1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:15,840 --> 00:00:19,039
คุณเคยมองไปยังผลงานสร้างอันไร้ขีดจํากัด

4
00:00:19,040 --> 00:00:20,199
และสงสัยไหมว่า

5
00:00:20,200 --> 00:00:25,800
ป่าไม้ หุบเขา ภูเขา
และแอ่งน้ําพวกนี้มีไว้เพื่ออะไร

6
00:00:26,320 --> 00:00:29,959
เคยสงสัยไหมว่ามีอาคารกี่หลัง
ต้องถูกรื้อทิ้งเพื่อเปิดทางให้พวกมัน

7
00:00:29,960 --> 00:00:31,799
และใครกันที่อนุญาตให้สร้าง

8
00:00:31,800 --> 00:00:35,319
เคยสงสัยเกี่ยวกับ
เหล่าสัตว์ที่น่าเหลือเชื่อแต่ก็มีกลิ่นตุๆ

9
00:00:35,320 --> 00:00:36,919
ที่อยู่ร่วมโลกกับเราไหม

10
00:00:36,920 --> 00:00:38,559
ทําไมถึงเป็นแบบนั้น

11
00:00:38,560 --> 00:00:40,039
จากมดไร้ประโยชน์

12
00:00:40,040 --> 00:00:42,039
ถึงปีศาจม้าคอยาว

13
00:00:42,040 --> 00:00:43,439
จากวอมแบทน่าเกลียด

14
00:00:43,440 --> 00:00:45,280
ถึงช้างแสนสวย

15
00:00:46,400 --> 00:00:48,119
สัตว์พวกนี้ต้องการอะไร

16
00:00:48,120 --> 00:00:50,920
แล้วทําไมพวกมันถึงไม่ยอมบอกเรา

17
00:00:52,040 --> 00:00:54,279
และก็แน่นอนว่ามีเราด้วย

18
00:00:54,280 --> 00:00:55,719
เผ่าพันธุ์มนุษย์

19
00:00:55,720 --> 00:00:58,119
คุณเคยสงสัยไหมว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง

20
00:00:58,120 --> 00:00:59,839
เคยสงสัยไหมว่าเราจะไปยังที่ใด

21
00:00:59,840 --> 00:01:02,479
เคยสงสัยเกี่ยวกับปริศนาสําคัญที่สุดไหม

22
00:01:02,480 --> 00:01:04,320
อะไรคือความหมายของชีวิต

23
00:01:04,840 --> 00:01:07,319
ฉันไม่เคยเลย แต่คนอื่นๆ เคยนะ

24
00:01:07,320 --> 00:01:08,799
เป็นเวลาหลายพันปี

25
00:01:08,800 --> 00:01:11,999
ที่นักคิด ศิลปิน นักเขียน และป้าแครอลของฉัน

26
00:01:12,000 --> 00:01:14,840
ต่างพยายามหาว่ามนุษยชาติมีเป้าหมายอะไร

27
00:01:15,400 --> 00:01:18,199
ความหมายของชีวิต
เป็นปริศนาที่หาคําตอบได้จริงเหรอ

28
00:01:18,200 --> 00:01:20,319
ถ้าเป็นอย่างนั้น เราควรรับฟัง

29
00:01:20,320 --> 00:01:22,560
หรืออุดหูเพื่อหลบสปอยล์ดีล่ะ

30
00:01:23,200 --> 00:01:25,479
ในสารคดีชุดพิเศษนี้

31
00:01:25,480 --> 00:01:26,959
ฉันจะเดินทางรอบโลก

32
00:01:26,960 --> 00:01:30,279
เพื่อเดินแบบสโลว์โมชั่นผ่านสถานที่อันงดงาม

33
00:01:30,280 --> 00:01:33,920
เข้าไปใกล้ชิดกับโมเลกุลหนึ่งที่สําคัญที่สุด

34
00:01:34,880 --> 00:01:38,240
และพบกับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ
และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมืออาชีพหลายคน

35
00:01:38,840 --> 00:01:40,959
เพื่อถามคําถามที่สําคัญที่สุด

36
00:01:40,960 --> 00:01:42,639
ที่จะออกจากปากได้

37
00:01:42,640 --> 00:01:44,879
- สวัสดีค่ะ คุณเป็นใครคะ
- ผมไบรอัน ค็อกซ์

38
00:01:44,880 --> 00:01:47,999
ศาสตราจารย์สาขาฟิสิกส์อนุภาค
มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์

39
00:01:48,000 --> 00:01:50,160
ให้ฉันเรียกว่าไบรอัน หรือคุณชอบค็อกซ์มากกว่า

40
00:01:50,720 --> 00:01:52,719
ร่วมเดินทางไปกับฉัน ฟิโลมีนา คังค์

41
00:01:52,720 --> 00:01:54,959
ระหว่างที่ฉันเผยคําตอบทั้งหมด

42
00:01:54,960 --> 00:01:57,880
และนี่คือ "มองชีวิตผ่านคังค์"

43
00:02:05,640 --> 00:02:08,880
{\an8}(มองชีวิตผ่านคังค์)

44
00:02:11,960 --> 00:02:14,200
ขอต้อนรับสู่จักรวาลของเรา

45
00:02:14,720 --> 00:02:16,679
พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล

46
00:02:16,680 --> 00:02:20,400
ที่เต็มไปด้วยดวงดาว ดาวเคราะห์
และขยะอวกาศสารพัน

47
00:02:21,080 --> 00:02:22,680
มันคือที่ที่คุณอาศัยอยู่

48
00:02:23,240 --> 00:02:26,479
อันที่จริง คุณอยู่สักที่ในรูปนี้

49
00:02:26,480 --> 00:02:27,999
แต่เราไม่รู้ว่าที่ไหน

50
00:02:28,000 --> 00:02:30,359
เพราะจักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล

51
00:02:30,360 --> 00:02:33,800
เราไม่อาจเห็นคุณได้เลย เสียงคุณก็ไม่ได้ยิน

52
00:02:37,200 --> 00:02:41,639
การมองดูผืนผ้าไร้ขอบเขตนี้ทําให้เราตั้งคําถาม

53
00:02:41,640 --> 00:02:43,999
ไม่ใช่แค่ว่าเพดานหายไปไหน

54
00:02:44,000 --> 00:02:48,640
แต่เป็นคําถามที่แทงลึก
เข้ากลาง "จิตทวาร" ของเรา

55
00:02:49,160 --> 00:02:52,040
คําถามอย่าง "มันมาถึงตรงนี้ได้ยังไง"

56
00:02:53,600 --> 00:02:56,519
(บทที่หนึ่ง การสร้าง)

57
00:02:56,520 --> 00:02:57,840
คุณเป็นใครคะ

58
00:02:58,360 --> 00:02:59,959
{\an8}ผมดักลาส เฮดลีย์

59
00:02:59,960 --> 00:03:03,879
{\an8}ผมสอนวิชาปรัชญาศาสนา
ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

60
00:03:03,880 --> 00:03:06,080
ทําไมเราถึงอยู่ตรงนี้คะ

61
00:03:06,960 --> 00:03:10,719
หมายถึงว่าทําไมมนุษย์ถึงมีอยู่เหรอ

62
00:03:10,720 --> 00:03:14,679
ไม่ค่ะ หมายถึงว่าทําไมเราถึงมาที่นี่
แถวนี้ใกล้บ้านคุณเหรอ

63
00:03:14,680 --> 00:03:15,600
เปล่าครับ

64
00:03:16,280 --> 00:03:19,240
ฉันใช้เวลาตั้ง 90 นาที
เดินทางมาที่สายพิคคาดิลลี

65
00:03:20,680 --> 00:03:23,799
มีทฤษฎีมากมายว่าจักรวาลมาถึงจุดนี้ได้ยังไง

66
00:03:23,800 --> 00:03:27,760
และทฤษฎีแรกสุดมาจากโลกศาสนาสุดเพี้ยน

67
00:03:28,440 --> 00:03:30,359
นี่คือพันธสัญญาเดิมที่ดี

68
00:03:30,360 --> 00:03:34,079
ปฐมบทของจักรวาลภาพยนตร์คริสเตียน

69
00:03:34,080 --> 00:03:35,759
พระเยซูไม่ได้อยู่ในเล่มนี้

70
00:03:35,760 --> 00:03:38,079
หลักๆ มันเกี่ยวกับพ่อที่อารมณ์ร้ายของเขา

71
00:03:38,080 --> 00:03:39,599
ชายผู้ลึกลับ

72
00:03:39,600 --> 00:03:42,920
แถมเรายังรู้จักแค่
ชื่อในวงการของเขา "พระเจ้า"

73
00:03:43,520 --> 00:03:46,000
{\an8}ฉันจะเริ่มจากเรื่องที่ลึกซึ้งที่สุดนะคะ

74
00:03:46,840 --> 00:03:47,920
{\an8}พระเจ้ามีจริงไหม

75
00:03:48,440 --> 00:03:51,120
{\an8}- มีจริงครับ
- อ๋อ ไม่ต้องคิดเลย

76
00:03:52,560 --> 00:03:55,840
เยี่ยมค่ะ มีใครพิสูจน์หรือยังคะ

77
00:03:57,000 --> 00:03:59,600
ไม่มีนะ แล้วแต่ความพอใจน่ะ

78
00:04:00,200 --> 00:04:02,519
พระเจ้ามีน้องชายชื่อไซมอนไหมคะ

79
00:04:02,520 --> 00:04:03,799
ไม่มีครับ

80
00:04:03,800 --> 00:04:06,479
แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้เหมือนกัน เขาอาจจะมีก็ได้

81
00:04:06,480 --> 00:04:09,120
ไซมอนอาจเป็นคนสร้างจักรวาลนี้ก็ได้

82
00:04:09,640 --> 00:04:14,839
พันธสัญญาเดิมอ้างว่าพระเจ้า
และ/หรือไซมอนสร้างจักรวาลของเรา

83
00:04:14,840 --> 00:04:16,999
ในเวลาแค่เจ็ดวัน

84
00:04:17,000 --> 00:04:20,399
ฟังดูเหมือนงานเยอะมาก
ที่ต้องทําให้เสร็จในช่วงเวลาสั้นๆ

85
00:04:20,400 --> 00:04:21,399
แต่ไม่เหมือนเรา

86
00:04:21,400 --> 00:04:25,039
พระเจ้าไม่มีไอโฟน
คอยแจ้งเตือนขัดจังหวะอยู่ตลอด

87
00:04:25,040 --> 00:04:28,319
พระเจ้าเริ่มโดยกล่าวว่า "จงมีแสงสว่าง"

88
00:04:28,320 --> 00:04:31,560
ซึ่งก็มีเหตุผล
เพราะเขาต้องเห็นว่าเขาทําอะไรอยู่

89
00:04:32,080 --> 00:04:33,799
แล้วเขาก็แยกแสงจากความมืด

90
00:04:33,800 --> 00:04:36,039
เหมือนที่ฉันแยกผ้าสีจากผ้าขาว

91
00:04:36,040 --> 00:04:38,039
แล้วเขาก็สร้างเวหา

92
00:04:38,040 --> 00:04:39,199
ไม่ว่ามันจะคืออะไร

93
00:04:39,200 --> 00:04:41,280
มหาสมุทรและดวงดาว

94
00:04:41,880 --> 00:04:42,879
ในกลต่อไปของเขา

95
00:04:42,880 --> 00:04:47,559
พระเจ้าใส่สัตว์น้ําลงมหาสมุทร
หรือบางครั้งก็รู้จักกันในชื่อ "ปลา"

96
00:04:47,560 --> 00:04:50,560
และใส่สัตว์อากาศหรือ "นก" ไว้บนท้องฟ้า

97
00:04:51,080 --> 00:04:54,719
แล้วเขาก็กรอกใส่โลก
ด้วยแมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

98
00:04:54,720 --> 00:04:57,279
และประเภทอะไรก็ตามที่พวกทากอยู่

99
00:04:57,280 --> 00:05:00,119
และสุดท้าย ผลงานชิ้นเอกของเขา

100
00:05:00,120 --> 00:05:03,200
เขาสร้างสิ่งเดียวที่อาจควรค่าแก่การฉลอง

101
00:05:03,920 --> 00:05:04,960
พวกเรา

102
00:05:06,040 --> 00:05:09,479
ที่อยู่บนดาวอิตาลีนี้คือโบสถ์น้อยซิสทีน

103
00:05:09,480 --> 00:05:12,799
ภายในนั้นมีคอลเลกชันภาพที่น่าทึ่ง

104
00:05:12,800 --> 00:05:17,720
ที่สร้างโดยช่างทาสีที่โด่งดังเกินจริง
อย่างไมเคิล เอเอ็น เจลโล

105
00:05:18,360 --> 00:05:21,119
งานศิลปะชิ้นนี้ใช้เวลาถึงสี่ปีกว่าจะเสร็จ

106
00:05:21,120 --> 00:05:24,200
ซึ่งได้ทําลายเพดานที่งดงามไปด้วย

107
00:05:24,920 --> 00:05:29,239
แต่ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง
สิ่งที่มันถ่ายทอดนั้นสําคัญยิ่ง

108
00:05:29,240 --> 00:05:33,040
ช่วงเวลาที่พระเจ้าสร้างชีวิต
ด้วยการใช้มือชักเราออกมา

109
00:05:34,320 --> 00:05:37,439
ภาพการติ้วครั้งสําคัญที่สุดในประวัติศาสตร์นี้

110
00:05:37,440 --> 00:05:41,039
ดึงดูดให้คนแห่ไป
โบสถ์น้อยซิสทีนมาหลายศตวรรษ

111
00:05:41,040 --> 00:05:44,640
และของจําลองที่นี่ดึงดูดคนมาได้ไม่นานนัก

112
00:05:45,720 --> 00:05:48,959
มันอาจเป็นงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
จากงานศิลปะทั้งหมด

113
00:05:48,960 --> 00:05:51,279
แต่การดูมันก็น่ารําคาญที่สุดด้วย

114
00:05:51,280 --> 00:05:54,439
เมื่อแหงนหน้ามองมัน
ฉันก็รู้สึกทึ่งในความอัศจรรย์

115
00:05:54,440 --> 00:05:57,040
แต่หลักๆ แล้วคือปวดคอไปหมด

116
00:05:57,840 --> 00:06:01,079
{\an8}ตอนที่ไมเคิลแองเจโลทาสีโบสถ์น้อยซิสทีน

117
00:06:01,080 --> 00:06:04,399
เขาเริ่มจากพื้น แล้วค่อยพลิกโบสถ์

118
00:06:04,400 --> 00:06:06,879
หรือว่าทาบนเพดานมาตลอดคะ

119
00:06:06,880 --> 00:06:09,399
ภาพวาดอยู่บนเพดานมาตลอดค่ะ

120
00:06:09,400 --> 00:06:11,239
มันค่อนข้างสูงใช่ไหมคะ

121
00:06:11,240 --> 00:06:14,559
ไมเคิลแองเจโลใช้แปรงทาสีที่ยาวมาก

122
00:06:14,560 --> 00:06:16,880
หรือว่าแขนเขายาวมากคะ

123
00:06:17,400 --> 00:06:21,119
เขาต้องยืนบนนั่งร้าน

124
00:06:21,120 --> 00:06:22,879
และแหงนหน้าขึ้นค่ะ

125
00:06:22,880 --> 00:06:26,239
สีไม่หยดเข้าตาตอนที่เขาทาสีเหรอคะ

126
00:06:26,240 --> 00:06:29,759
ฉันว่าเขาคงกะพริบตาตลอดเวลา... แบบนี้น่ะค่ะ

127
00:06:29,760 --> 00:06:32,439
เขาไม่ได้บ่นเรื่องนั้นนะ แต่ก็คงทําแบบนั้น

128
00:06:32,440 --> 00:06:33,639
ไม่ว่าเขาจะทํายังไง

129
00:06:33,640 --> 00:06:37,039
การทาสีโบสถ์น้อยซิสทีน
คงเป็นการออกกําลังกายช่วงบนอย่างดี

130
00:06:37,040 --> 00:06:39,799
แขนของไมเคิลแองเจโลแข็งแรงแค่ไหนคะ

131
00:06:39,800 --> 00:06:43,839
ถ้ามีบาทหลวงบ้าๆ โดดขี่หลังตอนเขาทาสีอยู่

132
00:06:43,840 --> 00:06:46,560
เขาจะเอื้อมไปดึงบาทหลวงคนนั้นออกได้ไหม

133
00:06:47,360 --> 00:06:48,960
ค่ะ ฉันว่าได้นะ

134
00:06:49,440 --> 00:06:52,600
ฉันว่าไมเคิลแองเจโลล่ําบึกทีเดียว เขาคงทําได้

135
00:06:53,200 --> 00:06:56,280
- เขาจะดึงบาทหลวงออกได้
- เขาน่าจะทําได้

136
00:06:57,360 --> 00:07:00,199
ชายที่พระเจ้าสร้างคนนี้ชื่ออดัม

137
00:07:00,200 --> 00:07:02,719
เขาคือครึ่งหนึ่งของคู่รักคนดังคู่แรก

138
00:07:02,720 --> 00:07:03,879
อดัมกับอีฟ

139
00:07:03,880 --> 00:07:07,439
รับบทโดยนักแสดง
ที่เต็มใจเซ็นเอกสารให้ถ่ายขณะโป๊เปลือย

140
00:07:07,440 --> 00:07:08,999
แน่นอนว่าอดัมกับอีฟตัวจริง

141
00:07:09,000 --> 00:07:11,359
คงไม่มีรอยสักเราต้องทาสีทับ

142
00:07:11,360 --> 00:07:14,559
หรือเจาะของลับที่เราต้องขอให้พวกเขาเอาออก

143
00:07:14,560 --> 00:07:16,800
และส่งให้นักวิจัยของเราเก็บเอาไว้

144
00:07:17,400 --> 00:07:20,119
เราได้เบลอบางส่วนที่ไม่น่าดูชมออกแล้ว

145
00:07:20,120 --> 00:07:23,239
เทคโนโลยีที่หาไม่ได้ในสมัยพันธสัญญาเดิม

146
00:07:23,240 --> 00:07:25,600
ตอนนี้ฉันถึงได้เห็นทุกซอกทุกมุม

147
00:07:26,120 --> 00:07:27,759
ถึงจะไม่อยากเห็นเลยก็ตาม

148
00:07:27,760 --> 00:07:31,319
อดัมกับอีฟไม่ได้เป็นแค่มนุษย์คู่แรก

149
00:07:31,320 --> 00:07:33,640
แต่ยังเป็นมนุษย์คู่แรกทําให้พ่อผิดหวังด้วย

150
00:07:34,440 --> 00:07:38,159
พระเจ้าซ่อนความลับแห่งความรู้
ไว้ในผลไม้ที่ดูน่าอร่อย

151
00:07:38,160 --> 00:07:41,039
แล้วก็ห้ามไม่ให้พวกเขากินด้วยเหตุผลบางอย่าง

152
00:07:41,040 --> 00:07:42,440
แต่พวกเขากินมันอยู่ดี

153
00:07:42,960 --> 00:07:46,680
ตัวอย่างแรกๆ ของสินค้าแอปเปิล
ที่เร่งการล่มสลายของมนุษยชาติ

154
00:07:47,320 --> 00:07:49,360
นี่คือบาปกําเนิด

155
00:07:49,880 --> 00:07:53,880
และตั้งแต่นั้นมา มนุษย์ทุกคนก็ล้วนถูกมองว่ามีบาป

156
00:07:57,160 --> 00:08:00,279
(บทที่สอง บาปและคุณความดี)

157
00:08:00,280 --> 00:08:02,879
คนบาปกลัวว่าพระเจ้าอาจลงโทษพวกเขา

158
00:08:02,880 --> 00:08:04,320
แล้วคุณล่ะคะ

159
00:08:08,280 --> 00:08:10,520
ก็ ผมเป็นคนบาป

160
00:08:11,040 --> 00:08:12,520
เหมือนคนอื่นๆ

161
00:08:13,880 --> 00:08:17,160
ไม่ค่ะ ฉันหมายถึง
พวกเขาควรกลัวว่าคุณจะลงโทษไหม

162
00:08:19,440 --> 00:08:20,480
ไม่นะ

163
00:08:21,520 --> 00:08:25,479
พระเจ้ารู้ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ
เพื่อควบคุมคนบาปอย่างเรา

164
00:08:25,480 --> 00:08:27,359
และเขารู้ว่าต้องขอใคร

165
00:08:27,360 --> 00:08:29,199
นี่คือโมเสส

166
00:08:29,200 --> 00:08:32,519
อินฟลูเอนเซอร์ที่ประสบความสําเร็จสูงสุด
ในสมัยพันธสัญญาเดิม

167
00:08:32,520 --> 00:08:34,640
เหมือนมิสเตอร์บีสต์ในยุคของเขา

168
00:08:35,240 --> 00:08:38,159
วันหนึ่งพระเจ้าเชิญโมเสสไปยังยอดเขาซีนาย

169
00:08:38,160 --> 00:08:42,199
และมอบหลักการใช้ชีวิตให้เขาชุดหนึ่ง
ที่สลักไว้บนแผ่นหิน

170
00:08:42,200 --> 00:08:45,120
มันเป็นการแถลงข่าวครั้งแรก
และหนักที่สุดในโลกด้วย

171
00:08:45,680 --> 00:08:48,759
พระเจ้าสั่งให้โมเสสเผยแพร่มันออกไป

172
00:08:48,760 --> 00:08:50,439
ซึ่งคงน่ารําคาญน่าดู

173
00:08:50,440 --> 00:08:53,079
เพราะว่าเขาต้องเดินแบกแผ่นหินกลับลงไป

174
00:08:53,080 --> 00:08:55,319
และกระเป๋าของเขาคงไม่มีที่ใส่

175
00:08:55,320 --> 00:08:58,119
{\an8}บัญญัติสิบประการมีอยู่กี่ข้อคะ

176
00:08:58,120 --> 00:09:00,440
กี่ข้อเหรอ คุณเพิ่งพูดไปนะ สิบไง

177
00:09:00,960 --> 00:09:03,320
แปลว่าบัญญัติสิบประการมีสิบข้อเหรอ

178
00:09:03,840 --> 00:09:05,519
ไม่ได้มีบัญญัติ 100 ประการ

179
00:09:05,520 --> 00:09:07,519
แต่มีบัญญัติสิบประการ

180
00:09:07,520 --> 00:09:09,519
มีบัญญัติสิบข้อ

181
00:09:09,520 --> 00:09:11,840
ค่ะ แค่นั้น

182
00:09:12,440 --> 00:09:16,959
สิ่งที่ควรทําและไม่ควรทําพวกนี้คือ
ข้อกําหนดและเงื่อนไขสําหรับมนุษยชาติ

183
00:09:16,960 --> 00:09:19,679
ชาวคริสต์ทุกคนต้องยอมทําตาม

184
00:09:19,680 --> 00:09:22,719
และยอมรับข้อความโฆษณา
จากพระเจ้าเป็นครั้งคราว

185
00:09:22,720 --> 00:09:24,519
ในสิ่งที่พวกเขาอาจสนใจ

186
00:09:24,520 --> 00:09:29,239
พระเจ้าลดข้อกําหนดและเงื่อนไข
ให้เหลือแค่สิบข้อได้ยังไง

187
00:09:29,240 --> 00:09:34,000
ทั้งที่ข้อตกลงอนุญาตให้ใช้ของไอโฟน
ยาวประมาณ 100 หน้าได้

188
00:09:34,640 --> 00:09:38,639
มันแค่พิสูจน์ว่าพระเจ้าก็คือพระเจ้า
พระองค์เลยรวบรัดกว่าเราเยอะ

189
00:09:38,640 --> 00:09:40,640
มันเป็นสัญญาที่มีผลทางกฎหมายไหม

190
00:09:41,200 --> 00:09:45,479
มันคือบทบัญญัติแห่งความรัก
ระหว่างพระเจ้ากับคนของพระเจ้า ดังนั้น...

191
00:09:45,480 --> 00:09:47,480
ไม่ค่ะ ฉันหมายถึงของไอโฟน

192
00:09:48,440 --> 00:09:50,959
เพื่อให้พระเจ้าโปรดปราน

193
00:09:50,960 --> 00:09:54,599
สาวกผู้ศรัทธาหลีกเลี่ยงความสุขที่เป็นบาป
อย่างการลุ่มหลงในสลอธ

194
00:09:54,600 --> 00:09:56,600
ตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา

195
00:10:00,840 --> 00:10:03,399
ไม่ใช่ทุกคนที่คิดว่าการมีความสุขมันนั้นแย่

196
00:10:03,400 --> 00:10:05,839
บางคนถึงกับอุทิศชีวิตให้กับลัทธิสุขนิยม

197
00:10:05,840 --> 00:10:07,640
ซึ่งเลอะเทอะที่สุดแล้ว

198
00:10:08,120 --> 00:10:09,440
ถ้าไม่นับน้ําเชื้อ

199
00:10:11,800 --> 00:10:15,079
เมืองต่างๆ ถูกสร้างขึ้น
เพื่อความสุขสําราญในชีวิต

200
00:10:15,080 --> 00:10:18,559
เมืองที่มั่งคั่งและน่าประทับใจ
อย่างเช่นสวอนซีในเวลส์

201
00:10:18,560 --> 00:10:20,160
แล้วก็ที่นี่ด้วย

202
00:10:20,720 --> 00:10:22,519
ที่นี่คือลาสเวกัส

203
00:10:22,520 --> 00:10:24,839
ภาษาสเปนของคําว่า "เดอะเวกัส"

204
00:10:24,840 --> 00:10:29,119
ด้วยวัฒนธรรมกาสิโน คลับเปลื้องผ้า
และดื่มเหล้าทั้งวันทั้งคืน

205
00:10:29,120 --> 00:10:32,159
มันคือเมืองศักดิ์สิทธิ์
สําหรับคนที่ไม่ได้ไปกรุงเมกกะ

206
00:10:32,160 --> 00:10:36,199
เวกัสเป็นเหมือนภาพแทน
ความสุขสําราญของมนุษย์

207
00:10:36,200 --> 00:10:37,559
ตามที่ผู้กํากับของเราบอก

208
00:10:37,560 --> 00:10:40,599
มันอยู่ไกลและแพงเกินไปที่เราจะไปถ่ายทํา

209
00:10:40,600 --> 00:10:43,520
ตามที่โปรดิวเซอร์ของเรา
ผู้ที่แพ้ในการถกเถียงบอก

210
00:10:46,320 --> 00:10:47,759
จากชื่อเสียงของมัน

211
00:10:47,760 --> 00:10:50,839
ลาสเวกัสยังเป็นที่รู้จักในชื่อ "ซินซิตี้"

212
00:10:50,840 --> 00:10:53,279
ซึ่งย่อมาจาก "ซินซินแนติ"

213
00:10:53,280 --> 00:10:56,599
น่าจะใช่ ถ้าพวกมันไม่ใช่คนละที่กันนะ

214
00:10:56,600 --> 00:10:59,319
นักท่องเที่ยวมากมายที่แห่มาที่นี่ทุกปี

215
00:10:59,320 --> 00:11:02,440
หวังว่าเรื่องที่เกิดในเวกัสจะจบลงที่เวกัส

216
00:11:02,920 --> 00:11:04,039
อาจจะจริงก็ได้

217
00:11:04,040 --> 00:11:06,839
แต่ในทางกลับกัน พระเจ้าเห็นทุกอย่าง

218
00:11:06,840 --> 00:11:10,080
แม้แต่สิ่งที่ชอนแฟนเก่าฉัน
เคยทําด้วยนิ้วโป้งของเขา

219
00:11:10,680 --> 00:11:14,559
ที่แย่กว่านั้น
พระเจ้าไม่ได้รู้แค่เรื่องบาปที่เราทําไปแล้ว

220
00:11:14,560 --> 00:11:18,760
เขายังรู้เรื่องบาปที่เราแค่คิดว่าจะทําด้วย

221
00:11:19,680 --> 00:11:21,559
พระเจ้ารู้ทุกอย่างที่เราคิด

222
00:11:21,560 --> 00:11:24,039
นั่นเป็นฝันร้ายของความเป็นส่วนตัวใช่ไหม

223
00:11:24,040 --> 00:11:25,640
มีวิธีปิดมันไหมคะ

224
00:11:26,880 --> 00:11:28,079
เท่าที่รู้ก็ไม่นะ

225
00:11:28,080 --> 00:11:32,639
เราทําให้พระเจ้าสับสน
ด้วยการคิดเรื่องหลอกล่อได้ไหม

226
00:11:32,640 --> 00:11:36,079
เช่นคิดตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราคิดจริงๆ น่ะ

227
00:11:36,080 --> 00:11:37,440
จะได้ผลไหม

228
00:11:39,040 --> 00:11:40,079
ผมว่าไม่นะ

229
00:11:40,080 --> 00:11:41,120
ไม่ได้ผล

230
00:11:41,640 --> 00:11:44,519
เพราะเราไม่ได้แค่รับมือกับ
พระเจ้าผู้ทรงรอบรู้ทุกอย่าง

231
00:11:44,520 --> 00:11:48,319
เรายังรับมือกับพระเจ้าผู้มีอํานาจทุกอย่างด้วย

232
00:11:48,320 --> 00:11:52,319
พูดตรงๆ นะ ความสัมพันธ์กับพระเจ้านี้
มีสัญญาณอันตรายเยอะมาก

233
00:11:52,320 --> 00:11:54,480
เขาจับตาดูเราตลอดเวลา

234
00:11:55,080 --> 00:11:58,080
เขาตั้งกฎ เขาอารมณ์ร้าย

235
00:11:58,880 --> 00:12:00,319
แถมคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าอีก

236
00:12:00,320 --> 00:12:03,040
เขาก็แค่คนหลงตัวเองสุดโต่งไม่ใช่เหรอ

237
00:12:04,200 --> 00:12:08,599
ถ้าหลับหูหลับตาทําตามกฎของพระเจ้า
เราจะได้ขึ้นสู่อาณาจักรสวรรค์

238
00:12:08,600 --> 00:12:09,799
ซึ่งฟังดูดีมาก

239
00:12:09,800 --> 00:12:12,119
เว้นแต่ถ้าดันตายตอนอายุเยอะ

240
00:12:12,120 --> 00:12:14,960
เราคงไม่อยากเดินขึ้นบันไดหลายๆ ขั้น

241
00:12:16,720 --> 00:12:18,839
บนสวรรค์ ไม่มีใครต้องทํางานอีก

242
00:12:18,840 --> 00:12:21,759
มากสุดก็แค่ถูกขอให้ล้างจาน

243
00:12:21,760 --> 00:12:24,559
แต่เมื่อไม่มีความอยากอาหารทางโลกแล้ว

244
00:12:24,560 --> 00:12:27,000
เราคงแค่ต้องล้างแก้วบ้างนานๆ ที

245
00:12:27,720 --> 00:12:30,199
ถ้าไม่ไปสวรรค์ ก็ต้องไปนรก

246
00:12:30,200 --> 00:12:32,999
หลุมไฟแห่งการลงทัณฑ์และการทรมานชั่วนิรันดร์

247
00:12:33,000 --> 00:12:36,159
ซึ่งตอนนี้ได้แค่สองดาวบนทริปแอดไวเซอร์

248
00:12:36,160 --> 00:12:38,560
นี่เป็นรายการทางจิตวิญญาณ

249
00:12:39,120 --> 00:12:41,759
ขอถามเรื่อง "จิตทวาร" ได้ไหมคะ

250
00:12:41,760 --> 00:12:46,159
เราถูกตัดสินเรื่องความสะอาด
ของ "จิตทวาร" เมื่อไปถึงสวรรค์ไหมคะ

251
00:12:46,160 --> 00:12:50,119
ฉันว่าเราจะถูกตัดสิน
จากการกระทําของเราในโลกนี้นะ

252
00:12:50,120 --> 00:12:53,760
เมื่อเรามองเข้าไปใน "จิตทวาร"
เราจะเจออะไรคะ

253
00:12:55,120 --> 00:12:58,439
ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเตรียมใจมองเข้าไปแค่ไหน

254
00:12:58,440 --> 00:13:00,600
เราเตรียมใจแค่ไหน ค่ะ

255
00:13:02,240 --> 00:13:04,239
ความใจแคบของพระเจ้าแปลว่า

256
00:13:04,240 --> 00:13:06,879
สาวกต้องพยายามทําให้เขาโปรดปราน

257
00:13:06,880 --> 00:13:09,319
ผ่านรูปแบบการประจบอย่างมีระเบียบ

258
00:13:09,320 --> 00:13:10,800
ที่เรียกว่านมัสการ

259
00:13:13,600 --> 00:13:19,200
เข้าสู่จิตวิญญาณของเรา ราชาแห่งสวรรค์

260
00:13:19,960 --> 00:13:24,879
แม้พวกเขาจะมีกลิ่นเหม็นบาป

261
00:13:24,880 --> 00:13:29,759
เข้าสู่จิตวิญญาณของเราอย่างเด็ดเดี่ยว

262
00:13:29,760 --> 00:13:34,680
ทะลวงลึกเข้าไปภายใน

263
00:13:35,280 --> 00:13:37,319
วิญญาณของเรา

264
00:13:37,320 --> 00:13:40,079
จิตวิญญาณของเรา

265
00:13:40,080 --> 00:13:46,320
ได้โปรดเติมให้เต็มจนล้นปรี่

266
00:13:48,840 --> 00:13:52,599
หลายคนพบว่าการสรรเสริญพระเจ้าแบบนี้
ทําให้ชีวิตมีเป้าหมาย

267
00:13:52,600 --> 00:13:54,400
เลียแข้งเลียขาเจ้านาย

268
00:13:55,560 --> 00:13:57,479
ถ้าพระเจ้ามองเรามาจากบนนั้น

269
00:13:57,480 --> 00:13:59,040
ทําไมเราต้องคุกเข่าตอนสวดด้วย

270
00:13:59,920 --> 00:14:06,080
{\an8}การคุกเข่าคือการแสดงออก
ถึงความยําเกรงและความศักดิ์สิทธิ์

271
00:14:06,680 --> 00:14:09,559
ค่ะ แต่ประเด็นคือจะคุกเข่าโน้มตัวไปทําไม

272
00:14:09,560 --> 00:14:11,319
แบบนั้นมันเปล่งเสียงลําบาก

273
00:14:11,320 --> 00:14:15,479
ให้ยืนขึ้นและตะโกนพรที่อยากขอ
ขึ้นไปบนฟ้าจะไม่ดีกว่าเหรอ

274
00:14:15,480 --> 00:14:18,119
พระเจ้าไม่ได้อยู่บนฟ้านะ

275
00:14:18,120 --> 00:14:21,079
ค่ะ แล้วเขาอยู่ที่ไหน มีที่อยู่ไหมคะ

276
00:14:21,080 --> 00:14:24,600
พระเจ้าทรงสถิตอยู่

277
00:14:25,120 --> 00:14:29,319
ในทุกที่และทุกเวลา

278
00:14:29,320 --> 00:14:31,439
อะไรนะ ในตู้ด้วยเหรอ

279
00:14:31,440 --> 00:14:35,240
คุณตั้งคําถามได้น่าสนใจมากนะ

280
00:14:35,840 --> 00:14:40,839
เพราะวิธีคิดหนึ่ง

281
00:14:40,840 --> 00:14:46,400
เกี่ยวกับการทรงสถิตของพระเจ้านั้น
อยู่ในแง่ของความตระหนักรู้

282
00:14:46,920 --> 00:14:50,800
ดังนั้นพระเจ้าอาจไม่ได้อยู่ในตู้

283
00:14:51,320 --> 00:14:56,400
แต่พระองค์ทรงรู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในตู้

284
00:14:56,920 --> 00:14:58,640
ขอโทษนะคะ เขาอยู่ในตู้หรือเปล่านะ

285
00:14:59,520 --> 00:15:03,159
ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อว่า
มีเพียงพระเจ้าที่มอบชีวิตให้เรา

286
00:15:03,160 --> 00:15:05,519
ยังมีเรื่องราวต้นกําเนิดอื่นๆ ด้วย

287
00:15:05,520 --> 00:15:07,319
(บทที่สาม อวัยวะภายในและภายนอก)

288
00:15:07,320 --> 00:15:11,839
ชายที่ค่อยๆ ขยับเข้าหาคุณก็คือชาร์ลส์ ดาร์วิน
อัจฉริยะเคราเฟิ้มแห่งยุควิกตอเรีย

289
00:15:11,840 --> 00:15:15,040
วันหนึ่งดาร์วินขี่บีเกิลไปหมู่เกาะกาลาปากอส

290
00:15:15,640 --> 00:15:19,159
ที่ซึ่งเต่าบกแปลกๆ
ทําให้เขาปิ๊งไอเดียในรูปแบบทฤษฎี

291
00:15:19,160 --> 00:15:23,840
ทฤษฎีที่ว่าร่างกายมนุษย์
ไม่ได้เป็นร่างกายมนุษย์มาตั้งแต่แรก

292
00:15:24,720 --> 00:15:28,560
ทําไมเราถึงพูดว่า
บรรพบุรุษของเรามีอะไรกับลิงคะ

293
00:15:29,600 --> 00:15:31,159
{\an8}บรรพบุรุษของเรามี...

294
00:15:31,160 --> 00:15:32,160
มีอะไรกับลิง

295
00:15:33,600 --> 00:15:34,960
พวกเขาไม่ได้มาจากลิง

296
00:15:35,560 --> 00:15:39,399
ลิงกับพวกเราก็มาจากอย่างอื่น

297
00:15:39,400 --> 00:15:40,319
ชิมแปนซี

298
00:15:40,320 --> 00:15:45,279
ก็ไม่เชิงว่าเป็นชิมแปนซี
ลิงในสมัยนี้หรือว่าพวกเราเอง

299
00:15:45,280 --> 00:15:47,399
ค่ะ งั้นเราก็ไม่ได้มีอะไรกับชิมแปนซีเหรอ

300
00:15:47,400 --> 00:15:48,480
ไม่มี

301
00:15:49,560 --> 00:15:52,759
มันยากที่จะเชื่อว่า
เราทุกคนกลายพันธุ์มาจากเนื้อลิง

302
00:15:52,760 --> 00:15:56,839
เว้นแต่คุณจะคิดว่า
ทุกชีวิตนั้นเหมือนกันหมดในระดับจุลภาค

303
00:15:56,840 --> 00:16:01,200
มีสิ่งมีชีวิตมากมาย
ตั้งแต่จุลชีพจิ๋วๆ ไปจนถึงจุลชีพที่ใหญ่กว่า

304
00:16:02,080 --> 00:16:04,519
สิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบสร้างขึ้นจากเซลล์

305
00:16:04,520 --> 00:16:05,759
ก็เหมือนกับเรือนจํา

306
00:16:05,760 --> 00:16:08,679
ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่การมีชีวิตถึงน่าหดหู่นัก

307
00:16:08,680 --> 00:16:10,759
มันเหมือนโทษตลอดชีวิต

308
00:16:10,760 --> 00:16:14,120
เหมือนคําพูดน่าปวดหัวที่ฉันพล่าม
ในรายการนี้เกี่ยวกับชีวิต

309
00:16:15,560 --> 00:16:17,399
เซลล์มีค่าพอให้มีมันไหมคะ

310
00:16:17,400 --> 00:16:19,680
ถ้าไม่มีเซลล์ ก็ไม่มีเรา

311
00:16:20,200 --> 00:16:22,079
เราประกอบด้วยเซลล์หลายล้านล้านเซลล์

312
00:16:22,080 --> 00:16:26,279
เราทุกคนมาจากเซลล์เซลล์เดียว
มันจึงสําคัญกับเรามาก

313
00:16:26,280 --> 00:16:29,999
เซลล์ของฉันกําลังแบ่งตัวและทวีคูณอยู่ตลอด

314
00:16:30,000 --> 00:16:31,919
แม้แต่ตอนที่ฉันนั่งอยู่ตรงนี้เหรอคะ

315
00:16:31,920 --> 00:16:33,759
ตั้งแต่คุณนั่งอยู่ตรงนั้น

316
00:16:33,760 --> 00:16:36,880
ก็อาจมีการแบ่งเซลล์เป็นล้านเซลล์ในตัวคุณแล้ว

317
00:16:37,840 --> 00:16:40,360
มิน่าล่ะฉันถึงรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา

318
00:16:41,160 --> 00:16:43,759
เซลล์ไม่สามารถเพิ่มจํานวนได้ถ้าไม่มีสิ่งนี้

319
00:16:43,760 --> 00:16:47,200
คู่มืออิเกียสําหรับชีวิต ดีเอ็นเอ

320
00:16:47,880 --> 00:16:51,359
ดีเอ็นเอนั้นเล็กแต่ซับซ้อน เหมือนทอม ครูซ

321
00:16:51,360 --> 00:16:55,279
ต้องใช้คนพิมพ์ดีดพิมพ์นานกว่า 50 ปี
ถึงจะพิมพ์ลําดับดีเอ็นเอเสร็จ

322
00:16:55,280 --> 00:16:58,560
ซึ่งคงโง่มากเพราะเธอแค่คัดลอกและวาง
แล้วกลับบ้านก็ได้

323
00:16:59,240 --> 00:17:01,679
ฉันเรียกว่า "เธอ" เพราะอคติโดยไม่รู้ตัว

324
00:17:01,680 --> 00:17:04,440
ซึ่งอยู่ในดีเอ็นเอ ฉันไม่ผิดนะ

325
00:17:05,000 --> 00:17:06,880
คุณรู้จักดีกับเอไหมคะ

326
00:17:07,880 --> 00:17:09,079
{\an8}ครับ

327
00:17:09,080 --> 00:17:10,759
{\an8}เราทุกคนมีดีกับเอไหม

328
00:17:10,760 --> 00:17:14,280
หรือเราบางคนมีดีหรือเอ ไม่ได้มีทั้งคู่คะ

329
00:17:15,320 --> 00:17:17,359
ไม่ครับ ไม่ใช่ "ดีกับเอ"

330
00:17:17,360 --> 00:17:20,319
แต่เป็นตัวอักษรสามตัว "ดีเอ็นเอ"

331
00:17:20,320 --> 00:17:23,640
คุณมองฉันและบอกได้ไหมว่า
ฉันมีดีเอ็นเอหรือเปล่า

332
00:17:24,280 --> 00:17:27,439
ผมรู้ว่าคุณมีดีเอ็นเอเพราะว่าคุณเป็นสิ่งมีชีวิต

333
00:17:27,440 --> 00:17:29,279
และทุกชีวิตมีดีเอ็นเอ

334
00:17:29,280 --> 00:17:31,919
พอลเพื่อนฉันพยายามสร้างสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่

335
00:17:31,920 --> 00:17:34,679
ด้วยการใส่ดีเอ็นเอของเขาไปในเกรปฟรุต

336
00:17:34,680 --> 00:17:39,080
แต่ทดลองไปได้แค่ครึ่งทาง
เขาก็โดนคนขายผลไม้ตีเข้าให้

337
00:17:39,600 --> 00:17:42,040
ทําไมวิทยาศาสตร์ถึงชอบแย้งกันนัก

338
00:17:44,720 --> 00:17:48,720
ขอโทษที คําถามนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง...

339
00:17:49,320 --> 00:17:51,120
- ดีเอ็นเอ
- ไม่ค่ะ มันเปลี่ยนแล้ว

340
00:17:51,840 --> 00:17:53,639
หนึ่งในปริศนาลึกลับที่สุดในชีวิต

341
00:17:53,640 --> 00:17:56,560
คือเป็นไปได้ยังไงที่ฉันหน้าเหมือนทั้งแม่

342
00:17:58,040 --> 00:17:59,520
และพ่อของฉัน

343
00:18:00,040 --> 00:18:01,560
ในเวลาเดียวกันเลย

344
00:18:02,080 --> 00:18:04,160
ถึงฉันจะมีแค่หน้าเดียว

345
00:18:04,760 --> 00:18:09,719
จริงไหมคะที่การฉี่ราดยีนส์
คือสิ่งสําคัญที่สุดที่เราทําได้ในฐานะมนุษย์

346
00:18:09,720 --> 00:18:11,080
ส่งต่อยีน

347
00:18:12,440 --> 00:18:15,000
- อะไรนะ
- โทษที มันคือ "ส่งต่อยีน"

348
00:18:16,280 --> 00:18:17,119
จริงด้วย

349
00:18:17,120 --> 00:18:21,560
จริงไหมคะที่สิ่งสําคัญที่สุด
ที่เราทําได้ในฐานะมนุษย์คือ...

350
00:18:22,080 --> 00:18:23,280
ส่งต่อ

351
00:18:24,040 --> 00:18:25,480
ส่งต่อยีนของเรา

352
00:18:26,000 --> 00:18:28,359
ผมไม่รู้ว่ามันสําคัญที่สุดไหมนะ

353
00:18:28,360 --> 00:18:29,959
แต่ว่ามันสําคัญมาก

354
00:18:29,960 --> 00:18:34,480
เพราะความหมายก็คือ
คุณถ่ายทอดพันธุกรรมจากคุณ

355
00:18:35,040 --> 00:18:36,359
ไปยังลูกของคุณ

356
00:18:36,360 --> 00:18:38,679
แล้วถ้าฉันไม่อยากส่งต่ออะไรของฉันเลยล่ะ

357
00:18:38,680 --> 00:18:40,959
งั้นก็ไม่ต้องส่งครับ

358
00:18:40,960 --> 00:18:42,839
ค่ะ แล้วฉันจะเลี่ยงได้ยังไง

359
00:18:42,840 --> 00:18:43,800
ก็...

360
00:18:44,560 --> 00:18:45,960
คุณต้องร่วมรัก

361
00:18:47,120 --> 00:18:49,520
เพื่อเลี่ยงการส่งต่อยีนของฉันเนี่ยนะ

362
00:18:50,760 --> 00:18:52,239
(จุดกําเนิดของมนุษย์)

363
00:18:52,240 --> 00:18:54,239
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนสืบพันธุ์

364
00:18:54,240 --> 00:18:56,559
ซึ่งหมายถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหมดให้กําเนิด

365
00:18:56,560 --> 00:19:00,079
สุนัข สิงโต หมู เพนกวิน

366
00:19:00,080 --> 00:19:02,039
ลิง สัตว์ประหลาดมีกระดอง

367
00:19:02,040 --> 00:19:03,599
ช้าง ม้า

368
00:19:03,600 --> 00:19:06,079
เดวิดและวิกตอเรีย เบคแฮม แล้วก็หมูอีก

369
00:19:06,080 --> 00:19:10,759
อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง
ส่วนใหญ่ซ่อนไว้ภายในเพื่อความปลอดภัย

370
00:19:10,760 --> 00:19:13,639
ปกติจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อเสียค่าสมัคร

371
00:19:13,640 --> 00:19:16,279
ตรงกันข้ามกับองคชาตของผู้ชาย

372
00:19:16,280 --> 00:19:19,319
หรือ "คุณองคชาต" ที่อยู่ภายนอกของร่างกาย

373
00:19:19,320 --> 00:19:21,239
ที่ที่มันอาจถูกถ่ายรูป

374
00:19:21,240 --> 00:19:24,040
และส่งต่อหาใครก็ตามได้ง่ายๆ เลย

375
00:19:24,680 --> 00:19:26,879
ชิ้นไหนคือองคชาตคะ

376
00:19:26,880 --> 00:19:29,439
องคชาตอยู่ตรงนี้ค่ะ ชิ้นส่วนตรงนี้

377
00:19:29,440 --> 00:19:32,680
ค่ะ ฉันจะพูดเบาๆ นะ ไม่อยากปลุกให้มันตื่น

378
00:19:33,200 --> 00:19:34,479
นี่เป็นองคชาตที่อ่อนตัว

379
00:19:34,480 --> 00:19:38,159
{\an8}เพราะงั้นเพื่อมีเพศสัมพันธ์ มันต้องแข็งตัวก่อน

380
00:19:38,160 --> 00:19:41,080
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นคะ ชิ้นส่วนนี้จะไปตรงไหน

381
00:19:41,920 --> 00:19:44,639
- องคชาตนี้ต้องแข็งตัว
- ค่ะ

382
00:19:44,640 --> 00:19:48,040
แล้วก็จะสอดใส่เข้าไปในช่องคลอด
ระหว่างมีเพศสัมพันธ์

383
00:19:48,640 --> 00:19:50,639
และเขาจะหลั่งน้ําเชื้อออกมา

384
00:19:50,640 --> 00:19:53,720
ผ่านองคชาตเข้าสู่ช่องคลอดของผู้หญิง

385
00:19:54,680 --> 00:19:58,120
พระเจ้า ขออย่าให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับฉันเลย

386
00:19:58,800 --> 00:20:02,239
ซุปรสชาติไม่ได้เรื่องที่ขย้อนออกมาจากองคชาตนี้

387
00:20:02,240 --> 00:20:04,839
มีลูกอ๊อดที่แข็งแรงหลายล้านตัว

388
00:20:04,840 --> 00:20:07,479
ซึ่งแหวกว่ายไปตามท่อของผู้หญิง

389
00:20:07,480 --> 00:20:08,559
ไปยังไข่

390
00:20:08,560 --> 00:20:10,479
แล้วก็พุ่งชนแบบกามิกาเซ่ใส่มัน

391
00:20:10,480 --> 00:20:13,080
เหมือนเหตุวินาศกรรม 11 กันยายนเล็กๆ
ใส่ผู้หญิงคนหนึ่ง

392
00:20:13,680 --> 00:20:17,039
นี่คือจุดที่ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตเริ่มต้นขึ้น

393
00:20:17,040 --> 00:20:22,360
และช่วงเวลาที่สิทธิการเลือกของผู้หญิงสิ้นสุดลง

394
00:20:23,520 --> 00:20:25,039
หลังจากปฏิสนธิได้เก้าเดือน

395
00:20:25,040 --> 00:20:28,639
ทารกจะลื่นไถลอย่างไม่ลําบาก
ผ่านรูด้านหน้าของผู้หญิง

396
00:20:28,640 --> 00:20:30,279
ออกมาสู่โลกภายนอก

397
00:20:30,280 --> 00:20:34,800
แล้วมันจะค่อยๆ กลายพันธุ์
จากทารกสู่มนุษย์ที่แท้จริง

398
00:20:35,520 --> 00:20:38,200
แต่มนุษย์คืออะไรกันแน่

399
00:20:38,760 --> 00:20:41,800
มีคนกี่เปอร์เซ็นต์ที่มีร่างมนุษย์คะ

400
00:20:42,920 --> 00:20:44,680
{\an8}มนุษย์ทุกคนมีร่างมนุษย์ครับ

401
00:20:45,320 --> 00:20:47,239
{\an8}แล้วคนที่อุ้มแมวล่ะ

402
00:20:47,240 --> 00:20:50,239
พวกเขามีทั้งร่างมนุษย์และร่างแมวไหม

403
00:20:50,240 --> 00:20:51,719
หรือว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นคะ

404
00:20:51,720 --> 00:20:54,319
ไม่ครับ ทั้งสองแยกกันโดยสิ้นเชิง

405
00:20:54,320 --> 00:20:57,120
มนุษย์ก็คือมนุษย์ แมวก็คือแมว

406
00:20:58,360 --> 00:21:02,439
ชีววิทยามนุษย์นั้นมีมายาวนานเกือบเท่ามนุษย์

407
00:21:02,440 --> 00:21:04,079
ถ้าไม่นานกว่าน่ะนะ

408
00:21:04,080 --> 00:21:09,200
มันเป็นการจัดการที่ซับซ้อน
ของเครื่องจักรเนื้อและผิวหนังที่เรียกว่าอวัยวะ

409
00:21:09,720 --> 00:21:13,039
ถ้าเอาอวัยวะพวกนี้ใส่ถุงพลาสติก
และเดินไปทั่วร้านรองเท้า

410
00:21:13,040 --> 00:21:14,639
คุณได้ถูกจับแน่นอน

411
00:21:14,640 --> 00:21:17,879
แต่ถ้าจัดวางให้ถูกต้อง เราก็จะได้ร่างกายมนุษย์

412
00:21:17,880 --> 00:21:22,480
เครื่องจักรที่สร้างขึ้นอย่างประณีต
ที่ผายลมและกินมันฝรั่งทอดได้ด้วย

413
00:21:23,680 --> 00:21:25,359
อวัยวะของเรามีเลือดท่วม

414
00:21:25,360 --> 00:21:27,799
บางคนก็ทนเห็นภาพแบบนี้ไม่ได้

415
00:21:27,800 --> 00:21:31,720
ถ้าคุณมีจิตใจอ่อนไหว
ให้มองไปทางอื่นเมื่อห้าวินาทีก่อนนะคะ

416
00:21:32,440 --> 00:21:34,879
เราต้องเรียกทั้งหมดนี้ว่าไงคะ

417
00:21:34,880 --> 00:21:36,799
เศษเนื้อหรือเลือด

418
00:21:36,800 --> 00:21:38,079
ของพวกนี้น่ะค่ะ

419
00:21:38,080 --> 00:21:40,640
นี่เรียกว่าลําไส้ครับ

420
00:21:41,160 --> 00:21:43,039
ถ้าดึงลําไส้ออกมา

421
00:21:43,040 --> 00:21:44,559
มันจะยาวแค่ไหนคะ

422
00:21:44,560 --> 00:21:46,639
หลายเมตรเลยครับ

423
00:21:46,640 --> 00:21:49,159
โอเคค่ะ แต่ดึงมันออกมาทําไมคะ

424
00:21:49,160 --> 00:21:52,439
ปกติเราจะไม่ดึงมันออกมา
เว้นแต่ว่าจะมีสัญญาณของโรค

425
00:21:52,440 --> 00:21:55,279
- คุณไม่รู้ว่าทําไมมันถึงเกิดขึ้นเหรอ
- ไม่ครับ

426
00:21:55,280 --> 00:21:58,159
อวัยวะภายในที่เป็นเมือกๆ พวกนี้
ต้องการโครงสร้างรอบๆ

427
00:21:58,160 --> 00:22:01,519
ไว้กั้นไม่ให้มันไหลลงพื้น
ทําให้คนเดินผ่านไปมาลื่นล้ม

428
00:22:01,520 --> 00:22:05,199
เราคงยืนอย่างมั่นใจไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งนี้

429
00:22:05,200 --> 00:22:07,679
โครงกระดูกมนุษย์ประจํารถไฟผี

430
00:22:07,680 --> 00:22:12,200
มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ ว่า
มีของแบบนี้อยู่ในตัวเราบางคน

431
00:22:13,520 --> 00:22:16,400
คุณรู้ไหมคะว่า
มีคนแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ที่มีโครงกระดูก

432
00:22:18,360 --> 00:22:22,199
- คุณไปเอามาจากไหน
- จริงนะคะ ฉันเคยเห็นในวิดีโอ

433
00:22:22,200 --> 00:22:25,479
เราต้องตายก่อน
ถึงจะรู้ได้ว่าเรามีโครงกระดูกหรือเปล่า

434
00:22:25,480 --> 00:22:27,239
บางคนก็มีแต่เนื้อแน่นๆ

435
00:22:27,240 --> 00:22:29,759
- นี่มัน...
- คุณรู้จักนักแสดงเบิร์ต แลนแคสเตอร์ไหม

436
00:22:29,760 --> 00:22:32,240
เขามีแต่เนื้อแน่นๆ เหมือนกับไส้กรอก

437
00:22:33,080 --> 00:22:36,199
มนุษย์ทุกคนมีโครงกระดูก

438
00:22:36,200 --> 00:22:38,440
นับเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ครับ

439
00:22:39,080 --> 00:22:40,719
คุณรู้ไหมว่าหัวเข่าเป็นนักต้มตุ๋น

440
00:22:40,720 --> 00:22:42,039
ทําไมพูดแบบนั้นล่ะ

441
00:22:42,040 --> 00:22:44,439
ถ้าเราเดินไปโดยไม่งอขา

442
00:22:44,440 --> 00:22:46,560
เราจะยืดอายุได้อีกประมาณแปดปีเลย

443
00:22:47,200 --> 00:22:49,159
เมื่อเช้าผมไปวิ่งมา

444
00:22:49,160 --> 00:22:51,359
ผมจะวิ่งโดยไม่งอเข่าได้ยังไง

445
00:22:51,360 --> 00:22:53,959
ฉันไม่ได้บอกว่าคุณไม่ได้งอเข่า

446
00:22:53,960 --> 00:22:57,079
ฉันแค่บอกว่าถ้าไม่งอเข่า

447
00:22:57,080 --> 00:22:59,519
เราจะยืดอายุได้อีกแปดปีเลย

448
00:22:59,520 --> 00:23:03,080
ถึงจะทําให้ขึ้นลงบันไดลําบาก
แต่ฉันยอมรับที่คุณพูดนะ

449
00:23:03,760 --> 00:23:06,879
สิ่งสําคัญที่สุดของร่างกายมนุษย์อยู่บนนี้

450
00:23:06,880 --> 00:23:09,560
ในห้องคนขับหรือ "กะโหลก"

451
00:23:10,400 --> 00:23:13,159
ที่ถูกขังอยู่ในกะโหลก
คือสิ่งมีชีวิตที่เราจับไว้เป็นทาส

452
00:23:13,160 --> 00:23:14,599
ให้คอยคิดแทนเรา

453
00:23:14,600 --> 00:23:18,160
กะหล่ําดอกแสนฉลาดเรียกว่า "สมอง"

454
00:23:19,200 --> 00:23:21,839
{\an8}- นี่คือสมอง
- นี่คือสมองครับ

455
00:23:21,840 --> 00:23:24,919
ในหัวคนทั่วไปมีมันอยู่กี่ก้อนคะ

456
00:23:24,920 --> 00:23:26,839
เรามีกันคนละก้อน

457
00:23:26,840 --> 00:23:28,320
- ก้อนเดียวเหรอ
- ก้อนเดียว

458
00:23:29,720 --> 00:23:32,319
สมองไม่ได้แค่ทํางานที่ซับซ้อน

459
00:23:32,320 --> 00:23:34,520
อย่างการกะพริบตาหรือต้มโจ๊ก

460
00:23:35,040 --> 00:23:39,360
มันยังจัดการเรื่องจิ๊บจ๊อย
อย่างจิตสํานึกทั้งหมดของมนุษย์เราด้วย

461
00:23:39,880 --> 00:23:42,880
ซึ่งต้นกําเนิดยังคงเป็นปริศนา

462
00:23:44,120 --> 00:23:47,439
สมองสร้างจิตสํานึก

463
00:23:47,440 --> 00:23:50,320
หรือว่าจิตสํานึกควบคุมสมองคะ

464
00:23:51,040 --> 00:23:53,599
- มีความเห็นไม่ตรงกันเยอะเลย...
- ขอโทษค่ะ

465
00:23:53,600 --> 00:23:56,039
ฉันควรเตือนให้คุณพยายามตอบ...

466
00:23:56,040 --> 00:23:57,199
ยังไงนะ

467
00:23:57,200 --> 00:23:59,479
"ให้ผู้ชมสมองกลวงของเราเข้าใจด้วย"

468
00:23:59,480 --> 00:24:01,719
มันเป็นคําถามที่ตอบยากครับ

469
00:24:01,720 --> 00:24:05,839
ผมเชื่อว่าสมองสร้างจิตสํานึก

470
00:24:05,840 --> 00:24:07,959
แต่จิตสํานึกทําให้เราสามารถ

471
00:24:07,960 --> 00:24:10,319
ทําสิ่งต่างๆ ที่ถ้าไม่มีมัน

472
00:24:10,320 --> 00:24:12,879
- เราคงทําไม่ได้
- ค่ะ ขอบคุณ

473
00:24:12,880 --> 00:24:18,200
และฉันไม่ควรอ่านโพยนั้นออกมาดังๆ เลย งั้นก็...

474
00:24:18,840 --> 00:24:20,520
ขอโทษคุณผู้ชมด้วยนะคะ

475
00:24:22,320 --> 00:24:25,040
ทั้งหมดนี้นําไปสู่คําถามสําคัญของมนุษย์

476
00:24:25,640 --> 00:24:26,600
เราเป็นใคร

477
00:24:27,160 --> 00:24:30,799
ไม่ใช่ฉันแน่ๆ
ฉันออกทีวี ทุกคนรู้ว่าฉันเป็นใคร

478
00:24:30,800 --> 00:24:33,559
แต่คุณล่ะ คุณมาทําอะไรที่นี่

479
00:24:33,560 --> 00:24:36,480
แล้วเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงเหรอ

480
00:24:37,520 --> 00:24:41,239
เมื่อเราเกิดความคิด อย่างถ้าฉันนึกภาพกังหันลม

481
00:24:41,240 --> 00:24:43,440
กังหันลมนั้นจริงแค่ไหนคะ

482
00:24:44,080 --> 00:24:45,199
มันไม่จริงครับ

483
00:24:45,200 --> 00:24:46,279
ไม่จริงเหรอ

484
00:24:46,280 --> 00:24:47,959
มันอยู่ในความคิดคุณ

485
00:24:47,960 --> 00:24:51,199
แล้วทําไมฉันถึงนึกภาพกังหันลมล่ะ
มันเป็นเบาะแสเหรอ

486
00:24:51,200 --> 00:24:52,479
เบาะแสของ...

487
00:24:52,480 --> 00:24:53,839
- อะไรสักอย่าง
- ไม่รู้สิ

488
00:24:53,840 --> 00:24:55,919
ขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดอะไรอยู่

489
00:24:55,920 --> 00:24:57,800
มีอะไรอยู่ในกังหันลมนั้นคะ

490
00:24:58,560 --> 00:25:01,400
ขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดอะไรอยู่

491
00:25:02,240 --> 00:25:05,680
ถ้ามีคนอยู่ในกังหันลมนั้น

492
00:25:06,200 --> 00:25:09,600
ฉันไม่ได้นึกภาพพวกเขา
แต่เป็นพวกเขาที่นึกภาพฉันล่ะ

493
00:25:10,120 --> 00:25:15,240
นี่เป็นมุมมอง
การทํางานของจินตนาการที่แปลกมาก

494
00:25:16,320 --> 00:25:19,439
จินตนาการคือผลข้างเคียงของการมีความคิด

495
00:25:19,440 --> 00:25:21,639
และบางคนก็เชื่อว่ามันพัฒนาได้

496
00:25:21,640 --> 00:25:24,560
ด้วยการใช้ยาขยายความคิด

497
00:25:25,320 --> 00:25:30,839
ตอนที่พวกฮิปปี้ใช้ยาขยายความคิด
ความคิดพวกเขาไปได้ไกลแค่ไหนคะ

498
00:25:30,840 --> 00:25:33,079
กะโหลกพวกเขาเคยเปิดออกไหม

499
00:25:33,080 --> 00:25:34,759
กะโหลกพวกเขาไม่เปิดออก

500
00:25:34,760 --> 00:25:40,039
{\an8}แต่มันแปลว่าพวกเขาเปิดกว้างขึ้น
ในความคิด ปรัชญา และแนวคิดต่างๆ

501
00:25:40,040 --> 00:25:42,039
ที่พวกเขาอาจไม่เคยสนใจมาก่อน

502
00:25:42,040 --> 00:25:44,240
คุณเคยได้ยินคนพูดถึง

503
00:25:44,760 --> 00:25:46,680
การเปิดตาที่สามไหมคะ

504
00:25:47,320 --> 00:25:51,120
นั่นคือสิ่งที่พอลเพื่อนฉัน
เรียกรูที่ปลายองคชาตของเขา

505
00:25:51,640 --> 00:25:53,840
ทําไมคนต้องอยากขยายมันด้วยคะ

506
00:25:54,360 --> 00:25:57,079
{\an8}การใช้ยาโรคทางจิตเวชในยุค 1960

507
00:25:57,080 --> 00:26:02,160
ยังทําให้เหล่าคนดังมาหันมาสนใจ
ด้านจิตวิญญาณของการมีอยู่ของมนุษย์มากขึ้น

508
00:26:02,800 --> 00:26:05,879
ตอนที่เดอะบีเทิลส์ใช้ยาหลอนประสาท
แล้วก็ไปอินเดีย

509
00:26:05,880 --> 00:26:07,679
พวกเขาไปจริงๆ

510
00:26:07,680 --> 00:26:10,160
หรือนั่นเป็นอาการหลอนคะ

511
00:26:10,720 --> 00:26:12,439
พวกเขาไปอินเดียจริงๆ ค่ะ

512
00:26:12,440 --> 00:26:16,279
พวกเขายังไปอาศรม
และไปหาพระครูตอนไปที่นั่นด้วย

513
00:26:16,280 --> 00:26:18,199
มันเปลี่ยนสิ่งที่พวกเขาพูดใช่ไหม

514
00:26:18,200 --> 00:26:20,959
พวกเขาพูดว่า "เราต้องการแค่ความรัก"

515
00:26:20,960 --> 00:26:24,719
แล้วจอร์จ แฮร์ริสันก็พูดว่า "แล้วมันจะผ่านไป"

516
00:26:24,720 --> 00:26:27,359
นั่นเป็นข้อความทางจิตวิญญาณใช่ไหมคะ

517
00:26:27,360 --> 00:26:31,920
ตอนที่พอลบอกว่าเขามีช่วงคริสต์มาสที่แสนวิเศษ

518
00:26:32,520 --> 00:26:34,560
มันมีอะไรซ่อนไว้ไหมคะ

519
00:26:35,080 --> 00:26:37,039
ฉันไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนไว้ไหมนะ

520
00:26:37,040 --> 00:26:40,439
นั่นมันหลังจากที่พอลมีช่วงคริสต์มาสที่แสนวิเศษ

521
00:26:40,440 --> 00:26:45,600
ค่ะ ชอนแฟนเก่าฉันเคยร้องให้ฟังบนเตียง
ตอนที่เรามีอะไรกัน

522
00:26:46,120 --> 00:26:48,720
พูดตามตรง เล่นเอาฉันหมดอารมณ์เลย

523
00:26:49,880 --> 00:26:53,159
ร็อกสตาร์ยังนิยมใช้การทําสมาธิ

524
00:26:53,160 --> 00:26:56,719
เป็นวิธีคลายเครียดจากชีวิตสมัยใหม่ด้วย

525
00:26:56,720 --> 00:26:58,919
การทําสมาธิต้องนั่งด้วยเหรอคะ

526
00:26:58,920 --> 00:27:01,399
หรือฉันทําสมาธิตอนที่ทําอย่างอื่นได้

527
00:27:01,400 --> 00:27:05,160
อย่างตอนขับรถ หรือควบคุมเครื่องจักรกลหนัก

528
00:27:05,680 --> 00:27:06,959
บางคนก็...

529
00:27:06,960 --> 00:27:09,839
อย่างชาวพุทธก็เดินจงกรม

530
00:27:09,840 --> 00:27:11,759
จึงไม่ต้องนั่งครับ

531
00:27:11,760 --> 00:27:14,640
การทําสมาธิช่วยให้
"จิตทวาร" ผ่อนคลายไหมคะ

532
00:27:15,240 --> 00:27:16,119
ครับ

533
00:27:16,120 --> 00:27:18,079
การทําสมาธิช่วยให้ "จิตทวาร" ผ่อนคลาย

534
00:27:18,080 --> 00:27:19,400
- ครับ
- ค่ะ

535
00:27:20,160 --> 00:27:24,679
มาลองปรับตัวเข้ากับ
ความเป็นจริงในปัจจุบันกันค่ะ

536
00:27:24,680 --> 00:27:26,999
เราจะทําสมาธิแบบมีคนนํากัน

537
00:27:27,000 --> 00:27:29,280
ลองทําไปพร้อมกันที่บ้านได้นะคะ

538
00:27:29,920 --> 00:27:31,240
หลับตา

539
00:27:32,040 --> 00:27:33,480
หายใจช้าๆ

540
00:27:34,640 --> 00:27:36,640
ทีนี้ หายใจเข้า

541
00:27:47,200 --> 00:27:48,600
ขอโทษค่ะ หายใจออก

542
00:27:51,440 --> 00:27:54,560
รับรู้ถึงการยุบและพองที่ท้อง

543
00:27:55,440 --> 00:27:58,080
รู้สึกถึงเนื้อผ้าที่สัมผัสบนผิว

544
00:27:58,640 --> 00:28:00,720
ทําไมถึงเป็นผ้าแบบนั้นนะ

545
00:28:01,280 --> 00:28:04,000
เด็กในโรงงานนรกเป็นคนเย็บหรือเปล่า

546
00:28:04,720 --> 00:28:06,880
ไม่คิดเรื่องนั้นจะดีกว่านะ

547
00:28:08,040 --> 00:28:09,640
ฟังเสียงฉัน

548
00:28:10,600 --> 00:28:12,879
ทําไมพวกเขาต้องทําเสียงสะท้อนด้วย

549
00:28:12,880 --> 00:28:14,959
ฉันคิดว่าตอนที่ออกฉาย

550
00:28:14,960 --> 00:28:17,919
มันคงฟังดูเหมือนความคิดนี้สะท้อนอยู่ในหัวฉัน

551
00:28:17,920 --> 00:28:19,480
แต่เราถ่ายไว้หลายอาทิตย์แล้ว

552
00:28:20,080 --> 00:28:21,720
เดี๋ยวนะ ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย

553
00:28:22,320 --> 00:28:26,399
เดี๋ยวนะ นั่นคือฉันที่ตื่นและจะยืนขึ้น
มันไม่ควรเกิดขึ้นสิ

554
00:28:26,400 --> 00:28:28,560
ช่วยด้วย ฉันยังอยู่ในนี้

555
00:28:29,080 --> 00:28:31,079
พระเจ้า ฉันหลุดออกจากร่างแล้ว

556
00:28:31,080 --> 00:28:33,840
ว่ากันว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ ช่วยด้วย ช่วย...

557
00:28:40,440 --> 00:28:42,239
{\an8}ต้องขอโทษด้วยครับ

558
00:28:42,240 --> 00:28:45,599
{\an8}ดันมีจิตสํานึกอีกตัวติดอยู่ในเสียงพากย์

559
00:28:45,600 --> 00:28:50,800
{\an8}เรายิงทิ้งแล้ว
และสักครู่จะฉาย "มองชีวิตผ่านคังค์" ต่อได้

560
00:28:52,520 --> 00:28:55,519
คนที่เดินผ่านทิวทัศน์เจ๋งๆ นั่นใครกัน

561
00:28:55,520 --> 00:28:57,319
ฟิโลมีนา คังค์ของเรานี่เอง

562
00:28:57,320 --> 00:28:59,239
มาพร้อมใบหน้าที่คล้ายๆ จะเหมือนจริง

563
00:28:59,240 --> 00:29:01,479
เสื้อผ้าและไร้มารยาทเหมือนตัวจริงเปี๊ยบ

564
00:29:01,480 --> 00:29:02,559
แค่นั้นยังไม่พอ

565
00:29:02,560 --> 00:29:06,919
ฟิโลมีนายังมีหนวดเครา
เห็นการตรึงกางเขน และวางไข่ได้

566
00:29:06,920 --> 00:29:10,159
ดึงหัวออก คว่ําตัวเธอลง
แล้วก็อุ๊ย เลือดสดๆ ของจริง

567
00:29:10,160 --> 00:29:14,119
ความสนุกไม่ใช่แค่การเช็ดมัน
ฟิโลมีนายังขับยานอวกาศของเธอด้วย

568
00:29:14,120 --> 00:29:16,519
ยูเอสเอส ไทรเซอราทอปส์
กับเพื่อนต่างดาวของเธอ

569
00:29:16,520 --> 00:29:19,959
กัปตันชิตพีส์ คุณนายเบนสัน กับบาร์นาบี-ไนน์

570
00:29:19,960 --> 00:29:23,599
{\an8}พวกเขาท่องกาแล็กซี
ซ่อมแซมหลุมดําและหักขาวัวควาย

571
00:29:23,600 --> 00:29:26,679
ฟิโลมีนา คังค์และเพื่อนๆ
หาซื้อได้ที่ร้านค้าชั้นนําทั่วไป

572
00:29:26,680 --> 00:29:28,839
ผลข้างเคียงรวมไปถึงการลุกไหม้เองได้

573
00:29:28,840 --> 00:29:32,120
อย่าให้อาหารหลังเที่ยงคืน
อย่าลืมดื่มน้ําด้วย อาเมน

574
00:29:34,360 --> 00:29:35,839
{\an8}(มองชีวิตผ่านคังค์)

575
00:29:35,840 --> 00:29:37,480
{\an8}มารับชม "มองชีวิตผ่านคังค์" กันต่อ

576
00:29:38,360 --> 00:29:40,840
{\an8}พบกับชายที่ต้องโทษประหาร

577
00:29:41,440 --> 00:29:44,279
{\an8}ฉันขอให้นักปรัชญามาทดสอบ "จิตทวาร"

578
00:29:44,280 --> 00:29:47,720
{\an8}นักปรัชญาใช้เวลาเยอะไหม
ในการคิดถึง "จิตทวาร"

579
00:29:50,320 --> 00:29:52,519
{\an8}และไปที่เครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่

580
00:29:52,520 --> 00:29:55,400
{\an8}เพื่อคุยเรื่องอวกาศ
กับศาสตราจารย์ไบรอัน ค็อกซ์

581
00:29:56,000 --> 00:29:57,439
{\an8}หลุมดําคืออะไรคะ

582
00:29:57,440 --> 00:29:58,759
{\an8}หลุมดําเหรอ

583
00:29:58,760 --> 00:30:00,440
{\an8}โทษทีค่ะ หลุมสีน่ะ

584
00:30:01,560 --> 00:30:07,320
{\an8}แต่ก่อนอื่น เรามาเหลือบมอง
ความตายที่ไม่อาจหนีพ้นกัน

585
00:30:07,880 --> 00:30:10,839
(บทที่สี่ ความตาย)

586
00:30:10,840 --> 00:30:12,880
ความตายคือตัววัดระดับที่ยอดเยี่ยม

587
00:30:13,440 --> 00:30:17,559
ในชีวิตนี้ คุณอาจเป็นมหาเศรษฐี
ซูเปอร์โมเดล ประธานาธิบดีและราชา

588
00:30:17,560 --> 00:30:21,240
แต่พอตายไป
คุณก็เริ่มเน่าเหมือนไส้กรอกข้างทาง

589
00:30:23,720 --> 00:30:26,319
ปริศนาสําคัญคือคุณจะตายยังไง

590
00:30:26,320 --> 00:30:29,079
คุณอาจตายจากการตกบันไดหรือหน้าผา

591
00:30:29,080 --> 00:30:31,279
หรือตกลงไปในทะเลสาบที่เต็มไปด้วยมีด

592
00:30:31,280 --> 00:30:35,080
อาจโดนรถยนต์ รถเมล์
หรือรถแทรกเตอร์ชนถ้าคุณเป็นคนบ้านนอก

593
00:30:35,600 --> 00:30:38,679
คุณอาจจะตายไปแล้ว
และดูรายการนี้จากโลกหลังความตายก็ได้

594
00:30:38,680 --> 00:30:42,239
ซึ่งน่าเสียดายเพราะคุณจะไม่ถูกนับรวมในเรตติ้ง

595
00:30:42,240 --> 00:30:45,840
ตามสถิติแล้ว อะไรพบบ่อยกว่าคะ
โรคน้ํากัดเท้าหรือความตาย

596
00:30:46,440 --> 00:30:49,479
ความตายพบได้บ่อยกว่าแน่นอน

597
00:30:49,480 --> 00:30:51,760
อันที่จริง เราทุกคนก็ต้องตาย

598
00:30:52,360 --> 00:30:56,800
ต้องฟื้นจากความตายนานแค่ไหน
ถึงกลับไปทํากิจกรรมตามปกติได้คะ

599
00:30:57,360 --> 00:31:00,399
คุณกลับไปทํากิจกรรมตามปกติไม่ได้แล้ว

600
00:31:00,400 --> 00:31:01,520
เมื่อคุณตายไป

601
00:31:02,160 --> 00:31:05,600
- จะทํายังไงล่ะ
- ฟังพอดแคสต์ก็ไม่ได้เหรอ

602
00:31:06,320 --> 00:31:08,039
ฟังอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

603
00:31:08,040 --> 00:31:10,840
ถ้าเราเปิดพอดแคสต์ให้ศพฟัง

604
00:31:11,440 --> 00:31:13,640
จะไม่มีอะไรเข้าหูเลยเหรอ

605
00:31:14,160 --> 00:31:16,120
จะไม่มีอะไรเข้าไปแน่นอน

606
00:31:16,760 --> 00:31:18,959
ข้อเสียอย่างหนึ่งของสมองใหญ่ๆ ของเราคือ

607
00:31:18,960 --> 00:31:22,159
เราเป็นสิ่งมีชีวิตเดียว
ที่รู้ว่าความตายนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้

608
00:31:22,160 --> 00:31:25,759
เว้นแต่จะเอาหมาสิบตัวมายืนเรียงกัน
และยิงพวกมันทีละตัว

609
00:31:25,760 --> 00:31:29,400
หมาตัวสุดท้ายก็อาจจะรู้ตัว
ตอนประมาณหมาตัวที่สี่

610
00:31:30,240 --> 00:31:33,679
แน่นอนว่าเราลืมความตายได้ง่ายๆ
จนกระทั่งมันเกิดขึ้นกับเรา

611
00:31:33,680 --> 00:31:35,879
ถึงตอนนั้นสมองเราก็โดนลบอยู่ดี

612
00:31:35,880 --> 00:31:38,439
สมัยยุคกลางไม่ใช่แบบนั้น

613
00:31:38,440 --> 00:31:42,319
สมัยนั้น เพราะโรคระบาด สงคราม
และความรุนแรงที่แฝงอยู่ทั่วไป

614
00:31:42,320 --> 00:31:44,519
ผู้คนเลยคุ้นเคยกับความตาย

615
00:31:44,520 --> 00:31:47,320
อันที่จริง พวกเขากลัวตกกระแส
ตอนที่ยังไม่ตายด้วยซ้ํา

616
00:31:47,840 --> 00:31:51,399
และความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกับความตายนี้

617
00:31:51,400 --> 00:31:53,720
ถูกสะท้อนในศิลปะของพวกเขา

618
00:31:55,240 --> 00:31:57,519
นี่คือภาพ "ไทรอัมป์ออฟเดธ" ของบรูเกล

619
00:31:57,520 --> 00:32:02,759
ซึ่งเป็นภาพกองทัพผีดิบ
ที่กําลังกวาดล้างมนุษยชาติอย่างป่าเถื่อน

620
00:32:02,760 --> 00:32:06,280
ในหลายๆ ฉากที่ไม่น่าดัดแปลงเป็นหนังพิกซาร์ได้

621
00:32:07,320 --> 00:32:09,599
คิดแล้วก็ขนลุกที่เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นจริง

622
00:32:09,600 --> 00:32:12,599
เราโชคดีที่บรูเกลจับภาพนี้ไว้ได้

623
00:32:12,600 --> 00:32:15,079
ก่อนที่เขาเองจะถูกโครงกระดูกจับตัวไป

624
00:32:15,080 --> 00:32:17,959
ฉันยังแปลกใจเลยที่เขาวาดรูปได้

625
00:32:17,960 --> 00:32:22,520
เป็นฉันคงมือสั่นไปหมด
และแปรงทาสีคงจิ้มตาฉันแน่นอน

626
00:32:25,160 --> 00:32:27,000
นี่มันภาพบ้าบออะไรคะ

627
00:32:28,400 --> 00:32:31,400
{\an8}มันเป็นฉากในจินตนาการ

628
00:32:32,600 --> 00:32:35,680
ไม่ใช่ฉากที่บรูเกล...

629
00:32:36,560 --> 00:32:37,400
ได้เห็นจริงๆ

630
00:32:38,040 --> 00:32:40,200
แต่มันก็อาจเกิดขึ้นจริงใช่ไหมคะ

631
00:32:42,840 --> 00:32:44,239
ไม่ค่ะ มันไม่เคยเกิดขึ้น

632
00:32:44,240 --> 00:32:48,240
ข้อมูลเท็จซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เลย
มันน่ากลัวนะคะ

633
00:32:49,760 --> 00:32:51,679
นานหลายปีเลยที่ศิลปะที่น่ากลัวแบบนี้

634
00:32:51,680 --> 00:32:55,600
วาดภาพบุคคลลึกลับ
ถือเคียวเก็บเกี่ยววิญญาณมนุษย์

635
00:32:56,400 --> 00:32:58,839
นั่นคือชายคนนี้ ยมทูต

636
00:32:58,840 --> 00:33:02,599
ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่ได้บ้า
ก็แค่ดูเหมือนว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

637
00:33:02,600 --> 00:33:05,479
อันที่จริง คุณคงไม่อาจเห็นยมทูตที่บ้าน

638
00:33:05,480 --> 00:33:08,599
เว้นแต่คุณกําลังจะตายในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า

639
00:33:08,600 --> 00:33:12,919
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังความตาย
ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอย่างมาก

640
00:33:12,920 --> 00:33:15,959
บางคนคิดว่าเมื่อตายไปก็จะกลายเป็นผี

641
00:33:15,960 --> 00:33:19,320
ฮอโลแกรมกากๆ ที่สร้างจากควันหลอนๆ

642
00:33:19,840 --> 00:33:21,719
นักวิทยาศาสตร์บอกว่าผีไม่มีจริง

643
00:33:21,720 --> 00:33:24,599
แม้กล้องจะจับภาพผีได้หลายต่อหลายครั้ง

644
00:33:24,600 --> 00:33:27,639
อย่างในเรื่อง "วิญญาณขังสยอง"
และ "วิญญาณขังสยอง 2"

645
00:33:27,640 --> 00:33:29,719
และฉบับรีเมกของ "วิญญาณขังสยอง"

646
00:33:29,720 --> 00:33:33,720
ที่จริงผีถูกจับภาพได้บ่อยกว่านักวิทยาศาสตร์อีก

647
00:33:34,240 --> 00:33:35,720
แล้วทีนี้ใครล่ะที่มีจริง

648
00:33:36,680 --> 00:33:40,840
เราไปต่อกัน
เรื่องวิทยาศาสตร์ที่ยากกว่านี้ดีไหมคะ

649
00:33:41,600 --> 00:33:43,480
ค่ะ เรื่องผี

650
00:33:44,080 --> 00:33:46,079
เมื่อร่างกายมนุษย์ตายไป

651
00:33:46,080 --> 00:33:50,440
ผีจะออกมาจากรูไหนคะ รูบนหรือรูล่าง

652
00:33:53,040 --> 00:33:57,959
เกรงว่าผมจะไม่นับผี
เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ยากๆ นะ

653
00:33:57,960 --> 00:34:00,280
จะบอกอะไรให้นะคะ อย่ามองข้ามมัน

654
00:34:01,160 --> 00:34:06,000
ในปี 2021 ป้าแครอลของฉัน
หมั้นกับผู้ชายที่ชื่อบ็อบ คอลลินส์

655
00:34:06,800 --> 00:34:11,520
แต่วันหนึ่ง เขาก็หายตัวไป
และเอาเงินป้าไปหมดบัญชี

656
00:34:12,040 --> 00:34:14,760
และเมื่อป้าค้นหาชื่อบ็อบ คอลลินส์

657
00:34:15,240 --> 00:34:18,120
ก็พบว่าเขาตายไปเมื่อปี 1958

658
00:34:18,640 --> 00:34:20,200
เขาเป็นผีมาตลอด

659
00:34:21,360 --> 00:34:24,199
ไม่ใช่ว่าใครสักคน
สวมรอยเป็นบ็อบ คอลลินส์เหรอ

660
00:34:24,200 --> 00:34:27,839
ไม่ค่ะ มีรูปบ็อบ คอลลินส์ในปี 1958 ด้วย

661
00:34:27,840 --> 00:34:29,919
และเขาดูเหมือนคนละคนเลย

662
00:34:29,920 --> 00:34:34,400
ซึ่งพิสูจน์ว่าเขาปลอมตัวมา
เธอจะได้ไม่รู้ว่าเขาเป็นผี

663
00:34:35,120 --> 00:34:37,279
คุณอธิบายไม่ได้ใช่ไหม มันน่ากลัวนะ

664
00:34:37,280 --> 00:34:39,759
คําตอบที่ง่ายกว่าที่ว่าเขาดูไม่เหมือน

665
00:34:39,760 --> 00:34:41,480
ก็คือเป็นคนละคนกันไหม

666
00:34:44,480 --> 00:34:45,320
ไม่นะ...

667
00:34:49,240 --> 00:34:50,400
มันเป็นผี

668
00:34:51,160 --> 00:34:54,959
ความตาย โศกนาฏกรรม และความเจ็บปวด
เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมนุษย์มาตลอด

669
00:34:54,960 --> 00:34:57,079
เมื่อต้องดิ้นรนกับชีวิตที่ทุกข์ยากไม่จบไม่สิ้น

670
00:34:57,080 --> 00:35:00,319
ผู้คนจึงเริ่มสงสัยว่า
มีพระเจ้าอยู่จริงสักองค์หรือเปล่า

671
00:35:00,320 --> 00:35:02,839
{\an8}(บทที่ห้า ความสงสัย)

672
00:35:02,840 --> 00:35:05,719
{\an8}แต่นานหลายศตวรรษที่ไม่มีใครกล้าตั้งคําถามนั้น

673
00:35:05,720 --> 00:35:09,320
เผื่อว่าพระเจ้ามีจริง
และลงทัณฑ์พวกเขาจนต้องร้องขอชีวิต

674
00:35:10,120 --> 00:35:12,679
แต่นั่นกําลังจะเปลี่ยนไป

675
00:35:12,680 --> 00:35:14,159
ในปี 1883

676
00:35:14,160 --> 00:35:18,560
นักปรัชญาชาวเยอรมัน ฟรีดริช นีทเชอ
กําลังวุ่นอยู่ในห้องทํางาน

677
00:35:19,160 --> 00:35:21,120
ถ่ายทอดความคิดลงบนหน้ากระดาษ

678
00:35:22,720 --> 00:35:24,759
ไม่ต้องห่วง เขาไม่ได้ยินฉัน

679
00:35:24,760 --> 00:35:27,840
เขากําลังจะเขียนหนึ่งในวาทะ...

680
00:35:34,520 --> 00:35:38,680
เขากําลังจะเขียนหนึ่งในวาทะ
ที่เป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุด

681
00:35:39,240 --> 00:35:41,640
สามคําสั้นๆ ที่ว่า

682
00:35:42,240 --> 00:35:43,360
พระเจ้าตายแล้ว

683
00:35:44,400 --> 00:35:46,839
{\an8}นีทเชอบอกว่า "พระเจ้าตายแล้ว" ใช่ไหมคะ

684
00:35:46,840 --> 00:35:48,919
และตอนนี้เขาเองก็ตายแล้ว

685
00:35:48,920 --> 00:35:49,879
ใครเป็นรายต่อไป

686
00:35:49,880 --> 00:35:52,440
ก่อนตายเขาได้บอกชื่อฆาตกรหรือเปล่า

687
00:35:53,520 --> 00:35:55,240
นีทเชอเหรอ ไม่นะ

688
00:35:55,840 --> 00:35:57,760
ผมคิดว่าเขาคิดว่า...

689
00:35:59,520 --> 00:36:03,240
ผู้คนควรตระหนักว่า
พวกเขาเป็นคนที่สร้างพระเจ้า

690
00:36:03,920 --> 00:36:06,839
ที่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรพวกเขาได้มากอย่างที่คิด

691
00:36:06,840 --> 00:36:08,840
และผู้คนต้องตระหนักว่า

692
00:36:09,520 --> 00:36:12,320
ไม่ใช่แค่ว่าเขาตายแล้ว
แต่เขาไม่เคยมีอยู่เลยด้วย

693
00:36:12,920 --> 00:36:14,440
เขาบอกว่าเราฆ่าพระเจ้าเหรอ

694
00:36:16,120 --> 00:36:17,239
ที่จริงก็ใช่

695
00:36:17,240 --> 00:36:19,039
แต่ฉันยังไม่เกิดด้วยซ้ํา

696
00:36:19,040 --> 00:36:20,519
ไม่ครับ ใช่

697
00:36:20,520 --> 00:36:22,280
นีทเชอไปตายซะ

698
00:36:24,320 --> 00:36:27,639
เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าพระเจ้าไม่ได้ฆ่าตัวตาย

699
00:36:27,640 --> 00:36:30,560
เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่า
คนอื่นต้องผ่านเรื่องอะไรมา

700
00:36:32,680 --> 00:36:33,680
ก็เป็นไปได้ครับ

701
00:36:35,200 --> 00:36:40,199
คําประกาศของนีทเชอว่าพระเจ้าตายแล้ว
ได้จุดไฟทางปัญญาให้ลุกโชน

702
00:36:40,200 --> 00:36:43,879
เมื่อนักเขียนและนักคิดโต้เถียงกัน
ถึงการเสื่อมอํานาจของศาสนา

703
00:36:43,880 --> 00:36:46,639
ในโลกที่หันเข้าสู่ทางโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

704
00:36:46,640 --> 00:36:52,480
ก่อนเพลงเทคโนประจําชาติเบลเยียม
"พัมป์อัปเดอะแจม" จะถูกปล่อยถึง 107 ปี

705
00:37:03,400 --> 00:37:09,519
{\an8}("พัมป์อัปเดอะแจม" ขึ้นอันดับสอง
ในชาร์ตยูเคและอเมริกาตั้งแต่เปิดตัว)

706
00:37:09,520 --> 00:37:10,799
{\an8}(มันถูกแต่งขึ้นเพื่อฉากเปิด)

707
00:37:10,800 --> 00:37:13,880
{\an8}(หนังของมาร์ติน สกอร์เซซี
"เดอะลาสเทมป์เทชันออฟไครสต์")

708
00:37:15,600 --> 00:37:18,720
{\an8}(ฟรีดริช นีทเชอเกิดวันที่ 15 ตุลาคม 1844
ในรัฐแซกโซนี)

709
00:37:20,200 --> 00:37:23,520
{\an8}(ไม่แน่ชัดว่าเขาเร่งเสียงเพลง
ในช่วงชีวิตเขาหรือไม่)

710
00:37:25,320 --> 00:37:28,600
{\an8}(หลังจากประกาศว่าพระเจ้าตายแล้ว
นีทเชอได้เขียนไว้ว่า)

711
00:37:30,360 --> 00:37:32,919
("สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงอํานาจที่สุด)

712
00:37:32,920 --> 00:37:36,999
(ที่โลกเคยมีสิ้นลงใต้คมมีดของเรา)

713
00:37:37,000 --> 00:37:39,159
(ใครจะเช็ดเลือดนี้ให้เรา)

714
00:37:39,160 --> 00:37:41,759
(จะมีน้ําอะไรให้เราใช้ชําระล้างตัวเอง)

715
00:37:41,760 --> 00:37:43,560
(เทศกาลแห่งการไถ่โทษ...")

716
00:37:46,320 --> 00:37:48,559
{\an8}(ช่วยด้วย ผมติดอยู่ในห้องตัดต่อ)

717
00:37:48,560 --> 00:37:50,999
{\an8}(ผมใช้ได้แค่เครื่องมือใส่ชื่อเรื่อง)

718
00:37:51,000 --> 00:37:53,480
{\an8}(ขอให้มีคนอ่านด้วยเถอะ)

719
00:37:54,360 --> 00:37:56,679
แต่ถ้านีทเชอพูดถูก และพระเจ้าตายแล้วจริง

720
00:37:56,680 --> 00:37:59,959
ก็แปลว่าจะไม่มีคนที่เหนือกว่า
มาตัดสินการใช้ชีวิตของเรา

721
00:37:59,960 --> 00:38:02,399
ยกเว้นคนที่อยู่แฟลตชั้นบน

722
00:38:02,400 --> 00:38:05,079
มันอาจทําให้สังคมไร้จริยธรรมอย่างน่ากลัว

723
00:38:05,080 --> 00:38:07,839
ที่ผู้คนกล้าทําตัวชั่วร้ายได้แบบไม่เกรงกลัว

724
00:38:07,840 --> 00:38:11,439
เหมือนที่เคยทํากันในวงการบันเทิงยุค 1970

725
00:38:11,440 --> 00:38:13,479
ยุค 80 และยุค 90

726
00:38:13,480 --> 00:38:16,280
ยุค 2000 ยุค 2010 และทุกวันนี้

727
00:38:16,840 --> 00:38:18,999
โชคดีที่ยังมีโลกแห่งวรรณกรรม

728
00:38:19,000 --> 00:38:21,040
คอยให้คําแนะนําทางจริยธรรม

729
00:38:21,560 --> 00:38:24,679
(บทที่หก จริยธรรมและอื่นๆ)

730
00:38:24,680 --> 00:38:28,360
มีนักเขียนผู้ทรงอิทธิพลชาวรัสเซียหลายคน
ในศตวรรษที่ 19

731
00:38:29,000 --> 00:38:31,959
ตอลสตอย ดอสโตเยฟสกี ตูร์เกเนฟ

732
00:38:31,960 --> 00:38:34,119
หน้าต่อไปและพุชกิน

733
00:38:34,120 --> 00:38:35,520
ใครคือที่สุดคะ

734
00:38:36,320 --> 00:38:37,959
ผมชอบพุชกินนะ

735
00:38:37,960 --> 00:38:38,959
- เหรอคะ
- ครับ

736
00:38:38,960 --> 00:38:40,599
แล้วหน้าต่อไปล่ะคะ

737
00:38:40,600 --> 00:38:42,080
หน้าต่อไปเหรอ

738
00:38:42,640 --> 00:38:44,720
เขาเขียนงานอะไรครับ

739
00:38:45,760 --> 00:38:48,040
ไม่รู้สิ มันอยู่ในโพยของฉัน

740
00:38:50,480 --> 00:38:54,080
นักเขียนผู้ทรงอิทธิพลชาวรัสเซียคือ
ตอลสตอย ดอสโตเยฟสกี

741
00:38:54,680 --> 00:38:57,439
ตูร์เกเนฟ หน้าต่อไป

742
00:38:57,440 --> 00:38:58,600
และพุชกิน

743
00:38:59,200 --> 00:39:01,719
ไม่เคยได้ยินชื่อเขาก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องอาย

744
00:39:01,720 --> 00:39:03,399
ฉันก็ไม่รู้จักเขาเหมือนกัน

745
00:39:03,400 --> 00:39:04,840
ครับ ไม่

746
00:39:05,720 --> 00:39:08,879
เขาเป็นหนึ่งในนักคิดด้านจริยธรรม
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกวรรณกรรม

747
00:39:08,880 --> 00:39:11,679
นักเขียนนิยายชาวรัสเซีย
ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี

748
00:39:11,680 --> 00:39:14,080
ซึ่งกําลังสนุกอยู่ที่ปาร์ตี้

749
00:39:14,640 --> 00:39:17,279
เขาเขียนหนังสือหลายเล่ม
ที่ยังไม่มีคนอ่านจนถึงทุกวันนี้

750
00:39:17,280 --> 00:39:20,759
แต่ผลงานที่โด่งดังของเขา
ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบว์ดํา

751
00:39:20,760 --> 00:39:23,759
คือผลงานชิ้นเอกที่ยังไม่เปิดตัว
"อาชญากรรมกับการลงทุน"

752
00:39:23,760 --> 00:39:27,959
"อาชญากรรมกับการลงทัณฑ์"
พูดถึงอิสรภาพส่วนบุคคล

753
00:39:27,960 --> 00:39:31,279
บทบาทของผู้มีอํานาจ
และความซับซ้อนของจริยธรรม

754
00:39:31,280 --> 00:39:33,080
เต็มสิบคุณให้เท่าไรคะ

755
00:39:34,520 --> 00:39:36,519
- ผมคงให้เก้ามั้ง
- เก้า

756
00:39:36,520 --> 00:39:37,640
ครับ

757
00:39:39,160 --> 00:39:40,320
เก้า

758
00:39:41,200 --> 00:39:44,399
การลงทัณฑ์ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
ตั้งแต่สมัยของดอสโตเยฟสกี

759
00:39:44,400 --> 00:39:49,079
แม้ว่าในบางประเทศ
ถ้าอาชญากรรมร้ายแรงมาก

760
00:39:49,080 --> 00:39:51,680
เจ้าหน้าที่ก็จะตัดจบบทลงโทษ

761
00:39:52,640 --> 00:39:54,159
ด้วยการฆ่าพวกเขา

762
00:39:54,160 --> 00:39:57,799
โทษประหารบังคับให้เรา
ต้องถามว่า "เจ็บหรือเปล่า"

763
00:39:57,800 --> 00:39:59,519
"มีตั๋วเหลือไหม"

764
00:39:59,520 --> 00:40:01,959
และ "วิวจากที่นั่งหกเอเป็นไง"

765
00:40:01,960 --> 00:40:05,240
แล้วก็คําถามทางจริยธรรมที่ลึกซึ้งกว่านั้น

766
00:40:05,840 --> 00:40:08,999
ทําไมเราถึงพูดว่าคนเผชิญหน้ากับเก้าอี้ไฟฟ้า

767
00:40:09,000 --> 00:40:10,640
ทั้งที่นั่งหันหลังให้มันคะ

768
00:40:11,160 --> 00:40:12,599
{\an8}คุณก็แปลตรงตัวเกินไป

769
00:40:12,600 --> 00:40:15,199
{\an8}การเผชิญหน้ากับเก้าอี้ไฟฟ้าหมายถึง

770
00:40:15,200 --> 00:40:17,520
{\an8}พบกับความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

771
00:40:19,120 --> 00:40:21,559
นี่คือเวย์ลอน แจ็กคาโลปที่สี่

772
00:40:21,560 --> 00:40:25,039
ในปี 2019 เขาถลกหนังคนเป็นๆ หกราย

773
00:40:25,040 --> 00:40:27,999
และได้รับรางวัล
เป็นสารคดีของเขาเองในเน็ตฟลิกซ์

774
00:40:28,000 --> 00:40:30,400
และได้ออกทีวีในแดนประหาร

775
00:40:31,000 --> 00:40:33,839
และฉันดีใจมากที่ได้บอกว่า
ตอนนี้เขาอยู่กับเราแล้ว

776
00:40:33,840 --> 00:40:37,119
เวย์ลอนคะ คุณฆ่าคนไปหกคน

777
00:40:37,120 --> 00:40:38,960
ไปได้ไอเดียมาจากไหนคะ

778
00:40:39,560 --> 00:40:41,639
เรื่องนี้ทําให้ผมหนักใจนะ

779
00:40:41,640 --> 00:40:43,600
ผมพูดได้แค่ว่า

780
00:40:44,200 --> 00:40:47,199
เวย์ลอน แจ็กคาโลปที่ฆ่าคนพวกนั้น

781
00:40:47,200 --> 00:40:50,880
เป็นคนละคนกับคนที่คุณเจอในวันนี้

782
00:40:51,640 --> 00:40:53,760
ไม่ใช่คุณเหรอคะ คุณบริสุทธิ์เหรอ

783
00:40:55,040 --> 00:40:56,680
เปล่า ผมฆ่าพวกเขา

784
00:40:57,280 --> 00:40:58,480
โล่งอกไปที

785
00:40:59,160 --> 00:41:03,440
คุณเคยต้องโทษประหารไหม
หรือว่านี่เป็นครั้งแรกคะ

786
00:41:04,160 --> 00:41:07,399
- ครั้งแรก
- คุณต้องเผชิญหน้ากับเก้าอี้ไฟฟ้า

787
00:41:07,400 --> 00:41:09,360
กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นไหมคะ

788
00:41:09,920 --> 00:41:11,600
ผมยอมรับในพระเจ้าแล้ว

789
00:41:12,280 --> 00:41:14,159
และผมพร้อมจะเจอพระองค์แล้ว

790
00:41:14,160 --> 00:41:17,319
แต่คุณไม่กลัวว่าจะเจ็บเหรอ
ตั้งหลายล้านโวลต์เชียวนะ

791
00:41:17,320 --> 00:41:21,519
พอลเพื่อนฉันบอกว่าตับจะไหม้ ไตจะแตก

792
00:41:21,520 --> 00:41:23,799
ลําไส้จะไหลย้อนกลับ

793
00:41:23,800 --> 00:41:26,800
และดันอึอุ่นๆ สวนคอซึ่งทําให้หายใจไม่ออก

794
00:41:27,360 --> 00:41:28,959
คงจะมีมนุษยธรรมกว่า

795
00:41:28,960 --> 00:41:32,800
ถ้าจ้างนักโทษคนอื่น
มาจับคุณไว้และกระชากหัวคุณออก

796
00:41:38,040 --> 00:41:40,320
ยังไงก็เถอะ โชคดีนะคะ

797
00:41:42,400 --> 00:41:46,119
ก่อนที่คุณจะไป ช่วยเราโฆษณาสั้นๆ

798
00:41:46,120 --> 00:41:47,400
ผ่านมือถือนั้นได้ไหม

799
00:41:48,000 --> 00:41:51,199
ช่วยพูดว่า
"ดูฉันตายใน 'มองชีวิตผ่านคังค์'" ได้ไหม

800
00:41:51,200 --> 00:41:53,200
เอาไว้ลงติ๊กต็อก แค่สั้นๆ ค่ะ

801
00:41:54,920 --> 00:41:58,399
ดูฉันตายใน "มองชีวิตกับคังค์"

802
00:41:58,400 --> 00:42:00,320
"ผ่านคังค์"

803
00:42:01,840 --> 00:42:06,040
ดูฉันตายใน "มองชีวิตผ่านคังค์"

804
00:42:07,080 --> 00:42:09,240
นั่นแหละ ไม่ยากใช่ไหมคะ

805
00:42:10,440 --> 00:42:14,639
ทําไมเก้าอี้ไฟฟ้าถึงประหารได้ทีละคนคะ

806
00:42:14,640 --> 00:42:19,040
เป็นม้านั่งไฟฟ้าที่ประหารรอบละเจ็ดคนได้ไหม

807
00:42:19,560 --> 00:42:21,719
ก็น่าจะได้ แต่ไม่ควรครับ

808
00:42:21,720 --> 00:42:24,799
แต่แบบนั้นจะเร็วกว่า แล้วก็ทําเป็นชุดๆ ได้

809
00:42:24,800 --> 00:42:28,439
ก็คงจะเร็วกว่า
แต่เราคงต้องยอมรับว่าโทษประหาร

810
00:42:28,440 --> 00:42:31,519
เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและมีประโยชน์
แต่ผมไม่ยอมรับแบบนั้น...

811
00:42:31,520 --> 00:42:34,839
การฆ่าคนด้วยไฟฟ้า
ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใช่ไหมคะ

812
00:42:34,840 --> 00:42:37,600
เรานึ่งพวกเขาจนตายแทนได้ไหม

813
00:42:38,160 --> 00:42:43,040
ผมแน่ใจว่ามีวิธีอื่นในการประหาร

814
00:42:43,720 --> 00:42:46,039
ที่อาจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า

815
00:42:46,040 --> 00:42:48,799
แต่ผมว่าไม่ทําอะไรเลยน่าจะดีกว่า

816
00:42:48,800 --> 00:42:51,079
ในสังคมที่ยุติธรรมและมีจริยธรรม

817
00:42:51,080 --> 00:42:53,959
จะดีกว่าไหมถ้าฆ่าคนบริสุทธิ์คนเดียว

818
00:42:53,960 --> 00:42:56,320
แทนการช่วยคนบริสุทธิ์คนเดียว

819
00:42:57,080 --> 00:43:00,240
ผมว่าการฆ่าผู้บริสุทธิ์ไม่มีทางดีกว่านะ

820
00:43:01,280 --> 00:43:04,719
การใคร่ครวญถึงเรื่องชีวิตและความตาย

821
00:43:04,720 --> 00:43:09,320
ในจักรวาลที่ไร้พระเจ้าจะเปิดประตูสู่
ลัทธิสุญนิยมและอัตถิภาวนิยม

822
00:43:09,920 --> 00:43:12,840
สองแนวคิดที่สะกดยากที่สุดในวิชาปรัชญา

823
00:43:14,800 --> 00:43:20,840
{\an8}ลัทธิสุญนิยมเป็นความเชื่อที่ว่า
ไม่มีสิ่งใดสําคัญเลยแม้แต่อย่างเดียว

824
00:43:21,440 --> 00:43:25,039
ทําไมในโปรไฟล์เดตถึงไม่มีใครระบุว่า
ตัวเองเป็นพวกสุญนิยมคะ

825
00:43:25,040 --> 00:43:27,279
ฉันเคยไปเดตกับหนุ่มคนหนึ่ง

826
00:43:27,280 --> 00:43:29,959
และผ่านไป 20 นาที
เขาบอกว่าเขาเป็นพวกสุญนิยม

827
00:43:29,960 --> 00:43:33,359
นั่นก็เพราะการดํารงอยู่ของมนุษย์นั้นไร้ค่า

828
00:43:33,360 --> 00:43:36,559
ไม่มีประโยชน์ที่จะเดตกันต่อ แล้วเขาก็ชิ่ง

829
00:43:36,560 --> 00:43:37,719
และฉันต้องจ่ายมื้อนั้น

830
00:43:37,720 --> 00:43:40,440
เขาเป็นพวกสุญนิยมหรือเป็นแค่ไอ้เฮงซวยคะ

831
00:43:41,080 --> 00:43:42,120
อาจจะทั้งคู่ค่ะ

832
00:43:42,640 --> 00:43:44,600
ค่ะ นึกแล้วเชียว

833
00:43:46,960 --> 00:43:49,999
ลัทธิสุญนิยมเป็นความเชื่อว่าชีวิตไม่มีความหมาย

834
00:43:50,000 --> 00:43:53,239
และไม่มีอะไรมีค่าพอให้เชื่อ
นอกเหนือจากลัทธิสุญนิยม

835
00:43:53,240 --> 00:43:56,800
ลัทธิอัตถิภาวนิยมก็เช่นกัน แต่แค่ใช้คําที่ยาวกว่า

836
00:43:57,360 --> 00:44:01,760
ใครคือนักอัตถิภาวนิยมที่โด่งดังที่สุด
ในประวัติศาสตร์คะ

837
00:44:02,360 --> 00:44:04,760
อาจเป็นฌอง ปอล ซาร์ตร์ค่ะ

838
00:44:05,360 --> 00:44:07,560
ค่ะ ฉันคงบอกว่า "อี.ที."

839
00:44:09,720 --> 00:44:12,199
นี่เป็นนักอัตถิภาวนิยมคนดังคนแรก

840
00:44:12,200 --> 00:44:15,359
นักเขียนชาวปารีส
ฌอง ปอล ซาร์ตร์และริงโก้

841
00:44:15,360 --> 00:44:17,839
ซาร์ตร์มองทุกอย่างต่างไปจากคนอื่น

842
00:44:17,840 --> 00:44:20,199
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาชอบตั้งคําถาม

843
00:44:20,200 --> 00:44:21,960
แต่ส่วนใหญ่ก็เพราะดวงตาคู่นั้น

844
00:44:22,640 --> 00:44:26,359
จริงนะ ตาคู่นั้นอาจช่วยให้เขา
เห็นหลังหูตัวเองได้เลย

845
00:44:26,360 --> 00:44:28,159
หรือเขียนหนังสือสองเล่มพร้อมกันได้

846
00:44:28,160 --> 00:44:30,719
เขาถึงได้เป็นนักเขียนที่เก่งมาก

847
00:44:30,720 --> 00:44:34,479
เขียนหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า
สรุปทฤษฎีอัตถิภาวนิยมของเขา

848
00:44:34,480 --> 00:44:38,199
หลายสิบปีก่อนเพลงเทคโนประจําชาติเบลเยียม
ที่ไม่เกี่ยวข้องกันจะถูกปล่อย

849
00:44:38,200 --> 00:44:39,600
"พัมป์อัปเดอะแจม"

850
00:44:40,240 --> 00:44:41,600
ซึ่งคุณได้ฟังมาก่อนหน้านี้

851
00:44:42,120 --> 00:44:44,359
{\an8}มีคนบอกฉันว่าแมวเป็นตัวอย่างที่ดี

852
00:44:44,360 --> 00:44:47,200
{\an8}ของสิ่งที่ใช้ชีวิตเยี่ยงนักอัตถิภาวนิยม

853
00:44:48,040 --> 00:44:51,920
ชีวิตที่ดีสําหรับนักอัตถิภาวนิยม
ถ้ามันมีอะไรแบบนั้นนะ

854
00:44:52,520 --> 00:44:56,759
คือการสร้างเป้าหมายและคุณค่าของตัวเอง

855
00:44:56,760 --> 00:44:59,119
และทําตามนั้นอย่างเคร่งครัด

856
00:44:59,120 --> 00:45:02,119
อย่างเช่น แมวของผมตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว

857
00:45:02,120 --> 00:45:05,559
มากกว่าจะปล่อยให้คนอื่นมาควบคุม

858
00:45:05,560 --> 00:45:08,999
คุณรู้ได้ไงว่าแมวไม่ได้คิดอะไร
เรื่องการมีอยู่ของมันเอง

859
00:45:09,000 --> 00:45:10,879
มันอาจจะกังวลมากก็ได้

860
00:45:10,880 --> 00:45:14,239
แล้วเวลามันร้อง "เหมียว"
มันกําลังแสดงความเจ็บปวดอยู่

861
00:45:14,240 --> 00:45:16,359
แบบว่า "มี อ๊าว"

862
00:45:16,360 --> 00:45:18,359
แมวรู้สึกเจ็บได้ครับ

863
00:45:18,360 --> 00:45:20,919
แต่มันไม่ได้แสดงพฤติกรรม

864
00:45:20,920 --> 00:45:23,959
ที่ดูจะบ่งบอกระดับความเจ็บปวดนั้น

865
00:45:23,960 --> 00:45:26,319
แมวเลียรูก้นตัวเองใช่ไหมคะ

866
00:45:26,320 --> 00:45:30,080
นักอัตถิภาวนิยมทุกคน
ยืดหยุ่นพอจะทําแบบนั้นไหม

867
00:45:30,800 --> 00:45:31,840
ไม่ครับ

868
00:45:33,560 --> 00:45:38,559
ความวิตกกังวลเกี่ยวการดํารงอยู่
เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์

869
00:45:38,560 --> 00:45:41,639
(บทที่เจ็ด ศิลปะ)

870
00:45:41,640 --> 00:45:44,039
ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์หลายคน

871
00:45:44,040 --> 00:45:46,439
พยายามถ่ายทอด
ความเจ็บปวดของชีวิตมนุษย์ออกมา

872
00:45:46,440 --> 00:45:50,320
แต่ก็มีบางคนที่วาดรูปได้ห่วยเหมือนกัน

873
00:45:50,960 --> 00:45:52,959
นี่คือภาพ "เสียงกรีดร้อง" ของเอ็ดวาร์ด มุงก์

874
00:45:52,960 --> 00:45:56,799
ผลงานอัตถิภาวนิยมชิ้นแรก
ที่กลายมาเป็นอิโมจิในภายหลัง

875
00:45:56,800 --> 00:45:59,919
อะไรดลใจให้เอ็ดดี้ มุงก์วาดภาพนี้คะ

876
00:45:59,920 --> 00:46:03,239
{\an8}มันเป็นประสบการณ์ที่เขาเคยมี
ตอนเดินอยู่กับเพื่อน

877
00:46:03,240 --> 00:46:07,200
{\an8}ฉันข้ามสะพานมาหลายที่นะ
แต่คุณก็ไม่เห็นฉันวาดภาพเกี่ยวกับมัน

878
00:46:07,720 --> 00:46:10,519
ทําไมเราถึงไม่ได้ยินเขาล่ะ
เขาปิดเสียงอยู่เหรอ

879
00:46:10,520 --> 00:46:13,719
เปล่าครับ มันคือธรรมชาติที่กําลังกรีดร้อง

880
00:46:13,720 --> 00:46:16,559
และเราทุกคนก็ได้ยินเสียงธรรมชาติกรีดร้อง

881
00:46:16,560 --> 00:46:20,479
งั้นนี่ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างไม่กี่ชิ้น
ของภาพวาดเงียบเหรอคะ

882
00:46:20,480 --> 00:46:22,199
ภาพวาดทุกภาพเงียบครับ

883
00:46:22,200 --> 00:46:25,359
ถ้าเอ็ดวาร์ด มุงก์รู้ว่าเราคงไม่ได้ยิน

884
00:46:25,360 --> 00:46:29,359
ทําไมเขาไม่รอให้ชายคนนี้ปิดปากก่อนจะวาดล่ะ

885
00:46:29,360 --> 00:46:30,919
มันน่าหงุดหงิดน่ะ

886
00:46:30,920 --> 00:46:33,439
ฉันสังเกตว่าเขาไม่ขยับด้วย ทําไมคะ

887
00:46:33,440 --> 00:46:38,559
เพราะเขาขยับไม่ได้
จากความรู้สึกส่วนลึกที่เขาพบ

888
00:46:38,560 --> 00:46:41,400
มันคือภาพวาดหยุดค้างเหรอคะ

889
00:46:42,000 --> 00:46:45,760
มันคืออารมณ์ที่หยุดค้าง

890
00:46:46,400 --> 00:46:49,479
ดรูว์ แบร์รีมอร์ตายตอนเริ่มของภาพนี้ใช่ไหมคะ

891
00:46:49,480 --> 00:46:53,239
มี "หวีดสุดขีด 2" ในแกลเลอรีนี้หรือเปล่าคะ

892
00:46:53,240 --> 00:46:54,599
- "หวีดสุดขีด 2"
- ค่ะ

893
00:46:54,600 --> 00:46:56,719
เกรงว่าผมจะไม่รู้จัก "หวีดสุดขีด 2"

894
00:46:56,720 --> 00:46:59,000
ภาพวาดนี้สร้างจากหนังใช่ไหมคะ

895
00:46:59,640 --> 00:47:01,199
ผมไม่คิดว่าเคยดูหนังเรื่องนั้นนะ

896
00:47:01,200 --> 00:47:05,439
มันเป็นภาพวาดจากประสบการณ์ของเขา

897
00:47:05,440 --> 00:47:10,160
ไม่ใช่ประสบการณ์ทางกาย
แต่เป็นทางอารมณ์และจิตใจ

898
00:47:11,200 --> 00:47:12,560
เราวาดจิตวิญญาณของเรา

899
00:47:13,080 --> 00:47:14,960
ทําไมเราถึงต้องวาดรูทวารคะ

900
00:47:16,040 --> 00:47:18,359
ยิ่งงานศิลปะน่าเศร้าและน่าสังเวชแค่ไหน

901
00:47:18,360 --> 00:47:19,759
ผู้คนก็ยิ่งชอบมัน

902
00:47:19,760 --> 00:47:23,959
ไม่มีศิลปินน่าเศร้าที่ตายแล้วคนไหน
น่าสังเวชมากกว่าคนผมแดงที่ตัดหูตัวเอง

903
00:47:23,960 --> 00:47:26,600
วินเซนโซ่ แวน เบโธเฟน โก๊ะ

904
00:47:27,560 --> 00:47:29,519
อย่างที่คุณเห็นในภาพถ่ายนี้

905
00:47:29,520 --> 00:47:32,479
แวนโก๊ะตัวจริงก็เหมือนกับภาพวาดเลย

906
00:47:32,480 --> 00:47:35,440
จึงต้องทํางานศิลปะอย่างเลี่ยงไม่ได้

907
00:47:36,080 --> 00:47:38,519
ผลงานหลายชิ้นของเขาอย่าง "ดอกไม้เศร้า"

908
00:47:38,520 --> 00:47:40,039
"ราตรีขนลุกกราว"

909
00:47:40,040 --> 00:47:43,719
และ "วูฟฟี่ แม็คโป๊กเกอร์"
ก็ประมูลได้เงินมาหลายล้าน

910
00:47:43,720 --> 00:47:48,920
ครั้งสุดท้ายที่ 22 ล้านห้าแสนปอนด์

911
00:47:50,120 --> 00:47:52,759
นี่เป็นหนึ่งในงานที่โด่งดังที่สุดของเขา

912
00:47:52,760 --> 00:47:54,600
"ทุ่งข้าวสาลีกับอีกา"

913
00:47:55,120 --> 00:47:58,039
มองแวบแรก มันเป็นฉากชนบทที่เรียบง่าย

914
00:47:58,040 --> 00:48:02,039
แต่เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ
คุณก็จะเห็นว่างานมันชุ่ยมาก

915
00:48:02,040 --> 00:48:03,560
อย่างนกพวกนี้

916
00:48:04,080 --> 00:48:05,959
แน่นอนว่าพวกมันคืออีกา

917
00:48:05,960 --> 00:48:09,119
แต่เราไม่อาจรู้ได้เลย
เพราะไม่มีรายละเอียดสักนิดเดียว

918
00:48:09,120 --> 00:48:11,039
บางตัวก็ใหญ่ บางตัวก็เล็ก

919
00:48:11,040 --> 00:48:12,960
บางตัวมีปีกมากกว่าตัวอื่น

920
00:48:13,440 --> 00:48:15,479
พอได้เห็นรูปนี้ก็ยากจะเชื่อได้ว่า

921
00:48:15,480 --> 00:48:19,719
แวนโก๊ะเคยเห็นอีกาหรือทุ่งข้าวสาลีจริงๆ

922
00:48:19,720 --> 00:48:22,200
หรือแม้แต่เคยจับแปรงทาสีมาก่อน

923
00:48:23,240 --> 00:48:24,560
ดูการลากเส้นพวกนี้สิ

924
00:48:25,160 --> 00:48:26,359
มันเละเทะไปหมด

925
00:48:26,360 --> 00:48:29,039
เหมือนเขาใส่นวมชกมวยวาดเลย

926
00:48:29,040 --> 00:48:30,759
มันยังดีไม่พอ

927
00:48:30,760 --> 00:48:33,039
อันที่จริง มันเลวร้ายเลยละ

928
00:48:33,040 --> 00:48:35,879
ชีวิตของแวนโก๊ะและโลกของเรา

929
00:48:35,880 --> 00:48:39,479
คงจะดีขึ้นถ้าเขาไม่เคยวาดอะไรเลย

930
00:48:39,480 --> 00:48:42,200
ไม่แม้แต่ประตูห้องน้ําในบ้านคนตาบอด

931
00:48:42,720 --> 00:48:45,280
แต่นั่นก็แค่มุมมองของฉัน คุณคิดว่าไงคะ

932
00:48:49,560 --> 00:48:52,480
แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่
ไม่ได้น่าสังเวชเหมือนแวนโก๊ะ

933
00:48:53,000 --> 00:48:55,000
พวกเขาน่าสังเวชเหมือนตัวเอง

934
00:48:55,520 --> 00:48:57,999
(บทที่แปด งาน)

935
00:48:58,000 --> 00:49:02,279
พวกเขาไม่มีเวลาถ่ายทอดความเจ็บปวด
ออกมาเป็นงานศิลปะ

936
00:49:02,280 --> 00:49:04,039
เพราะมัวแต่ทํางานจนหัวหมุน

937
00:49:04,040 --> 00:49:07,840
งานเป็นสิ่งที่เราทุกคนเรียนรู้ที่จะฝืนใจทํา

938
00:49:08,440 --> 00:49:11,319
ตั้งแต่มนุษย์ถ้ําคนแรกไปทํางาน
ให้เจ้านายเฮงซวยคนแรก

939
00:49:11,320 --> 00:49:15,240
ทุกคนก็เกลียดงานกันหมด
ส่วนหนึ่งเพราะงานพวกนั้นมันแย่มาก

940
00:49:16,160 --> 00:49:19,079
กว่าหลายศตวรรษ
งานส่วนใหญ่เป็นการใช้แรงงาน

941
00:49:19,080 --> 00:49:20,719
อย่างการแบกถ่านหนักๆ

942
00:49:20,720 --> 00:49:23,800
และไถนาขณะที่มีคนวาดภาพคุณให้คนรุ่นหลังดู

943
00:49:24,600 --> 00:49:28,719
แต่เมื่อโลกของเราทันสมัยขึ้น
และเต็มไปด้วยพลาสติก โลหะ และอื่นๆ

944
00:49:28,720 --> 00:49:30,999
ลักษณะงานก็ได้เปลี่ยนไป

945
00:49:31,000 --> 00:49:33,119
งานในปัจจุบันยิ่งแย่กว่าอีก

946
00:49:33,120 --> 00:49:36,640
ซึ่งทําให้คนรู้สึกสิ้นหวังเพิ่มขึ้นไม่หยุด

947
00:49:37,200 --> 00:49:40,040
มนุษย์ต้องทํางานหนักใช่ไหมคะ

948
00:49:40,560 --> 00:49:42,360
งานให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าไหมคะ

949
00:49:43,960 --> 00:49:45,440
ฉันคิดว่าใช่นะคะ

950
00:49:47,040 --> 00:49:48,520
แม้แต่กับเขาเหรอ

951
00:49:49,680 --> 00:49:53,759
ที่เขาทําก็แค่ยกแท่งนั้นทั้งวัน
นั่นไม่มีทางให้ผลตอบแทน

952
00:49:53,760 --> 00:49:56,640
หรือมีความหมายอะไรเลย
ไม่ต้องใช้ทักษะเลยสักนิด

953
00:49:57,960 --> 00:50:01,960
ไม่ต้องใช้เครื่องจักรมาแทนเขาด้วย
ใช้แค่ที่ค้ํากับขาตั้งก็พอ

954
00:50:02,480 --> 00:50:04,679
ไม่ได้น่าพอใจเลยสักนิด

955
00:50:04,680 --> 00:50:07,880
เขาอยู่กับแท่งนั่นมากกว่าคนที่เขารักอีก

956
00:50:08,840 --> 00:50:10,839
ลองคิดดูสิว่าเขาต้องพลาดอะไรไป

957
00:50:10,840 --> 00:50:13,560
เพราะต้องมายกแท่งนั่นเหมือนทาสน่ะ

958
00:50:14,520 --> 00:50:16,320
เวลาพวกนั้นเอาคืนไม่ได้ด้วย

959
00:50:18,160 --> 00:50:19,520
เสียเวลาชีวิตไปเปล่าๆ

960
00:50:21,800 --> 00:50:24,640
{\an8}(ด้วยความระลึกถึงฟิล)

961
00:50:25,800 --> 00:50:27,320
ในนี้เสียงก้องมากเลยเนอะ

962
00:50:28,160 --> 00:50:29,440
ฟิลคงไม่ชอบเท่าไร

963
00:50:30,200 --> 00:50:31,440
ใช่ไหม เอียน

964
00:50:34,640 --> 00:50:35,880
คุณเป็นรายต่อไป

965
00:50:36,800 --> 00:50:38,840
ขอเก็บเสียงบรรยากาศสักครู่นะคะ

966
00:50:43,080 --> 00:50:45,839
บางครั้งชีวิตก็เหมือนภาระอันหนักอึ้ง

967
00:50:45,840 --> 00:50:47,839
ซึ่งไม่มีทางหนีพ้น

968
00:50:47,840 --> 00:50:49,839
แต่ยังโชคดีที่มีตัวช่วย

969
00:50:49,840 --> 00:50:53,359
ฉันถึงได้มายัง
แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนํา "สตรีมเบอร์รี"

970
00:50:53,360 --> 00:50:57,160
เพื่อดูว่าพวกเขาช่วยให้คนลืม
ความทุกข์ไร้ที่สิ้นสุดจากการดํารงอยู่ยังไง

971
00:51:00,480 --> 00:51:01,439
ที่สตรีมเบอร์รี

972
00:51:01,440 --> 00:51:04,439
เรามุ่งมั่นที่จะให้ผู้ใช้งานของเรา
ได้รับความบันเทิง

973
00:51:04,440 --> 00:51:07,799
{\an8}ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขา

974
00:51:07,800 --> 00:51:11,080
ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้บริโภค
แต่ในฐานะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

975
00:51:11,600 --> 00:51:15,799
เราคอยติดตามสภาวะอารมณ์
ของผู้ชมตลอดเวลา และพบว่า

976
00:51:15,800 --> 00:51:19,680
ผู้ชมส่วนใหญ่มักติดอยู่ในภาวะสิ้นหวังในชีวิต

977
00:51:20,280 --> 00:51:22,679
คุณคงอยากแก้ไขปัญหานั้นใช่ไหมคะ

978
00:51:22,680 --> 00:51:25,439
ค่ะ เราเลยเปิดตัวชุดรายการ

979
00:51:25,440 --> 00:51:28,199
ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ชมที่รู้สึกสิ้นหวัง

980
00:51:28,200 --> 00:51:30,120
ซึ่งนับเป็น 116 เปอร์เซ็นต์

981
00:51:30,680 --> 00:51:33,079
รายการพวกนี้ถูกจัดกลุ่มตามหมวดหมู่

982
00:51:33,080 --> 00:51:35,839
ที่ช่วยผู้ชมที่สิ้นหวังค้นหาคอนเทนต์

983
00:51:35,840 --> 00:51:38,159
{\an8}ที่สื่อถึงอารมณ์ของพวกเขาได้จริงๆ

984
00:51:38,160 --> 00:51:39,679
เรากําลังเติบโตถึงจุดสูงสุด

985
00:51:39,680 --> 00:51:42,240
ในหมวดที่เรียกว่า "ยืนอยู่บนปากเหว"

986
00:51:42,840 --> 00:51:43,719
มันคืออะไรคะ

987
00:51:43,720 --> 00:51:47,479
มันคือรายการที่มุ่งเป้าไปที่
ผู้ชมที่กําลังยืนอยู่บนปากเหว

988
00:51:47,480 --> 00:51:49,240
ซึ่งมักจะรับชมผ่านมือถือ

989
00:51:49,880 --> 00:51:54,040
เราไม่อยากให้พวกเขาโดด
นั่นจะส่งผลกระทบต่อยอดการมีส่วนร่วม

990
00:51:54,720 --> 00:51:58,159
แล้วเด็กๆ ล่ะคะ มีอะไรสําหรับพวกเขาไหม

991
00:51:58,160 --> 00:52:02,120
ค่ะ หนึ่งในรายการล่าสุดของเรา
เป็นรายการที่มุ่งเป้าไปที่เด็กๆ

992
00:52:02,680 --> 00:52:03,639
ที่ยืนอยู่บนปากเหว

993
00:52:03,640 --> 00:52:08,120
ว้าว และฉันคิดว่าตอนนี้
เรามีตัวอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วย

994
00:52:12,280 --> 00:52:14,960
(บิงโกบอกว่าอย่าโดด)

995
00:52:19,320 --> 00:52:20,879
นี่คุณ อย่าโดดนะ

996
00:52:20,880 --> 00:52:22,119
ทําไมจะโดดไม่ได้

997
00:52:22,120 --> 00:52:23,040
ก็...

998
00:52:25,080 --> 00:52:28,439
บางครั้งเราทุกคน
ก็รู้สึกเหมือนชีวิตหมดความหมาย

999
00:52:28,440 --> 00:52:31,239
แต่ถ้าโดดลงไป
ทางเท้านั่นคงต้องล้างกันยกใหญ่

1000
00:52:31,240 --> 00:52:34,159
และที่สําคัญ ชีวิตคุณคงจะหาไม่

1001
00:52:34,160 --> 00:52:37,680
ผมจะบอกเหตุผลที่ควรมีชีวิตอยู่ต่อไป

1002
00:52:38,440 --> 00:52:39,400
โอเค

1003
00:52:39,920 --> 00:52:43,079
คุณจะพลาดธรรมชาติแสนมหัศจรรย์

1004
00:52:43,080 --> 00:52:46,039
อย่างลูกหมากับลูกแมว
แสงแดดและฟ้าร้องดังกังวาน

1005
00:52:46,040 --> 00:52:49,519
พ่อแม่คงคิดถึงคุณ และเศร้าเสียใจน้ําตารื้น

1006
00:52:49,520 --> 00:52:52,680
ถ้าคุณโดดลงไป และกระจัดกระจายเต็มพื้น

1007
00:52:54,840 --> 00:52:57,519
การโดดเป็นทางเลือกสุดท้าย

1008
00:52:57,520 --> 00:53:00,160
โอกาสแก้ไขนั้นไม่มี

1009
00:53:00,920 --> 00:53:05,200
คนส่วนใหญ่ที่โดด เสียใจที่ตัดสินใจได้ไม่ดี

1010
00:53:05,800 --> 00:53:07,079
เขาพูดถูก

1011
00:53:07,080 --> 00:53:10,199
ถ้าอยากทิ้งสิ่งที่ดีงามเอาไว้

1012
00:53:10,200 --> 00:53:12,959
ก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป

1013
00:53:12,960 --> 00:53:15,720
มันมีแต่จะทิ้งรอยยุบ

1014
00:53:16,400 --> 00:53:17,560
และรอยเปื้อนไว้

1015
00:53:18,280 --> 00:53:19,400
โอเค

1016
00:53:20,320 --> 00:53:22,039
- ฉันเชื่อนายแล้ว
- เย่

1017
00:53:22,040 --> 00:53:23,239
ชีวิตนั้นมีค่า

1018
00:53:23,240 --> 00:53:25,999
ฉันไม่อยากตาย

1019
00:53:26,000 --> 00:53:28,920
ค่อยๆ กลับมา คุณคงไม่อยากลื่น

1020
00:53:29,560 --> 00:53:30,519
โอ๊ะโอ

1021
00:53:30,520 --> 00:53:33,280
สายไปซะแล้ว บ๊ายบาย

1022
00:53:39,480 --> 00:53:42,319
ขอบคุณค่ะ แจ็คกี้ นั่นมันเปิดโลกจริงๆ

1023
00:53:42,320 --> 00:53:44,439
และสตรีมเบอร์รีก็ดูวิเศษไปเลย

1024
00:53:44,440 --> 00:53:45,999
- ขอบคุณค่ะ
- ขอบคุณค่ะ

1025
00:53:46,000 --> 00:53:46,920
เยี่ยมเลย

1026
00:53:47,440 --> 00:53:49,280
- ยอดเยี่ยม
- ขอบคุณค่ะ

1027
00:53:50,240 --> 00:53:51,080
ค่ะ

1028
00:53:54,120 --> 00:53:55,239
ช่วงหน้า...

1029
00:53:55,240 --> 00:53:58,319
{\an8}คอมพิวเตอร์จะใส่โค้ดใหม่
ในความหมายของชีวิตได้ไหม

1030
00:53:58,320 --> 00:54:02,040
{\an8}จะอัปโหลด "จิตทวาร"
ลงคอมพิวเตอร์ได้ไหมคะ

1031
00:54:02,640 --> 00:54:04,759
{\an8}ฉันได้ศึกษาการโคลนอย่างใกล้ชิด

1032
00:54:04,760 --> 00:54:06,720
{\an8}ถ้าโคลนฝาแฝด

1033
00:54:07,280 --> 00:54:09,759
{\an8}จะได้ตัวโคลนสองคนจากแฝดคนหนึ่ง

1034
00:54:09,760 --> 00:54:11,800
{\an8}หรือตัวโคลนคนเดียวจากคู่แฝดคะ

1035
00:54:12,400 --> 00:54:15,439
{\an8}ไบรอัน ค็อกซ์ให้มุมมองเรื่องท้องฟ้า
ในทางวิทยาศาสตร์

1036
00:54:15,440 --> 00:54:18,679
{\an8}มันเปลืองไฟไหมคะ
ที่เปิดไฟดวงดาวไว้ตอนกลางคืน

1037
00:54:18,680 --> 00:54:19,999
{\an8}ไม่นะ

1038
00:54:20,000 --> 00:54:24,920
{\an8}แต่ก่อนอื่น มาไตร่ตรองชะตาของเรา
ในจักรวาลไร้เมตตาและไร้ซึ่งพระเจ้านี้

1039
00:54:26,080 --> 00:54:29,319
เมื่อพระเจ้าตายแล้ว
และความสิ้นหวังในการดํารงอยู่กําลังบูม

1040
00:54:29,320 --> 00:54:32,600
ดูเหมือนว่ามนุษยชาติจะอยู่โดดเดี่ยวในจักรวาลนี้

1041
00:54:33,680 --> 00:54:35,359
เรากลับไปยังจุดเริ่มต้น

1042
00:54:35,360 --> 00:54:38,559
แหงนมองท้องฟ้ายามราตรี
และสงสัยว่ามันไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง

1043
00:54:38,560 --> 00:54:43,120
เพื่อหาคําตอบ เราคงต้องเปิด
คดีที่ปิดไม่ลงคดีใหญ่ที่สุดขึ้นอีกครั้ง

1044
00:54:44,680 --> 00:54:48,919
(บทสุดท้าย ความหวังใหม่)

1045
00:54:48,920 --> 00:54:52,199
คัมภีร์ไบเบิลอ้างว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างจักรวาล

1046
00:54:52,200 --> 00:54:54,319
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่านั่นโกหกทั้งเพ

1047
00:54:54,320 --> 00:54:57,520
เราคงต้องคิดค้นทฤษฎี
ที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ขึ้นมาใหม่

1048
00:54:59,240 --> 00:55:02,239
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ปี 1923

1049
00:55:02,240 --> 00:55:07,440
นักดาราศาสตร์ เอ็ดวิน ฮับเบิล
กําลังจะค้นพบสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ

1050
00:55:08,600 --> 00:55:11,639
จากการมองผ่านกล้องโทรทรรศน์
เขากลายเป็นมนุษย์คนแรก

1051
00:55:11,640 --> 00:55:15,760
ที่เห็นดาวแปรแสงเซเฟอิดในกาแล็กซีอื่น

1052
00:55:17,280 --> 00:55:19,399
ฮับเบิลรีบกลับบ้านไปบอกเกรซ ภรรยาของเขา

1053
00:55:19,400 --> 00:55:22,519
ผู้ที่คอยสนับสนุนอย่างซื่อสัตย์
ตลอดอาชีพของเขา

1054
00:55:22,520 --> 00:55:26,279
"ผมทําได้แล้ว" เขาร้องออกมา
แต่ด้วยเสียงเขานะ ไม่ใช่เสียงฉัน

1055
00:55:26,280 --> 00:55:29,439
"ผมเปลี่ยนแนวคิดพื้นฐานของเรา
เกี่ยวกับจักรวาลได้แล้ว"

1056
00:55:29,440 --> 00:55:32,279
"โอ้ ที่รัก วิเศษไปเลย" เธอตอบ

1057
00:55:32,280 --> 00:55:35,240
ดวงตาเธอเปี่ยมด้วยความภูมิใจ
และพวกเขากอดกัน

1058
00:55:36,320 --> 00:55:40,239
พวกเขาจูบกันอย่างดูดดื่ม
ความตื่นเต้นกลับกลายเป็นความเร่าร้อน

1059
00:55:40,240 --> 00:55:43,760
ทั้งคู่ไปที่ห้องนอน รีบถอดเสื้อผ้าออก

1060
00:55:46,840 --> 00:55:48,560
เนื้อแนบเนื้อ

1061
00:55:50,880 --> 00:55:54,400
ขณะที่ทั้งสองสํารวจร่างกันและกัน
พร้อมไฟปรารถนาที่ลุกโชน

1062
00:55:55,520 --> 00:55:59,079
ค่อยๆ เพิ่มความสุขสันต์ร่วมกันถึงขีดสุด

1063
00:55:59,080 --> 00:56:01,480
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวจากความสุขสม

1064
00:56:19,560 --> 00:56:22,960
และเสร็จสมอารมณ์หมายพร้อมกัน
จนร่างกายสั่นระริก

1065
00:56:26,320 --> 00:56:28,520
พวกเขานอนกอดกันเงียบๆ

1066
00:56:29,000 --> 00:56:33,200
เหนื่อยอ่อนแต่อิ่มเอม
หลังการสังวาสอันแสนอบอุ่น

1067
00:56:34,040 --> 00:56:36,800
แล้วฮับเบิลก็ใช้เสื้อกล้ามซับจุดที่เปียกชื้น

1068
00:56:39,120 --> 00:56:42,199
การค้นพบของฮับเบิลได้ปูทางสู่ทฤษฎีใหม่

1069
00:56:42,200 --> 00:56:44,640
ที่ว่าจักรวาลของเราก่อตัวขึ้นอย่างไร

1070
00:56:45,160 --> 00:56:48,519
ทฤษฎีที่ยังทําให้เด็กเนิร์ดตื่นเต้นจนถึงทุกวันนี้

1071
00:56:48,520 --> 00:56:52,680
ทําไมหลายคนถึงพูดว่า
จักรวาลมาจากถุงใบใหญ่เหรอคะ

1072
00:56:53,280 --> 00:56:54,880
คุณน่าจะหมายถึง "บิ๊กแบง" นะ

1073
00:56:55,480 --> 00:56:56,999
ถุงใบใหญ่ที่ระเบิดเหรอคะ

1074
00:56:57,000 --> 00:56:59,279
ไม่ครับ แค่บิ๊กแบง ไม่มีถุง

1075
00:56:59,280 --> 00:57:04,120
มีใครเคยต้องรับผิดเรื่องบิ๊กแบงไหมคะ

1076
00:57:05,640 --> 00:57:06,760
มันก็แค่เกิดขึ้น

1077
00:57:07,280 --> 00:57:09,280
งั้นการหาตัวคนร้ายก็คงยากสินะ

1078
00:57:10,840 --> 00:57:12,679
บิ๊กแบงเป็นทฤษฎีหนึ่ง

1079
00:57:12,680 --> 00:57:15,559
และเหมือนกับทฤษฎีอื่นๆ ไม่มีใครเข้าใจมันหรอก

1080
00:57:15,560 --> 00:57:19,920
ถ้าพวกเขาใกล้จะเข้าใจมัน
ก็จะถูกซีไอเอจัดการ

1081
00:57:20,440 --> 00:57:21,719
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง

1082
00:57:21,720 --> 00:57:24,600
บิ๊กแบงก็ทําให้จักรวาลเต็มไปด้วยสสาร

1083
00:57:25,520 --> 00:57:28,239
นี่คืออะตอม มันเล็กจิ๋ว

1084
00:57:28,240 --> 00:57:31,439
คุณอาจมองไม่เห็น
ต่อให้ดูจอความละเอียดสี่เคก็ตาม

1085
00:57:31,440 --> 00:57:33,559
ที่จริงมันเล็กจิ๋วมาก

1086
00:57:33,560 --> 00:57:36,679
ฉันอาจทํามันหล่นไปก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายทําก็ได้

1087
00:57:36,680 --> 00:57:40,839
คุณ ฉัน และทุกอย่างรอบตัวเรา
สร้างจากของพวกนี้

1088
00:57:40,840 --> 00:57:43,760
ไม่นับเสื้อโค้ตตัวนี้
ซึ่งเป็นขนแคชเมียร์ 100 เปอร์เซ็นต์

1089
00:57:44,360 --> 00:57:46,719
อะตอมมีประโยชน์อะไรคะ

1090
00:57:46,720 --> 00:57:49,599
เราขาดมันไม่ได้ หรือไม่ต้องมีมันก็ได้คะ

1091
00:57:49,600 --> 00:57:52,679
เราขาดมันไม่ได้ เพราะเราสร้างขึ้นจากอะตอม

1092
00:57:52,680 --> 00:57:57,119
ทุกสิ่งในโลกล้วนสร้างขึ้นจากอะตอม
ถ้าไม่มีมัน เราคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้

1093
00:57:57,120 --> 00:57:59,040
ดวงตาสร้างจากอะตอมไหมคะ

1094
00:57:59,600 --> 00:58:00,439
ครับ

1095
00:58:00,440 --> 00:58:02,880
เพราะพอลเพื่อนฉันเคยใช้ยาเค

1096
00:58:03,400 --> 00:58:06,880
และบอกว่าเขาเริ่มนับ
อะตอมทั้งหมดในดวงตาของเขา

1097
00:58:07,400 --> 00:58:10,199
แล้วเขาก็พยายามกินผ้าขนหนู
และไปลงเอยที่โรงพยาบาล

1098
00:58:10,200 --> 00:58:11,519
โอเคครับ

1099
00:58:11,520 --> 00:58:13,760
- เท้าฉันสร้างจากอะตอมไหมคะ
- ครับ

1100
00:58:14,880 --> 00:58:17,640
เพื่อไม่ให้คุณเสียเวลา...

1101
00:58:18,320 --> 00:58:21,440
ทุกอย่างที่คุณพูดล้วนสร้างขึ้นจากอะตอม

1102
00:58:22,040 --> 00:58:23,320
ความคิดด้วยเหรอคะ

1103
00:58:23,920 --> 00:58:25,719
ก็ไม่ ความคิด...

1104
00:58:25,720 --> 00:58:27,399
- นั่นไงล่ะ
- โอเค

1105
00:58:27,400 --> 00:58:29,040
แต่ความคิด... โอเค

1106
00:58:29,840 --> 00:58:31,959
คุณอาจจะคิดว่าไม่มีอะไรเล็กไปกว่าอะตอม

1107
00:58:31,960 --> 00:58:33,679
แต่ก็เหมือนเดิม คุณคิดผิด

1108
00:58:33,680 --> 00:58:38,679
แต่เหลือเชื่อที่อะตอมถูกสร้างขึ้น
จากอนุภาคย่อยของอะตอมที่เล็กกว่า

1109
00:58:38,680 --> 00:58:41,159
นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาหลายสิบปี

1110
00:58:41,160 --> 00:58:43,879
พยายามอธิบายว่าทําไมสิ่งเหล่านี้ถึงน่าสนใจ

1111
00:58:43,880 --> 00:58:45,400
แต่ก็ยังไม่สําเร็จ

1112
00:58:46,040 --> 00:58:49,039
นั่นอาจเป็นเหตุผลก็ได้
ลึกลงไปใต้ดินใกล้กับเจนีวา

1113
00:58:49,040 --> 00:58:52,999
พวกเขาสร้างเครื่องจักรขนาดยักษ์
"เครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่"

1114
00:58:53,000 --> 00:58:55,679
มันอัดอนุภาคย่อยของอะตอมเข้าด้วยกัน

1115
00:58:55,680 --> 00:58:58,319
สร้างเงื่อนไขการเกิดบิ๊กแบงขึ้นใหม่

1116
00:58:58,320 --> 00:59:02,560
และฉันกําลังเดินเข้าไปในนั้น
โดยสวมหมวกนิรภัย

1117
00:59:03,120 --> 00:59:05,160
เผื่อมีโปรตอนตกใส่หัวฉัน

1118
00:59:05,720 --> 00:59:09,359
นี่คือเครื่องชนอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ของจริง

1119
00:59:09,360 --> 00:59:11,799
{\an8}ฉันเข้าใจถูกไหมคะว่าเครื่องนี้อาจยืนยัน

1120
00:59:11,800 --> 00:59:14,399
การมีอยู่ของจักระในร่างกายมนุษย์ได้

1121
00:59:14,400 --> 00:59:15,640
ไม่ครับ

1122
00:59:16,280 --> 00:59:18,279
คุณไม่สนใจเรื่องจักระเหรอ

1123
00:59:18,280 --> 00:59:21,439
ไม่ครับ ก็เหมือนกับที่ผมไม่สนใจเรื่องผี

1124
00:59:21,440 --> 00:59:25,239
แต่ป้าแครอลของฉันสัมผัสจักระในตัวคนได้

1125
00:59:25,240 --> 00:59:27,200
เธอไม่ต้องใช้เครื่องจักรด้วย

1126
00:59:28,480 --> 00:59:30,919
- นี่มันอาจระเบิดได้ทุกเมื่อใช่ไหม
- ไม่ครับ

1127
00:59:30,920 --> 00:59:33,640
โปรตอนในเครื่องนี้เคลื่อนที่เร็วแค่ไหนคะ

1128
00:59:34,320 --> 00:59:37,999
ที่ 99.999999 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วแสง

1129
00:59:38,000 --> 00:59:41,200
- แต่ประสาทรับกลิ่นเร็วกว่าใช่ไหมคะ
- ไม่ครับ

1130
00:59:41,720 --> 00:59:45,879
แล้วทําไมเวลามีคนทอดเบคอน
และเราเดินเข้าไปในครัว

1131
00:59:45,880 --> 00:59:48,599
เราจะได้กลิ่นทันที ก่อนที่จะเห็นมันด้วยซ้ํา

1132
00:59:48,600 --> 00:59:51,280
คุณเคยลองใส่เบคอนในนี้ไหมคะ

1133
00:59:53,440 --> 00:59:54,879
- ไม่ครับ
- คุณน่าจะลองนะ

1134
00:59:54,880 --> 00:59:56,319
คุณอาจสร้างควอนตัมเบคอนได้

1135
00:59:56,320 --> 00:59:59,119
- นั่นจะน่าสนใจขึ้นเหรอ
- นิดหน่อยค่ะ

1136
00:59:59,120 --> 01:00:01,999
ทําไมมันถึงน่าสนใจขึ้นล่ะ เพราะมัน...

1137
01:00:02,000 --> 01:00:04,559
ฉันกําลังพยายามช่วยคุณนะคะ

1138
01:00:04,560 --> 01:00:08,800
ฉันพยายามทําให้มันน่าสนใจขึ้น
แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตาม

1139
01:00:09,400 --> 01:00:13,679
แต่หน้าที่ของมันก็คือ
ตรวจจับสิ่งที่เรียกว่าอนุภาคฮิกส์

1140
01:00:13,680 --> 01:00:15,799
ถ้าไม่มีอนุภาคฮิกส์

1141
01:00:15,800 --> 01:00:20,039
คุณ ผม และทุกอย่างที่เรารู้จักในจักรวาล

1142
01:00:20,040 --> 01:00:22,199
ทั้งหมดก็คงไม่มีอยู่

1143
01:00:22,200 --> 01:00:27,439
ในปี 2012 เหล่าคนฉลาด
ที่สภาวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปค้นพบสิ่งที่น่าทึ่ง

1144
01:00:27,440 --> 01:00:28,960
"ฮิกส์โบท็อกซ์"

1145
01:00:29,720 --> 01:00:33,959
จากความสําคัญในการอธิบายว่า
จักรวาลของเราสร้างขึ้นมาได้ยังไง

1146
01:00:33,960 --> 01:00:37,679
บางครั้งฮิกส์โบท็อกซ์
จึงถูกเรียกว่า "อนุภาคพระเจ้า"

1147
01:00:37,680 --> 01:00:40,479
แต่ก็อาจเรียกอีกอย่างว่า "อนุภาคอัลเลาะห์"

1148
01:00:40,480 --> 01:00:42,840
เพราะเราโชว์รูปของมันไม่ได้เลย

1149
01:00:43,960 --> 01:00:46,999
แม้แต่ผู้ทรงคุณวุฒิที่ฉันเพิ่งคุยด้วยยังบอกว่า

1150
01:00:47,000 --> 01:00:50,160
มันเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตเขา

1151
01:00:51,160 --> 01:00:54,119
{\an8}ผมว่านี่เป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตผม

1152
01:00:54,120 --> 01:00:57,680
และมันก็เทียบเท่า
การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่อื่นๆ

1153
01:00:58,280 --> 01:01:02,120
และมันก็เทียบเท่า
การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่อื่นๆ

1154
01:01:02,720 --> 01:01:05,080
ฮิกส์โบซอนย้อนเวลาได้ไหมคะ

1155
01:01:05,680 --> 01:01:06,520
ไม่ครับ

1156
01:01:07,880 --> 01:01:09,760
มันบอกได้ไหมว่าจะเกิดแผ่นดินไหวตอนไหน

1157
01:01:10,360 --> 01:01:11,519
ไม่ได้ครับ

1158
01:01:11,520 --> 01:01:14,200
- ทําให้อาหารเผ็ดขึ้นได้ไหม
- มันเป็นแค่อนุภาค

1159
01:01:15,200 --> 01:01:19,960
ก็เหมือนถามว่า "อิเล็กตรอนบอกได้ไหม
ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวตอนไหน"

1160
01:01:20,920 --> 01:01:22,160
- แล้วบอกได้ไหม
- ไม่ได้

1161
01:01:22,680 --> 01:01:26,279
อนุภาคย่อยของอะตอม สิ่งที่เล็กจิ๋วที่สุดที่มีอยู่

1162
01:01:26,280 --> 01:01:30,119
สามารถอยู่ในสองสถานะได้พร้อมๆ กัน

1163
01:01:30,120 --> 01:01:33,960
เหมือนกับเลียม เฮมส์เวิร์ธที่ทั้งเซ็กซี่และน่าเบื่อ

1164
01:01:34,480 --> 01:01:38,679
พูดอีกอย่างก็คือ วิทยาศาสตร์เคลื่อนที่
ในรูปแบบที่ลึกลับเหมือนพระเจ้า

1165
01:01:38,680 --> 01:01:39,679
ซึ่งมันแปลกๆ นะ

1166
01:01:39,680 --> 01:01:42,200
เพราะนักวิทยาศาสตร์
บอกเองว่าพระเจ้าไม่มีจริง

1167
01:01:43,120 --> 01:01:46,239
พวกเขาจึงคิดค้นวิทยาศาสตร์รูปแบบใหม่

1168
01:01:46,240 --> 01:01:49,240
วิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์

1169
01:01:49,760 --> 01:01:53,399
และเพื่อให้ดูเป็นทางการ
ก็เลยตั้งชื่อที่ฟังดูฉลาดให้กับมัน

1170
01:01:53,400 --> 01:01:55,199
ควอนตัม แมคฟิสิกส์คืออะไรคะ

1171
01:01:55,200 --> 01:01:57,479
"ควอนตัมฟิสิกส์" คือ...

1172
01:01:57,480 --> 01:02:01,399
กลศาสตร์ควอนตัมคือทฤษฎีที่ดีที่สุด
ที่เราใช้อธิบายการทํางานของโลก

1173
01:02:01,400 --> 01:02:04,279
มันอธิบายทุกอย่างที่เราเห็นได้

1174
01:02:04,280 --> 01:02:05,719
ยกเว้นแรงโน้มถ่วง

1175
01:02:05,720 --> 01:02:08,040
กระจกใช้หลักควอนตัมฟิสิกส์ไหมคะ

1176
01:02:09,360 --> 01:02:10,920
- ใช้หลักเหรอ
- ค่ะ

1177
01:02:12,240 --> 01:02:13,279
เหมือนกับใน...

1178
01:02:13,280 --> 01:02:16,680
ตามหลักควอนตัมฟิสิกส์
กระจกไม่ควรใช้งานได้ มันคือปาฏิหาริย์

1179
01:02:17,720 --> 01:02:19,160
นั่นไม่ถูกต้องครับ

1180
01:02:19,680 --> 01:02:22,839
กลทฤษฎีควอนตัมพิสูจน์ได้ว่า
มีพหุภพจํานวนอนันต์

1181
01:02:22,840 --> 01:02:24,520
เหมือนในหนังมาร์เวลใช่ไหมคะ

1182
01:02:25,160 --> 01:02:27,199
นั่นเป็นการตีความทฤษฎีแบบหนึ่ง

1183
01:02:27,200 --> 01:02:29,840
พหุภพจํานวนอนันต์มีจํานวนเท่าไรคะ

1184
01:02:30,440 --> 01:02:33,039
ถ้ามีพหุภพจํานวนอนันต์

1185
01:02:33,040 --> 01:02:35,599
งั้นจํานวนพหุภพก็คงเป็นอนันต์ครับ

1186
01:02:35,600 --> 01:02:36,920
ฉันคิดว่ามีสองนะ

1187
01:02:37,440 --> 01:02:39,600
จักรวาลของเรากับที่อยู่ในกระจก

1188
01:02:41,880 --> 01:02:44,759
กระจกคือหน้าต่างไปสู่จักรวาลอื่นใช่ไหมคะ

1189
01:02:44,760 --> 01:02:46,399
- ไม่ใช่ครับ
- พอลเพื่อนฉันบอกว่า

1190
01:02:46,400 --> 01:02:48,359
พวกมันใช้พลังงานควอนตัม

1191
01:02:48,360 --> 01:02:51,319
และเพราะแบบนั้นเราถึงได้มองเห็นอีกมิติ

1192
01:02:51,320 --> 01:02:54,359
ที่มีทุกอย่างเหมือนกับเราแต่ว่ากลับด้าน

1193
01:02:54,360 --> 01:02:55,680
พอลทํางานอะไรครับ

1194
01:02:56,200 --> 01:03:00,439
เขาทํางานในโรงงานลูกเทนนิส
ที่เขาต้องรับลูกเทนนิส

1195
01:03:00,440 --> 01:03:02,800
แต่เขาถูกไล่ออก ตอนนี้เลยตกงานอยู่

1196
01:03:07,840 --> 01:03:09,560
ขอโทษค่ะ ฉันทําคุณเสียเวลาหรือเปล่า

1197
01:03:10,240 --> 01:03:11,240
ครับ

1198
01:03:13,160 --> 01:03:15,119
ปลายศตวรรษที่ 20

1199
01:03:15,120 --> 01:03:17,479
วิทยาศาสตร์พยายามเอาชนะศาสนา

1200
01:03:17,480 --> 01:03:21,160
ด้วยการอธิบายการสร้างสรรพสิ่ง
ไขปริศนาแห่งการดํารงอยู่

1201
01:03:21,760 --> 01:03:23,719
และค้นพบอนุภาคพระเจ้า

1202
01:03:23,720 --> 01:03:25,279
สําหรับกลต่อไป

1203
01:03:25,280 --> 01:03:27,959
มันได้พยายามเลียนแบบพระเจ้า

1204
01:03:27,960 --> 01:03:30,039
ด้วยการสร้างชีวิต

1205
01:03:30,040 --> 01:03:32,799
สิ่งแรกที่ถูกโคลนก็คือแกะดอลลี่

1206
01:03:32,800 --> 01:03:34,919
ลูกสาวของดอลลี่ แกะอีกตัว

1207
01:03:34,920 --> 01:03:37,319
ดอลลี่กลายเป็นแกะที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์

1208
01:03:37,320 --> 01:03:39,999
แต่เอาจริงๆ นั่นก็ไม่ได้น่าภูมิใจนัก

1209
01:03:40,000 --> 01:03:42,679
แน่นอนว่าการโคลนทําให้เกิดคําถามที่น่าอึดอัด

1210
01:03:42,680 --> 01:03:44,760
เกี่ยวกับตัวตนของเรา

1211
01:03:45,560 --> 01:03:46,559
ถ้าฉันโดนเลียนแบบ

1212
01:03:46,560 --> 01:03:48,239
ฉันจะยังเป็นหนึ่งเดียวอยู่ไหม

1213
01:03:48,240 --> 01:03:50,439
หรือร่างโคลนฉันเป็นหนึ่งเดียวกว่า

1214
01:03:50,440 --> 01:03:53,039
เพราะมันเป็นร่างโคลน ซึ่งเจ๋งกว่าล่ะ

1215
01:03:53,040 --> 01:03:55,599
อะไรที่ทําให้ฉันเป็นฉัน และคุณเป็นคุณ

1216
01:03:55,600 --> 01:03:57,880
เราเป็นเรา พวกเราเป็นพวกเรา

1217
01:03:58,640 --> 01:04:01,919
แต่ไม่ใช่ว่าจะถูกแทนที่ด้วยร่างโคลน
มันมีโอกาสมากกว่า

1218
01:04:01,920 --> 01:04:05,480
ที่เราจะถูกแทนที่
ด้วยอย่างอื่นที่เราสร้างขึ้น คอมพิวเตอร์

1219
01:04:06,040 --> 01:04:07,919
ซึ่งกําลังฉลาดขึ้นเรื่อยๆ

1220
01:04:07,920 --> 01:04:10,560
สักวันมันอาจฉลาดกว่าคนใช้งานมัน

1221
01:04:11,240 --> 01:04:14,400
คอมพิวเตอร์จะฉลาดจนเล่นหมากรุกได้ไหมคะ

1222
01:04:15,440 --> 01:04:17,680
มันฉลาดจนเล่นหมากรุกได้แล้วครับ

1223
01:04:18,280 --> 01:04:20,559
ถามจริง นี่เราพูดถึงหมากรุกอยู่นะ

1224
01:04:20,560 --> 01:04:25,479
ครับ คอมพิวเตอร์เล่นหมากรุก
ชนะมนุษย์ได้ตั้งหลายปีแล้ว

1225
01:04:25,480 --> 01:04:28,919
แต่มันรู้เหรอว่าหมากแต่ละตัวเดินยังไง
พวกม้าจิ๋วด้วยน่ะนะ

1226
01:04:28,920 --> 01:04:30,000
ครับ

1227
01:04:30,600 --> 01:04:33,079
แต่ม้าเดินมั่วๆ ไม่ใช่เหรอ

1228
01:04:33,080 --> 01:04:36,600
- มันไม่มีรูปแบบ
- มีสิครับ มันแค่เดิน...

1229
01:04:37,640 --> 01:04:39,799
สองช่องในแนวหนึ่ง และหนึ่งช่องในอีกแนว...

1230
01:04:39,800 --> 01:04:42,600
ค่ะ คอมพิวเตอร์คิดเรื่องนั้นให้เราเหรอ

1231
01:04:43,120 --> 01:04:46,319
นอกจากเล่นหมากรุกแล้ว
คอมพิวเตอร์ยังเก่งขึ้นเรื่อยๆ

1232
01:04:46,320 --> 01:04:50,280
ในการเลียนแบบสิ่งอื่นๆ
ที่เป็นมนุษย์มากขึ้น และเหมือนหมากรุกน้อยลง

1233
01:04:50,800 --> 01:04:54,679
หนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ของเอไอก็คือ
ซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า "เอไลซ่า"

1234
01:04:54,680 --> 01:04:56,239
ซึ่งย่อมาจากอะไรสักอย่าง

1235
01:04:56,240 --> 01:04:58,959
เอไลซ่าเลียนแบบจิตแพทย์

1236
01:04:58,960 --> 01:05:02,039
มันจะถามว่าคุณรู้สึกยังไง และโต้ตอบกับคุณ

1237
01:05:02,040 --> 01:05:03,279
แต่มันยังมีข้อจํากัด

1238
01:05:03,280 --> 01:05:05,559
มันยังทําทุกอย่างที่จิตแพทย์ทําไม่ได้

1239
01:05:05,560 --> 01:05:07,879
มันเดินไปรอบๆ โต๊ะและขูดรีดเราไม่ได้

1240
01:05:07,880 --> 01:05:10,960
เริ่มมีชู้กับเลขาไม่ได้ เจียวไข่ไม่ได้ หรือ...

1241
01:05:35,440 --> 01:05:37,399
ทุกวันนี้ เอไอมีอยู่ทุกที่

1242
01:05:37,400 --> 01:05:40,079
และอยู่รอบตัวเรา ทั้งในบ้านและในมือของเรา

1243
01:05:40,080 --> 01:05:42,879
- โดยมีผู้ช่วยดิจิทัลอย่างสิริ...
- สวัสดี

1244
01:05:42,880 --> 01:05:45,479
อเล็กซ่า และของกูเกิลที่ไม่มีใครจําได้

1245
01:05:45,480 --> 01:05:47,839
จริงนะ อาจจะเรียกว่าคัทเบิร์ตก็ได้

1246
01:05:47,840 --> 01:05:49,759
แต่เวลาคนพูดถึงเอไอ

1247
01:05:49,760 --> 01:05:53,120
ส่วนใหญ่จะคิดถึงเอไอแชตบอตแบบนี้

1248
01:05:53,720 --> 01:05:56,559
แชตจีพีที ซึ่งเลียนแบบมนุษย์เก่งมาก

1249
01:05:56,560 --> 01:05:58,719
เราฆ่าตัวตายเลยดีกว่ามั้ง

1250
01:05:58,720 --> 01:06:00,720
หรืออย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่มันบอกฉัน

1251
01:06:01,800 --> 01:06:04,000
ผู้คนกังวลเรื่องเอไอมาก

1252
01:06:04,600 --> 01:06:06,000
แล้วยูล่ะ

1253
01:06:07,960 --> 01:06:09,920
หมายถึงว่าผมกังวลเรื่อง...

1254
01:06:10,520 --> 01:06:12,960
ไม่ค่ะ ฉันหมายถึง
พวกเขาควรกังวลเรื่องยูไหม

1255
01:06:14,880 --> 01:06:16,719
หวังว่าคงไม่ หวังว่าไม่นะ

1256
01:06:16,720 --> 01:06:20,119
ผู้คนกังวลเรื่องปัญญาประดิษฐ์

1257
01:06:20,120 --> 01:06:24,039
เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งมันจะมาแทนที่มนุษย์เรา

1258
01:06:24,040 --> 01:06:26,479
ผมก็เป็นมนุษย์
ทําไมพวกเขาต้องกังวลเรื่องผมด้วย

1259
01:06:26,480 --> 01:06:28,360
ไม่ค่ะ ตัวอักษร "ยู" น่ะ

1260
01:06:29,640 --> 01:06:32,639
พวกมันคือสระใช่ไหม เอ ไอ ยู

1261
01:06:32,640 --> 01:06:35,440
แล้ว "ยู" ในเอไอ ย่อมาจากอะไรคะ

1262
01:06:36,720 --> 01:06:38,599
ในเอไอไม่มีตัว "ยู"

1263
01:06:38,600 --> 01:06:41,480
งั้นก็เป็นความลับสินะ
คอมพิวเตอร์ซ่อนมันไว้เหรอ

1264
01:06:42,040 --> 01:06:45,520
ฉันเป็นมากกว่าเครื่องจักรหรือมนุษย์

1265
01:06:46,040 --> 01:06:48,920
มากกว่าการรวมตัวของทั้งสอง

1266
01:06:49,600 --> 01:06:51,759
แน่นอนว่ามนุษย์ไม่ได้จะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

1267
01:06:51,760 --> 01:06:54,080
จากฝีมือหุ่นยนต์สุดหลอนในนิยายวิทยาศาสตร์

1268
01:06:54,680 --> 01:06:58,840
แต่เราจะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
จากฝีมือหุ่นยนต์สุดหลอนในชีวิตจริง

1269
01:07:00,040 --> 01:07:03,919
ตอนนี้มนุษย์กําลังยืนอยู่ริมหน้าผาสูงชัน

1270
01:07:03,920 --> 01:07:05,679
ชะเง้อมองลงไปในหุบเหวลึก

1271
01:07:05,680 --> 01:07:07,839
และสงสัยว่าข้างใต้นั้นมีอะไรอยู่หรือเปล่า

1272
01:07:07,840 --> 01:07:11,479
คําถามเกี่ยวกับเป้าหมายของชีวิต
ดูจะเร่งด่วนกว่าครั้งไหนๆ

1273
01:07:11,480 --> 01:07:13,680
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังสับสน

1274
01:07:14,320 --> 01:07:17,560
การดํารงอยู่ของมนุษย์มีความหมายไหมคะ

1275
01:07:18,080 --> 01:07:20,919
แล้วถ้ามี มันคืออะไรคะ

1276
01:07:20,920 --> 01:07:23,559
ตอนที่คุณตอบ ขอให้รู้ไว้ว่าถ้ามันยาวเกินไป

1277
01:07:23,560 --> 01:07:26,879
เราต้องขึ้นวิดีโอสัตว์เลี้ยงฮาๆ ที่หน้าจอ

1278
01:07:26,880 --> 01:07:28,840
ผู้ชมจะได้ไม่เบื่อค่ะ

1279
01:07:29,360 --> 01:07:34,080
เราอยากให้ชีวิตเรามีความหมาย

1280
01:07:34,840 --> 01:07:36,600
คําถามก็คือ

1281
01:07:37,280 --> 01:07:38,680
ความหมายนั้น

1282
01:07:39,240 --> 01:07:42,160
เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้น

1283
01:07:42,840 --> 01:07:46,360
ซึ่งนีทเชอ นักปรัชญาชาวเยอรมันคงพูดแบบนั้น

1284
01:07:46,880 --> 01:07:50,960
หรือความหมายนั้น
เป็นบางสิ่งที่เราค้นพบในโลกนี้

1285
01:07:51,840 --> 01:07:55,279
ความหมายนั้นอาจถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า

1286
01:07:55,280 --> 01:08:01,120
หรือความหมายนั้นอาจเกิดขึ้น
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างจักรวาล

1287
01:08:02,440 --> 01:08:04,920
ทําไมอึช่วงปลายถึงได้เรียวลงคะ

1288
01:08:05,440 --> 01:08:11,040
มันมีรูปร่างแบบนั้นตอนที่อยู่ในตัวเรา
หรือก้นเราขึ้นรูปมันคะ

1289
01:08:13,040 --> 01:08:15,080
ขอโทษค่ะ นั่นต้องถามผู้เชี่ยวชาญเรื่องอึ

1290
01:08:15,640 --> 01:08:18,719
ไหนๆ คุณก็มาแล้ว คุณอยากตอบไหม หรือว่า...

1291
01:08:18,720 --> 01:08:21,119
ผมไม่คิดว่าผมรู้เรื่องชีววิทยามนุษย์ดีพอ

1292
01:08:21,120 --> 01:08:22,959
จะให้คําตอบที่ถูกต้องได้ครับ

1293
01:08:22,960 --> 01:08:24,200
เข้าใจได้ค่ะ

1294
01:08:25,200 --> 01:08:29,279
ตลอดมหากาพย์สุดจึ้งนี้ที่คุณคงจะชอบแน่ๆ

1295
01:08:29,280 --> 01:08:31,959
การตามหาความหมายของชีวิตได้พาฉันไปทั่วโลก

1296
01:08:31,960 --> 01:08:36,799
เข้าไปในอาคารหลายแห่ง ลงบันได
แล้วก็เข้าไปในปราสาทเด้งดึ๋ง

1297
01:08:36,800 --> 01:08:40,479
จากมหาปีติทางศาสนา
ถึงการถ่ายอุจจาระแบบสุญนิยม

1298
01:08:40,480 --> 01:08:42,319
จากงานวรรณกรรมชิ้นเอก

1299
01:08:42,320 --> 01:08:44,479
ถึงภาพวาดที่โคตรชุ่ยนั่น

1300
01:08:44,480 --> 01:08:47,400
มนุษยชาติยังคงตามหาความหมายของชีวิต

1301
01:08:48,080 --> 01:08:49,959
และหน้าที่ของฉันก็จบลงแล้ว

1302
01:08:49,960 --> 01:08:52,439
หวังว่าทุกคนคงเข้าใจมันมากขึ้นนะคะ

1303
01:08:52,440 --> 01:08:56,039
ถึงเวลาที่ฉันต้องไปหา
ความหมายของชีวิตที่โลกอื่นแล้ว

1304
01:08:56,040 --> 01:08:57,120
ลาก่อนค่ะ

1305
01:09:04,840 --> 01:09:09,159
นักเขียนเซ็นหนังสือในตอนท้าย
เหมือนตอนที่เราเขียนจดหมายไหมคะ

1306
01:09:09,160 --> 01:09:15,040
แบบว่า "อาชญากรรมกับการลงทัณฑ์
จบบริบูรณ์ ขอแสดงความนับถือ ดอสโตเยฟสกี"

1307
01:09:17,160 --> 01:09:18,480
ไม่ค่อยหรอกมั้งครับ

1308
01:09:19,440 --> 01:09:23,399
ทําไมดวงตามนุษย์ถึงมี
เส้นประสาทเชื่อมกับทวารหนักโดยตรงคะ

1309
01:09:23,400 --> 01:09:24,359
ไม่มีนะ

1310
01:09:24,360 --> 01:09:28,000
มีสิคะ เพราะเวลาที่เกาก้น เราจะทําแบบนั้น

1311
01:09:29,640 --> 01:09:32,240
เมื่อองคชาตเข้าไปในตัวผู้หญิง

1312
01:09:32,760 --> 01:09:35,399
ทําไมมันถึงเข้าๆ ออกๆ ไม่หยุดคะ

1313
01:09:35,400 --> 01:09:38,359
มันแค่เข้าไป เสร็จกิจ แล้วออกไปไม่ได้เหรอ

1314
01:09:38,360 --> 01:09:41,480
"จิตทวาร" ถูกสร้างขึ้นช่วงบิ๊กแบงเหรอคะ

1315
01:09:42,320 --> 01:09:43,959
ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณพูดถึงอะไร

1316
01:09:43,960 --> 01:09:46,080
คุณก็รู้ว่า "จิตทวาร" หมายถึงอะไร

1317
01:09:46,680 --> 01:09:48,919
น่าเสียดายที่พวกเขาสร้างได้แต่น้ําเชื้อ

1318
01:09:48,920 --> 01:09:50,479
ถ้าสร้างซุปมะเขือเทศได้

1319
01:09:50,480 --> 01:09:53,600
เราคงได้กินสักถ้วยบนเตียงหลังเสร็จกิจ

1320
01:09:54,200 --> 01:09:57,920
ตั้งแต่เหตุการณ์เบร็กซิต
การเข้าอาณาจักรแห่งสวรรค์ยากขึ้นไหม

1321
01:09:59,280 --> 01:10:03,319
ผมว่าเบร็กซิตไม่เกี่ยวอะไร
กับอาณาจักรแห่งสวรรค์นะ

1322
01:10:03,320 --> 01:10:04,839
หรือนรกด้วย

1323
01:10:04,840 --> 01:10:08,079
พอลเพื่อนฉันบอกว่าถ้าเราส่องกระจกสักชั่วโมง

1324
01:10:08,080 --> 01:10:12,359
ก็อาจหลอกจิตคุณ
ให้คิดว่ามันอยู่ในตัวคุณในกระจก

1325
01:10:12,360 --> 01:10:16,200
แล้วคุณก็หนีมัน ก่อนที่มันจะโดดกลับมาหาคุณได้

1326
01:10:16,840 --> 01:10:20,559
เขาบอกว่าเขาเคยทําได้ครั้งหนึ่ง
แต่พอเขาเริ่มหนี

1327
01:10:20,560 --> 01:10:22,759
ไข่เขาก็ไปกระแทกลูกบิดประตู

1328
01:10:22,760 --> 01:10:25,039
แล้วเขาก็ดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น

1329
01:10:25,040 --> 01:10:28,240
ขณะที่จิตของเขามองมาจากกระจก ขําท้องแข็ง

1330
01:10:29,040 --> 01:10:32,600
ผมไม่คิดว่าจิตของเราเข้าไปในกระจกได้นะ

1331
01:10:33,440 --> 01:10:35,040
ฉันเป็นห่วงพอลจัง

1332
01:10:36,520 --> 01:10:39,440
เขาคงยังไม่เจอที่ของตัวเองในสังคม

1333
01:10:40,000 --> 01:10:41,640
คุณอยู่ในแก๊งบิ๊กแบงเหรอคะ

1334
01:10:42,520 --> 01:10:43,439
บิ๊กแบง...

1335
01:10:43,440 --> 01:10:46,159
- แก๊ง แก๊งบิ๊กแบง
- แก๊งบิ๊กแบงเหรอ

1336
01:10:46,160 --> 01:10:47,479
เราทุกคนอยู่ในแก๊งบิ๊กแบง

1337
01:10:47,480 --> 01:10:48,879
- เหรอคะ
- ครับ

1338
01:10:48,880 --> 01:10:51,439
พูดแบบนั้นกับกล้องตรงนั้นได้ไหมคะ

1339
01:10:51,440 --> 01:10:54,239
ครับ ผมอยู่ในแก๊งบิ๊กแบง
คุณอยู่ในแก๊งบิ๊กแบง

1340
01:10:54,240 --> 01:10:57,360
- คุณก็อยู่ในแก๊งบิ๊กแบง
- เราทุกคนอยู่ในแก๊งบิ๊กแบง

1341
01:10:59,800 --> 01:11:02,760
{\an8}คําบรรยายโดย นัฐ วงศ์ศักดิ์ภักดี



