1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:27,444 --> 00:00:31,281
‎โป-เต-โตส-ซาห์

4
00:00:32,282 --> 00:00:33,783
‎โปเตโตส์

5
00:00:34,492 --> 00:00:37,078
‎เบบี้

6
00:00:37,620 --> 00:00:40,415
‎ผมขอฟังแบบไม่มีเอฟเฟกต์หน่อยครับ

7
00:00:41,332 --> 00:00:44,377
‎เย็ป เย็ป เย็ป

8
00:00:44,461 --> 00:00:46,171
‎"ทุกคนที่พยายาม…"

9
00:00:46,254 --> 00:00:47,547
‎เอาละ เปิดเอฟเฟกต์ครับ

10
00:00:48,798 --> 00:00:51,843
‎"ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย

11
00:00:51,926 --> 00:00:54,512
‎ในมุมแดง…"

12
00:00:54,596 --> 00:00:56,431
‎- “ในฐานะคนแอฟริกาใต้…”
‎- เย็ป เย็ป เย็ป

13
00:00:56,514 --> 00:00:58,516
‎"ในมุมแดง…"

14
00:00:58,600 --> 00:01:03,104
‎- "ฉันมีอยู่ตั้งเยอะตั้งแยะ…"
‎- "อเมริกา"

15
00:01:03,188 --> 00:01:04,773
‎- เย็ป
‎- "ในฐานะชาวอเมริกัน"

16
00:01:04,856 --> 00:01:06,149
‎"ในฐานะชาวอเมริกัน"

17
00:01:06,232 --> 00:01:07,817
‎"คุณต้องรู้นะว่า…

18
00:01:07,901 --> 00:01:09,194
‎นั่นไม่ใช่คําถาม"

19
00:01:09,277 --> 00:01:10,945
‎มีที่แห่งหนึ่ง…

20
00:01:11,029 --> 00:01:12,655
‎"ตั้งเยอะ ตั้งแยะ…"

21
00:01:12,739 --> 00:01:15,116
‎- "แต่เป็นการรู้วิธี"
‎- "ฉันลองแล้ว…"

22
00:01:15,200 --> 00:01:18,369
‎- "ฉันรู้ว่าเราทําได้"
‎- "ฉันรู้…"

23
00:01:20,205 --> 00:01:21,790
‎เย็ป

24
00:01:21,873 --> 00:01:24,542
‎คนหายไปไหนกันหมด ทําไมไม่มีใครเลย

25
00:01:24,626 --> 00:01:26,169
‎หมายความว่าไง ผมมาไว

26
00:01:33,009 --> 00:01:34,511
‎ใช่ ฟังดูดีแล้วล่ะ

27
00:01:53,530 --> 00:01:57,450
‎(เทรเวอร์ โนอาห์: ฉันอยากให้เธอ…)

28
00:01:58,326 --> 00:02:03,790
‎เป็นอย่างไร โทรอนโต แคนาดา

29
00:02:05,166 --> 00:02:07,085
‎สบายดีกันนะครับ

30
00:02:08,586 --> 00:02:10,130
‎ยินดีต้อนรับครับ

31
00:02:11,089 --> 00:02:15,760
‎ยินดีต้อนสู่โชว์ของเรา ขอบคุณมากที่มากันนะครับ

32
00:02:15,844 --> 00:02:17,262
‎เราทําได้

33
00:02:17,345 --> 00:02:19,305
‎เราทําได้ครับ

34
00:02:19,389 --> 00:02:20,348
‎น่าทึ่งมากๆ

35
00:02:20,431 --> 00:02:22,684
‎นานมากครับ นานเหลือเกิน

36
00:02:22,767 --> 00:02:25,687
‎นานเกินไป แต่เราก็กลับมาแล้ว

37
00:02:26,479 --> 00:02:28,773
‎ดีใจมากครับที่ได้มาเจอกันอีก

38
00:02:29,816 --> 00:02:32,777
‎ให้ตาย คิดถึงครับ คิดถึงมากจริงๆ

39
00:02:33,486 --> 00:02:35,196
‎ผมคิดถึงการท่องโลก

40
00:02:35,280 --> 00:02:37,949
‎คิดถึงภาษาและวัฒนธรรม

41
00:02:38,032 --> 00:02:40,326
‎เราเพิ่งโชว์ที่ยุโรปมา น่าอัศจรรย์มาก

42
00:02:40,410 --> 00:02:41,494
‎ฝันที่เป็นจริงของผม

43
00:02:41,578 --> 00:02:43,538
‎ได้ไปสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรก

44
00:02:43,621 --> 00:02:44,789
‎นั่นคือฝันของผม

45
00:02:44,873 --> 00:02:48,042
‎เผื่อใครที่ยังไม่ทราบ
‎ผมจะขอเล่าให้ฟังว่ามันเป็นฝันที่ยิ่งใหญ่ยังไง

46
00:02:48,126 --> 00:02:50,962
‎แม่ผมเป็นคนผิวสี สาวโคซ่าจากแอฟริกาใต้

47
00:02:51,045 --> 00:02:53,006
‎ผมโตในแอฟริกาใต้

48
00:02:54,841 --> 00:02:58,595
‎พ่อผมเป็นหนุ่มสวิส
‎จากสวิตเซอร์แลนด์ พ่อเป็นฝรั่งขาว

49
00:02:58,678 --> 00:03:00,680
‎แล้วผมก็ไม่เคยไปสวิตเซอร์แลนด์มาก่อนเลย

50
00:03:00,763 --> 00:03:02,765
‎ตอนมีช่องทางให้ไปก็ไม่มีเวลา

51
00:03:02,849 --> 00:03:05,727
‎แล้วก็ไปไม่ได้ แต่จนแล้วจนรอด
‎เราก็ไปสวิตเซอร์แลนด์

52
00:03:05,810 --> 00:03:06,728
‎เป็นครั้งแรก

53
00:03:06,811 --> 00:03:09,022
‎และมันคือการปลดเปลื้องครับ

54
00:03:09,105 --> 00:03:10,440
‎เพราะเรื่องของเรื่องก็คือ

55
00:03:10,523 --> 00:03:12,692
‎ตลอดทั้งชีวิตผม

56
00:03:12,775 --> 00:03:17,405
‎ผมรู้สึกมาตลอดว่าพ่อไม่ได้รักผมจริงๆ หรอก

57
00:03:18,072 --> 00:03:18,948
‎โอเคนะ

58
00:03:19,532 --> 00:03:23,244
‎แต่พอไปเจอพ่อที่สวิตเซอร์แลนด์

59
00:03:23,328 --> 00:03:24,787
‎ผมถึงแบบ "ไม่นี่"

60
00:03:24,871 --> 00:03:26,414
‎"พ่อก็แค่สวิส"

61
00:03:28,499 --> 00:03:29,792
‎เค้าเป็นกันแบบนั้น

62
00:03:33,171 --> 00:03:34,589
‎ก็แปลกดี แปลกดีครับ

63
00:03:34,672 --> 00:03:36,883
‎ผมพยายามจะเซอร์ไพรส์พ่อ

64
00:03:36,966 --> 00:03:39,427
‎กะจะเรียนภาษาเยอรมันไปเซอร์ไพรส์พ่อ

65
00:03:39,510 --> 00:03:41,054
‎เราไม่ได้เจอกันมาสักพักนึงแล้ว

66
00:03:41,137 --> 00:03:43,848
‎พ่อผมพูดเยอรมัน
‎ผมเลยกะจะเซอร์ไพรส์พ่อตอนเจอกัน

67
00:03:43,932 --> 00:03:46,893
‎นึกออกมั้ย ผมเข้าดิวโอลิงโก
‎มีภาษาให้เรียนเพียบ

68
00:03:46,976 --> 00:03:50,146
‎ผมไปที่ภาษาเยอรมัน ฝึกมันทุกอย่าง

69
00:03:50,230 --> 00:03:52,273
‎พอไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ ก็แบบ "คราวนี้ล่ะ"

70
00:03:52,357 --> 00:03:54,192
‎ผมพร้อมแล้ว "ขอเซอร์ไพรส์พ่อหน่อยเหอะ"

71
00:03:54,275 --> 00:03:55,777
‎ผมตั้งใจว่าจะไปหาที่บ้าน เคาะประตู

72
00:03:55,860 --> 00:03:57,528
‎พ่อเปิด ทำท่าเซอร์ไพรส์ "เทรเวอร์"

73
00:03:57,612 --> 00:04:00,740
‎แล้วผมก็จะแบบ "ป๊า ผมพูดภาษาเยอรมัน"

74
00:04:00,823 --> 00:04:03,826
‎พ่อก็จะตอบมาว่า "เหรอ รักลูกจังเลย"

75
00:04:03,910 --> 00:04:04,911
‎แล้วก็แบบ…

76
00:04:06,913 --> 00:04:09,290
‎มันต้องสุดยอดครับ วางแผนไปอย่างดี

77
00:04:10,333 --> 00:04:11,626
‎ไม่เป็นไปตามแผนเลย

78
00:04:12,961 --> 00:04:15,713
‎ผมไปถึง ก็เซอร์ไพรส์นะ
‎พ่อดูมีความสุข แต่พอผมอ้าปาก

79
00:04:15,797 --> 00:04:17,548
‎"ป๊า ผมพูดเยอรมัน"

80
00:04:17,632 --> 00:04:19,467
‎พ่อสวนเลย "ไม่ต้องพูด ไม่ต้อง"

81
00:04:20,301 --> 00:04:22,011
‎"ไม่ ไม่เอาไม่พูด ไม่"

82
00:04:25,515 --> 00:04:27,725
‎วิธีเรียนรู้ภาษาเยอรมันของผม
‎จะออกเพี้ยนๆ หน่อย

83
00:04:27,809 --> 00:04:32,438
‎นึกออกนะครับ ผมอยากพูดให้ได้
‎เพราะญาติฝั่งพ่อส่วนใหญ่พูดได้กันหมด

84
00:04:32,522 --> 00:04:34,107
‎แต่ผม…

85
00:04:34,190 --> 00:04:37,735
‎แต่แล้วผมก็ได้เรียนรู้ว่า
‎ภาษาเยอรมันผมมันไม่ค่อยจะดีเอาซะเลย

86
00:04:37,819 --> 00:04:39,153
‎ผมอยู่ในเยอรมนี

87
00:04:39,988 --> 00:04:42,615
‎ไปเยี่ยมญาติห่างๆ ที่โคโลญจน์

88
00:04:42,699 --> 00:04:44,617
‎เมืองสวยมากครับ ใครยังไม่เคยไป จงไปครับ

89
00:04:44,701 --> 00:04:46,077
‎แล้วคุณจะตะลึง

90
00:04:46,703 --> 00:04:49,372
‎ผมมีเพื่อนอยู่คนนึง รอล์ฟ อยู่กับผมที่นั่น

91
00:04:49,956 --> 00:04:52,792
‎มีอยู่วันนึง เจ้ารอล์ฟหันมา
‎แล้วถามว่า "เทรเวอร์

92
00:04:52,875 --> 00:04:56,796
‎วันนี้เราไปหาอาหารพื้นเมือง
‎ของเยอรมันกินกันดีมั้ย"

93
00:04:56,879 --> 00:04:59,090
‎"อยากกินมั้ย อาหารพื้นเมืองเยอรมัน"

94
00:04:59,173 --> 00:05:01,092
‎"เดี๋ยวเราพานายไปกิน ไปมั้ย"

95
00:05:01,175 --> 00:05:03,845
‎ผมตอบ "ฟังดูดี รอล์ฟ แต่จะกินอะไรกันล่ะ"

96
00:05:03,928 --> 00:05:06,306
‎เขาตอบ "โอเค เคยได้ยินคำว่าซับเวย์มั้ย"

97
00:05:08,933 --> 00:05:10,893
‎"นั่นไม่ใช่เยอรมันแล้วมั้ง รอล์ฟ"

98
00:05:11,436 --> 00:05:14,272
‎เขาบอก "ไม่ๆๆ ฉันจะอธิบายขั้นตอนให้ฟัง"

99
00:05:14,355 --> 00:05:16,774
‎"โอเคนะ นายไปที่นี่เพื่อหาแซนด์วิชกิน

100
00:05:16,858 --> 00:05:19,152
‎เค้าให้ขนมปังมา แล้วนายก็เลือกท็อปปิ้ง"

101
00:05:19,235 --> 00:05:21,446
‎"เออ ฉันรู้วิธีสั่งซับเวย์ เพื่อน"

102
00:05:21,529 --> 00:05:25,199
‎เขาก็แบบ "โอเคๆ นั่นแหละ
‎ฉันจะพานายไปดูเวอร์ชั่นเยอรมัน"

103
00:05:25,283 --> 00:05:26,576
‎"เทพกว่าอีก เทพกว่า"

104
00:05:26,659 --> 00:05:28,995
‎"ขนมปังขั้นเทพ เนื้อขั้นเทพ นายต้องไป"

105
00:05:29,078 --> 00:05:30,496
‎แล้วเขาก็พาจริงๆ ไม่ได้พูดเล่น

106
00:05:30,580 --> 00:05:32,749
‎เราก็เลยไปร้านแซนด์วิชร้านนี้กัน

107
00:05:32,832 --> 00:05:34,667
‎อายุสักครึ่งร้อยได้

108
00:05:34,751 --> 00:05:36,669
‎ทั้งร้านเป็นเยอรมัน เราเข้าไป ผมก็แบบ…

109
00:05:36,753 --> 00:05:38,129
‎"เฮ้ย นี่แหละ"

110
00:05:39,172 --> 00:05:42,425
‎"อาจจะไม่ใช่บ้านพ่อผม
‎แต่ผมฝึกภาษาเยอรมันที่นี่ได้"

111
00:05:43,885 --> 00:05:46,262
‎รอล์ฟมองมาที่ผม
‎ถามว่า "อยากให้ฉันสั่งมั้ย"

112
00:05:46,345 --> 00:05:48,639
‎ผมบอก "ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันสั่งเอง"

113
00:05:48,723 --> 00:05:50,641
‎เขาแบบ "โอเค งั้นนายซื้อกินเองนะ"

114
00:05:50,725 --> 00:05:52,727
‎"อ๋อเปล่า แกแหละซื้อ แต่ฉันสั่ง"

115
00:05:54,562 --> 00:05:56,397
‎"ฉันแค่จะฝึกพูดเยอรมัน"

116
00:05:56,481 --> 00:05:58,483
‎เขาก็แบบ "แต่พวกเขาจะไม่เข้าใจนายนะ"

117
00:05:58,566 --> 00:05:59,817
‎"ภาษาเยอรมันไม่ได้หมู…"

118
00:05:59,901 --> 00:06:01,694
‎ผมตัดบท "โย่ ฉันรู้แล้ว รอล์ฟ"

119
00:06:02,987 --> 00:06:05,323
‎แล้วก็เดินไปที่เคาน์เตอร์
‎พนักงานหญิงเป็นกันเองมาก

120
00:06:05,406 --> 00:06:07,241
‎เธอแบบ "หวัดดีค่ะ ให้ช่วยอะไรดีคะ"

121
00:06:07,325 --> 00:06:08,618
‎ผมก็ใส่เลย "หวัดดี"

122
00:06:10,369 --> 00:06:13,081
‎"ผมขอขนมปังก้อนเล็กๆ ด้วยความยินดี!"

123
00:06:13,790 --> 00:06:16,125
‎"ขอขนมปังสีดำใส่ชีส"

124
00:06:16,209 --> 00:06:17,794
‎"และแฮมด้วยครับ!"

125
00:06:18,419 --> 00:06:21,798
‎"ขอเป๊ปซี่โคล่าหนึ่งด้วย ขอบคุณ"

126
00:06:29,430 --> 00:06:30,973
‎แล้วเธอก็อึราด

127
00:06:37,396 --> 00:06:39,023
‎ผมจะจำสีหน้าของเธอคนนั้น

128
00:06:39,857 --> 00:06:41,442
‎ไปจนวันตาย

129
00:06:42,610 --> 00:06:45,613
‎เธอตัวแข็งทื่อ จ้องเขม็งมาที่ผม แล้วพูดขึ้นว่า

130
00:06:45,696 --> 00:06:47,573
‎"แดร์ ชวาร์ซ ฮิตเลอร์"

131
00:06:50,118 --> 00:06:52,703
‎แปลว่า "ฮิตเลอร์ผิวดำ" ครับ

132
00:06:57,542 --> 00:06:58,668
‎ใช่

133
00:06:59,544 --> 00:07:01,629
‎ชัดเจนว่าการผันเสียงคำบางคำของผม

134
00:07:01,712 --> 00:07:04,882
‎ไปกระตุกต่อมอะไรสักอย่างเข้า

135
00:07:08,261 --> 00:07:09,470
‎ผมใจสลาย

136
00:07:10,721 --> 00:07:12,974
‎เจ้ารอล์ฟคิดว่ามันฮา

137
00:07:14,142 --> 00:07:16,602
‎เขาขำค้างตลอดทาง ตอนเรานั่งรถกลับบ้าน

138
00:07:18,354 --> 00:07:20,148
‎"คุณพระช่วย"

139
00:07:20,690 --> 00:07:22,400
‎"แดร์ ชวาร์ซ ฮิตเลอร์"

140
00:07:23,985 --> 00:07:26,612
‎"เทรเวอร์ นายนึกภาพฮิตเลอร์
‎ตัวดําๆ ออกรึเปล่า"

141
00:07:28,948 --> 00:07:30,992
‎"ดูไม่เข้ากันเลย ว่ามั้ย"

142
00:07:37,832 --> 00:07:39,459
‎"มันไม่ขำว่ะ รอล์ฟ"

143
00:07:40,835 --> 00:07:42,753
‎"ฉันฝึกพูดเยอรมันเพื่อสานสัมพันธ์กับครอบครัว

144
00:07:42,837 --> 00:07:44,797
‎แต่ดันไปเหมือนพวกผู้ร้ายในอดีตซะงั้น"

145
00:07:44,881 --> 00:07:46,841
‎เขาก็แบบ "รู้ แต่มันตลกนี่หว่า

146
00:07:46,924 --> 00:07:48,593
‎นายต้องได้เห็นตัวเอง"

147
00:07:50,720 --> 00:07:52,555
‎"ท่าทางยังกับจะไปบุกท้ายครัวเค้า

148
00:07:52,638 --> 00:07:54,515
‎ให้ตายเถอะ นายต้องเห็น…"

149
00:07:54,599 --> 00:07:56,392
‎ผมบอก "รอล์ฟ ไม่เจ๋งว่ะ เพื่อน"

150
00:07:56,476 --> 00:07:57,602
‎"ฉันเฮิร์ทอยู่นะเว้ย"

151
00:07:57,685 --> 00:08:02,064
‎เขาก็แบบ "ใจเย็นน่า เทรเวอร์
‎คิดซะว่าชาเดนฟรอยด์ฉันแล้วกันนะ"

152
00:08:02,982 --> 00:08:05,026
‎ต้องยอมรับว่ามันก็สอนคำใหม่ให้ผม

153
00:08:05,109 --> 00:08:06,903
‎ใช่ ผมก็เพิ่งเคยได้ยิน

154
00:08:06,986 --> 00:08:09,030
‎"ชาเดนฟรอยด์"

155
00:08:09,113 --> 00:08:11,699
‎ภาษาเยอรมันครับ ชาเดนฟรอยด์

156
00:08:12,241 --> 00:08:13,201
‎โอเคนะครับ

157
00:08:13,284 --> 00:08:20,124
‎มันแปลว่า "มีความปีติ
‎บนความเจ็บช้ำ ระกำจิต ของผู้อื่น"

158
00:08:23,419 --> 00:08:24,462
‎เกร็ดความรู้…

159
00:08:24,545 --> 00:08:26,964
‎คํานี้ไม่เคยถูกแปลเป็นภาษาอื่นครับ

160
00:08:28,883 --> 00:08:29,967
‎แปลกใจจัง

161
00:08:33,387 --> 00:08:35,640
‎เป็นคำที่แฝงความโรคจิตหน่อยๆ ชาเดนฟรอยด์

162
00:08:35,723 --> 00:08:36,891
‎ทําไมถึงต้องการแบบนั้น

163
00:08:37,558 --> 00:08:40,186
‎ทำไมถึงอยากดื่มด่ำ
‎กับความชอกช้ำของคนอื่น ทําไม…

164
00:08:40,269 --> 00:08:43,523
‎แต่พอมาคิดๆ ดู
‎ผมก็แบบ "มันฟังดูแย่นะ แต่…

165
00:08:44,690 --> 00:08:45,900
‎เราเป็นกันแบบนั้น"

166
00:08:46,901 --> 00:08:48,361
‎เราทุกคนในห้องนี้

167
00:08:48,444 --> 00:08:51,405
‎เราทุกคนมีประสบการณ์ชาเดนฟรอยด์

168
00:08:52,031 --> 00:08:52,949
‎นึกออกมั้ยครับ

169
00:08:53,032 --> 00:08:55,159
‎เราทุกคน คุณรู้ว่าคุณมีชาเดนฟรอยด์เมื่อไหร่

170
00:08:55,785 --> 00:08:58,704
‎ตอนคุณขับรถอยู่บนทางด่วนมั้ย

171
00:08:58,788 --> 00:09:01,165
‎คุณขับไปเนียนๆ ทุกอย่างลื่นไหล

172
00:09:01,958 --> 00:09:05,795
‎แต่พอมองไปอีกฝั่ง รถติดยาวยิ่งกว่าถนนมิตรภาพ

173
00:09:07,129 --> 00:09:09,423
‎แล้วคุณก็กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ข้างใน

174
00:09:09,507 --> 00:09:12,802
‎"ฉันเลือกทางที่ถูกต้องให้กับชีวิต"

175
00:09:15,221 --> 00:09:16,264
‎นั่นคือชาเดนฟรอยด์ครับ

176
00:09:17,515 --> 00:09:18,641
‎นึกภาพออกมั้ยครับ

177
00:09:18,724 --> 00:09:21,727
‎ชาเดนฟรอยด์คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงผิวสี

178
00:09:21,811 --> 00:09:23,771
‎เห็นชายวัยกลางคนผิวขาวกำลังร้องไห้

179
00:09:23,854 --> 00:09:26,399
‎หลังดิสนีย์ประกาศว่าจะเปลี่ยนตัว
‎ลิตเติ้ลเมอร์เมด

180
00:09:31,028 --> 00:09:32,363
‎นั่นคือชาเดนฟรอยด์

181
00:09:34,824 --> 00:09:37,743
‎หนึ่งในเรื่องที่ผมเห็นแล้วฮาแตก

182
00:09:38,369 --> 00:09:40,371
‎ผู้ชายตัวโตๆ กำลังร้องโยเย

183
00:09:40,454 --> 00:09:43,040
‎"วัยเด็กของฉันกำลังป่นปี้

184
00:09:43,666 --> 00:09:45,918
‎พวกเขาเปลี่ยนตัวลิตเติ้ลเมอร์เมด

185
00:09:46,002 --> 00:09:48,754
‎ดูไม่เหมือนต้นฉบับเลยสักนิด"

186
00:09:48,838 --> 00:09:49,880
‎"สักนิดเลยเหรอ"

187
00:09:50,631 --> 00:09:53,259
‎ดูไม่เหมือนต้นฉบับเลยสักนิด
‎จริงเหรอ ไม่เลยเหรอ

188
00:09:53,342 --> 00:09:56,470
‎ตอนมองไปที่เธอ ไม่มีอะไรทำให้คุณ
‎นึกถึงต้นฉบับได้เลยเหรอ

189
00:09:56,554 --> 00:09:59,557
‎ไม่สักนิดเลยเหรอ คุณรู้ดีว่า
‎อย่างเดียวที่เปลี่ยนคือสีผิวของเธอ

190
00:09:59,640 --> 00:10:01,225
‎สีผิวช่วงตรงนี้

191
00:10:01,309 --> 00:10:03,603
‎แต่ผมยังสีแดง ตัวเป็นปลา

192
00:10:03,686 --> 00:10:05,980
‎แต่คุณนึกภาพลิตเติ้ลเมอร์เมดไม่ออกเหรอ

193
00:10:06,063 --> 00:10:09,442
‎ส่วนหลักๆ ที่ทำให้คุณนึกถึง
‎ลิตเติ้ลเมอร์เมดมีอยู่แค่นั้น จริงมั้ยครับ

194
00:10:13,279 --> 00:10:14,739
‎เข้าใจชาเดนฟรอยด์แล้วนะ

195
00:10:15,865 --> 00:10:17,074
‎ชาเดนฟรอยด์

196
00:10:17,992 --> 00:10:18,993
‎คืออะไรที่

197
00:10:20,119 --> 00:10:21,329
‎ทุกๆ คนจาก

198
00:10:21,996 --> 00:10:24,415
‎ไอร์แลนด์ และเคนยา

199
00:10:25,207 --> 00:10:26,626
‎และตรินิแดด

200
00:10:26,709 --> 00:10:28,210
‎และจาเมกา

201
00:10:29,170 --> 00:10:30,588
‎และแอฟริกาใต้

202
00:10:31,339 --> 00:10:32,506
‎และอินเดีย

203
00:10:33,966 --> 00:10:35,009
‎ต่างก็รู้สึก

204
00:10:35,801 --> 00:10:39,639
‎เมื่อมีข่าวออกมาว่า "ราชวงศ์มีข่าวร้าย"

205
00:10:52,109 --> 00:10:57,406
‎คนทั่วไปจะไม่เข้าใจครับ
‎"ไม่นะ เรื่องแบบนี้หัวเราะได้เหรอ"

206
00:10:57,490 --> 00:10:59,283
‎"ใช่ อันดับแรกเลย แต่…"

207
00:11:00,618 --> 00:11:02,161
‎"คุณกําลังเข้าใจผิด"

208
00:11:02,244 --> 00:11:06,040
‎เมื่อราชวงศ์มีข่าวร้าย
‎พวกเขามักจะอ่อนไหวกับท่าทีของผู้คน

209
00:11:06,123 --> 00:11:08,417
‎แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่ามันไม่ใช่ข่าวร้าย

210
00:11:08,501 --> 00:11:10,836
‎ทุกครั้งราชวงศ์จะอยากให้เรา
‎รู้สึกเสียใจกับพวกเขา

211
00:11:10,920 --> 00:11:12,380
‎มันเป็นข่าวร้ายจริงๆ เหรอ

212
00:11:12,463 --> 00:11:16,092
‎พวกเขาจะแบบ "ได้โปรด
‎เราขอความเห็นใจจากพวกท่าน

213
00:11:16,175 --> 00:11:19,095
‎"เราสูญเสียแฮร์รี่และเมแกนไปแล้ว"

214
00:11:19,178 --> 00:11:21,013
‎"สูญเสียพวกเขาไป หายตัวไปเหรอ"

215
00:11:21,097 --> 00:11:22,306
‎"เปล่าๆ"

216
00:11:22,390 --> 00:11:26,685
‎"คู่รักยอดนิยมของอังกฤษกลายเป็น
‎คู่รักยอดนิยมของอเมริกาไปแล้ว"

217
00:11:35,486 --> 00:11:37,905
‎"ราชวงศ์มีข่าวร้าย"

218
00:11:37,988 --> 00:11:39,865
‎"นั่นใช่ข่าวร้ายเหรอ" "ใช่สิ"

219
00:11:39,949 --> 00:11:41,992
‎"สมเด็จราชินีสิ้นแล้ว" "สิ้นเพราะ"

220
00:11:42,076 --> 00:11:43,285
‎วาระสุดท้ายของชีวิต

221
00:11:46,414 --> 00:11:48,332
‎ล้อเล่นรึเปล่า ไม่ได้บอกว่าไม่ควรเศร้านะครับ

222
00:11:48,416 --> 00:11:50,584
‎แต่ท่านถึงวาระสุดท้ายแล้ว

223
00:11:50,668 --> 00:11:53,546
‎รู้มั้ยว่ามีกี่ชีวิตที่ไปถึงตรงนั้นไม่ได้
‎แต่ท่านไปถึงครับ

224
00:11:53,629 --> 00:11:56,340
‎ท่านสิ้นในฐานะราชินี เพราะอะไร ความชรา

225
00:11:56,424 --> 00:11:58,384
‎นั่นหมายถึงจบเกมแล้ว

226
00:11:58,467 --> 00:12:00,094
‎จบบริบูรณ์ กำลังขึ้นเครดิต

227
00:12:02,346 --> 00:12:04,265
‎ฝังไปพร้อมกับเครื่องเพชร

228
00:12:04,348 --> 00:12:05,641
‎แฮชแท็ก "ชนะ"

229
00:12:06,851 --> 00:12:09,895
‎อยากให้ประเทศราชเศร้ามั้ย
‎นั่นเครื่องเพชรพวกเขา

230
00:12:11,647 --> 00:12:13,691
‎แอฟริกันถามว่า "เราขอเพชรคืนได้รึเปล่า"

231
00:12:13,774 --> 00:12:16,485
‎ตอบ "ไม่ได้หรอก ราชินีจะเอาไปด้วย"

232
00:12:18,571 --> 00:12:19,488
‎ล้อเล่นมั้ยเนี่ย

233
00:12:19,572 --> 00:12:23,117
‎คนจะแบบ "นี่ไม่ใช่เวลาวิจารณ์ท่านนะ

234
00:12:23,200 --> 00:12:25,494
‎ไม่ควรพูดถึงท่านในทางเสียๆ หายๆ

235
00:12:25,578 --> 00:12:27,455
‎คุณไม่ควรพูดไม่ดีถึงคนตาย"

236
00:12:27,538 --> 00:12:29,331
‎ไม่จริง นั่นแหละควรที่สุดแล้ว

237
00:12:29,999 --> 00:12:32,835
‎เวลาที่เหมาะสมที่สุด
‎สำหรับนินทาชาวบ้านคือตอนที่เขาตายแล้ว

238
00:12:32,918 --> 00:12:33,752
‎ถูกมั้ยครับ

239
00:12:35,004 --> 00:12:36,172
‎สังคมเราเอากันแบบนี้มั้ย

240
00:12:36,255 --> 00:12:38,507
‎เผื่อตอนยังอยู่จะได้ดีๆ กันมากกว่านี้

241
00:12:38,591 --> 00:12:40,885
‎แล้วรอให้ตายก่อนแล้วค่อยนินทา

242
00:12:40,968 --> 00:12:41,927
‎มั้ยครับ

243
00:12:44,847 --> 00:12:46,098
‎ทํากับผมแบบนั้นครับ

244
00:12:46,182 --> 00:12:49,018
‎รอผมตายก่อน แล้วอยากพูดอะไร พูดเลย

245
00:12:49,101 --> 00:12:51,228
‎แต่ถ้าเจอผมตามถนน แค่ทักกันก็พอ

246
00:12:52,438 --> 00:12:53,981
‎ทําไมรู้มั้ยครับ เพราะผมไปแล้ว

247
00:12:54,857 --> 00:12:55,858
‎คนจะแบบ…

248
00:12:56,567 --> 00:12:58,986
‎"พวกนั้นกำลังเต้นบนหลุมศพท่าน"

249
00:12:59,069 --> 00:13:02,072
‎ใช่ หลุมศพทำมาเพื่อการนั้น
‎มันถึงได้แบนราบไง

250
00:13:03,657 --> 00:13:05,659
‎ทั้งหมดก็เพื่อให้คนขึ้นไปเต้น

251
00:13:05,743 --> 00:13:08,662
‎ไม่งั้นมันก็ต้องเอียงๆ ใครขึ้นไปก็จะลื่นลงมา

252
00:13:09,747 --> 00:13:11,999
‎แต่แม้กระทั่งเรื่องนั้น ราชินีก็ชนะอยู่ดี

253
00:13:12,082 --> 00:13:15,336
‎ท่านได้สุดยอดนักเต้น
‎ไปเต้นอยู่บนหลุมศพของท่าน

254
00:13:15,961 --> 00:13:17,796
‎นึกออกมั้ยครับ พวกแอฟริกันก็มา

255
00:13:17,880 --> 00:13:20,174
‎พวกเขามาเต้นตามแบบของพวกเขา

256
00:13:20,257 --> 00:13:22,801
‎แล้วพวกไอริชก็บอกว่า "เดี๋ยวเราขึ้นต่อ

257
00:13:22,885 --> 00:13:24,720
‎เว้นที่ปากหลุมให้เราด้วย"

258
00:13:27,431 --> 00:13:30,226
‎พวกอินเดียก็มา
‎"เวลาของพวกเรามาถึงแล้ว"

259
00:13:31,852 --> 00:13:35,439
‎สุดท้าย แคริบเบียนทุกคนขึ้นมาร้อง
‎"ฆาตกรรมที่เธอจดไว้"

260
00:13:39,860 --> 00:13:40,819
‎ตบมือหน่อย

261
00:13:55,125 --> 00:13:56,418
‎หนึ่งในกิจกรรมโปรดของผม

262
00:13:57,419 --> 00:13:58,629
‎ผมเคยชอบทํามาก

263
00:13:59,755 --> 00:14:02,675
‎คือการดูหนังสยองขวัญ

264
00:14:03,926 --> 00:14:07,471
‎แล้วก็คอยว่าคนอื่นตอนพวกเขาตัดสินใจโง่ๆ

265
00:14:12,393 --> 00:14:13,435
‎ผมชอบมาก

266
00:14:15,271 --> 00:14:16,397
‎หาหนังสยองมาดู

267
00:14:17,147 --> 00:14:18,649
‎แล้วก็รอให้มีใครตัดสินใจโง่ๆ

268
00:14:19,191 --> 00:14:21,569
‎แล้วพอเขาตายก็ว่าเขา "สมน้ำหน้า"

269
00:14:24,864 --> 00:14:25,865
‎ไม่เคยมีพล็อตสมเหตุสมผล

270
00:14:26,740 --> 00:14:27,700
‎ไม่เคย

271
00:14:27,783 --> 00:14:29,618
‎นึกออกมั้ยครับ ตอนคนถูกไล่ฆ่า

272
00:14:30,244 --> 00:14:33,330
‎ผู้ชายใส่หน้ากาก ในมือถือมีด

273
00:14:33,414 --> 00:14:35,291
‎ค่อยๆ เดินเข้ามา

274
00:14:35,374 --> 00:14:38,127
‎คนวิ่งหนีไปที่รถ ลนลานหากุญแจ

275
00:14:42,214 --> 00:14:43,507
‎ตาย ทำอิหยังวะ

276
00:14:44,675 --> 00:14:45,676
‎คุณทำอะไรกัน

277
00:14:45,759 --> 00:14:48,721
‎ถ้ามีคนถือมีดไล่ฆ่าคุณ แล้วคุณวิ่งไปที่รถ

278
00:14:48,804 --> 00:14:50,973
‎อย่าลำบากขึ้นรถให้เสียเวลาครับ

279
00:14:51,557 --> 00:14:54,101
‎ที่คุณต้องทําก็แค่วิ่งไปอยู่อีกฝั่ง

280
00:14:54,768 --> 00:14:55,811
‎จากนั้นคุณก็รอ

281
00:14:57,313 --> 00:14:59,064
‎พอมันไปทางนั้น คุณก็ไปทางนี้

282
00:14:59,732 --> 00:15:01,442
‎มันไปทางนั้น คุณก็ไปทางนี้

283
00:15:01,525 --> 00:15:03,277
‎ทําอยู่แค่นี้แหละทั้งวัน

284
00:15:11,452 --> 00:15:14,413
‎แต่พอเป็นหนังสยองขวัญ
‎จะต้องตัดสินใจกันโง่ๆ ผมก็ไม่เข้าใจ

285
00:15:15,915 --> 00:15:17,625
‎ฉากโปรดเลยคือตอนที่หนีไปซ่อน

286
00:15:17,708 --> 00:15:20,210
‎ทั้งหมดที่ต้องทําคือซ่อนและหุบปาก

287
00:15:22,796 --> 00:15:24,673
‎หนังหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แต่ทํากันไม่ได้

288
00:15:25,382 --> 00:15:26,592
‎อย่างในเรื่องดินแดนไร้เสียง

289
00:15:26,675 --> 00:15:28,969
‎ดูกันรึยังครับ หนึ่งในหนังในดวงใจของผม

290
00:15:29,053 --> 00:15:32,181
‎เรื่องนี้มีพวกเอเลี่ยน มองอะไรไม่เห็นเลย

291
00:15:32,264 --> 00:15:35,768
‎ต้องทำเสียงสะท้อนเพื่อระบุตำแหน่งของทุกคน

292
00:15:50,074 --> 00:15:53,077
‎แล้วทุกครั้งก็ต้องมีคนไปซ่อนอยู่ในโรงนา
‎แล้วก็แบบ…

293
00:16:03,879 --> 00:16:05,965
‎คุณแค่ต้องเงียบครับ คุณชิลได้เลย

294
00:16:07,132 --> 00:16:08,550
‎นั่งยาวๆ สบายๆ

295
00:16:08,634 --> 00:16:10,803
‎นั่งเล่นเอ็กซ์บ็อกซ์ไปเงียบๆ ก็ได้

296
00:16:11,720 --> 00:16:12,763
‎ไม่

297
00:16:15,432 --> 00:16:16,517
‎แล้วก็ต้องมีเด็กคนนั้น

298
00:16:21,230 --> 00:16:24,358
‎แล้วก็จะมีฉากให้คุณเห็น
‎ว่าสัตว์ประหลาดมันยอมแพ้แล้ว

299
00:16:24,441 --> 00:16:26,527
‎นึกออกมั้ย ฉากที่สัตว์ประหลาดมันจะแบบ…

300
00:16:34,910 --> 00:16:37,955
‎แต่พอมันกำลังจะออกไปเท่านั้นแหละ

301
00:16:38,038 --> 00:16:40,457
‎จะมีอีลุงโง่ๆ คนนึงดีดผึงขึ้นมา

302
00:16:40,541 --> 00:16:43,335
‎"ไม่ทนแล้วโว๊ย"

303
00:16:43,419 --> 00:16:45,170
‎"เข้ามาสิวะ"

304
00:16:46,505 --> 00:16:48,007
‎ตาย สมน้ำหน้าแก

305
00:16:50,801 --> 00:16:52,803
‎เพราะผมไม่เคยเข้าใจ ไม่เข้าใจเลย

306
00:16:53,429 --> 00:16:55,764
‎ทําไม ทั้งหมดที่ต้องทำก็แค่รอ

307
00:16:55,848 --> 00:16:59,101
‎แค่รอให้นานพอ
‎แล้วอันตรายทั้งหมดจะซาไปเอง

308
00:16:59,184 --> 00:17:02,646
‎ทําไมถึงทํากันไม่ได้
‎ทําไมการอยู่แต่ข้างใน มันถึงได้ยากนักหนา

309
00:17:04,773 --> 00:17:06,442
‎แล้วโควิดก็ระบาด

310
00:17:09,278 --> 00:17:11,572
‎ผมแบบ "อ่า ตูเข้าใจแล้ว"

311
00:17:14,950 --> 00:17:17,119
‎เพราะเรามาถึงจุดแตกหัก

312
00:17:17,828 --> 00:17:19,663
‎การระบาดใหญ่บีบคั้นเรา

313
00:17:20,247 --> 00:17:22,791
‎ผมคิดไปถึงว่าพวกเราทุกคน
‎จะหลอมรวมกัน ผมเชื่อแบบนั้น

314
00:17:22,875 --> 00:17:24,501
‎จากหนังทุกเรื่องที่เคยดูตอนเด็กๆ

315
00:17:24,585 --> 00:17:28,380
‎ผมคิดว่าถ้ามนุษย์ถูกคุกคาม
‎ด้วยภยันตรายระดับล้างเผ่าพันธุ์

316
00:17:28,464 --> 00:17:31,258
‎เราจะทิ้งความบาดหมางส่วนตัวที่เรามี

317
00:17:32,092 --> 00:17:34,386
‎แล้วรวมใจเป็นหนึ่งสู่ชัยชนะ

318
00:17:34,970 --> 00:17:35,888
‎นึกออกมั้ย

319
00:17:36,805 --> 00:17:38,807
‎ผมคิดว่าถ้าไวรัสมา เราจะเอากันแบบนั้น

320
00:17:38,891 --> 00:17:43,020
‎เราจะแบบ "เอาละ ไม่เหยียดผิว
‎ไม่เหยียดเพศ เรามาทําสิ่งนี้ด้วยกัน"

321
00:17:43,103 --> 00:17:46,440
‎แล้วเราก็ไปปราบเอเลี่ยนคู่อริ
‎เสร็จแล้วก็กลับมา

322
00:17:46,523 --> 00:17:49,526
‎แล้วก็แบบ "เอาละ
‎กลับมาเหยียดผิวเหยียดเพศกันต่อ"

323
00:17:52,279 --> 00:17:54,782
‎เหมือนในเรื่องไอดีโฟร์ จำได้มั้ยครับ

324
00:17:54,865 --> 00:17:56,325
‎ผมโตมากับการดูหนังเรื่องนั้น

325
00:17:56,992 --> 00:18:00,621
‎ทุกคนบนโลกรวมตัวกัน
‎เพื่อต่อสู้กับเอเลี่ยน เรื่องของเรายุติก่อน

326
00:18:00,704 --> 00:18:04,041
‎ไม่มีการเมือง ไม่มีอะไรทั้งนั้น
‎เราเป็นหนึ่งเดียว แล้วเราก็ชนะ

327
00:18:04,124 --> 00:18:07,753
‎แต่ชีวิตจริงเราทําอะไร
‎เราสู้กันเอง แล้วเราก็แพ้

328
00:18:08,587 --> 00:18:10,464
‎เราควรจะเป็นทีมเดียวกัน

329
00:18:10,547 --> 00:18:12,424
‎วิล สมิธควรจะเป็นฮีโร่ของเรา

330
00:18:19,598 --> 00:18:21,266
‎ไม่เป็นไปตามแผนเลย

331
00:18:29,900 --> 00:18:32,111
‎ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ก็เพราะแบบนี้มั้ย

332
00:18:33,695 --> 00:18:35,823
‎บางทีอาจเป็นเพราะพวกมัน
‎ไม่เคยเห็นตรงกันเลย

333
00:18:36,990 --> 00:18:39,243
‎ตัวนึงอาจจะพยายามเตือน "มีดาวเคราะห์น้อย

334
00:18:39,326 --> 00:18:40,994
‎ดาวเคราะห์น้อยพุ่งลงมาที่โลกแล้ว"

335
00:18:41,078 --> 00:18:43,956
‎ไดโนเสาร์อีกตัวก็แบบ
‎"ดาวเคราะห์น้อยไม่มีจริง

336
00:18:45,165 --> 00:18:46,416
‎มันหลอกลวง"

337
00:18:47,751 --> 00:18:49,920
‎หินก้อนนั้นพุ่งชนโลก…

338
00:18:51,922 --> 00:18:53,882
‎ฝุ่นปกคลุมไปทั่วทั้งโลก

339
00:18:54,550 --> 00:18:56,426
‎ไดโนเสาร์ทุกตัววิ่งหนีแตกตื่น

340
00:18:56,510 --> 00:18:58,679
‎"มีฝุ่นเต็มไปหมด

341
00:18:58,762 --> 00:19:01,390
‎ใส่หน้ากาก"

342
00:19:02,432 --> 00:19:04,810
‎ทีเร็กซ์ก็แบบ "ใส่ไม่ได้"

343
00:19:14,653 --> 00:19:16,196
‎คุณรู้มั้ยอะไรที่บ้าสุดๆ…

344
00:19:17,531 --> 00:19:21,785
‎ผมคิดว่าการระบาดจะทำลายแอฟริกาหนักสุด

345
00:19:23,078 --> 00:19:24,872
‎ไม่โกหกเลย ผมกลัวจับใจ

346
00:19:24,955 --> 00:19:26,832
‎กลัวแทนทวีปแอฟริกาครับ

347
00:19:27,457 --> 00:19:30,502
‎ตลอดชีวิตที่ผมเจอมา เมื่อไหร่ก็ตาม
‎ที่โลกมีไวรัสแพร่ระบาด

348
00:19:30,586 --> 00:19:32,462
‎แล้วถ้ามันไปถึงแอฟริกา เราจะโดนหนักมาก

349
00:19:33,130 --> 00:19:35,591
‎ผมยังจําได้ตอนที่มันเริ่มแพร่ไปทั่วโลก

350
00:19:35,674 --> 00:19:36,925
‎ผมกำลังเตรียมรับมือ

351
00:19:37,009 --> 00:19:39,136
‎เพื่อนๆ ที่บ้านโทรศัพท์มาหา

352
00:19:39,219 --> 00:19:42,681
‎พวกเขาแบบ "เทรเวอร์
‎เห็นฤทธิ์เดชไวรัสโคโรนารึยัง"

353
00:19:42,764 --> 00:19:45,017
‎"เออ เห็นแล้ว" "นายว่าต่อไปเป็นไง"

354
00:19:45,100 --> 00:19:47,311
‎ผมตอบ "เพื่อนเอ๊ย พวกนายบรรลัยแน่"

355
00:19:48,353 --> 00:19:51,273
‎"พวกนายเหรอ"
‎"ใช่ พี่อยู่อเมริกาจ้ะ น้องจ๋า

356
00:19:52,274 --> 00:19:54,318
‎พี่เลือกทางที่ถูกต้องให้กับชีวิต"

357
00:19:56,069 --> 00:19:57,487
‎กลายเป็นตรงข้ามครับ

358
00:19:57,571 --> 00:20:00,741
‎ชอตต่อชอตแล้ว แอฟริกาควบคุมโรค

359
00:20:00,824 --> 00:20:02,367
‎ได้ดีกว่าทวีปไหนๆ ทั้งนั้น

360
00:20:07,873 --> 00:20:09,249
‎ช็อกกันถ้วนหน้า

361
00:20:10,417 --> 00:20:12,211
‎แต่ที่ดุกว่านั้น…

362
00:20:13,253 --> 00:20:15,464
‎คือตอนที่อีโบลาระบาดในแอฟริกา

363
00:20:15,547 --> 00:20:21,345
‎แล้วสื่อต่างๆ ก็เหมือนจะพร้อมใจกันบอกว่า
‎แอฟริกาคือคนผิดที่อีโบลาระบาด

364
00:20:22,137 --> 00:20:26,225
‎ข่าวที่คุณดูทุกข่าว
‎จะต้องมีแอบตําหนิอยู่ระดับนึงเสมอ

365
00:20:26,308 --> 00:20:28,435
‎ข่าวจะเป็นกันแบบนั้น ถูกมั้ยครับ

366
00:20:28,518 --> 00:20:30,270
‎ไม่ส่งเสริมมนุษยธรรม

367
00:20:30,354 --> 00:20:33,941
‎ตลอดเวลาจะมีคนของสกายหรือบีบีซี
‎ยืนอยู่ตรงนั้น

368
00:20:34,024 --> 00:20:36,318
‎มีร่างผู้ตายกองซ้อนกันอยู่ด้านหลัง
‎แล้วก็แบบ…

369
00:20:36,401 --> 00:20:40,072
‎"ซาร่าห์คะ ฉันยืนอยู่ในแอฟริกาตะวันตก
‎และคุณจะเห็นได้จากด้านหลังของฉัน

370
00:20:40,155 --> 00:20:43,408
‎ร่างของเหยื่ออีโบลาถูกกองซ้อนกันอยู่

371
00:20:43,492 --> 00:20:45,827
‎นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปหลายคนสงสัยว่า

372
00:20:45,911 --> 00:20:49,289
‎ชาวแอฟริกันผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้
‎ต้องโทษตัวเองหรือไม่

373
00:20:49,373 --> 00:20:52,876
‎ที่ปฏิเสธคําแนะนําขององค์การอนามัยโลก

374
00:20:52,960 --> 00:20:55,879
‎ไม่ให้ความสําคัญกับการเว้นระยะห่าง

375
00:20:55,963 --> 00:20:57,089
‎ในช่วงเวลานี้

376
00:20:57,172 --> 00:21:00,801
‎และดูเหมือนว่า
‎พวกเขาคงโทษได้แค่ตัวเองเท่านั้นค่ะ

377
00:21:00,884 --> 00:21:04,221
‎ดิลเลียน แพนน์ บีบีซี
‎กลับไปหาคุณที่สตูดิโอกันต่อค่ะ"

378
00:21:04,805 --> 00:21:06,723
‎ดูเสร็จผมร้องออกมาเลย "ไม่

379
00:21:06,807 --> 00:21:09,434
‎พี่น้องแอฟริกัน ทําไมเราทำกับตัวเองแบบนี้

380
00:21:10,102 --> 00:21:11,603
‎ทําไม แอฟริกา

381
00:21:11,687 --> 00:21:12,980
‎ทําไม

382
00:21:13,063 --> 00:21:15,065
‎ทําไมเราถึงชอบทํากับตัวเองเยี่ยงนี้นะ

383
00:21:15,148 --> 00:21:17,651
‎ทําไมถึงชอบไปจูบลิงด้วย"

384
00:21:20,279 --> 00:21:22,197
‎"ปากเซ็กซี่จุงเบย"

385
00:21:27,828 --> 00:21:29,371
‎แล้วก็มาถึงคราวของโควิด

386
00:21:29,955 --> 00:21:31,790
‎แอฟริกาใช้บทเรียนทั้งหมดที่เคยเรียนรู้มา

387
00:21:31,873 --> 00:21:34,793
‎จากไวรัสทุกตัวที่พวกเขาต้องสู้
‎โดยไร้การช่วยเหลือจากชาติตะวันตก

388
00:21:35,419 --> 00:21:38,171
‎แล้วพวกเขาก็จัดการกับมัน
‎ได้ดีกว่าทวีปไหนๆ ทั้งนั้นครับ

389
00:21:39,548 --> 00:21:42,551
‎แต่ไม่ได้เครดิตนะครับ
‎ทุกคนทําเหมือนกับว่ามันเป็นโชคช่วย

390
00:21:44,970 --> 00:21:47,556
‎โชคที่ช่วยโลกไว้คือ
‎คนแอฟริกันไม่เคยคิดแค้นครับ

391
00:21:48,432 --> 00:21:49,641
‎ใช่

392
00:21:49,725 --> 00:21:51,518
‎คนแอฟริกันไม่ใช่พวกเจ้าคิดเจ้าแค้น

393
00:21:51,601 --> 00:21:53,061
‎เพราะผมยินดียกให้ทุกอย่าง

394
00:21:53,145 --> 00:21:54,938
‎แลกกับการได้เห็นนักข่าวสักคนรายงานว่า

395
00:21:55,022 --> 00:21:58,275
‎"สวัสดีค่ะ คุณผู้ชม
‎ขอต้อนรับสู่เครือข่ายข่าวแอฟริกา

396
00:21:58,358 --> 00:22:02,195
‎คืนนี้เราจะไปติดตามสถานการณ์
‎การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส

397
00:22:02,279 --> 00:22:04,406
‎ที่กําลังทําลายล้างโลกตะวันตกอยู่ตอนนี้ค่ะ

398
00:22:05,532 --> 00:22:07,492
‎นักวิทยาศาสตร์แอฟริกันหลายคนสงสัยว่า

399
00:22:07,576 --> 00:22:10,370
‎คนเหล่านี้จะไม่โทษตัวเองได้หรือไม่

400
00:22:12,831 --> 00:22:16,918
‎หลายคนปฏิเสธคําแนะนํา
‎ขององค์การอนามัยโลก

401
00:22:18,003 --> 00:22:21,131
‎เพิกเฉยต่อการเว้นระยะห่าง
‎ทางสังคมโดยสิ้นเชิง

402
00:22:21,214 --> 00:22:24,968
‎บางคนถึงกับต้องให้สอน วิธีการล้างมือตัวเอง"

403
00:22:27,512 --> 00:22:28,847
‎"พวกคนป่า"

404
00:22:33,852 --> 00:22:38,815
‎"ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทวีความรุนแรงของปัญหานี้

405
00:22:38,899 --> 00:22:43,403
‎คือความจริงที่ว่าบางคน
‎ไม่อยากสวมหน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง

406
00:22:43,487 --> 00:22:47,199
‎โดยอ้างว่า
‎'ผ้าผืนนี้ทำให้ฉันหายใจไม่ออก'"

407
00:22:49,076 --> 00:22:53,330
‎"สิ่งนี้รู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่นักวิทยาศาสตร์
‎ว่า 'กลุ่มอาการปอดแหก' ค่ะ"

408
00:22:54,581 --> 00:22:57,042
‎"กลับไปหาคุณที่สตูดิโอกันต่อนะคะ ชิปเปวา"

409
00:23:00,003 --> 00:23:01,588
‎ผมให้ได้ทุกอย่างเพื่อได้เห็นแบบนี้

410
00:23:02,881 --> 00:23:07,302
‎ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอย่างนึงของโควิด
‎ที่ผมคาดไม่ถึงคือ

411
00:23:07,385 --> 00:23:09,679
‎มันทำให้มนุษย์โง่ได้มากแค่ไหน

412
00:23:11,932 --> 00:23:13,642
‎ใช่ สิ่งนึงที่ไวรัสโคโรนาทำได้

413
00:23:13,725 --> 00:23:16,561
‎คือสอนให้ผมรู้ว่าเพื่อนๆ ผมมันโง่บรม

414
00:23:17,229 --> 00:23:19,815
‎เรียนมหาวิทยาลัยเฟซบุ๊กกันทุกคน

415
00:23:21,358 --> 00:23:23,151
‎นักวิทยาศาสตร์กันทุกคน

416
00:23:25,737 --> 00:23:27,489
‎ทุกคนมีทฤษฎีสมคบคิด

417
00:23:28,115 --> 00:23:30,700
‎"รู้มั้ยว่าความจริงมันเกิดอะไรขึ้น
‎รัฐบาลเป็นคนทํา"

418
00:23:30,784 --> 00:23:33,120
‎"รัฐบาลเหรอ"
‎"ใช่ รัฐบาลนั่นแหละทํา"

419
00:23:33,203 --> 00:23:35,122
‎"ทําไม"
‎"เพื่อควบคุมพวกเราไง"

420
00:23:36,123 --> 00:23:38,125
‎"แกคิดว่านี่คือควบคุมได้รึ"

421
00:23:39,709 --> 00:23:42,379
‎"แกคิดว่ารัฐบาลต้องการสิ่งนี้รึ"

422
00:23:43,672 --> 00:23:46,383
‎คุณคิดว่าอะไรให้อำนาจในการควบคุม
‎กับรัฐบาลมากกว่ากัน

423
00:23:47,384 --> 00:23:50,762
‎ระหว่างประชาชนไปทํางาน หารายได้

424
00:23:50,846 --> 00:23:54,307
‎ซื้อของที่ไม่มีปัญญาจ่าย ต้องเป็นหนี้
‎ต้องกลับไปทํางาน

425
00:23:54,391 --> 00:23:56,476
‎ทําสิ่งที่ไม่รักมากขึ้นเพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้น

426
00:23:56,560 --> 00:23:58,353
‎เพื่อเอาไปจ่ายหนี้ค่าของที่ไม่มีความจำเป็น

427
00:23:58,436 --> 00:23:59,855
‎มิหนำซ้ำยังแพงหูฉี่

428
00:23:59,938 --> 00:24:02,190
‎เพื่อหาเงินไปทํางานที่ตัวเองไม่รัก

429
00:24:02,274 --> 00:24:03,525
‎เพื่อของที่ไม่จำเป็นกับตัวเอง

430
00:24:03,608 --> 00:24:05,819
‎เพื่อกู้เงินมาซื้อของที่ตัวเองไม่ต้องการ

431
00:24:05,902 --> 00:24:08,029
‎เพื่อเป็นหนี้กับสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการมากขึ้น

432
00:24:08,113 --> 00:24:10,115
‎เพื่อไปทํางานที่ไม่จำเป็น แค่เพื่อเงิน…

433
00:24:10,198 --> 00:24:12,450
‎อะไรให้อำนาจในการควบคุมมากกว่ากัน
‎ระหว่างสิ่งนั้น

434
00:24:13,910 --> 00:24:15,662
‎หรือการที่ทุกคนแค่นั่งอยู่ที่บ้าน

435
00:24:16,663 --> 00:24:18,874
‎ได้ตังค์มาฟรีๆ แค่คิดถึงชีวิตไป

436
00:24:22,294 --> 00:24:24,004
‎ทุกคนแค่นั่งอยู่ที่บ้าน แล้วก็แบบ

437
00:24:24,629 --> 00:24:26,715
‎"สุดสัปดาห์จะมีแค่สองวันได้อย่างไร"

438
00:24:34,014 --> 00:24:35,974
‎นี่เป็นฝันร้ายที่สุดของรัฐบาลครับ

439
00:24:37,851 --> 00:24:39,477
‎ไอ้ที่ว่าสมคบคิดทั้งหลายมันงี่เง่า

440
00:24:39,561 --> 00:24:42,272
‎แต่ต้องบอกว่าผมไม่ได้ต่อต้าน
‎ทฤษฎีสมคบคิดนะครับ

441
00:24:42,355 --> 00:24:46,151
‎โปรดทำความเข้าใจก่อน
‎ทฤษฎีสมคบคิดเจ๋งๆ ผมชอบมาก

442
00:24:46,234 --> 00:24:48,236
‎จริงๆ แล้วผมคิดว่าทุกคนก็ควรมีไว้สักทฤษฎีนึง

443
00:24:48,862 --> 00:24:54,784
‎ควรมีทฤษฎีสมคบคิดเจ๋งๆ อย่างน้อยหนึ่งทฤษฎี
‎เป็นที่ยึดเหนี่ยวในชีวิตของคุณ

444
00:24:54,868 --> 00:24:56,453
‎ใช่ แล้วคุณจะตื่นตัวอยู่เสมอ

445
00:24:57,704 --> 00:24:59,831
‎อย่าเชื่อทุกอย่างที่เค้าพูด

446
00:25:00,916 --> 00:25:02,125
‎เอาทฤษฎีเดียวพอ

447
00:25:02,209 --> 00:25:03,960
‎อย่างของผม ความชอบส่วนตัว

448
00:25:05,086 --> 00:25:06,171
‎ผมเชื่อว่า

449
00:25:07,172 --> 00:25:09,758
‎กลูเตนเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของคนขาวครับ

450
00:25:17,015 --> 00:25:18,391
‎คุณรู้ผมพูดถูก

451
00:25:22,354 --> 00:25:25,273
‎แต่โควิดนี่สิ
‎เรื่องสมคบคิดทั้งหลายนี่ไร้สาระมาก

452
00:25:26,233 --> 00:25:28,235
‎โดยเฉพาะผมดันรู้ว่าเรื่องจริงมันคืออะไร

453
00:25:28,318 --> 00:25:30,320
‎ผมก็เลยผิดหวังมาก

454
00:25:31,112 --> 00:25:32,197
‎จริงๆ ครับ

455
00:25:32,906 --> 00:25:34,991
‎ผมรู้ดีว่าโควิดมีสาเหตุมาจากอะไร

456
00:25:35,075 --> 00:25:38,328
‎ผมเห็นมันกำลังมาแต่ผมไม่พูดอะไรเลย
‎ผมผิดเองแหละ

457
00:25:39,412 --> 00:25:40,789
‎ความปรารถนาเยอะเกินไปครับ

458
00:25:41,873 --> 00:25:43,375
‎เราขอพรกันเยอะเกิน

459
00:25:43,458 --> 00:25:44,960
‎ผมเห็นเลย มันกำลังมา

460
00:25:45,043 --> 00:25:48,713
‎คุณรู้มั้ย ตอนผมเป็นเด็ก
‎การขอพรเป็นเรื่องพิเศษมาก

461
00:25:49,256 --> 00:25:52,217
‎ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ คุณต้องมีเหตุการณ์ที่เป็นพิเศษ

462
00:25:52,300 --> 00:25:53,760
‎คุณถึงจะขอพรได้

463
00:25:53,843 --> 00:25:57,138
‎คุณต้องเจอใบโคลเวอร์สี่แฉก

464
00:25:58,348 --> 00:26:00,058
‎ต้องเห็นดาวกำลังตกพอดี

465
00:26:00,141 --> 00:26:01,518
‎"ไหน" "นั่นไง" ไม่ทันแล้ว

466
00:26:03,979 --> 00:26:05,981
‎หรือมันต้องเป็นวันเกิดคุณ

467
00:26:06,064 --> 00:26:07,524
‎คนจะเอาเทียนออกมา

468
00:26:08,066 --> 00:26:09,734
‎แล้วถ้าคุณเป่าดับหมด

469
00:26:09,818 --> 00:26:11,444
‎คุณก็ได้ขอพร

470
00:26:11,528 --> 00:26:13,613
‎แต่ถ้าไม่หมด คุณตาย

471
00:26:18,493 --> 00:26:20,495
‎แล้วคนก็เริ่มขอแบบไม่เลือก

472
00:26:21,871 --> 00:26:23,540
‎เจอขนตาติดแก้ม

473
00:26:23,623 --> 00:26:25,125
‎"ขอพรจ้ะ"

474
00:26:25,208 --> 00:26:28,128
‎รู้มั้ยว่าวันวันนึงมีอะไรแบบนี้ติดหน้าคุณเท่าไหร่

475
00:26:29,296 --> 00:26:31,298
‎แล้วก็เริ่มขอกันเป็นเวลา

476
00:26:31,381 --> 00:26:33,174
‎อย่างเช่น "11:11"

477
00:26:34,050 --> 00:26:35,385
‎"ขอพรจ้ะ"

478
00:26:35,468 --> 00:26:36,886
‎นั่นมันทุกวันนะ

479
00:26:38,638 --> 00:26:41,474
‎ถ้าเป็นฝั่งนี้ของโลกก็วันละสองครั้ง
‎เพราะไม่ชอบตัวเลขเยอะๆ

480
00:26:43,351 --> 00:26:46,479
‎คุณขอพรทุกวันไม่ได้
‎นั่นไม่ใช่โอกาสพิเศษ แต่คนก็ทํา

481
00:26:46,563 --> 00:26:49,190
‎ผู้คนต่างขอพร

482
00:26:49,274 --> 00:26:51,067
‎ไปที่ไหนก็เจอ
‎ไม่เว้นแม้แต่แร็ปเปอร์

483
00:26:51,151 --> 00:26:55,280
‎"ขอให้นิกก้าได้" ได้อะไร
‎ปล่อยให้เป็นปลายเปิดแบบนั้นไม่ได้

484
00:26:58,491 --> 00:27:01,244
‎และนี่คือสาเหตุที่เราติดโควิด
‎คือการเอาพรทุกข้อมายำเข้าด้วยกัน

485
00:27:01,328 --> 00:27:03,204
‎แล้วก็ให้มันกลายเป็นจริงพร้อมๆ กัน

486
00:27:03,288 --> 00:27:04,456
‎และนั่นคือสิ่งที่เราได้รับ

487
00:27:05,206 --> 00:27:08,793
‎ใช่ครับ โควิดเหมือนจีนี่เฮงซวย
‎ที่ให้ทุกอย่างที่เราขอ

488
00:27:13,506 --> 00:27:14,341
‎เราขอกันทุกคน

489
00:27:14,924 --> 00:27:16,384
‎มีกี่คนที่ถูตะเกียง

490
00:27:17,177 --> 00:27:18,595
‎ตอนต้นปี 2020

491
00:27:19,512 --> 00:27:20,680
‎แล้วก็ขอประมาณว่า

492
00:27:20,764 --> 00:27:24,351
‎"ขออย่าให้ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันทีเถอะ เพี้ยง"

493
00:27:30,774 --> 00:27:32,776
‎"พรของเจ้าสมปรารถนาแล้ว"

494
00:27:36,029 --> 00:27:38,656
‎ไงล่ะ ขอไม่ต้องเข้าออฟฟิศ

495
00:27:38,740 --> 00:27:41,951
‎แต่คุณลืมขอว่าออฟฟิศอย่าเข้ามาในบ้าน

496
00:27:46,456 --> 00:27:48,083
‎แล้วตอนนี้คุณก็ติดแหง็ก

497
00:27:48,166 --> 00:27:51,336
‎ประชุมซูมทุกวัน

498
00:27:51,419 --> 00:27:54,297
‎กะพริบตาก็ไม่ได้ ต้องสบตาตลอดเวลา

499
00:27:56,466 --> 00:27:57,509
‎ครับ

500
00:27:59,427 --> 00:28:01,096
‎ต้องคอยหามุมในบ้าน

501
00:28:01,179 --> 00:28:03,348
‎ที่ทําให้ดูเหมือนว่ามันเป็นระเบียบ

502
00:28:08,686 --> 00:28:10,063
‎ทุกคนขอพร

503
00:28:11,272 --> 00:28:13,358
‎ว้าว แล้วเราก็ได้อย่างที่ขอ

504
00:28:13,441 --> 00:28:15,568
‎มีพ่อแม่กี่คนที่ถูตะเกียงใบนั้น

505
00:28:16,361 --> 00:28:17,695
‎ภาวนาเต็มที่เลย

506
00:28:17,779 --> 00:28:20,698
‎"ขอให้ได้ใช้เวลากับลูกเยอะๆ เถอะ"

507
00:28:27,038 --> 00:28:28,873
‎"พรของเจ้าสมปรารถนาแล้ว"

508
00:28:32,210 --> 00:28:33,169
‎ใช่

509
00:28:34,045 --> 00:28:36,965
‎แล้วพ่อแม่หลายคนก็ได้รู้ว่า
‎เหตุผลเดียวที่คุณชอบลูกๆ

510
00:28:37,966 --> 00:28:40,051
‎ก็เพราะคุณรู้จักพวกเขาแบบพาร์ทไทม์

511
00:28:47,016 --> 00:28:49,894
‎เจอกันตอนเช้า ส่งออกจากบ้าน
‎พาเข้านอนตอนกลางคืน

512
00:28:49,978 --> 00:28:51,604
‎เป็นงานที่น่ารักมากครับ

513
00:28:53,064 --> 00:28:56,818
‎แต่รู้ตัวอีกที ทุกคนถูกขังอยู่ในบ้าน 24 ชั่วโมง

514
00:28:56,901 --> 00:28:59,362
‎ฮามากครับ ตอนดูพ่อๆ แม่ๆ กลับตาลปัตร

515
00:28:59,446 --> 00:29:01,906
‎ฮามาก จําได้ว่าช่วงแรกๆ
‎พ่อแม่ทุกคนออกตัวแรงมาก

516
00:29:01,990 --> 00:29:04,909
‎"คุณต้องปิดโรงเรียนนะ

517
00:29:04,993 --> 00:29:07,704
‎ลูกฉันจะต้องไม่ไปไหน

518
00:29:07,787 --> 00:29:09,914
‎ฉันจะปกป้องพวกเขาทุกวิถีทาง

519
00:29:09,998 --> 00:29:14,085
‎ฉันจะปกป้องพวกเขา
‎เหมือนไข่ในหิน ได้ยินฉันมั้ย

520
00:29:14,586 --> 00:29:18,423
‎คุณจะต้องปิดโรงเรียน จนกว่าไวรัสจะหายไป"

521
00:29:20,759 --> 00:29:22,802
‎เก้าเดือนต่อมา…

522
00:29:27,265 --> 00:29:29,392
‎พ่อแม่คู่เดิมยืนโหวกเหวกอยู่หน้าประตู

523
00:29:29,476 --> 00:29:32,187
‎"เมื่อไหร่โรงเรียนมันจะเปิดวะ

524
00:29:33,146 --> 00:29:36,816
‎จะมาคาดหวังให้ฉันอยู่กับเด็กพวกนี้
‎ทั้งวันได้ยังไงกัน ฉันเป็นใคร เป็นแม่มันเหรอ

525
00:29:38,151 --> 00:29:39,986
‎เด็กๆ ต้องได้ไปโรงเรียนสิ"

526
00:29:40,069 --> 00:29:42,697
‎ลูกๆ สะกิด "แต่แม่ครับ
‎สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดอยู่นะครับ"

527
00:29:42,781 --> 00:29:47,035
‎"ฟังแม่ ทิมมี่ ถึงจุดนึงลูกจะต้อง
‎พิสูจน์ความแกร่งของตัวเองนะลูก

528
00:29:47,869 --> 00:29:51,247
‎ว่าปอดของลูกจะรับไหวหรือเปล่า
‎เข้าใจมั้ยจ๊ะ คนเก่ง

529
00:29:51,331 --> 00:29:53,833
‎ทีนี้ก็ออกไปได้แล้ว
‎ไปพิสูจน์ความแกร่งของลูกซะ

530
00:29:53,917 --> 00:29:56,127
‎ถ้าไลอ้อนคิงทําได้ ลูกก็ต้องทําได้
‎ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ

531
00:29:56,211 --> 00:29:57,670
‎ไปเถอะ คนเก่ง ไปเถอะ"

532
00:30:05,386 --> 00:30:06,721
‎เราขอกันถ้วนหน้า

533
00:30:12,685 --> 00:30:15,021
‎มีคู่รักขอพรกี่คู่ครับ

534
00:30:18,399 --> 00:30:19,901
‎ถูไปที่ตะเกียงใบนั้น

535
00:30:20,944 --> 00:30:23,071
‎สบตากันปิ๊งปั๊ง

536
00:30:23,738 --> 00:30:25,114
‎"น้องเอ๊ย

537
00:30:26,366 --> 00:30:29,911
‎ขอให้พี่ถูกขังอยู่ในห้องกับน้อง
‎ทั้งวันทั้งคืนทีเถอะ

538
00:30:33,456 --> 00:30:36,918
‎ขอให้พวกเขาขังเราไว้
‎แล้วเขวี้ยงกุญแจทิ้งไปเลย

539
00:30:37,001 --> 00:30:38,962
‎แล้วพี่จะจัดเต็มให้น้อง"

540
00:30:39,045 --> 00:30:41,172
‎"เหรอคะ พี่จะจัดอะไรให้น้องเหรอคะ"

541
00:30:41,256 --> 00:30:45,593
‎"พี่จะขอให้เราเจอหน้ากันแค่สองคน
‎ทั้งวันทั้งคืนไง"

542
00:30:45,677 --> 00:30:46,678
‎"ทั้งวันทั้งคืน"

543
00:30:50,265 --> 00:30:52,433
‎"พรของเจ้าสมปรารถนาแล้ว"

544
00:30:55,687 --> 00:30:57,397
‎คู่รักหลายคู่

545
00:30:57,480 --> 00:31:00,441
‎ได้บทเรียนใหญ่หลวงในช่วงการระบาดใหญ่

546
00:31:00,525 --> 00:31:03,111
‎คู่รักหลายคู่ได้บทเรียนใหญ่หลวง
‎ในช่วงการระบาดใหญ่ครับ

547
00:31:03,945 --> 00:31:05,572
‎หลายคนได้รู้ว่า

548
00:31:06,155 --> 00:31:08,616
‎ความรักนั้นอาจไม่มีเงื่อนไข

549
00:31:08,700 --> 00:31:11,369
‎แต่ "ความชอบ" มันไม่จีรัง

550
00:31:16,499 --> 00:31:19,168
‎"แน่นอน ผมรักคุณ ที่รัก
‎แต่ผมไม่รู้ว่ายังชอบคุณอยู่อีกรึเปล่า"

551
00:31:25,508 --> 00:31:28,720
‎ช่วงแรกสนุกกันมากครับ จําได้มั้ย
‎ใหม่ๆ เหมือนไปนอนค้างบ้านเพื่อน

552
00:31:28,803 --> 00:31:31,472
‎"พระเจ้า แบบนี้สนุกดีจัง"

553
00:31:34,058 --> 00:31:36,019
‎แล้วสัปดาห์ก็กลายเป็นเดือน

554
00:31:36,811 --> 00:31:38,688
‎เดือนกลายเป็นปี

555
00:31:39,898 --> 00:31:42,150
‎และพอถึงจุดนึง คุณจะนั่งอยู่ในบ้าน

556
00:31:43,443 --> 00:31:45,320
‎ดวงตาเป็นประกาย

557
00:31:46,988 --> 00:31:48,156
‎ได้ยินเสียงพวกเขา

558
00:31:48,990 --> 00:31:50,408
‎ไอจากห้องข้างๆ

559
00:31:54,787 --> 00:31:57,373
‎แล้วคุณก็แบบ "ใช่

560
00:31:59,751 --> 00:32:02,045
‎ใช่เลย พระองค์

561
00:32:03,296 --> 00:32:05,048
‎รับตัวเขาไปเลยเจ้าค่ะ"

562
00:32:06,591 --> 00:32:09,177
‎"ถ้ามันถึงคราว มันก็ถึงคราวนะเจ้าคะ

563
00:32:10,261 --> 00:32:12,931
‎ขอให้เป็นตามพระประสงค์เลยค่ะ

564
00:32:14,015 --> 00:32:16,851
‎ลูกอยากได้ที่ทำงานกว้างๆ ค่ะ"

565
00:32:25,985 --> 00:32:27,028
‎รู้มั้ยครับ

566
00:32:28,529 --> 00:32:32,075
‎สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกรันทดมาก
‎เกี่ยวกับโลกที่เราอาศัยอยู่ คือ

567
00:32:33,076 --> 00:32:37,622
‎เราไม่ค่อยจะให้เวลาอย่างเต็มที่
‎กับการประมวลคำว่า ทำไม

568
00:32:40,208 --> 00:32:41,584
‎เรารู้ว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น

569
00:32:42,710 --> 00:32:45,088
‎เรารู้สึกว่าสิ่งโน้นสิ่งนี้เกิดขึ้นกับเรา

570
00:32:45,171 --> 00:32:46,798
‎แต่บ่อยครั้ง

571
00:32:46,881 --> 00:32:49,842
‎ที่เราไม่ได้ให้เวลาหรือมีเวลากับการ
‎ประมวลคำว่า

572
00:32:50,510 --> 00:32:51,636
‎ทําไม

573
00:32:54,764 --> 00:32:57,141
‎ทําไมถึงฉุนเฉียว

574
00:32:58,685 --> 00:33:00,937
‎ทําไมถึงเอาแต่ทะเลาะกัน

575
00:33:01,813 --> 00:33:03,606
‎ไม่เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

576
00:33:04,232 --> 00:33:06,025
‎เรากลายเป็นเวอร์ชั่นแย่สุดของตัวเอง

577
00:33:07,527 --> 00:33:09,654
‎และถ้าคุณถามผมว่านั่นเป็นเพราะ…

578
00:33:11,823 --> 00:33:12,991
‎เพราะความกลัว

579
00:33:13,908 --> 00:33:16,953
‎มนุษย์เราจะรู้สึกสบายใจเมื่อเรา…

580
00:33:17,036 --> 00:33:18,079
‎รู้

581
00:33:19,122 --> 00:33:21,165
‎จนเราลืมไปว่าชีวิตมันไม่เที่ยง

582
00:33:23,501 --> 00:33:26,546
‎เราถูกเสี้ยมสอนทุกวี่วันว่า "เรารู้"

583
00:33:26,629 --> 00:33:29,424
‎เราสบายใจที่ได้รู้ จนหลงไปว่าเราต้องรู้เสมอ

584
00:33:29,507 --> 00:33:31,801
‎รถจะติดรึเปล่า คุณรู้

585
00:33:32,593 --> 00:33:33,928
‎อากาศจะเป็นยังไง คุณรู้

586
00:33:34,012 --> 00:33:36,014
‎"โอ๊ะ วันพฤหัสฝนจะตก"

587
00:33:36,097 --> 00:33:38,391
‎เข้าใจอุบายของสิ่งนี้มั้ยครับ

588
00:33:39,017 --> 00:33:41,144
‎ถ้าคุณมีเทคโนโลยีนี้เมื่อ 500 ปีก่อน

589
00:33:41,227 --> 00:33:43,271
‎แล้วคุณบอกว่า "วันพฤหัสฝนจะตก"
‎คนจะแบบ…

590
00:33:51,279 --> 00:33:53,990
‎เราเคยตัวซะจนกระทั่งลืมไปว่า

591
00:33:54,073 --> 00:33:55,324
‎ชีวิตคือความไม่แน่นอน

592
00:33:55,408 --> 00:33:57,577
‎เราไม่รู้ครับ การระบาดใหญ่แสดงให้เราเห็น

593
00:33:57,660 --> 00:33:58,953
‎ทุกคนเผยตัวตนของเราทุกคน

594
00:33:59,037 --> 00:34:02,206
‎ว่าเราจำเป็นต้องหยุดสักครู่
‎แล้วพิจารณาว่า ทำไม

595
00:34:02,290 --> 00:34:04,375
‎ทําไมถึงฉุนเฉียว ทำไม่เคยได้ดั่งใจสักอย่าง

596
00:34:04,459 --> 00:34:05,877
‎มันไม่ใช่เพราะหนัง

597
00:34:05,960 --> 00:34:07,962
‎ไม่ใช่เพราะเราออกไปปาร์ตี้ไม่ได้

598
00:34:08,046 --> 00:34:10,423
‎ไม่ใช่เพราะไปเดินห้างไม่ได้
‎ไม่ใช่อะไรพวกนั้นเลย

599
00:34:10,506 --> 00:34:12,925
‎แต่เป็นเพราะเราไม่เชื่อมต่อกันอีกแล้ว

600
00:34:13,509 --> 00:34:15,470
‎ผมไม่เชื่อมต่อกับคุณ คุณไม่เชื่อมต่อกับผม

601
00:34:17,055 --> 00:34:17,972
‎เราสูญเสียสิ่งนี้ไป

602
00:34:19,724 --> 00:34:20,850
‎นึกออกมั้ยครับ

603
00:34:20,933 --> 00:34:23,227
‎นั่นคือที่มาของความคับข้องใจ

604
00:34:24,562 --> 00:34:28,107
‎และสิ่งที่ทําให้แย่ลงไปอีก
‎คือการที่รัฐบาลทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขารู้

605
00:34:28,191 --> 00:34:30,109
‎ผมว่านั่นยิ่งทําให้ไปกันใหญ่

606
00:34:30,193 --> 00:34:31,903
‎พวกเขามั่นใจมาก

607
00:34:31,986 --> 00:34:34,530
‎เลยทําให้ดูเหมือนพวกเขารู้

608
00:34:34,614 --> 00:34:36,407
‎เลยออกมาบอกว่า 21 วัน

609
00:34:40,328 --> 00:34:42,663
‎ยี่สิบเอ็ดวันครับ ผมจะจำตัวเลขนี้ไปจนวันตาย

610
00:34:44,373 --> 00:34:45,625
‎เพราะเราไม่ถามว่าทําไม

611
00:34:46,709 --> 00:34:47,585
‎ถูกมั้ย

612
00:34:47,668 --> 00:34:51,297
‎เราได้ยินว่าจีนสร้าง
‎โรงพยาบาล 10,000 เตียงในชั่วข้ามคืน

613
00:34:51,380 --> 00:34:53,508
‎ไม่มีใครถาม "ทําไม"

614
00:34:54,634 --> 00:34:56,260
‎แต่พวกเราแบบ "ก็จีนไง

615
00:34:57,720 --> 00:34:59,222
‎ชอบสร้างนู่นสร้างนี่"

616
00:35:03,434 --> 00:35:05,645
‎ผมยังจําได้ว่าผู้นําโลกมั่นใจกันแค่ไหน

617
00:35:06,187 --> 00:35:07,897
‎บางคนก็ออกนอกหน้ากว่าใครเพื่อน

618
00:35:08,689 --> 00:35:10,066
‎ถูกใจผมมากครับคนนี้

619
00:35:10,608 --> 00:35:12,860
‎นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร
‎บอริส จอห์นสัน

620
00:35:13,569 --> 00:35:14,654
‎ใช่

621
00:35:14,737 --> 00:35:16,531
‎เขาเป็นคนน่าสนใจ

622
00:35:17,615 --> 00:35:18,950
‎เขาไปโรงพยาบาลครับ

623
00:35:19,659 --> 00:35:20,952
‎ช่วงนั้นกำลังระบาดหนัก

624
00:35:21,536 --> 00:35:23,162
‎เขาไล่กอดทุกคน

625
00:35:23,246 --> 00:35:25,331
‎ตอนนั้นกำลังสดๆ ร้อนๆ เลย เขาไล่กอดทุกคน

626
00:35:25,414 --> 00:35:27,291
‎จนนักข่าวถาม "ท่านนายกจอห์นสันคะ

627
00:35:27,375 --> 00:35:29,836
‎มันจะเหมาะหรือคะ
‎ที่ไปกอดคนโน้นคนนี้ในช่วง…"

628
00:35:29,919 --> 00:35:33,548
‎เขาสวน "ก่อนอื่นเลย
‎ทุกคนต้องใจเย็นๆ มันไม่ได้ระบาดขนาดนั้น

629
00:35:33,631 --> 00:35:36,300
‎ดูหัวผมสิ ผมดูเครียดมั้ย ทุกคนต้องใจเย็นๆ

630
00:35:36,384 --> 00:35:38,511
‎ไม่มีอะไรหรอก ทุกอย่างปกติ ผมสัมผัสคนอื่นได้

631
00:35:38,594 --> 00:35:40,388
‎เราไม่ปิดประเทศ ทุกอย่างเปิดหมด

632
00:35:40,471 --> 00:35:42,473
‎ผับจะเปิดต่อไป ฟุตบอลเตะต่อไป

633
00:35:42,557 --> 00:35:44,142
‎ขอตัวนะ ผมต้องไปก่อน…"

634
00:35:45,893 --> 00:35:47,645
‎แล้วก็สะบัดตูด เขาไม่สน

635
00:35:48,437 --> 00:35:50,648
‎ประธานาธิบดีอเมริกา คนนี้โวหนักกว่าอีก

636
00:35:51,315 --> 00:35:54,569
‎ใช่ครับ โผล่มาปุ๊บก็รู้เลย โดนัลด์ เจ. ทรัมป์

637
00:35:54,652 --> 00:35:56,195
‎พกความมั่นใจมาเต็มร้อย

638
00:35:56,279 --> 00:35:59,615
‎ประกาศเลย "พี่น้อง เราเอาอยู่แน่นอน

639
00:36:01,117 --> 00:36:04,620
‎ใน 21 วัน

640
00:36:06,038 --> 00:36:09,333
‎ไวรัสจะหายไปใน 21 วัน

641
00:36:10,376 --> 00:36:12,545
‎บางคนบอกว่า 20 ด้วยซ้ำไป"

642
00:36:16,048 --> 00:36:20,595
‎แล้วทั้งทรัมป์และบอริสก็เชื้อลงปอดไปสวยๆ

643
00:36:20,678 --> 00:36:24,640
‎ทั้งคู่เข้าห้องไอซียู เกือบเอาชีวิตไม่รอด
‎เหตุผลเดียวที่รอดมาได้

644
00:36:24,724 --> 00:36:27,685
‎ก็เพราะพวกเขาเป็นประมุขของประเทศ
‎พวกเขาได้น้ำอมฤต

645
00:36:28,895 --> 00:36:32,315
‎แต่ต้องให้เครดิตบอริส
‎เขาออกจากรพ.เหมือนเพิ่งไปเฝ้าพระเยซู

646
00:36:33,691 --> 00:36:36,360
‎ออกมาจากโรงพยาบาล จัดงานแถลงข่าวเลย

647
00:36:36,444 --> 00:36:37,945
‎ปิดทุกอย่างหมด

648
00:36:38,029 --> 00:36:40,907
‎ออกมาแทบจะไม่แต่งเนื้อแต่งตัว
‎"ทุกคน นี่ไม่ใช่เรื่องตลก

649
00:36:40,990 --> 00:36:43,034
‎ผมเจอมากับตัว อังกฤษจะปิดประเทศ

650
00:36:43,117 --> 00:36:45,077
‎ได้โปรด ฟุตบอลปิดไป ผับปิดไป

651
00:36:45,161 --> 00:36:47,205
‎อย่าทำเป็นเรื่องเล่นๆ ผมเจอมากับตัว

652
00:36:47,288 --> 00:36:49,582
‎ผมพูดจริง ไม่ใช่เรื่องสนุก อยู่ไม่ได้แล้ว
‎ต้องไปแล้ว

653
00:36:49,665 --> 00:36:52,835
‎ได้โปรด พูดไม่ได้แล้ว ผมต้อง…"
‎แล้วก็หายวับ

654
00:36:52,919 --> 00:36:54,337
‎หายวับ ชายคนนั้นกลัวหนักมาก

655
00:36:54,420 --> 00:36:57,173
‎ผมแอบหวังว่าไวรัสโคโรนา
‎จะใกล้เข้ามาแล้วแบบ…

656
00:37:08,309 --> 00:37:10,478
‎ฝ่ายทรัมป์ก็ไม่สนอะไรเลย

657
00:37:12,021 --> 00:37:14,190
‎ชายคนนั้นจะตายเพราะความดื้อเข้าสักวัน

658
00:37:14,982 --> 00:37:16,609
‎เขาออกมาจากโรงพยาบาล

659
00:37:16,692 --> 00:37:19,654
‎หายใจแทบไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังจัดงานแถลงข่าว

660
00:37:19,737 --> 00:37:21,489
‎พูดไม่ได้นะ แต่ก็แบบ…

661
00:37:34,585 --> 00:37:36,212
‎"ถ้าผมทําได้

662
00:37:37,213 --> 00:37:39,423
‎คุณก็ต้องได้"

663
00:37:44,053 --> 00:37:46,013
‎ให้ตาย

664
00:37:53,104 --> 00:37:56,023
‎ผมไม่เข้าใจจริงๆ
‎ว่ามีคนกาให้ผู้ชายคนนั้นได้ยังไง

665
00:37:58,484 --> 00:37:59,318
‎ไม่เข้าใจเลย

666
00:38:04,282 --> 00:38:05,533
‎แต่ต้องบอกก่อน

667
00:38:05,616 --> 00:38:07,159
‎ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมืองนะครับ

668
00:38:07,243 --> 00:38:11,205
‎ผมเข้าใจ คนจะกาให้กับนโยบาย
‎ที่ต้องการลงคะแนนให้

669
00:38:11,289 --> 00:38:14,292
‎แต่ที่ไม่เข้าใจคือทําไมอยากลงคะแนนให้เขา

670
00:38:14,375 --> 00:38:17,295
‎แล้วที่บ้าขั้นกว่าก็คือลงคะแนนให้เขา

671
00:38:17,378 --> 00:38:19,714
‎แล้วก็มานั่งผิดหวังกับสิ่งที่เขาเป็น

672
00:38:21,549 --> 00:38:23,384
‎แต่บ้าขั้นสุดที่เคยเห็น

673
00:38:23,467 --> 00:38:25,678
‎คือพวกที่แบบ
‎"ฉันไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เขาทํา

674
00:38:25,761 --> 00:38:27,179
‎ฉันไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำ"

675
00:38:27,263 --> 00:38:29,390
‎"อะไรนะ คุณไม่อยากเชื่อว่าจะออกรูปนี้เหรอ"

676
00:38:29,473 --> 00:38:30,850
‎"นั่นทรัมป์นะ คุณเชื่อมั้ยล่ะ"

677
00:38:30,933 --> 00:38:33,936
‎"เชื่อว่าเขากําลังทํา
‎สิ่งที่เขาทํามาตลอดทั้งชีวิตเหรอ"

678
00:38:34,020 --> 00:38:35,771
‎"นั่นสิ ไม่อยากเชื่อ ช็อกเลย"

679
00:38:35,855 --> 00:38:37,189
‎"คุณช็อกเหรอ"

680
00:38:37,273 --> 00:38:40,735
‎โดนัลด์ ทรัมป์เป็นมนุษย์ที่ผมช็อกน้อยที่สุด
‎เท่าที่เคยเจอมาตลอดทั้งชีวิตผม

681
00:38:41,402 --> 00:38:43,779
‎เขาคงเส้นคงวากับการเป็นตัวเองมาก

682
00:38:44,989 --> 00:38:46,949
‎ชายคนนั้นเป็นวายร้ายหัวโบราณ

683
00:38:47,033 --> 00:38:49,327
‎ดูเหมือนวายร้าย พูดเหมือนวายร้าย

684
00:38:49,952 --> 00:38:52,163
‎ยังกับออกมาจากสกูบี้-ดูก็ไม่ปาน

685
00:38:55,541 --> 00:38:57,293
‎ทั้งหน้าตา ทั้งการแสดงออก

686
00:38:57,376 --> 00:38:59,754
‎ถ้าให้ชี้ตัวอาชญากร เขาจะอยู่ในแถวแน่นอน

687
00:38:59,837 --> 00:39:02,006
‎"คิดว่าใคร สกู๊บ"

688
00:39:02,089 --> 00:39:03,966
‎"ไม่ใช่ฉันนะ บอกได้เลย"

689
00:39:04,050 --> 00:39:06,135
‎"ฉันไม่ได้ทําอะไรนะ ฉันบริสุทธิ์"

690
00:39:06,218 --> 00:39:09,555
‎แล้วก็หมอนี่ "ฉันบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ผุดผ่อง

691
00:39:10,264 --> 00:39:13,684
‎บางคนบอกว่าผุดผ่องที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย"

692
00:39:14,727 --> 00:39:16,520
‎สกู๊บว่า "ใช่ ฉันว่าเจ้าหมอนั่นแหละ"

693
00:39:23,402 --> 00:39:24,653
‎ไม่เข้าใจครับ

694
00:39:25,571 --> 00:39:27,490
‎ทําไมถึงลงคะแนน ไม่สิ จริงๆ แล้ว

695
00:39:27,573 --> 00:39:29,742
‎ผมเข้าใจ แต่ผมซึมซาบไม่ได้

696
00:39:30,659 --> 00:39:33,329
‎เพราะสิ่งที่ผมรับรู้และเข้าใจคือ

697
00:39:33,412 --> 00:39:34,955
‎ในสหรัฐอเมริกาแห่งนี้

698
00:39:35,039 --> 00:39:38,584
‎ถ้าคุณอยากชนะเลือกตั้ง
‎ทั้งหมดที่คุณต้องมีคือเสียงประหลาดๆ

699
00:39:39,919 --> 00:39:43,089
‎ง่ายๆ แค่นั้นครับ
‎อยากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐเหรอ

700
00:39:43,172 --> 00:39:44,590
‎ทำเสียงประหลาดๆ ครับ จบเลย

701
00:39:45,466 --> 00:39:48,219
‎ลืมเรื่องนโยบาย เรื่องแนวคิดไปซะ น่าเบื่อ

702
00:39:48,302 --> 00:39:49,845
‎คุณออกมา "นโยบายผม…"

703
00:39:51,472 --> 00:39:53,224
‎"เสียงธรรมดาว่ะ ไอ้ตูด"

704
00:39:55,142 --> 00:39:56,060
‎ไม่เอา

705
00:39:56,769 --> 00:39:59,522
‎คุณต้องออกมาด้วยเสียงที่ไม่เหมือนใคร
‎คนถึงจะรัก

706
00:40:00,439 --> 00:40:02,566
‎คุณดูได้เลย
‎ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกาคนไหน

707
00:40:02,650 --> 00:40:04,610
‎ที่เสียงเหมือนชาวบ้านสักคน

708
00:40:05,319 --> 00:40:08,280
‎คุณจะย้อนกลับไปกี่คนก็ได้
‎แต่จะไม่เจอใครพูดเป็นธรรมชาติเลย

709
00:40:08,906 --> 00:40:11,534
‎ลองย้อนไปสัก… เจเอฟเค

710
00:40:11,617 --> 00:40:12,785
‎เขาพูดไม่ปกติ

711
00:40:12,868 --> 00:40:17,039
‎เขาจะมีแบบนั้นน่ะ อย่างประมาณว่า
‎"ไม่ถามว่าประเทศทําอะไรให้คุณได้บ้าง

712
00:40:17,915 --> 00:40:21,335
‎แต่จงถามว่าคุณทำอะไรให้ประเทศได้บ้าง"
‎นั่นไม่ปกติครับ

713
00:40:22,670 --> 00:40:24,964
‎ผมไม่สนว่าใครจะพูดยังไง
‎นั่นคือความไม่ธรรมดา

714
00:40:25,548 --> 00:40:27,466
‎บอกซิว่าชายคนนั้นจะสั่งอาหาร

715
00:40:27,550 --> 00:40:29,093
‎ในแมคโดนัลด์ด้วยเสียงนั้นมั้ย

716
00:40:29,718 --> 00:40:33,305
‎"ฉันขอหมายเลขหนึ่ง ขนาดกลาง กับมันทอด

717
00:40:34,640 --> 00:40:36,684
‎แล้วก็ขอแม็คเฟลอร์รี่ด้วย

718
00:40:37,518 --> 00:40:39,854
‎หมายความว่าไงเครื่องทำไอติมพังไปแล้ว"

719
00:40:42,398 --> 00:40:43,566
‎นั่นไม่ปกติครับ

720
00:40:45,818 --> 00:40:48,404
‎ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกาคนไหน
‎พูดจาปกติเลย ไม่มี

721
00:40:48,487 --> 00:40:50,739
‎บิล คลินตัน… เขาก็พูดไม่ปกติ

722
00:40:50,823 --> 00:40:54,160
‎เขาจะทำเสียง
‎เหมือนกำลังอ่อยคนฟังอยู่ตลอดเวลา

723
00:40:54,243 --> 00:40:55,369
‎นึกออกมั้ย

724
00:40:55,453 --> 00:40:57,913
‎"ผมไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศ…

725
00:41:00,082 --> 00:41:01,333
‎กับผู้หญิงคนนั้นนะ"

726
00:41:03,919 --> 00:41:05,254
‎ทำอะไรกันไม่ทราบ

727
00:41:07,923 --> 00:41:10,301
‎ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกาคนไหน
‎พูดจาปกติ ไม่มีเลย

728
00:41:10,384 --> 00:41:12,261
‎จอร์จ บุช เขาก็พูดไม่ปกติ

729
00:41:12,344 --> 00:41:14,054
‎จะต้องกรุ้มกริ่มๆ อยู่ตลอดเวลา

730
00:41:14,138 --> 00:41:16,182
‎"จะต้องหาตัวคนที่ทำเรื่องนี้มา

731
00:41:17,099 --> 00:41:19,602
‎แล้วระเบิดประเทศที่ไม่เหมือนเราทิ้งซะ

732
00:41:21,103 --> 00:41:22,271
‎หลอกฉันได้หนึ่งครั้ง…"

733
00:41:23,814 --> 00:41:25,274
‎นั่นไม่ปกติเลย

734
00:41:25,858 --> 00:41:28,444
‎ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกาคนไหน
‎พูดจาปกติเลยสักคน

735
00:41:28,527 --> 00:41:30,654
‎บารัค โอบามา นี่ก็ไม่ปกติ

736
00:41:30,738 --> 00:41:33,199
‎จะต้องมีเสียงกระตุกเหมือนกำลังรอโหลดตลอด

737
00:41:37,077 --> 00:41:38,329
‎"ในฐานะพลเมืองอเมริกัน

738
00:41:38,412 --> 00:41:40,748
‎เราจะต้องพยายาม

739
00:41:40,831 --> 00:41:42,208
‎ทำให้อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้นอีก"

740
00:41:45,002 --> 00:41:46,128
‎นั่นไม่ปกติครับ

741
00:41:48,130 --> 00:41:50,257
‎โจ ไบเดนก็พูดไม่ปกติ

742
00:41:50,341 --> 00:41:51,550
‎ล้อเล่นมั้ยครับ

743
00:41:51,634 --> 00:41:54,637
‎พูดๆ ไปแล้วก็กลายเป็นพึมพำอะไรก็ไม่รู้

744
00:41:55,346 --> 00:41:57,056
‎ไม่ปกติครับ พออยู่บนเวทีก็จะแบบ…

745
00:41:57,139 --> 00:41:59,725
‎"นั่นเป็นเหตุผลสําคัญที่สุดที่จะต้องเข้าใจ…

746
00:42:00,976 --> 00:42:04,313
‎ความฝันของคนผิวสีชั้นดี ไม่เอาน่า

747
00:42:05,189 --> 00:42:07,942
‎ไม่เอาน่า ขอร้อง

748
00:42:08,692 --> 00:42:09,860
‎พูดจริงๆ

749
00:42:10,611 --> 00:42:12,029
‎ไม่เอาน่า"

750
00:42:12,863 --> 00:42:14,114
‎นั่นไม่ปกติครับ

751
00:42:17,034 --> 00:42:19,495
‎ทรัมป์ จะประหลาดกว่าใครเพื่อน

752
00:42:20,204 --> 00:42:22,498
‎ประธานาธิบดีอเมริกาคนอื่นๆ
‎เราคาดเดาได้ทุกคน

753
00:42:22,581 --> 00:42:24,166
‎จังหวะจะโคนเป็นที่เข้าใจได้

754
00:42:24,250 --> 00:42:26,043
‎แต่ทรัมป์ จะเป็นอะไรที่ผิดคาดเสมอ

755
00:42:26,877 --> 00:42:28,879
‎ระดับเสียงเขาจะมั่วไปหมด

756
00:42:28,963 --> 00:42:30,673
‎เน้นเสียงแบบไม่มีเหตุผล

757
00:42:30,756 --> 00:42:33,217
‎มันยากแค่ไหนรู้มั้ยครับ ที่เราต้องปรับเสียงตาม

758
00:42:33,300 --> 00:42:34,677
‎ตอนดูเขาพูด

759
00:42:37,304 --> 00:42:40,724
‎ผมต้องนั่งขยี้เหมือนดีเจมือหงิกตลอดเวลา

760
00:42:40,808 --> 00:42:43,102
‎ตอนที่เขาพูด เพราะเดาไม่ได้
‎ว่ามันจะมาตอนไหน

761
00:42:43,185 --> 00:42:45,604
‎พอเขาขึ้นเวที "ผมคิดว่า ในฐานะอเมริกา

762
00:42:45,688 --> 00:42:49,817
‎เราพยายามและพยายาม
‎จงพยายาม พยายามอย่างมาก

763
00:42:49,900 --> 00:42:51,193
‎ทุกคนพยายาม

764
00:42:51,277 --> 00:42:53,195
‎ผมรู้ดี ผมรู้

765
00:42:54,363 --> 00:42:56,907
‎แต่ผมรู้ และผมคิดว่า

766
00:42:57,575 --> 00:42:59,535
‎ถ้าเราทําได้ เราก็ทําได้

767
00:42:59,618 --> 00:43:02,955
‎แต่เราจะไม่ทํา แต่เราจะทํา แต่ก็ไม่แน่
‎แต่…"

768
00:43:03,831 --> 00:43:04,748
‎อะไร

769
00:43:07,835 --> 00:43:09,086
‎นั่นไม่ปกติครับ

770
00:43:15,634 --> 00:43:18,846
‎ผมถึงได้หัวเราะทุกครั้ง
‎ที่มาแคนาดาแล้วได้ดูข่าว

771
00:43:20,931 --> 00:43:23,642
‎ทุกครั้งที่ผมมาแคนาดา
‎ผมจะเปิดข่าว แล้วก็จะมีแบบ…

772
00:43:23,726 --> 00:43:26,895
‎"เกิดข้อครหาขึ้นในแคนาดาอีกแล้วครับ

773
00:43:26,979 --> 00:43:28,981
‎ข้อครหาอีกข้อของจัสติน ทรูโด"

774
00:43:29,064 --> 00:43:32,568
‎เขามีข้อครหาที่น่ารักที่สุดแล้วคุณ
‎ล้อเล่นรึเปล่า

775
00:43:33,152 --> 00:43:36,488
‎ถ้าเทียบกับประธานาธิบดีอเมริกานะครับ
‎พวกนั้นจะแบบ "เขามีข้อครหา"

776
00:43:36,572 --> 00:43:39,783
‎"ถูกตัดสินว่ามีความผิดอะไรรึยัง
‎งั้นก็หุบปากไปเลย"

777
00:43:39,867 --> 00:43:41,910
‎บอกว่า "เขามีข้อครหา"

778
00:43:41,994 --> 00:43:45,748
‎ดูน่ากลัวมาก… "เขานอนค้างที่บ้านคนรวย"

779
00:43:47,791 --> 00:43:49,043
‎น่ารักจะตาย

780
00:43:50,586 --> 00:43:53,464
‎ข้อครหาที่ถูกใจผมที่สุดของจัสติน ทรูโด
‎ซึ่งต่างกันลิบลับ

781
00:43:53,547 --> 00:43:57,885
‎คือครั้งที่เขาไปเดินทางไปอินเดีย

782
00:44:01,096 --> 00:44:03,766
‎แล้วก็กลายร่างเป็นคนอินเดีย

783
00:44:09,605 --> 00:44:13,859
‎นั่นเป็นข้อครหาที่ฉาวโฉ่ที่สุดตลอดกาล

784
00:44:17,237 --> 00:44:18,572
‎ผมยังจําได้ตอนมันเป็นข่าว

785
00:44:19,448 --> 00:44:22,451
‎เขาขึ้นเครื่องออกจากแคนาดา
‎ตอนนั้นสวมสูทอยู่

786
00:44:22,534 --> 00:44:26,121
‎โบกมือบนเครื่อง "ลาก่อนทุกคน"

787
00:44:26,205 --> 00:44:28,332
‎ขึ้นบินไปอินเดีย ลงจอด

788
00:44:28,415 --> 00:44:32,252
‎ประตูเปิดออก เขาโผล่ออกมา
‎และเขากลายเป็นลูกครึ่งอินเดียไปเรียบร้อย

789
00:44:34,213 --> 00:44:35,506
‎สวมแจ็คเก็ตด้วย

790
00:44:35,589 --> 00:44:37,299
‎แต่ที่บ้าก็คือ

791
00:44:37,383 --> 00:44:41,220
‎ขณะที่การเดินทางดําเนินไป
‎เขายิ่งกลายเป็นคนอินเดียมากเข้าไปทุกที

792
00:44:42,054 --> 00:44:43,263
‎ไม่เว้นแต่ละวัน

793
00:44:44,223 --> 00:44:46,767
‎ชัดเจนว่าไม่มีใคร
‎เล่าข่าวในแคนาดาให้เขาฟังเลย

794
00:44:46,850 --> 00:44:48,143
‎แคนาดาเองก็กําลังเข้าใจผิด

795
00:44:48,227 --> 00:44:50,729
‎"นี่คือการดูหมิ่น ทำแบบนี้ได้ยังไง"

796
00:44:50,813 --> 00:44:53,482
‎แต่เขาก็กำลังกลายเป็นอินเดียมากขึ้นทุกวัน

797
00:44:53,565 --> 00:44:56,026
‎เริ่มจากข้างบนก่อน ไล่ลงไปถึงกางเกง

798
00:44:56,110 --> 00:44:58,320
‎สุดท้ายก็แต่งเต็มยศ
‎มีผ้าโพกหัวเสร็จสรรพ

799
00:44:59,071 --> 00:45:01,824
‎ผมชอบมากตอนที่เขาเดินเข้าที่ประชุม
‎กับบุคคลสําคัญของอินเดีย

800
00:45:01,907 --> 00:45:03,200
‎แล้วทุกคนก็สวมสูทกันหมด

801
00:45:10,165 --> 00:45:11,375
‎ชายคนนี้เดินเข้าที่ประชุม

802
00:45:11,458 --> 00:45:13,168
‎เหมือนกำลังเข้าไปออดิชั่นหนังอินเดีย

803
00:45:13,252 --> 00:45:15,003
‎ซึ่งคุณจะแบบ "อะไรวะเนี่ย"

804
00:45:17,506 --> 00:45:19,842
‎เขาดูแขกมากซะจนผมแอบหวังว่าจะมีโมเมนต์

805
00:45:19,925 --> 00:45:22,136
‎ที่เขากำลังกล่าวสุนทรพจน์

806
00:45:22,219 --> 00:45:24,596
‎ผมหวังว่าจู่ๆ เขาจะแบบ…

807
00:45:25,931 --> 00:45:28,016
‎"ต้องขอบอกว่าผมภูมิใจมาก

808
00:45:29,309 --> 00:45:31,437
‎ที่งานของเรานั้นสำเร็จลุล่วง

809
00:45:32,813 --> 00:45:34,982
‎ในฐานะชาวแคนาดาและชาวอินเดีย

810
00:45:35,983 --> 00:45:38,610
‎เรา…"

811
00:45:45,951 --> 00:45:47,661
‎ผมหวังว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นครับ

812
00:45:49,872 --> 00:45:51,373
‎ผมรอดูเลย

813
00:45:55,377 --> 00:45:57,671
‎"ข้อครหาที่ฉาวโฉ่ที่สุดตลอดกาล

814
00:45:57,754 --> 00:46:00,299
‎เขากลายเป็นคนอินเดีย"

815
00:46:04,428 --> 00:46:06,013
‎มันไม่แย่ขนาดนั้นมั้ง

816
00:46:07,347 --> 00:46:09,850
‎ผมคิดว่าเขาพยายามมากเกินไป ผมพูดจากใจ

817
00:46:09,933 --> 00:46:12,102
‎ผมคิดว่าจัสติน ทรูโดพยายามมากเกินไป

818
00:46:12,186 --> 00:46:15,731
‎พยายามแสดงความเห็นอกเห็นใจ
‎มากเกินไป นึกออกนะครับ

819
00:46:15,814 --> 00:46:17,816
‎ผมว่ามันไม่แย่อะไรนักหรอก แต่ผมลําเอียง

820
00:46:17,900 --> 00:46:19,610
‎ผมรู้ผมลําเอียง ถูกต้อง

821
00:46:20,402 --> 00:46:23,655
‎เพราะผมเองก็พลาดเหมือนทรูโด

822
00:46:26,825 --> 00:46:27,993
‎ผมจะ… ใช่

823
00:46:28,076 --> 00:46:29,912
‎ผมจะสารภาพมันที่นี่คืนนี้

824
00:46:29,995 --> 00:46:32,331
‎ผมก็พลาดเหมือนทรูโดครับ แคนาดา

825
00:46:34,041 --> 00:46:37,669
‎ผมพยายามจะเชื่อมต่อ
‎กับคนกลุ่มนึงมากไปเหมือนกัน และ…

826
00:46:38,295 --> 00:46:39,546
‎ไม่ได้เป็นไปด้วยดีเลย

827
00:46:41,590 --> 00:46:45,093
‎เรื่องของผมเกิดที่เมืองเอดินบะระ
‎สกอตแลนด์

828
00:46:46,637 --> 00:46:50,015
‎เมืองสวยมาก
‎ถ้ายังไม่เคยไป จงไปครับ งามจริง

829
00:46:50,682 --> 00:46:51,600
‎ทุกสิ่งอย่าง

830
00:46:51,683 --> 00:46:53,101
‎ประวัติศาสตร์ยาวนาน

831
00:46:53,185 --> 00:46:55,229
‎ผู้คนน่ารักและอบอุ่น

832
00:46:55,312 --> 00:46:57,314
‎เมืองไม่อุ่น แต่คนอุ่น

833
00:46:58,982 --> 00:47:01,485
‎ทุกอย่างเป็นของเก่า
‎พวกเขาจะชอบบอกแบบนั้น

834
00:47:01,568 --> 00:47:03,654
‎ไม่ว่าจะไปไหนในเอดินบะระ
‎คนเค้าจะแบบ…

835
00:47:03,737 --> 00:47:05,322
‎"คุณว่าสะพานนั่นอายุเท่าไหร่"

836
00:47:05,405 --> 00:47:08,200
‎"ไม่ทราบครับ" เขาบอก "สามร้อยปี"

837
00:47:08,867 --> 00:47:12,746
‎"โอ้โห โอเค"
‎เขาว่าต่อ "ส่วนโบสถ์นั่น 500 ปี"

838
00:47:13,622 --> 00:47:16,708
‎"นี่ลูกผม 800 ปี"

839
00:47:17,876 --> 00:47:20,295
‎"ดูเหมือนหกขวบนะครับ"
‎"ใช่ ฝีมือคนสกอตล่ะ"

840
00:47:22,548 --> 00:47:24,967
‎แต่พวกเขาน่ารักมาก ที่นั่นยอดเยี่ยมมาก

841
00:47:25,050 --> 00:47:27,594
‎เราไปเทศกาลตลกที่นั่นครับ

842
00:47:27,678 --> 00:47:28,929
‎และ…

843
00:47:29,012 --> 00:47:30,973
‎สิ่งที่ผมทําไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็ตาม

844
00:47:31,056 --> 00:47:32,808
‎ถ้ามีเพื่อนๆ ของผมอยู่ที่นั่นด้วย

845
00:47:32,891 --> 00:47:34,434
‎เราจะใช้เวลาร่วมกันให้ได้มากที่สุด

846
00:47:35,018 --> 00:47:38,981
‎และสิ่งที่เราทําคือเราจะออกไปเที่ยว
‎หรือไปหาอะไรกิน และเวลาไป

847
00:47:39,064 --> 00:47:41,149
‎เราจะอนุญาตให้คนคนเดียวเลือกว่าจะกินอะไร

848
00:47:41,233 --> 00:47:43,527
‎คนอื่นห้ามต่อรอง
‎ทุกคนจะได้เลือกผลัดกันทีละวัน

849
00:47:44,152 --> 00:47:45,821
‎และถ้าวันไหนเป็นวันของผม

850
00:47:46,530 --> 00:47:49,283
‎วันนั้นจะเป็นอาหารอินเดียเสมอ

851
00:47:49,366 --> 00:47:51,910
‎ใช่ ผมว่ามันเป็นอาหารที่ดีที่สุดในโลก

852
00:47:51,994 --> 00:47:53,161
‎ไม่ใกล้เคียงเลย

853
00:47:53,245 --> 00:47:56,790
‎ไม่เห็นด้วยกับผม ไปเจอกัน
‎ที่ลานจอดรถครับ วางมวยกันได้

854
00:47:58,625 --> 00:48:00,836
‎ผมรักอาหารอินเดีย รักมาตลอดชีวิต

855
00:48:01,837 --> 00:48:03,880
‎แล้วพออยู่ในเอดินบะระ
‎ถามว่า "เราจะไปไหน"

856
00:48:03,964 --> 00:48:08,010
‎"เอาไงเทรเวอร์" ผมตอบ "อาหารอินเดีย"
‎"ทุกทีเลย" "ใช่ ทุกที"

857
00:48:08,093 --> 00:48:09,928
‎"เหมือนเดิมตลอด"
‎"แล้วยังจะถามอีก"

858
00:48:10,012 --> 00:48:12,139
‎"ก็รู้อยู่แล้ว หยุดถามสิ"

859
00:48:13,765 --> 00:48:15,726
‎จากนั้นก็ต้องค้นหาว่าจะเอาร้านไหนดี

860
00:48:15,809 --> 00:48:19,187
‎ผมจะพยายามหาร้านอินเดียแท้ๆ
‎เท่าที่จะหาได้

861
00:48:19,271 --> 00:48:22,316
‎หมายถึงร้านลูกอินเดียจริงๆ

862
00:48:22,399 --> 00:48:26,820
‎นึกออกนะครับ ผมก็เลยต้องตระเวนถามไปทั่ว

863
00:48:26,903 --> 00:48:28,488
‎ถามคนโน้นคนนี้ "คุณไปร้านไหนกัน"

864
00:48:28,572 --> 00:48:30,741
‎ถ้าบอกว่าร้านนี้ฝรั่งแนะนำมา ผมก็จะไม่ไปที่นั่น

865
00:48:36,538 --> 00:48:39,041
‎จนไปเจอที่ที่เป็นของแท้

866
00:48:39,124 --> 00:48:40,959
‎สมใจ… สมใจอยากผม

867
00:48:41,043 --> 00:48:43,128
‎แต่ทำไมถึงต้องเป็นของแท้

868
00:48:43,211 --> 00:48:45,297
‎เพื่อพวกคุณจะได้เข้าใจ
‎ในตัวผมมากขึ้นอีกหน่อย

869
00:48:45,380 --> 00:48:47,257
‎ผมโตในแอฟริกาใต้ อันนี้คุณรู้แล้ว

870
00:48:47,341 --> 00:48:50,177
‎แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้
‎คือแอฟริกาใต้

871
00:48:50,260 --> 00:48:53,597
‎เป็นหนึ่งในที่ที่มีประชากร
‎นอกประเทศอินเดียอยู่มากที่สุด

872
00:48:54,348 --> 00:48:58,435
‎โอเคนะ หนึ่งในที่ที่มีประชากร
‎นอกประเทศอินเดียอยู่มากที่สุด

873
00:48:58,518 --> 00:49:00,228
‎ผมรู้ว่าตอนนี้แคนาดาเป็นที่หนึ่งแล้ว

874
00:49:03,523 --> 00:49:04,900
‎แต่ตอนผมเป็นเด็ก

875
00:49:04,983 --> 00:49:10,238
‎เรามีประชากรนอกประเทศอินเดีย
‎มาอยู่มากที่สุดครับ

876
00:49:10,322 --> 00:49:11,740
‎ซึ่งถ้าอินเดียระเบิด…

877
00:49:13,617 --> 00:49:14,701
‎เราก็เป็นอินเดียแทน

878
00:49:16,411 --> 00:49:17,454
‎ประมาณนั้นเลย

879
00:49:19,331 --> 00:49:22,209
‎และผมมีบุญพอที่ได้โตมา
‎ท่ามกลางวัฒนธรรมอินเดีย

880
00:49:22,292 --> 00:49:24,419
‎ซึ่งจริงๆ ก็คือเพื่อนรัก
‎ของผมคนนึงที่โตมาด้วยกัน

881
00:49:24,503 --> 00:49:26,713
‎หนุ่มอินเดียตัวน้อยนามว่าธีสัน พิลเล่ต์

882
00:49:27,506 --> 00:49:29,174
‎และเราติดกันเป็นตังเม

883
00:49:29,257 --> 00:49:31,927
‎คุณน่าจะไม่เข้าใจ
‎ทุกวันเราจะเล่นอยู่ข้างนอกด้วยกัน

884
00:49:32,010 --> 00:49:33,845
‎ใช้เวลาช่วงพักด้วยกัน

885
00:49:33,929 --> 00:49:36,181
‎ขลุกอยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน ทำทุกอย่างด้วยกัน

886
00:49:36,264 --> 00:49:37,641
‎เพราะเรามีหลายอย่างคล้ายกัน

887
00:49:37,724 --> 00:49:39,476
‎เรารู้จักกันตอนเริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียน

888
00:49:39,559 --> 00:49:41,978
‎แล้วเราก็มีหลายอย่างคล้ายกัน

889
00:49:42,062 --> 00:49:44,398
‎เขาชอบวิ่ง ผมก็ชอบวิ่ง

890
00:49:45,565 --> 00:49:46,692
‎เลย…

891
00:49:49,111 --> 00:49:51,738
‎ผมกับธีสันจะขลุกอยู่ด้วยกันทุกวัน

892
00:49:51,822 --> 00:49:54,700
‎กิจกรรมของเราไม่มีอะไรมาก
‎เราเข้าเรียนทุกคาบ

893
00:49:54,783 --> 00:49:57,035
‎แล้วก็มาเจอกัน
‎ในช่วงที่เราตั้งชื่อว่าช่วงพักเบรก

894
00:49:57,119 --> 00:49:59,121
‎ช่วงพักเบรก
‎เราจะนั่งกินข้าวกลางวันด้วยกัน

895
00:49:59,204 --> 00:50:01,164
‎ตรงนี้ที่เราต่างกันมาก ข้าวกลางวันของเรา

896
00:50:01,248 --> 00:50:05,043
‎เพราะของธีสัน แม่จะทำข้าวกล่องให้ทุกวัน

897
00:50:05,127 --> 00:50:07,671
‎ส่วนผม แม่จะให้เงินไปซื้อข้าวกลางวัน

898
00:50:07,754 --> 00:50:09,673
‎ที่ร้านขายข้าวของโรงเรียน

899
00:50:09,756 --> 00:50:11,216
‎หรือโรงอาหาร

900
00:50:11,299 --> 00:50:13,427
‎ผมก็จะไปซื้ออะไรกินทุกวัน

901
00:50:13,510 --> 00:50:15,554
‎เพราะแม่ทําอาหารไม่เป็น

902
00:50:15,637 --> 00:50:18,557
‎ท่านเคยลองแล้วครั้งนึง
‎แต่ผมแบบ "ไม่ต้องทำอีกก็ได้ครับ

903
00:50:19,224 --> 00:50:21,977
‎นี่มันทารุณกรรมเด็กชัดๆ ให้เงินผมก็พอ"

904
00:50:22,811 --> 00:50:24,312
‎ผมก็จะซื้อข้าวกินเองทุกวัน

905
00:50:24,396 --> 00:50:26,815
‎ส่วนธีสันก็กลับกัน แม่เขาจะทำข้าวกล่องให้ทุกวัน

906
00:50:26,898 --> 00:50:29,151
‎และทุกวันจะเป็นแกงกะหรี่

907
00:50:29,985 --> 00:50:31,236
‎ผมรู้ครับ

908
00:50:31,319 --> 00:50:33,739
‎เพราะทุกวัน เราจะนั่งด้วยกัน

909
00:50:33,822 --> 00:50:35,657
‎ธีสันเปิดกล่องข้าวกลางวันใบน้อยของเขา

910
00:50:35,741 --> 00:50:38,744
‎หยิบน้ำผลไม้กระป๋องเล็กๆ ออกมา

911
00:50:38,827 --> 00:50:42,164
‎แกะแซนด์วิชซึ่งตัดเป็นสามเหลี่ยมชิ้นเล็กๆ

912
00:50:42,247 --> 00:50:43,665
‎หยิบออกมา

913
00:50:43,749 --> 00:50:45,333
‎แล้วก็อ้าขนมปังออก

914
00:50:45,417 --> 00:50:48,628
‎ดูไส้ข้างใน แล้วก็ตะโกนสุดเสียง

915
00:50:48,712 --> 00:50:52,174
‎"แกงกะหรี่

916
00:50:53,508 --> 00:50:54,843
‎บ้าจริง มามี้"

917
00:50:59,556 --> 00:51:00,432
‎ทุกวันครับ

918
00:51:01,475 --> 00:51:04,102
‎ทุกวันเราจะนั่งลง
‎ผมมีข้าวของผม เขามีของเขา

919
00:51:04,186 --> 00:51:06,730
‎เขาหยิบน้ำผลไม้ออกจากกล่อง
‎แกะแซนด์วิช ดูไส้ตรงกลาง

920
00:51:06,813 --> 00:51:09,357
‎แล้วตะโกน "แกงกะหรี่

921
00:51:10,275 --> 00:51:11,443
‎บ้าจริง มามี้"

922
00:51:14,029 --> 00:51:16,490
‎ทุกวี่ทุกวันครับ

923
00:51:16,573 --> 00:51:17,783
‎ไม่ขาดเลย

924
00:51:17,866 --> 00:51:19,743
‎ทุกวัน เป็นแกงกะหรี่แม่แกะ

925
00:51:19,826 --> 00:51:21,244
‎แกงกะหรี่ลูกแกะ

926
00:51:21,328 --> 00:51:23,747
‎แกงกะหรี่มันฝรั่ง
‎แกงกะหรี่ทุกชนิดที่คุณจะจินตนาการได้

927
00:51:23,830 --> 00:51:26,833
‎แต่มันจะเป็นแกงกะหรี่ทุกวี่ทุกวัน

928
00:51:26,917 --> 00:51:29,127
‎"แกงกะหรี่" นั่นคือชอตเด็ดประจำวันของผม

929
00:51:30,295 --> 00:51:33,465
‎บางวันผมถึงกับไม่ยอมแกะข้าวของผม
‎เพราะกลัวจะพลาดชอตนั้น

930
00:51:33,548 --> 00:51:35,383
‎ผมจะนั่งข้างๆ เขาแล้วก็รอ

931
00:51:36,092 --> 00:51:38,637
‎พอเขาอ้าขนมปังแล้วตะโกน "แกงกะหรี่"

932
00:51:38,720 --> 00:51:41,181
‎ผมจะขยับปากตาม "บ้าจริง มามี้"

933
00:51:43,225 --> 00:51:47,687
‎ทำอยู่แบบนี้ทุกวัน เป็นเดือนๆ

934
00:51:47,771 --> 00:51:48,897
‎จนในที่สุด

935
00:51:49,648 --> 00:51:50,524
‎ในที่สุด

936
00:51:51,775 --> 00:51:53,276
‎วันนั้นอาจเสียเพื่อนได้เลย

937
00:51:54,194 --> 00:51:57,447
‎ผมหันไปหาธีสัน เขากำลังตะโกน "แกงกะหรี่

938
00:51:57,531 --> 00:51:58,698
‎บ้าจริง มามี้"

939
00:51:59,449 --> 00:52:00,742
‎แล้วผมก็แบบ "ธีสัน

940
00:52:02,369 --> 00:52:04,412
‎มันต้องเป็นแกงกะหรี่ทุกวันแหละ"

941
00:52:06,248 --> 00:52:07,582
‎เขาว่า "ไงนะ"

942
00:52:08,959 --> 00:52:12,921
‎ผมบอก "มีแต่แกงกะหรี่ทุกวันเลย

943
00:52:13,672 --> 00:52:15,674
‎ทุกวันนายจะดูไส้ขนมปัง

944
00:52:16,341 --> 00:52:19,970
‎เสร็จแล้วนายก็ตกใจ
‎แล้วนายก็แบบ 'แกงกะหรี่ บ้าจริง มามี้'

945
00:52:20,595 --> 00:52:22,556
‎แต่มันเป็นแกงกะหรี่ทุกวันเลย"

946
00:52:23,515 --> 00:52:26,476
‎เขาบอก "ฉันรู้ เทรเวอร์ ฉันรู้"

947
00:52:26,560 --> 00:52:28,937
‎"ฉันไม่ได้ตกใจ ฉันหมดใจต่างหาก"

948
00:52:30,272 --> 00:52:33,567
‎เพราะทุกๆ วัน ฉันมาโรงเรียน

949
00:52:33,650 --> 00:52:35,652
‎พอถึงตอนเที่ยงฉันก็หิวข้าว

950
00:52:35,735 --> 00:52:38,154
‎แล้วทุกวันพอเปิดกล่องข้าว
‎ฉันก็จะรู้ว่ามันคืออะไร

951
00:52:38,238 --> 00:52:40,198
‎เพราะเมื่อคืนเรากินแกงกะหรี่กัน

952
00:52:40,282 --> 00:52:42,617
‎แล้วตอนเช้าแม่ก็เอาแกงกะหรี่ของเมื่อคืนมากิน

953
00:52:42,701 --> 00:52:44,411
‎เสร็จแล้วก็ยัดไส้แซนด์วิชให้ฉัน

954
00:52:44,494 --> 00:52:46,329
‎และนั่นคือแกงกะหรี่ที่ฉันต้องกินวันนี้

955
00:52:46,413 --> 00:52:47,998
‎แล้วฉันก็รู้ว่าพอกลับถึงบ้านคืนนี้

956
00:52:48,081 --> 00:52:51,209
‎ฉันก็จะต้องกินแกงกะหรี่
‎ที่ฉันนึกออกเลยว่ามันจะยาวไปถึงพรุ่งนี้

957
00:52:51,293 --> 00:52:53,378
‎ทุกวันฉันก็เลยได้กินแต่แกงกะหรี่

958
00:52:53,461 --> 00:52:55,672
‎มันคือแกงกะหรี่แล้วกะหรี่อีก

959
00:52:55,755 --> 00:52:58,049
‎ถึงฉันจะลูกอินเดีย แต่มันมากไปแล้ว เพื่อน

960
00:52:59,551 --> 00:53:01,845
‎ฉันอยากกินอย่างอื่นบ้าง

961
00:53:01,928 --> 00:53:05,098
‎เขาว่าเครื่องเทศหลากหลาย
‎ดีกับสุขภาพ ไม่ใช่แค่กะหรี่"

962
00:53:07,642 --> 00:53:10,645
‎ผมแบบ "แต่ธีสัน มันไม่ดีเหรอ"

963
00:53:11,396 --> 00:53:13,523
‎ฉันไม่รู้อะไรอีกแล้ว

964
00:53:14,608 --> 00:53:16,359
‎ฉันหน้ามืดแล้ว

965
00:53:17,944 --> 00:53:19,613
‎เอานี่ ฉันยกให้นาย"

966
00:53:20,363 --> 00:53:22,908
‎แล้วเขาก็เอาแซนด์วิชแกงกะหรี่ให้ผม

967
00:53:25,368 --> 00:53:26,870
‎ผมกัดลงไป

968
00:53:29,122 --> 00:53:31,750
‎คุณๆ ครับ
‎มันคือโมเมนต์ของการเปลี่ยนแปลงครับ

969
00:53:34,711 --> 00:53:36,588
‎สิ่งนี้จะหล่อหลอมตัวตนของคุณไปตลอดกาล

970
00:53:38,757 --> 00:53:42,385
‎โมเมนต์ที่กําหนดว่าคุณจะเติบโตขึ้นมาเป็นใคร

971
00:53:42,469 --> 00:53:43,887
‎นี่คือหนึ่งในโมเมนต์เหล่านั้นครับ

972
00:53:43,970 --> 00:53:46,598
‎ผมเอาแซนด์วิชชิ้นนั้นเข้าปาก

973
00:53:46,681 --> 00:53:49,935
‎กัดลงไป และปากของผมก็มีชีวิตชีวา

974
00:53:50,018 --> 00:53:52,979
‎ลิ้นของผมค้นพบจุดประสงค์ของมัน

975
00:53:53,063 --> 00:53:55,523
‎ผมไม่รู้ว่ามันฝรั่งจะปะทุขึ้นมาแบบนั้นได้

976
00:53:55,607 --> 00:53:58,193
‎รสชาติกระเด้งกระดอนไปทั้งปาก

977
00:53:58,276 --> 00:54:00,111
‎ดวงตาผมเบิกกว้าง

978
00:54:01,529 --> 00:54:06,034
‎มันช่าง… ผมร้อง "ว้าว"
‎แล้วตะโกน "แกงกะหรี่

979
00:54:07,077 --> 00:54:08,370
‎ขอบคุณ มามี้"

980
00:54:11,373 --> 00:54:14,417
‎ผมพูดว่า "ธีสัน มันน่าทึ่งมาก
‎นายกินสิ่งนี้ทุกวันเลยเหรอ"

981
00:54:14,501 --> 00:54:16,503
‎เขาตอบ "แม่งทุกวัน"

982
00:54:17,921 --> 00:54:19,881
‎ผมเลยบอกว่า "โอเค มาสลับกัน

983
00:54:19,965 --> 00:54:22,342
‎ทุกวันฉันจะให้เงินนายไปซื้อของกิน

984
00:54:22,425 --> 00:54:24,761
‎แล้วนายก็เอาแกงกะหรี่ให้ฉัน"

985
00:54:24,844 --> 00:54:26,012
‎เราเอาจริง เราแลกกัน

986
00:54:26,096 --> 00:54:28,348
‎ขอบอกนะครับ เมื่อกี๊คุณคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน

987
00:54:28,431 --> 00:54:30,475
‎เราเป็นโซลเมทกันไปแล้วครับ

988
00:54:31,559 --> 00:54:34,229
‎ใช่ครับ เพราะเราต่างก็ได้สิ่งที่เราใฝ่ฝัน

989
00:54:34,312 --> 00:54:37,315
‎ผมได้กินอาหารปรุงเองจากที่บ้านทุกวัน

990
00:54:37,399 --> 00:54:40,610
‎และในฐานะลูกอินเดีย เขาได้เริ่มต้นธุรกิจ
‎ธีสันขึ้นสวรรค์ไปเลย

991
00:54:42,946 --> 00:54:44,239
‎ทุกอย่างลงตัว

992
00:54:46,866 --> 00:54:48,618
‎แล้วผมก็รักแกงกะหรี่ตั้งแต่นั้นมา

993
00:54:49,494 --> 00:54:52,288
‎เอาละ กรอไปข้างหน้าหลายสิบปี
‎เอดินบะระ สกอตแลนด์

994
00:54:52,372 --> 00:54:53,790
‎ผมออกไปกับเพื่อนๆ

995
00:54:53,873 --> 00:54:55,458
‎เราเลือกที่ลง ผมเลือกร้านอินเดีย

996
00:54:55,542 --> 00:54:58,837
‎อินเดียแท้ๆ
‎ไปถึงหน้าร้าน ของแท้แน่นอน

997
00:54:58,920 --> 00:55:02,590
‎ที่นี่อินเดียแท้ เราเดินเข้าไป
‎ร้านเปิดเพลงอินเดีย

998
00:55:02,674 --> 00:55:04,759
‎มีคนอินเดียนั่งกินอยู่ พ่อครัวอินเดียอยู่ด้านหลัง

999
00:55:04,843 --> 00:55:06,886
‎พนักงานเสิร์ฟอินเดีย ชุดอินเดียตกแต่งผนัง

1000
00:55:06,970 --> 00:55:09,139
‎ผมแบบ "ต้องได้งี้สิ ฉันถึงบ้านแล้ว"

1001
00:55:10,682 --> 00:55:12,308
‎เราเดินไปนั่งที่โต๊ะ

1002
00:55:12,392 --> 00:55:14,728
‎แล้วทันทีที่หย่อนก้น เจ้าสตีฟเพื่อนผม

1003
00:55:14,811 --> 00:55:17,230
‎รีบคว้าเมนู ผมก็แบบ "สตีฟๆ

1004
00:55:17,313 --> 00:55:19,649
‎เย็นไว้ เดี๋ยวฉันสั่งให้ทุกคนเอง"

1005
00:55:19,733 --> 00:55:23,570
‎เขาก็ประมาณว่า "ไม่เป็นไร เทรเวอร์
‎ฉันจะสั่งเอง ขอบใจนะ"

1006
00:55:23,653 --> 00:55:25,530
‎ผมบอก "ไม่ๆ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น สตีฟ"

1007
00:55:25,613 --> 00:55:27,699
‎"ฉันแค่อยากสั่งให้พวกเราทุกคน

1008
00:55:28,324 --> 00:55:29,534
‎โอเคนะ ตามนั้น"

1009
00:55:29,617 --> 00:55:33,329
‎เขาแบบ "ฉันว่าไม่จําเป็นนะ

1010
00:55:33,413 --> 00:55:35,415
‎ฉันว่าฉันจะสั่งเอง โอเคนะ"

1011
00:55:35,498 --> 00:55:37,876
‎ผมบอก "ไม่ ไม่เลย ไม่โอเค สตีฟ

1012
00:55:38,668 --> 00:55:40,003
‎ไม่โอเคเลย เข้าใจมั้ย"

1013
00:55:40,086 --> 00:55:42,839
‎"เพราะนายอาจสะเหล่อพูดอะไรออกไป
‎ที่จะทำฉันขายหน้า

1014
00:55:42,922 --> 00:55:45,216
‎เพื่อนอินเดียของฉันซะเปล่าๆ

1015
00:55:45,300 --> 00:55:47,135
‎ฉันเลยอยากให้นายอยู่นิ่งๆ แป๊บนึง"

1016
00:55:47,218 --> 00:55:49,596
‎เขาเลยแบบ "อะไรนะ
‎ฉันจะพูดอะไรให้นายขายหน้า

1017
00:55:49,679 --> 00:55:50,847
‎เพื่อนอินเดียของนายนะ"

1018
00:55:50,930 --> 00:55:53,349
‎ผมบอก "ฉันไม่รู้ ฉันแค่ไม่อยากให้มันเป็นงั้น"

1019
00:55:53,433 --> 00:55:54,893
‎"ปล่อยให้ฉันจัดการ โอเคมั้ย"

1020
00:55:54,976 --> 00:55:56,227
‎เขาว่า "ให้นายจัดการเหรอ

1021
00:55:56,311 --> 00:55:59,731
‎เทรเวอร์ ฉันจะบอกให้รู้นะ
‎ฉันกินแกงกะหรี่มาหลายต่อหลายปีแล้ว"

1022
00:55:59,814 --> 00:56:03,610
‎ผมว่า "สตีฟ นี่ไม่ใช่เวลา
‎อย่าเพิ่งเถียง โอเคมั้ย ไม่ใช่เวลา"

1023
00:56:03,693 --> 00:56:06,071
‎เขาถาม "หมายความว่าไง
‎ทําไมฉันต้องทำนายขายหน้า"

1024
00:56:06,154 --> 00:56:08,823
‎ผมก็แบบ "นายไม่จําเป็นต้องรู้เหตุผล
‎แค่ยังไม่ต้อง"

1025
00:56:08,907 --> 00:56:10,575
‎"ไม่ ทําไม เพราะฉันเป็นฝรั่งเหรอ"

1026
00:56:10,658 --> 00:56:12,744
‎ผมแบบ "นายเปิดเองนะ ไม่ใช่ฉัน

1027
00:56:13,453 --> 00:56:15,330
‎ฉันจะไม่เปิดประเด็นเรื่องเชื้อชาติแบบนาย

1028
00:56:15,413 --> 00:56:16,748
‎แต่ไหนๆ ก็เปิดแล้วก็ว่าต่อเลย"

1029
00:56:16,831 --> 00:56:19,584
‎ผมพาเพื่อนฝรั่งไปร้านอาหารพื้นเมืองทีไร

1030
00:56:19,667 --> 00:56:21,586
‎เป็นต้องพูดเห่ยๆ ให้ขายหน้าทุกที

1031
00:56:21,669 --> 00:56:23,797
‎ทุกทีที่ไป ทุกทีเลย

1032
00:56:23,880 --> 00:56:25,840
‎ถ้าไม่เรียกชื่ออาหารผิดๆ

1033
00:56:25,924 --> 00:56:27,383
‎ก็ต้องสะเหล่อพูดอะไรสักอย่าง

1034
00:56:27,467 --> 00:56:29,094
‎เช่น "ฉันขออันนั้นได้มั้ย ปาปาดัมส์น่ะ

1035
00:56:29,177 --> 00:56:31,054
‎เค้าเรียกอะไรนะ"

1036
00:56:31,137 --> 00:56:33,139
‎"ขออันนี้ได้มั้ย แต่ไม่เผ็ดนะ"

1037
00:56:33,223 --> 00:56:34,933
‎"ฆ่าตัวตายซะ"

1038
00:56:35,850 --> 00:56:39,354
‎"ขอแกงกะหรี่ แต่ไม่เผ็ดนะ" "ฆ่าตัวตายซะ"

1039
00:56:41,314 --> 00:56:43,858
‎ขอไปได้ยังไง แกงกะหรี่ไม่เผ็ด

1040
00:56:43,942 --> 00:56:45,401
‎นั่นคือจุดประสงค์ของเครื่องแกง

1041
00:56:46,069 --> 00:56:47,779
‎อยากได้แกงกะหรี่แบบไม่มีเครื่องแกง

1042
00:56:48,571 --> 00:56:52,408
‎งั้นก็ไปร้านซูชิแล้วสั่งปลาลวกมากินมั้ย

1043
00:56:55,578 --> 00:56:56,788
‎"ไม่อยากกินเครื่องเทศอะ"

1044
00:56:56,871 --> 00:56:59,332
‎"บรรพบุรุษนายไปทั่วโลก ฆ่าคนเพื่อเครื่องเทศ

1045
00:56:59,415 --> 00:57:00,875
‎แล้วนายกลับไม่อยากกินเนี่ยนะ

1046
00:57:05,046 --> 00:57:07,090
‎หุบปากแล้วกินเครื่องเทศซะ สตีฟ"

1047
00:57:08,716 --> 00:57:12,470
‎แล้วเขาก็แบบ "เทรเวอร์
‎ฉันไม่เข้าใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน

1048
00:57:12,554 --> 00:57:15,223
‎ฉันไม่ทํานายขายหน้าหรอก ฉันรู้จักแกงกะหรี่ดี"

1049
00:57:15,306 --> 00:57:17,809
‎ผมบอก "เอาเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว
‎ฉันจัดการให้

1050
00:57:17,892 --> 00:57:19,435
‎ฉันเข้าใจเรื่องนี้มากกว่านาย"

1051
00:57:19,519 --> 00:57:21,855
‎เขาแบบ "ว่าไงนะ
‎นายไม่ได้เป็นอินเดียมากกว่าฉันหรอก"

1052
00:57:21,938 --> 00:57:23,314
‎ผมแบบ "โทษที ว่าไงนะ"

1053
00:57:23,398 --> 00:57:25,483
‎"ใช่ นายไม่ได้เป็นอินเดียมากไปกว่าฉัน"

1054
00:57:25,567 --> 00:57:26,651
‎ผมเลยแบบ… "เกิดเรื่องแล้ว"

1055
00:57:29,904 --> 00:57:31,823
‎"มันอะไรวะ" "นั่นไงล่ะ"

1056
00:57:33,575 --> 00:57:35,034
‎"อย่าพูดว่าฉันไม่ได้เป็นอินเดียมากกว่านาย

1057
00:57:35,118 --> 00:57:38,246
‎หุบปากไว้ เดี๋ยวพนักงานเข้ามา…"
‎เขาแบบ "ไม่หุบโว้ย"

1058
00:57:38,329 --> 00:57:40,748
‎"นายหุบปาก" "โอเค ก็ได้ งั้นก็สั่งไป"

1059
00:57:40,832 --> 00:57:42,125
‎พนักงานเสิร์ฟเดินมา

1060
00:57:42,792 --> 00:57:45,545
‎หนุ่มอินเดียรูปงามในชุดอินเดียงามหยด

1061
00:57:45,628 --> 00:57:46,713
‎เขาก้าวเข้ามา

1062
00:57:46,796 --> 00:57:49,340
‎และผมรู้จักสตีฟ เขาสงสัยในตัวผม

1063
00:57:49,424 --> 00:57:51,176
‎ผมเห็นเขาจากหางตา

1064
00:57:52,177 --> 00:57:53,678
‎และนั่นคือตอนที่ผมพลาดเหมือนทรูโด

1065
00:57:55,930 --> 00:57:57,432
‎ผมตื่นเต้นเกินไปหน่อย

1066
00:57:59,309 --> 00:58:01,102
‎ผมอยากให้เขาเห็นว่าพวกนี้เป็นคนของผม

1067
00:58:01,186 --> 00:58:02,854
‎พนักงานเข้ามา ผมไม่ปล่อยให้พูดด้วยซ้ำ

1068
00:58:02,937 --> 00:58:05,523
‎ผมโชว์เต็มที่เลย "สวัสดีตอนเย็น

1069
00:58:06,691 --> 00:58:09,486
‎ผมจะสั่งให้ทั้งโต๊ะนะครับ

1070
00:58:13,656 --> 00:58:16,784
‎ขอนานกระเทียมโรลสามชิ้น

1071
00:58:16,868 --> 00:58:20,413
‎โรตีรูมาลิสามชิ้น

1072
00:58:20,497 --> 00:58:23,583
‎แกงชีสเม็ดมะม่วงที่นึง แกงชีสถั่วลันเตาที่นึง

1073
00:58:25,084 --> 00:58:28,838
‎เอาแกงแกะตุ๋นมาด้วย อันนี้ขาดไม่ได้เลย

1074
00:58:30,673 --> 00:58:34,594
‎แล้วก็ขอแกงไก่เนยที่นึง
‎ให้เพื่อนคอเคเซียนของผม

1075
00:58:40,642 --> 00:58:42,519
‎ขอซาโมซ่าสามชิ้น

1076
00:58:42,602 --> 00:58:44,896
‎แล้วก็เอาลาสซี่มะม่วงมาล้างคอด้วยสามแก้ว

1077
00:58:45,647 --> 00:58:47,148
‎ขอบคุณมากๆ"

1078
00:58:48,358 --> 00:58:49,484
‎ผมจัดหนักครับ

1079
00:58:53,655 --> 00:58:54,697
‎รู้สึกได้เลย

1080
00:58:55,823 --> 00:58:57,200
‎ทุกคนรู้สึกได้

1081
00:58:59,452 --> 00:59:00,870
‎รู้สึกอะไรบางอย่าง

1082
00:59:03,665 --> 00:59:05,208
‎เพราะทั้งโต๊ะเงียบกริบ

1083
00:59:07,544 --> 00:59:09,003
‎พนักงานจ้องผมเขม็ง

1084
00:59:10,213 --> 00:59:14,092
‎ทีแรกผมคิดว่าเขาปลื้ม แต่จริงๆ คือเขางง

1085
00:59:16,844 --> 00:59:19,264
‎แล้วชายอินเดียคนนั้นก็โน้มตัวเข้ามา

1086
00:59:20,515 --> 00:59:22,392
‎จ้องผมแบบตาไม่กะพริบ แล้วพูดขึ้นว่า

1087
00:59:24,811 --> 00:59:27,272
‎"ขอโทษนะ
‎ช่วยทวนทั้งหมดอีกรอบได้มั้ยครับ

1088
00:59:37,073 --> 00:59:40,326
‎ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด สําเนียงมันแปร่งๆ ไป"

1089
00:59:42,704 --> 00:59:44,914
‎แล้วผมก็แบบ "เวรแล้ว

1090
00:59:45,790 --> 00:59:47,625
‎เขาเป็นคนสกอต"

1091
00:59:48,543 --> 00:59:51,087
‎ผมนึกขึ้นได้เขาเป็นสกอต เราอยู่ในสกอตแลนด์

1092
00:59:51,170 --> 00:59:53,756
‎เขาเป็นสกอตแต่เป็นอินเดียด้วย ผมไม่ทันคิด

1093
00:59:53,840 --> 00:59:56,509
‎เพราะทั้งร้านคืออินเดียเต็มๆ
‎ร้านอินเดีย ลูกค้าอินเดีย

1094
00:59:56,593 --> 00:59:58,803
‎ชุดอินเดียบนผนัง ผู้ชายคนนั้นเป็นอินเดีย

1095
00:59:58,886 --> 01:00:01,139
‎เคราเขาเป็นอินเดีย แต่ปากเหมือนเชร็ค

1096
01:00:01,222 --> 01:00:02,974
‎ผมไม่ทันคิด

1097
01:00:04,892 --> 01:00:06,603
‎แล้วตอนนี้เขาไม่เข้าใจผม

1098
01:00:06,686 --> 01:00:08,605
‎เพราะผมเหมือนทรูโดมากไป

1099
01:00:11,149 --> 01:00:13,067
‎ผมไม่จําเป็นต้องพยายามก็ได้

1100
01:00:15,987 --> 01:00:17,238
‎แต่แล้วผมก็นึกขึ้นได้

1101
01:00:17,864 --> 01:00:19,115
‎"หยุดไม่ได้แล้วนี่หว่า"

1102
01:00:21,492 --> 01:00:23,119
‎นั่นถึงเหยียดผิวเลยนะ

1103
01:00:31,210 --> 01:00:32,337
‎เอาละ

1104
01:00:33,880 --> 01:00:36,424
‎มีชายชาวสกอตเชื้อสายอินเดียมองผมอยู่

1105
01:00:38,217 --> 01:00:40,136
‎ทุกคนเงียบกริบ แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า

1106
01:00:40,219 --> 01:00:44,140
‎"ถ้าคุณไม่รังเกียจนะหนุ่ม
‎ช่วยสั่งอีกรอบ คราวนี้เอาช้าๆ

1107
01:00:45,141 --> 01:00:47,018
‎ผมฟังคุณพูดไม่ทัน"

1108
01:00:49,646 --> 01:00:52,231
‎"จะให้ผมสั่งใหม่ทั้งหมดเลยเหรอครับ"

1109
01:00:54,567 --> 01:00:57,862
‎"ใช่ ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมพร้อมเสมอ"

1110
01:01:02,116 --> 01:01:05,995
‎"รู้มั้ย ผมว่าทุกคนที่โต๊ะสั่งกินเองได้นะ"

1111
01:01:06,871 --> 01:01:09,040
‎"ไม่ต้องให้ผมคอยบอกหรอก"

1112
01:01:09,123 --> 01:01:11,376
‎"ทุกคนแยกสั่งของตัวเองได้เลย

1113
01:01:11,459 --> 01:01:14,003
‎ทุกคนว่าต่อเองได้เลย โอเคนะ"

1114
01:01:14,087 --> 01:01:15,672
‎เจ้าสตีฟมาเลย "ผมก็อยากอยู่นะ

1115
01:01:15,755 --> 01:01:18,925
‎แต่ผมกลัวว่า
‎จะทําให้คนบางคนไม่พอใจน่ะสิ ผม…

1116
01:01:20,551 --> 01:01:24,430
‎ผมว่าเพื่อนผมตรงนี้ควรจะสั่งให้เรานะ
‎ขอร้องนะ เทรเวอร์ สั่งต่อเลย

1117
01:01:24,514 --> 01:01:26,724
‎เอาเลย นายมีวัฒนธรรมมากกว่าฉัน"

1118
01:01:26,808 --> 01:01:29,560
‎ผมตอบ "ไม่ล่ะ สตีฟ ได้โปรด เอาที่ชอบเลย

1119
01:01:29,644 --> 01:01:30,895
‎อยากได้อะไรนายรู้ดีอยู่"

1120
01:01:30,978 --> 01:01:33,481
‎เขาก็แบบ "ไม่ แล้วถ้าฉันพูดอะไร
‎สะเหล่อๆ ออกไปล่ะ"

1121
01:01:34,315 --> 01:01:37,568
‎สิ่งที่ฉันไม่คิดอยากจะทําเลย
‎ก็คือการละเมิดวัฒนธรรมของคนอื่น เทรเวอร์"

1122
01:01:37,652 --> 01:01:41,406
‎"นายไม่ละเมิดใครหรอก ที่นี่ใครทำอะไรก็ได้

1123
01:01:41,489 --> 01:01:42,699
‎เพื่อนกันทั้งนั้น โอเคมั้ย

1124
01:01:42,782 --> 01:01:44,617
‎ผิดบ้างอะไรบ้าง ไม่มีใครติดใจหรอก

1125
01:01:44,701 --> 01:01:48,371
‎ที่จริง ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้
‎ก็ไม่มีใครติดใจอยู่แล้ว โอเคมั้ย

1126
01:01:48,454 --> 01:01:49,664
‎สั่งเถอะ"

1127
01:01:49,747 --> 01:01:53,543
‎เขาว่า "ไม่ ฉันก็อยากอยู่นะ
‎แต่ เทรเวอร์ โปรดไปต่อ"

1128
01:01:53,626 --> 01:01:56,003
‎ผมบอก "ไม่ สั่งเลย สตีฟ"
‎"ไม่ ได้โปรด เทรเวอร์"

1129
01:01:56,087 --> 01:01:57,630
‎"นายสั่งๆ ไปเถอะ

1130
01:02:02,051 --> 01:02:03,094
‎สั่งไปเลย"

1131
01:02:04,429 --> 01:02:08,099
‎พนักงานรีบห้าม
‎"นี่ ไม่เห็นต้องทะเลาะกันเองเลย

1132
01:02:08,808 --> 01:02:11,352
‎ดูสิ ก็เห็นๆ อยู่ว่าเพื่อนคุณอึดอัด

1133
01:02:11,436 --> 01:02:13,896
‎คุณก็สั่งให้เขาไปเถอะ"

1134
01:02:14,939 --> 01:02:17,275
‎"ใช่ มันอึดอัดเต็มๆ"

1135
01:02:21,529 --> 01:02:23,322
‎"เอาละ งั้นเราขอ…

1136
01:02:24,490 --> 01:02:26,534
‎โรตีรูมาลิสามชิ้น…

1137
01:02:27,452 --> 01:02:29,203
‎นานกระเทียมสาม

1138
01:02:29,287 --> 01:02:31,164
‎แกงชีสเม็ดมะม่วงหนึ่ง แกงชีสถั่วลันเตาหนึ่ง

1139
01:02:31,247 --> 01:02:33,708
‎แล้วก็ขอแกงแกะตุ๋น

1140
01:02:33,791 --> 01:02:38,004
‎แล้วก็แกงไก่เนยที่นึง…"

1141
01:02:38,087 --> 01:02:39,922
‎"ให้เพื่อนคอเคเชี่ยนของคุณเหรอ"

1142
01:02:40,006 --> 01:02:42,717
‎"ให้ทุกคน

1143
01:02:42,800 --> 01:02:45,595
‎ทุกคนเลือกแกงได้หลายอย่าง
‎บางอย่างก็ไม่เผ็ด

1144
01:02:45,678 --> 01:02:48,347
‎ไม่จำเป็นต้องเผ็ด นายจะได้กินด้วย

1145
01:02:48,431 --> 01:02:49,599
‎ไม่มีคำว่าผิด"

1146
01:02:49,682 --> 01:02:52,268
‎"รู้จักเห็นใจคนอื่นจังเลย เทรเวอร์"

1147
01:02:52,351 --> 01:02:54,187
‎"ใช่ นั่นแหละฉัน"

1148
01:02:55,605 --> 01:02:58,107
‎"แล้วเรารบกวนขอ…"

1149
01:03:15,833 --> 01:03:17,126
‎"นั่นคุณจะไม่รับเหรอ"

1150
01:03:20,463 --> 01:03:22,048
‎"ไม่ เดี๋ยวเค้าโทรมาใหม่ได้"

1151
01:03:27,553 --> 01:03:30,765
‎เขาก็แบบ "มันจะเก้ๆ กังๆ น่ะสิ
‎คุณรับๆ ไปเหอะ เดี๋ยวผมรอ"

1152
01:03:32,683 --> 01:03:33,601
‎"ก็ได้"

1153
01:03:41,984 --> 01:03:43,152
‎"ฮัลโหล

1154
01:03:49,283 --> 01:03:51,869
‎ครับ นี่เทรเวอร์พูด ให้ช่วยอะไรครับ

1155
01:03:53,287 --> 01:03:55,915
‎ใช่ ไม่ ก็เหมือนๆ เดิม มีอะไรมั้ย

1156
01:03:55,998 --> 01:03:57,708
‎ตอนนี้ผมยังคุยไม่ได้ ถ้าช่วย…

1157
01:03:57,792 --> 01:04:00,878
‎ช่วยบอกเลยได้มั้ยว่ามีอะไร
‎ผมคุยนานไม่ได้ คุณช่วย…

1158
01:04:01,712 --> 01:04:04,632
‎ไม่ เสียงผมไม่ได้เป็นอะไร บอกมาเลย…

1159
01:04:05,842 --> 01:04:08,719
‎ไม่ๆ ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีใครฉุดผม ไม่

1160
01:04:09,428 --> 01:04:11,430
‎ไม่ได้โดนฉุด ทุกอย่างเรียบร้อยดี

1161
01:04:11,514 --> 01:04:14,183
‎ไม่ได้จะส่งซิกครับ บอกมาเถอะครับมีอะไร

1162
01:04:14,267 --> 01:04:15,977
‎ไม่ งั้นค่อยคุยกัน

1163
01:04:16,060 --> 01:04:19,397
‎ไม่ ครับ บางทีเสียงผม
‎ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ต้องห่วง

1164
01:04:19,480 --> 01:04:21,983
‎แค่… ไม่ ผมรู้ตัวอยู่ครับ

1165
01:04:22,066 --> 01:04:23,192
‎ผมรู้จักเสียงผมดี

1166
01:04:23,276 --> 01:04:25,319
‎มันก็แบบนี้มาตลอด โอเคนะครับ

1167
01:04:25,403 --> 01:04:27,238
‎โอเคนะ ไว้ค่อยคุยกันนะครับ

1168
01:04:27,321 --> 01:04:30,116
‎โอเค รักแม่เหมือนกันครับ บ๊ายบาย"

1169
01:04:35,830 --> 01:04:38,499
‎เป็นมื้อที่พะอืดพะอมที่สุดในชีวิตผม

1170
01:04:41,919 --> 01:04:43,880
‎ผมแทบไม่แตะอะไรเลย

1171
01:04:45,715 --> 01:04:48,259
‎แค่นั่งคิดถึงชีวิตของตัวเองไป

1172
01:04:50,803 --> 01:04:52,513
‎ในที่สุดเราก็ลุกกลับ

1173
01:04:53,848 --> 01:04:56,017
‎สตีฟยิ้มแฉ่งปากถึงหู

1174
01:04:58,853 --> 01:05:00,229
‎ทุกคนเดินนำหน้าผมไป

1175
01:05:00,313 --> 01:05:03,941
‎ตอนกำลังจะพ้นจากประตูร้าน
‎พนักงานโบกมือให้เรา

1176
01:05:04,025 --> 01:05:06,694
‎"ราตรีสวัสดิ์ครับทุกคน
‎เที่ยวให้สนุกนะครับ"

1177
01:05:06,777 --> 01:05:10,114
‎พวกเราก็โบกมือตอบ เขาก็แบบ
‎"โทษนะ ไหนๆ ก็จะไปแล้ว เฮ้"

1178
01:05:10,197 --> 01:05:12,283
‎"คุณใช่เทรเวอร์ โนอาห์รึเปล่า"

1179
01:05:15,161 --> 01:05:16,412
‎"คอมเมเดียนใช่มั้ย"

1180
01:05:18,205 --> 01:05:19,999
‎ผมก็แบบ "ครับ ทําไมเหรอ"

1181
01:05:20,082 --> 01:05:22,043
‎เขาแบบ "ไม่หรอก เพราะ…

1182
01:05:22,126 --> 01:05:23,794
‎ผมหลอกคุณได้ เทรเวอร์"

1183
01:05:25,671 --> 01:05:27,590
‎ผมหลอกคุณได้ เทรเวอร์"

1184
01:05:29,634 --> 01:05:31,469
‎ผมแบบ "เดี๋ยว ไงนะ…"

1185
01:05:31,552 --> 01:05:34,472
‎"เดี๋ยว คุณเป็นอินเดียเหรอ"
‎เขาแบบ "ก็แหงสิ ผมอินเดีย"

1186
01:05:34,555 --> 01:05:36,724
‎ผมก็ต้องอินเดียสิ อินเดียกันทั้งร้านนี่แหละ

1187
01:05:36,807 --> 01:05:38,059
‎ผมหลอกคุณได้ใช่มั้ย"

1188
01:05:38,142 --> 01:05:40,394
‎ผมตอบ "ผมไม่เข้าใจ"
‎เขาว่า "คุณไม่เข้าใจเหรอ

1189
01:05:40,478 --> 01:05:42,980
‎ตอนคุณเข้ามา ผมพูดเลย
‎'ดู เทรเวอร์ โนอาห์มาร้านเรา'

1190
01:05:43,064 --> 01:05:45,942
‎แล้วพอคุณเริ่มพูดติดสําเนียง
‎ผมก็เลยพูดติดสําเนียงบ้าง

1191
01:05:46,025 --> 01:05:48,569
‎คุณดัดสำเนียงมา ผมก็ดัดสำเนียงไป

1192
01:05:48,653 --> 01:05:51,447
‎คุณดัดสําเนียง
‎คุณเล่นมุกมา ผมก็ตามมุกคุณ

1193
01:05:51,530 --> 01:05:54,116
‎ชอบมุกผมมั้ยล่ะ"
‎ผมตอบ "ไม่ ผมไม่ชอบมุกคุณ

1194
01:05:54,742 --> 01:05:57,995
‎ผมคิดว่าโดนเกลียดแล้ว เข้าใจปะ"

1195
01:05:58,079 --> 01:06:02,249
‎เขาก็แบบ "น่าทึ่งมาก คุณเหงื่อแตกพลั่กเลย
‎ไม่ใช่เพราะแกงกะหรี่ใช่มั้ย

1196
01:06:02,333 --> 01:06:04,126
‎คุณนี่อย่างฮาเลย เทรเวอร์"

1197
01:06:04,210 --> 01:06:06,295
‎"ฮาแป๊ะคุณสิ เพื่อนๆ หัวเราะเยาะผม"

1198
01:06:06,379 --> 01:06:09,131
‎"ผมรู้"
‎"ผมสั่นไปหมด คุณเล่นอะไรของคุณ"

1199
01:06:09,215 --> 01:06:13,094
‎เขาตอบ "เพราะผมมีปีติ
‎บนความระกำจิตของคนอื่น เทรเวอร์

1200
01:06:13,886 --> 01:06:15,262
‎เค้าเรียกว่า ชาเดนฟรอยด์"

1201
01:06:16,430 --> 01:06:17,807
‎โย่ โทรอนโต

1202
01:06:17,890 --> 01:06:20,726
‎พวกคุณน่าทึ่งมาก ขอบคุณมากครับที่มา

1203
01:06:22,019 --> 01:06:23,604
‎รักทุกคนครับ ราตรีสวัสดิ์

1204
01:06:47,044 --> 01:06:49,338
‎รักทุกคนมากๆ ราตรีสวัสดิ์ทุกคนครับ

1205
01:07:55,738 --> 01:07:57,740
‎คำบรรยายโดย ปาริชาติ



