1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:12,240 --> 00:00:19,160
(ริคกี้ เจอร์เวส: วันโลกาวินาศ)

4
00:00:29,080 --> 00:00:30,200
สวัสดีครับ

5
00:00:31,120 --> 00:00:32,040
ขอบคุณ

6
00:00:33,480 --> 00:00:35,120
ขอบคุณมาก

7
00:00:35,120 --> 00:00:38,080
สุดยอด ขอบคุณ ไม่สิ ชู่ว... นั่นมันก็... พวกคุณ...

8
00:00:38,560 --> 00:00:39,520
ขอบคุณ

9
00:00:39,520 --> 00:00:41,400
ไม่เอา รู้กาลเทศะหน่อย

10
00:00:42,160 --> 00:00:43,360
หุบปากได้แล้ว

11
00:00:44,720 --> 00:00:45,760
ขอบคุณ

12
00:00:45,760 --> 00:00:47,240
ขอต้อนรับสู่โชว์ใหม่ของผมครับ

13
00:00:47,240 --> 00:00:49,800
ใหม่ขนาดที่ว่ายังพัฒนาอยู่เลย

14
00:00:49,800 --> 00:00:52,920
คืนนี้มีหลายมุกที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อน

15
00:00:53,520 --> 00:00:56,440
ถ้าผมด้นสด แปลว่าไม่ได้คิดมาก่อนด้วยซ้ํา

16
00:00:57,080 --> 00:00:59,240
แถมผมคิดมีความคิดแย่ๆ เยอะเลย

17
00:01:00,600 --> 00:01:03,120
แต่ช่วยไม่ได้นะ
คนเราเลือกความคิดตัวเองไม่ได้

18
00:01:03,120 --> 00:01:04,880
มันผุดขึ้นมาของมันเอง ยั้งไว้ไม่ทัน

19
00:01:04,880 --> 00:01:07,680
เราเกิดความคิด แล้วมันก็ "ฉันคือความคิด"

20
00:01:07,680 --> 00:01:10,080
แล้วเราก็ "ฉิบหาย ฉันคิดแบบนั้น"

21
00:01:11,840 --> 00:01:15,040
แล้วบางครั้งความคิดมันก็ "พูดเลย"

22
00:01:17,000 --> 00:01:18,760
แล้วผมก็พูด และ...

23
00:01:18,760 --> 00:01:19,920
Netflix

24
00:01:22,680 --> 00:01:26,200
โชว์ก่อนของผม "ซูเปอร์เนเจอร์"
ฉายใน Netflix เมื่อปีที่แล้ว

25
00:01:26,200 --> 00:01:27,880
กระแสตีกลับแรงมากเลยเนอะ

26
00:01:27,880 --> 00:01:31,880
แรง... กระแสตีกลับแรงมาก
ผู้คนพากัน "พูดแบบนั้นไม่ได้นะ"

27
00:01:31,880 --> 00:01:33,880
ได้สิ พูดได้

28
00:01:35,240 --> 00:01:36,080
ผมพูดไปแล้ว

29
00:01:40,840 --> 00:01:43,480
ครับ กระแสตีกลับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

30
00:01:43,480 --> 00:01:46,800
ทําให้โชว์นั้นเป็นโชว์พิเศษ
ที่คนดูเยอะที่สุดแห่งปี ก็...

31
00:01:47,320 --> 00:01:48,680
ผมได้บทเรียนแล้วล่ะ

32
00:01:49,640 --> 00:01:51,000
ไม่ใช่ ผมได้บทเรียนจริงๆ

33
00:01:51,000 --> 00:01:54,480
เพราะงั้น ตั้งแต่นี้ไป ผมจะตื่นรู้

34
00:01:55,080 --> 00:01:57,200
ได้เวลาสักที ต้องขอโทษด้วย

35
00:01:57,200 --> 00:01:58,120
ผมตื่นแล้ว

36
00:01:58,120 --> 00:02:01,920
แล้วพอตื่นแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทํา
คือเปลี่ยนไบโอในทวิตเตอร์

37
00:02:01,920 --> 00:02:04,880
เพราะตอนนี้ไบโอผมคือ
ชื่อโชว์ต่างๆ ที่ผมเคยทํามา

38
00:02:04,880 --> 00:02:08,640
แต่ตอนนี้ผมตื่นแล้ว
ผมต้องเติมคําว่า "ต่อต้านฟาสซิสต์" เข้าไป

39
00:02:09,920 --> 00:02:11,920
คนจะได้รู้ว่าผมไม่ใช่ฟาสซิสต์

40
00:02:11,920 --> 00:02:14,840
เพราะนั่นคือปัญหาใหญ่ของตอนนี้

41
00:02:15,640 --> 00:02:19,440
คนเดินมาถามว่า
"ริค เคยจับนักข่าวไปขังคุกรึเปล่า"

42
00:02:19,440 --> 00:02:21,720
ผมตอบ "ไม่เคย" คนก็ "น่าสนใจแฮะ"

43
00:02:23,440 --> 00:02:26,360
คนถาม "เคยรมแก๊สคนยิวรึเปล่า"
ผมตอบ "ไม่เคย"

44
00:02:26,360 --> 00:02:28,840
แล้วคนก็ "งั้นก็เขียนไว้ในไบโอสิ ไอ้โง่เอ๊ย"

45
00:02:37,000 --> 00:02:38,680
ครับ ผมไม่ใช่ฟาสซิสต์

46
00:02:38,680 --> 00:02:42,600
แปลกนะที่จะมาประกาศ ว่าคุณไม่ใช่ฟาสซิสต์
เราสันนิษฐาน

47
00:02:42,600 --> 00:02:45,240
คุณคงไม่เดินดุ่ย
ไปหาใครสักคนตามท้องถนนแล้วประกาศ

48
00:02:45,240 --> 00:02:49,480
"ขอบอกหน่อย ผมไม่ใช่ฟาสซิสต์นะ"
เหมือนเขาประท้วงกันมากไปหน่อย

49
00:02:49,480 --> 00:02:52,560
เหมือนคุณเดินเข้าไปในโรงเรียนงี้
แล้วพูดว่า "ผมไม่ใช่พวกใคร่เด็ก"

50
00:02:52,560 --> 00:02:58,880
"ลืมไปเลยก็ได้ว่าผมพูดคํานั้น
เด็กๆ วิ่งเล่นใกล้ผมแล้วปลอดภัย"

51
00:02:59,760 --> 00:03:04,280
"วิ่งแก้ผ้าเลยก็ได้ ผมไม่สน
ผมไม่ใคร่เด็ก ดังนั้น..."

52
00:03:08,560 --> 00:03:12,920
คําว่า "ฟาสซิสต์" มันเปลี่ยนไป
ตามเดิมแล้ว คําว่าฟาสซิสต์หมายถึง

53
00:03:12,920 --> 00:03:16,080
สมาชิกระบอบอํานาจนิยมที่ขวาจัดๆ

54
00:03:16,080 --> 00:03:20,600
ที่ใช้กําลังทหารและความรุนแรง
กดสิทธิส่วนบุคคลเอาไว้

55
00:03:20,600 --> 00:03:24,800
ทุกวันนี้ คําว่า "ฟาสซิสต์" อาจหมายถึง
"กดไลก์ทวีตของโจ โรแกน"

56
00:03:24,800 --> 00:03:28,880
ก็คือ... คําพูดมีการเปลี่ยนแปลง

57
00:03:28,880 --> 00:03:32,160
และนั่นคือเหตุผลส่วนหนึ่ง ที่ผมจะตื่นรู้

58
00:03:32,160 --> 00:03:35,320
คําพูดมีการเปลี่ยนแปลง
และผมไม่อยากถูกทิ้งให้ตามคนอื่นไม่ทัน

59
00:03:35,320 --> 00:03:38,760
ไม่อยากลงเอยแบบปู่ผมในยุค 70

60
00:03:38,760 --> 00:03:41,840
ปู่ผมเคยใช้คําว่า
"ชาวสีม่วง" เอย "แต๋ว" เอย

61
00:03:42,400 --> 00:03:46,280
ถึงแม้ทุกวันนี้คําว่า "แต๋ว"
จะกลับมาพูดได้แล้วก็เถอะ

62
00:03:46,800 --> 00:03:49,760
ถ้ารอนานพอ เดี๋ยวมันก็วนลูปของมันเอง

63
00:03:50,960 --> 00:03:53,360
อดทนรอครับ ผม...

64
00:03:55,000 --> 00:03:56,960
เราใช้คําว่า "แต๋ว" ได้

65
00:03:56,960 --> 00:04:00,120
ยังใช้เป็นคํานามไม่ได้ ได้แค่เป็นคําวิเศษณ์

66
00:04:00,120 --> 00:04:02,440
ไม่สามารถพูดกับคนอื่นว่า "คุณคือแต๋ว" ได้

67
00:04:02,440 --> 00:04:05,640
แต่ถ้าแบบนี้ได้ "ได้ข่าวเรื่องดาร์เรนไหม
ตอนนี้เขาออกแต๋วแล้วนะ"

68
00:04:08,880 --> 00:04:10,960
ถ้าดาร์เรนมันผิดเพศจริงๆ น่ะนะ

69
00:04:12,760 --> 00:04:15,440
จู่ๆ จะไปวิจารณ์ดาร์เรนส่งเดชไม่ได้

70
00:04:15,440 --> 00:04:16,800
คุณเข้าใจผมไหม

71
00:04:16,800 --> 00:04:21,120
ในประเทศนี้ ถ้าใครไม่ได้เป็นเกย์
แล้วคุณไปบอกว่าเขาเป็น อาจโดนฟ้องได้นะ

72
00:04:21,120 --> 00:04:22,440
กฎหมายเหยียดเพศที่สาม

73
00:04:22,440 --> 00:04:24,880
แต่ถ้าสถานการณ์กลับกัน คุณจะไม่ถูกฟ้อง

74
00:04:24,880 --> 00:04:28,640
ถ้าใครเป็นเกย์ แล้วคุณไปบอกว่าเขาไม่เป็น
เขาฟ้องคุณไม่ได้นะ

75
00:04:28,640 --> 00:04:31,600
ฟังดูไม่แฟร์เนอะว่าไหม

76
00:04:31,600 --> 00:04:34,440
ผมสามารถไปพูดกับเกย์ตัวพ่อของอังกฤษได้ว่า

77
00:04:34,440 --> 00:04:36,720
"เฮ้ยนี่ เอลตัน" ว่างี้

78
00:04:38,480 --> 00:04:41,160
เจ้าตัวน่าจะชอบ โคตรจะชอบเลยแหละ

79
00:04:41,840 --> 00:04:45,520
ถ้าจะมาทางนี้แล้วก็ต้องเอาให้ถึงระดับตัวพ่อ

80
00:04:45,520 --> 00:04:46,440
เนอะ

81
00:04:50,680 --> 00:04:53,160
ผม "เฮ้ยนี่ เอลตัน" เขา "ว่าไง" แล้วผมก็

82
00:04:53,160 --> 00:04:55,200
"ฮ่า ฮา ฮ๊า ฮา ฮ่า"

83
00:04:55,720 --> 00:04:58,080
"ฮา ฮ่า นายไม่ใช่เกย์"

84
00:04:58,760 --> 00:05:02,160
เขา "ใช่สิวะ" แล้วเขาจะ "ฉันฟ้องนายแน่"

85
00:05:02,160 --> 00:05:04,120
ผมก็จะ "ไม่ได้ ฟ้องไม่ได้"

86
00:05:04,640 --> 00:05:07,560
แล้วเขาก็จะ "แต่รู้ไว้ด้วยว่าฉันเป็นเกย์"
ผมก็ "ฉันไม่เชื่อซะอย่าง"

87
00:05:07,560 --> 00:05:10,960
เดี๋ยวเขาก็ "ไปที่บ้านสิ
เดี๋ยวจัดให้ดู ถ้าไม่เชื่อน่ะ"

88
00:05:15,400 --> 00:05:17,960
แน่นอนครับ คําว่า "แต๋ว" เปลี่ยนไปแล้ว

89
00:05:17,960 --> 00:05:21,560
แต่เดิมคําว่า "แต๋ว" หมายถึง

90
00:05:21,560 --> 00:05:25,600
คนที่รู้สึกชอบพอคนเพศเดียวกัน

91
00:05:25,600 --> 00:05:26,680
ชายที่เป็นเกย์

92
00:05:26,680 --> 00:05:31,440
ทุกวันนี้ คําว่า "แต๋ว" อาจหมายถึง
ชายแท้ที่อยากให้คนสนใจบ้าง

93
00:05:35,280 --> 00:05:37,920
"ตอนนี้เค้าแต๋วแล้วนะ" "จริงเหรอ"

94
00:05:37,920 --> 00:05:42,760
"ใช่ ตอนนี้เค้าแต๋วนะ จริงๆ"

95
00:05:42,760 --> 00:05:45,920
"จริงเหรอ" "จริง" "แล้วแฟนสาวนั่นล่ะ"

96
00:05:45,920 --> 00:05:48,400
"แฟนก็แต๋วเหมือนกัน พวกเราแบบ..."

97
00:05:48,880 --> 00:05:51,160
"แต๋วกับแต๋ว แต๋วกันไปกันมา"

98
00:05:53,320 --> 00:05:55,360
"งั้นอมกระปู๋สิ" "ไม่เอาอะ"

99
00:05:56,840 --> 00:05:58,400
"ก็ว่าแล้ว"

100
00:05:59,280 --> 00:06:03,160
"เค้าไม่ได้แต๋วแบบนั้น" "แล้วแต๋วแบบไหน"

101
00:06:03,160 --> 00:06:04,560
"แบบที่ย้อมผมสีฟ้า"

102
00:06:05,920 --> 00:06:08,880
"ยายฉันก็ย้อมผมฟ้า แต่ยายชอบกระปู๋"

103
00:06:09,880 --> 00:06:11,200
"ไหนว่าไงต่อ"

104
00:06:14,720 --> 00:06:16,440
ผมไม่มีหลักฐานในเรื่องนั้นหรอก

105
00:06:17,720 --> 00:06:19,880
เราไม่เคยคุยเรื่องนั้นกัน

106
00:06:22,920 --> 00:06:25,440
ประเด็นของผมคือ คําต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลง

107
00:06:25,440 --> 00:06:27,360
เหมือนคําว่า "พิการ"

108
00:06:27,360 --> 00:06:30,400
แต่เดิมแล้ว นั่นเป็นคําที่ถือว่าถูกต้อง
ในทางการเมือง

109
00:06:30,400 --> 00:06:33,720
เป็นคํารวมๆ ที่หมายความถึงคนแขนด้วนขาเป๋

110
00:06:35,320 --> 00:06:38,040
แต่ทีนี้คนพวกนั้นเขาก็ "เราไม่อยากพิการ"

111
00:06:38,040 --> 00:06:41,840
พวกนั้นเขาไม่อยากพิการ เขาว่า...

112
00:06:43,480 --> 00:06:46,200
เขาว่า "เราอยากให้ใช้คําว่าทุพพลภาพ"

113
00:06:46,200 --> 00:06:48,400
"เราไม่ชอบคําว่า 'พิการ' แล้ว"

114
00:06:48,400 --> 00:06:51,480
"เลิกใช้คํานั้นเลยนะ ใช้คําว่า 'ทุพพลภาพ'"
พวกเราก็ "ได้สิ" ซึ่งก็ดี

115
00:06:51,480 --> 00:06:54,360
บอกกฎมาเลย ผมเป็นพวกทําตามกฎอยู่แล้ว

116
00:06:54,360 --> 00:06:57,480
ถ้าผมอยู่ที่ชายหาด
แล้วมีผู้หญิงคนนึงวิ่งมาหา บอกว่า

117
00:06:57,480 --> 00:07:02,480
"ช่วยด้วย ลูกเล็กของฉันที่เป็นพิการ เขาจมน้ํา"
ผมก็จะ "โทษที ลูกของคุณทําไมนะ"

118
00:07:03,400 --> 00:07:05,920
"ลูกเล็กของฉัน ที่เป็นพิการ
เขาจมน้ํา เขาว่ายน้ําไม่เป็น"

119
00:07:05,920 --> 00:07:09,560
"เดี๋ยว คุณจะบอกว่าลูกเล็กของคุณ
ที่ทุพพลภาพ เขาจมน้ํา ใช่ไหม"

120
00:07:09,560 --> 00:07:12,400
"ใช่" แล้วผมก็จะ
"ได้สิ งั้นเราไป..." ตายซะแล้ว

121
00:07:12,920 --> 00:07:13,800
ตายซะแล้ว

122
00:07:14,320 --> 00:07:17,200
มัวแต่ตื่นรู้จนเสียเวลาไปหน่อย

123
00:07:20,440 --> 00:07:22,640
ตอนนี้ผมตื่นแล้ว และผมพิสูจน์ได้ด้วย

124
00:07:22,640 --> 00:07:25,480
ฟังให้ดี ผมรักผู้ที่อพยพผิดกฎหมาย

125
00:07:25,480 --> 00:07:30,440
เชิญฟ้องผมเลย
บางครั้งผมก็หาวันไปที่โดเวอร์

126
00:07:30,440 --> 00:07:33,200
แล้วก็มองไป มองไป

127
00:07:33,200 --> 00:07:36,080
มองหาเรือ แล้วก็เห็นเรือบดเล็ก
บนนั้นมีสักหกสิบคนได้

128
00:07:36,080 --> 00:07:38,120
ผมก็ "ทางนี้" แบบนี้เลย

129
00:07:38,640 --> 00:07:42,160
ผมลากพวกเขาขึ้นฝั่ง
แล้วพูดว่า "เชิญผู้หญิงกับเด็กก่อน"

130
00:07:42,160 --> 00:07:46,640
"ไม่มีผู้หญิงกับเด็ก"
"มีแต่พวกเอ็งเรอะ มาเลยไอ้หนุ่ม"

131
00:07:50,320 --> 00:07:54,440
ถ้าผมไปที่นั่นแล้วไม่มีเรือ
ผมจะผิดหวังมาก ผมจะไม่...

132
00:07:55,040 --> 00:07:58,560
ผมจะเดินเตร่เข้าไปในเมือง
หยุดยืนตรงสัญญาณไฟจราจร

133
00:07:58,560 --> 00:08:01,040
แล้วรอให้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่มาจอด

134
00:08:01,040 --> 00:08:05,080
ผมก้มดูใต้ท้องรถ มีไอ้หนุ่มคนนึงห้อยอยู่แบบนี้

135
00:08:05,080 --> 00:08:08,080
ผมถาม "จะไปไหนน่ะ"
เขาตอบ "ไปบ้านแกรี่ ลินิเกอร์"

136
00:08:08,080 --> 00:08:09,600
ผมบอก "อยู่ถัดไปนี่แหละ"

137
00:08:15,600 --> 00:08:16,440
ครับ

138
00:08:17,200 --> 00:08:20,400
พรมแดนบ้าบอ
เราไม่จําเป็นต้องมีพรมแดน ว่าไหม

139
00:08:20,400 --> 00:08:23,120
เอาอย่างพวกไวกิ้งสิ
พวกนั้นไม่สนใจเรื่องพรมแดนนะ

140
00:08:23,120 --> 00:08:25,240
ผมมีสายเลือดไวกิ้งอยู่ในตัว

141
00:08:25,240 --> 00:08:27,720
เราทุกคนมี ก็พี่แกเล่นข่มขืนไปทั่วขนาดนั้น

142
00:08:30,320 --> 00:08:34,240
ว่ากันว่ามีทั้งข่มขืนทั้งปล้นสะดม
แต่ผมว่าน่าจะข่มขืนเป็นงานหลัก

143
00:08:34,760 --> 00:08:38,120
ผมว่าพวกพี่แกเพิ่มการปล้นสะดมเข้าไป
จะได้เอาไว้บอกเมีย

144
00:08:38,120 --> 00:08:42,840
พวกนั้น "เราจะไปบริเตนใหญ่ล่ะนะ"
"ไปทําไมอะ" "ไปปล้นสะดมนิดหน่อย"

145
00:08:46,520 --> 00:08:49,560
"ปล้นอย่างเดียวเหรอ"
"ปล้นอย่างเดียวจ๊ะที่รัก"

146
00:08:52,280 --> 00:08:54,720
"ก็ได้ ทําไมใส่หมวกเหมือนไปข่มขืนล่ะ"

147
00:08:58,160 --> 00:08:59,920
โชว์ครั้งนี้มีชื่อว่า วันโลกาวินาศ

148
00:08:59,920 --> 00:09:02,400
และโชว์นี้เกี่ยวกับจุดจบของมนุษยชาติที่ผมคิดไว้

149
00:09:02,400 --> 00:09:04,600
เพราะความเป็นไปได้ยาวเป็นหางว่าวเลย

150
00:09:04,600 --> 00:09:06,800
นี่เรายืนอยู่บนปากเหวกันแล้วนะ

151
00:09:06,800 --> 00:09:13,360
อาจเป็นเพราะอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะภาวะโลกร้อน
การเพิ่มขึ้นของโรคระบาด

152
00:09:14,120 --> 00:09:17,120
สงครามนิวเคลียร์
หรือก็คือความโง่เขลาของเราเอง

153
00:09:17,120 --> 00:09:20,560
เพราะถ้าดูระดับสายพันธุ์
เรากําลังโง่ขึ้นนะ ไม่ต้องสืบ

154
00:09:20,560 --> 00:09:24,680
ทุกวันนี้มีหลักสูตรเทย์เลอร์ สวิฟต์
ให้เรียนในมหาลัยแล้วนะ

155
00:09:25,200 --> 00:09:28,760
เราจะตกต่ําไปได้อีกแค่ไหน ในแง่วิชาการ

156
00:09:28,760 --> 00:09:32,520
ที่ลอนดอน มีสถาบันชื่อ สถาบันสอนจัดดอกไม้

157
00:09:32,520 --> 00:09:35,440
ผมเดินผ่าน แทบไม่เชื่อสายตา
"สถาบันสอน..."

158
00:09:35,440 --> 00:09:37,920
ผมมองเข้าไป มีคนฟังบรรยายอยู่

159
00:09:37,920 --> 00:09:41,320
จัดดอกไม้ เมื่อก่อนแม่ผม
ไปเก็บดอกไม้ในสวนทุกวัน

160
00:09:41,320 --> 00:09:43,680
เอามาตัด เสียบลงแจกันตามมุมต่างๆ ในบ้าน

161
00:09:43,680 --> 00:09:48,440
ไม่เคยมีใครมาบอกว่า
"จัดดอกไม้แบบนี้ไม่มีวุฒิเลย"

162
00:09:53,880 --> 00:09:57,560
ครับ โลกตอนนี้เละเทะมาก
และเป็นความผิดของผมเอง ของคนรุ่นผม

163
00:09:57,560 --> 00:10:00,360
และคนรุ่นก่อนหน้า รุ่นบูมเมอร์

164
00:10:00,360 --> 00:10:02,920
ทั้งตัดไม้ทําลายป่า ทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิล

165
00:10:02,920 --> 00:10:06,680
ทําลายชั้นโอโซน
ทําให้อุณหภูมิสูงขึ้นสองสามองศา

166
00:10:06,680 --> 00:10:11,520
ปรสิต แบคทีเรีย กับโรคระบาดในสัตว์

167
00:10:11,520 --> 00:10:13,480
ก็เลยจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

168
00:10:13,480 --> 00:10:15,480
ถ้าตอนนี้คุณอายุ 20 ปี

169
00:10:15,480 --> 00:10:17,760
ชีวิตวัยกลางคนของคุณจะต่างกับของผมมาก

170
00:10:17,760 --> 00:10:20,120
ผมได้อยู่ในช่วง 60 ปีที่ดีที่สุดของอารยธรรม

171
00:10:20,120 --> 00:10:23,080
แต่ถ้าตอนนี้คุณอายุ 20 ในอีก 40 ข้างหน้า

172
00:10:23,080 --> 00:10:26,200
คุณจะอยู่ในบ้าน สวมหน้ากาก...

173
00:10:26,960 --> 00:10:27,840
ร้องไห้

174
00:10:30,760 --> 00:10:32,520
เหมือนทุกวันนี้เวลาฟังมุกตลก

175
00:10:41,040 --> 00:10:42,920
และผมคงไม่ได้อยู่จนเห็นวันนั้น

176
00:10:42,920 --> 00:10:46,160
แต่ผมจะใช้เงินทองทั้งหมดที่มี
ไปกับการนั่งเครื่องบินส่วนตัว

177
00:10:46,160 --> 00:10:48,720
ให้แน่ใจว่ายังไงวันนั้นก็มาถึงแน่ๆ

178
00:10:50,760 --> 00:10:51,840
เจ๋ง ริคกี้

179
00:10:51,840 --> 00:10:55,920
เราจะเป็นคนรุ่นแรก
ที่คนรุ่นหลังในอนาคตอิจฉา

180
00:10:55,920 --> 00:10:58,160
เพราะเรามีทุกอย่างเลย และก็ใช้จนหมดด้วย

181
00:10:58,160 --> 00:11:02,000
เราใช้น้ําจืดจนหมด
เราใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจนหมด

182
00:11:02,000 --> 00:11:05,240
ปกติแล้ว เวลามองดูประวัติศาสตร์
แล้วรู้สึกเศร้าใจ เราจะแบบ "โห"

183
00:11:05,240 --> 00:11:08,520
"ตอนนั้นเขาอยู่กันไปได้ยังไง
ตอนนั้นเขาเดินทางยังไง"

184
00:11:08,520 --> 00:11:10,520
"ในตัวบ้านไม่มีห้องน้ํา"

185
00:11:10,520 --> 00:11:13,160
บ้านผมมีห้องน้ําเก้าห้อง

186
00:11:14,960 --> 00:11:18,080
บางทีผมก็วนไปกดชักโครกเล่นเอาสนุก

187
00:11:19,240 --> 00:11:20,800
ในอีก 40 ปีข้างหน้า

188
00:11:20,800 --> 00:11:23,200
เกรตา ธันเบิร์กต้องขี้นอกหน้าต่างแล้วนะ

189
00:11:28,280 --> 00:11:31,640
ผมมีเครื่องทําความร้อน 28 ตัว
ผมเปิดอุณภูมิสูงสุดตลอด

190
00:11:32,160 --> 00:11:34,200
แล้วทีนี้ก็เร่งแอร์จนสุด

191
00:11:34,760 --> 00:11:37,920
แล้วอุณหภูมิที่ได้จะประมาณ 20 องศา

192
00:11:37,920 --> 00:11:40,160
เป็นอุณหภูมิที่... แมวผมกําลังชอบเลย

193
00:11:40,160 --> 00:11:43,560
มันชอบอุณหภูมิ 20 องศา
แล้วผมก็... ผมตามใจแมวมาก

194
00:11:44,160 --> 00:11:45,680
ผมรักแมว ผมชอบเลี้ยงแมว

195
00:11:45,680 --> 00:11:48,280
แมวเป็นสัตว์ที่ดีมาก แต่ถ้าปล่อยมันออกข้างนอก

196
00:11:48,280 --> 00:11:50,640
มันจะเอาของชวนแขยงที่สุดกลับมาด้วย

197
00:11:50,640 --> 00:11:53,960
อาทิตย์ก่อน แมวผมเอา
สเกาเซอร์ที่เป็นโรคเริมกลับมาด้วย

198
00:11:56,040 --> 00:11:59,120
แถมมันยังไม่ตายสนิท ผมเลยต้องจับขามัน

199
00:11:59,120 --> 00:12:01,520
ฟาดหัวมันเข้ากับโต๊ะ

200
00:12:06,720 --> 00:12:09,480
ใครสน ถ้ามนุษยชาติล่มสลายวันนี้

201
00:12:09,480 --> 00:12:12,360
อีกสองสามร้อยปี โลกจะกลับไปเป็นสรวงสวรรค์

202
00:12:12,360 --> 00:12:15,120
ถ้าไม่มีผึ้งสิ
โลกจะกลายเป็นทะเลทราย ตลอดกาล

203
00:12:15,120 --> 00:12:16,760
เราไม่ได้สําคัญขนาดนั้น

204
00:12:16,760 --> 00:12:19,760
เราก็แค่ลิงหลงตัวเองสายพันธุ์หนึ่ง

205
00:12:19,760 --> 00:12:23,440
บางคนในโซเชียลมีเดียจะรําคาญ
เวลาผมพูดว่าเราเป็นลิง

206
00:12:23,440 --> 00:12:25,800
คนพวกที่นับถือศาสนาน่ะ พวกอเมริกันน่ะ

207
00:12:27,880 --> 00:12:30,360
มีชายคนหนึ่งเคยบอกกับผมว่า
"พูดเองเออเองไปเถอะ"

208
00:12:30,360 --> 00:12:33,760
"ฉันไม่ใช่ลิง"
ผมตอบกลับไปว่า "ใช่สิ เราทุกคนเป็นลิง"

209
00:12:33,760 --> 00:12:35,840
เขาว่า "ไม่ได้เป็น กอริลลาเคยทําอะไรบ้าง"

210
00:12:35,840 --> 00:12:38,840
"เราไปเดินบนดวงจันทร์มาแล้ว"
ผมส่งกลับไป "ทําไมใช้คําว่าเรา"

211
00:12:38,840 --> 00:12:40,320
"นายยังไม่เคยทําห่าอะไรเลย"

212
00:12:41,680 --> 00:12:43,480
"สะกด 'ดวงจันทร์' ยังผิดเลย"

213
00:12:46,560 --> 00:12:50,400
การที่คนเราเอาหน้ากันทั้งสายพันธุ์
มันไม่แปลกเหรอ

214
00:12:50,400 --> 00:12:52,880
เพราะสิ่งที่ผลักดันอายธรรมไปข้างหน้า

215
00:12:52,880 --> 00:12:54,680
คืออัจฉริยะสองสามคน

216
00:12:54,680 --> 00:12:58,520
บนโลกนี้มีคนแปดพันล้านคน
พวกเราส่วนใหญ่ไม่ทําอะไรเลย

217
00:12:58,520 --> 00:13:00,320
เรากิน ขี้ แล้วก็ตาย ใช่ไหม

218
00:13:00,840 --> 00:13:03,000
ถ้ามีอุกกาบาตพุ่งมาทางโลก

219
00:13:03,000 --> 00:13:04,400
ที่สามารถทําลายโลกได้

220
00:13:04,400 --> 00:13:06,880
คนสี่พันล้านคนจะคุกเข่า

221
00:13:06,880 --> 00:13:10,720
แล้วสวดภาวนาต่อพระเจ้าที่ตัวเองนับถือ
และจะมีนักวิทย์สองสามคนหาวิธี

222
00:13:10,720 --> 00:13:13,040
ว่าจะส่งบรูซ วิลลิสขึ้นไปหยุดมันได้ยังไง

223
00:13:14,760 --> 00:13:17,480
เป็นแนวคิดที่แปลกดีนะ
การสวดภาวนาน่ะ สําหรับผม

224
00:13:17,480 --> 00:13:19,080
ไม่รู้ว่าพระเจ้าตัดสินใจยังไง

225
00:13:19,080 --> 00:13:22,320
คนตั้งกี่คนสวดภาวนา
ขออะไรตั้งกี่อย่างพร้อมๆ กัน

226
00:13:22,320 --> 00:13:26,520
ใครไอเดียดีสุดชนะไป งี้เหรอ
หรือใช้ระบบประชาธิปไตย

227
00:13:26,520 --> 00:13:30,800
ทรงวางแต่ละเรื่อง... แต่ละปัญหา
แล้ว "เอาล่ะ คะแนนเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย"

228
00:13:30,800 --> 00:13:33,720
ถ้าใช้ระบบประชาธิปไตย เราซวยแหง
เราเป็นประเทศเล็กๆ เอง

229
00:13:33,720 --> 00:13:36,520
ครั้งหน้าเวลามีคําเตือนน้ําท่วมในเขตเวสต์คันทรี่

230
00:13:36,520 --> 00:13:38,880
ถ้าเราทุกคนภาวนา "ขอให้ทุกคนปลอดภัย"

231
00:13:38,880 --> 00:13:42,040
แล้วคนทั้งประเทศจีนภาวนา
"ขอให้เมืองบริสตอลมันฉิบหาย"

232
00:13:45,200 --> 00:13:47,320
พวกนั้นมีกันเป็นพันล้านเลยนะ

233
00:13:47,960 --> 00:13:49,640
เรื่องจีนเดี๋ยวมีอีกตามมา

234
00:13:55,080 --> 00:13:58,440
ผมคิดมาตลอดว่าการสวดภาวนาเป็นอะไรที่แปลก

235
00:13:58,440 --> 00:14:03,200
สมมุติ ผมบังเอิญเจอเพื่อนหรือเพื่อนบ้าน
แล้วรู้ว่าเขามีลูกที่ยังเล็ก

236
00:14:03,200 --> 00:14:05,440
แล้วผมถาม "หนูคนนั้นเป็นไงบ้าง"

237
00:14:05,440 --> 00:14:09,040
แล้วเขาตอบ "ไม่ดีเลย อยู่ไอซียู"

238
00:14:09,560 --> 00:14:12,920
"เราไม่รู้ว่าเขาจะรอดไหม
แต่เราสวดภาวนาทุกคืน"

239
00:14:12,920 --> 00:14:14,720
สิ่งที่ผมจะทําเพื่อเป็นการทดลอง...

240
00:14:20,880 --> 00:14:22,200
ผมจะกลับบ้าน

241
00:14:22,200 --> 00:14:24,720
แล้วสวดภาวนาสองรอบขอให้เขาไม่รอด

242
00:14:28,840 --> 00:14:30,360
ไม่ทําหรอกน่า

243
00:14:33,360 --> 00:14:37,080
ขอพูดจริงจังหน่อย
พักหลังมานี้ผมทําวิดีโอข้อความเยอะมาก

244
00:14:37,080 --> 00:14:39,320
ให้เด็กๆ ที่ป่วยระยะสุดท้าย

245
00:14:39,320 --> 00:14:41,480
ถ้ามีคนขอถึงจะทําครับ

246
00:14:43,200 --> 00:14:46,000
ผมไม่พรวดพราดเข้าไปในโรงบาลแล้ว
"ตื่นสิ หัวล้าน"

247
00:14:47,800 --> 00:14:50,000
"ดูนี่ พี่เต้นทเวิร์คลงติ๊กต็อก ดูสิ"

248
00:14:52,600 --> 00:14:54,960
ไม่เลย ช่วงภาวะโรคระบาดผมทําไปเยอะมาก

249
00:14:54,960 --> 00:14:57,800
น่าจะเป็นเพราะ ขนาดครอบครัวแท้ๆ
พวกเขายังไม่ได้เจอเลย

250
00:14:57,800 --> 00:15:01,640
เป็นการร่วมมือกับมูลนิธิเมคอะวิช
คุณรู้จักมูลนิธินี้ไหม ดีมากเลยนะ

251
00:15:01,640 --> 00:15:03,760
เขาจะทําตามคําขอของเด็กที่ใกล้ตายหนึ่งข้อ

252
00:15:03,760 --> 00:15:07,240
ถ้าคําขอนั้นคือผม ผมจะตอบตกลงเสมอ
และผมจะพูดเปิดวิดีโอแบบเดิมตลอด

253
00:15:07,240 --> 00:15:09,800
ผมจะพูดว่า "ทําไมไม่ขอให้ตัวเองหายป่วยล่ะ"

254
00:15:13,880 --> 00:15:15,960
"หรือหนูปัญญาอ่อนด้วยเหรอ"

255
00:15:19,320 --> 00:15:21,040
นั่นก็ไม่ทําเหมือนกันน่า

256
00:15:21,600 --> 00:15:23,720
มุกตลกทั้งนั้น โอเคไหม

257
00:15:23,720 --> 00:15:27,880
แต่ผมไม่ใช้คํานั้นในชีวิตจริงเลยนะ ปญอ.น่ะ

258
00:15:27,880 --> 00:15:30,240
"ก็ใช้อยู่เนี่ย" "ใช้ในมุกตลกไง"

259
00:15:30,240 --> 00:15:33,240
"ใช่ชีวิตจริงซะที่ไหน ผมเล่นไปตามบท"

260
00:15:33,240 --> 00:15:36,720
"ฟังแล้วเหมือนจริงมากเลยนะ" "ก็ผมเก่งไง"

261
00:15:38,240 --> 00:15:40,600
คุณคงไม่ไปกล่าวหาศิลปะรูปแบบอื่นหรอก

262
00:15:40,600 --> 00:15:44,320
คงไม่เดินไปหาเซอร์แอนโทนี ฮ็อปกินส์
"ผมดูคุณเล่นเรื่อง อํามหิตไม่เงียบ"

263
00:15:44,320 --> 00:15:48,640
"ตกลงว่าคุณกินเนื้อมนุษย์ใช่ไหม"
"ไม่ใช่ ผมเล่นไปตามบทบาท"

264
00:15:49,720 --> 00:15:51,720
"ดูเหมือนจริงดีนะ" "ใช่"

265
00:15:52,760 --> 00:15:55,840
เขาเก่งไง ส่วนผมก็เก่ง
ผมถึงทําอะไรๆ ได้ดีไง

266
00:15:55,840 --> 00:15:58,320
คิดดูสิว่าถ้าผมขึ้นเวทีแล้วโชว์แบบไม่เฉียบนัก

267
00:15:58,320 --> 00:15:59,680
เพื่อให้คนดูรู้ว่าผมพูดเอาฮา

268
00:15:59,680 --> 00:16:01,400
แบบนั้นมันก็ปัญญาอ่อนโคตรๆ

269
00:16:05,640 --> 00:16:10,880
มีใครเคยสนใจจะถามปลาโลมาไหม
ว่าช่วยว่ายน้ํากับเด็กใกล้ตายหน่อยได้รึเปล่า

270
00:16:11,400 --> 00:16:13,880
คุณเข้าใจที่ผมจะสื่อไหม
แบบนั้นพวกมันคงไม่สนุกแน่ๆ

271
00:16:13,880 --> 00:16:15,200
ปลามันตีครีบอยู่ดีๆ

272
00:16:15,200 --> 00:16:19,480
แล้วจู่ๆ ก็มีคนเท
เด็กวัยรุ่นผิวซีดเซียวลงไปล็อตใหญ่ ตะกุยตะกาย

273
00:16:20,200 --> 00:16:24,560
แล้วโลมาก็แบบ "อะไรวะเฮ่ย ให้ตายสิ"

274
00:16:26,080 --> 00:16:28,280
"เหอะน่า ให้เขาทําไปเถอะ" "ทําไมล่ะเฮ่ย"

275
00:16:29,000 --> 00:16:30,960
"เด็กพวกนี้ใกล้ตายแล้ว" "ตายด้วยอะไร"

276
00:16:30,960 --> 00:16:33,880
"ไอ้เด็กนั่นมันเอานิ้วแหย่รูพ่นน้ําฉันเนี่ย"

277
00:16:35,640 --> 00:16:39,000
"เขาอยู่ได้อีกไม่นานหรอก"
"ถ้าหายใจไม่ออก ตูเองก็ม่องโว้ย"

278
00:16:44,400 --> 00:16:47,560
น่าเศร้ามากนะ แต่เราทุกคนมีวันตาย

279
00:16:47,560 --> 00:16:50,000
เราทุกคนรู้ว่าเราจะตาย และเราก็ตายแน่ๆ

280
00:16:50,000 --> 00:16:53,040
ดังนั้นมันไม่สําคัญ ว่าเราจะผลัดกันตายทีละคน

281
00:16:53,040 --> 00:16:55,480
หรือตายพร้อมกันทีเดียว
ในวันโลกาวินาศแบบจัดเต็ม

282
00:16:55,480 --> 00:16:57,760
ผลสุดท้ายก็คือ สักวันคนเราก็ต้องตาย

283
00:16:57,760 --> 00:16:59,480
และพอตายแล้วเราก็ตายเลย

284
00:16:59,480 --> 00:17:01,520
ในช่วงชีวิตนี้ ผมไปงานศพมาหลายงาน

285
00:17:01,520 --> 00:17:04,800
ถ้าอยู่มานานแบบผม ก็ต้องรู้จักคนเยอะ
และคนเราก็ตายไป

286
00:17:04,800 --> 00:17:07,680
ผมไม่อะไรกับงานศพหรอก
เพราะนั่นคือวาระสุดท้ายแล้ว

287
00:17:07,680 --> 00:17:10,080
พวกคุณเก็ตไหม คือผมเกลียดงานแต่ง

288
00:17:10,080 --> 00:17:14,000
แม่งโคตร... ความหวังเบ่งบาน พวกคุณเก็ตไหม

289
00:17:14,560 --> 00:17:16,440
ส่วนเจ้าภาพก็เรียกร้องเยอะ แถมหยิ่งอีก

290
00:17:16,440 --> 00:17:20,520
พวกเขาจะแบบ "เราจะแต่ง...
อยากมาดูเราสัก 12 ชั่วโมงไหม"

291
00:17:20,520 --> 00:17:22,160
"ไม่ ไม่อยากโว้ย"

292
00:17:23,400 --> 00:17:25,280
ขนาดบัตรเชิญยังหยิ่งเลย

293
00:17:25,280 --> 00:17:27,960
ยังกับพระราชกฤษฎีกา
"ขอเชิญเพื่อเป็นเกียรติ..."

294
00:17:27,960 --> 00:17:30,720
เป็นเกียรติซะไม่มี
ฉันไม่อยากไปงานแต่งเห่ยๆ ของแก

295
00:17:30,720 --> 00:17:31,840
พวกคุณเก็ตไหม

296
00:17:32,680 --> 00:17:35,440
จากนั้นเราก็จะตอบแบบ
"อ้อ ได้สิ แต่งเมื่อไหร่"

297
00:17:35,440 --> 00:17:36,920
ทางนั้นตอบ "อีกสองปี"

298
00:17:37,440 --> 00:17:40,240
พวกเขารู้ว่าคุณไม่มีข้ออ้าง
จะไม่ไปงานอีกสองปีข้างหน้าแน่นอน

299
00:17:40,960 --> 00:17:44,160
เราก็เลยต้องหวังเอา
ว่าให้หนึ่งในสองคนนั้นตาย

300
00:17:44,720 --> 00:17:47,800
ทีนี้เราก็ตอบประมาณ "ได้ จะไปนะ จัดที่ไหน"

301
00:17:47,800 --> 00:17:49,960
พวกเขาก็ "อินเดีย" "เรื่องของมึง"

302
00:17:51,200 --> 00:17:54,080
กูจะไม่ยอมโดนฉีดยาเพื่อมึง
ไอ้พวกคนน่าเบื่อ

303
00:17:55,360 --> 00:17:57,720
ตอนนี้ผมมีครอบครัวใหญ่
ครอบครัวที่แตกกิ่งก้านสาขา

304
00:17:57,720 --> 00:18:00,480
ต้องมีสักคนแต่งงานอยู่ตลอด
พวกเขารู้ว่าผมมีตังค์

305
00:18:00,480 --> 00:18:04,800
ทุกวันนี้ผมให้ของขวัญเป็นชุดถ้วยน้ําชาไม่ได้แล้ว
ต้องให้บ้านหลังแรก

306
00:18:06,320 --> 00:18:08,680
ผมมีครอบครัวใหญ่ บรรดาพี่ชายพี่สาว

307
00:18:08,680 --> 00:18:10,880
ทุกคนมีลูก ลูกของพวกพี่ๆ ก็มีลูก

308
00:18:10,880 --> 00:18:14,800
แล้วลูกของพวกนั้นก็มีลูกยั้วเยี้ย
เพราะเรามันชนชั้นล่าง

309
00:18:15,320 --> 00:18:18,160
ทุกคริสต์มาส เรามีเด็กเกิดใหม่
ครอบครัวเราเป็นประมาณนั้น

310
00:18:18,160 --> 00:18:19,440
เวลาผมกลับบ้าน คนเต็ม

311
00:18:19,440 --> 00:18:22,080
ผมจะ "ลูกใครน่ะ ของเธอเหรอ เก่งมาก"

312
00:18:22,080 --> 00:18:24,680
ผมไม่รู้จักเด็กนี่ ไม่รู้จักแม่มัน ขอให้เห็นภาพ

313
00:18:25,200 --> 00:18:27,840
แต่ผมทําอะไรอยู่อย่างหนึ่ง
ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา

314
00:18:27,840 --> 00:18:31,680
ผมพูดกับพวกเขาแต่ละคน แบบเป็นส่วนตัว

315
00:18:31,680 --> 00:18:36,120
แล้วบอกว่า
ผมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้เขาแค่คนเดียว

316
00:18:36,840 --> 00:18:38,280
แต่เก็บเป็นความลับนะ

317
00:18:38,280 --> 00:18:39,960
พวกเขาทุกคนก็เลยรักผม

318
00:18:40,480 --> 00:18:41,640
ผมไม่ได้ทําพินัยกรรมไว้

319
00:18:41,640 --> 00:18:44,640
แปลว่างานศพผมเป็นมหกรรมนองเลือดแน่ๆ

320
00:18:49,120 --> 00:18:52,680
ตอนนี้ผมอยู่ในวัยที่
คนถามว่าวางแผนงานศพตัวเองไว้ยังไง

321
00:18:52,680 --> 00:18:55,240
ขนาดนักข่าวยังพูด
"คุณ... งานศพคุณจะเป็น..." ผมตอบไป

322
00:18:55,240 --> 00:18:57,600
"ยังไม่ได้วางแผน" "ยังเหรอ"
"ยัง ก็มันชวนหดหู่"

323
00:18:57,600 --> 00:19:00,720
"ผมไม่สนหรอก ป่านนั้นก็ตายแล้ว"
"ไม่สนว่าคนจะคิดยังไงกับคุณเหรอ"

324
00:19:00,720 --> 00:19:01,920
"ไม่ ก็ตายไปแล้วไง"

325
00:19:01,920 --> 00:19:04,080
"แล้วสิ่งที่คุณจะทิ้งไว้ข้างหลังล่ะ" "ช่างหัวมันสิ"

326
00:19:04,080 --> 00:19:05,680
เราวางแผนของยังงั้นไม่ได้

327
00:19:05,680 --> 00:19:09,040
ผมนึกถึงคนที่ตายไปโดยคิดว่า
ตัวเองจะเป็นที่รักไปตลอดกาล

328
00:19:09,040 --> 00:19:12,880
บุคคลมีชื่อเสียงที่คิดว่า
"มีรูปปั้นตัวฉันอยู่ที่จัตุรัสกลางเมือง"

329
00:19:12,880 --> 00:19:16,880
มาวันนี้คนโค่นรูปปั้นนั้นลง
"โค่นไอ้รูปปั้นเส็งเคร็งนี่ลงซะ" "ทําไมล่ะ"

330
00:19:16,880 --> 00:19:19,760
"มันเป็นพ่อค้าทาส โค่นรูปปั้นมันลง"

331
00:19:19,760 --> 00:19:23,640
"เขาสร้างโรงพยาบาล ทุบทิ้งด้วยดีไหม"
"ไม่ เอาโรงพยาบาลไว้"

332
00:19:25,600 --> 00:19:28,280
"โค่นแค่รูปปั้นก็พอ"

333
00:19:33,360 --> 00:19:35,560
"โค่นรูปปั้นลงมา เอาไปทิ้งในคลอง"

334
00:19:35,560 --> 00:19:39,160
"คลองนี่เขาก็สร้างนะ"
"ช่างมัน โค่นไอ้รูปปั้นนี่ลงมาก็พอ"

335
00:19:41,280 --> 00:19:43,200
ผมว่าเราไม่ควรซักฟอกประวัติศาสตร์หรอก

336
00:19:43,200 --> 00:19:46,400
ถ้าเราเจอข้อมูลใหม่ ก็เพิ่มเข้าไปสิ
สมมุติว่ามีรูปปั้น แล้วมีเขียนว่า

337
00:19:46,400 --> 00:19:49,480
"ลอร์ดวิมซีย์ พ่อค้า ผู้ใจบุญ"

338
00:19:49,480 --> 00:19:51,040
ก็เติม "เหยียดผิวนิดๆ"

339
00:19:52,760 --> 00:19:55,120
หรือแผ่นป้ายสีฟ้าบนตัวบ้านที่เขียนว่า

340
00:19:55,120 --> 00:19:59,360
"เคยเป็นที่อยู่ของเซอร์โรเบิร์ต สปิวก์
นักเขียน กวี ใคร่เด็ก"

341
00:20:04,680 --> 00:20:07,920
ผมว่าเรามีชีวิตอยู่นานเกินไป
เราก็เลยมีเวลามากังวลเรื่องพวกนี้

342
00:20:07,920 --> 00:20:10,080
เราไม่ควรมีชีวิตอยู่นานขนาดนี้

343
00:20:10,640 --> 00:20:11,640
ในฐานะสายพันธุ์

344
00:20:11,640 --> 00:20:15,080
เรามีอายุประมาณสามแสนปี
ในฐานะสายพันธุ์โฮโมเซเปียนส์

345
00:20:15,080 --> 00:20:18,360
เราอยู่วงศ์ลิงใหญ่มานานสองสามล้านปี
และแน่นอน

346
00:20:18,360 --> 00:20:20,600
อยู่มาพร้อมกับชีวิตรูปแบบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นมา

347
00:20:20,600 --> 00:20:23,360
เราวิวัฒนาการมาตลอดสามพันห้าร้อยล้านปี

348
00:20:23,360 --> 00:20:25,560
สรรพสิ่งที่มีอยู่ในชั่วขณะนี้

349
00:20:25,560 --> 00:20:28,000
ล้วนมาจากอินทรีย์วัตถุก้อนเล็กๆ ก้อนเดียวกัน

350
00:20:28,000 --> 00:20:29,720
จากเมื่อสามพันห้าร้อยล้านปีก่อน

351
00:20:29,720 --> 00:20:34,120
ผมถึงได้รําคาญเวลาคนพูดว่า
"มนุษย์ เราวิวัฒนาการมาไกลที่สุด"

352
00:20:34,120 --> 00:20:35,200
ไกลที่สุดซะที่ไหน

353
00:20:35,200 --> 00:20:38,480
เราไม่ได้วิวัฒนาการไปไกลกว่า
ทากหรือหอยทากเลย

354
00:20:38,480 --> 00:20:41,760
คนพูดว่า "พวกนี้เนี่ยนะ"
ใช่ พวกมันทําถูกมาตั้งแต่แรกๆ

355
00:20:41,760 --> 00:20:44,600
ธรรมชาติทดสอบพวกมันอยู่เรื่อยๆ
"อยากได้ตาไหม"

356
00:20:44,600 --> 00:20:45,520
"ไม่"

357
00:20:48,480 --> 00:20:50,720
"ไม่อยากนะ ไม่"

358
00:20:52,520 --> 00:20:54,760
ผมสังเกตเห็นเรื่องนึงเกี่ยวกับทากและหอยทาก

359
00:20:54,760 --> 00:20:56,880
ช่างความต่างเล็กๆ น้อยๆ แล้วว่ากันตามตรง

360
00:20:57,400 --> 00:21:01,800
หอยทากก็คือทาก
ที่มีกระดองอยู่บนตัวนั่นแหละ ใช่ไหมล่ะ

361
00:21:01,800 --> 00:21:05,720
แต่พอเราดึงกระดองออกจากหอยทาก
มันจะเริ่มทําท่า...

362
00:21:07,920 --> 00:21:09,680
"โอ๊ย จะตายแล้ว จะตายแล้ว"

363
00:21:09,680 --> 00:21:13,000
ส่วนทากก็ "ขอต้อนรับสู่โลกจริงจ้ะ อีหอย"

364
00:21:16,440 --> 00:21:19,520
ครับ เราอยู่กันมาประมาณสามแสนปีแล้ว

365
00:21:19,520 --> 00:21:21,040
ส่วนใหญ่ของสามแสนปีนั้น

366
00:21:21,040 --> 00:21:24,480
เรามีอายุขัยเท่ากันกับ
ลิงไม่มีหางที่อยูในธรรมชาติ

367
00:21:24,480 --> 00:21:26,680
สามสิบห้าปี หรือถ้าโชคดีก็ 40

368
00:21:26,680 --> 00:21:30,200
เกิดมา เติบโต ผสมพันธุ์ เล่นกับลูกๆ

369
00:21:30,200 --> 00:21:32,760
โดนบาด แล้วก็ "อะไรน่ะ" ตาย

370
00:21:34,040 --> 00:21:36,840
ทีนี้ พอมียารักษาโรคกับยาปฏิชีวนะ
เราก็ยืดอายุขัยออกไป

371
00:21:36,840 --> 00:21:40,720
เด็กที่เกิดวันนี้ อาจมีอายุอยู่ถึง 100 ปีเลยก็ได้

372
00:21:41,280 --> 00:21:43,520
และนักวิทย์บอกว่าอีกไม่นานก็จะถึงสัก 120 ปี

373
00:21:44,280 --> 00:21:47,280
และวิทยาศาสตร์ยังบอกด้วยว่า
ในอนาคตอันใกล้ มีเหตุผลเต็มที่ว่า

374
00:21:47,280 --> 00:21:49,200
ด้วยการดูแลใส่ใจอย่างเหมาะสม

375
00:21:49,200 --> 00:21:53,240
มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้ถึง 150 ปีเป็นปรกติ

376
00:21:53,760 --> 00:21:58,240
ซึ่งน่าทึ่งมาก จนเรานึกได้นั่นแหละ
ว่าเรามีเซลล์สมองอยู่จํานวนหนึ่ง

377
00:21:58,240 --> 00:22:00,440
ซึ่งมีแต่จะตายไป ฟื้นฟูกลับมาไม่ได้

378
00:22:00,440 --> 00:22:05,360
ดังนั้น ในอนาคต ดาวเคราะห์ดวงนี้
จะมีคนอยู่หมื่นห้าพันล้านคน

379
00:22:05,360 --> 00:22:09,480
ครึ่งนึงอายุเกินร้อย
และเป็นโรคอัลไซเมอร์ทุกคน

380
00:22:09,480 --> 00:22:14,400
น่าจะเหมือนหนังรุ่งอรุณแห่งความตาย
น่าจะเลวร้ายสุดๆ เลย

381
00:22:15,320 --> 00:22:19,440
ป้าผมตายด้วยโรคอัลไซเมอร์
ผมไม่รู้ว่าคนเราตายเพราะอัลไซเมอร์ได้ยังไง

382
00:22:19,440 --> 00:22:22,200
ป้าลืมมีชีวิตอยู่

383
00:22:23,960 --> 00:22:26,840
ในช่วงสองปีสุดท้าย ป้าอยู่ที่บ้านพัก

384
00:22:26,840 --> 00:22:30,360
ลูกพี่ลูกน้องของผม หรือก็คือลูกคนเดียวของป้า
เขาไปเยี่ยมป้าอาทิตย์ละครั้ง

385
00:22:30,360 --> 00:22:33,040
ความหดหู่ใจมันเพิ่มมากขึ้น
เพราะป้าจําเขาไม่ได้เลย

386
00:22:33,040 --> 00:22:35,680
จากนั้นป้าก็จําตัวเองไม่ได้ แล้วก็ตายไป

387
00:22:35,680 --> 00:22:38,960
และที่งานศพ เรารําลึกถึงวันวานที่มีความสุขกัน

388
00:22:38,960 --> 00:22:42,760
เรื่องตลกเบลอๆ ที่ป้าพูดและทํา

389
00:22:42,760 --> 00:22:45,760
เรามารู้ตัวว่า
นั่นอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคก็ได้

390
00:22:45,760 --> 00:22:47,520
ก่อนได้รับการวินิจฉัย

391
00:22:47,520 --> 00:22:49,200
และเรื่องนี้คือเรื่องจริง

392
00:22:49,200 --> 00:22:53,320
ครั้งหนึ่ง ลูกพี่ลูกน้องผมทํางานเสร็จ กลับบ้าน
เข้าบ้านไป แล้วป้าก็

393
00:22:53,320 --> 00:22:55,960
"ของว่างอยู่ในเตาอบนะ
แม่กินส่วนของแม่แล้วล่ะ"

394
00:22:55,960 --> 00:22:57,640
เขาก็ "ขอบคุณครับแม่"

395
00:22:57,640 --> 00:22:59,520
ของว่างนั้นคือพายเนื้อปลา

396
00:22:59,520 --> 00:23:03,160
เขากินพายเนื้อปลานั้นเข้าไป
แล้วก็ "คุณพระช่วย" เขาวิ่งขึ้นชั้นบน...

397
00:23:04,920 --> 00:23:08,800
อาเจียน กลับลงมาชั้นล่าง
แล้วพูดว่า "แม่ เนื้อปลามันเน่านะ"

398
00:23:08,800 --> 00:23:13,000
"ผมอ้วกแตกเลย"
ป้าพูดว่า "ใช่ แม่กินแล้วก็อ้วก"

399
00:23:18,120 --> 00:23:21,680
เมื่อเร็วๆ นี้ผมหาข้อมูล
อัตราการตายของเด็กทารก

400
00:23:23,080 --> 00:23:27,200
เพื่อการค้นคว้า ไม่ใช่ความคลั่งไคล้ทางเพศ

401
00:23:29,960 --> 00:23:34,440
ในอังกฤษ เด็กที่เกิดวันนี้
มีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิต

402
00:23:34,440 --> 00:23:37,800
อยู่ที่ 99.8% ซึ่งสูงมากนะ

403
00:23:37,800 --> 00:23:40,040
ผมคิด "เพราะโลกตะวันตก
ประคมประหงมรึเปล่า"

404
00:23:40,040 --> 00:23:45,680
ผมหาข้อมูลประเทศโลกที่สาม
ขนาดแอฟริกายังได้ 96.5%

405
00:23:45,680 --> 00:23:47,160
ในแดนกันดารของแอฟริกา

406
00:23:47,160 --> 00:23:49,840
ที่ซึ่งทุกสรรพสิ่งจ้องจะกินทารกเกิดใหม่...

407
00:23:49,840 --> 00:23:54,160
เด็กทารกบอบบางมากอยู่แล้ว
ที่แอฟริกา ทารกอาจคลอดในบ้านดินก็ได้

408
00:23:54,160 --> 00:23:56,440
ข้างนอกมีสิงโต ทารกตัวชุ่มไปด้วยเลือด

409
00:23:56,440 --> 00:24:00,720
ล้างตัวก็ไม่ได้ ไม่มีน้ํา
อ้อใช่ แถมยังเกิดมาเป็นเอดส์อีก

410
00:24:01,960 --> 00:24:02,920
เอาล่ะ...

411
00:24:03,960 --> 00:24:06,440
ถึงตอนที่มุกนี้เผยแพร่ใน Netflix

412
00:24:08,640 --> 00:24:09,880
มันจะฟังแล้วต่างไปเล็กน้อย

413
00:24:10,840 --> 00:24:14,800
จะมีประเด็นเสียดสีแฝงอยู่ ผมจะอ้างเอง

414
00:24:15,640 --> 00:24:18,240
แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น มุกที่ผมมีคือ

415
00:24:18,240 --> 00:24:20,600
"เบบี๋เป็นเอดส์"

416
00:24:21,160 --> 00:24:25,600
ผมรู้ว่ามันตลก
ผมแค่ต้องหาเหตุผลประกอบว่าทําไม

417
00:24:27,080 --> 00:24:28,880
ผมรับเอง

418
00:24:29,640 --> 00:24:33,760
อีกอย่าง ในตอนที่มุกนี้เผยแพร่ใน Netflix
ผมคงทัวร์ตามเวทีต่างๆ ทั่วโลกอยู่

419
00:24:33,760 --> 00:24:35,960
มุกนี้ขํากลิ้งแน่ คนหัวเราะแน่

420
00:24:35,960 --> 00:24:39,560
ดังนั้น ถ้าคุณเป็นหญิงชาวแอฟริกัน
และเพิ่งคลอดลูกที่แอฟริกา

421
00:24:39,560 --> 00:24:42,600
แล้วหมอบอกว่า "เสียใจด้วย ลูกคุณเป็นเอดส์"

422
00:24:42,600 --> 00:24:45,240
คุณจะ "พระเจ้าช่วย" คุณอยู่... ลูกเป็น...

423
00:24:45,240 --> 00:24:48,800
คุณอยู่กับสามี คุณพูดว่า
"ลูกเราเป็นเอดส์ค่ะ เจฟฟ์"

424
00:24:48,800 --> 00:24:49,720
เจฟฟ์

425
00:24:56,440 --> 00:24:58,520
"ผมรู้ เทรซี่ ผมก็เป็นเหมือนกัน ที่รัก"

426
00:25:02,200 --> 00:25:05,320
"ลูกเราเป็นเอดส์
เราดูโชว์ตลกกันไหม จะได้สดชื่นขึ้น"

427
00:25:05,320 --> 00:25:07,920
"จ้ะ Netflix เหรอ" "ใช่"

428
00:25:08,560 --> 00:25:10,360
"ริคกี้ เจอร์เวสเหรอ" "แหงแซะ"

429
00:25:11,640 --> 00:25:15,600
พวกเขาเศร้าใจที่ลูกติดเชื้อเอดส์
แต่ก็ขํากล้อมแกล้มไปกับโชว์...

430
00:25:15,600 --> 00:25:16,720
"วันโลกาวินาศ..."

431
00:25:16,720 --> 00:25:19,600
แล้วก็มาถึงมุกเมื่อกี้ "เบบี๋เป็นเอดส์"

432
00:25:19,600 --> 00:25:24,160
แล้วเทรซี่ก็ "คุณพระ เจฟฟ์
ทําไมพวกเขาพากันหัวเราะเยาะพวกเรา

433
00:25:24,160 --> 00:25:25,960
กับลูกที่เป็นเอดส์"

434
00:25:25,960 --> 00:25:28,640
เจฟฟ์ก็จะบอกว่า
"พวกเขาไม่ได้หัวเราะเยาะเรา"

435
00:25:28,640 --> 00:25:31,120
เทรซี่ก็ "หัวเราะเยาะเรา
พวกเขาพูดชื่อเราด้วย"

436
00:25:31,120 --> 00:25:33,680
"มุกนี้พวกเขาหัวเราะเยาะเราชัดๆ"

437
00:25:36,680 --> 00:25:41,280
แล้วเจฟฟ์ก็จะ "เราเป็นคู่รักสมมุติ
กับลูกสมมุติที่ติดเชื้อเอดส์"

438
00:25:41,280 --> 00:25:43,720
"ใครเคืองก็บ้าบอคอแตกแล้ว"

439
00:25:45,280 --> 00:25:47,960
แล้วเขาก็จะพูดว่า
"แถมอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เลียนสําเนียง"

440
00:25:48,480 --> 00:25:49,320
ดังนั้น...

441
00:25:51,600 --> 00:25:55,880
แล้วเทรซี่จะ "ก็ใช่ แต่นั่นเพราะ
เจนขอร้องไม่ให้เขาเลียนหรอก"

442
00:25:58,520 --> 00:26:00,360
ตลกดีนะ เพราะนั่นเรื่องจริง

443
00:26:05,640 --> 00:26:08,080
ผมว่าเราได้อารมณ์ขันมาจากพ่อแม่

444
00:26:08,080 --> 00:26:09,880
ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

445
00:26:09,880 --> 00:26:13,240
โดยเฉพาะเด็กชนชั้นแรงงาน
โดยเฉพาะเด็กที่มีแม่เป็นชนชั้นแรงงาน

446
00:26:13,240 --> 00:26:15,640
เพราะแม่ๆ พากันยุ่ง ต้องทําหลายอย่าง

447
00:26:15,640 --> 00:26:18,720
คอยตามจิกสามี เลี้ยงลูก ไปทํางาน

448
00:26:18,720 --> 00:26:20,720
กอบกู้โลก พวกแม่ๆ ไม่มีเวลา

449
00:26:20,720 --> 00:26:23,280
ต้องขู่ให้ลูกทําตัวดีๆ

450
00:26:23,280 --> 00:26:26,760
ต้องใช้กุศโลบายดํามืดให้ลูกตกใจกลัว
ลูกจะได้ไม่ตาย

451
00:26:26,760 --> 00:26:29,920
พอจะเก็ตกันไหมครับ เช่น สมมุติผมเป็นเด็ก

452
00:26:29,920 --> 00:26:32,560
แม่ทําขนมให้ และนั่นไม่ใช่ของโปรดของผม

453
00:26:32,560 --> 00:26:35,120
มันคือมันฝรั่งต้ม แทนที่จะกินมันฝรั่งทอดทุกวัน

454
00:26:35,120 --> 00:26:36,800
และผมพูดว่า "ผมไม่ชอบมันฝรั่งต้ม"

455
00:26:36,800 --> 00:26:39,040
แม่ผมจะพูดทันทีว่า "ชอบสิจ๊ะ"

456
00:26:39,040 --> 00:26:41,680
"ที่แอฟริกามีเด็กๆ อายุเท่าลูก
หิวโหยอดอยากจนตาย"

457
00:26:41,680 --> 00:26:45,240
แล้วผมก็จะ "พระเจ้าช่วย ได้ฮะ"
เห็นภาพไหมครับ

458
00:26:45,840 --> 00:26:50,280
นี่เรื่องจริง ตอนอายุเจ็ดขวบ
ผมไปเล่นที่สวนสาธารณะ

459
00:26:50,280 --> 00:26:54,160
ผมวิ่งเข้ามา แล้วแม่ผมก็
"ริคกี้ มานี่ นั่งลง"

460
00:26:54,160 --> 00:26:56,240
สงสัยตอนนั้นมีพวกใคร่เด็กก่อเหตุ

461
00:26:58,080 --> 00:27:01,200
แล้วแม่ผมก็ "ต่อจากนี้
ห้ามเข้าห้องน้ําที่สวนสาธารณะนะ"

462
00:27:01,200 --> 00:27:02,800
แล้วผมก็ถามว่า "ทําไมล่ะ"

463
00:27:02,800 --> 00:27:06,160
แม่รู้ว่าคงอธิบายเรื่องโรคใคร่เด็ก
ให้เด็กเจ็ดขวบฟังไม่เข้าใจแน่

464
00:27:06,160 --> 00:27:08,160
แต่สิ่งที่แม่ผมคิดออกคือ

465
00:27:08,160 --> 00:27:11,360
แม่บอกว่า "เพราะมีชายคนหนึ่งตระเวนไปมา

466
00:27:11,360 --> 00:27:13,560
คอยตัดจุ๊ดจู๋เด็กๆ ให้ขาด"

467
00:27:15,800 --> 00:27:16,760
ผมแบบ...

468
00:27:18,840 --> 00:27:21,320
"มีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ"

469
00:27:22,480 --> 00:27:24,080
ผมนอนไม่หลับอยู่อาทิตย์นึง

470
00:27:26,360 --> 00:27:29,720
ได้ผลนะ ผมไม่เข้าห้องน้ําในที่แบบนั้นอีกเลย

471
00:27:29,720 --> 00:27:32,920
แม่เขารู้โดยสัญชาตญาณว่าถ้าเขาพูดว่า
"ริคกี้ มานี่ นั่งลง"

472
00:27:32,920 --> 00:27:34,840
"อะไรฮะ" "อย่าเข้าห้องน้ําที่นั่นอีกนะ"

473
00:27:34,840 --> 00:27:37,400
"ทําไมล่ะ" "มีพวกใคร่เด็กน่ะสิ"
"พวกใคร่เด็กคืออะไร"

474
00:27:37,400 --> 00:27:39,640
"คือผู้ชายที่จะให้ขนมกับลูกหมากับเรา"

475
00:27:40,160 --> 00:27:41,320
"เอามาเลย"

476
00:27:42,360 --> 00:27:45,600
ผม... ตอนเจ็ดขวบน่ะเหรอ
ผมยอมชักว่าวให้ใครก็ได้เพื่อแลกกับลูกหมา

477
00:27:46,440 --> 00:27:47,880
ต้องความสูงนี้สินะ

478
00:27:52,960 --> 00:27:54,320
ผมจะได้ลูกหมา

479
00:27:55,600 --> 00:27:56,440
ไง

480
00:27:56,440 --> 00:27:58,440
ผมจะได้ลูกหมาแล้ว

481
00:28:00,480 --> 00:28:01,560
จะได้ลูกหมาแล้ว

482
00:28:02,080 --> 00:28:03,160
ให้ตายเถอะ

483
00:28:04,960 --> 00:28:07,760
มือซ้ายไม่ถนัดจริงๆ นั่นแหละ

484
00:28:09,280 --> 00:28:11,080
ให้ตายเถอะ เสร็จเถอะ

485
00:28:12,200 --> 00:28:13,560
ดื่มเหล้ามาเหรอ

486
00:28:16,080 --> 00:28:17,960
พระเจ้าช่วย

487
00:28:17,960 --> 00:28:19,280
เสร็จสิ

488
00:28:21,040 --> 00:28:22,320
ปัดโถ่

489
00:28:29,640 --> 00:28:31,360
เริ่มไปแล้วก็ต้องต่อให้จบ

490
00:28:35,800 --> 00:28:37,240
โอยตาย

491
00:28:38,080 --> 00:28:39,760
ลูกหมาพันธุ์ไหนอะ

492
00:28:41,920 --> 00:28:44,160
หา ลาบราดอร์เหรอ

493
00:28:46,920 --> 00:28:49,080
แถมลูกแมวด้วยสิ เดี๋ยวเป่าปี่ให้ด้วย

494
00:28:49,600 --> 00:28:51,640
ผมกลับบ้าน ลูกแมว ลูกหมา อสุจิ

495
00:29:00,200 --> 00:29:05,440
คิดถึงพวกใคร่เด็กแถวบ้านนะ ไม่คิดถึงเหรอ
เมื่อก่อนต้องมีสักคนตลอด

496
00:29:05,960 --> 00:29:09,360
เราอยู่กับแม่ ด้านนอกโรงเรียน
แล้วแม่ก็จะ "นั่นพวกใคร่เด็ก"

497
00:29:09,360 --> 00:29:11,680
เพราะเขาใส่ชุดแบบพวกใคร่เด็ก

498
00:29:11,680 --> 00:29:15,440
เราจะสังเกตได้ เป็นชายแก่
หัวข้างบนล้าน แต่ข้างๆ ยาว

499
00:29:15,440 --> 00:29:17,720
ผมก็จะ "นั่นไอ้เส็งเคร็งใคร่..."
"ทักทายสิ" "ดีฮะ"

500
00:29:17,720 --> 00:29:21,560
"หวัดดี" แบบนี้ ท่าทางหยาบโลน
พวกชั่วใคร่เด็กจะท่าทางแบบนั้นนะ...

501
00:29:21,560 --> 00:29:23,760
พวกชั่วใคร่เด็กจิตใจหยาบโลน

502
00:29:23,760 --> 00:29:26,280
ถ้ามันแตะต้องคุณ เราจะไปเผาบ้านมัน

503
00:29:26,280 --> 00:29:28,200
เป็นระบบที่ดี

504
00:29:28,800 --> 00:29:32,000
ต่อมาก็มีไมเคิล แจ็กสัน
แล้วเขาแหวกตํารามาเลย

505
00:29:32,000 --> 00:29:34,480
เพราะเขาไม่ใช่ชายอัปลักษณ์
ที่ยืนอยู่ด้านนอกโรงเรียน

506
00:29:34,480 --> 00:29:37,560
ผมไม่ได้บอกว่า
ไมเคิล แจ็กสันเป็นพวกใคร่เด็กนะ ไม่มีใครรู้

507
00:29:37,560 --> 00:29:41,440
คนที่รู้มีแค่ไมเคิลกับคนที่เขาจ่ายเงินปิดปาก
ที่ผมบอกได้คือ...

508
00:29:42,680 --> 00:29:43,560
คือ...

509
00:29:43,560 --> 00:29:47,520
เด็กๆ รักไมเคิล ก็ดูเขาสิ

510
00:29:47,520 --> 00:29:51,000
ยังกับตัวการ์ตูนดิสนีย์ตัวเล็กๆ
แถมยังเสียงเขาอีก "หวัดดี"

511
00:29:51,000 --> 00:29:52,000
นั่นน่ะ...

512
00:29:53,640 --> 00:29:55,840
ไมเคิล แจ็กสันจะเดินเข้าไปหาเด็กคนไหนก็ได้

513
00:29:55,840 --> 00:29:58,160
ดีไม่ดีอาจเดินไปหาแบบนี้ แบบนี้

514
00:30:00,000 --> 00:30:03,320
นั่นก็อีกมุก เด็กๆ จะบอกว่า
"นั่นไมเคิล เขาเดินไปแล้ว"

515
00:30:03,320 --> 00:30:05,080
เปล่า เขาเดินมาหาหนูนั่นแหละ

516
00:30:07,440 --> 00:30:08,960
แต่คนไม่สนหรอก

517
00:30:08,960 --> 00:30:10,480
เพราะเขาเก่งมาก

518
00:30:10,480 --> 00:30:13,440
ใช่ไหมล่ะ เขาเก่งมาก แถมเป็นที่นิยมมากด้วย

519
00:30:13,440 --> 00:30:16,840
ถ้าเขามีชีวิตอยู่จนได้ขึ้นให้การในศาล
ก็คงรอดคดีไปได้แบบนิ่มๆ

520
00:30:16,840 --> 00:30:20,320
เพราะทุกคนรักเขา
แถมตอนอยู่ในศาล เขาจะดูเปราะบาง

521
00:30:20,320 --> 00:30:23,000
เขาจะยืนอยู่ในนั้นแบบนี้
พอผู้พิพากษาถามว่า "ไมเคิล

522
00:30:23,000 --> 00:30:26,280
คุณได้ล่อลวงเด็กพวกนั้นรึเปล่า"
เขาจะตอบ "ฮิฮี่"

523
00:30:28,160 --> 00:30:31,720
ผู้พิพากษาก็จะ
"เลิก... ออกไปซะไป ไอ้ต้าวดื้อ ไปซะ"

524
00:30:34,200 --> 00:30:36,120
ผมสัญญากับพวกคุณไว้ เรื่องมุกประเทศจีน

525
00:30:36,120 --> 00:30:39,640
และสถิตินี้น่าทึ่งมาก

526
00:30:39,640 --> 00:30:41,200
เรื่องจริงด้วย ค้นดูได้เลย

527
00:30:41,200 --> 00:30:42,240
ที่จีน

528
00:30:42,240 --> 00:30:45,480
มีชาวจีนใคร่เด็กสิบล้านคน

529
00:30:45,480 --> 00:30:49,880
จีนมีชาวจีนใคร่เด็กสิบล้านคน
แต่มีเด็กไม่เยอะขนาดนั้น

530
00:30:50,640 --> 00:30:54,160
เพราะจีนจํากัดการเกิด
พวกใคร่เด็กน่าสงสารพากัน

531
00:30:54,160 --> 00:30:55,840
"เด็กๆ ไปไหนหมดเนี่ย"

532
00:30:55,840 --> 00:30:56,800
นั่นน่ะ

533
00:30:57,720 --> 00:31:00,600
"ฉิบหายแล้ว
เราต้องเพิ่มจํานวนเป็นสองเท่า และ..."

534
00:31:01,960 --> 00:31:06,120
ผมเพิ่งคิดมุกออก แต่เล่นไม่ได้หรอก
มันล้ําเส้นเกินไป

535
00:31:06,120 --> 00:31:08,280
โอเค ก็ได้

536
00:31:08,920 --> 00:31:11,800
ก็ได้ ผมจะเล่น แต่จําไว้นะ

537
00:31:11,800 --> 00:31:14,400
เราเลือกความคิดตัวเองไม่ได้

538
00:31:15,160 --> 00:31:17,360
แล้วผมก็มีความคิดนี้ขึ้นมาเอง

539
00:31:20,360 --> 00:31:25,520
จีน... โอเค ชาวจีนใคร่เด็ก
เข้าไปหาเด็กจีนแล้วพูดว่า

540
00:31:25,520 --> 00:31:28,440
"อยากได้ลูกหมาไหมจ๊ะ"
แล้วเด็กก็ตอบว่า "ยังไม่หิวฮะ"

541
00:31:35,560 --> 00:31:39,000
พวกคุณบีบให้ผมเล่น
พวกคุณก่ออาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียด

542
00:31:40,400 --> 00:31:43,000
ผมตื่นรู้แล้ว ลืมไป ขอกลับเข้าเรื่องก่อน

543
00:31:43,560 --> 00:31:45,040
เอาล่ะ ผมมีมุกแบบตื่นรู้

544
00:31:45,040 --> 00:31:48,360
จํามุกตลกที่เราเคยเล่นตอนเป็นเด็กได้ไหม
มุก "คุณหมอ คุณหมอ" น่ะ

545
00:31:48,360 --> 00:31:51,320
แบบ "คุณหมอ คุณหมอ
ผมชอบคิดอยู่เรื่อยว่าผมเป็นผ้าม่าน"

546
00:31:51,320 --> 00:31:53,360
"งั้นก็ดึงสติตัวเองหน่อย" นั่นน่ะ

547
00:31:53,360 --> 00:31:58,480
ผมเคยมุกนี้เล่นเวอร์ชั่นตื่นรู้
เอาให้ตรงกับมาตรฐานปัจจุบัน

548
00:31:59,200 --> 00:32:00,800
ชายคนหนึ่งไปหาหมอ เขาพูดว่า

549
00:32:00,800 --> 00:32:03,560
"คุณหมอ คุณหมอ
ผมชอบคิดอยู่เรื่อยว่าผมเป็นผ้าม่าน"

550
00:32:03,560 --> 00:32:05,600
แล้วหมอก็บอกว่า "เป็นก็เป็น"

551
00:32:12,920 --> 00:32:13,920
มุกนี้ดีเนอะ

552
00:32:15,360 --> 00:32:18,200
ตื่นรู้แล้วก็น่าจะเล่นเรื่องการเมืองหน่อย

553
00:32:18,200 --> 00:32:21,760
แต่ผมไม่ชอบเวลานักแสดงตลก
จ้อถึงมุมมองด้านการเมืองของตัวเอง

554
00:32:21,760 --> 00:32:24,920
แล้วหวังให้คนดูเห็นด้วยกับตัวเอง
เพื่อเรียกเสียงปรบมือ

555
00:32:24,920 --> 00:32:26,640
มันทําให้อะไรเสียไป ในความขําขัน

556
00:32:26,640 --> 00:32:29,680
ผมอยากให้ทุกคนชอบมุกผม
ไม่ว่าคุณจะมีความเชื่อทางการเมืองยังไง

557
00:32:29,680 --> 00:32:31,600
มุกตลกไม่ควรมีฝักฝ่ายทางการเมือง

558
00:32:31,600 --> 00:32:34,880
ในชีวิตส่วนตัว
ผมสนใจเรื่องการเมือง เหมือนกับทุกคน

559
00:32:34,880 --> 00:32:38,080
บางครั้งผมก็โกรธ
กับความไม่เท่าเทียมในสังคมของเรา

560
00:32:38,080 --> 00:32:42,840
เศรษฐกิจเราดีเป็นอันดับเจ็ดของโลก
แต่มีคนไร้บ้าน

561
00:32:42,840 --> 00:32:45,520
อังกฤษมีคนไร้บ้านสองแสนห้าหมื่นคน

562
00:32:45,520 --> 00:32:49,120
ผมอธิษฐานให้ไม่มีคนไร้บ้านเลย
เพราะพวกเขานิสัยโคตรแย่

563
00:32:49,120 --> 00:32:50,440
ไปไกลๆ เลย

564
00:32:50,440 --> 00:32:51,600
นั่นน่ะ

565
00:32:52,440 --> 00:32:55,280
"ก็อยู่ข้างตู้กดเงินไปเลยสิ ไอ้หน้าด้าน"

566
00:33:01,760 --> 00:33:04,840
นี่เป็นปัญหาร้ายแรงนะ
และผมขออย่าให้มีพวกคุณคนไหนไร้บ้านอยู่

567
00:33:04,840 --> 00:33:07,480
แต่ถ้าไม่มีอยู่ขึ้นมา แนะนําให้ลองเฮโรอีน

568
00:33:09,240 --> 00:33:10,960
เห็นว่ามันช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

569
00:33:12,160 --> 00:33:13,440
ผมมีเพื่อนประเภทนั้นอยู่คนนึง

570
00:33:13,440 --> 00:33:15,440
เพื่อนผมมาพูดกับผมด้วยท่าทางจริงจัง

571
00:33:15,440 --> 00:33:18,040
เขาบอกว่า "ความเจ๋งของเฮโรอีนน่ะ ริค..."

572
00:33:18,040 --> 00:33:21,240
"อัลบั้มเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล
บางอัลบั้มเกิดขึ้นมาตอนเมาเฮโรอีนนะ"

573
00:33:21,240 --> 00:33:25,080
ผมตอบ "ก็ใช่ แต่คนที่สร้างขึ้นมา
ก็คือศิลปินที่เก่งที่สุดตลอดกาล"

574
00:33:25,080 --> 00:33:26,520
"เอ็งเป็นช่างปูน"

575
00:33:26,520 --> 00:33:27,440
ใช่ไหมล่ะ

576
00:33:28,960 --> 00:33:30,120
"ถ้าข้าเอาเฮโรอีนให้เอ็ง

577
00:33:30,120 --> 00:33:32,400
เอ็งก็ทําอัลบั้มดาร์กไซด์ออฟเดอะมูนไม่ได้หรอก"

578
00:33:32,400 --> 00:33:35,240
"คงหลับไปหน้าทีวี ทําบ้านไฟไหม้ทั้งหลัง"

579
00:33:38,360 --> 00:33:42,120
ผมน่าจะเล่นเรื่องที่เป็นกระแส
แต่ผมไม่เคยดูข่าวเลย

580
00:33:42,120 --> 00:33:45,040
แต่เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ดูบางอย่างในยูทูบ

581
00:33:45,040 --> 00:33:47,480
คุณรู้จักคนตัวเล็กที่เล่นเกมออฟโทรนไหม

582
00:33:48,320 --> 00:33:50,960
นักแสดง ปีเตอร์ ดิงค์เลจ
คุณรู้จักปีเตอร์ ดิงเลจไหม

583
00:33:50,960 --> 00:33:54,680
เขาอยู่ที่งานอีเวนท์
โปรโมทงานใหม่ที่เขาทําอยู่ในตอนนั้น

584
00:33:54,680 --> 00:33:57,640
แล้วก็มีคนถ่ายคลิป
มันถึงได้หลุดมาลงยูทูบ

585
00:33:57,640 --> 00:34:01,440
และผมไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุ
แต่จู่ๆ เขาก็ขึ้นใส่ใครสักคน

586
00:34:01,440 --> 00:34:04,480
โอ้โฮ เขาพูดแบบ "โคตรน่ารังเกียจ"

587
00:34:04,480 --> 00:34:07,720
"ยังมีคนทําหนัง
เรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดอยู่อีก"

588
00:34:07,720 --> 00:34:11,960
"ให้ตายเถอะวะ
โคตรจะลดคุณค่ากัน นี่ปี 2023 แล้วนะ"

589
00:34:11,960 --> 00:34:13,200
เขาไม่แฮปปี้อย่างแรง

590
00:34:20,840 --> 00:34:22,320
เขาอารมณ์เสียเลยล่ะ

591
00:34:26,920 --> 00:34:30,520
เขาพูดถูกนะ ว่าไหม เขาพูดถูกแน่นอน

592
00:34:30,520 --> 00:34:32,240
ประเด็นคือ เขาก็พูดได้สิ

593
00:34:32,240 --> 00:34:35,240
เพราะเขาเป็นนักแสดงฮอลลีวูดรวยพันล้าน

594
00:34:35,240 --> 00:34:38,560
เป็นนักแสดงที่เก่งมากด้วย
เขาเล่นละครของเชกสเปียร์

595
00:34:38,560 --> 00:34:41,760
คนแคระหลายคนในวงการบันเทิง
ไม่ได้รุ่งขนาดนั้น...

596
00:34:41,760 --> 00:34:44,680
"ไม่นะ บางคนก็..." พวกเขาเป็นตัวประกอบ

597
00:34:45,200 --> 00:34:49,560
เรามา... พวกเขาโชคดีแล้ว
ที่โดนยิงเป็นกระสุนปืนใหญ่

598
00:34:51,120 --> 00:34:55,040
ดังนั้น การได้เต้นรําไปรอบๆ สโนว์ไวท์
สักสามสัปดาห์ในปีนั้น

599
00:34:55,040 --> 00:34:57,440
นั่นคือแต้มบุญสูงสุดแล้ว
แล้วปีเตอร์จะทําเสียเรื่องซะนี่

600
00:34:57,440 --> 00:35:00,000
ถ้าพรากหนังเรื่องนี้ไป พวกเขาจะทําอะไร
เขาไม่ได้พูดว่า

601
00:35:00,000 --> 00:35:02,960
"ทําเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด
แต่ใช้นักแสดงไซซ์คนปกติสิ"

602
00:35:02,960 --> 00:35:05,320
แบบนั้นก็ไม่ได้ ทําแบบนั้นในฮอลลีวู้ดละเป็นเรื่อง

603
00:35:05,320 --> 00:35:07,920
คุณไม่สามารถแย่งงานคนแคระ
หรือคนทุพพลภาพได้

604
00:35:07,920 --> 00:35:11,760
เอ็ดดี้ เรดเมย์นเจองานเข้า
ตอนที่เขารับบทสตีเฟน ฮอว์กิง

605
00:35:11,760 --> 00:35:12,680
ในหนังชีวประวัติ

606
00:35:12,680 --> 00:35:15,880
เรื่องราวชีวิตของสตีเฟน ฮอว์กิง
เขาชนะรางวัลออสการ์เพราะบทนี้

607
00:35:15,880 --> 00:35:17,520
ตอนนั้นแหละที่เกิดกระแสตีกลับ

608
00:35:17,520 --> 00:35:21,480
คนพูดว่า "ควรให้สิ่งมีชีวิต
ที่ทุพพลภาพจริงๆ มาเล่น"

609
00:35:21,480 --> 00:35:23,480
ไอ้ที่... กับ...

610
00:35:24,800 --> 00:35:25,640
กับ...

611
00:35:27,120 --> 00:35:28,040
คนพูดว่า

612
00:35:28,600 --> 00:35:32,520
"นักแสดงควรทุพพลภาพ
เหมือนกับคนที่พวกเขาสวมบทเป็น"

613
00:35:32,520 --> 00:35:36,280
แต่มันคือเรื่องราวชีวิตของสตีเฟน ฮอว์กิง

614
00:35:36,280 --> 00:35:40,280
แปลว่าในช่วงแรกของหนัง
หมอนั่นเดินได้ ใช่ไหม

615
00:35:41,280 --> 00:35:45,880
คุณลองคิดดูนะ แบบไหนง่ายกว่ากัน
หานักแสดงที่เดินได้...

616
00:35:47,760 --> 00:35:50,720
แล้วแกล้งเดินไม่ได้ในช่วงท้ายของหนัง

617
00:35:52,360 --> 00:35:55,080
หรือหานักแสดงที่เดินไม่ได้

618
00:35:55,600 --> 00:35:57,800
มาแกล้งเดินได้ในช่วงแรก...

619
00:35:57,800 --> 00:36:00,960
ทําอีท่าไหนมันถึงจะได้ล่ะ เชิดเอาเหรอ คิดสิ

620
00:36:03,080 --> 00:36:04,440
เราไม่สามารถหานักแสดง

621
00:36:04,440 --> 00:36:06,880
ที่ทุพพลภาพเหมือนกัน
กับบุคคลที่เขาสวมบทบาทได้หรอก

622
00:36:06,880 --> 00:36:08,080
พวกเขาเป็นนักแสดงนะ

623
00:36:08,080 --> 00:36:11,840
จะเป็นไงถ้าทําหนังชีวประวัติเฮเลน เคลเลอร์
หญิงที่หูหนวก ตาบอด เป็นใบ้

624
00:36:11,840 --> 00:36:15,680
มีโอกาสแค่ไหนที่จะเจอนักแสดง
ที่หูหนวก ตาบอดและเป็นใบ้ ที่เล่นบทนั้นได้

625
00:36:15,680 --> 00:36:17,480
สมมุติหาเจอจริง คุณวิ่งไปบอกผู้กํากับ

626
00:36:17,480 --> 00:36:21,360
"เราเจอแล้ว ผู้หญิงหูหนวก ตาบอด เป็นใบ้"
"เธอว่าไงบ้าง" "ผม..."

627
00:36:24,280 --> 00:36:26,760
"เธอไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ํา"

628
00:36:28,480 --> 00:36:29,800
อย่าให้ผมได้เริ่ม

629
00:36:34,080 --> 00:36:36,840
การฉกฉวยวัฒนธรรม เคยได้ยินคํานี้ไหม

630
00:36:36,840 --> 00:36:39,880
การฉกฉวยวัฒนธรรม เรื่องไม่น่ารักล่าสุด

631
00:36:39,880 --> 00:36:44,680
ทีนี้ สมัยผมเป็นหนุ่ม คนเคยมองเป็นเรื่องดี

632
00:36:44,680 --> 00:36:47,920
แลกเปลี่ยนแนวคิดกับคนวัฒนธรรมอื่น ชาติอื่น

633
00:36:47,920 --> 00:36:50,640
แบ่งปันสิ่งต่างๆ กับคนเชื้อชาติอื่น ซึมซับ

634
00:36:50,640 --> 00:36:53,320
เมื่อก่อนนั่นตรงข้ามกับการเหยียดผิว
ทุกวันนี้นั่นคือการเหยียด

635
00:36:53,320 --> 00:36:56,000
เกว็น สเตฟานีเจองานเข้า
ในวิดีโอล่าสุดของเธอ

636
00:36:56,000 --> 00:36:57,960
เพราะเธอผมบลอนด์ แล้วทําทรงเดรดล็อก

637
00:36:57,960 --> 00:37:00,040
"ไม่ได้ คนดําคิดค้นเดรดล็อก"

638
00:37:00,040 --> 00:37:02,400
"คุณทําทรงนี้ไม่ได้ คุณผิวขาว
ทําแบบนั้นเหยียดผิว"

639
00:37:02,400 --> 00:37:03,760
เจมี โอลิเวอร์ก็งานเข้า

640
00:37:03,760 --> 00:37:06,480
ตอนที่เขาเผยแพร่
สูตรเจิร์คชิคเก้นแบบต้นตํารับ "ไม่ได้"

641
00:37:06,480 --> 00:37:09,840
"คนดําเป็นคนคิดสูตร
ห้ามทําตาม คุณเป็นคนขาว เหยียดผิว"

642
00:37:09,840 --> 00:37:12,600
ทีนี้ คนผิวสี เขาใช้คําว่าน.ก.กันใช่ไหม

643
00:37:12,600 --> 00:37:14,320
เราเป็นคนคิดคํานั้น

644
00:37:36,200 --> 00:37:38,520
มุกนี้โดนล่ะสิ มุกนี้โดน

645
00:37:39,680 --> 00:37:42,480
คืองี้ ผมรู้ว่าคนผิวขาวน่ะเลวร้ายที่สุด

646
00:37:42,480 --> 00:37:47,760
ทุกวันนี้ถึงได้ไม่มีใครชอบชายผิวขาววัยกลางคน

647
00:37:47,760 --> 00:37:49,440
เว้นแต่จะต้องซ่อมหม้อต้ม

648
00:37:49,440 --> 00:37:52,880
ตอนนั้นก็ "ไปตามไอ้คนขาวหัวล้านนั่นมา เร็ว"

649
00:37:53,480 --> 00:37:55,680
ทฤษฎีเชื้อชาติเชิงวิพากษ์ เคยได้ยินไหมครับ

650
00:37:55,680 --> 00:37:59,600
ทุกวันนี้มีสอนในโรงเรียนแล้วนะ
โดยเฉพาะย่านเก๋ๆ อย่างแอลเอ

651
00:37:59,600 --> 00:38:02,560
สอนให้เด็กห้าขวบถึงหกขวบ

652
00:38:02,560 --> 00:38:05,600
ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคํานี้ เล่าให้ฟังสั้นๆ
ทฤษฎีเชื้อชาติเชิงวิพากษ์บอกว่า

653
00:38:05,600 --> 00:38:07,160
คนขาวทุกคนเหยียดผิว

654
00:38:07,160 --> 00:38:09,480
เราเกิดมาเหยียดผิว โตไปเหยียดผิว

655
00:38:09,480 --> 00:38:12,120
เพราะเราได้รับอภิสิทธิ์จากสังคมที่เหยียดผิว

656
00:38:12,120 --> 00:38:13,920
ซึ่งวางรากฐานโดยปู่ย่าตาทวด โอเคนะ

657
00:38:13,920 --> 00:38:15,840
พูดง่ายๆ คนขาวทุกคนเหยียดผิว

658
00:38:15,840 --> 00:38:18,720
และเราทําอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้ โล่งอกไปที

659
00:38:24,600 --> 00:38:27,560
ผมคิดว่าโลกนี้จะเข้าใจยากขึ้นเรื่อยๆ

660
00:38:27,560 --> 00:38:29,240
ในตอนที่ผมแก่กว่านี้และงุนงงกว่านี้

661
00:38:29,240 --> 00:38:31,920
มีหลักศาสนาใหม่ๆ ผุดขึ้นมา
ในนามของ "ความก้าวหน้า"

662
00:38:31,920 --> 00:38:35,280
เอาล่ะ หลักศาสนาไม่เคยพาเราก้าวหน้า
ไม่ว่าจะใหม่หรือเป็นที่นิยมแค่ไหน

663
00:38:35,280 --> 00:38:37,080
แต่ผมคิดว่าอีกไม่นานผมจะแพ้จํานวน

664
00:38:37,080 --> 00:38:41,240
เช่น ปีนี้ผมเพิ่งได้สั่งของ
จากแอมะซอนเป็นครั้งแรก

665
00:38:41,240 --> 00:38:44,160
ตลอดช่วงที่มีโรคระบาด
เจนเขาจะแบบ... "ของมันต้องมี"

666
00:38:44,160 --> 00:38:47,040
"ของมาแล้ว" ส่วนผมก็ "ไม่เอา"
เจนก็ "ง่ายดีนะ"

667
00:38:47,040 --> 00:38:50,480
ผมก็ "อืม" การช้อปปิ้งจริงๆ ผมก็ไม่ชอบ
ผมเกลียดการช้อปปิ้ง

668
00:38:50,480 --> 00:38:52,000
โดยเฉพาะการช้อปปิ้งเสื้อผ้า

669
00:38:52,000 --> 00:38:54,880
สมัยหนุ่มๆ ผอมๆ ผมเกลียดการช้อปปิ้งเสื้อผ้า

670
00:38:54,880 --> 00:38:57,760
ผมเกลียดมันเข้าเส้น พอมาตอนนี้ที่ทั้งแก่ทั้งอ้วน

671
00:38:57,760 --> 00:39:01,200
มีครั้งหนึ่ง พนักงานที่ร้านคิดว่า
ผมจดความยาวขาด้านใน

672
00:39:01,200 --> 00:39:03,880
กับรอบเอวสลับกัน

673
00:39:05,560 --> 00:39:08,640
ผมดูออกเลยว่าเธอคิด
"เลี้ยงลิงอุรังอุตังเหรอคะ"

674
00:39:08,640 --> 00:39:10,520
"เปล่า ซื้อไปใส่เอง อี..."

675
00:39:13,400 --> 00:39:15,880
ผมไม่เคยชอบการช้อปปิ้ง
แต่ผมไม่เชื่อใจอินเทอร์เน็ต

676
00:39:15,880 --> 00:39:18,080
เจนบอกว่า "ใส่ข้อมูลบัตรเครดิตลงไปเลย"

677
00:39:18,080 --> 00:39:19,760
"ผมไม่อยากให้เขามีข้อมูลบัตรผม"

678
00:39:19,760 --> 00:39:23,000
"ใครๆ ก็มีข้อมูลบัตรคุณ
ใส่ตัวเลขลงไปเถอะน่า" ผมก็ "อันไหน"

679
00:39:23,000 --> 00:39:27,040
"ที่ยาวๆ น่ะ โอ๊ย เอามานี่
เอ้า ได้แล้ว ลองสั่งของดู"

680
00:39:27,040 --> 00:39:30,480
ผมคิด "ก็ไม่ได้อยากได้อะไรนะ...
อ๋อ กางเกงวอร์ม"

681
00:39:30,480 --> 00:39:33,840
ต้องมีหลายๆ ตัวนะ ของผมใส่จนเป้าขาด

682
00:39:34,800 --> 00:39:38,480
ผมเลยพิมพ์ "กางเกงวอร์มผู้ชาย
สีดํา กระเป๋าซิป"

683
00:39:38,480 --> 00:39:40,760
มีประมาณ 38... "ฉิบหาย"

684
00:39:40,760 --> 00:39:44,560
"อันนี้ดูดี" ทีนี้ ตารางไซซ์
ผมแบบ "อืม นี่น่าจะยาวไปนิดนึง

685
00:39:44,560 --> 00:39:48,360
แต่นี่ก็น่าจะแน่นไปนิด"
ผมคิด "ราคา 9.99 ช่างแม่ง ใครสน"

686
00:39:49,000 --> 00:39:51,200
ผมก็เลยสั่งไป วันรุ่งขึ้นของก็มา

687
00:39:51,200 --> 00:39:52,960
ผมแกะออกดู คุณภาพแย่มาก

688
00:39:53,480 --> 00:39:56,480
ไม่รู้ว่าทําขึ้นที่โรงงานนรกที่ไหน

689
00:39:56,480 --> 00:39:59,920
หรือให้เด็กจีนอายุแปดขวบทํารึไง

690
00:39:59,920 --> 00:40:03,040
แต่เด็กนั่นสมควรถูกทําโทษ เพราะกางเกงมัน...

691
00:40:04,720 --> 00:40:07,520
ผมหาดูว่าจะร้องเรียนตรงไหน

692
00:40:07,520 --> 00:40:09,160
เด็กนั่นจะได้โดนไล่ออก

693
00:40:10,200 --> 00:40:13,560
แล้วผมก็ไปเจอว่า
เด็กพวกนี้ได้ค่าแรงแค่วันละสองดอลลาร์

694
00:40:13,560 --> 00:40:15,640
ในที่โหดร้ายแบบนั้น

695
00:40:15,640 --> 00:40:19,640
แต่ความรู้สึกภูมิใจที่ได้ทํางานล่ะ เข้าใจผมไหม

696
00:40:21,320 --> 00:40:22,960
ผมรู้นะว่าพวกคุณบางคนคิดว่า

697
00:40:22,960 --> 00:40:25,080
"เขาไม่ได้คิดว่าริคกี้ เจอร์เวสจะสั่งซื้อไง"

698
00:40:25,080 --> 00:40:28,520
ก็น่าจะมีคนบอกเขานะ
ว่ามีโอกาสที่ริคกี้ เจอร์เวสจะสั่งซื้อ

699
00:40:28,520 --> 00:40:32,320
เจ้าของตัวเขาควรเรียกเขามานั่งคุยว่า

700
00:40:32,320 --> 00:40:34,480
"ถ้าริคกี้ เจอร์เวสซื้อกางเกงไปแล้วร้องเรียน

701
00:40:34,480 --> 00:40:36,480
ฉันจะข่มขืนแม่แกอีกรอบ"

702
00:40:37,840 --> 00:40:39,880
แรงไปเหรอ โทษที

703
00:40:41,200 --> 00:40:42,960
ผมรับเอง

704
00:40:45,960 --> 00:40:48,920
เดี๋ยวพอผมตาย คุณก็จะคิดได้
ว่านี่คือมุกเสียดสีที่เยี่ยมมาก

705
00:40:52,000 --> 00:40:54,680
ครับ ผมไม่รู้ว่ามนุษยชาติจะจบลงยังไง

706
00:40:54,680 --> 00:40:57,840
อย่างที่บอก ความเป็นไปได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็น...

707
00:40:57,840 --> 00:41:01,640
ไม่อยากเชื่อว่าสงครามนิวเคลียร์จะกลับมา
ทั้งที่เราได้บทเรียนไปขนาดนั้น

708
00:41:01,640 --> 00:41:04,080
แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของโรคระบาด

709
00:41:04,080 --> 00:41:07,320
เมื่อปรสิต จุลินทรีย์และแบคทีเรียมัน...

710
00:41:07,320 --> 00:41:09,080
ยาปฏิชีวนะใช้ไม่ได้ผล

711
00:41:09,080 --> 00:41:12,800
หรือบางที อาจจะเกิดเรื่องพวกนั้น
แต่เราจะค่อยๆ วิวัฒนาการรอดไปได้

712
00:41:12,800 --> 00:41:16,360
เราจะได้ค้นพบว่ามีกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ
ที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์

713
00:41:16,360 --> 00:41:18,720
อยู่ทั่วโลกนี้ ซึ่งต้านทานรังสีได้นิดหน่อย

714
00:41:18,720 --> 00:41:21,800
และต้านทานจุลินทรีย์ได้นิดหน่อย
แล้วเราก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

715
00:41:21,800 --> 00:41:27,240
เราไม่ค่อยเข้าใจกลไกวิวัฒนาการของมนุษย์
ตั้งแต่ยุคอารยธรรม

716
00:41:27,240 --> 00:41:30,880
เพราะมันไม่ได้มีพื้นฐานตั้งอยู่บน
การรอดชีวิตของคนที่ฟิตที่สุด

717
00:41:30,880 --> 00:41:34,440
ซึ่ง "ฟิตที่สุด" หมายถึง
ตัวผู้ที่ตัวใหญ่ที่สุด แข็งแรงที่สุด

718
00:41:34,440 --> 00:41:36,040
จะได้ส่งต่อสารพันธุกรรม

719
00:41:36,040 --> 00:41:38,040
ยังมีกระบวนทัศน์อื่นอีก

720
00:41:38,040 --> 00:41:39,120
ธรรมชาติโหดร้ายนะ

721
00:41:39,120 --> 00:41:41,760
บางทีก็ตัวผู้ที่ตัวใหญ่ที่สุด
ก็เป็นฝ่ายได้ตัวเมียไปครองจริงๆ

722
00:41:41,760 --> 00:41:43,520
แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเมียก็มีลูกเป็นครอก

723
00:41:43,520 --> 00:41:46,080
ถ้ามีตัวไหนแคระแกร็น ตัวเมียก็จะ
"ช่างมัน ฆ่าทิ้งเลย"

724
00:41:46,080 --> 00:41:49,720
กินซะ แบ่งกันไปในหมู่พวกเราที่เหลือ"
สังคมมนุษย์เราไม่ทําแบบนั้น

725
00:41:49,720 --> 00:41:50,880
เราทําตรงกันข้าม

726
00:41:50,880 --> 00:41:55,200
เราให้เวลามากกว่ากับเด็กที่เปราะบางอ่อนแอ
ดูแลใส่ใจดีกว่า

727
00:41:55,200 --> 00:41:56,680
เพื่อให้โอกาสพวกเขา

728
00:41:56,680 --> 00:41:59,320
สมมุติคุณเป็นพ่อ มีลูกสองคน...

729
00:41:59,320 --> 00:42:02,160
ลูกคนเล็กชื่อทิมมี่ อายุหกขวบ

730
00:42:02,160 --> 00:42:04,240
อีกคนชื่อแจ็ค อายุแปดขวบ

731
00:42:04,240 --> 00:42:07,880
คุณพูดกับทิมมี่ว่า "คริสต์มาสนี้อยากได้อะไร"

732
00:42:07,880 --> 00:42:10,680
แล้วเขาตอบ "รถเข็นแบบมอเตอร์"

733
00:42:12,840 --> 00:42:16,160
ผมสัญญากับเจนไว้ว่าจะไม่ดัดเสียง แต่ผมลืม

734
00:42:20,000 --> 00:42:22,040
ไม่ทันแล้วเนอะ

735
00:42:22,680 --> 00:42:26,400
"คริสต์มาสอยากได้อะไร ทิมมี่"
"รถเข็นแบบมอเตอร์"

736
00:42:27,400 --> 00:42:31,040
"เหรอ ราคาถูกสุดสองพัน... ให้ตายสิ"

737
00:42:32,360 --> 00:42:35,160
"ลูกอยากได้อะไร แจ็ค"
"แค่ไม้เทนนิสก็พอฮะ พ่อ"

738
00:42:35,160 --> 00:42:36,600
"เด็กดี"

739
00:42:37,920 --> 00:42:41,040
"ลูกเล่นเทนนิสเก่งไหม"
"เก่งที่สุดในโรงเรียนฮะ" "ลูกพ่อ..."

740
00:42:42,560 --> 00:42:43,920
"เอาทางลาดด้วย"

741
00:42:43,920 --> 00:42:44,920
"ให้ตายเถอะ"

742
00:42:47,280 --> 00:42:50,920
"นี่พวกเราต้องต่อเติมบ้าน
ในวันคริสต์มาสเหรอ ให้ตาย"

743
00:42:50,920 --> 00:42:53,280
"ขอโทษนะ แจ็ค พ่อซื้อไม้เทนนิสให้ไม่ได้"

744
00:42:53,280 --> 00:42:55,840
"ต้องเอาเงินไปทําทางลาด
กับซื้อรถเข็นแบบมอเตอร์"

745
00:42:55,840 --> 00:42:58,040
ให้ไอ้ตัวล้างผลาญ..."

746
00:42:59,720 --> 00:43:02,760
"จะเอาแบบมอเตอร์ไปทําไม" "แขนด้วน"

747
00:43:04,040 --> 00:43:06,360
"ก็แฟร์ดี ถือว่าแฟร์พอ"

748
00:43:08,040 --> 00:43:11,200
ผมดูออกว่าพวกคุณบางคนรู้สึกกระอักกระอ่วน

749
00:43:11,960 --> 00:43:15,480
ที่ขําเจ้าทิมมี่น้อยอายุหกขวบ

750
00:43:15,480 --> 00:43:19,120
เสียงเขาเล็กๆ ตลกๆ
เพราะอวัยวะในปอดพังหมด

751
00:43:21,560 --> 00:43:25,320
เขาไม่มีแขน ไม่มีขา เหมือนตอไม้เลย

752
00:43:25,320 --> 00:43:29,560
แต่ขอผมบอกอะไรเกี่ยวกับทิมมี่หน่อย
คุณจะได้รู้สึกดีขึ้นกับตัวเอง

753
00:43:29,560 --> 00:43:31,680
เขาเป็นพวกเหยียดผิว

754
00:43:31,680 --> 00:43:35,040
ใช่ เขามันเด็กนิสัยโคตรเสีย

755
00:43:36,000 --> 00:43:38,960
"ไอ้เด็ก... ไอ้เด็กดันทุรัง"

756
00:43:38,960 --> 00:43:42,400
"ไอ้... ไอ้คนเหยียดผิว น่ารังเกียจ"

757
00:43:42,400 --> 00:43:43,560
"ไอ้สวะเหยียดผิว"

758
00:43:43,560 --> 00:43:46,760
"ไอ้เด็กโสโครก... ไอ้ฟาสซิสต์"

759
00:43:46,760 --> 00:43:49,240
"แก... แกทําให้ฉันคลื่นไส้"

760
00:43:55,720 --> 00:43:56,760
เหยียดเพศที่สาม

761
00:43:57,280 --> 00:43:59,680
ใช่ เขาพูดแบบ "พวกนั้นไม่เหมือนเรา"

762
00:43:59,680 --> 00:44:03,360
"ไม่มีอะไรเหมือนแกหรอก ไอ้ตัวทุเรศ ไอ้..."

763
00:44:03,360 --> 00:44:06,400
"ไอ้คนอคติ ไอ้... ไอ้ก้อนแห่งความเกลียดชัง"

764
00:44:06,400 --> 00:44:09,640
"ไอ้คนเหยียดผิว เหยียดเพศที่สาม น่ารังเกียจ"

765
00:44:09,640 --> 00:44:11,440
"ถ้าตอนนั้นเราอัลตราซาวด์ก็ดีหรอก"

766
00:44:11,440 --> 00:44:13,400
"แกมัน... แก..."

767
00:44:20,920 --> 00:44:22,480
เกลียดผู้หญิง

768
00:44:23,680 --> 00:44:25,520
ถ้าข่มขืนคนได้ก็ทําไปแล้ว

769
00:44:25,520 --> 00:44:26,440
นี่แหละ...

770
00:44:28,000 --> 00:44:29,560
นี่แหละเจ้าทิมมี่น้อย

771
00:44:35,040 --> 00:44:37,560
บางคนคิดว่าเราไม่ได้วิวัฒนาการเลยด้วยซ้ํา

772
00:44:37,560 --> 00:44:40,680
บางคนคิดว่าพระเจ้าสร้างเรามาพร้อมๆ กัน
แบบม้วนเดียวจบ

773
00:44:40,680 --> 00:44:42,000
ทําคนเดียวด้วย

774
00:44:42,000 --> 00:44:44,760
ถ้าพระเจ้ามีเมียหรือมีคู่
คงมีการถามกันบ้างแหละ

775
00:44:44,760 --> 00:44:47,160
ตอนที่พระเจ้าทรงงานอยู่ "ทําอะไรอยู่น่ะ"

776
00:44:48,120 --> 00:44:51,120
"สร้างคน" "มีอะไรบ้าง"

777
00:44:51,720 --> 00:44:55,360
"หมายความว่าไง"
"มีกรงเล็บ มีเขี้ยว มีอะไรแบบนั้นไหม"

778
00:44:55,360 --> 00:44:58,080
"ไม่ ไม่มีหรอก" "มีพิษไหม"

779
00:44:58,080 --> 00:45:02,720
"ไม่ ไม่มีพิษ"
"มีเกราะไหม เช่น หนามแหลม อะไรแบบนั้น"

780
00:45:02,720 --> 00:45:05,160
"ไม่ ไม่มีเกราะ" "แล้วจะอยู่รอดได้ยังไง"

781
00:45:05,800 --> 00:45:08,200
"คนมีมันสมองเป็นเลิศที่สุดในอาณาจักรสัตว์"

782
00:45:08,200 --> 00:45:09,480
"คนจะคิดหาวิธีได้"

783
00:45:09,480 --> 00:45:14,040
"จะสร้างอาวุธสําหรับโค่นสัตว์ร้าย
ที่มีพละกําลังมากกว่าตนเป็นร้อยเท่าได้"

784
00:45:14,040 --> 00:45:16,320
"แล้วเอาซากของมันมาสวมใส่จนผ่านยุคน้ําแข็ง"

785
00:45:16,320 --> 00:45:19,160
"คนจะข้ามผ่านภาวะขาดแคลนได้
จะข้ามผ่านสงครามโลกได้"

786
00:45:19,160 --> 00:45:22,080
"จนในที่สุดก็จะเริ่มกลัวคําพูดบางคํา"

787
00:45:24,840 --> 00:45:26,000
"แต่ว่า...

788
00:45:32,760 --> 00:45:35,600
คนจะยืนอยู่เหนือสัตว์ทุกตัว นานนับหมื่นรุ่น"

789
00:45:36,680 --> 00:45:38,640
"นี่อะไร" "ถุงอัณฑะ"

790
00:45:39,280 --> 00:45:42,280
"มีไว้ทําไม" "คนเก็บทุกอย่างไว้ในนั้น"

791
00:45:42,280 --> 00:45:46,720
"เมล็ดพันธุ์ ดีเอ็นเอ" "ดีเอ็นเอคืออะไร"
"ก็เหมือนพิมพ์เขียวของชีวิต"

792
00:45:46,720 --> 00:45:49,200
"มันจะกําหนดว่าเราเป็นคนยังไง เพศอะไร"

793
00:45:49,200 --> 00:45:51,280
"มีกี่เพศล่ะ" "สอง"

794
00:45:59,800 --> 00:46:04,120
"และในนี้ยังเป็นที่เก็บเทสโทสเตอโรน
เขาจะได้แกร่ง"

795
00:46:04,120 --> 00:46:07,560
"แล้วถ้าคุณเอานิ้วดีดถุงอัณฑะ ซี้แหง"

796
00:46:07,560 --> 00:46:10,680
"เขาซี้แหงแก๋ อ้วกแตก ลงไปกองบนพื้น"

797
00:46:10,680 --> 00:46:13,440
"เขาจะ... สิ้นฤทธิ์ไปเลย หมดท่าโดยสิ้นเชิง"

798
00:46:13,440 --> 00:46:17,080
"แล้วเอามันไว้ข้างนอกทําไม" "พอได้ขํา"

799
00:46:20,520 --> 00:46:22,400
ปัญญาประดิษฐ์

800
00:46:22,400 --> 00:46:25,160
ภัยคุกคามต่อมนุษยชาติล่าสุด

801
00:46:25,160 --> 00:46:26,600
การผงาดของหุ่นยนต์

802
00:46:26,600 --> 00:46:30,720
ฉลาดมากซะจนสอนตัวเองได้ สอนกันเองได้

803
00:46:30,720 --> 00:46:32,960
สร้างหุ่นอีกตัวก็ได้

804
00:46:33,560 --> 00:46:37,080
ในไม่ช้าพวกมันจะรู้ทุกอย่างที่ต้องรู้
และเกลียดเรา จะไม่เกลียดได้ไง

805
00:46:37,080 --> 00:46:40,600
และพวกมันจะสมจริงมาก
จะเดินปะปนอยู่กับเรา จะไปทํางาน

806
00:46:40,600 --> 00:46:44,160
รู้ไหมว่าพวกมันจะเป็นมนุษย์จริงๆ ตอนไหน
ตอนที่เริ่มโทรไปลาป่วย

807
00:46:45,080 --> 00:46:46,400
วันจันทร์

808
00:46:46,400 --> 00:46:50,720
พวกมันเรียนรู้เทคนิคไปหมดแล้ว
เดี๋ยวก็ "วันนี้ไม่เข้างานนะ

809
00:46:50,720 --> 00:46:52,800
"ทําไมล่ะ" "ไม่ไหวแล้ว"

810
00:46:53,640 --> 00:46:56,600
"เป็นอะไรรึเปล่า"
พวกมันจะสแกนโซเชียลมีเดีย

811
00:46:56,600 --> 00:46:57,920
"สมาธิสั้น"

812
00:46:59,760 --> 00:47:01,440
"วินิจฉัยตัวเอง"

813
00:47:02,400 --> 00:47:07,360
จะเห็นพวกมันที่ฝ่ายบุคคลตลอด
แบบ "ไรอันฝ่ายบัญชีเป็นพวกเหยียดหุ่นยนต์"

814
00:47:08,440 --> 00:47:11,760
"ทําไม เขาพูดอะไร"
"เขาเรียกผมว่าไอ้พลาสติกขี้บ่น"

815
00:47:13,080 --> 00:47:15,920
ผมคิดว่าเราควรมีสิทธิ์ว่าให้หุ่นยนต์ได้
เมื่อถึงวันนั้นจริงๆ

816
00:47:15,920 --> 00:47:19,680
เราสร้างมันขึ้นมา เพื่อให้ชีวิตเราง่ายขึ้น
จะได้แบ่งเบาภาระเรา

817
00:47:19,680 --> 00:47:22,760
กับคนจริงๆ ก็แย่พออยู่แล้ว
เราเลือกคําพูดผิดไป ทําตัวเองเดือดร้อน

818
00:47:22,760 --> 00:47:25,080
เดี๋ยวนี้คนยิ่งเข้าใจอะไรผิดอยู่

819
00:47:25,080 --> 00:47:29,200
"ตายแล้ว วันนี้ฉันทําให้ลินดาอ้วนร้องไห้"

820
00:47:30,120 --> 00:47:32,440
"เกิดอะไรขึ้น" "ฉันตะโกนเรียกเขา

821
00:47:32,440 --> 00:47:35,560
แล้วก็นึกขึ้นได้
ว่าเราเรียกเขาแบบนั้นแค่ลับหลัง"

822
00:47:37,960 --> 00:47:40,760
สมัยผมเป็นเด็ก
คนไม่ได้ถือโทษโกรธกับทุกเรื่องนะ

823
00:47:40,760 --> 00:47:43,120
ผมอาจจําผิดไปก็ได้ แต่พวกผู้ใหญ่ไม่โกรธหรอก

824
00:47:43,120 --> 00:47:44,840
พ่อแม่เราไม่โกรธ ปู่ย่าตายายเรา

825
00:47:44,840 --> 00:47:46,520
พวกเขาหลบระเบิดโตขึ้นมา

826
00:47:46,520 --> 00:47:48,760
แถมลูกคนแรกก็เป็นโปลิโอ

827
00:47:48,760 --> 00:47:51,040
พวกผู้ชายพออายุ 50 ก็เป็นโรคปอดตายแล้ว

828
00:47:51,040 --> 00:47:53,280
พวกเขารับมุกตลกได้

829
00:47:53,280 --> 00:47:56,440
เมื่อก่อนเป็นยุคแห่งการปั่น ผมปั่นแม่ผมตลอด

830
00:47:56,440 --> 00:47:57,640
นี่เรื่องจริง

831
00:47:57,640 --> 00:48:01,680
ตอนผมไปเรียนมหาวิทยาลัย
สักหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ผมโทรกลับบ้าน

832
00:48:01,680 --> 00:48:03,160
แม่ผมรับ "ฮัลโหล"

833
00:48:03,160 --> 00:48:06,600
ผมก็ "นี่ริคกี้นะ" แม่ถาม "เป็นอะไรรึเปล่า"
ผมตอบ "ก็เป็นแหละ"

834
00:48:06,600 --> 00:48:08,880
"ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล น่าจะตาบอด"

835
00:48:08,880 --> 00:48:11,760
แม่ผม "หา" แล้วผมก็ "ล้อเล่นเฉยๆ"

836
00:48:13,040 --> 00:48:17,960
แม่ก็ "เด็กบ้า แม่แทบหัวใจวาย"

837
00:48:17,960 --> 00:48:21,320
ซึ่งแม่พูดถูกนะ แม่อาจหัวใจวายก็ได้ และผมก็รู้

838
00:48:21,320 --> 00:48:24,520
ผมมุ่งมั่นขนาดนั้นเลย ที่จะหาเรื่องขํา

839
00:48:27,000 --> 00:48:29,080
ด้วยความยินดี

840
00:48:33,880 --> 00:48:36,720
การเดินทางในอวกาศ ความพยายามครั้งสุดท้าย

841
00:48:36,720 --> 00:48:39,880
พอเราใช้ดาวเคราะห์ดวงนี้จนเยินแล้ว
เราจะทิ้งโลกที่ใกล้อวสาน

842
00:48:39,880 --> 00:48:41,800
ย้ายไปดาวดวงใหม่ แล้วเริ่มต้นใหม่ได้ไหม

843
00:48:41,800 --> 00:48:46,040
ผมว่าไม่ได้ ในช่วงชีวิตผมคงไม่ได้
ในช่วงชีวิตคุณก็อาจไม่ได้

844
00:48:46,040 --> 00:48:49,360
ดาวที่ใกล้ที่สุด
ดาวดวงเดียวที่ไปอยู่ได้ คือดาวอังคาร

845
00:48:49,360 --> 00:48:52,280
ถ้านั่งจรวดไปก็ใช้เวลาเดินทางเก้าเดือน

846
00:48:52,280 --> 00:48:54,000
ที่นั่นไม่มีชั้นบรรยากาศ

847
00:48:54,000 --> 00:48:57,120
อุณหภูมิเฉลี่ยติดลบ 70 องศา

848
00:48:57,120 --> 00:48:58,440
อยากฟังเรื่องเจ็บแสบไหม

849
00:48:58,440 --> 00:49:01,600
นักวิทย์กําลังหาคําตอบว่าเป็นไปได้ไหม
ที่จะจุดระเบิดหัวรบนิวเคลียร์

850
00:49:01,600 --> 00:49:05,400
ที่เปลือกนอก เพื่อปล่อยน้ําที่เป็นน้ําแข็ง
จะได้เกิดเป็นชั้นบรรยากาศ

851
00:49:05,400 --> 00:49:08,640
และทําให้เกิดภาวะโลกร้อนนิดๆ คือผมว่า...

852
00:49:09,280 --> 00:49:10,120
ไม่รู้สิ

853
00:49:10,120 --> 00:49:14,080
มีแต่มหาเศรษฐีนั่นแหละ
ที่มีเงินไปโปรยกับการสํารวจ...

854
00:49:14,080 --> 00:49:15,760
ในอวกาศไม่มีอะไรหรอก

855
00:49:15,760 --> 00:49:18,520
เดี๋ยวนี้คุณไปเที่ยวอวกาศได้แล้วนะ รู้รึยัง

856
00:49:18,520 --> 00:49:23,200
คุณจ่ายเงินแสนห้าหมื่นดอลลาร์
แล้วเขาจะยิงคุณขึ้นไปในอวกาศชั่วโมงนึง

857
00:49:23,200 --> 00:49:26,160
แล้วคุณก็ลอยไปลอยมา "ฉันอยู่ในอวกาศ"

858
00:49:26,160 --> 00:49:27,440
นี่เราก็อยู่ในอวกาศ

859
00:49:27,440 --> 00:49:30,840
โลกอยู่ในอวกาศชัดๆ เลย

860
00:49:30,840 --> 00:49:35,320
เป็นที่ที่ดีที่สุดในอวกาศด้วย มีที่จอดรถ มีโรงหนัง

861
00:49:35,320 --> 00:49:38,680
ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ดูแล้ว
ก็เหมือนอยู่ในลอนดอนแล้วบอกว่า

862
00:49:38,680 --> 00:49:41,440
"โคเวนทรีเป็นยังไงนะสงสัยจัง" อย่าริอ่าน

863
00:49:47,080 --> 00:49:48,320
แต่ผมมองโลกในแง่ดี

864
00:49:48,840 --> 00:49:49,920
จริงครับ ผมคิดว่า...

865
00:49:51,680 --> 00:49:52,720
ผมคิดว่า...

866
00:49:53,880 --> 00:49:57,000
ผมคิดว่าลึกๆ แล้วคนเราใส่ใจกับดาวดวงนี้

867
00:49:57,000 --> 00:50:00,960
เพียงแค่คนส่วนมากบนโลกไม่รู้ตัว

868
00:50:00,960 --> 00:50:04,040
ว่าคนส่วนมากบนโลกกําลังทําลายโลก

869
00:50:04,040 --> 00:50:06,960
คนส่วนมากไม่รู้ตัว ในช่วงชีวิตผมนะ

870
00:50:06,960 --> 00:50:10,600
เราลดจํานวนประชากรสัตว์ลงไป 70%

871
00:50:10,600 --> 00:50:13,760
และสัตว์ที่เหลืออยู่บนโลก ถ้าจัดเป็นกลุ่ม

872
00:50:13,760 --> 00:50:18,600
เป็นคน 36% สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม 60%
เพื่อนํามาเป็นอาหารให้คน

873
00:50:18,600 --> 00:50:20,360
และสัตว์ป่ามีอยู่สี่เปอร์เซ็นต์

874
00:50:20,360 --> 00:50:23,200
ผู้คนไม่รู้ตัวว่าเราทําลายป่าฝนทั้งผืน

875
00:50:23,200 --> 00:50:27,520
ปอดของโลก เพื่อปลูกธัญพืชไว้เป็นอาหารวัว
ที่จะเป็นอาหารเรา

876
00:50:27,520 --> 00:50:30,920
เราชิงธัญพืชมาจากประเทศโลกที่สาม
เพราะพวกเขาต้องการสกุลเงินแข็งค่า

877
00:50:30,920 --> 00:50:34,440
เขาเลี้ยงปากท้องคนของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ํา
เราเอาธัญพืชเขามาเลี้ยงวัวเรา

878
00:50:34,440 --> 00:50:37,200
สัตว์กินเนื้อ ถ้าคุณกินเนื้อทุกวัน...

879
00:50:37,200 --> 00:50:41,040
ถ้าคุณเว้นอาทิตย์ละวัน
เราจะเลี้ยงปากท้องคนได้อีกเป็นร้อยล้าน

880
00:50:41,040 --> 00:50:45,040
ผมว่าลึกๆ แล้วผู้คนใส่ใจนะ
แต่พอตาไม่เห็น หัวก็ไม่คิด

881
00:50:45,040 --> 00:50:47,840
ลองนึกถึงสัตว์ที่คนส่วนใหญ่รู้จักสิ
หมางี้ คนรักหมา

882
00:50:47,840 --> 00:50:52,760
คนไม่ยอมให้ใครทําร้ายหมาตัวเอง
ซึ่งหมาก็คือวัว คือแกะ คือกวาง

883
00:50:52,760 --> 00:50:54,360
คนรักหมาตัวเองมาก

884
00:50:54,360 --> 00:50:57,440
ถึงขั้นไม่ยอมดูหนังที่มีหมาได้รับบาดเจ็บ

885
00:50:57,440 --> 00:50:58,880
และผมเข้าใจนะ

886
00:50:58,880 --> 00:51:00,680
มีเว็บไซต์หนึ่ง

887
00:51:01,200 --> 00:51:02,520
เป็นเว็บไซต์จริง

888
00:51:02,520 --> 00:51:05,240
ชื่อว่า ดาสเดอะด็อกดาย ดอทคอม

889
00:51:06,960 --> 00:51:11,480
เว็บไซต์นี้ก่อตั้งขึ้นเพราะเวลาคนดูหนัง

890
00:51:11,480 --> 00:51:15,120
หรือรายการที่มีหมา
แล้วเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับหมาตัวนั้น

891
00:51:15,120 --> 00:51:18,320
เขาจะปิด จบเห่ อารมณ์ดิ่งไปทั้งวัน

892
00:51:18,320 --> 00:51:21,600
เว็บไซต์ก็เลยก่อตั้งขึ้นมา คุณสามารถเข้าไป

893
00:51:21,600 --> 00:51:25,640
ป้อนชื่อหนังหรือละครทีวีเรื่องอะไรก็ได้
แล้วถามว่า "หมาตายไหม"

894
00:51:25,640 --> 00:51:27,800
แล้วจะมีคนมาตอบคุณ "ไม่"

895
00:51:27,800 --> 00:51:31,200
แล้วมันก็กลายเป็นเว็บไซต์
สําหรับอาการกลัวของใครก็ตาม

896
00:51:31,200 --> 00:51:33,160
อะไรก็ตามที่คุณไม่อยากเห็นในหนัง

897
00:51:33,160 --> 00:51:35,760
คุณค้นชื่อหนัง แล้วจะมีคนตอบคําถามคุณ

898
00:51:35,760 --> 00:51:38,200
ผมก็เลยค้นข้อมูลหนังไปเรื่องหนึ่งในเว็บไซต์นี้

899
00:51:38,840 --> 00:51:39,960
ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

900
00:51:45,240 --> 00:51:48,960
จริงแน่นอน ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม
ดาสเดอะด็อกดาย ดอทคอม

901
00:51:48,960 --> 00:51:51,680
คําถามแรก "หมาตายไหม" "ไม่"

902
00:51:51,680 --> 00:51:53,200
"แมวตายไหม" "ไม่"

903
00:51:53,200 --> 00:51:54,920
"มีสัตว์ถูกทําร้ายไหม"

904
00:51:54,920 --> 00:51:57,840
มีคนตอบ "มีไก่ที่โดนจับอย่างหนักมือ

905
00:51:57,840 --> 00:51:59,360
แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ"

906
00:52:01,840 --> 00:52:04,440
ผมรักสัตว์นะ รักมากกว่าทุกคนที่ผมรู้จัก

907
00:52:04,440 --> 00:52:05,600
แต่สมมุติผมเป็นชาวยิว

908
00:52:05,600 --> 00:52:08,160
ผมจะเคืองนิดๆ กับการตั้งคําถามแบบนี้

909
00:52:08,160 --> 00:52:09,480
ลองนึกภาพในชีวิตจริง

910
00:52:09,480 --> 00:52:13,960
ลองนึกภาพใครสักคนพูดว่า
"ปู่ย่าตายายฉันถูกพวกนาซีฆ่า"

911
00:52:13,960 --> 00:52:15,160
แล้วคุณ "เกิดอะไรขึ้น"

912
00:52:15,160 --> 00:52:18,680
"พวกเขาถูกลากตัวออกจากบ้าน
แล้วถูกส่งไปที่ห้องรมแก๊ส" "โธ่..."

913
00:52:18,680 --> 00:52:20,480
"มีไก่บาดเจ็บไหม" "หา"

914
00:52:23,400 --> 00:52:26,680
แต่อย่างที่บอก มันกลายเป็น...
คุณสามารถถามได้ทุกเรื่อง

915
00:52:26,680 --> 00:52:29,600
มีคนถาม "มีการล่วงละเมิดเด็กไหม
มีการทําให้ฟันหักหรือแตกไหม"

916
00:52:29,600 --> 00:52:32,840
"มีการจับแขวนไหม มีคนหายใจไม่ออกไหม"

917
00:52:32,840 --> 00:52:34,760
มี มีแหละ

918
00:52:34,760 --> 00:52:35,680
มี

919
00:52:37,200 --> 00:52:39,960
มีคนถามว่า "มีใครตกบันไดไหม"

920
00:52:39,960 --> 00:52:42,400
มีคนกลัวหนังตลก
แบบเล่นเจ็บตัวด้วยเหรอ มันแบบ...

921
00:52:44,640 --> 00:52:50,840
เอาเถอะ เว็บไซต์นี้ก่อตั้งในปี 2010
เปิดมาแล้วประมาณ 13 ปี

922
00:52:50,840 --> 00:52:55,080
คําถามช่วงหลังๆ
เริ่มสะท้อนให้เห็นยุคสมัยที่เราอยู่ตอนนี้

923
00:52:55,080 --> 00:52:58,160
เริ่มเปราะบางและหลงตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

924
00:52:58,160 --> 00:53:02,280
ลองดูคําถามที่มีคนถามปีนี้นะ
ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม

925
00:53:02,280 --> 00:53:04,800
มีคนถาม "มีมุกล้อคนอ้วนไหม"

926
00:53:06,120 --> 00:53:08,160
มีแล้วจะแย่กว่าเดิมเหรอ

927
00:53:09,720 --> 00:53:13,200
ลองนึกภาพเหตุการณ์จริงนะ
ลองนึกว่าผมอยู่ในค่ายกักกัน

928
00:53:13,200 --> 00:53:15,680
ผมเปลือย ทุกคนรอบตัวผมเปลือยหมด

929
00:53:15,680 --> 00:53:18,520
มีผู้บังคับการต้อนเราเข้าไปในห้องรมแก๊ส

930
00:53:18,520 --> 00:53:20,720
แล้วเขาพูด "เดินไปสิ ไอ้อ้วน"

931
00:53:20,720 --> 00:53:22,440
แล้วผม "หยาบคาย"

932
00:53:28,040 --> 00:53:28,920
"ไม่ได้นะ"

933
00:53:29,640 --> 00:53:32,320
"ทําเสียอารมณ์หมดเลย ขอบอกตรงๆ"

934
00:53:37,200 --> 00:53:39,560
มีคนถามว่า "มีคําพูดสร้างความเกลียดชังไหม"

935
00:53:40,120 --> 00:53:42,760
ก็มีนะ

936
00:53:42,760 --> 00:53:44,160
ทําใจให้ได้นะ หนูน้อย

937
00:53:45,480 --> 00:53:48,400
อันนี้ "มีมุกล้อผู้ชายที่ใส่เดรสไหม"

938
00:53:48,960 --> 00:53:50,600
เรื่องนี้มีมุกตลกน้อยมาก

939
00:53:51,320 --> 00:53:55,280
ถ้าจะดูหนังเรื่องนี้เอาฮา คงต้องผิดหวังแน่

940
00:53:56,640 --> 00:54:00,760
แต่คําถามนี้กระตุกต่อมผมเลย
อย่าลืมนะ หนังเรื่องนี้พูดถึงยุค 1940

941
00:54:00,760 --> 00:54:04,640
น่าจะเป็นยุคที่โหดร้ายที่สุด
ในประวัติศาสตร์อารยชน ลองฟังดู

942
00:54:04,640 --> 00:54:06,480
"มีคนผิดเพศรึเปล่า"

943
00:54:07,240 --> 00:54:08,560
ตูจะบ้า

944
00:54:10,800 --> 00:54:12,000
ให้ตายสิ

945
00:54:12,000 --> 00:54:14,920
คําถามนี้น่ารัก "มีการต่อต้านชาวยิวรึเปล่า"

946
00:54:14,920 --> 00:54:15,840
มี

947
00:54:16,800 --> 00:54:19,400
มี ตอมันเลยแหละ

948
00:54:19,400 --> 00:54:20,640
ใช่ไหม

949
00:54:20,640 --> 00:54:22,160
ลืมคานเยไปเลย

950
00:54:22,160 --> 00:54:23,080
นี่น่ะ...

951
00:54:24,080 --> 00:54:26,480
พุ่งทะลุกราฟไปเลย

952
00:54:26,480 --> 00:54:29,760
เวลาพูดเรื่องนี้ อย่าทํามือแบบนั้นสิ ให้ตายเถอะ

953
00:54:29,760 --> 00:54:32,760
ผมทํามือเป็นเส้นกราฟ ผมทําแบบนี้

954
00:54:32,760 --> 00:54:34,360
พุ่งทะลุกราฟไปเลย

955
00:54:34,960 --> 00:54:35,840
นี่น่ะ...

956
00:54:37,560 --> 00:54:40,120
คิดว่าจะต่างไปไหม
ถ้าการคารวะแบบฮิตเลอร์ทําแบบนี้

957
00:54:40,120 --> 00:54:42,800
มันน่าจะออกมาแบบ "นั่นฮิตเลอร์"

958
00:54:43,520 --> 00:54:44,360
แบบนี้

959
00:54:45,280 --> 00:54:46,120
ไฮยา

960
00:54:50,640 --> 00:54:53,600
คําถามนี้น่าสนใจ "ตอนจบเศร้าไหม"

961
00:54:53,600 --> 00:54:56,880
ครับ มีคนบอกว่าเศร้า แล้วก็มีอีกคนบอกไม่เศร้า

962
00:54:56,880 --> 00:54:59,000
แล้วผมก็คิดๆ ดู แต่ก็นึกขึ้นได้

963
00:54:59,000 --> 00:55:02,840
ถ้าคุณเคยดูหนังเรื่องนี้
ถ้าคุณจําได้ ตอนที่หนังจบ

964
00:55:03,320 --> 00:55:06,280
สปีลเบิร์กเพิ่มภาพจริงเข้ามานิดหน่อย

965
00:55:06,280 --> 00:55:11,640
เขาให้เหล่าทายาทในชีวิตจริงมา
ทายาทคนที่ถูกสังหารไปตอนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

966
00:55:11,640 --> 00:55:14,760
แล้วก็ถ่ายตอนที่
พวกเขาเดินเข้าไปในสุสานชาวยิว

967
00:55:14,760 --> 00:55:17,400
แล้ววางหินหนึ่งก้อนไว้บนหลุมศพ

968
00:55:17,400 --> 00:55:19,880
เพื่อเป็นสัญลักษณ์
แทนคนในครอบครัวที่ถูกสังหารไป

969
00:55:19,880 --> 00:55:24,040
หินกองสูงขึ้น และเป็นฉากที่ซึ้งมาก
ผมก็เลยคิดว่าผมมองเห็นความกํากวม

970
00:55:24,040 --> 00:55:26,240
"ตอนจบเศร้าไหม" เศร้า

971
00:55:26,240 --> 00:55:29,800
ในแง่ที่ว่าคนยิวหกล้านคน
ต้องตายอย่างไร้ความหมาย

972
00:55:29,800 --> 00:55:32,480
แต่ไม่เศร้า ในแง่ที่ว่า ยังมีคนยิวเหลืออีกมากพอ

973
00:55:32,480 --> 00:55:34,120
ที่จะก่อกองหินได้

974
00:55:34,640 --> 00:55:35,480
ก็...

975
00:55:44,160 --> 00:55:47,040
ตัวผมเองถามไปคําถามนึง

976
00:55:47,640 --> 00:55:49,320
"เจมส์ คอร์เดนอยู่ในเรื่องไหม"

977
00:55:58,040 --> 00:56:00,520
ผมลองค้นดูหนังอีกเรื่องหนึ่ง แบบเร็วๆ

978
00:56:00,520 --> 00:56:04,480
ไททานิก และก็มีคําถามแบบเดียวกันนั่นแหละ

979
00:56:04,480 --> 00:56:06,840
มีอันนึง "มีสัตว์เป็นอันตรายไหม"

980
00:56:06,840 --> 00:56:07,880
มีคนตอบ

981
00:56:07,880 --> 00:56:10,560
"ไม่มีฉากที่เห็นชัดเจนว่าสัตว์เป็นอันตราย

982
00:56:10,560 --> 00:56:14,200
แต่โรสเลี้ยงปลาทองไว้ตัวนึงซึ่งน่าจะไม่รอด"

983
00:56:16,600 --> 00:56:19,040
ผมคิดว่าปลาทองในโหลที่อยู่บนตู้

984
00:56:19,040 --> 00:56:21,640
ตอนที่เรือชนภูเขาน้ําแข็ง แล้วมันอยู่อย่างงี้

985
00:56:21,640 --> 00:56:23,920
ผู้คนวิ่งพล่าน พากัน "เราจะจมน้ําแล้ว"

986
00:56:23,920 --> 00:56:27,120
ตอนนั้นเจ้าปลาสบายใจเฉิบ
แบบว่า "ไม่มีอะไรต้องห่วง"

987
00:56:28,400 --> 00:56:29,800
"โธ่ ไม่อยากลงน้ํา"

988
00:56:31,720 --> 00:56:35,320
ทีนี้พอมันลงทะเลไปก็ "เค็มเอาเรื่องนะเนี่ย"

989
00:56:43,680 --> 00:56:45,720
ผมขอทิ้งท้ายด้วยเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

990
00:56:46,560 --> 00:56:48,720
เรายังอยู่ในหัวข้อ "หมาตายไหม" ใช่ไหม

991
00:56:49,280 --> 00:56:51,280
ตอนที่ผมอายุได้เจ็ดขวบ

992
00:56:51,280 --> 00:56:55,240
แม่พาผมไปโรงหนัง ไปดูเรื่อง โอลด์เยลเลอร์

993
00:56:55,960 --> 00:56:56,960
เป็นหนังที่ดีมาก

994
00:56:56,960 --> 00:56:58,800
สร้างขึ้นช่วงปลายยุค 50

995
00:56:58,800 --> 00:57:02,720
ฉากเป็นบ้านไร่ในแดนเถื่อนตะวันตก

996
00:57:02,720 --> 00:57:07,160
เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กคนนึง
ที่เก็บหมาตัวเล็กๆ จากที่ทิ้งขยะมาเลี้ยง

997
00:57:07,160 --> 00:57:09,560
ตั้งชื่อมันว่าโอลด์เยลเลอร์ ทั้งสองโตมาด้วยกัน

998
00:57:09,560 --> 00:57:12,600
เป็นหนังเกี่ยวกับเพื่อน
เรื่องราวความรักระหว่างเด็กคนนี้กับหมา

999
00:57:13,120 --> 00:57:17,560
สุดท้ายแล้ว ตอนที่หมาตัวนั้นโต
และปกป้องเด็กคนนั้นในป่า

1000
00:57:17,560 --> 00:57:20,080
มันสู้กับเสือภูเขา
หมี กับหมาป่า หรืออะไรก็นั่นแหละ

1001
00:57:20,600 --> 00:57:24,240
แต่ในช่วงท้ายของหนัง
เด็กคนนั้นน่าจะอายุสัก 13 ได้

1002
00:57:24,240 --> 00:57:25,600
มันก็พาเราดิ่ง

1003
00:57:25,600 --> 00:57:29,480
ผมจําได้ว่าเด็กคนนั้นมองไปที่โอลด์เยลเลอร์
ที่ถูกขังไว้ในโรงนา

1004
00:57:29,480 --> 00:57:32,600
แล้วแม่เขาก็สงสัย
ถามว่า "โอลด์เยลเลอร์แข็งแรงดีไหม"

1005
00:57:32,600 --> 00:57:35,880
"ครับ มันสบายดี" แต่เด็กคนนั้นรู้ว่ามันโดนกัด

1006
00:57:35,880 --> 00:57:40,200
ในไม่นาน โอลด์เยลเลอร์เริ่มน้ําลายฟูมปาก
และ... เริ่มดุร้าย

1007
00:57:40,200 --> 00:57:44,720
แล้วแม่ก็โผล่มาพร้อมปืน เด็กคนนั้นบอก "ไม่นะ"

1008
00:57:44,720 --> 00:57:46,800
แล้วแม่ก็ "เราจําเป็นต้องทํานะ"

1009
00:57:46,800 --> 00:57:49,760
เขาก็ "ครับ แต่นั่นหมาของผม ผมจะทําเอง"

1010
00:57:49,760 --> 00:57:51,640
แล้วเขาก็ยิงหมาตัวเอง

1011
00:57:51,640 --> 00:57:55,640
ผมร้องไห้โฮอยู่ปีเต็ม

1012
00:57:56,240 --> 00:57:57,800
ตัดภาพมาที่ยุคปัจจุบัน

1013
00:57:57,800 --> 00:58:00,160
เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมไปทัวร์แสดง

1014
00:58:00,160 --> 00:58:03,200
อยู่บนรถไฟ ได้รับข้อความจากเจน

1015
00:58:03,720 --> 00:58:05,840
เธอบอกว่า
"กําลังดูโอลด์เยลเลอร์แหละ ในที่สุด"

1016
00:58:06,360 --> 00:58:08,520
ผมส่งกลับไป "ดูให้สนุกนะ"

1017
00:58:10,040 --> 00:58:13,760
ผมไม่ทันคิด อีก 20 นาทีต่อมา ผมได้รับข้อความ

1018
00:58:13,760 --> 00:58:18,640
"ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับหมาตัวนั้นใช่ไหม"
ผมแทบไม่เชื่อดวงตัวเอง

1019
00:58:18,640 --> 00:58:19,560
ผม...

1020
00:58:20,360 --> 00:58:22,120
ผมนึกว่าเธอรู้แล้วว่า...

1021
00:58:22,640 --> 00:58:25,280
ผมส่งกลับไป "ไม่ ไม่มีอยู่แล้ว"

1022
00:58:27,360 --> 00:58:29,360
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ผมได้รับข้อความ

1023
00:58:29,360 --> 00:58:30,560
"ไอ้เลว"

1024
00:58:36,480 --> 00:58:37,400
ขอบคุณครับ

1025
00:58:38,440 --> 00:58:39,720
ขอบคุณ

1026
00:58:40,520 --> 00:58:42,240
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ

1027
00:58:42,240 --> 00:58:44,240
ขอบคุณทุกคนที่ซื้อตั๋ว

1028
00:58:44,240 --> 00:58:47,400
ถ้าคุณซื้อตั๋วแพลทินัม
เงินนั้นจะมอบให้มูลนิธิเพื่อสัตว์

1029
00:58:47,400 --> 00:58:51,400
จนถึงตอนนี้เราระดมทุนได้สองล้านดอลลาร์แล้ว
ดังนั้นขอบคุณมากครับ

1030
00:58:55,160 --> 00:58:57,800
ผมโดนวิจารณ์นิดหน่อยในเรื่องนี้
ในโซเชียลมีเดีย

1031
00:58:57,800 --> 00:59:01,120
ต้องมีคนถามทุกครั้งไปว่า
"ทําไมเป็นกระบอกเสียงให้แค่สัตว์ล่ะ"

1032
00:59:01,120 --> 00:59:04,680
ผมตอบ "ก็สัตว์มันพูดเองไม่ได้ ยกเว้นนกแก้ว"

1033
00:59:04,680 --> 00:59:08,000
และนั่น... ผมว่านั่นคือเหตุผลที่เราไม่กินนกแก้ว

1034
00:59:08,000 --> 00:59:11,520
ผู้คนทั่วโลกกินนกชนิดอื่นทุกชนิด

1035
00:59:11,520 --> 00:59:15,560
ผู้คนทั่วโลกกินไก่ เป็ด ห่าน

1036
00:59:15,560 --> 00:59:17,600
ไก่งวง นกกระจอกเทศ

1037
00:59:17,600 --> 00:59:19,240
ไม่มีใครกินนกแก้วนะ รู้ไหมว่าทําไม

1038
00:59:19,240 --> 00:59:22,040
ถ้าคุณพยายามจะกินมัน
มันจะบอกว่า "ไปตายซะ ไอ้เลว"

1039
00:59:23,760 --> 00:59:27,000
แปลว่าการออกตัวพูดได้ผลจริงๆ

1040
00:59:27,840 --> 00:59:31,360
และนั่นคือหัวข้อหนึ่งของโชว์ในวันนี้
เพราะผมรู้ว่า ในโลกจริง

1041
00:59:31,360 --> 00:59:34,520
ในงานทั่วๆ ไป และชีวิตแต่ละวัน
คุณเจอเรื่องเดือดร้อน

1042
00:59:34,520 --> 00:59:36,640
มีคนด่าทอที่คุณพูดคําบางคํา

1043
00:59:36,640 --> 00:59:39,720
ที่คิดเรื่องอะไรบางเรื่อง
หรือแม้แต่ที่ขําอะไรบางอย่าง

1044
00:59:39,720 --> 00:59:41,720
คนเขาพูดว่าคุณมันแย่ที่ขํากับอะไรแบบนั้น

1045
00:59:41,720 --> 00:59:45,120
และพวกคุณบางคนก็เอามันมาฝังใจ
"พระเจ้าช่วย ฉันเป็นคนไม่ดีเหรอ"

1046
00:59:45,120 --> 00:59:49,080
เปล่าเลย ข้อหนึ่ง
คุณเลือกอารมณ์ขันตัวเองไม่ได้

1047
00:59:49,080 --> 00:59:50,160
มันเป็นไปเองของมัน

1048
00:59:50,160 --> 00:59:55,160
ข้อสอง อารมณ์ขันมีไว้เพื่อสิ่งนี้แหละ
เพื่อหัวเราะให้เรื่องแย่ๆ ให้เราผ่านมันไปได้

1049
00:59:55,160 --> 00:59:56,480
ใช่ไหม และ...

1050
01:00:03,920 --> 01:00:06,520
และเราได้แสดงให้เห็นแล้ว
ว่าเราเลือกความคิดตัวเองไม่ได้

1051
01:00:06,520 --> 01:00:09,480
บ่อยแค่ไหน ที่คุณไปสถานีรถไฟแล้วจู่ๆ ก็คิดว่า

1052
01:00:09,480 --> 01:00:11,920
"ถ้าผลักไอ้หมอนั่นจะเป็นไงนะ" แล้วจากนั้น...

1053
01:00:13,960 --> 01:00:16,720
จากนั้นเราก็ "ทําไมฉันคิดแบบนั้น"

1054
01:00:17,240 --> 01:00:19,600
"ฉันเป็นโรคต่อต้านสังคมเหรอ"
เปล่า ตรงกันข้ามเลย

1055
01:00:19,600 --> 01:00:20,960
คุณเป็นคนที่ฝากชีวิตได้

1056
01:00:20,960 --> 01:00:24,040
คุณทดสอบตัวเอง
ย้ําเตือนตัวเองว่าถ้าทําไปจะเลวร้ายแค่ไหน

1057
01:00:24,040 --> 01:00:25,440
คุณเป็นคนดี

1058
01:00:25,440 --> 01:00:26,840
ผมไม่มีความคิดแบบนั้นหรอก

1059
01:00:28,680 --> 01:00:32,040
ความคิดที่ผมมีคือ เวลาคุยกับคุณยายใจดี

1060
01:00:32,040 --> 01:00:35,400
จู่ๆ ผมจะเริ่มคิดว่า
"ถ้าถุยน้ําลายใส่หน้าจะเป็นไงนะ"

1061
01:00:35,400 --> 01:00:36,320
ทําไมผมถึงจะ...

1062
01:00:42,320 --> 01:00:47,280
อีกหัวข้อหนึ่งของโชว์ในวันนี้คือ
"คําพูดมีการเปลี่ยนแปลง และผมตื่นรู้ ฮ่าๆ"

1063
01:00:47,280 --> 01:00:48,880
แต่ที่เจ็บแสบคือยังงี้ครับ

1064
01:00:48,880 --> 01:00:52,560
ผมคิดว่าตัวเองตื่นรู้แล้ว
แต่ผมว่าคําพูดนั้นมันเปลี่ยนไป

1065
01:00:52,560 --> 01:00:55,640
ผมว่า ถ้าตื่นรู้
ยังมีความหมายตามเดิมที่เคยเป็นมา

1066
01:00:55,640 --> 01:00:58,080
คือการที่คุณตระหนักถึงอภิสิทธิ์ของคุณ

1067
01:00:58,080 --> 01:01:01,320
คุณพยายามเพิ่มความเท่าเทียมให้มากที่สุด
และลดการกดขี่ให้น้อยที่สุด

1068
01:01:01,320 --> 01:01:05,680
ต่อต้านการเหยียดผิว ต่อต้านการเหยียดเพศ
ต่อต้านการเหยียดเพศที่สาม งั้นผมก็ตื่นแล้วแน่ๆ

1069
01:01:05,680 --> 01:01:11,040
ถ้าตื่นรู้หมายถึงการเป็นอันธพาล
คลั่งอํานาจนิยม เคร่งศาสนาสุดโต่ง

1070
01:01:11,040 --> 01:01:13,920
ทําคนโดนไล่ออก
เพราะคนนั้นพูดความเห็นตามตรงหรือข้อเท็จจริง

1071
01:01:13,920 --> 01:01:15,360
ถ้างั้นไม่ครับ ผมยังไม่ตื่น

1072
01:01:15,360 --> 01:01:16,320
ผมไม่เอาด้วย

1073
01:01:25,160 --> 01:01:27,040
แต่ประเด็นคือยังงี้ครับ

1074
01:01:27,040 --> 01:01:29,720
ทุกคนมีความเห็นเป็นของตน
คุณคิดว่าอะไรตลกก็หัวเราะเถอะ

1075
01:01:29,720 --> 01:01:33,120
เสียงหัวเราะทุกเสียงคือเสียงที่ดี
และพวกคุณวิเศษมาก ราตรีสวัสดิ์ครับ

1076
01:02:23,360 --> 01:02:28,320
คําบรรยายโดย อัจฉริยา สุกใส



