินยามากขึ้นเรื่อยๆ
‎สุดท้ายก็ไม่เป็นแบบนั้น

759
00:41:17,641 --> 00:41:20,686
‎ฉันรู้สึกดีขึ้นมากด้วยยาปริมาณค่อนข้างน้อย

760
00:41:20,769 --> 00:41:25,107
‎และฉันคิดว่าความกลัว
‎ว่าจะติดยาในระดับที่เหมาะสม

761
00:41:25,191 --> 00:41:27,860
‎ทำให้ฉันมีสมาธิกับความคิดที่ว่า

762
00:41:27,943 --> 00:41:30,821
‎"ยาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ฉันสามารถ

763
00:41:30,905 --> 00:41:33,991
‎แก้ไขเรื่องต่างๆ ในชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับยา"

764
00:41:36,202 --> 00:41:39,747
‎ถ้าเราใช้ยาอย่างรอบคอบ
‎นานๆ ครั้งเวลารู้สึกกังวลเฉียบพลัน

765
00:41:39,830 --> 00:41:41,957
‎ก็อาจไม่มีปัญหาเท่าไร

766
00:41:42,041 --> 00:41:44,877
‎แต่ถ้ากินยาทุกวัน วันละหลายครั้ง

767
00:41:44,960 --> 00:41:48,672
‎การหยุดยากะทันหันจะทำให้ไม่สบายตัวมาก

768
00:41:48,756 --> 00:41:51,258
‎ผลที่ตามมาอาจร้ายแรง

769
00:41:51,342 --> 00:41:54,053
‎คนอาจเป็นโรคจิต มีอาการชัก

770
00:41:54,136 --> 00:41:56,972
‎วิตกกังวลอย่างรุนแรง นอนไม่หลับ

771
00:41:57,056 --> 00:42:00,434
‎ผมเคยเห็นอาการของ
‎การขาดยาเบ็นโซไดอาเซพีน

772
00:42:00,518 --> 00:42:03,646
‎ทำให้คนคิดฆ่าตัวตาย
‎หรือถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย

773
00:42:03,729 --> 00:42:05,147
‎ถ้าตอนนั้นผมรู้แบบนี้

774
00:42:05,856 --> 00:42:08,776
‎ผมไม่มีวันกินยาเม็ดแรก

775
00:42:09,276 --> 00:42:10,319
‎ไม่มีวัน

776
00:42:10,402 --> 00:42:11,529
‎มันเป็นความผิดพลาด…

777
00:42:12,446 --> 00:42:14,698
‎มันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตผม

778
00:42:15,616 --> 00:42:18,244
‎ผมย้ายมาโคโลราโดเพราะผมรักธรรมชาติ

779
00:42:18,327 --> 00:42:22,957
‎ผมชอบเล่นสกี ชอบปีนหน้าผา ชอบเดินเขา

780
00:42:23,040 --> 00:42:26,168
‎ผมชอบล่องแก่งและพายเรือคายัค

781
00:42:26,252 --> 00:42:32,174
‎ที่จริงผมชอบกีฬาที่มีความเสี่ยงสูง
‎และทำให้อะดรีนาลีนสูบฉีดมาก

782
00:42:32,967 --> 00:42:34,843
‎จนทำให้ผมสงสัยว่า

783
00:42:34,927 --> 00:42:38,305
‎ผมได้รับการวินิจฉัยว่า
‎เป็นโรควิตกกังวลตั้งแต่แรกได้ยังไง

784
00:42:44,061 --> 00:42:46,272
‎ไง ลูกรัก ขอดูผลงานหน่อย

785
00:42:46,897 --> 00:42:48,440
‎- พ่อคะ
‎- ว่าไงจ๊ะ

786
00:42:48,524 --> 00:42:50,359
‎นี่คือต้นคริสต์มาส

787
00:42:50,442 --> 00:42:53,237
‎เหรอ ต้นสูงจัง

788
00:42:53,320 --> 00:42:55,114
‎นี่คือมนุษย์หิมะ

789
00:42:55,739 --> 00:42:56,949
‎พ่อชอบมากเลย ลูกรัก

790
00:42:57,658 --> 00:43:02,788
‎ผมคิดว่าตอนเรียนวิทยาลัย ผมใช้
‎ซาแน็กซ์หนึ่งมิลลิกรัมหรือครึ่งมิลลิกรัม

791
00:43:04,123 --> 00:43:08,127
‎และในช่วงหลายปีหลังจากนั้น
‎มันค่อยๆ เพิ่มเป็นหนึ่งมิลลิกรัม

792
00:43:08,210 --> 00:43:11,672
‎สองมิลลิกรัม สุดท้ายก็สามมิลลิกรัม

793
00:43:11,755 --> 00:43:14,383
‎และผมก็ใช้ยาปริมาณนั้น

794
00:43:14,466 --> 00:43:18,137
‎อยู่ 12 หรือ 15 ปี

795
00:43:18,220 --> 00:43:23,517
‎และผมไม่เคยกินยามากกว่า
‎ปริมาณที่กำหนดในแต่ละวัน

796
00:43:24,226 --> 00:43:26,895
‎ประมาณปี 2013

797
00:43:27,396 --> 00:43:31,859
‎ผมจำได้ว่าผมบอกจิตแพทย์ว่า
‎ชีวิตผมกำลังไปได้สวย

798
00:43:33,068 --> 00:43:37,323
‎เคลลี่ตั้งท้องลูกคนแรกของเรา
‎และผมรอแทบไม่ไหวที่จะเป็นพ่อคน

799
00:43:38,824 --> 00:43:44,455
‎หมอลดปริมาณซาแน็กซ์ของผม
‎จากสามมิลลิกรัมเหลือสองมิลลิกรัมครึ่ง

800
00:43:44,538 --> 00:43:46,123
‎จากนั้นอยู่ดีๆ

801
00:43:46,206 --> 00:43:50,336
‎ผมก็เริ่มมีอาการทางกายแปลกๆ

802
00:43:50,836 --> 00:43:54,506
‎เช่น รู้สึกว่าเสียงหรือกลิ่นรุนแรงเกินไป

803
00:43:54,590 --> 00:43:57,301
‎ผมมีอาการใจสั่น

804
00:43:57,885 --> 00:44:00,679
‎ผิวที่แขนรู้สึกเหมือนถูกไฟเผา

805
00:44:00,763 --> 00:44:05,684
‎กล้ามเนื้อกระตุกโดยไม่มีเหตุผล สมองล้าสุดๆ

806
00:44:06,268 --> 00:44:09,396
‎ความอ่อนล้าทางกายเป็นหนึ่งในอาการที่แย่ที่สุด

807
00:44:11,023 --> 00:44:13,233
‎ผมกับภรรยาเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ

808
00:44:13,317 --> 00:44:15,569
‎นี่เป็นเรื่องร้ายแรง

809
00:44:16,445 --> 00:44:18,739
‎ผมไปหาหมอรักษาโรคไขข้อ

810
00:44:18,822 --> 00:44:21,116
‎หมอหัวใจ หมอระบบประสาท

811
00:44:21,200 --> 00:44:23,285
‎และหมอเฉพาะทางทุกประเภท

812
00:44:23,369 --> 00:44:28,248
‎ในที่สุด หมอคนหนึ่งก็บอกว่า
‎"รู้อะไรไหม คุณตรวจครบทุกอย่างแล้ว"

813
00:44:28,332 --> 00:44:31,251
‎เขาบอกว่า "ผมจะเขียน
‎หนังสือส่งตัวคุณไปเมโยคลินิก

814
00:44:31,335 --> 00:44:33,295
‎เพราะหมอที่นั่นเก่งที่สุดแล้ว"

815
00:44:33,962 --> 00:44:37,299
‎ผมพาทั้งครอบครัวบินไปมินนิโซตา

816
00:44:37,383 --> 00:44:43,222
‎หมอระบบประสาทที่เมโยบอกว่า "อาจเป็น
‎โรคสมองอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิต้านทาน

817
00:44:43,305 --> 00:44:46,475
‎เป็นอาการสมองอักเสบที่รักษาได้

818
00:44:47,059 --> 00:44:50,479
‎อาจจะไม่สบายตัวนิดหน่อย
‎ต้องให้ยาทางหลอดเลือดดำ"

819
00:44:50,562 --> 00:44:55,651
‎ผมรับยาทางหลอดเลือด
‎อยู่แปดสัปดาห์ และไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย

820
00:44:55,734 --> 00:44:57,319
‎ที่จริงผมรู้สึกแย่ลงอีก

821
00:44:57,403 --> 00:45:00,489
‎และระหว่างนั้น ผมก็เริ่มถามพวกหมอ

822
00:45:00,572 --> 00:45:03,951
‎นานๆ ทีผมจะถามว่า
‎"นี่เกี่ยวข้องกับยาที่ผมใช้หรือเปล่า"

823
00:45:04,660 --> 00:45:06,870
‎"ยาของผมทำให้เกิดอาการพวกนี้หรือเปล่า"

824
00:45:06,954 --> 00:45:10,249
‎และทุกครั้งหมอจะตอบว่า
‎"ไม่หรอก ไม่เกี่ยวกับยาแน่นอน"

825
00:45:10,749 --> 00:45:12,292
‎"ไม่เกี่ยวกับยาหรอก"

826
00:45:12,376 --> 00:45:16,380
‎ถึงตอนนั้น จิตแพทย์ให้ผมเปลี่ยนยา

827
00:45:16,463 --> 00:45:18,924
‎จากซาแน็กซ์เป็นแวเลียม

828
00:45:19,007 --> 00:45:21,927
‎จะเรียกว่าสัญชาตญาณก็ได้ หรือ…

829
00:45:22,010 --> 00:45:23,971
‎ผมไม่รู้จะหันไปทางไหนแล้ว

830
00:45:24,054 --> 00:45:27,391
‎ผมเลยขอให้หมอค่อยๆ ลดปริมาณยา

831
00:45:36,358 --> 00:45:38,944
‎ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018

832
00:45:39,027 --> 00:45:44,324
‎ผมตื่นมาตอนเช้า
‎และมีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก

833
00:45:45,409 --> 00:45:47,369
‎ผมได้ยินเสียงลูกๆ จากชั้นล่าง

834
00:45:47,453 --> 00:45:51,665
‎แต่เสียงลูกๆ เล่นกันกลับดังแสบหู

835
00:45:52,666 --> 00:45:55,419
‎ผิวหนังแสบร้อน ในอกก็แสบร้อน

836
00:45:58,589 --> 00:46:02,968
‎ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ผมผลุนผลันออกจากบ้าน

837
00:46:03,469 --> 00:46:08,140
‎แล้วเริ่มขับรถเร็วมาก ขับไปสะเปะสะปะ

838
00:46:08,223 --> 00:46:11,977
‎เสียงในหัวผมบอกว่า "ฉันต้องหนี"

839
00:46:12,686 --> 00:46:15,814
‎แล้วผมก็เห็นเนินเขาข้างทาง

840
00:46:15,898 --> 00:46:18,734
‎สูงประมาณ 90 เมตร ด้านหนึ่งเป็นหน้าผา

841
00:46:19,943 --> 00:46:21,653
‎แล้วผมก็พูดว่า

842
00:46:22,321 --> 00:46:25,032
‎"ฉันจะขึ้นไปบนเนินนั่นแล้วกระโดด"

843
00:46:26,408 --> 00:46:33,332
‎ขณะที่ปีนขึ้นไป ผมเห็นภาพลูกๆ ในหัว

844
00:46:35,334 --> 00:46:38,045
‎ผมทรุดลงนั่งคุกเข่า

845
00:46:39,338 --> 00:46:41,882
‎และพูดว่า "จอห์น นี่ไม่ใช่ตัวนาย

846
00:46:42,382 --> 00:46:44,051
‎นายไม่ใช่คนแบบนี้"

847
00:46:44,134 --> 00:46:48,096
‎ภรรยาผมได้ยินเสียงจอดรถหน้าบ้าน
‎และออกมาเจอผมที่ประตู

848
00:46:49,223 --> 00:46:51,058
‎ผมมองเธอแล้วบอกว่า

849
00:46:51,683 --> 00:46:55,521
‎"ต้องเป็นแวเลียมแน่ๆ"

850
00:46:56,897 --> 00:47:01,652
‎แล้วภรรยาผมก็เริ่มกูเกิล
‎"แวเลียมกับการฆ่าตัวตาย"

851
00:47:01,735 --> 00:47:05,572
‎"อาการขาดยาแวเลียม"
‎"อาการขาดยาซาแน็กซ์"

852
00:47:08,075 --> 00:47:11,829
‎น่าเสียดายที่ผู้ป่วยสังเกตเห็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ

853
00:47:11,912 --> 00:47:14,957
‎ยาเบ็นโซไดอาเซพีนก่อนบุคลากรทางการแพทย์

854
00:47:15,040 --> 00:47:18,126
‎ทั้งการเสพติด การชินยา และอาการขาดยา

855
00:47:18,210 --> 00:47:21,964
‎ข้อมูลเหล่านั้นมาจากยุค 1970
‎และได้รับการแจกแจงลักษณะ

856
00:47:22,047 --> 00:47:24,132
‎โดยดร.เฮเธอร์ แอชตัน นักจิตวิทยา

857
00:47:24,216 --> 00:47:27,469
‎ที่เปิดคลินิกสำหรับเลิกยา
‎เบ็นโซไดอาเซพีนในสหราชอาณาจักร

858
00:47:27,553 --> 00:47:30,264
‎มีการอบรมด้านเภสัชวิทยาคลินิก…

859
00:47:30,347 --> 00:47:32,099
‎(ดร.เฮเธอร์ แอชตัน - นักจิตเภสัชวิทยา)

860
00:47:32,182 --> 00:47:34,268
‎และการจัดการอาการขาดยาไม่มากพอ

861
00:47:34,351 --> 00:47:37,437
‎การฟังผู้ป่วยกลายเป็นศาสตร์ที่สาบสูญ

862
00:47:37,521 --> 00:47:41,275
‎และหมอก็หลงใหลไปกับความคิดที่ว่า

863
00:47:41,358 --> 00:47:44,152
‎ยาคือหนทางรักษาโรคจิตเวช

864
00:47:44,236 --> 00:47:46,780
‎เธอเขียนหนังสือที่ชื่อว่าดิแอชตันแมนนวล

865
00:47:46,864 --> 00:47:50,659
‎ซึ่งสามารถหาอ่านได้ในอินเทอร์เน็ต
‎มันเป็นเอกสารที่ดีมาก

866
00:47:51,159 --> 00:47:55,539
‎อยู่ๆ เราก็เจอดิแอชตันแมนนวล

867
00:47:55,622 --> 00:48:00,878
‎เราเจออาการทุกอย่างที่ผมเล่าให้หมอทุกคนฟัง

868
00:48:00,961 --> 00:48:02,963
‎ทีละอย่าง

869
00:48:03,046 --> 00:48:05,841
‎ผมกับภรรยามองหน้ากันแบบ…

870
00:48:07,134 --> 00:48:08,635
‎"เป็นไปได้ยังไง

871
00:48:09,720 --> 00:48:15,309
‎ที่เราไปหาหมอ 32 คนและไม่มีใครตระหนักว่า

872
00:48:15,392 --> 00:48:19,980
‎การที่ผมลดยาเบ็นโซไดอาเซพีน
‎ทำให้ผมมีอาการขาดยา"

873
00:48:20,063 --> 00:48:23,275
‎ผู้ป่วยบางคนก็ไม่มีปัญหาเลย ขณะที่บางคนไวต่อ

874
00:48:23,358 --> 00:48:26,403
‎การปรับหรือลดขนาดยาแค่เล็กน้อย

875
00:48:26,486 --> 00:48:31,283
‎โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ขณะที่เราแก่ตัว
‎สมองจะมีความยืดหยุ่นลดลง

876
00:48:31,783 --> 00:48:33,577
‎ดังนั้นเมื่อคนอายุเกิน 50 ปี

877
00:48:33,660 --> 00:48:38,081
‎และใช้เบ็นโซไดอาเซพีน
‎มานานหลายสิบปี มันเลิกยากมาก

878
00:48:38,165 --> 00:48:40,542
‎มีคนรู้ถึงความเสี่ยงเหล่านี้น้อยเกินไป

879
00:48:40,626 --> 00:48:44,338
‎มีหมอรู้ถึงความเสี่ยงเหล่านี้น้อยเกินไป

880
00:48:44,838 --> 00:48:46,924
‎ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องแปลกในยุคนี้

881
00:48:47,007 --> 00:48:50,969
‎ยาเหล่านี้เป็นเครื่องมือ
‎ที่มีประโยชน์ ฉันดีใจมากที่มีมัน

882
00:48:51,470 --> 00:48:54,431
‎ฉันรู้สึกขอบคุณคนที่คิดค้นมัน

883
00:48:54,514 --> 00:48:59,144
‎ปัญหาคือเราใช้มันบ่อยเกินไป

884
00:48:59,227 --> 00:49:01,605
‎และใช้นานเกินไป

885
00:49:02,940 --> 00:49:05,067
‎ถ้าเราพิจารณาปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด

886
00:49:05,150 --> 00:49:06,485
‎ของการติดยา

887
00:49:06,568 --> 00:49:10,322
‎หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการเข้าถึงยา

888
00:49:11,239 --> 00:49:14,952
‎เราอยู่ในยุคที่มีการสั่งยาเกินจำเป็น
‎และมีปริมาณยามากเกินจำเป็น

889
00:49:15,035 --> 00:49:18,997
‎ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสสูง
‎ที่คนจะลองใช้ยาและติด

890
00:49:20,707 --> 00:49:25,295
‎ฉันเป็นจิตแพทย์มาตั้งแต่กลางยุค 90
‎และสมัยนั้น ถ้ามีคนมาหาฉัน

891
00:49:25,379 --> 00:49:28,173
‎และมีอาการของโรควิตกกังวลหรือโรคซึมเศร้า

892
00:49:28,256 --> 00:49:31,385
‎ฉันต้องอธิบายว่า "คุณเป็นโรคซึมเศร้านะ"

893
00:49:31,468 --> 00:49:33,804
‎หรือ "นี่คืออาการตื่นตระหนก"

894
00:49:33,887 --> 00:49:37,975
‎และฉันต้องใช้เวลา
‎ในนัดครั้งแรกหรือนัดครั้งที่สอง

895
00:49:38,058 --> 00:49:41,603
‎อธิบายให้ผู้ป่วยเลิกมองการกินยาในแง่ร้าย

896
00:49:42,646 --> 00:49:46,775
‎ตั้งแต่ปี 1997 ที่อย.ตัดสินใจว่า

897
00:49:46,858 --> 00:49:50,153
‎บริษัทยาสามารถโฆษณาต่อประชาชนโดยตรง

898
00:49:50,237 --> 00:49:52,864
‎คุณจะแค่หยุดเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้

899
00:49:52,948 --> 00:49:55,075
‎ไม่มีใครทำได้เพราะมันเป็นโรคที่มีอยู่จริง

900
00:49:55,158 --> 00:49:57,536
‎คุณอาจรู้สึกกังวล ถึงขั้นนอนไม่หลับ

901
00:49:57,619 --> 00:50:00,330
‎เรารู้ว่าความกังวลต่อการเข้าสังคมเป็นยังไง

902
00:50:00,414 --> 00:50:02,416
‎สารเคมีไม่สมดุลอาจเป็นต้นเหตุ

903
00:50:02,499 --> 00:50:04,042
‎คุณจะได้ชีวิตกลับคืนมา

904
00:50:04,126 --> 00:50:06,294
‎ได้ใช้ชีวิตเหมือนมีชีวิตอีกครั้ง

905
00:50:06,378 --> 00:50:10,257
‎ฉันไม่จำเป็นต้องสอน อธิบาย หรือค่อยๆ แนะนำ

906
00:50:10,340 --> 00:50:14,845
‎เพราะมีคนมาหาฉันแล้วถามว่า
‎"จะกินเวลล์บิวทรินหรือเอฟเฟกเซอร์ดี"

907
00:50:14,928 --> 00:50:17,597
‎หรือ "ครูสอนพิลาทิสของฉันกินแพ็กซิล

908
00:50:17,681 --> 00:50:21,309
‎แต่ทันตานามัยของฉันบอกว่า
‎โซลอฟท์ดีกว่า มันต่างกันยังไง"

909
00:50:21,393 --> 00:50:25,188
‎ไม่มีการติดตามผลเลย ไม่มีการถามว่า

910
00:50:25,272 --> 00:50:28,275
‎"รู้สึกยังไงบ้าง ความคิดเป็นยังไง

911
00:50:28,358 --> 00:50:31,987
‎อารมณ์ความรู้สึกเป็นยังไง" มันเป็นแค่ธุรกิจ

912
00:50:32,070 --> 00:50:34,781
‎การแพทย์กลายเป็นอุตสาหกรรม

913
00:50:34,865 --> 00:50:39,745
‎จนถึงจุดที่หมอทำหน้าที่เป็นคนงานในสายการผลิต

914
00:50:39,828 --> 00:50:44,541
‎หลังจากเขา จิตแพทย์ของผมทุกคน
‎ก็ทำเหมือนมันเป็นแค่ธุรกิจ

915
00:50:44,624 --> 00:50:47,335
‎ผมไปหาหมอที่สนใจแต่ธุรกิจ เพราะผมรู้สึกว่า

916
00:50:47,419 --> 00:50:50,672
‎"ฉันไม่อยากพูดเรื่องความรู้สึก
‎ไม่อยากพูดถึงมัน"

917
00:50:50,756 --> 00:50:54,676
‎มีแรงกดดันอย่างหนักให้หมอรีบพบผู้ป่วย

918
00:50:54,760 --> 00:50:57,679
‎รับเข้ามา ส่งออกไป สั่งยา

919
00:50:57,763 --> 00:51:00,015
‎เพราะนั่นคือค่าใช้จ่ายที่บริษัทประกันชดเชยให้

920
00:51:00,098 --> 00:51:03,560
‎หมอคนหนึ่งบอกว่า "ช่วยเล่าเรื่อง
‎ชีวิตวัยเด็กในเท็กซัสให้ฟังหน่อย"

921
00:51:03,643 --> 00:51:06,688
‎ผมก็แบบ "ผมไม่อยากเล่า สั่งยาเลยได้ไหม"

922
00:51:06,772 --> 00:51:09,983
‎แล้วเราก็ถามผู้ป่วยว่า "คุณพอใจกับบริการไหม"

923
00:51:10,067 --> 00:51:12,110
‎หมออยากได้คะแนนสูงๆ

924
00:51:12,194 --> 00:51:15,864
‎เพราะความก้าวหน้าทางอาชีพ
‎ของพวกเขาขึ้นอยู่กับแบบสอบถามนี้

925
00:51:16,698 --> 00:51:19,910
‎ด้วยแรงจูงใจซ่อนเร้นเหล่านี้
‎จึงเป็นเรื่องธรรมดา

926
00:51:19,993 --> 00:51:23,413
‎ที่หมอจะสั่งยาตามที่ผู้ป่วยต้องการ

927
00:51:23,497 --> 00:51:26,583
‎ปัญหาอีกอย่างคือในระยะสั้น
‎ยาพวกนี้ใช้ได้ผลจริงๆ

928
00:51:26,666 --> 00:51:30,796
‎ฉันไปหานักบำบัดในนิวแฮมป์เชอร์ตอนอายุ 13 ปี

929
00:51:30,879 --> 00:51:32,255
‎(ซาราห์ ซิลเวอร์แมน
‎นักแสดงตลก)

930
00:51:33,590 --> 00:51:36,343
‎ซึ่งวันที่ฉัน…

931
00:51:36,426 --> 00:51:40,764
‎วันแรกที่ฉันไป เขาบอกว่า…
‎ตอนนั้นน่าจะประมาณปี 84

932
00:51:40,847 --> 00:51:44,142
‎เขาบอกว่า "ผมจะเขียนใบสั่งยาให้

933
00:51:44,226 --> 00:51:47,395
‎ทุกครั้งที่รู้สึกเศร้า ให้คุณกินยาเม็ดหนึ่ง"

934
00:51:47,479 --> 00:51:48,522
‎มันคือซาแน็กซ์

935
00:51:48,605 --> 00:51:52,859
‎ฉันต้องระวัง ฉันไม่อยากพูดเหมือน
‎ยาเบ็นโซไดอาเซพีนหรือยาเลวร้ายไปหมด

936
00:51:52,943 --> 00:51:55,987
‎ที่ฉันรู้ก็คือมีการสั่งยามากเกินไป
‎อย่างเช่นยาโอปิออยด์

937
00:51:56,071 --> 00:51:57,239
‎มันเป็นยาแก้ปวดทั้งคู่

938
00:51:57,322 --> 00:51:59,658
‎ตัวหนึ่งแก้ความปวดทางอารมณ์
‎อีกตัวแก้ความปวดทางกาย

939
00:52:00,242 --> 00:52:04,162
‎เกิดวิกฤตซาแน็กซ์ครั้งใหญ่ในหลายชุมชน

940
00:52:04,746 --> 00:52:07,082
‎เราอยู่ท่ามกลางการแพร่ระบาดของยาตามใบสั่ง

941
00:52:07,165 --> 00:52:09,876
‎ส่วนใหญ่คนจะคิดถึงแต่ยาโอปิออยด์

942
00:52:09,960 --> 00:52:11,503
‎แต่ไม่ได้มีแค่ยาโอปิออยด์

943
00:52:12,129 --> 00:52:17,134
‎แร็ปเปอร์ลิลซาน ย่อมาจากซาแน็กซ์
‎เป็นหนึ่งในศิลปินมากกว่า 50 คน

944
00:52:17,217 --> 00:52:19,761
‎ที่เราพบว่าเอ่ยถึงซาแน็กซ์ในเพลงของพวกเขา

945
00:52:19,845 --> 00:52:21,304
‎ตอนนั้นผมน่าจะกิน…

946
00:52:21,388 --> 00:52:22,222
‎(ลิลซาน - แร็ปเปอร์)

947
00:52:22,305 --> 00:52:25,100
‎ยาเม็ดสองมิลลิกรัมวันละ 12 ถึง 14 เม็ด

948
00:52:26,017 --> 00:52:26,935
‎ว้าว

949
00:52:27,519 --> 00:52:28,937
‎มันแย่มาก

950
00:52:29,020 --> 00:52:31,481
‎ฉันได้ยินเสียงในหัว

951
00:52:31,565 --> 00:52:33,984
‎มันบอกให้ฉันยอมแพ้

952
00:52:34,067 --> 00:52:36,236
‎ฉันเจอซาแน็กซ์บนเตียง

953
00:52:36,319 --> 00:52:38,655
‎กินแล้วกลับไปนอน

954
00:52:38,738 --> 00:52:44,578
‎มันเป็นดาบสองคม การยอมรับ
‎ความปวด หรือความกังวล

955
00:52:44,661 --> 00:52:47,455
‎หรืออะไรก็ตาม โดยไม่ทำให้มันดูเย้ายวน

956
00:52:47,956 --> 00:52:53,628
‎มันเป็นดาบสองคมที่คมมาก
‎เป็นเรื่องยากที่จะเดินทางสายกลาง

957
00:52:53,712 --> 00:52:56,882
‎และเราไม่ได้เตรียมคนหนุ่มสาว
‎ให้พร้อมรับมือกับเรื่องนี้

958
00:52:56,965 --> 00:52:59,426
‎ในไม่ช้าบ็อบบี้ก็เลียนแบบไอดอลของเขา

959
00:52:59,509 --> 00:53:02,053
‎และกินยาเม็ดแรกตอนอยู่เกรดสิบ

960
00:53:02,762 --> 00:53:04,556
‎ผมติดตั้งแต่เม็ดแรก

961
00:53:04,639 --> 00:53:07,142
‎แค่โทรครั้งเดียว ส่งข้อความ
‎ครั้งเดียวก็หายาได้ ใช่

962
00:53:07,225 --> 00:53:08,476
‎ยาทุกประเภท

963
00:53:08,560 --> 00:53:13,815
‎โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสำคัญ
‎สำหรับซื้อยาเหล่านี้ในอินเทอร์เน็ต

964
00:53:13,899 --> 00:53:17,235
‎เป็นไปได้ว่านี่… นี่อาจเป็นคนขายยาของคุณ

965
00:53:17,319 --> 00:53:21,114
‎แค่พิมพ์อะไรนิดหน่อยก็หาซาแน็กซ์ได้ง่ายๆ

966
00:53:21,198 --> 00:53:23,575
‎มียาพวกนี้อยู่ทั่วไปหมด

967
00:53:23,658 --> 00:53:27,412
‎ฉันเจอบัญชีนี้ที่มีผู้ค้ายา 104 คน

968
00:53:27,495 --> 00:53:29,122
‎ที่ใช้สแนปแชต

969
00:53:29,206 --> 00:53:31,541
‎ที่เราสามารถติดต่อได้เพียงแค่พิมพ์ชื่อ

970
00:53:31,625 --> 00:53:33,710
‎พูดง่ายๆ คือรายชื่อผู้ค้ายา

971
00:53:33,793 --> 00:53:36,254
‎ทุกวันนี้มีคนมากมายในห้องแล็บใต้ดิน

972
00:53:36,338 --> 00:53:37,881
‎ห้องแล็บผิดกฎหมาย

973
00:53:37,964 --> 00:53:41,009
‎ที่ผลิตยาเบ็นโซไดอาเซพีนชนิดรุนแรง

974
00:53:41,092 --> 00:53:43,261
‎ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับยาอันตราย

975
00:53:43,345 --> 00:53:48,600
‎มันเป็นยาเม็ดเล็กสีขาวที่ออกแบบ
‎ให้ดูเหมือนยาแก้วิตกกังวล ซาแน็กซ์

976
00:53:49,100 --> 00:53:51,728
‎แต่มันมีส่วนผสมของโอปิออยด์ฤทธิ์แรง

977
00:53:51,811 --> 00:53:52,812
‎ที่เรียกว่าเฟนทานิล

978
00:53:52,896 --> 00:53:55,565
‎คนสามารถเข้าอินเทอร์เน็ต
‎และซื้อเครื่องตอกเม็ดยาได้

979
00:53:55,649 --> 00:53:57,192
‎ซื้อสีย้อมยาได้

980
00:53:57,275 --> 00:54:01,196
‎นี่คือเฟนทานิลผสมกับสารเจือจางอะไรก็ได้

981
00:54:01,279 --> 00:54:03,740
‎แล้วพอฉันหมุนวงล้อ…

982
00:54:04,824 --> 00:54:07,202
‎เม็ดยาก็ขึ้นมา

983
00:54:07,285 --> 00:54:10,372
‎เราอาจซื้อยาสองเม็ดจากคนขาย

984
00:54:10,455 --> 00:54:13,041
‎แล้วเม็ดหนึ่งมีเฟนทานิลมากกว่าอีกเม็ดนิดหน่อย

985
00:54:13,124 --> 00:54:15,418
‎และยาเม็ดนั้นจะทำให้เราตาย

986
00:54:15,502 --> 00:54:20,131
‎เดี๋ยวนี้ยาที่ส่งมาจากเม็กซิโก
‎ถูกผลิตด้วยความชำนาญ

987
00:54:20,215 --> 00:54:24,469
‎เราแยกไม่ออกเลย
‎สีเหมือนเป๊ะ สัญลักษณ์ก็ดูปกติ

988
00:54:24,552 --> 00:54:26,179
‎และเนื้อสัมผัสของยา…

989
00:54:26,263 --> 00:54:29,057
‎มันเหมือนของจริงไม่มีผิด น่ากลัวมาก

990
00:54:29,140 --> 00:54:33,895
‎นักบำบัดชื่อดังทางทีวี ลอร่า เบอร์แมน
‎เปิดเผยว่าลูกชายวัยรุ่นของเธอเสียชีวิต

991
00:54:33,979 --> 00:54:36,022
‎จากการใช้ยาเกินขนาดเมื่อวันอาทิตย์

992
00:54:36,106 --> 00:54:38,358
‎คุณบอกว่าคิดว่ามันเป็นเฟนทานิล
‎ผสมกับอะไรบางอย่าง

993
00:54:38,441 --> 00:54:42,320
‎เขามีอาการปวดที่ทำให้ต้องใช้ยาไหมคะ

994
00:54:42,404 --> 00:54:45,865
‎- คิดว่าเขารู้ตัวไหมว่ากินยาอะไร
‎- ไม่ เขา… ไม่ค่ะ

995
00:54:45,949 --> 00:54:48,285
‎ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เรามักจะเห็น

996
00:54:48,368 --> 00:54:51,496
‎ว่าการใช้ยาเกินขนาดส่วนใหญ่
‎ไม่ได้เกิดจากสารตัวเดียว

997
00:54:51,579 --> 00:54:53,957
‎ปกติแล้วจะเกิดจากยาหลายตัวผสมกัน

998
00:54:54,040 --> 00:54:57,711
‎การใช้เบ็นโซไดอาเซพีนปริมาณมาก
‎แค่อย่างเดียวไม่อันตรายมากนัก

999
00:54:57,794 --> 00:54:59,671
‎แต่พอใช้ร่วมกับโอปิออยด์

1000
00:54:59,754 --> 00:55:02,590
‎มันกลายเป็นยาสลบและอันตรายมาก

1001
00:55:02,674 --> 00:55:04,884
‎เพราะมันจะมีฤทธิ์กดประสาทเป็นสองเท่า

1002
00:55:04,968 --> 00:55:09,389
‎อาจเกิดภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับหัวใจ
‎เราอาจตายได้ เราอาจหยุดหายใจ

1003
00:55:09,973 --> 00:55:11,391
‎เขาอายุแค่ 21 ปี

1004
00:55:11,474 --> 00:55:14,519
‎ยูทูบเบอร์ดาวดังและแร็ปเปอร์หน้าใหม่

1005
00:55:14,602 --> 00:55:17,147
‎ลิลพีป เสียชีวิตเมื่อคืน

1006
00:55:17,230 --> 00:55:19,774
‎มีข่าวการตายมากมาย

1007
00:55:20,400 --> 00:55:23,028
‎ที่เกี่ยวข้องกับยาแก้ปวดหรือเบ็นโซไดอาเซพีน

1008
00:55:23,111 --> 00:55:25,280
‎พวกเขาเผชิญกับส่วนผสมที่เหมาะเจาะ

1009
00:55:25,363 --> 00:55:28,491
‎ของความปวดและความกังวล
‎และต้องหาทางบรรเทาเพื่อผ่านไปให้ได้

1010
00:55:29,951 --> 00:55:33,705
‎ผมมองกระจกและตอนนั้นเองที่ผมรู้ว่า

1011
00:55:33,788 --> 00:55:35,874
‎ถ้าขืนทำแบบนี้ต่อไป ผมต้องตายไวแน่

1012
00:55:35,957 --> 00:55:38,710
‎ผมเลยเลิกแบบหักดิบ

1013
00:55:38,793 --> 00:55:42,130
‎สุดท้ายผมก็ชักสองสามรอบ

1014
00:55:42,213 --> 00:55:43,715
‎และต้องเข้าโรงพยาบาล

1015
00:55:43,798 --> 00:55:46,968
‎หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง
‎ซานบอกเราว่าเขาเลิกยาแล้ว

1016
00:55:47,052 --> 00:55:49,721
‎ผมอยากจัดตั้งขบวนการซานาร์คี

1017
00:55:49,804 --> 00:55:52,974
‎เพื่อต่อต้านการใช้ยาซาแน็กซ์

1018
00:55:53,058 --> 00:55:54,934
‎และนั่นคือเรื่องที่ผมอยากรณรงค์

1019
00:55:55,018 --> 00:55:58,229
‎เราต้องเริ่มรับผิดชอบ
‎และผลักดันให้คนอื่นๆ รับผิดชอบ…

1020
00:55:58,313 --> 00:55:59,230
‎(วิค เมนซ่า - แร็ปเปอร์)

1021
00:55:59,314 --> 00:56:03,026
‎ที่พวกเราเชิดชูวัฒนธรรมการเสพยา ผมพูดจริงๆ

1022
00:56:03,109 --> 00:56:08,406
‎อย่าเอาซาแน็กซ์ให้ฉันตอนนี้ หรือตอนไหนก็ตาม

1023
00:56:08,490 --> 00:56:11,493
‎ฉันไม่ชอบที่ต้องโตมากับคนที่รัก

1024
00:56:11,576 --> 00:56:13,703
‎แล้วพวกเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

1025
00:56:13,787 --> 00:56:16,873
‎มันแปลกมากที่ต้องทนดู
‎ฉันไม่อยากให้มีใครตายอีกแล้ว

1026
00:56:16,956 --> 00:56:18,208
‎ฉันไม่อยากให้มีใครตาย

1027
00:56:18,291 --> 00:56:20,210
‎ตอนนี้เด็กๆ เป็นสัญญาณเตือนภัย

1028
00:56:20,293 --> 00:56:24,255
‎พวกเขาเป็นสัญญาณว่าโลกของเราไม่ปกติ

1029
00:56:24,339 --> 00:56:27,675
‎คลินิกของฉันกลายเป็น
‎คลินิก "เลิกยา" ประมาณครึ่งหนึ่ง

1030
00:56:27,759 --> 00:56:29,928
‎หมายความว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นที่เข้ามา

1031
00:56:30,011 --> 00:56:36,059
‎หรือถูกส่งตัวมาเพื่อเลิกใช้ยาโอปิออยด์
‎หรือเบ็นโซไดอาเซพีน หรือทั้งคู่

1032
00:56:36,142 --> 00:56:38,311
‎ผู้ป่วยเองก็สับสนเหมือนกัน

1033
00:56:38,395 --> 00:56:40,897
‎เพราะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องพึ่งยา

1034
00:56:40,980 --> 00:56:44,526
‎และใช้ยามาเป็นเวลานาน
‎พวกเขานึกภาพชีวิตที่ไม่มียาไม่ออก

1035
00:56:44,609 --> 00:56:46,694
‎ไม่สำคัญเลยว่าพวกเขาวิตกกังวล

1036
00:56:46,778 --> 00:56:48,113
‎หรือสบายดี

1037
00:56:48,196 --> 00:56:51,282
‎พวกเขาแค่ใช้ชีวิตโดยไม่มียาไม่ได้

1038
00:56:51,366 --> 00:56:53,660
‎ความคิดนั้นน่ากลัวมากสำหรับพวกเขา

1039
00:56:53,743 --> 00:56:55,745
‎และนั่นคืออาการขาดยาของจริง

1040
00:56:55,829 --> 00:56:58,081
‎นั่นคือลักษณะของการชินยาและการขาดยา

1041
00:57:17,976 --> 00:57:21,604
‎ดีนะที่ผมเรียนเคมีสมัยวิทยาลัย

1042
00:57:26,317 --> 00:57:30,155
‎นี่ไม่ใช่เรื่องที่หมอคนไหนจะสอนให้เราทำ

1043
00:57:32,073 --> 00:57:34,701
‎มันคือการลดยาระดับต่ำด้วยยาน้ำ

1044
00:57:36,035 --> 00:57:40,498
‎และมันทำให้เราสามารถลดปริมาณการใช้ยา

1045
00:57:40,582 --> 00:57:45,712
‎ทีละน้อยๆ ทุกวัน

1046
00:57:46,463 --> 00:57:48,131
‎ถ้าลดเร็วเกินไป

1047
00:57:49,132 --> 00:57:53,595
‎เราอาจเกิดอาการหวาดผวาได้

1048
00:57:57,807 --> 00:58:00,059
‎สารเคมีพวกนี้ฤทธิ์แรงมาก

1049
00:58:00,560 --> 00:58:05,398
‎แม้แต่การลดยาช้าๆ แบบนี้ก็ต้องใช้เวลาหลายปี

1050
00:58:13,072 --> 00:58:17,869
‎(ทางข้ามทางรถไฟ)

1051
00:58:19,787 --> 00:58:22,373
‎จากเส้นกลางถึงด้านบนรางล่ะ

1052
00:58:22,457 --> 00:58:24,250
‎- 155 เซนติเมตร
‎- 155

1053
00:58:24,334 --> 00:58:25,960
‎ถ้าพร้อมทำเบอร์หนึ่งก็บอกนะ

1054
00:58:26,044 --> 00:58:27,295
‎โอเค เอาเลย

1055
00:58:27,378 --> 00:58:30,507
‎เอาล่ะ จากตรงนี้ก็ประมาณ 76 เซนติเมตร

1056
00:58:30,590 --> 00:58:31,758
‎เจ็ดสิบหก

1057
00:58:33,801 --> 00:58:35,553
‎ฉันทำงานกับรัฐมิชิแกน

1058
00:58:35,637 --> 00:58:38,932
‎ฉันอยู่ในโครงการฝึกวิศวกรโยธา

1059
00:58:39,015 --> 00:58:45,563
‎ฉันทำงานนี้มาสามปีแล้ว มันเป็นงานจริงจัง

1060
00:58:45,647 --> 00:58:47,607
‎ฉันเริ่มทำตอนอายุ 18

1061
00:58:48,775 --> 00:58:52,695
‎และฉันก็รู้สึกดีที่มีคนพึ่งพาฉันในบางเรื่อง

1062
00:58:52,779 --> 00:58:54,280
‎แน่นอนว่ามันเครียด

1063
00:58:54,364 --> 00:58:57,367
‎แต่เป็นความเครียดในระดับที่พอดี
‎ซึ่งผลักดันให้ฉันทำงานจนเสร็จ

1064
00:58:57,450 --> 00:58:59,327
‎ไม่มากจนเกินไป

1065
00:59:00,078 --> 00:59:02,830
‎คนที่ต่อต้านซาแน็กซ์มากๆ ส่วนใหญ่

1066
00:59:02,914 --> 00:59:06,751
‎รู้สึกแบบนั้นเพราะการใช้ยาเพื่อสันทนาการ

1067
00:59:06,834 --> 00:59:10,421
‎สำหรับคนอย่างฉัน เวลาเห็นคนใช้ยา

1068
00:59:10,505 --> 00:59:12,090
‎ในทางที่ผิด เราคิดว่า

1069
00:59:12,173 --> 00:59:15,635
‎พวกเขาไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์แค่ไหน
‎สำหรับคนที่ต้องการมันจริงๆ

1070
00:59:18,596 --> 00:59:20,557
‎ฉันกินยาวันละหนึ่งมิลลิกรัม

1071
00:59:20,640 --> 00:59:24,811
‎ตอนที่เริ่มก็กินเท่านี้ ฉันกินเท่านี้มาตลอด

1072
00:59:26,229 --> 00:59:29,566
‎มันทำให้เสพติดได้ แต่ไม่ใช่ในกรณีของฉัน

1073
00:59:30,441 --> 00:59:34,112
‎แต่ถ้าเป็นด้านจิตใจก็ใช่

1074
00:59:34,195 --> 00:59:37,198
‎ฉันคิดเสมอว่า "ถ้าไม่มียาจะทำยังไง"

1075
00:59:37,282 --> 00:59:43,246
‎มันง่ายมากที่จะติดยาโดยสมบูรณ์

1076
00:59:43,329 --> 00:59:44,455
‎และฉันไม่…

1077
00:59:44,956 --> 00:59:48,585
‎ต่อให้เป็นยาที่มีประโยชน์
‎มันก็เป็นความคิดที่น่ากลัว

1078
00:59:48,668 --> 00:59:51,129
‎ถ้ายาหมดล่ะ ถ้ามีคนเอาไปล่ะ

1079
00:59:51,212 --> 00:59:53,423
‎ถ้าลืมกินล่ะ จะทำยังไง

1080
00:59:53,923 --> 00:59:55,883
‎และความคิดนั้นทำให้ฉันกลัว

1081
00:59:55,967 --> 01:00:00,263
‎การใช้ยาอาจเป็นเรื่องสำคัญ
‎สำหรับหลายๆ คน และฉันไม่อยาก

1082
01:00:00,346 --> 01:00:02,432
‎ด้อยค่าคุณประโยชน์ของมัน

1083
01:00:02,515 --> 01:00:05,059
‎ในการช่วยคนรับมือกับความกังวลที่รุนแรง

1084
01:00:05,143 --> 01:00:07,145
‎มันทำให้เรากลับมาเป็นปกติ

1085
01:00:07,228 --> 01:00:09,022
‎กลับมาเป็นตัวเอง

1086
01:00:09,105 --> 01:00:12,275
‎แต่ทันทีที่เราเลิกยา ถ้าไม่รักษาด้วยวิธีอื่น

1087
01:00:12,942 --> 01:00:14,485
‎ความกังวลจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

1088
01:00:15,278 --> 01:00:20,700
‎ตอนที่แม่ผมป่วย เราพบว่า
‎ท่านเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะลุกลาม

1089
01:00:20,783 --> 01:00:22,118
‎รีบไปสนามบิน

1090
01:00:22,201 --> 01:00:26,456
‎เราอยู่ในบอสตัน ผม พ่อกับน้องสาว

1091
01:00:27,332 --> 01:00:29,959
‎ทุกครั้งที่ออกนอกเมือง
‎ผมคิดว่า "แม่จะเป็นอะไรไหม"

1092
01:00:30,043 --> 01:00:32,795
‎และผมหยุดความคิดพวกนั้นไม่ได้

1093
01:00:32,879 --> 01:00:36,174
‎ซึ่งทำให้ผมมีอาการตื่นตระหนกครั้งแรก

1094
01:00:36,257 --> 01:00:38,551
‎ตอนนั้นผมต้องไปทำงาน

1095
01:00:38,635 --> 01:00:42,930
‎ผมควรจะนำเสนองาน แต่ผมกลับสติแตก

1096
01:00:43,014 --> 01:00:45,600
‎เข้าไปหลบในห้องน้ำของบริษัท

1097
01:00:45,683 --> 01:00:48,144
‎หายใจเร็ว ผมคิดว่าตัวเองหัวใจวาย

1098
01:00:48,227 --> 01:00:50,688
‎ผมคิดว่า "นี่มัน… พระเจ้า"

1099
01:00:51,481 --> 01:00:54,233
‎มันเป็นภวังค์ที่เราออกมาเองไม่ได้

1100
01:00:56,110 --> 01:00:59,113
‎ก่อนที่แม่ผมจะเสีย ท่านเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง

1101
01:00:59,197 --> 01:01:02,909
‎ท่านเขียนจดหมายถึงผม
‎น้องชาย น้องสาว และพ่อ

1102
01:01:03,534 --> 01:01:07,955
‎ในจดหมายของผม ท่านเขียนว่า
‎"แม่ขอโทษที่ตีกรอบให้ลูก

1103
01:01:08,039 --> 01:01:11,250
‎ขอโทษที่ทำให้ลูกรู้สึกเหมือนต้องเป็น

1104
01:01:11,334 --> 01:01:15,213
‎ในสิ่งที่ลูกไม่อาจเป็น" พอได้อ่านแล้ว ผม…

1105
01:01:15,296 --> 01:01:20,301
‎ผมร้องไห้ ผมคิดว่า "ใช่"
‎นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเครียด

1106
01:01:20,385 --> 01:01:22,220
‎และกังวลมานาน

1107
01:01:22,303 --> 01:01:25,682
‎เพราะเราถูกคาดหวัง
‎ให้ทำตามกรอบ สำหรับผม มันคือ

1108
01:01:25,765 --> 01:01:28,768
‎"โอเค ลูกไม่ควรทำตัวฉูดฉาดเท่าที่ต้องการ"

1109
01:01:28,851 --> 01:01:30,812
‎"ลูกเป็นคนผิวสี ทำไมถึงพูดจาแบบนั้น

1110
01:01:30,895 --> 01:01:33,356
‎ต้องพูดแบบนี้ต่างหาก แม่คาดหวังสิ่งนี้"

1111
01:01:33,439 --> 01:01:35,525
‎แม่ผมเสียเมื่อเดือนสิงหาคม

1112
01:01:35,608 --> 01:01:37,985
‎นั่นคือตอนที่…

1113
01:01:38,861 --> 01:01:40,947
‎ความรู้สึกต่างๆ ชัดเจนขึ้นมา

1114
01:01:41,531 --> 01:01:43,700
‎ผมแค่รู้สึกว่า

1115
01:01:43,783 --> 01:01:46,828
‎"ผมยังมีชีวิตอยู่และต้องหาทางแก้ปัญหานี้"

1116
01:01:49,163 --> 01:01:51,165
‎นั่นคือตอนที่ผมคิดว่า "ฉันต้องไปบำบัด"

1117
01:01:51,958 --> 01:01:54,293
‎ถ้าเรารู้ว่ามีเรื่องที่ทำให้ตัวเองกังวล

1118
01:01:54,377 --> 01:01:55,837
‎และมันไม่หายไปไหน

1119
01:01:55,920 --> 01:01:59,632
‎สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ลืมเรื่องพื้นฐาน

1120
01:01:59,716 --> 01:02:01,259
‎อย่างแรก หายใจ

1121
01:02:03,970 --> 01:02:06,472
‎นอนหลับให้เพียงพอ

1122
01:02:08,141 --> 01:02:10,727
‎ฉันสนับสนุนให้คนนอนเยอะๆ

1123
01:02:10,810 --> 01:02:12,061
‎ออกกำลังกาย

1124
01:02:13,813 --> 01:02:17,024
‎และออกไปข้างนอกให้มากที่สุด

1125
01:02:17,775 --> 01:02:23,072
‎ออกกำลังกาย รับแสงแดด
‎ทำอะไรอย่างโยคะหรือนั่งสมาธิ

1126
01:02:23,156 --> 01:02:25,366
‎การนั่งสมาธิช่วยฉันได้มาก

1127
01:02:25,450 --> 01:02:30,288
‎เรารู้ว่ามันทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย

1128
01:02:30,371 --> 01:02:33,040
‎มันระงับประสบการณ์ที่น่ากังวล

1129
01:02:33,124 --> 01:02:37,170
‎เราไม่สามารถผ่อนคลาย
‎และกังวลไปด้วยในเวลาเดียวกัน

1130
01:02:37,253 --> 01:02:41,215
‎ยังมียาอีกหลายตัวที่กินแล้ว
‎ไม่ทำให้เสพติดในลักษณะเดียวกัน

1131
01:02:41,299 --> 01:02:43,509
‎ยากลุ่มที่ยับยั้งการเก็บกลับเซโรโทนิน

1132
01:02:43,593 --> 01:02:45,887
‎มันไม่ได้บรรเทาความกังวลในช่วงเวลาหนึ่ง

1133
01:02:45,970 --> 01:02:50,057
‎แต่มันลดระดับความกังวลโดยรวม

1134
01:02:50,141 --> 01:02:52,852
‎เพื่อทำให้คนเกิดอาการตื่นตระหนกน้อยลง

1135
01:02:52,935 --> 01:02:54,937
‎ฉันเป็นจิตแพทย์ในนิวยอร์กซิตี้

1136
01:02:55,021 --> 01:02:57,815
‎และแน่นอนว่าฉันสั่งยาแก้ซึมเศร้า

1137
01:02:57,899 --> 01:02:59,484
‎และยาแก้วิตกกังวล

1138
01:03:00,276 --> 01:03:03,362
‎แต่ฉันก็มักจะคุยกับผู้ป่วย
‎เรื่องสารสกัดกัญชาทางการแพทย์

1139
01:03:03,446 --> 01:03:05,990
‎เพราะมันช่วยลดความกังวลได้ดี

1140
01:03:07,116 --> 01:03:10,203
‎เราจะไม่ขาดความยับยั้งชั่งใจ
‎สมองไม่พร่าเบลอ

1141
01:03:10,286 --> 01:03:12,371
‎เรายังมีสติสัมปชัญญะ

1142
01:03:12,455 --> 01:03:14,957
‎แต่รับมือกับความเครียดได้ดีขึ้นนิดหน่อย

1143
01:03:15,041 --> 01:03:17,668
‎เรามีความรู้มากมาย
‎เกี่ยวกับการรักษาโรคเหล่านี้

1144
01:03:17,752 --> 01:03:20,546
‎และการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด
‎และอิงหลักฐานมากที่สุด

1145
01:03:20,630 --> 01:03:23,049
‎คือการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม

1146
01:03:23,132 --> 01:03:28,095
‎เทคนิคนี้จะมุ่งเน้นที่ระบบนิสัยในการคิด

1147
01:03:28,179 --> 01:03:29,889
‎การประพฤติตัว การตัดสินใจ

1148
01:03:29,972 --> 01:03:32,600
‎และฉันคิดว่ามันสร้างทัศนคติใหม่

1149
01:03:32,683 --> 01:03:35,102
‎เกี่ยวกับวิธีที่เราคิดถึงความทุกข์

1150
01:03:36,020 --> 01:03:39,398
‎การมีเสียงเล็กๆ อีกเสียง

1151
01:03:39,482 --> 01:03:42,568
‎ที่เกิดจากการบำบัด
‎คอยบอกเราว่า "ไม่เป็นไรนะ

1152
01:03:42,652 --> 01:03:45,905
‎นี่คือความรู้สึกของเราในตอนนี้
‎การมีความรู้สึกเป็นเรื่องปกติ

1153
01:03:45,988 --> 01:03:49,033
‎ความรู้สึกไม่ใช่ข้อเท็จจริง
‎ความคิดไม่ใช่ข้อเท็จจริง

1154
01:03:49,575 --> 01:03:51,786
‎ที่เราต้องทำคือผ่านวันนี้ไปให้ได้

1155
01:03:51,869 --> 01:03:53,246
‎แล้ววันพรุ่งนี้จะมาถึง

1156
01:03:53,329 --> 01:03:55,289
‎และในที่สุด จะมีวันพรุ่งนี้มากพอ

1157
01:03:55,373 --> 01:03:59,794
‎จนเราไม่รู้สึกแบบนี้อีก"
‎มันเพียงพอให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป

1158
01:03:59,877 --> 01:04:01,838
‎เพราะสุดท้ายแล้ว เวลาเราเผชิญกับ

1159
01:04:01,921 --> 01:04:05,508
‎ช่วงเวลาที่ยากลำบาก
‎เราก็แค่ก็ต้องพยายามต่อไป

1160
01:04:07,218 --> 01:04:10,137
‎มันชัดเจนขึ้นมากตอนที่เกิดโรคระบาด

1161
01:04:10,221 --> 01:04:13,683
‎แต่การเชื่อมต่อทางสังคม
‎เป็นหนึ่งในวิธีที่ทรงพลังที่สุด

1162
01:04:13,766 --> 01:04:15,476
‎ในการระงับความกังวล

1163
01:04:17,228 --> 01:04:21,274
‎ความโดดเดี่ยวเป็นหนึ่งในสิ่งที่ส่งผลร้ายที่สุด

1164
01:04:21,357 --> 01:04:23,276
‎ต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย

1165
01:04:25,069 --> 01:04:27,238
‎ปีนี้ฉันเพิ่งหย่าร้าง

1166
01:04:27,321 --> 01:04:31,117
‎และเรื่องที่ฉันได้รู้ซึ่งเป็นเหตุให้หย่า

1167
01:04:31,200 --> 01:04:33,953
‎ร่วมกับการต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

1168
01:04:34,036 --> 01:04:36,956
‎ทำให้ฉันเข้าสู่วัฏจักรซึมเศร้าและกังวลอีกครั้ง

1169
01:04:37,957 --> 01:04:39,208
‎ฉันไม่ได้บอกแม่

1170
01:04:39,292 --> 01:04:42,587
‎ไม่ได้บอกเพื่อนสนิทว่า
‎เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของฉัน

1171
01:04:42,670 --> 01:04:45,923
‎ฉันพยายามจดจ่อกับการนั่งสมาธิและจดบันทึก

1172
01:04:46,007 --> 01:04:47,049
‎และไปบำบัด

1173
01:04:47,133 --> 01:04:50,636
‎และทำทุกอย่างที่ฉันทำได้เพื่อรับมือกับเรื่องนี้

1174
01:04:50,720 --> 01:04:54,473
‎ทั้งที่ความจริงฉันควรหันไปพึ่งผู้หญิงที่ฉันรู้จัก

1175
01:04:54,557 --> 01:04:56,475
‎ที่รักฉันมากพอจะช่วยให้ฉันผ่านมันไปได้

1176
01:05:00,771 --> 01:05:04,150
‎ไม่ว่าเราจะสร้างสายสัมพันธ์ที่แท้จริง
‎กับคนอื่นๆ ด้วยวิธีไหน

1177
01:05:04,233 --> 01:05:09,238
‎ลืมเรื่องอื่นที่ฉันพูดไปได้เลย
‎นั่นอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้

1178
01:05:09,322 --> 01:05:14,118
‎แต่ความจริงที่ไม่จำเป็นต้องพูด
‎คือการตอบสนองตามปกติ

1179
01:05:14,619 --> 01:05:18,164
‎ต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่ปกติ ถือเป็นโรคอย่างหนึ่ง

1180
01:05:18,247 --> 01:05:19,665
‎ในบางแง่

1181
01:05:19,749 --> 01:05:24,170
‎แทนที่จะแก้ไขโลกของเราและปัญหาที่แท้จริง

1182
01:05:24,670 --> 01:05:27,048
‎เรากลับใช้ยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

1183
01:05:27,131 --> 01:05:30,718
‎เพื่อทำให้คนยอมรับ

1184
01:05:30,801 --> 01:05:33,596
‎โลกที่แตกสลายที่เรามอบให้พวกเขา

1185
01:05:33,679 --> 01:05:34,722
‎การลาออกครั้งใหญ่

1186
01:05:34,805 --> 01:05:37,975
‎คือคำที่ผู้เชี่ยวชาญบางคน
‎เรียกแนวโน้มที่คนงานจะลาออก

1187
01:05:38,059 --> 01:05:39,226
‎หรือเปลี่ยนอาชีพมากขึ้น

1188
01:05:39,310 --> 01:05:42,647
‎และคนอเมริกันยังเกษียณมากขึ้นด้วย

1189
01:05:42,730 --> 01:05:45,858
‎การผลักดันให้ลดวันทำงานจากห้าวันเป็นสี่วัน

1190
01:05:45,942 --> 01:05:47,485
‎กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

1191
01:05:47,568 --> 01:05:50,112
‎เห็นได้ชัดว่าโรคระบาดครั้งนี้ได้เปลี่ยน

1192
01:05:50,196 --> 01:05:55,534
‎วิธีที่คนอเมริกันอยากทำงาน
‎และงานที่พวกเขายินดีทำ

1193
01:05:55,618 --> 01:05:59,205
‎เรากำลังรณรงค์เพื่อรับมือกับ
‎ปัญหาสุขภาพจิตในอเมริกา

1194
01:05:59,956 --> 01:06:04,710
‎เราอยากสร้างสังคม
‎ที่ไม่มีใครรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว

1195
01:06:04,794 --> 01:06:06,963
‎และละอายใจเพราะปัญหาของพวกเขา

1196
01:06:07,046 --> 01:06:10,841
‎เราอยากสร้างโลกที่คนที่ต้องการ
‎ความช่วยเหลือจะได้รับมัน

1197
01:06:10,925 --> 01:06:13,344
‎เราไม่ควรตอบสนอง
‎ต่อโรคจิตเวชเพียงอย่างเดียว

1198
01:06:13,427 --> 01:06:15,846
‎เราต้องสร้างสุขภาวะทางจิตด้วยวิธีเชิงรุก

1199
01:06:15,930 --> 01:06:17,431
‎นักกีฬารุ่นใหม่

1200
01:06:17,515 --> 01:06:21,435
‎รวมถึงซิโมน ไบลส์และนาโอมิ โอซากะ
‎ได้ออกมาพูดถึงสุขภาพจิต

1201
01:06:21,519 --> 01:06:23,729
‎เราเผชิญกับปัญหาของตัวเอง และมันยากมาก

1202
01:06:23,813 --> 01:06:26,691
‎คุณคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณช่วยคนไว้มากแค่ไหน

1203
01:06:26,774 --> 01:06:29,735
‎แม้ว่าตัวคุณเองจะอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

1204
01:06:29,819 --> 01:06:32,613
‎สุขภาพจิตเกี่ยวข้องกับ

1205
01:06:32,697 --> 01:06:37,368
‎ทุกอย่างตั้งแต่การใช้ชีวิต การหายใจ

1206
01:06:37,451 --> 01:06:40,663
‎และสิ่งที่เราทำสำเร็จในชีวิต

1207
01:06:40,746 --> 01:06:44,375
‎ไม่ว่าสถานการณ์จะเข้าข้างเรา

1208
01:06:44,458 --> 01:06:46,085
‎หรือไม่เข้าข้างเราก็ตาม

1209
01:06:46,168 --> 01:06:48,045
‎สุขภาพจิตคือทุกสิ่งทุกอย่าง

1210
01:06:48,129 --> 01:06:50,965
‎พระเจ้า ฉันไม่ไหวแล้ว
‎ขอทำใจเย็นๆ ก่อน เขาบอกว่า

1211
01:06:51,048 --> 01:06:53,926
‎"ขอบคุณที่ให้พื้นที่ปลอดภัย
‎กับคนอย่างผม" ฉันไม่ไหวแล้ว

1212
01:06:56,137 --> 01:06:57,304
‎น่ารักจัง

1213
01:06:58,139 --> 01:07:03,144
‎เราเริ่มจากโพสต์ในอินสตาแกรม
‎ที่เขียนว่า "บำบัดฟรีสำหรับชายผิวดำ"

1214
01:07:03,227 --> 01:07:05,813
‎ฉันนึกว่าคงยากที่จะชวนผู้ชายผิวดำมาบำบัด

1215
01:07:05,896 --> 01:07:09,066
‎เพราะนั่นคือสิ่งที่สื่อต่างๆ อยากให้เราเชื่อ

1216
01:07:09,150 --> 01:07:12,737
‎และมันไม่จริงเลย ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

1217
01:07:12,820 --> 01:07:15,990
‎เพราะพอเราประกาศว่า
‎มีการบำบัดฟรีสำหรับชายผิวดำ

1218
01:07:16,073 --> 01:07:20,119
‎ภายในสองวันแรก มีผู้ชาย 50 คนที่บอกว่า

1219
01:07:20,202 --> 01:07:22,621
‎"ผมอยากบำบัดฟรี"
‎จนเราต้องบอกว่า "เดี๋ยวนะ

1220
01:07:22,705 --> 01:07:24,623
‎เราไม่ได้คิดให้ดีก่อน"

1221
01:07:25,207 --> 01:07:27,084
‎เราให้พวกเขาบำบัดแบบเดี่ยวฟรีแปดครั้ง

1222
01:07:27,668 --> 01:07:31,380
‎ตอนนี้มีผู้ป่วย 75 เปอร์เซ็นต์ที่รับการบำบัดต่อ

1223
01:07:31,464 --> 01:07:33,215
‎แม้จะต้องจ่ายค่ารักษา

1224
01:07:33,799 --> 01:07:36,635
‎มันเหมือนกับเราเอาน้ำให้พวกเขาดื่ม

1225
01:07:36,719 --> 01:07:39,263
‎และน้ำแก้วนั้นสอนพวกเขา

1226
01:07:39,346 --> 01:07:42,099
‎"ให้ตายสิ ไม่รู้ตัวเลยว่าคอแห้งขนาดนี้" ใช่ไหม

1227
01:07:42,183 --> 01:07:45,269
‎ทีนี้ พอเราจะเอาน้ำคืนมา

1228
01:07:45,352 --> 01:07:48,689
‎พวกเขาก็บอกว่า "แต่เดี๋ยวนะ"
‎ใช่ น่าจะพิมพ์บนเสื้อยืดรุ่นต่อไป

1229
01:07:50,191 --> 01:07:52,943
‎เรื่องหนึ่งที่ฉันคุยกับผู้ป่วยในช่วงนี้

1230
01:07:53,027 --> 01:07:54,528
‎คือแนวคิดของกระแส

1231
01:07:54,612 --> 01:07:58,074
‎คือเราสามารถมีสมาธิกับการทำอะไรก็ได้

1232
01:07:58,157 --> 01:08:01,452
‎จะเป็นอะไรก็ได้ แต่ไม่ว่าจะทำอะไร

1233
01:08:01,535 --> 01:08:05,956
‎เราต้องทำให้เต็มที่และมีสมาธิไปกับมัน

1234
01:08:06,040 --> 01:08:07,583
‎และมีบางอย่างที่ทรงพลังกว่าตัวเรา

1235
01:08:12,797 --> 01:08:17,093
‎เมื่อ 12 ปีก่อน เราไปที่ฟาร์มม้าแห่งหนึ่ง

1236
01:08:17,176 --> 01:08:21,097
‎ที่นั่นมีภารกิจช่วยเหลือม้า

1237
01:08:21,597 --> 01:08:24,809
‎ฉันคิดว่ามีม้าที่ถูกช่วยมา 60 ตัว

1238
01:08:24,892 --> 01:08:29,522
‎ซึ่งส่วนใหญ่เคยอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย
‎ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

1239
01:08:29,605 --> 01:08:31,982
‎แล้วเราก็รู้ว่าพวกเขากำลังหาอาสาสมัคร

1240
01:08:32,066 --> 01:08:34,860
‎ฉันคิดว่า "โอเค ท่ามกลางโรคระบาด

1241
01:08:34,944 --> 01:08:38,823
‎ขณะที่โรงยิมปิด เราไปกินข้าวตามร้านไม่ได้

1242
01:08:38,906 --> 01:08:42,201
‎ทำอะไรไม่ได้เลย เราเข้าสังคมไม่ได้

1243
01:08:42,785 --> 01:08:47,915
‎งานอาสาสมัครกลางแจ้งนี่อาจเป็นเรื่องดีก็ได้"

1244
01:08:47,998 --> 01:08:51,794
‎อาสาสมัครมาทำความสะอาดคอกม้า

1245
01:08:51,877 --> 01:08:54,380
‎แปรงขนให้พวกม้าและพาพวกมันไปเดินเล่น

1246
01:08:55,131 --> 01:08:59,468
‎การได้อยู่กลางแจ้ง ทำงานใช้แรงเพื่อการกุศล

1247
01:08:59,552 --> 01:09:01,887
‎ได้สร้างสายสัมพันธ์กับสัตว์อีกครั้ง

1248
01:09:01,971 --> 01:09:05,975
‎ทุกอย่างเกี่ยวกับงานนี้ทำให้ฉัน

1249
01:09:06,058 --> 01:09:09,145
‎ออกจากบ้าน เลิกคิดฟุ้งซ่าน

1250
01:09:09,228 --> 01:09:11,355
‎ทำงานใช้แรง

1251
01:09:11,438 --> 01:09:12,815
‎และสูดอากาศบริสุทธิ์

1252
01:09:12,898 --> 01:09:15,693
‎การกอดม้าหลังจากเจอเรื่องแย่ๆ มา

1253
01:09:15,776 --> 01:09:17,903
‎เป็นอะไรที่วิเศษมาก

1254
01:09:22,867 --> 01:09:26,620
‎ผมต้องมีสิ่งกระตุ้นภายนอกถึงจะมีสมาธิ

1255
01:09:27,663 --> 01:09:30,249
‎ผมเลยเรียนจัดดอกไม้

1256
01:09:32,251 --> 01:09:35,045
‎การจัดดอกไม้มีบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกสงบ

1257
01:09:35,129 --> 01:09:37,298
‎ตั้งแต่การไปเลือกดอกไม้

1258
01:09:37,381 --> 01:09:41,427
‎ดูดอกไม้ ดูสีสัน มันต้องใช้การสัมผัสอย่างมาก

1259
01:09:41,510 --> 01:09:45,181
‎ผมรู้ว่าผมต้องการของที่มีเนื้อสัมผัสต่างๆ

1260
01:09:45,264 --> 01:09:47,641
‎เพื่อรับมือกับความทุกข์และทำใจให้สงบ

1261
01:09:50,895 --> 01:09:53,772
‎ความกังวลของผมส่วนใหญ่มีรากฐานจาก

1262
01:09:53,856 --> 01:09:57,401
‎ความรู้สึกว่าผมไม่มีวันทำอะไรสำเร็จ

1263
01:09:57,484 --> 01:10:00,446
‎หรือสิ่งที่ผมทำมันผิด

1264
01:10:01,864 --> 01:10:04,867
‎สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกสงบคือสิ่งที่

1265
01:10:04,950 --> 01:10:06,368
‎ผมแค่ทำเพื่อตัวเอง

1266
01:10:06,452 --> 01:10:10,956
‎จะไม่มีใครเห็นแล้วตัดสินหรือวิจารณ์มัน

1267
01:10:12,291 --> 01:10:13,626
‎ความคาดหวัง

1268
01:10:14,710 --> 01:10:16,545
‎มันเป็นอะไรที่หนักหน่วง

1269
01:10:16,629 --> 01:10:19,924
‎และถ้าเราสามารถปล่อยวางมันนิดหนึ่ง

1270
01:10:20,424 --> 01:10:22,343
‎ก็จะรู้สึกเป็นอิสระ

1271
01:10:22,426 --> 01:10:25,763
‎ดูไม่ดีเลย ใช่ ก็ต้องลองผิดลองถูกกันไป

1272
01:10:26,597 --> 01:10:28,224
‎ความวิตกกังวลส่งผลต่อทุกอย่าง

1273
01:10:28,307 --> 01:10:31,185
‎มันบอกเราว่าจิตใจและร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกัน

1274
01:10:31,268 --> 01:10:33,562
‎นั่นคือความรู้ที่เราได้จากความกังวล

1275
01:10:33,646 --> 01:10:36,690
‎ร่างกายและจิตใจของเราพึ่งพากันและกัน

1276
01:10:36,774 --> 01:10:37,816
‎มันตอบสนองกัน

1277
01:10:37,900 --> 01:10:42,446
‎ข้อเสียของการกินซาแน็กซ์ทุกครั้งที่รู้สึกกังวล

1278
01:10:42,529 --> 01:10:45,449
‎คือเราไม่ได้เสริมสร้างเกราะให้จิตใจ

1279
01:10:45,532 --> 01:10:48,661
‎ที่ทำให้เราทนต่อความกังวลมากขึ้น

1280
01:10:48,744 --> 01:10:52,331
‎เพราะถ้าเราระงับ
‎ประสบการณ์เกี่ยวกับความกังวล

1281
01:10:52,414 --> 01:10:56,252
‎เราจะพลาดโอกาสในการเรียนรู้
‎ที่จะรับมือกับมันด้วยตัวเอง

1282
01:10:56,335 --> 01:10:58,295
‎ดังนั้น เบ็นโซไดอาเซพีนมีค่าเสียโอกาส

1283
01:10:58,379 --> 01:11:00,923
‎ฉันว่าฉันน่าจะกินยาเท่าที่จำเป็น

1284
01:11:02,091 --> 01:11:03,884
‎เดือนละสองสามครั้ง

1285
01:11:03,968 --> 01:11:07,513
‎ตอนนี้ฉันแค่รู้สึกว่า
‎"ถ้าเกิดจำเป็นต้องใช้ ฉันมีมันอยู่"

1286
01:11:07,596 --> 01:11:10,683
‎ถ้าอาหาร การออกกำลังกาย งานอาสาสมัคร

1287
01:11:10,766 --> 01:11:13,018
‎ถ้าวิธีอื่นๆ ของฉันไม่ได้ผล

1288
01:11:13,102 --> 01:11:16,021
‎หรือชีวิตเกิดวุ่นวายจนคุมไม่อยู่

1289
01:11:16,105 --> 01:11:17,731
‎ฉันก็มีตัวช่วยอีกอย่าง

1290
01:11:18,732 --> 01:11:22,486
‎สำหรับผม การใช้ซาแน็กซ์
‎ไม่ได้ช่วยเรื่องความกังวลระยะยาว

1291
01:11:22,569 --> 01:11:24,780
‎ที่ผมรู้สึกอยู่ตลอดเวลา

1292
01:11:24,863 --> 01:11:27,491
‎ครั้งแรกที่ผมลองคลอโนพิน
‎ความรู้สึกมันต่างกันเลย

1293
01:11:27,574 --> 01:11:30,536
‎จะว่ามันเป็นยาแก้กังวลแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ได้

1294
01:11:30,619 --> 01:11:33,914
‎เทียบกับซาแน็กซ์ที่กะทันหันกว่า มันออกฤทธิ์เร็ว

1295
01:11:33,998 --> 01:11:38,294
‎นั่นคือเหตุผลที่คนไม่กินคลอโนพิน
‎เวลาปาร์ตี้ มันไม่ใช่ยาปาร์ตี้

1296
01:11:38,377 --> 01:11:42,715
‎ผมยังกินเล็กซาโปรซึ่งเป็น
‎ยาที่ยับยั้งการเก็บกลับเซโรโทนิน

1297
01:11:42,798 --> 01:11:45,509
‎โดยกินปริมาณพอสมควร

1298
01:11:45,592 --> 01:11:51,765
‎แล้วผมก็ลดเบ็นโซส
‎จนถึงจุดที่ผมพยายามไม่กินมันอีก

1299
01:11:51,849 --> 01:11:55,853
‎ถ้าเราไม่เผชิญกับความกังวลตรงๆ
‎ถ้าเราเผชิญกับมันผ่านทาง

1300
01:11:55,936 --> 01:11:59,189
‎ยาซาแน็กซ์ที่กิน เราก็ไม่ได้เผชิญกับมันจริงๆ

1301
01:11:59,273 --> 01:12:01,567
‎ทางออกเดียวคือฝ่าไป ฉันพูดจริงๆ

1302
01:12:01,650 --> 01:12:04,778
‎สิ่งที่จะทำให้เราผ่านความวิตกกังวลไปได้

1303
01:12:04,862 --> 01:12:09,074
‎คือการฝ่ามันไป เผชิญกับมัน เข้าใจมัน

1304
01:12:09,158 --> 01:12:11,160
‎และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

1305
01:12:11,243 --> 01:12:12,536
‎ในทางกลับกัน

1306
01:12:12,619 --> 01:12:17,499
‎มันก็เป็นการตราหน้าและดูถูกคนอื่น
‎อย่างร้ายแรงถ้าเราพูดว่า

1307
01:12:17,583 --> 01:12:20,669
‎"พยายามด้วยตัวเองสิ ทำให้ได้สิ"
‎ทั้งที่เราทำไม่ได้

1308
01:12:20,753 --> 01:12:24,757
‎เราคงไม่บอกผู้ป่วยโรคเบาหวานว่า
‎"ทำให้ตับอ่อนทำงานดีขึ้นสิ"

1309
01:12:28,927 --> 01:12:31,889
‎รู้ไหม เห็นได้ชัดว่าซาแน็กซ์

1310
01:12:31,972 --> 01:12:33,557
‎เป็นหนึ่งในยาที่

1311
01:12:33,640 --> 01:12:36,268
‎คนไม่ชอบสักเท่าไร

1312
01:12:37,644 --> 01:12:41,940
‎และใจหนึ่งฉันก็โกรธที่

1313
01:12:42,024 --> 01:12:45,319
‎ฉันต้องการความช่วยเหลือภายนอก

1314
01:12:46,195 --> 01:12:50,949
‎และจิตใจส่วนที่ดื้อรั้นของฉันก็ไม่อยากกินยา

1315
01:12:52,493 --> 01:12:54,328
‎อยู่นานมาก

1316
01:12:54,912 --> 01:12:57,998
‎ฉันอยากหาทางใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งซาแน็กซ์

1317
01:12:58,082 --> 01:12:59,166
‎แต่ตอนนี้…

1318
01:13:01,877 --> 01:13:04,838
‎มันทำหน้าที่ได้ดี และฉันดีใจที่มีมัน

1319
01:13:05,923 --> 01:13:08,926
‎สิ่งที่ทำให้ยาเบ็นโซไดอาเซพีน
‎อันตรายคือมันได้ผลดี

1320
01:13:09,009 --> 01:13:13,055
‎แม้ว่าสังคมของเราจะใจร้าย
‎กับคนที่วิตกกังวลหรือซึมเศร้า

1321
01:13:13,138 --> 01:13:14,681
‎แต่ทุกคนมีความรู้สึกแบบนั้น

1322
01:13:14,765 --> 01:13:18,352
‎และพอคนได้รับเบ็นโซไดอาเซพีนเป็นครั้งแรก

1323
01:13:18,435 --> 01:13:19,978
‎ความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป

1324
01:13:20,062 --> 01:13:22,064
‎มันทำให้พวกเขาคิดว่า

1325
01:13:22,147 --> 01:13:24,942
‎"ฉันไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่ตลอดเวลา
‎ดังนั้น ฉันจะไม่รู้สึกแย่

1326
01:13:25,025 --> 01:13:28,904
‎ฉันต้องการเบ็นโซไดอาเซพีนมากขึ้น"
‎ผมคิดว่าเบ็นโซไดอาเซพีนกัดกร่อน

1327
01:13:28,987 --> 01:13:32,157
‎ภูมิต้านทานที่เราต้องใช้สักครั้งในชีวิต

1328
01:13:32,241 --> 01:13:35,869
‎เพื่อรับมือกับความทุกข์
‎ความกังวล ความยากลำบาก

1329
01:13:35,953 --> 01:13:38,956
‎และแง่มุมที่เจ็บปวดของการเป็นมนุษย์

1330
01:13:39,039 --> 01:13:41,750
‎ภูมิต้านทานเป็นกุญแจสำคัญของทุกอย่าง

1331
01:13:41,834 --> 01:13:44,962
‎ทั้งในแง่ของความกังวลและสุขภาพจิตโดยทั่วไป

1332
01:13:45,045 --> 01:13:46,255
‎การอยู่รอดในโลกนี้

1333
01:13:46,338 --> 01:13:50,300
‎ยอมรับความเป็นจริงเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ

1334
01:13:50,884 --> 01:13:54,221
‎ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตกับโควิด
‎ความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

1335
01:13:54,304 --> 01:13:56,849
‎หรือการที่ผมเป็นโรควิตกกังวล

1336
01:13:56,932 --> 01:14:00,144
‎การยอมรับเป็นสิ่งสำคัญ
‎และยิ่งเราเข้าใกล้มันมากเท่าไร

1337
01:14:00,227 --> 01:14:03,564
‎เราก็ยิ่งมีสุขภาพจิตที่ดีและรู้สึกพึงพอใจ

1338
01:14:03,647 --> 01:14:07,234
‎พอนึกย้อนกลับไป ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกวิตกกังวล

1339
01:14:07,317 --> 01:14:11,864
‎ในระดับที่ต่างจากคนทั่วไปไหม

1340
01:14:11,947 --> 01:14:15,075
‎มันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากมัธยมเป็นวิทยาลัย

1341
01:14:15,784 --> 01:14:18,370
‎ผมแค่ทำตัวไม่ถูกนิดหน่อย

1342
01:14:18,912 --> 01:14:21,582
‎อย่างแรกๆ ที่ผมทำคือ
‎ไปที่หน่วยบริการสุขภาพนักศึกษา

1343
01:14:22,082 --> 01:14:27,921
‎ผมจำได้ชัดเจนว่าถือใบสั่งยาในมือ

1344
01:14:28,005 --> 01:14:31,175
‎และคิดว่า "ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว

1345
01:14:31,258 --> 01:14:34,595
‎หน่วยบริการสุขภาพแนะนำให้กินยาตัวนี้"

1346
01:14:35,137 --> 01:14:36,555
‎และผมก็ทำตามนั้น

1347
01:14:37,389 --> 01:14:38,474
‎ใช่ ชีวิตมันยาก

1348
01:14:38,557 --> 01:14:41,268
‎และเราหลงลืมเรื่องนั้นไป

1349
01:14:41,351 --> 01:14:43,520
‎ถ้าเราไม่มีความสุข แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติ

1350
01:14:43,604 --> 01:14:45,439
‎และเราต้องเปลี่ยนมันหรือไม่ก็กินยา

1351
01:14:45,522 --> 01:14:50,444
‎หน้าที่ของเราไม่ใช่การทำให้
‎ความเจ็บปวดและความทุกข์ของผู้ป่วยหมดไป

1352
01:14:50,527 --> 01:14:52,905
‎แต่ทำให้ความทุกข์นั้นพอทนได้

1353
01:14:53,489 --> 01:14:55,949
‎เพื่อให้พวกเขายังอยากมีชีวิตอยู่

1354
01:14:56,950 --> 01:15:00,662
‎มีปรากฏการณ์ระหว่างเลิกยาที่เรียกว่าช่วงสงบ

1355
01:15:02,956 --> 01:15:05,918
‎มันคือช่วงที่อาการของเราหายไป

1356
01:15:07,252 --> 01:15:11,215
‎ผมอยู่กับลูกชายที่สนามเด็กเล่น

1357
01:15:11,298 --> 01:15:12,883
‎แล้วอยู่ๆ

1358
01:15:12,966 --> 01:15:15,344
‎เสียงอื้ออึงในหูผมก็เงียบไป

1359
01:15:15,427 --> 01:15:18,805
‎แรงกดดันในหัวหายไปเฉยๆ

1360
01:15:19,389 --> 01:15:23,143
‎แล้วผมก็รู้สึกสงบอย่างไม่น่าเชื่อ

1361
01:15:23,644 --> 01:15:25,562
‎มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยรู้สึก

1362
01:15:25,646 --> 01:15:26,980
‎ตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่

1363
01:15:28,065 --> 01:15:32,277
‎และผมใช้เบ็นโซไดอาเซพีน
‎มาตลอดตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่

1364
01:15:33,487 --> 01:15:36,365
‎ถ้าชีวิตหลังเลิกเบ็นโซสเป็นแบบนั้น

1365
01:15:37,157 --> 01:15:41,328
‎ผมก็รอไม่ไหวแล้ว

1366
01:15:43,914 --> 01:15:44,915
‎เอาเลย

1367
01:15:45,916 --> 01:15:48,627
‎เยี่ยม ค่อยๆ เยี่ยม

1368
01:15:49,294 --> 01:15:50,712
‎- เยี่ยม
‎- เก่งมาก

1369
01:15:52,798 --> 01:15:54,049
‎- เยี่ยม
‎- สุดยอดเลย

1370
01:15:54,132 --> 01:15:57,886
‎ฉันพยายามอย่างหนัก
‎ที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ในชีวิต

1371
01:15:57,970 --> 01:16:01,723
‎เพื่อให้ฉันรู้สึกกังวลน้อยลง

1372
01:16:01,807 --> 01:16:06,603
‎การเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกนี้ต้องใช้เวลา

1373
01:16:06,687 --> 01:16:09,523
‎ใช่ว่าเรากินยาแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

1374
01:16:09,606 --> 01:16:11,608
‎มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้

1375
01:16:11,692 --> 01:16:16,238
‎และงานหินพวกนั้น
‎ทำให้ฉันสามารถมานั่งสวยๆ ที่นี่

1376
01:16:16,321 --> 01:16:18,448
‎เหมือนกับจัดการทุกอย่างได้แล้ว

1377
01:16:19,408 --> 01:16:22,411
‎บางครั้งฉันก็ต้องกลับไปทำงานหินอีก

1378
01:16:22,494 --> 01:16:25,998
‎และฉันไม่มีปัญหากับเรื่องนั้น ก็นั่นแหละค่ะ

1379
01:18:29,037 --> 01:18:34,042
‎คำบรรยายโดย ณิชา อ้นเอี่ยม



