1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:14,431 --> 00:00:18,309
{\an8}มนุษย์ค้นพบสิ่งใหม่ๆ มากมายบนโลกใบนี้

4
00:00:20,437 --> 00:00:22,147
เราเคยไปดวงจันทร์มาแล้ว

5
00:00:24,524 --> 00:00:28,611
แต่แทบไม่มีใครผจญภัยเข้าไปในท้องของตัวเอง

6
00:00:30,864 --> 00:00:33,283
เรื่องท้องไส้ทําให้เรารู้สึกละอายใจ

7
00:00:34,826 --> 00:00:37,954
แต่มันส่งผลต่อสุขภาพของเราอย่างมาก

8
00:00:37,954 --> 00:00:41,416
เราจะรู้สึกยังไง น้ําหนักเกินมาตรฐานหรือไม่

9
00:00:41,416 --> 00:00:43,043
{\an8}มีโอกาสเป็นโรคอะไรบ้าง

10
00:00:43,043 --> 00:00:45,336
{\an8}ระบบภูมิคุ้มกันได้รับการฝึกฝนยังไงบ้าง

11
00:00:45,336 --> 00:00:48,173
{\an8}และนั่นส่งผลต่อชีวิตของเราทั้งชีวิต

12
00:00:54,471 --> 00:00:58,433
วันนี้เราได้รับรายงานเกี่ยวกับโรคอ้วน
และประเทศของเราสอบตก

13
00:00:58,433 --> 00:01:01,311
- อัตราการเกิดมะเร็งลําไส้ใหญ่
- โรคหัวใจ

14
00:01:01,311 --> 00:01:03,438
- โรคลําไส้แปรปรวน
- ท้องร่วง

15
00:01:03,438 --> 00:01:06,775
{\an8}- มีคนเป็นออทิสติกมากขึ้น
- โรคซึมเศร้าและวิตกกังวลพุ่งสูงขึ้น

16
00:01:07,525 --> 00:01:08,943
{\an8}อะไรคือสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ

17
00:01:08,943 --> 00:01:10,111
ทําไมการกินถึงเจ็บปวด

18
00:01:10,111 --> 00:01:12,322
ผมต้องเปลี่ยนอะไรบ้างถ้าอยากสุขภาพดี

19
00:01:12,322 --> 00:01:14,324
ทําไมการลดน้ําหนักถึงยากขนาดนี้

20
00:01:14,324 --> 00:01:16,951
ทําไมฉันถึงไม่รู้ว่าอะไรดีต่อร่างกายตัวเอง

21
00:01:16,951 --> 00:01:18,453
ผมจะรักษากระเพาะได้ยังไง

22
00:01:18,453 --> 00:01:21,873
{\an8}ฉันต้องซื้ออาหารเสริม
ราคาร้อยดอลลาร์ต่อเดือนเหรอ

23
00:01:23,583 --> 00:01:25,835
มีข้อมูลมากมายถาโถมเข้าใส่เรา

24
00:01:26,669 --> 00:01:29,589
เป็นเพราะอะไร ไดเอต
คาร์โบไฮเดรต หรือเพราะไม่ไดเอต

25
00:01:29,589 --> 00:01:34,344
ถ้าเราสังเกตระบบทางเดินอาหารของเรา
ทุกอย่างก็จะเข้าใจง่ายขึ้น

26
00:01:34,344 --> 00:01:37,847
{\an8}เราคิดว่าระบบทางเดินอาหาร
เป็นแค่เครื่องผลิตอึ

27
00:01:37,847 --> 00:01:41,101
{\an8}แต่ความจริงแล้ว มันเป็นศูนย์กลาง
ของการปฏิวัติวงการชีวการแพทย์

28
00:01:44,729 --> 00:01:47,273
โรคต่างๆ เช่น โรควิตกกังวล
โรคซึมเศร้า มะเร็ง

29
00:01:47,273 --> 00:01:51,236
ออทิสติก พาร์กินสัน
ต่างก็เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร

30
00:01:52,070 --> 00:01:54,656
นี่เป็นศาสตร์แขนงใหม่ นี่เป็นแค่ส่วนเล็กๆ

31
00:01:54,656 --> 00:01:57,450
{\an8}ส่วนที่เรายังไม่ค้นพบมีมากถึง 97 เปอร์เซ็นต์

32
00:01:57,450 --> 00:01:58,785
(ไอศกรีม)

33
00:01:58,785 --> 00:02:00,370
เรามาถึงจุดที่

34
00:02:00,370 --> 00:02:03,164
เราสามารถบอกได้ชัดเจนขึ้นว่าเราควรกินอะไร

35
00:02:07,252 --> 00:02:11,923
ระบบทางเดินอาหารมีความยืดหยุ่น
มันเปลี่ยนไปตามรูปแบบการกินของเรา

36
00:02:13,800 --> 00:02:17,470
เมื่อเราตระหนักถึงเรื่องนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

37
00:02:19,889 --> 00:02:25,395
{\an8}(แฮ็กสุขภาพ: ความลับของการกิน)

38
00:02:27,480 --> 00:02:30,859
{\an8}(มันไฮม์ เยอรมนี)

39
00:02:32,902 --> 00:02:38,867
ก่อนที่ฉันจะอายุ 16 หรือ 17 ฉันก็ไม่เข้าใจ
ระบบทางเดินอาหารเหมือนคนอื่นๆ

40
00:02:40,493 --> 00:02:42,328
ฉันแพ้แลคโตส

41
00:02:42,328 --> 00:02:43,746
และเป็นโรคผิวหนัง

42
00:02:43,746 --> 00:02:46,207
สมัยเด็ก อยู่ๆ ฉันก็อ้วนขึ้นมา

43
00:02:46,207 --> 00:02:48,918
โดยไม่มีเหตุผลแน่ชัด

44
00:02:50,253 --> 00:02:52,964
ฉันเลยอ่านเรื่องเกี่ยวกับ
ระบบทางเดินอาหารค่อนข้างเยอะ

45
00:02:52,964 --> 00:02:56,759
และฉันได้รู้ว่าถ้าเราดูที่ตัวอวัยวะ

46
00:02:56,759 --> 00:02:58,887
เราจะพบคําตอบหลายอย่าง

47
00:03:00,722 --> 00:03:04,225
เช้าวันหนึ่ง รูมเมตของฉัน
เข้ามาในครัวและถามฉันว่า

48
00:03:04,225 --> 00:03:07,270
"จูเลีย เธอชอบเรื่องระบบทางเดินอาหาร
เธอพูดถึงมันตลอดเวลา

49
00:03:07,270 --> 00:03:08,771
การอึมีกลไกยังไง"

50
00:03:08,771 --> 00:03:10,064
แต่ฉันกลับไม่รู้เลย

51
00:03:10,064 --> 00:03:13,526
ฉันเลยขึ้นไปบนห้อง อ่านหนังสือสามเล่ม

52
00:03:13,526 --> 00:03:16,154
พอได้คําตอบ ฉันก็คิดว่า "อะไรเนี่ย"

53
00:03:16,154 --> 00:03:18,990
"แม้แต่เรื่องนี้ก็เจ๋งสุดๆ"

54
00:03:20,909 --> 00:03:24,746
มันไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ ทุกอย่างเจ๋งมาก

55
00:03:34,631 --> 00:03:39,093
{\an8}เรามักจะรู้สึกผิดและละอายใจ
เรื่องทางเดินอาหารของเรา

56
00:03:39,844 --> 00:03:43,890
ซึ่งเป็นอะไรที่บ้ามาก ถ้าลองคิดดูให้ดีๆ

57
00:03:43,890 --> 00:03:46,434
เพราะนี่คืออวัยวะที่ทําให้เรามีชีวิตอยู่ได้

58
00:03:46,434 --> 00:03:52,023
ทันทีที่เราได้รู้ความจริงสองสามข้อ
เราจะรู้สึกนับถือมันมาก

59
00:03:55,902 --> 00:03:59,697
วิทยาศาสตร์ช่วยตอบคําถาม
เกี่ยวกับสุขภาพของเรา

60
00:04:01,908 --> 00:04:05,620
ฉันจําได้ว่าตอนส่องกล้องกับ
ศาสตราจารย์แครมเมอร์ครั้งแรก เขาบอกว่า

61
00:04:05,620 --> 00:04:07,872
"เห็นไหม ข้างในทุกคนก็เหมือนกันหมด"

62
00:04:14,337 --> 00:04:16,631
เราจะเริ่มต้นจากหลอดอาหาร

63
00:04:16,631 --> 00:04:18,549
มันลําเลียงอาหารไปที่กระเพาะ

64
00:04:19,717 --> 00:04:22,387
{\an8}ซึ่งส่งอาหารต่อไปยังลําไส้เล็ก

65
00:04:23,721 --> 00:04:26,808
{\an8}สิ่งที่เหลือจะถูกส่งไปยังลําไส้ใหญ่ หรือโคล่อน

66
00:04:27,767 --> 00:04:31,104
{\an8}และอะไรก็ตามที่เราไม่ต้องการ
ก็จะออกมาทางทวารหนัก

67
00:04:32,105 --> 00:04:33,398
แค่นี้ก็เสร็จแล้ว

68
00:04:37,568 --> 00:04:41,990
{\an8}ระบบทางเดินอาหารเป็นหัวข้อที่กําลังมาแรง
ในแวดวงชีวการแพทย์

69
00:04:41,990 --> 00:04:43,449
{\an8}ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาหรือนานกว่านั้น

70
00:04:44,826 --> 00:04:47,495
มันคือชิ้นส่วนที่ขาดหายไป

71
00:04:47,495 --> 00:04:49,914
ระบบทางเดินอาหารส่งผลต่อทั้งร่างกาย

72
00:04:49,914 --> 00:04:53,126
มันอาจส่งผลต่อสภาวะบางอย่างในสมองด้วยซ้ํา

73
00:04:53,793 --> 00:04:54,961
ว้าว

74
00:04:54,961 --> 00:04:58,423
เรารู้มานานหลายร้อยปีแล้วว่ามันมีความสําคัญ

75
00:04:59,173 --> 00:05:01,592
ดูจากสํานวนต่างๆ ก็รู้แล้ว

76
00:05:01,592 --> 00:05:05,680
เวลาหิวมากๆ เราจะเรียกว่าไส้กิ่ว
ถ้ารู้ความลับ จะเรียกว่ารู้ไส้รู้พุง

77
00:05:05,680 --> 00:05:08,516
ถ้าเกลียดอะไรมากๆ ก็เรียกว่าเกลียดเข้าไส้

78
00:05:10,143 --> 00:05:13,813
ระบบทางเดินอาหารเป็นเหมือนสมองอันที่สอง

79
00:05:13,813 --> 00:05:14,814
ว้าว

80
00:05:14,814 --> 00:05:16,816
และจากมุมมองด้านวิวัฒนาการ

81
00:05:16,816 --> 00:05:22,697
สมองของเราไร้ความหมาย
ถ้าไม่มีสัญญาณจากระบบทางเดินอาหาร

82
00:05:23,698 --> 00:05:25,783
ผมถูกระบบทางเดินอาหารกลืนกิน

83
00:05:25,783 --> 00:05:28,161
มันกําลังสู้กลับ

84
00:05:30,330 --> 00:05:33,541
ศาสตร์แขนงนี้กําลังปฏิวัติการแพทย์แผนปัจจุบัน

85
00:05:34,625 --> 00:05:36,961
{\an8}(เฮลซิงกิ ฟินแลนด์)

86
00:05:45,678 --> 00:05:50,141
นี่คือนิทรรศการที่สร้างจากหนังสือ
เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่ฉันกับน้องเขียน

87
00:05:50,933 --> 00:05:54,520
จุดประสงค์ของมันคือ
การเอาสิ่งที่อยู่ในร่างกายออกมา

88
00:06:01,069 --> 00:06:02,612
อันนี้น่าจะดีกว่า

89
00:06:04,572 --> 00:06:08,242
อันนี้ตรงกับของจริงมากกว่า ถ้ามองจากมุมนี้

90
00:06:08,242 --> 00:06:10,870
ทางเดินอาหารของเราไม่ได้เป็นเส้นตรง

91
00:06:10,870 --> 00:06:13,247
มันโค้งตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย

92
00:06:13,247 --> 00:06:15,500
อย่างเช่นกระเพาะ มันมีรูปร่างแบบนี้

93
00:06:15,500 --> 00:06:17,794
ทําให้ด้านบนมีฟองอากาศ

94
00:06:17,794 --> 00:06:20,296
ดังนั้น เวลาที่เราท้องอืด

95
00:06:20,296 --> 00:06:23,007
และอยากให้ลมในท้องออกมา
ให้นอนตะแคงซ้าย

96
00:06:23,007 --> 00:06:26,761
ฟองอากาศจะได้ออกมาง่ายๆ

97
00:06:33,101 --> 00:06:37,814
หลังจากนั้น ถ้าฉันเป็นเศษอาหาร
ฉันก็จะไปถึงลําไส้เล็ก

98
00:06:37,814 --> 00:06:42,110
แล้วรอยย่นและวิลไลพวกนี้
ก็จะยื่นออกมา แล้วฉันก็จะ...

99
00:06:42,110 --> 00:06:45,446
ฉันก็จะถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด

100
00:06:47,865 --> 00:06:51,702
ที่น่าสนใจคือเราย่อยอาหารเองไม่ได้

101
00:06:51,702 --> 00:06:54,705
เราต้องมีจุลินทรีย์ถึงจะย่อยอาหารได้ตามที่ควร

102
00:06:56,332 --> 00:06:59,085
ไวรัสตัวจิ๋วร่วมมือกับแบคทีเรียตัวเล็ก

103
00:06:59,085 --> 00:07:03,881
ร่วมมือกับยีสต์ที่ตัวใหญ่กว่ามันมาก
และร่วมมือกับมนุษย์ตัวยักษ์

104
00:07:03,881 --> 00:07:06,509
นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าชุมชนจุลินทรีย์

105
00:07:11,889 --> 00:07:14,725
{\an8}คนส่วนใหญ่คิดว่าแบคทีเรียเป็นอันตราย

106
00:07:14,725 --> 00:07:19,188
แต่ที่จริงแล้ว แบคทีเรีย 99 เปอร์เซ็นต์
ไม่มีผลกระทบต่อเรา

107
00:07:19,188 --> 00:07:21,107
บางชนิดอาจมีประโยชน์ด้วยซ้ํา

108
00:07:22,900 --> 00:07:26,404
แบคทีเรียบางชนิดมีบทบาทสําคัญกว่าที่เราคิด

109
00:07:27,280 --> 00:07:31,242
ถ้าเรายอมให้มันอยู่ในร่างกายเรา
มันจะให้เรายืมทักษะของมัน

110
00:07:32,160 --> 00:07:34,620
มันช่วยเราย่อยอาหาร

111
00:07:34,620 --> 00:07:35,830
อร่อยจัง

112
00:07:35,830 --> 00:07:39,500
{\an8}มันช่วยบรรเทาอาการอักเสบ
และทําให้ระบบภูมิคุ้มกัน

113
00:07:39,500 --> 00:07:42,086
{\an8}ก่อโรคแพ้ภูมิตัวเองน้อยลง

114
00:07:44,505 --> 00:07:48,718
ระบบภูมิคุ้มกันของเราอาศัยอยู่ใน
ทางเดินอาหารถึง 70 เปอร์เซ็นต์

115
00:07:50,052 --> 00:07:52,597
แบคทีเรียฝึกระบบภูมิคุ้มกัน

116
00:07:52,597 --> 00:07:56,309
ให้ตอบสนองต่อจุลินทรีย์ให้โทษ
ที่อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพ

117
00:07:58,227 --> 00:08:01,272
{\an8}มันช่วยผลิตสารเคมีที่เราผลิตเองไม่ได้

118
00:08:02,106 --> 00:08:06,527
จุลินทรีย์ส่งผลต่อฮอร์โมนของเรา
และสามารถทําให้เรารู้สึกหิวหรืออิ่มได้

119
00:08:07,111 --> 00:08:10,531
{\an8}มันสามารถสื่อสารกับสมองและอวัยวะอื่นๆ ได้

120
00:08:11,616 --> 00:08:15,328
มันส่งผลต่อสมองของเราในวัยเด็ก
และในขณะที่เราแก่ตัวลง

121
00:08:16,662 --> 00:08:20,166
ถ้าดูจากยีนที่อยู่ในร่างกาย
และบนร่างกายของเรา

122
00:08:20,166 --> 00:08:25,129
เราจะเห็นว่าตัวเรา
มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์เป็นจุลินทรีย์

123
00:08:27,840 --> 00:08:32,178
เรามักจะเชื่อว่ายีนมนุษย์
เป็นสิ่งที่กําหนดสุขภาพของเรา

124
00:08:32,178 --> 00:08:36,557
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าจุลินทรีย์
เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งของโรคอ้วน

125
00:08:36,557 --> 00:08:41,312
โรคซึมเศร้า โรคภูมิแพ้
และความรู้สึกเครียดหรือผ่อนคลาย

126
00:08:41,312 --> 00:08:45,650
เราไม่รู้ว่ามันส่งผลต่ออาการเหล่านี้มากแค่ไหน

127
00:08:45,650 --> 00:08:48,277
สําหรับบางคน มันอาจมีบทบาทอย่างมาก

128
00:08:48,277 --> 00:08:50,404
และสําหรับบางคน มันอาจมีบทบาทน้อยกว่า

129
00:08:51,989 --> 00:08:52,907
เทคแรก

130
00:08:57,537 --> 00:08:58,371
ขอบคุณค่ะ

131
00:09:00,122 --> 00:09:01,749
ถึงเราจะไม่อยากยอมรับ

132
00:09:01,749 --> 00:09:05,169
แต่ทุกคนมีปัญหา
ด้านระบบทางเดินอาหารเป็นครั้งคราว

133
00:09:06,546 --> 00:09:10,216
คนเราแตกต่างกัน
ทั้งมุมมองที่มีต่ออาหาร โรคภัยไข้เจ็บ

134
00:09:10,216 --> 00:09:14,470
การตอบสนองต่อยา และประวัติโดยรวม

135
00:09:16,180 --> 00:09:18,808
{\an8}ถ้าฉันกินอะไรที่ไม่ใช่ผัก

136
00:09:18,808 --> 00:09:23,396
ฉันจะเริ่มปวดท้อง ซึ่งทําให้งานของฉันยากมาก

137
00:09:25,439 --> 00:09:28,442
{\an8}เราได้รู้ว่ามีหลายอย่างที่เราไม่เห็นคุณค่า

138
00:09:28,442 --> 00:09:30,778
อย่างเช่นเรื่องธรรมดาๆ อย่างการอึ

139
00:09:30,778 --> 00:09:34,282
ฉันต้องเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ

140
00:09:35,825 --> 00:09:38,452
{\an8}ฉันทําทุกวิถีทางเพื่อควบคุมน้ําหนัก

141
00:09:38,452 --> 00:09:43,207
{\an8}แต่ฉันจะน้ําหนักลดฮวบฮาบ
ก่อนจะกลับมาหนักยิ่งกว่าเดิม

142
00:09:44,125 --> 00:09:47,712
{\an8}(โคบี้ - นักแข่งกินจุที่ไม่รู้สึกหิว)

143
00:09:47,712 --> 00:09:50,923
ผมเคยได้ยินคนอื่นบอกว่าหิว

144
00:09:50,923 --> 00:09:55,177
และพวกเขาดูมีความสุขมาก
หลังจากได้กินอาหาร

145
00:09:55,177 --> 00:09:59,307
ผมอิจฉาคนพวกนั้น
เพราะผมไม่รู้สึกหิวอีกต่อไปแล้ว

146
00:10:00,516 --> 00:10:05,187
เราพยายามทําความเข้าใจ
ความหลากหลายเหล่านี้

147
00:10:05,187 --> 00:10:06,731
ที่ทําให้ทุกคนแตกต่างกัน

148
00:10:07,315 --> 00:10:09,191
เราคิดว่าจุลินทรีย์เป็นกุญแจสู่คําตอบ

149
00:10:12,570 --> 00:10:15,323
ถ้าเราอยากเข้าใจความแตกต่างของมนุษย์

150
00:10:15,323 --> 00:10:19,160
อย่างแรกที่ต้องทําคือหาว่าจุลินทรีย์มาจากไหน

151
00:10:21,704 --> 00:10:25,124
มนุษย์ส่วนใหญ่เกิดมาโดยไม่มีจุลินทรีย์

152
00:10:25,124 --> 00:10:28,836
{\an8}จุลินทรีย์เข้ามาอาศัยอยู่ในร่างกายเรา
หลังจากเราเกิดมาแล้ว

153
00:10:30,755 --> 00:10:34,967
ตอนที่เราเกิด นั่นคือจุดที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น

154
00:10:35,926 --> 00:10:38,012
เวลาเราคลอดลูกทางช่องคลอด

155
00:10:38,012 --> 00:10:41,474
ทารกจะสัมผัสกับแบคทีเรียในช่องคลอดของแม่

156
00:10:43,934 --> 00:10:48,147
แล้วพอเราออกมา เราจะหันหน้าไปทางก้น

157
00:10:49,231 --> 00:10:53,235
เราได้รับแบคทีเรียในลําไส้ด้วย
เพราะเราอยู่ใกล้กับก้นมาก

158
00:10:53,235 --> 00:10:56,656
นั่นทําให้เรามีชุมชนจุลินทรีย์ชุมชนแรก

159
00:10:57,573 --> 00:11:02,370
มันทําให้ร่างกายเป็นที่ที่เหมาะแก่
การอยู่อาศัยของจุลินทรีย์อื่น

160
00:11:11,712 --> 00:11:15,424
เราสร้างชุมชนจุลินทรีย์ด้วย
การตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ และการผจญภัย

161
00:11:15,424 --> 00:11:17,051
ในชีวิตของเรา

162
00:11:17,843 --> 00:11:20,971
คนที่เราจูบ สิ่งที่เราเอาเข้าปาก
สถานที่ที่เราไป

163
00:11:21,555 --> 00:11:24,892
อาหารที่เรากิน ความสัมพันธ์กับพี่น้อง

164
00:11:24,892 --> 00:11:26,644
สัตว์เลี้ยง

165
00:11:27,353 --> 00:11:31,482
{\an8}การออกกําลังกาย ความเครียด
ประสบการณ์ในวัยเด็ก

166
00:11:31,482 --> 00:11:33,567
{\an8}ความยากลําบากที่ต้องเจอ

167
00:11:34,151 --> 00:11:37,405
เพราะเหตุนี้ ทุกคนจึงมี
ชุมชนจุลินทรีย์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว

168
00:11:37,405 --> 00:11:40,616
มันคือกลุ่มก้อนความทรงจําของจุลินทรีย์

169
00:11:42,201 --> 00:11:46,997
การได้รู้ว่าชุมชนจุลินทรีย์อาจเป็น
กุญแจสู่สุขภาพเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก

170
00:11:46,997 --> 00:11:49,709
เพราะเราเปลี่ยนยีนของเราไม่ได้

171
00:11:49,709 --> 00:11:53,671
{\an8}แต่ทุกคนสามารถเปลี่ยนจุลินทรีย์ของตัวเองได้

172
00:11:53,671 --> 00:11:57,425
{\an8}ด้วยการเปลี่ยนอาหารการกินและการใช้ชีวิต

173
00:11:58,801 --> 00:12:00,886
มันเยิ้มกําลังดี ให้ตายสิ

174
00:12:00,886 --> 00:12:05,558
{\an8}ชุมชนจุลินทรีย์ในสังคมอุตสาหกรรม
อาจไม่ดีต่อสุขภาพนัก

175
00:12:05,558 --> 00:12:09,687
{\an8}และอาจทําให้เราเป็นโรค
ที่พบได้แพร่หลายและร้ายแรงที่สุด

176
00:12:10,896 --> 00:12:15,985
{\an8}นั่นอาจเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรัง
ที่พบได้ทั่วไปหลายๆ โรค

177
00:12:15,985 --> 00:12:18,946
เช่น โรคอ้วน เบาหวาน

178
00:12:18,946 --> 00:12:22,116
ความดันโลหิตสูง แพ้อาหาร

179
00:12:23,367 --> 00:12:28,289
ผมคิดว่าเราต้องเปลี่ยนวิธีที่เรามองโรคต่างๆ

180
00:12:31,751 --> 00:12:34,211
สภาพแวดล้อมของเราเปลี่ยนไปมาก

181
00:12:34,211 --> 00:12:36,505
อาหารตะวันตก วิธีคลอดลูก

182
00:12:36,505 --> 00:12:39,133
การผ่าคลอด นมผงสําหรับเด็ก

183
00:12:39,133 --> 00:12:41,969
การสุขาภิบาล ยาปฏิชีวนะ

184
00:12:41,969 --> 00:12:45,264
ทั้งหมดนี้ทําให้ชุมชนจุลินทรีย์
มีความหลากหลายน้อยลง

185
00:12:45,264 --> 00:12:48,184
นั่นคือสิ่งที่เราเห็นใน
ชุมชนจุลินทรีย์ในสังคมอุตสาหกรรม

186
00:12:49,602 --> 00:12:55,357
ฉันเป็นเด็กผ่าคลอดที่กินนมแม่
ไม่แน่ใจว่ากินอยู่นานแค่ไหน

187
00:12:55,357 --> 00:13:00,154
ฉันต้องวิ่งวุ่นเรื่องลูก ไม่ก็เรื่องงาน
ฉันเลยเครียดอยู่ตลอดเวลา

188
00:13:01,030 --> 00:13:05,242
แชมป์เนธานส์เฟมัสห้าสมัย ทาเครุ โคบายาชิ

189
00:13:06,786 --> 00:13:10,915
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทํา

190
00:13:10,915 --> 00:13:14,502
ไม่ดีต่อสุขภาพเลยสักนิด

191
00:13:15,419 --> 00:13:21,091
ผมอยากรู้ว่าร่างกายผม
ได้รับความเสียหายยังไงบ้าง

192
00:13:24,595 --> 00:13:28,140
มันทําให้ฉันสงสัยว่าเรื่องนี้ส่งผลต่อสุขภาพ

193
00:13:28,140 --> 00:13:30,726
และชุมชนจุลินทรีย์ของเรายังไงบ้าง

194
00:13:31,560 --> 00:13:34,146
เราสูญเสียจุลินทรีย์
ในทางเดินอาหารไปหลายร้อยชนิด

195
00:13:34,146 --> 00:13:35,898
พวกมันสูญพันธุ์ไปแล้ว

196
00:13:35,898 --> 00:13:40,319
ตอนนี้เรารู้แล้วว่าปัจจัยที่สําคัญที่สุด

197
00:13:40,319 --> 00:13:44,323
ที่ส่งผลต่อสุขภาพของชุมชนจุลินทรีย์ก็คืออาหาร

198
00:13:45,699 --> 00:13:50,412
อาหารอเมริกันโดยทั่วไป
มีสารอาหารน้อยกว่าที่ควรมาก

199
00:13:50,412 --> 00:13:53,165
แม้แต่อาหารอเมริกันที่ดีต่อสุขภาพ

200
00:14:00,965 --> 00:14:05,052
ในสหรัฐอเมริกาทุกวันนี้
เกือบร้อยละ 60 ของแคลอรีที่เรากิน

201
00:14:05,052 --> 00:14:07,596
มาจากอาหารแปรรูปสูง

202
00:14:09,473 --> 00:14:11,058
อาหารถูกทําให้บริสุทธิ์

203
00:14:11,058 --> 00:14:15,479
จนไม่เหลือสารอาหาร
จากวัตถุดิบดั้งเดิมตามธรรมชาติ

204
00:14:15,479 --> 00:14:19,191
แล้วพวกเขาก็ใส่สารเคมีต่างๆ เข้าไป

205
00:14:19,191 --> 00:14:21,151
พร้อมน้ําตาลปริมาณมาก

206
00:14:21,861 --> 00:14:26,198
แต่คนไม่รู้ว่าควรกินอะไร เพราะผู้ผลิต
ทําให้อาหารพวกนี้ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ

207
00:14:26,198 --> 00:14:30,160
ด้วยการติดฉลากที่เขียนว่าแคลอรีต่ําบนซอง

208
00:14:30,160 --> 00:14:32,663
ซึ่งแปลว่ามันดีต่อสุขภาพ
หรือไม่ก็บอกว่าเสริมวิตามิน

209
00:14:32,663 --> 00:14:35,499
(ไม่มีน้ําตาล ไม่มีแคลอรี มีแต่วิตามิน)

210
00:14:35,499 --> 00:14:37,751
เวลาเราอ่านฉลากพวกนี้อย่างละเอียด

211
00:14:37,751 --> 00:14:41,463
เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าข้างในมีอะไรบ้าง

212
00:14:42,298 --> 00:14:44,091
อันนี้ไม่แย่เท่าไร

213
00:14:44,091 --> 00:14:46,552
ไม่แย่เหรอ ฉันดูแล้ว มีน้ําตาลเยอะมากนะ

214
00:14:46,552 --> 00:14:48,762
จริงเหรอ ผมไม่เห็น

215
00:14:49,513 --> 00:14:51,473
น้ําตาล 30 เปอร์เซ็นต์ ใช่

216
00:14:51,473 --> 00:14:54,018
ถ้ามองแค่นี้ มันมีเส้นใยสูง

217
00:14:54,018 --> 00:14:57,187
มีผลไม้และถั่ว มีดาร์กช็อกโกแลต มีเกลือทะเล

218
00:14:57,187 --> 00:14:59,899
สําหรับผม ถ้ามองผ่านๆ มันดูดีมาก

219
00:14:59,899 --> 00:15:04,028
แต่ถ้าดูส่วนประกอบ
จะเห็นว่ามันมีน้ําตาลมากเกินไป

220
00:15:05,696 --> 00:15:07,364
เห็นไหม ผมโดนหลอกสนิทเลย

221
00:15:09,074 --> 00:15:12,077
เราเลือกไม่ถูกว่าควรกินอะไร

222
00:15:12,578 --> 00:15:14,455
เพราะเวลาเราไปซูเปอร์มาร์เก็ต

223
00:15:14,455 --> 00:15:20,961
จะมีอาหารเสริมแบบผง แบบน้ํา
และสิ่งที่เราต้องกินมากขึ้นเรื่อยๆ

224
00:15:20,961 --> 00:15:22,922
อาหารเสริมคลอโรฟิลล์ป้องกันมะเร็งได้หรือไม่

225
00:15:22,922 --> 00:15:24,548
{\an8}เห็ดสมุนไพร

226
00:15:24,548 --> 00:15:27,384
- ไวน์แดงดีต่อสุขภาพ
- โปรไบโอติกสําหรับช่องคลอด

227
00:15:27,384 --> 00:15:30,846
สไปรูลิน่า อะแด็ปโทเจน
ช็อกโกแลต สารสกัดบูลเบอร์รี่ กาแฟ

228
00:15:31,430 --> 00:15:37,227
ใช่ โลกของอาหาร
และวัฒนธรรมสุขภาพทําให้ฉันสับสนมาก

229
00:15:41,440 --> 00:15:44,860
วันนี้เราจะทําไก่เทริยากิกัน

230
00:15:44,860 --> 00:15:48,030
เรามีกระเทียมม่วง ขิง

231
00:15:48,030 --> 00:15:52,576
{\an8}น้ําตาล ซีอิ๊ว น้ํามันงา และหอมใหญ่

232
00:15:54,036 --> 00:15:56,497
{\an8}แม่ว่าลูกมีความมั่นใจมากนะ

233
00:15:56,497 --> 00:15:58,999
{\an8}หนูเป็นแม่ครัวที่มีความมั่นใจตอนอายุสี่ขวบ

234
00:15:59,667 --> 00:16:05,422
ใส่ซีอิ๊วนิดหนึ่ง ใส่ขิงเยอะๆ
เพราะขิงน่ะกินเท่าไรก็ไม่พอ

235
00:16:05,422 --> 00:16:10,427
ใส่กระเทียมให้หมด
เพราะกระเทียมก็กินเท่าไรก็ไม่พอ

236
00:16:10,427 --> 00:16:12,846
อาหารและการทําอาหารอยู่ในสายเลือดของฉัน

237
00:16:12,846 --> 00:16:15,391
และเป็นสิ่งที่ฉันทํามาตั้งแต่เด็ก

238
00:16:16,725 --> 00:16:19,395
ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่ฉันรัก
มันเป็นทักษะและอาชีพของฉัน

239
00:16:23,065 --> 00:16:26,944
ฉันได้ดาวมิชลินครั้งแรกตอนอายุ 23

240
00:16:27,987 --> 00:16:32,950
ฉันเคยได้รางวัลเชฟที่ฮอตที่สุด
ของอีตเตอร์ เป็นรางวัลที่บ้าบอมาก

241
00:16:33,659 --> 00:16:36,370
แต่ฉันก็รู้สึกว่าต้องรักษาภาพลักษณ์

242
00:16:36,370 --> 00:16:40,124
ว่าฉันเป็นเชฟขนมอบแสนน่ารัก
ที่แต่งตัวแบบกอธและมีรอยสัก

243
00:16:40,124 --> 00:16:43,377
ฉันรู้สึกกดดันอย่างมาก

244
00:16:43,377 --> 00:16:48,090
และฉันปล่อยให้มันบานปลาย

245
00:16:51,552 --> 00:16:56,390
ฉันเคยเป็นโรคเบื่ออาหารอยู่พักใหญ่

246
00:16:57,933 --> 00:17:02,771
แต่ตอนนี้ฉันมีพฤติกรรมการกินผิดปกติ
อีกแบบ คือออร์โธเร็กเซีย

247
00:17:02,771 --> 00:17:08,819
ฉันหมกมุ่นกับสุขภาพ
และการกินสารอาหารให้มากที่สุด

248
00:17:09,403 --> 00:17:13,115
นี่คือกวารานา ซูมา เห็ดหลินจือ เห็ดหัวลิง

249
00:17:13,115 --> 00:17:16,535
ถั่งเช่า สไปรูลิน่า คลอเรลล่า มะรุม

250
00:17:18,287 --> 00:17:21,165
พูดง่ายๆ คือฉันกินผักเยอะมาก แล้วเสริมด้วย

251
00:17:21,165 --> 00:17:22,875
อาหารเสริมแบบน้ํา แบบผง

252
00:17:22,875 --> 00:17:25,169
อะไรก็ตามที่อินเทอร์เน็ตบอกว่าฉันต้องการ

253
00:17:28,839 --> 00:17:32,384
ฉันเลิกกินอาหารเสริมหลายอย่าง
และพยายามกลับมากิน

254
00:17:32,384 --> 00:17:34,636
"อาหารสนุกๆ" อีกครั้ง

255
00:17:36,221 --> 00:17:39,516
แต่เวลาฉันกินน้ําตาล เนื้อหมู เนย อะไรพวกนั้น

256
00:17:39,516 --> 00:17:42,394
ฉันจะรู้สึกท้องอืดและคลื่นไส้

257
00:17:42,394 --> 00:17:44,521
ไปอีกสามสี่วัน

258
00:17:46,690 --> 00:17:50,402
มันยากมากเพราะฉันพยายามปรับ
มุมมองที่ฉันมีต่ออาหาร

259
00:17:51,445 --> 00:17:55,074
พอเรารู้สึกว่าร่างกายหักหลังเรา

260
00:17:55,991 --> 00:18:01,163
มันยากที่จะก้าวข้ามความรู้สึกนั้น

261
00:18:06,335 --> 00:18:11,298
ฉันคิดว่าท้ายที่สุดแล้ว
ฉันอยากรู้ว่าฉันควรกินอะไร

262
00:18:11,298 --> 00:18:12,841
หรือไม่ควรกินอะไร

263
00:18:13,717 --> 00:18:16,887
และสุขภาพมีความหมายยังไงสําหรับฉัน

264
00:18:23,310 --> 00:18:27,064
เวลาผู้ป่วยถามว่า
"อะไรทําให้ชุมชนจุลินทรีย์แข็งแรง"

265
00:18:27,064 --> 00:18:28,982
ฉันชอบเปรียบเทียบมันกับป่า

266
00:18:31,443 --> 00:18:35,697
เราจะปลูกต้นไม้ที่แข็งแรงสองสามต้น
แล้วคาดหวังให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่ได้

267
00:18:36,573 --> 00:18:40,828
ป่าต้องการสมดุลที่เหมาะสม
ซึ่งจะทําให้พืชและสิ่งมีชีวิต

268
00:18:41,578 --> 00:18:43,956
อยู่รอดในสถานการณ์ต่างๆ

269
00:18:43,956 --> 00:18:47,000
ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่าง น้ํา สารอาหารในดิน

270
00:18:47,000 --> 00:18:48,919
และทํางานร่วมกัน

271
00:18:51,797 --> 00:18:55,968
แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร
ต้องการเส้นใยจากผักและผลไม้

272
00:18:55,968 --> 00:18:58,095
แค่วันละไม่กี่กรัม

273
00:18:58,095 --> 00:19:02,432
และมันแปลกมากที่นี่เป็นเรื่องยากสําหรับเรา

274
00:19:03,392 --> 00:19:06,145
ปัจจุบัน คําแนะนําในสหรัฐฯ คือ

275
00:19:06,145 --> 00:19:10,524
{\an8}เราควรทานเส้นใยอาหาร
วันละ 28 ถึง 40 กรัม

276
00:19:10,524 --> 00:19:14,653
{\an8}และอาหารอเมริกันโดยทั่วไปที่เรากิน
มีเส้นใยแค่ 15 กรัม

277
00:19:14,653 --> 00:19:17,489
{\an8}นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาชุมชนจุลินทรีย์ตระหนักว่า

278
00:19:17,489 --> 00:19:22,202
{\an8}เราอาจควรทานเส้นใยมากกว่า 50 กรัมต่อวัน

279
00:19:28,000 --> 00:19:30,836
{\an8}(อาหารแต่ละชนิดมีเส้นใยมากแค่ไหน)

280
00:19:30,836 --> 00:19:34,173
{\an8}(เส้นใยในข้าวขาวหนึ่งถ้วย
0.6 กรัม)

281
00:19:34,173 --> 00:19:36,383
{\an8}(เส้นใยในสเต๊กหนึ่งชิ้น
0 กรัม)

282
00:19:36,383 --> 00:19:38,552
{\an8}(เส้นใยในแครอตหนึ่งถ้วย
3.1 กรัม)

283
00:19:38,552 --> 00:19:40,721
{\an8}(เส้นใยในโอ๊ตมีลปรุงสุกหนึ่งถ้วย
4.0 กรัม)

284
00:19:40,721 --> 00:19:42,890
{\an8}(เส้นใยในผักปวยเล้งปรุงสุกหนึ่งถ้วย
4.3 กรัม)

285
00:19:42,890 --> 00:19:45,267
{\an8}(เส้นใยในบรอกโคลีสับหนึ่งถ้วย
5.0 กรัม)

286
00:19:45,267 --> 00:19:47,644
{\an8}(เส้นใยในถั่วลันเตาหนึ่งถ้วย
7.0 กรัม)

287
00:19:47,644 --> 00:19:49,771
{\an8}(เส้นใยในอะโวคาโดหนึ่งถ้วย
10.0 กรัม)

288
00:19:49,771 --> 00:19:52,065
{\an8}(เส้นใยในอัลมอนด์หนึ่งถ้วย
16.0 กรัม)

289
00:19:52,065 --> 00:19:54,318
{\an8}(เส้นใยในถั่วหรือเลนทิลหนึ่งถ้วย
16.0 กรัม)

290
00:19:54,318 --> 00:19:56,195
{\an8}(เส้นใยในเมล็ดเจียแห้งหนึ่งถ้วย
40.0 กรัม)

291
00:19:56,195 --> 00:19:58,906
ฮอตดอกหนึ่งอันมีเส้นใยเท่าไร

292
00:20:01,158 --> 00:20:02,618
อะไร ศูนย์กรัมเหรอ

293
00:20:05,829 --> 00:20:08,248
ไม่ว่าคุณจะทานเนื้อสัตว์หรือไม่

294
00:20:08,248 --> 00:20:11,210
ไม่ว่าคุณจะเป็นวีแกนหรือไม่
เรื่องนั้นไม่สําคัญเลย

295
00:20:11,210 --> 00:20:15,964
สิ่งสําคัญคือคุณต้องทาน
พืชหลายๆ ชนิด หลายๆ รูปแบบ

296
00:20:15,964 --> 00:20:19,635
ให้มากที่สุดเท่าที่ทําได้เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์

297
00:20:21,428 --> 00:20:23,555
ทําไมฉันต้องกินผักด้วย

298
00:20:23,555 --> 00:20:26,934
นั่นเป็นเรื่องที่ฉันอยากเข้าใจ
แน่นอนว่ามันมีสารอาหารหลายอย่าง

299
00:20:26,934 --> 00:20:29,728
และมีสารที่เป็นอันตรายน้อยกว่าอาหารแปรรูป

300
00:20:32,564 --> 00:20:35,234
แต่ถ้าหน้าท้องของเราโปร่งใส

301
00:20:35,234 --> 00:20:39,529
เราจะเห็นการย่อยอาหาร และเราจะเห็น

302
00:20:39,529 --> 00:20:42,199
ความแตกต่างระหว่าง
อาหารแปรรูปกับผักอย่างชัดเจน

303
00:20:43,450 --> 00:20:45,160
สําหรับอาหารแปรรูป เราจะเห็นว่า

304
00:20:45,160 --> 00:20:47,829
ภายในระยะไม่กี่เซนติเมตรแรกของลําไส้เล็ก

305
00:20:47,829 --> 00:20:50,123
มันก็ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว

306
00:20:51,541 --> 00:20:54,127
ระดับน้ําตาลในกระแสเลือดจะพุ่งสูง

307
00:20:54,127 --> 00:20:56,380
และเซลล์ต่างๆ ต้องดูดซึมมันอย่างรวดเร็ว

308
00:20:56,380 --> 00:20:59,716
มันเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดสําหรับร่างกาย

309
00:20:59,716 --> 00:21:02,844
เพราะเราไม่รู้ว่าจะเอาน้ําตาลพวกนี้ไปไว้ที่ไหน

310
00:21:02,844 --> 00:21:04,596
ร่างกายต้องส่งมันไปทุกที่

311
00:21:05,764 --> 00:21:09,935
แต่ผักมีเส้นใยที่ทําให้มันมีความทนทานสูงกว่า

312
00:21:10,894 --> 00:21:13,981
มันจะถูกดูดซึมนิดหนึ่ง แล้วเคลื่อนไปอีกหน่อย

313
00:21:13,981 --> 00:21:15,857
ถูกดูดซึมนิดหนึ่ง แล้วเคลื่อนไปอีกหน่อย

314
00:21:15,857 --> 00:21:20,153
มันจะไปถึงลําไส้ใหญ่
และกลายเป็นแหล่งอาหารที่ดี

315
00:21:20,153 --> 00:21:21,280
ของจุลินทรีย์ที่นั่น

316
00:21:21,280 --> 00:21:22,197
อร่อยจัง

317
00:21:22,197 --> 00:21:24,825
มันเป็นวิธีย่อยอาหารที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

318
00:21:24,825 --> 00:21:27,828
เหมือนเดินนานๆ แทนที่จะวิ่งสุดฝีเท้า

319
00:21:32,291 --> 00:21:36,962
ถ้าชุมชนจุลินทรีย์ในลําไส้
มีความหลากหลาย มีแบคทีเรียหลายชนิด

320
00:21:36,962 --> 00:21:39,339
มันก็จะสามารถรับมือกับ

321
00:21:39,339 --> 00:21:41,883
สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตได้หลายแบบ

322
00:22:00,110 --> 00:22:03,280
โคบายาชิยังยัดไม่หยุดครับ

323
00:22:05,365 --> 00:22:06,616
ฟอร์มดีสุดๆ

324
00:22:06,616 --> 00:22:09,411
ดูเขาสิ เขาขยับแขน...

325
00:22:09,995 --> 00:22:14,708
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราได้รับเส้นใย
ไม่เพียงพอสําหรับจุลินทรีย์

326
00:22:14,708 --> 00:22:17,169
ทาเครุ โคบายาชิ

327
00:22:17,169 --> 00:22:20,297
ถ้าเราไม่หาเส้นใยอาหารให้จุลินทรีย์ในลําไส้

328
00:22:20,297 --> 00:22:22,716
จุลินทรีย์ในลําไส้ก็จะเริ่มกินเรา

329
00:22:25,010 --> 00:22:26,595
จุลินทรีย์พวกนี้มีประโยชน์มาก

330
00:22:26,595 --> 00:22:28,221
มันช่วยเหลือร่างกายของเรา

331
00:22:29,556 --> 00:22:30,974
แต่มันก็ยังเป็นจุลินทรีย์

332
00:22:30,974 --> 00:22:34,895
เราจึงต้องสร้างขอบเขตที่เปรียบเสมือน
การให้เกียรติกัน นั่นคือเมือก

333
00:22:35,979 --> 00:22:39,274
เมือกเป็นขอบเขตที่ดีเพราะ
มันปล่อยให้สารอื่นซึมผ่านได้เล็กน้อย

334
00:22:39,274 --> 00:22:41,902
{\an8}สารอาหารเลยซึมผ่านมันได้

335
00:22:41,902 --> 00:22:45,072
{\an8}แต่จุลินทรีย์ถูกกันให้อยู่ห่างๆ

336
00:22:46,156 --> 00:22:49,951
ปรากฏว่าถ้าเราหยุดกินเส้นใย

337
00:22:49,951 --> 00:22:52,329
จุลินทรีย์ในลําไส้ก็ยังต้องกินอะไรบางอย่าง

338
00:22:52,913 --> 00:22:57,084
พวกมันจะเริ่มกินเยื่อบุเมือกเป็นอาหารสํารอง

339
00:22:58,335 --> 00:23:01,755
เมื่อเวลาผ่านไป
พวกมันจะค่อยๆ กินเยื่อบุเมือกจนหมด

340
00:23:02,381 --> 00:23:07,260
แบคทีเรียจะเข้าไปใน
บริเวณที่มันไม่ควรเข้าไปในร่างกาย

341
00:23:08,428 --> 00:23:11,765
เมื่อเซลล์ภูมิคุ้มกันที่อยู่ในบริเวณนั้นมาเห็นเข้า

342
00:23:11,765 --> 00:23:13,266
พวกมันก็จะปกป้องร่างกาย

343
00:23:15,060 --> 00:23:17,854
นี่อาจทําให้เกิดการอักเสบ

344
00:23:17,854 --> 00:23:21,983
และเปลี่ยนองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลําไส้

345
00:23:22,692 --> 00:23:26,071
นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่นําไปสู่โรคต่างๆ

346
00:23:26,071 --> 00:23:28,031
เช่น โรคลําไส้อักเสบเรื้อรัง

347
00:23:28,031 --> 00:23:30,826
หรือโรคลําไส้แปรปรวนบางประเภท

348
00:23:36,039 --> 00:23:39,584
ตอนที่เราเริ่มศึกษาการอักเสบเรื้อรังต่างๆ

349
00:23:39,584 --> 00:23:42,003
นักวิทยาศาสตร์คิดว่า

350
00:23:42,003 --> 00:23:45,173
เราจะหาจุลินทรีย์หรือชุมชนจุลินทรีย์

351
00:23:45,173 --> 00:23:49,177
ที่เป็นสาเหตุของโรค
หรือความรู้สึกไม่สบายตัวได้ไหม

352
00:23:49,845 --> 00:23:53,598
แต่ตอนนี้ พอเราคิดว่าระบบนิเวศนี้
มีปฏิสัมพันธ์กันยังไง

353
00:23:53,598 --> 00:23:57,436
เราก็ค้นพบแนวทางใหม่ เราถามตัวเองว่า

354
00:23:57,436 --> 00:24:01,481
เราขาดแบคทีเรียบางชนิด
ที่ปกติเคยปกป้องเราหรือเปล่า

355
00:24:06,069 --> 00:24:09,406
{\an8}(ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย)

356
00:24:14,411 --> 00:24:16,371
{\an8}ฉันชื่อแดเนียลล์ เคปกี

357
00:24:16,371 --> 00:24:20,750
{\an8}ฉันเป็นนักศึกษาปริญญาเอก สาขาจิตวิทยาคลินิก

358
00:24:21,751 --> 00:24:25,046
ฉันจําแทบไม่ได้แล้วว่าการกินอาหารรู้สึกยังไง

359
00:24:25,046 --> 00:24:31,011
ก่อนที่มันจะถูกเชื่อมโยงกับ
ความกังวล เจ็บปวด และไม่สบายตัว

360
00:24:32,137 --> 00:24:36,933
สมัยเรียนปริญญาตรี ฉันกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

361
00:24:36,933 --> 00:24:40,228
อาหารที่มีน้ําตาลสูง

362
00:24:40,228 --> 00:24:43,690
และไม่ค่อยกินผักผลไม้

363
00:24:43,690 --> 00:24:45,650
ซึ่งทําให้ฉันมีอาการคล้ายโรคลําไส้แปรปรวน

364
00:24:46,234 --> 00:24:48,737
ฉันอาหารไม่ย่อย

365
00:24:48,737 --> 00:24:51,114
เสียดท้องเพราะแก๊สในร่างกาย

366
00:24:51,114 --> 00:24:54,242
ท้องผูก ขับถ่ายไม่ได้เลย

367
00:24:55,952 --> 00:25:00,624
เวลาเรามีอาการเกี่ยวกับ
ทางเดินอาหารหลายอย่างที่วินิจฉัยได้ยาก

368
00:25:00,624 --> 00:25:03,251
หมอหลายคนก็ไม่รู้ว่าต้องทํายังไง

369
00:25:04,377 --> 00:25:07,130
พวกเขาแจกยาปฏิชีวนะเหมือนลูกกวาด

370
00:25:07,130 --> 00:25:10,800
แบบ "ถ้าคุณรู้สึกไม่ดี
หรือมีอาการแบบนี้ ให้กินยาปฏิชีวนะ"

371
00:25:12,344 --> 00:25:17,057
ห้าปีที่ผ่านมา ฉันกินยาปฏิชีวนะปีละหกรอบ

372
00:25:18,892 --> 00:25:21,353
ฉันน้ําหนักลดลงไปมากตอนที่เริ่มป่วย

373
00:25:21,353 --> 00:25:24,481
และต้องงดอาหารหลายๆ อย่าง

374
00:25:26,274 --> 00:25:28,193
ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันกินอะไรได้บ้าง

375
00:25:28,193 --> 00:25:32,239
แต่น่าจะมีแค่ 10 ถึง 15 อย่าง

376
00:25:33,365 --> 00:25:39,496
มันเหมือนกับถูกตีกรอบ
ฉันมักจะรู้สึกเหมือนขาดสารอาหาร

377
00:25:41,623 --> 00:25:47,963
ฉันเลยต้องกินอาหารเสริมพวกนี้
ถึงจะใช้ชีวิตตามปกติได้

378
00:25:47,963 --> 00:25:49,339
(แม็กนีเซียมคีเลต)

379
00:25:49,339 --> 00:25:53,301
พวกนี้คืออาหารเสริมที่ฉันเคยกิน

380
00:25:53,301 --> 00:25:54,886
ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ผลแล้ว

381
00:25:56,429 --> 00:25:58,515
ฉันรู้ว่ายาไม่ใช่คําตอบ

382
00:25:58,515 --> 00:26:04,813
{\an8}แต่ฉันก็จนปัญญา เพราะฉันไม่รู้ว่า
จะหาแบคทีเรียใหม่ๆ ที่จําเป็นได้ยังไง

383
00:26:04,813 --> 00:26:08,191
{\an8}ในเมื่อฉันกินอาหารหลายๆ อย่างที่จําเป็นต่อ

384
00:26:08,191 --> 00:26:10,860
การสร้างชุมชนจุลินทรีย์ที่แข็งแรงไม่ได้

385
00:26:13,238 --> 00:26:18,285
ถ้าเราเลิกกินอาหารบางประเภท
จุลินทรีย์ของเราจะเปลี่ยนไปอย่างมาก

386
00:26:19,119 --> 00:26:21,746
เพราะมันมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าเราไม่ให้อาหารมัน

387
00:26:24,291 --> 00:26:29,129
ถ้าเราอยากกินเส้นใยอีกครั้ง
มันจะยากกว่าตอนที่เลิกกินมาก

388
00:26:30,213 --> 00:26:34,301
ดังนั้น คนที่กลับมากินอาหารสุขภาพ
อย่างกะทันหันจะมีอาการท้องอืด

389
00:26:34,301 --> 00:26:36,344
และปวดท้อง

390
00:26:37,137 --> 00:26:40,473
พวกเขาต้องเปลี่ยนอาหารที่ทาน
แต่ต้องทําอย่างค่อยเป็นค่อยไป

391
00:26:40,473 --> 00:26:44,519
เพื่อให้จุลินทรีย์ในลําไส้ปรับตัวได้

392
00:26:46,730 --> 00:26:49,608
เพราะฉันกินอาหารน้อยมาก

393
00:26:50,567 --> 00:26:56,072
ฉันสงสัยว่าฉันทําให้จุลินทรีย์ในร่างกาย
ขาดอาหารไปด้วยไหม

394
00:26:58,491 --> 00:27:01,328
การย่อยและดูดซึมอาหารของฉันเปลี่ยนไปไหม

395
00:27:01,328 --> 00:27:03,872
และในอนาคต

396
00:27:03,872 --> 00:27:06,499
ฉันจะมีปัญหาเวลากินอาหารทุกครั้ง

397
00:27:07,751 --> 00:27:10,211
หรือว่าบางส่วนเป็นปัญหาด้านจิตใจ

398
00:27:10,211 --> 00:27:13,923
ฉันไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น

399
00:27:15,342 --> 00:27:18,303
นี่เป็นเรื่องที่ฉันอยากเรียนรู้ให้มากกว่านี้

400
00:27:21,514 --> 00:27:26,436
(ค้นหา - มีวิธีทดสอบไหมว่า
ระบบทางเดินอาหารของฉันเสียหายไหม)

401
00:27:27,062 --> 00:27:29,064
เยี่ยมเลย

402
00:27:37,530 --> 00:27:40,450
{\an8}(มาเริ่มทดสอบกันเลย)

403
00:27:46,665 --> 00:27:47,874
{\an8}อย่างกับวันคริสต์มาสแน่ะ

404
00:27:48,583 --> 00:27:50,251
{\an8}อะไรเนี่ย

405
00:27:50,960 --> 00:27:52,212
ไม่นะ

406
00:27:56,341 --> 00:27:59,552
แปลกจัง อยู่ๆ ฉันก็ไม่สนใจเรื่องสุขภาพแล้ว

407
00:28:01,137 --> 00:28:03,973
"ตักอุจจาระแข็งหนึ่งช้อน

408
00:28:05,141 --> 00:28:07,102
หรืออุจจาระเหลวสี่ช้อน

409
00:28:07,102 --> 00:28:08,520
แล้วใส่ในหลอด"

410
00:28:09,229 --> 00:28:10,480
"เขย่าให้เข้ากัน"

411
00:28:10,480 --> 00:28:13,066
เหมือนสูตรอาหารที่น่าขยะแขยงที่สุดในโลก

412
00:28:14,734 --> 00:28:17,320
เหมือนช้อนเลย

413
00:28:17,987 --> 00:28:19,572
ต้องทําแบบนี้สินะ

414
00:28:21,074 --> 00:28:24,994
ฉันคิดมาตลอดว่าการตรวจ
ระบบทางเดินอาหารเป็นอะไรที่น่าทึ่ง

415
00:28:25,578 --> 00:28:28,081
คงยอดไปเลยถ้าฉันเข้าใจว่า

416
00:28:28,081 --> 00:28:29,916
เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของฉัน

417
00:28:31,251 --> 00:28:34,129
ฉันลองลดน้ําหนักมาหลายวิธีแล้ว

418
00:28:34,838 --> 00:28:37,090
หวังว่านี่จะเป็นวิธีที่ได้ผลสําหรับฉัน

419
00:28:37,716 --> 00:28:40,218
ผมอยากให้การทดสอบบอกว่าทําไมผมถึงไม่หิว

420
00:28:41,136 --> 00:28:44,764
และบอกความสัมพันธ์
ระหว่างอวัยวะของผมกับการกิน

421
00:28:45,557 --> 00:28:48,810
ฉันไม่เคยตรวจชุมชนจุลินทรีย์ในลําไส้มาก่อน

422
00:28:48,810 --> 00:28:52,939
ตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจเท่าไร

423
00:28:53,815 --> 00:28:55,817
สิ่งที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร

424
00:28:55,817 --> 00:28:58,903
เช่น การเปลี่ยนอาหาร
และดูแลทางเดินอาหารให้ดีขึ้น

425
00:28:58,903 --> 00:29:02,574
เป็นสิ่งที่เราทําได้
โดยไม่ต้องเข้ารับการทดสอบก่อน

426
00:29:04,075 --> 00:29:06,578
แต่ถ้าคุณแค่อยากทํา
การทดลองสนุกๆ ก็สามารถทําได้

427
00:29:06,578 --> 00:29:09,164
มันเป็นเครื่องมือที่ดีต่อการวิจัย

428
00:29:15,712 --> 00:29:20,341
ตอนที่เราเริ่มศึกษาชุมชนจุลินทรีย์
พวกเราใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง

429
00:29:21,259 --> 00:29:24,512
ผมกับเพื่อนร่วมงานเก็บอุจจาระของตัวเอง

430
00:29:24,512 --> 00:29:26,264
แล้วใส่ในตู้แช่แข็ง

431
00:29:28,057 --> 00:29:31,728
{\an8}เราเก็บกระดาษชําระที่ใช้แล้วไว้
แล้วเอาไม้สวอบป้าย

432
00:29:31,728 --> 00:29:33,980
{\an8}จนมีเศษอุจจาระติดมา ทําให้มันเป็นสีน้ําตาล

433
00:29:33,980 --> 00:29:35,732
แล้วเราก็สกัดดีเอ็นเอจากมัน

434
00:29:35,732 --> 00:29:39,819
แต่ตอนนี้เรามีตัวอย่างหลายล้านตัวอย่าง

435
00:29:39,819 --> 00:29:43,364
จากคนหลายพันคนในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

436
00:29:47,577 --> 00:29:49,829
ถ้าคุณเอาตัวอย่างจุลินทรีย์ของคุณให้ผม

437
00:29:49,829 --> 00:29:51,998
ผมคงบอกไม่ได้ว่า

438
00:29:51,998 --> 00:29:54,292
คุณป่วยหรือแข็งแรงแค่ไหน

439
00:29:54,959 --> 00:29:59,464
ผมต้องเปรียบเทียบคุณกับคนจํานวนมาก

440
00:29:59,464 --> 00:30:00,757
ถึงจะรู้ว่าคุณเป็นยังไง

441
00:30:02,342 --> 00:30:05,470
ชุมชนจุลินทรีย์ของคุณ
คล้ายกับคนที่เป็นหอบหืดหรือเปล่า

442
00:30:05,470 --> 00:30:06,554
คุณเป็นหอบหืดหรือเปล่า

443
00:30:06,554 --> 00:30:08,973
ชุมชนจุลินทรีย์ของคุณ
คล้ายกับคนที่เป็นโรคอ้วนหรือเปล่า

444
00:30:08,973 --> 00:30:10,475
คุณเป็นโรคอ้วนหรือเปล่า

445
00:30:10,475 --> 00:30:14,479
ถ้าคุณเป็นโรคเหล่านั้น ผมก็จะหาจุดร่วม
ที่ช่วยให้ผมตอบคําถามนั้นได้

446
00:30:15,814 --> 00:30:20,193
อุจจาระแต่ละช้อนมีข้อมูลหลายเทระไบต์

447
00:30:20,193 --> 00:30:22,779
ที่เข้ารหัสอยู่ในดีเอ็นเอของจุลินทรีย์

448
00:30:22,779 --> 00:30:27,450
{\an8}จุดบนหน้าจอแต่ละจุด
แสดงถึงความซับซ้อนของชุมชนจุลินทรีย์

449
00:30:27,450 --> 00:30:30,662
{\an8}ของคนหนึ่งคน ที่ถูกบีบอัดจนเหลือแค่จุดจุดเดียว

450
00:30:31,955 --> 00:30:34,374
ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า

451
00:30:34,374 --> 00:30:37,210
ตัวอย่างเหล่านี้มีจุลินทรีย์คล้ายกันแค่ไหน

452
00:30:37,210 --> 00:30:39,295
ตัวอย่างสองอันที่อยู่ใกล้กัน

453
00:30:39,295 --> 00:30:42,590
คือตัวอย่างที่มีชุมชนจุลินทรีย์คล้ายคลึงกัน

454
00:30:42,590 --> 00:30:44,259
ส่วนตัวอย่างที่อยู่ห่างกัน

455
00:30:44,259 --> 00:30:46,636
ก็จะมีชุมชนจุลินทรีย์ที่แตกต่างกัน

456
00:30:50,181 --> 00:30:52,642
ตอนที่เราเริ่มศึกษาชุมชนจุลินทรีย์ในลําไส้

457
00:30:52,642 --> 00:30:57,856
เราสันนิษฐานว่าถ้าเราสังเกต
ชุมชนจุลินทรีย์ของคนอเมริกันที่สุขภาพดี

458
00:30:57,856 --> 00:31:01,860
เราจะรู้ว่าชุมชนจุลินทรีย์ที่สุขภาพดีมีลักษณะยังไง

459
00:31:04,946 --> 00:31:08,366
กราฟเฉพาะทางนี้แสดงให้เห็น
ความแตกต่างระหว่างจุลินทรีย์

460
00:31:08,366 --> 00:31:11,077
{\an8}ของคนที่อาศัยในสังคมอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ด้านล่าง

461
00:31:11,077 --> 00:31:14,664
{\an8}และสังคมที่มีอุตสาหกรรมน้อยกว่าซึ่งอยู่ด้านบน

462
00:31:15,623 --> 00:31:19,669
{\an8}จะเห็นได้ชัดว่าชุมชนจุลินทรีย์
ในสังคมที่ไม่เป็นอุตสาหกรรม

463
00:31:19,669 --> 00:31:21,421
{\an8}มีความหลากหลายมากกว่า

464
00:31:22,881 --> 00:31:26,050
{\an8}ดังนั้น ถ้าเราสนใจแต่โลกตะวันตก

465
00:31:26,050 --> 00:31:31,389
{\an8}เราจะได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
เกี่ยวกับชุมชนจุลินทรีย์ที่สุขภาพดี

466
00:31:31,389 --> 00:31:33,850
{\an8}ในปัจจุบัน หรือในอดีต

467
00:31:39,480 --> 00:31:43,735
{\an8}(บาคุนเดเบซี เนปาล)

468
00:31:46,362 --> 00:31:49,073
ตรงนี้เดินลําบากนะ

469
00:31:52,577 --> 00:31:59,208
เราจะไปตามชุมชนแบบดั้งเดิม
แล้วขอให้คนบริจาคอึให้เรา

470
00:31:59,208 --> 00:32:01,169
- นมัสเต
- นมัสเต

471
00:32:03,838 --> 00:32:07,383
เวลาเราไปตามชุมชนแล้วถามว่า
"นี่ เราขออึของคุณได้ไหม"

472
00:32:07,383 --> 00:32:11,012
คนส่วนใหญ่จะตอบว่า "ไม่ อึเหรอ ไม่ อึ ไม่"

473
00:32:12,055 --> 00:32:17,602
แต่พอผมอธิบายว่าผมทําอะไร
พวกเขาก็บอกว่า "ได้ เอาสิ"

474
00:32:23,149 --> 00:32:27,403
ปรากฏว่าชุมชนจุลินทรีย์ในลําไส้ของคนในชนบท

475
00:32:27,403 --> 00:32:30,406
มีจุลินทรีย์หลายร้อยสายพันธุ์ที่ไม่พบใน

476
00:32:30,406 --> 00:32:32,825
ชุมชนจุลินทรีย์ในสังคมอุตสาหกรรม

477
00:32:34,911 --> 00:32:40,375
การศึกษาประชากรที่ยังใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม

478
00:32:40,375 --> 00:32:43,503
จะทําให้เราเข้าใจว่าจุลินทรีย์ชนิดไหน

479
00:32:43,503 --> 00:32:46,422
ขาดหายไปจากสังคมอุตสาหกรรม

480
00:32:47,423 --> 00:32:50,134
และมันส่งผลต่อสุขภาพ
ของประชากรโดยรวมอย่างไร

481
00:32:58,601 --> 00:33:00,144
{\an8}พร้อมไหมคะ

482
00:33:00,144 --> 00:33:01,980
{\an8}สวัสดีครับ มายา ยินดีที่ได้รู้จัก

483
00:33:01,980 --> 00:33:05,316
{\an8}คุณอยากคุยเรื่องผลการทดสอบตอนนี้เลยไหม

484
00:33:05,316 --> 00:33:06,651
อยากค่ะ

485
00:33:06,651 --> 00:33:10,863
{\an8}การวิจัยของเราพบว่าโดยรวมแล้ว
คุณสุขภาพแข็งแรงดี

486
00:33:10,863 --> 00:33:12,740
ดีกว่าค่าเฉลี่ย

487
00:33:12,740 --> 00:33:15,660
{\an8}ผักที่คุณกินทุกสัปดาห์ไม่ได้สูญเปล่า

488
00:33:15,660 --> 00:33:16,577
{\an8}เยี่ยมเลยค่ะ

489
00:33:16,577 --> 00:33:20,790
{\an8}พอดีฉันมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมการกินที่ไม่ปกติ

490
00:33:20,790 --> 00:33:23,710
ฉันจํากัดอาหารที่ตัวเองกิน

491
00:33:23,710 --> 00:33:26,295
{\an8}ครับ มายา มีหลายคนที่คิดเหมือนคุณ

492
00:33:26,295 --> 00:33:30,425
{\an8}พวกเขาคิดว่าการกินสลัดเคลที่ดีต่อสุขภาพทุกวัน

493
00:33:30,425 --> 00:33:32,552
{\an8}จะทําให้พวกเขาสุขภาพแข็งแรง

494
00:33:32,552 --> 00:33:35,179
แต่มันไม่ได้ดีต่อสุขภาพเท่าที่เราคิด

495
00:33:35,179 --> 00:33:37,223
ยิ่งเราทานอาหารที่หลากหลาย

496
00:33:37,223 --> 00:33:40,018
ชุมชนจุลินทรีย์ของเราก็ยิ่งอุดมสมบูรณ์

497
00:33:40,018 --> 00:33:43,062
เราจะมีแบคทีเรียในลําไส้หลายชนิดขึ้น

498
00:33:43,062 --> 00:33:48,276
และนั่นทําให้เรารับมือกับโรคภูมิแพ้
และภูมิแพ้อาหารแฝงได้ดีขึ้น

499
00:33:48,276 --> 00:33:50,945
{\an8}- ค่ะ
- ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การจํากัด

500
00:33:50,945 --> 00:33:54,657
{\an8}แต่อยู่ที่การเพิ่มชนิดของอาหาร

501
00:33:54,657 --> 00:33:56,743
{\an8}ที่เราสามารถกินได้

502
00:33:56,743 --> 00:34:01,539
ฉันคิดว่าปัญหาอย่างหนึ่งคือ
ฉันมีปัญหาด้านจิตใจที่ทําให้

503
00:34:01,539 --> 00:34:03,374
กินอาหารบางอย่าง เช่น เนื้อหมูไม่ได้

504
00:34:03,374 --> 00:34:07,003
และเวลากินอาหารพวกนั้น
บางครั้งฉันก็จะท้องเสีย

505
00:34:07,003 --> 00:34:09,130
{\an8}นี่เป็นเรื่องที่ฉันสามารถแก้ไขได้

506
00:34:09,130 --> 00:34:12,341
{\an8}หรือว่าฉันจะอดกินเบค่อนไปตลอดชีวิตคะ

507
00:34:12,925 --> 00:34:14,469
{\an8}อย่าพูดแบบนั้นสิ ฟังดูแย่มากเลย

508
00:34:16,345 --> 00:34:18,556
- ครับ มันยากใช่ไหม
- ค่ะ

509
00:34:18,556 --> 00:34:21,684
เราคิดว่าวิธีที่ช่วยได้คือ

510
00:34:21,684 --> 00:34:23,978
ให้เริ่มทานอาหารเหล่านี้ทีละน้อย

511
00:34:23,978 --> 00:34:26,773
{\an8}ทานแค่นิดเดียว พอเวลาผ่านไป

512
00:34:26,773 --> 00:34:29,150
{\an8}ก็ค่อยๆ เพิ่มปริมาณ

513
00:34:29,150 --> 00:34:32,779
ลองทานแค่นิดเดียวก่อน เริ่มทานอาหารเหล่านั้น

514
00:34:32,779 --> 00:34:35,364
ถ้าค่อยๆ ทําเป็นเวลาหลายเดือน

515
00:34:35,364 --> 00:34:40,661
คุณอาจจะเริ่มทานอาหารได้หลากหลายขึ้น

516
00:34:40,661 --> 00:34:44,540
ฉันคิดว่าการกินมันฝรั่งทอดทีละนิดฟังดูเข้าท่าดี

517
00:34:44,540 --> 00:34:46,000
{\an8}ให้ตายสิ ผมอยากกินบ้างแล้ว

518
00:34:46,000 --> 00:34:50,880
{\an8}ค่ะ เย่ น่าตื่นเต้นจัง
แค่คิดฉันก็รู้สึกตื้นตันใจแล้ว

519
00:34:50,880 --> 00:34:57,011
ขอโทษนะคะ แต่ใช่ค่ะ มันเป็นอะไรที่ยากมาก

520
00:35:03,017 --> 00:35:06,646
ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้กินมันฝรั่งทอดทีละนิด

521
00:35:08,523 --> 00:35:12,318
ค่อยๆ เปลี่ยนอาหารที่กินทีละนิด

522
00:35:13,111 --> 00:35:17,240
มันก็สนุกดี บางวันฉันก็กินมันฝรั่งทอดสามแผ่น

523
00:35:17,240 --> 00:35:19,158
โดยไม่รู้สึกแย่

524
00:35:20,243 --> 00:35:23,412
มันทําให้ฉันสงสัยว่าฉันกินสิ่งที่ควรกิน

525
00:35:23,412 --> 00:35:28,084
หรือว่าสารเคมีในสมองฉันเปลี่ยนไป

526
00:35:37,677 --> 00:35:41,556
{\an8}(นิวออร์ลีนส์ ลุยเซียนา)

527
00:35:45,476 --> 00:35:48,813
{\an8}ในความเห็นของคนทั้งโลก
และข้อมูลจากกราฟและแผนภูมิต่างๆ

528
00:35:48,813 --> 00:35:53,568
ฉันถือว่าเป็นโรคอ้วนขั้นรุนแรง
เพราะส่วนสูงและน้ําหนักของฉัน

529
00:35:55,194 --> 00:35:56,863
ฉันเคยพยายามควบคุมน้ําหนัก

530
00:35:56,863 --> 00:35:59,240
ฉันสมัครเป็นสมาชิกโรงยิมราคาแพง

531
00:36:00,491 --> 00:36:01,826
ฉันลองไดเอต

532
00:36:01,826 --> 00:36:05,580
ลองกินยาลดความอ้วน แต่มันไม่ได้ผล

533
00:36:06,497 --> 00:36:12,086
ช่วงแรกๆ ฉันจะลดน้ําหนักได้เยอะ
แต่มันก็เด้งกลับขึ้นมาอีก

534
00:36:14,005 --> 00:36:15,840
ครอบครัวฉันมีประวัติเป็นเบาหวาน

535
00:36:15,840 --> 00:36:19,051
ดังนั้น ถึงตอนนี้ฉันจะแข็งแรงอยู่
แต่ฉันก็อยากลดน้ําหนัก

536
00:36:19,051 --> 00:36:22,430
ก่อนที่จะเริ่มเป็นโรค

537
00:36:22,430 --> 00:36:24,640
ฉันอยากอยู่กับลูกๆ ให้นานที่สุด

538
00:36:26,893 --> 00:36:31,522
สังคมทําให้ผู้หญิงร่างใหญ่
รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่นๆ

539
00:36:32,315 --> 00:36:38,863
และฉันไม่ได้อยากผอมหรือหนัก 55 กิโล
ฉันแค่อยากสุขภาพดีขึ้น

540
00:36:39,906 --> 00:36:42,992
ฉันจะเป็นสาวอวบสุดแซ่บไปจนวันตาย

541
00:36:56,339 --> 00:36:58,633
เราสามารถพอใจกับร่างกายตัวเอง

542
00:36:58,633 --> 00:37:02,470
และคํานึงถึงสุขภาพไปด้วยได้
เพราะมันเป็นสิ่งจําเป็น

543
00:37:02,470 --> 00:37:05,640
(คาร์มา)

544
00:37:05,640 --> 00:37:08,434
เรื่องที่ฉันสงสัยเกี่ยวกับอาหารคือ

545
00:37:08,434 --> 00:37:10,686
คนอื่นๆ กินอะไรที่ฉันไม่กิน

546
00:37:10,686 --> 00:37:13,481
พวกเขาถึงลดน้ําหนักได้ ในขณะที่ฉันลดไม่ได้

547
00:37:20,613 --> 00:37:25,326
{\an8}ในฐานะแพทย์ เวลาเราอธิบายให้ผู้ป่วยฟัง

548
00:37:25,326 --> 00:37:28,788
ว่าทําไมพวกเขาถึงลดน้ําหนักไม่ได้

549
00:37:28,788 --> 00:37:32,833
{\an8}เรามักจะโทษตัวบุคคล โทษผู้ป่วย

550
00:37:35,169 --> 00:37:38,673
ประชาชนทําตามคําแนะนําของเรา

551
00:37:38,673 --> 00:37:40,091
มานานหลายสิบปีแล้ว

552
00:37:40,091 --> 00:37:45,471
แต่วิกฤตโรคอ้วนกลับไม่ชะลอหรือดีขึ้นเลย

553
00:37:48,975 --> 00:37:50,851
คําว่า "ไดเอต" ทําให้คนสับสน

554
00:37:50,851 --> 00:37:52,436
ไขมันต่ําเทียบกับคาร์โบไฮเดรตต่ํา

555
00:37:53,187 --> 00:37:56,691
{\an8}คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามันเหมือนกับการวิ่งสุดฝีเท้า

556
00:37:56,691 --> 00:37:59,318
{\an8}เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อลดน้ําหนัก

557
00:37:59,318 --> 00:38:02,154
พอเสร็จแล้วก็กลับไปกินอาหารแบบเดิมได้

558
00:38:02,154 --> 00:38:04,407
นั่นคือกินทุกอย่างที่อยากกิน

559
00:38:05,574 --> 00:38:09,578
แต่ความจริงแล้ว ไดเอตคือ
การเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปตลอดชีวิต

560
00:38:12,873 --> 00:38:17,336
อีกเหตุผลหนึ่งที่การไดเอตไม่ได้ผล
คือมันโฟกัสผิดจุด

561
00:38:17,336 --> 00:38:21,632
และนั่นอาจทําให้คนเข้าใจผิดได้

562
00:38:23,843 --> 00:38:27,096
เวลาเราติดฉลากบอกแคลอรีบนกล่อง เราคิดว่า

563
00:38:27,096 --> 00:38:28,764
"โอเค นี่คือปริมาณพลังงาน

564
00:38:28,764 --> 00:38:31,851
ที่เราทุกคนจะได้รับ
ถ้าเรากินอาหารอย่างเดียวกันนี้"

565
00:38:31,851 --> 00:38:33,644
แต่นั่นไม่เป็นความจริงเลย

566
00:38:38,107 --> 00:38:42,611
ถ้าเราเอาแอปเปิลที่เหมือนกันเป๊ะให้คนสามคน

567
00:38:42,611 --> 00:38:47,575
แต่ละคนจะตอบสนองต่อแอปเปิลไม่เหมือนกัน

568
00:38:52,913 --> 00:38:54,790
รู้ใช่ไหมว่าฉันกินไม่ได้

569
00:38:55,624 --> 00:38:58,544
พวกเขาจะย่อยและดูดซึมไม่เหมือนกัน

570
00:38:58,544 --> 00:39:02,214
พวกเขาจะดึงสารอาหารไปใช้ได้ไม่เหมือนกัน

571
00:39:04,175 --> 00:39:06,802
พวกเขาจะดึงพลังงานไปใช้ได้ไม่เท่ากัน

572
00:39:07,636 --> 00:39:10,639
เราคิดมาตลอดว่า "โอเค มันขึ้นอยู่กับแคลอรี"

573
00:39:10,639 --> 00:39:12,600
"ถ้าฉันกับคุณกินอาหารแบบเดียวกัน

574
00:39:12,600 --> 00:39:15,144
สุดท้ายก็ควรจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน"

575
00:39:15,144 --> 00:39:17,396
แต่มันไม่จริงเลย

576
00:39:18,856 --> 00:39:21,609
ดังนั้น แทนที่จะตรวจวัดแอปเปิล

577
00:39:21,609 --> 00:39:24,528
เราต้องเริ่มตรวจวัดคนที่กินแอปเปิล

578
00:39:25,821 --> 00:39:29,867
ตอนนี้เราจะสังเกตระดับกลูโคสในเลือด
หลังกินอาหารสองชั่วโมง

579
00:39:29,867 --> 00:39:33,704
เพราะเราเข้าใจว่า
ระดับน้ําตาลในเลือดหลังกินอาหาร

580
00:39:33,704 --> 00:39:37,458
เกี่ยวข้องโดยตรงกับการลดและเพิ่มน้ําหนัก

581
00:39:38,292 --> 00:39:41,253
และการเกิดโรคหลายชนิด

582
00:39:43,714 --> 00:39:44,924
เยี่ยม

583
00:39:44,924 --> 00:39:47,134
ทาครีมชีสนิดหนึ่ง

584
00:39:49,345 --> 00:39:51,680
{\an8}เช้านี้ผมต้องเช็กระดับน้ําตาลในเลือด

585
00:39:51,680 --> 00:39:52,973
โดยเฉพาะหลังมื้อนี้

586
00:39:52,973 --> 00:39:54,433
มาดูกันว่าใครจะชนะ

587
00:39:55,393 --> 00:39:57,186
ตายแล้ว ของคุณขึ้นเร็วมาก

588
00:39:57,186 --> 00:39:59,522
{\an8}- ครั้งนี้ผมชนะขาดลอยเลย
- ใช่

589
00:39:59,522 --> 00:40:01,232
{\an8}เบเกิลทําให้ผมเป็นแบบนี้

590
00:40:01,232 --> 00:40:02,733
{\an8}ของฉันปกติดี

591
00:40:07,822 --> 00:40:10,991
หนึ่งในงานวิจัยสําคัญเกี่ยวกับชุมชนจุลินทรีย์

592
00:40:10,991 --> 00:40:15,079
คืองานวิจัยที่นําโดยเจฟฟ์ กอร์ดอน
เขาศึกษาแฝดเหมือน

593
00:40:15,079 --> 00:40:18,374
โดยที่แฝดคนหนึ่งเป็นโรคอ้วน ขณะที่อีกคนผอม

594
00:40:18,374 --> 00:40:23,379
เขานําแบคทีเรียในลําไส้ของแฝดอ้วน

595
00:40:23,379 --> 00:40:25,714
และแฝดผอมไปปลูกถ่ายในหนู

596
00:40:26,507 --> 00:40:30,886
หนูที่ได้รับแบคทีเรียจากแฝดอ้วน

597
00:40:30,886 --> 00:40:35,224
มีน้ําหนักเพิ่มขึ้นมากกว่า
หนูที่ได้รับแบคทีเรียจากแฝดผอม

598
00:40:35,224 --> 00:40:38,394
แม้ว่าจะกินอาหารเหมือนกัน

599
00:40:41,272 --> 00:40:44,442
และนั่นช่วยให้เราเข้าใจว่าทําไมคนบางคน

600
00:40:44,442 --> 00:40:47,153
ถึงลดน้ําหนักยากกว่าคนอื่นๆ

601
00:40:48,362 --> 00:40:50,698
มีบางคนที่น้ําหนักลงแล้วขึ้น

602
00:40:50,698 --> 00:40:53,576
ลงแล้วขึ้นจนหนักกว่าเดิม
ลงแล้วขึ้นจนหนักกว่าเดิม

603
00:40:53,576 --> 00:40:54,618
เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

604
00:40:55,870 --> 00:40:57,913
เราคิดว่าชุมชนจุลินทรีย์อาจเป็นคําตอบ

605
00:40:59,915 --> 00:41:06,297
เราอาจต้องไดเอตนาน 9 ถึง 12 เดือน
เพื่อปรับระบบนิเวศ

606
00:41:06,297 --> 00:41:09,633
เพื่อป้องกันไม่ให้น้ําหนักถาโถมกลับมา

607
00:41:09,633 --> 00:41:11,552
ตอนที่เราเริ่มกินแฮมเบอร์เกอร์อีกครั้ง

608
00:41:18,392 --> 00:41:22,605
ด้วยข้อมูลจุลินทรีย์ที่เรารวบรวมจากหลายๆ คน

609
00:41:23,481 --> 00:41:28,402
เราสามารถคาดเดาได้ว่า
อาหารแบบไหนเหมาะสําหรับใคร

610
00:41:28,402 --> 00:41:31,739
โดยใช้ระดับน้ําตาลในเลือดเป็นเกณฑ์

611
00:41:32,990 --> 00:41:34,658
หอยนางรม เยี่ยม

612
00:41:35,326 --> 00:41:37,912
กินแซนด์วิชมะเขือม่วงไม่ได้ แย่จัง

613
00:41:38,746 --> 00:41:43,042
สําหรับคนอย่างฉันที่มักจะหมกมุ่นจนเกินควร

614
00:41:43,584 --> 00:41:47,796
การให้คะแนนอาหารเป็นวิธีที่ไม่ดีเท่าไร

615
00:41:47,796 --> 00:41:50,341
ลองใส่ฮอตดอกดู

616
00:41:50,341 --> 00:41:53,844
ฮอตดอกกับขนมปังอยู่ในหมวดสีเหลือง

617
00:41:53,844 --> 00:41:56,639
- ก็ไม่แย่ใช่ไหม
- ไม่แย่ แต่ก็ไม่ดี

618
00:41:56,639 --> 00:41:59,183
แต่ถ้าใส่ชีสกับอะโวคาโด คะแนนจะดีขึ้น

619
00:41:59,183 --> 00:42:00,809
ผมชอบอะโวคาโดนะ

620
00:42:00,809 --> 00:42:01,894
ยอดไปเลย

621
00:42:01,894 --> 00:42:04,355
ยิ่งใส่ท็อปปิ้งหลายอย่างก็ยิ่งดี

622
00:42:06,273 --> 00:42:11,695
ตายแล้ว สันในหมู แปลว่าเนื้อหมูเป็นของดีเหรอ

623
00:42:11,695 --> 00:42:13,572
อย่าได้ตอบว่าไม่เชียว

624
00:42:13,572 --> 00:42:15,991
(รายการโปรด
ไส้กรอกไก่และไข่)

625
00:42:19,787 --> 00:42:20,996
ไง คิมมี่

626
00:42:20,996 --> 00:42:22,581
ไง แอนนี่

627
00:42:22,581 --> 00:42:23,999
- ไง คิมมี่
- ไง เอราน

628
00:42:24,792 --> 00:42:26,919
{\an8}ก่อนหน้านี้ คุณถามว่า

629
00:42:26,919 --> 00:42:30,005
{\an8}ทําไมเวลาคุณพยายามลดน้ําหนัก คุณถึงทําไม่ได้

630
00:42:30,631 --> 00:42:33,425
เราดูชุมชนจุลินทรีย์ของคุณ

631
00:42:33,425 --> 00:42:37,346
และเห็นว่าชุมชนจุลินทรีย์ของคุณ
ไม่ค่อยมีความหลากหลาย

632
00:42:37,346 --> 00:42:40,891
โดยเฉพาะแบคทีเรียสกุลหนึ่ง

633
00:42:40,891 --> 00:42:43,102
ที่เรียกว่าพรีโวเทลลา คุณไม่มีเลย

634
00:42:43,102 --> 00:42:44,061
ตายแล้ว

635
00:42:44,061 --> 00:42:47,982
คนที่ไม่มีพรีโวเทลลา

636
00:42:47,982 --> 00:42:50,234
จะลดน้ําหนักได้ยาก

637
00:42:50,234 --> 00:42:52,194
อีกอย่างที่เราพบคือ

638
00:42:52,194 --> 00:42:56,282
{\an8}ลําไส้ของคุณมีแบคทีเรียอีกสามชนิด

639
00:42:56,282 --> 00:42:58,158
{\an8}ที่มีปริมาณต่ํา

640
00:42:58,158 --> 00:43:02,621
{\an8}พวกมันเกี่ยวข้องกับการสร้าง
ฮอร์โมนในระบบทางเดินอาหาร

641
00:43:02,621 --> 00:43:04,039
{\an8}ที่ทําให้เรารู้สึกอิ่ม

642
00:43:04,039 --> 00:43:05,958
{\an8}นี่อาจเป็นสาเหตุที่คุณหิวอยู่ตลอดเวลา

643
00:43:06,458 --> 00:43:11,880
แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบคทีเรียตัวเดียว
เพราะแบคทีเรียไม่ได้ทํางานตามลําพัง

644
00:43:11,880 --> 00:43:16,051
เราต้องเข้าใจว่ามันทํางานยังไง
เวลาอยู่ในระบบนิเวศ

645
00:43:16,051 --> 00:43:19,013
เราถึงต้องวิเคราะห์ชุมชนจุลินทรีย์โดยรวม

646
00:43:19,013 --> 00:43:20,681
เข้าใจไหมคะ

647
00:43:20,681 --> 00:43:24,393
แน่นอนค่ะ ที่จริงฉันรู้สึกทึ่งมาก

648
00:43:24,393 --> 00:43:26,103
การที่เราสามารถ

649
00:43:27,104 --> 00:43:29,565
รู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวฉัน

650
00:43:30,232 --> 00:43:31,775
จากการตรวจอึ

651
00:43:33,110 --> 00:43:36,947
{\an8}แต่ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกว่ามันยากมาก

652
00:43:36,947 --> 00:43:40,367
{\an8}ทําไมฉันถึงรู้สึกเหมือนติดแหง็ก

653
00:43:41,076 --> 00:43:42,411
ฉันติดแหง็กหรือเปล่า

654
00:43:42,411 --> 00:43:43,996
ไม่ค่ะ คุณไม่ได้ติดแหง็ก

655
00:43:43,996 --> 00:43:48,584
มองในแง่ดีคือ คุณมาถึงจุดนี้ได้
คุณก็ออกจากจุดนี้ได้

656
00:43:49,293 --> 00:43:53,088
ผมคิดว่าคุณควรปรับรูปแบบการใช้ชีวิต

657
00:43:53,088 --> 00:43:55,549
ด้วยการเปลี่ยนอาหาร

658
00:43:55,549 --> 00:43:58,344
ให้เข้ากับแบคทีเรียดีที่คุณมี

659
00:43:58,344 --> 00:43:59,303
ใช่ค่ะ

660
00:43:59,303 --> 00:44:02,348
เราจะหาสิ่งที่คุณสามารถทําได้อย่างเพลิดเพลิน

661
00:44:02,348 --> 00:44:05,601
และทําได้เป็นเวลานาน

662
00:44:05,601 --> 00:44:07,311
และดีต่อสุขภาพของคุณด้วย

663
00:44:07,311 --> 00:44:11,899
{\an8}เราคุยเรื่องกฎเอบีซี
ที่แปลว่า นับอยู่เสมอ กันไปแล้ว

664
00:44:11,899 --> 00:44:14,401
{\an8}ไม่ใช่นับแคลอรี แต่ขอให้คุณนับ

665
00:44:14,401 --> 00:44:20,240
{\an8}ผักผลไม้ที่กินในแต่ละสัปดาห์

666
00:44:20,240 --> 00:44:23,410
สัก 20 ถึง 30 ชนิด ถือว่ากําลังดี

667
00:44:23,410 --> 00:44:24,328
ได้ค่ะ

668
00:44:25,621 --> 00:44:27,748
มันทําให้อะไรๆ ชัดเจนขึ้น

669
00:44:27,748 --> 00:44:32,044
แบคทีเรียที่ต่างกัน การใช้ชีวิตที่ต่างกัน

670
00:44:32,044 --> 00:44:34,672
สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้คน

671
00:44:34,672 --> 00:44:39,760
ในเวลาที่ต่างกัน นําไปสู่ผลลัพธ์ที่ต่างกัน

672
00:44:43,681 --> 00:44:45,182
ชีวิตฉันวุ่นวายมาก

673
00:44:46,058 --> 00:44:48,477
ฉันมีคนที่ต้องดูแลหลายคน

674
00:44:49,061 --> 00:44:51,980
แม่ฉันป่วย ฉันดูแลท่านอยู่ตลอดเวลา

675
00:44:53,232 --> 00:44:56,485
ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกที่น่ารักสามคน

676
00:44:57,486 --> 00:45:02,574
ลูกชายฉันเป็นออทิสติก ฉันเลยต้องคอยสอนเขา

677
00:45:05,619 --> 00:45:09,581
การกินอาหารในบ้านที่มีคนหลายช่วงวัย

678
00:45:10,165 --> 00:45:13,502
ที่ต้องการอะไรไม่เหมือนกัน
เราต้องทําอาหารให้ตัวเอง

679
00:45:13,502 --> 00:45:15,295
และทําอาหารให้พวกเขา

680
00:45:16,255 --> 00:45:18,882
บางทีมันก็ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

681
00:45:20,968 --> 00:45:26,473
ดังนั้น ฉันจะให้ลูกๆ ช่วยกันเลือก
อาหารอย่างหนึ่งที่ทุกคนชอบ

682
00:45:26,473 --> 00:45:27,683
นั่นคือสิ่งที่ฉันจะทํา

683
00:45:37,401 --> 00:45:40,988
ผมมั่นใจว่าผมกินฮอตดอกไป
เป็นหมื่นอันตั้งแต่เริ่มทําอาชีพนี้

684
00:45:40,988 --> 00:45:43,073
{\an8}(ทาเครุ "โคบี้" โคบายาชิ
แชมป์โลกแข่งกินจุ)

685
00:46:00,174 --> 00:46:05,304
ผมเป็นคนญี่ปุ่น แต่ผมกินเหมือนคนอเมริกัน

686
00:46:05,304 --> 00:46:11,143
ผมคิดว่านั่นส่งผลร้ายต่อร่างกายผม

687
00:46:12,227 --> 00:46:15,355
{\an8}(เกียวโต ญี่ปุ่น)

688
00:46:17,232 --> 00:46:18,734
ว้าว กลิ่นนี่

689
00:46:19,443 --> 00:46:22,446
นี่อาหารญี่ปุ่นของแท้เลยใช่ไหม

690
00:46:22,446 --> 00:46:26,033
สวยจัง

691
00:46:30,120 --> 00:46:33,248
การแข่งกินจุมีผลเสียต่อกระเพาะหรือเปล่า

692
00:46:33,248 --> 00:46:35,417
เวลาออกไปข้างนอกด้วยกัน

693
00:46:35,417 --> 00:46:38,462
คนอื่นๆ กินเยอะกว่าคุณอีก

694
00:46:38,462 --> 00:46:39,671
ก็นั่นน่ะสิ

695
00:46:39,671 --> 00:46:42,090
โคบี้คิดว่าเขาอาจจะกระเพาะพัง

696
00:46:42,090 --> 00:46:44,510
เขาไม่รู้สึกหิวหรืออิ่ม

697
00:46:44,510 --> 00:46:47,596
- เขาไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย
- จริงเหรอ

698
00:46:47,596 --> 00:46:51,266
บางครั้งเขาก็นึกขึ้นได้ว่า
ไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว

699
00:46:51,266 --> 00:46:53,644
ขนาดนั้นเลยเหรอ

700
00:46:53,644 --> 00:46:57,815
ผมรู้สึกว่ายิ่งกินเยอะเท่าไร
โดยเฉพาะอาหารขยะ

701
00:46:57,815 --> 00:47:00,442
ร่างกายก็ยิ่งแย่

702
00:47:03,654 --> 00:47:05,697
ตั้งแต่ผมเริ่มทําอาชีพนี้มา

703
00:47:05,697 --> 00:47:09,034
ผมอยากรู้ว่าร่างกายผม

704
00:47:09,535 --> 00:47:12,955
ได้รับความเสียหายยังไงบ้าง

705
00:47:16,834 --> 00:47:22,881
ผมอยากรู้ว่าสมองและระบบประสาท
ของผมเสียหายยังไงบ้าง

706
00:47:29,179 --> 00:47:31,890
แต่ก่อน เวลาฉันนึกถึงตัวเอง

707
00:47:31,890 --> 00:47:34,309
ฉันคิดว่าตัวเองคือหัวกับสมอง กับส่วนที่เหลือ

708
00:47:34,309 --> 00:47:37,396
ฉันคิดแบบนี้มาตลอด ความรู้สึกต่างๆ

709
00:47:37,396 --> 00:47:39,731
ความคิดต่างๆ มีต้นกําเนิดมาจากตรงนี้

710
00:47:39,731 --> 00:47:43,443
และนี่อาจจะฟังดูงี่เง่านิดหน่อย
แต่มันทําให้ฉันนึกถึง

711
00:47:43,443 --> 00:47:45,487
เวลาหลานฉันวาดรูปคน

712
00:47:45,487 --> 00:47:47,948
มีแค่หัวกับขาเล็กๆ สองข้าง

713
00:47:47,948 --> 00:47:51,493
ตอนนี้เรารู้แล้วว่าระบบทางเดินอาหาร
เป็นที่ปรึกษาคนสําคัญของสมอง

714
00:47:51,493 --> 00:47:54,121
มันรวบรวมข้อมูลแล้วส่งไปให้สมอง

715
00:47:54,121 --> 00:47:56,665
ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกของเรา

716
00:47:59,001 --> 00:48:01,712
{\an8}ทุกคนรู้จักสมองอันแรกที่อยู่ตรงนี้

717
00:48:01,712 --> 00:48:05,841
{\an8}แต่เรามีสมองอันที่สองอยู่ในท้องด้วย

718
00:48:05,841 --> 00:48:09,052
และสมองอันที่สองนี้มีเส้นประสาท

719
00:48:09,052 --> 00:48:10,679
มากกว่าในไขสันหลังซะอีก

720
00:48:12,389 --> 00:48:17,477
แกนระหว่างทางเดินอาหารและสมอง
เป็นระบบสื่อสารสองทาง

721
00:48:17,477 --> 00:48:21,565
ระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นในท้อง
กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของเรา

722
00:48:22,357 --> 00:48:25,569
คิดซะว่าสมองกับทางเดินอาหารเป็นเพื่อนซี้กัน

723
00:48:26,069 --> 00:48:28,030
ถ้าอันหนึ่งเกิดรวนขึ้นมา

724
00:48:28,030 --> 00:48:30,490
อีกอันก็จะรวนไปด้วย

725
00:48:31,074 --> 00:48:34,578
นี่อาจเป็นสิ่งที่ทําให้เรามีความสุขกับอาหารที่กิน

726
00:48:34,578 --> 00:48:37,539
และบอกว่าเราควรกินอะไร กินเมื่อไหร่

727
00:48:37,539 --> 00:48:40,959
และไม่ใช่แค่จุลินทรีย์ที่ส่งผลต่อสมองของเรา

728
00:48:40,959 --> 00:48:45,797
แต่อาหารที่เรากินส่งผลต่อจุลินทรีย์
ซึ่งส่งผลต่อสมอง

729
00:48:47,883 --> 00:48:51,345
{\an8}(คอร์ก ไอร์แลนด์)

730
00:48:51,345 --> 00:48:53,722
(อิงลิชมาร์เก็ต คอร์ก)

731
00:48:59,853 --> 00:49:04,066
วันนี้เราอยู่ที่อิงลิชมาร์เก็ตในไอร์แลนด์

732
00:49:04,066 --> 00:49:06,568
นี่คือที่ที่ผมไปซื้อของในวันเสาร์

733
00:49:07,986 --> 00:49:11,782
ผมเอารายการของที่ต้องซื้อมาด้วย
แต่ไม่เคยได้ใช้สักครั้ง

734
00:49:12,616 --> 00:49:15,327
กลิ่น สีสัน ทุกอย่างที่นี่ดึงดูดเรา

735
00:49:15,327 --> 00:49:18,830
แต่ระบบทางเดินอาหาร
ก็อาจพาเราไปหาของที่ไม่ควรกินด้วย

736
00:49:20,874 --> 00:49:25,170
เราคิดว่าอาหารที่เราเลือกกิน
ขึ้นอยู่กับสมองของเราล้วนๆ

737
00:49:25,170 --> 00:49:28,507
แต่ถ้ามันเป็นสัญญาณจากระบบทางเดินอาหาร

738
00:49:28,507 --> 00:49:31,176
ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังล่ะ

739
00:49:32,469 --> 00:49:35,180
นี่เป็นของที่จุลินทรีย์ของผมชอบมาก

740
00:49:35,180 --> 00:49:37,683
แต่ผมก็ต้องรู้สึกขัดแย้งในใจ

741
00:49:37,683 --> 00:49:41,269
เพราะมันจะทําให้ผมน้ําหนักขึ้น

742
00:49:44,189 --> 00:49:47,401
ระดับความหิวและความถี่ที่เราอยากกินอาหาร

743
00:49:47,401 --> 00:49:51,989
อาจเกิดจากแบคทีเรียกลุ่มเล็กๆ
ในลําไส้ที่บอกว่า

744
00:49:51,989 --> 00:49:55,325
"ฉันอยากกินเฟรนช์ฟรายจะแย่แล้ว"
หรืออะไรทํานองนั้น

745
00:49:56,493 --> 00:49:58,912
{\an8}ถ้าเรากินน้ําตาลเยอะ
เราก็จะมีจุลินทรีย์ที่ชอบน้ําตาล

746
00:49:58,912 --> 00:50:01,123
{\an8}ถ้าเรากินไขมันเยอะ
เราก็จะมีจุลินทรีย์ที่ชอบไขมัน

747
00:50:01,915 --> 00:50:05,627
เวลาผมไปประเทศจีน
ผมไม่ค่อยได้กินอาหารที่มีน้ําตาล

748
00:50:05,627 --> 00:50:07,921
เพราะอาหารจีนมีน้ําตาลต่ํา

749
00:50:07,921 --> 00:50:11,174
ระหว่างนั้นผมจะไม่อยากกินช็อกโกแลตเลย

750
00:50:11,174 --> 00:50:14,636
ปกติเวลาอยู่ในอเมริกาเหนือ
ผมอยากกินช็อกโกแลตทุกวัน

751
00:50:15,637 --> 00:50:17,097
- อรุณสวัสดิ์ครับ
- อรุณสวัสดิ์ค่ะ

752
00:50:17,097 --> 00:50:18,765
- เป็นยังไงบ้าง
- สบายดีค่ะ คุณล่ะ

753
00:50:18,765 --> 00:50:20,058
สบายดีครับ

754
00:50:20,058 --> 00:50:21,184
อรุณสวัสดิ์ครับ

755
00:50:23,562 --> 00:50:26,189
วันนี้จุลินทรีย์ของผมชนะ

756
00:50:26,189 --> 00:50:29,276
ดังนั้น เราจะกินช็อกโกแลต

757
00:50:31,611 --> 00:50:33,655
ฉันมักจะอยากอาหารบางอย่างเป็นพิเศษ

758
00:50:33,655 --> 00:50:39,327
บางครั้งฉันก็อยากกินแต่สเต๊กดิบๆ

759
00:50:40,245 --> 00:50:43,874
ฉันพยายามไม่สนใจความอยากพวกนั้น
แล้วทําเป็นลืมๆ มันไป

760
00:50:43,874 --> 00:50:46,418
แต่ฉันจะพยายามฟังเสียงร่างกายให้มากขึ้น

761
00:50:46,418 --> 00:50:49,588
ร่างกายฉันต้องการไอศกรีม
ขนมหวาน หรือแฮมเบอร์เกอร์

762
00:50:51,256 --> 00:50:53,133
ถ้าฉันกินได้ก็ดีสิ

763
00:50:53,884 --> 00:50:57,596
ฉันชอบอาหารทะเล ฉันพยายาม
กินอาหารทะเลให้มากที่สุดเท่าที่ทําได้

764
00:50:57,596 --> 00:51:00,265
ผมเคยอยากกิน

765
00:51:01,308 --> 00:51:04,978
เค้กกับแกงกะหรี่ สมัยผมยังเด็กๆ

766
00:51:04,978 --> 00:51:09,649
เดี๋ยวนี้ผมไม่รู้สึกถึง
ความสุขของการกินแบบนั้นแล้ว

767
00:51:13,070 --> 00:51:18,909
มีความเป็นไปได้สูงว่าการย่อยอาหาร
เป็นการคิดรูปแบบแรกที่เกิดขึ้นในสัตว์

768
00:51:18,909 --> 00:51:22,537
มันมีไว้เพื่อให้เส้นประสาทรู้ถึงคุณภาพของอาหาร

769
00:51:22,537 --> 00:51:26,500
รู้ว่าเนื้อเยื่อรอบข้างเป็นยังไง
มีเซลล์ภูมิคุ้มกันแบบไหนผ่านมาบ้าง

770
00:51:26,500 --> 00:51:28,919
พอระบบตรงนี้ทํางานได้ดี

771
00:51:28,919 --> 00:51:31,963
ร่างกายถึงสร้างส่วนต่อขยาย
ซึ่งก็คือสมองที่อยู่ตรงนี้

772
00:51:31,963 --> 00:51:33,340
เพื่อประสานระหว่างสัมผัสต่างๆ

773
00:51:39,221 --> 00:51:41,932
สวัสดีค่ะ คิมมี่ ถึงคิวคุณแล้ว
ช่วยเข้ามาด้านหลังด้วยค่ะ

774
00:51:44,643 --> 00:51:47,854
วันนี้ผมจะทําเอ็มอาร์ไอ

775
00:51:49,856 --> 00:51:52,359
ผมกังวลนิดหน่อย

776
00:51:54,528 --> 00:51:59,950
แต่ผมตั้งตารอที่จะเข้าใจว่า
เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของผม

777
00:52:03,912 --> 00:52:05,747
ฉันยังสับสนนิดหน่อย

778
00:52:05,747 --> 00:52:08,542
ฉันพยายามหาว่าร่างกายฉันทํางานยังไง

779
00:52:08,542 --> 00:52:10,669
ต่อไปฉันจะได้เป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้น

780
00:52:15,090 --> 00:52:17,008
เอาล่ะ คิมมี่ อยู่ในนั้นเป็นยังไงบ้างคะ

781
00:52:17,008 --> 00:52:18,218
ดีค่ะ

782
00:52:18,218 --> 00:52:22,848
เดี๋ยวเราจะให้คุณดูรูปภาพจํานวนหนึ่ง

783
00:52:22,848 --> 00:52:24,933
เราจะขอให้คุณดูมัน

784
00:52:24,933 --> 00:52:27,936
- เหมือนดูทีวีหรือดูหนัง โอเคนะคะ
- โอเคค่ะ

785
00:52:30,105 --> 00:52:33,483
เรากําลังสังเกตกิจกรรมภายในสมอง

786
00:52:34,693 --> 00:52:39,906
ดูว่าคิมมี่กับโคบี้ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
ในกรณีนี้คืออาหาร ยังไง

787
00:52:41,491 --> 00:52:44,077
เรามีของหวานแคลอรีสูง

788
00:52:44,077 --> 00:52:46,454
และของคาวที่มีไขมันและแคลอรีสูง

789
00:52:47,372 --> 00:52:51,835
สิ่งที่เราเห็นในสมองของคิมมี่คือ
เวลาคิมมี่เห็นอาหาร

790
00:52:51,835 --> 00:52:55,589
สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์จะถูกกระตุ้น

791
00:52:55,589 --> 00:52:57,465
แต่ที่สําคัญกว่านั้น

792
00:52:57,465 --> 00:53:02,304
ความสามารถในการควบคุม
การตอบสนองทางอารมณ์จะลดลง

793
00:53:03,972 --> 00:53:07,809
สําหรับโคบี้ มันซับซ้อนกว่านั้น

794
00:53:08,560 --> 00:53:11,021
ความหิวเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน

795
00:53:11,021 --> 00:53:13,315
มีหลายระบบที่เกี่ยวข้อง

796
00:53:13,315 --> 00:53:15,734
สมอง ชุมชนจุลินทรีย์ในลําไส้

797
00:53:15,734 --> 00:53:21,990
การอักเสบ แต่ก็รวมถึงอารมณ์
ความทรงจํา และสภาพแวดล้อมด้วย

798
00:53:23,200 --> 00:53:25,911
มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับความหิว

799
00:53:25,911 --> 00:53:27,954
และเราต้องคํานึงถึงทั้งร่างกาย

800
00:53:29,581 --> 00:53:34,169
หมอถูกแบ่งเป็นหมอเฉพาะทาง
ที่สนใจแค่อวัยวะอย่างเดียวเป็นหลัก

801
00:53:34,169 --> 00:53:37,631
โดยแทบไม่สนใจส่วนที่เหลือในร่างกาย

802
00:53:37,631 --> 00:53:41,551
มันทําให้เราไม่เข้าใจว่า
ทุกอย่างเกี่ยวข้องกันยังไง

803
00:53:41,551 --> 00:53:44,346
ความงามของชุมชนจุลินทรีย์คือมันอยู่ทั่วร่างกาย

804
00:53:44,346 --> 00:53:46,514
และมันส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย

805
00:53:48,975 --> 00:53:50,894
เราต้องคิดแบบองค์รวมให้มากกว่านี้

806
00:53:50,894 --> 00:53:55,065
เรื่องหนึ่งที่ผมสนใจมากคือ

807
00:53:55,065 --> 00:54:00,362
เวลาที่เรามีปัญหาระบบทางเดินอาหาร
ร่วมกับปัญหาสมอง

808
00:54:00,362 --> 00:54:04,491
และมันเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป
มันพบได้ทั่วไปในผู้ป่วยออทิสติก

809
00:54:04,491 --> 00:54:09,329
พาร์กินสัน รวมถึงโรคจิตเวช
ที่เกี่ยวข้องกับความเครียด

810
00:54:09,329 --> 00:54:11,289
อย่างโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า

811
00:54:11,289 --> 00:54:15,710
คําถามคืออะไรเกิดก่อนกัน

812
00:54:19,589 --> 00:54:21,508
ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา

813
00:54:21,508 --> 00:54:24,302
เราพบว่าคนที่มีอาการคล้ายซึมเศร้า

814
00:54:24,302 --> 00:54:27,097
ขาดแบคทีเรียในลําไส้ที่ผลิตสารเคมี

815
00:54:27,097 --> 00:54:28,890
ที่ส่งผลต่อสารเคมีในสมอง

816
00:54:28,890 --> 00:54:30,850
นั่นทําให้ความรู้สึกของเราเปลี่ยนไป

817
00:54:30,850 --> 00:54:35,563
และเราเชื่อว่ามันอาจก่อให้เกิด
อาการคล้ายซึมเศร้าได้

818
00:54:37,816 --> 00:54:41,903
เมื่อเรานําจุลินทรีย์จากคนที่สุขภาพดี
ไปปลูกถ่ายในหนูปกติ

819
00:54:41,903 --> 00:54:44,823
แล้วให้โอกาสพวกมันได้สํารวจ

820
00:54:46,241 --> 00:54:51,037
พวกมันจะอยากเห็นที่ที่มีแสงสว่าง
และมักจะอยากรู้อยากเห็น

821
00:54:51,037 --> 00:54:54,958
แต่ถ้าเราปลูกถ่ายจุลินทรีย์
จากคนที่เป็นโรคซึมเศร้า

822
00:54:55,542 --> 00:54:57,669
พวกมันจะซุกตัวอยู่ในที่มืด

823
00:54:57,669 --> 00:55:02,090
และเกิดความเครียด วิตกกังวล และซึมเศร้า

824
00:55:06,094 --> 00:55:09,389
เราพบการเปลี่ยนแปลง
ในสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับเซโรโทนิน

825
00:55:09,389 --> 00:55:12,517
ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ควบคุมอารมณ์
ในลําไส้และสมองของหนู

826
00:55:14,019 --> 00:55:16,396
พอเราปลูกถ่ายแบคทีเรีย

827
00:55:16,396 --> 00:55:19,441
ที่มักจะขาดหายไป
ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าให้กับสัตว์

828
00:55:19,441 --> 00:55:22,861
มันทําให้อาการซึมเศร้าทุเลาลง

829
00:55:22,861 --> 00:55:27,157
พวกมันอาจยังเป็นโรคซึมเศร้าอยู่
แต่มันมีความรุนแรงน้อยลง

830
00:55:31,077 --> 00:55:34,914
ครับ มันสมเหตุสมผลนะ

831
00:55:34,914 --> 00:55:38,626
เวลาที่ผมฝึกเพื่อเตรียมแข่ง

832
00:55:38,626 --> 00:55:41,963
ผมรู้สึกก้าวร้าว

833
00:55:42,547 --> 00:55:47,135
และไม่อยากคุยกับคนอื่น

834
00:55:49,471 --> 00:55:55,518
มันน่ากลัวนะที่สมอง
กับทางเดินอาหารเกี่ยวพันกันขนาดนี้

835
00:55:56,728 --> 00:56:00,106
มันทําให้ผมอยากระวัง
เรื่องอาหารการกินให้มากขึ้น

836
00:56:01,066 --> 00:56:05,111
{\an8}(แซนดีเอโก แคลิฟอร์เนีย)

837
00:56:06,988 --> 00:56:08,156
สุดยอดเลย

838
00:56:09,657 --> 00:56:11,659
ให้ตายสิ ลูกเล่นเก่งมากนะ

839
00:56:12,952 --> 00:56:17,499
ในฐานะพ่อที่มีลูกชายคนหนึ่งเป็นออทิสติก
และอีกคนเป็นโรคสมาธิสั้น

840
00:56:17,499 --> 00:56:20,043
และครอบครัวมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้า

841
00:56:20,043 --> 00:56:23,380
ผมอยากรู้จริงๆ ว่ามันมีความสัมพันธ์กับ

842
00:56:23,380 --> 00:56:25,673
ความผิดปกติในชุมชนจุลินทรีย์ไหม

843
00:56:25,673 --> 00:56:27,926
มันหล่อหลอมอาชีพนักวิจัยของผม

844
00:56:27,926 --> 00:56:32,013
ผมหาว่าแบคทีเรียตัวไหนบ้างที่อาจมีบทบาท

845
00:56:35,642 --> 00:56:38,019
เราพบว่าในผู้ป่วยออทิสติกที่เป็นเด็ก

846
00:56:38,019 --> 00:56:42,399
มีหลายคนที่ท้องร่วงหรือท้องผูกขั้นรุนแรง

847
00:56:42,982 --> 00:56:46,027
สําหรับโรคทางสมองอื่นๆ เช่น พาร์กินสัน

848
00:56:46,027 --> 00:56:48,822
เรามักจะพบอาการท้องผูก

849
00:56:48,822 --> 00:56:53,326
ซึ่งบางครั้งก็เกิดขึ้นก่อน
โรคทางสมองนานหลายสิบปี

850
00:56:56,663 --> 00:56:58,081
เพื่อที่จะเข้าใจความเชื่อมโยงนี้

851
00:56:58,081 --> 00:57:01,876
เรานําแบคทีเรียจากมนุษย์
ที่เป็นโรคบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน

852
00:57:02,669 --> 00:57:04,003
ไปปลูกถ่ายในหนู

853
00:57:08,341 --> 00:57:12,387
เมื่อเราให้แบคทีเรียที่ขาดหายไปกับหนู
อาการของพวกมันก็ดีขึ้น

854
00:57:14,973 --> 00:57:16,891
มันเป็นเรื่องธรรมชาติ

855
00:57:16,891 --> 00:57:21,354
แค่ปรับความสมดุลของระบบนิเวศ
และสารเคมีในร่างกาย

856
00:57:26,192 --> 00:57:32,699
เราเริ่มเห็นว่าความเชื่อมโยงนั้น
และการศึกษาร่างกายแบบองค์รวม

857
00:57:32,699 --> 00:57:37,245
เป็นสิ่งจําเป็น ถ้าเราอยาก
หาทางรับมือกับโรคเรื้อรังเหล่านี้

858
00:57:41,249 --> 00:57:43,084
{\an8}ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ โคบี้

859
00:57:43,084 --> 00:57:44,210
สวัสดีครับ คุณหมอ

860
00:57:44,210 --> 00:57:45,462
สวัสดีค่ะ โคบี้ แม็กกี้

861
00:57:45,462 --> 00:57:46,588
ยินดีที่ได้รู้จักครับ

862
00:57:47,172 --> 00:57:49,007
ฉันมีผลการตรวจ

863
00:57:49,007 --> 00:57:51,968
{\an8}เราตื่นเต้นที่ได้เห็นว่าความจริงแล้ว

864
00:57:51,968 --> 00:57:54,554
{\an8}แบคทีเรียของคุณดูดีทีเดียว

865
00:57:54,554 --> 00:57:58,224
ว้าว ผิดคาดเลย

866
00:57:58,224 --> 00:58:03,563
{\an8}ดังนั้น แม้ว่าการแข่งกินจุอาจมีผลกระทบ

867
00:58:03,563 --> 00:58:08,193
{\an8}แต่การที่คุณทานอาหารปกติ
ที่ดีต่อสุขภาพ อาหารญี่ปุ่น

868
00:58:08,193 --> 00:58:10,528
ก็ส่งผลต่อชุมชนจุลินทรีย์ของคุณ

869
00:58:10,528 --> 00:58:13,531
เพราะแบคทีเรียในชุมชนจุลินทรีย์

870
00:58:13,531 --> 00:58:17,702
จะตอบสนองภายใน 24 ชั่วโมงหลังทานอาหาร

871
00:58:18,578 --> 00:58:21,289
แต่ถ้าเป็นเรื่องความเบื่ออาหาร

872
00:58:21,289 --> 00:58:24,167
อาจมีเหตุผลหลายอย่างรวมกัน

873
00:58:24,167 --> 00:58:26,878
{\an8}เช่น ภาวะกระเพาะคราก ฮอร์โมน

874
00:58:26,878 --> 00:58:31,174
การอักเสบเล็กๆ น้อยๆ
และความเร็วในการย่อยอาหาร

875
00:58:31,174 --> 00:58:33,676
- นี่เป็นแค่ตัวอย่างบางส่วน
- ค่ะ

876
00:58:33,676 --> 00:58:36,888
แต่อีกอย่างที่เป็นไปได้คือสมอง

877
00:58:36,888 --> 00:58:42,852
ปกติฉันไม่ชอบเวลาหมอ
บอกผู้ป่วยว่ามันเกิดจากสมอง

878
00:58:42,852 --> 00:58:47,524
แต่พอฉันดูผลสแกนสมองของคุณ
ทุกส่วนถูกกระตุ้น

879
00:58:47,524 --> 00:58:49,984
พูดง่ายๆ คือทุกส่วนในสมองของคุณ

880
00:58:49,984 --> 00:58:52,570
{\an8}ที่เกี่ยวข้องกับการกิน อาหาร

881
00:58:52,570 --> 00:58:55,823
{\an8}ความรู้สึกคลื่นไส้หรืออิ่ม ทุกส่วนทํางานหมด

882
00:58:55,823 --> 00:58:57,575
เหมือนกับมันสับสน

883
00:58:57,575 --> 00:59:00,328
โอเค ผมไม่ชอบแบบนี้เลย

884
00:59:00,328 --> 00:59:02,330
ฉันคิดว่าคําอธิบายเดียวที่มีเหตุผล

885
00:59:02,330 --> 00:59:06,084
{\an8}คือทุกส่วนต้องทํางานร่วมกันเพื่อยับยั้ง

886
00:59:06,084 --> 00:59:10,964
เพื่อป้องกันไม่ให้คุณรู้สึกอิ่ม
หรือขยะแขยงเวลากินอาหารเยอะๆ

887
00:59:10,964 --> 00:59:14,467
เราเห็นว่าร่างกายของคุณ
ทําได้หลายอย่างเพื่อสิ่งที่คุณต้องการ

888
00:59:14,467 --> 00:59:16,261
แม้ว่ามันจะไม่ดีต่อตัวคุณเอง

889
00:59:17,887 --> 00:59:20,098
เขาบอกว่า "ผมรู้" เขาบอกว่า "ผมกลัวแล้ว"

890
00:59:20,098 --> 00:59:22,350
"ผมไม่รู้ว่าสมองผมปกติดีไหม"

891
00:59:22,350 --> 00:59:27,814
ค่ะ แต่ไม่ได้มีส่วนไหนที่ไม่ทํางาน
ขาดหายไป หรือเสียหาย

892
00:59:28,398 --> 00:59:31,067
ทุกอย่างอยู่ครบ ทุกอย่างทํางาน

893
00:59:31,067 --> 00:59:33,903
มันแค่ทํางานต่างจากปกติ

894
00:59:33,903 --> 00:59:37,282
{\an8}สมองของคุณยังคิดว่าคุณแข่งขัน

895
00:59:37,282 --> 00:59:39,158
{\an8}หรือกินอาหารแปรรูปสูงอยู่

896
00:59:39,158 --> 00:59:42,370
ฉันคิดว่าสถานการณ์ของคุณซับซ้อนมาก

897
00:59:42,370 --> 00:59:45,999
อย่างหนึ่งที่น่าลองคือ

898
00:59:45,999 --> 00:59:49,836
ให้คุณเรียนรู้ที่จะฟังเสียงร่างกายตัวเอง

899
00:59:49,836 --> 00:59:54,882
{\an8}ต่อให้เป็นแค่กลิ่น
หรือสัมผัสที่เกิดจากของทั่วๆ ไป

900
00:59:54,882 --> 00:59:57,802
เรียนรู้ที่จะรู้สึกเป็นครั้งคราว

901
00:59:58,845 --> 01:00:00,847
ยังต้องไปอีกไกล ไกลมาก

902
01:00:00,847 --> 01:00:04,142
เขาบอกว่า "ยังต้องไปอีกไกลสินะ"

903
01:00:05,310 --> 01:00:09,647
ผมกินมากเกินไปเพราะผมเป็นนักแข่งกินจุ

904
01:00:10,481 --> 01:00:14,152
แต่คนทั่วไปก็กินมากเกินไปเป็นบางครั้ง

905
01:00:16,821 --> 01:00:23,494
เวลาเรากินมากเกินไป
เราไม่ได้ดื่มด่ํากับรสชาติ

906
01:00:23,494 --> 01:00:27,165
หรือกลิ่นของอาหารอย่างเต็มที่

907
01:00:28,499 --> 01:00:34,797
เรามองข้ามสัญญาณจากร่างกาย เช่น ความอิ่ม

908
01:00:37,133 --> 01:00:39,218
มันเริ่มตั้งแต่เรายังเด็ก

909
01:00:39,218 --> 01:00:41,679
เด็กหลายคนถูกสอนให้

910
01:00:41,679 --> 01:00:45,391
กินอาหารให้หมดจาน
กินให้หมดเพราะนั่นคือสิ่งที่เด็กดีทํา

911
01:00:47,518 --> 01:00:50,229
เราเลยเรียนรู้ที่จะไม่สนใจความหิว

912
01:00:50,229 --> 01:00:53,066
และฝึกตัวเองให้ชินกับการกินอาหารตามเวลา

913
01:00:54,233 --> 01:00:57,820
เราใช้มือถือตลอดเวลา
เราใช้คอมพิวเตอร์ สมองเจอแต่หน้าจอ

914
01:00:59,030 --> 01:01:03,242
การเชื่อมต่ออีกครั้ง ที่จริงมันก็เป็นแค่
การฟังเสียงร่างกายตัวเอง

915
01:01:05,703 --> 01:01:11,209
ผมอยากมีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรง

916
01:01:11,751 --> 01:01:13,044
อรุณสวัสดิ์ครับ

917
01:01:14,212 --> 01:01:18,925
ผมตัดสินใจเลิกแข่งกินจุ

918
01:01:21,135 --> 01:01:25,098
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยทํางานอย่างอื่น

919
01:01:26,057 --> 01:01:28,935
ผมกังวลว่าชีวิตต่อไปจะเป็นยังไง

920
01:01:28,935 --> 01:01:31,229
แต่ผมก็ตื่นเต้นกับอนาคต

921
01:01:31,229 --> 01:01:33,356
ผมมีความรู้สึกหลายอย่างผสมปนเปกัน

922
01:01:36,234 --> 01:01:38,027
แต่ก่อนอื่น

923
01:01:38,027 --> 01:01:44,826
ผมอยากรักษาสมอง
และระบบทางเดินอาหารของผม

924
01:01:47,537 --> 01:01:49,455
เรากําลังทํางานอย่างหนัก

925
01:01:49,455 --> 01:01:53,543
เพื่อให้มีการบําบัดด้วยจุลินทรีย์
รูปแบบต่างๆ มากขึ้น

926
01:01:57,130 --> 01:02:01,384
ถ้าชุมชนจุลินทรีย์ของเราเสียหาย
เราจะรักษามันด้วยอึได้ไหม

927
01:02:03,594 --> 01:02:07,974
มันมีค่ามาก มีค่ายิ่งกว่าทองอีก

928
01:02:08,975 --> 01:02:13,813
{\an8}คุณจะว่ายังไงถ้าหมอบอกว่า
อุจจาระของคนอื่นอาจช่วยชีวิตคุณได้

929
01:02:13,813 --> 01:02:17,567
การปลูกถ่ายจุลินทรีย์ในอุจจาระ
เรียกสั้นๆ ว่าเอฟเอ็มที

930
01:02:17,567 --> 01:02:22,280
คือการนําอุจจาระของบุคคลอื่น
ไปใส่ในร่างกายของผู้ติดเชื้อ

931
01:02:22,280 --> 01:02:26,409
เขารักษาด้วยการส่องกล้องตรวจลําไส้ใหญ่
ยาสวนทวารหนัก และยาเม็ด

932
01:02:26,409 --> 01:02:30,455
การปลูกถ่ายจุลินทรีย์ในอุจจาระ
เป็นการบําบัดด้วยจุลินทรีย์อย่างแรก

933
01:02:30,455 --> 01:02:33,958
ที่ได้รับการอนุมัติจากอย. ที่หมอสามารถใช้ได้

934
01:02:33,958 --> 01:02:38,129
แต่พวกเขาได้รับอนุญาตให้ใช้วิธีนี้
รักษาโรคชนิดเดียวเท่านั้น

935
01:02:38,129 --> 01:02:43,176
{\an8}ซี. ดิฟฟิไซล์ เวลาที่แบคทีเรียทําให้ผู้ป่วย
ลําไส้ใหญ่อักเสบและท้องร่วงอย่างรุนแรง

936
01:02:43,176 --> 01:02:46,304
เรานําชุมชนแบคทีเรียจากคนที่สุขภาพแข็งแรง

937
01:02:46,304 --> 01:02:49,056
ไปพ่นในลําไส้ของผู้ป่วย

938
01:02:49,056 --> 01:02:53,978
เพื่อนําแบคทีเรียใหม่เข้าสู่ลําไส้

939
01:02:53,978 --> 01:02:57,315
วิธีการนี้มีอัตราการรักษาหาย 90 เปอร์เซ็นต์

940
01:02:57,315 --> 01:02:59,442
นักวิทยาศาสตร์กําลังหาว่า

941
01:02:59,442 --> 01:03:03,696
มันสามารถรักษาโรคทางกายและจิตใจ
อีกหลายร้อยชนิดได้หรือไหม

942
01:03:04,989 --> 01:03:09,202
แม้ว่าการปลูกถ่ายจุลินทรีย์ในอุจจาระ
จะมีหลักฐานเป็นที่น่าพอใจ

943
01:03:09,202 --> 01:03:11,287
แต่มันยังอยู่ในขั้นพัฒนา

944
01:03:11,287 --> 01:03:15,416
เรายังศึกษาว่ามันมีประโยชน์
ต่อประชากรในวงกว้างหรือไม่

945
01:03:15,416 --> 01:03:17,293
และมันมีประโยชน์ในระยะยาวหรือไม่

946
01:03:24,217 --> 01:03:27,887
{\an8}เจอแล้ว อยู่ข้างอาหารที่เราจะกินหลังจากนี้

947
01:03:29,847 --> 01:03:32,600
- อยู่ในเกณฑ์ดีหรือเปล่า
- ก็ดีอยู่นะ

948
01:03:35,436 --> 01:03:36,854
ฉันคิดว่าสําหรับคนส่วนใหญ่

949
01:03:36,854 --> 01:03:40,566
การปลูกถ่ายอุจจาระเป็นเรื่องน่ากลัว

950
01:03:40,566 --> 01:03:42,527
โดยเฉพาะการปลูกถ่ายด้วยตัวเอง

951
01:03:43,194 --> 01:03:46,656
แต่ฉันก็คิดว่าคนที่สุขภาพดีส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่า

952
01:03:46,656 --> 01:03:50,076
การมีคุณภาพชีวิตต่ํามากมันเป็นยังไง

953
01:03:50,701 --> 01:03:53,162
ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีทางเลือก

954
01:03:58,334 --> 01:03:59,293
นี่คือความรักใช่ไหม

955
01:04:00,127 --> 01:04:01,587
ใช่ รักแท้

956
01:04:07,468 --> 01:04:13,266
ครั้งแรกที่ฉันปลูกถ่ายอุจจาระ
ฉันใช้อุจจาระจากพี่ชาย

957
01:04:15,017 --> 01:04:20,773
น้ําหนักฉันค่อยๆ เพิ่มขึ้น
แม้ว่าฉันจะกินอาหารเหมือนเดิม

958
01:04:22,275 --> 01:04:25,486
และฉันสามารถขับถ่ายได้ด้วยตัวเอง

959
01:04:25,486 --> 01:04:27,822
เป็นครั้งแรกในรอบสามปี

960
01:04:29,866 --> 01:04:31,993
แต่ฉันเริ่มเป็นสิวมากขึ้น

961
01:04:32,618 --> 01:04:35,955
และพี่ชายฉันเคยเป็นสิวฮอร์โมน

962
01:04:37,373 --> 01:04:41,878
ฉันเลยตัดสินใจใช้อุจจาระของแฟนแทน

963
01:04:41,878 --> 01:04:44,380
เขาไม่มีโรคทางกาย

964
01:04:44,380 --> 01:04:46,924
แต่เขามีปัญหาสุขภาพจิตนิดหน่อย

965
01:04:48,384 --> 01:04:50,887
ฉันกินยาจากแฟนอยู่หลายเดือน

966
01:04:50,887 --> 01:04:52,513
หายเป็นสิว

967
01:04:53,347 --> 01:04:57,935
แต่พอเวลาผ่านไป ฉันสังเกตว่า
ฉันรู้สึกซึมเศร้าหนักกว่าที่เคยเป็น

968
01:04:59,353 --> 01:05:02,231
ฉันได้รับแบคทีเรียที่เขามีตามปกติ

969
01:05:02,231 --> 01:05:05,568
และมันทําให้ฉันที่เป็น
โรคซึมเศร้าอยู่แล้วอาการกําเริบ

970
01:05:08,070 --> 01:05:10,573
ฉันกลับไปใช้อุจจาระของพี่ชาย

971
01:05:10,573 --> 01:05:14,035
ภายในหนึ่งสัปดาห์ ฉันหายซึมเศร้าเป็นปลิดทิ้ง

972
01:05:16,162 --> 01:05:17,622
เก็บไว้ในนี้

973
01:05:18,873 --> 01:05:20,166
กับไอศกรีม

974
01:05:23,419 --> 01:05:25,588
การทําเอฟเอ็มทีมีความเสี่ยง

975
01:05:27,256 --> 01:05:30,635
เวลาเราทําเอฟเอ็มที เราได้รับแบคทีเรียดี

976
01:05:30,635 --> 01:05:34,388
แต่ก็อาจมีแบคทีเรียไม่ดีติดมาด้วย

977
01:05:35,431 --> 01:05:38,392
ฉันก็อยากให้นี่เป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบ

978
01:05:40,603 --> 01:05:44,315
แต่นักวิทยาทางเดินอาหารทุกคน
ที่ฉันรู้จักระมัดระวังมาก

979
01:05:44,315 --> 01:05:48,569
เราอาจถ่ายทอดแนวโน้มที่จะเป็นโรคต่างๆ ได้

980
01:05:49,946 --> 01:05:53,658
ผมเลยแนะนําไม่ให้คนลองใช้

981
01:05:53,658 --> 01:05:56,535
การบําบัดที่มีผลรุนแรงแบบนี้กับตัวเอง

982
01:05:58,955 --> 01:06:03,876
ถ้าการปลูกถ่ายอุจจาระสามารถทําให้

983
01:06:03,876 --> 01:06:07,922
คุณกลับมารู้สึกหิวและอิ่มอีกครั้ง คุณจะทําไหม

984
01:06:07,922 --> 01:06:13,052
ทําครับ ถ้ามันแก้ปัญหาของผมได้

985
01:06:13,052 --> 01:06:15,262
ผมก็จะลองดู

986
01:06:15,262 --> 01:06:18,099
ผมจะเป็นหนูทดลองให้

987
01:06:18,599 --> 01:06:21,268
อุจจาระของคนอื่นอาจช่วยชีวิตคุณได้

988
01:06:21,268 --> 01:06:22,812
จุลินทรีย์ในอุจจาระ...

989
01:06:22,812 --> 01:06:25,106
ฉันคิดว่ามันแปลกมาก

990
01:06:25,648 --> 01:06:29,026
แต่การพูดคุยเรื่องอึช่วยให้ฉันเข้าใจว่า

991
01:06:29,026 --> 01:06:30,987
การอึเป็นเรื่องปกติ

992
01:06:30,987 --> 01:06:33,864
มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจําวัน
มันเป็นสิ่งที่ทุกคนทํา

993
01:06:33,864 --> 01:06:35,116
ทําไมเราถึงไม่พูดถึงมันล่ะ

994
01:06:35,116 --> 01:06:38,619
ฉันพูดถึงมัน แบบอยู่ๆ ก็คุยเรื่องอึ

995
01:06:40,746 --> 01:06:43,582
แล้วพอวางสาย
ฉันก็คิดว่า "นี่มันแปลกหรือเปล่า"

996
01:06:43,582 --> 01:06:47,169
แต่ก่อนมันแปลกนะ
แต่เดี๋ยวฉันรู้สึกว่า "ไม่ ก็ปกตินี่"

997
01:06:50,965 --> 01:06:53,759
การปลูกถ่ายจุลินทรีย์ในอุจจาระ
เป็นการรักษาแบบหว่านแห

998
01:06:54,510 --> 01:06:56,721
เราชอบการรักษาแบบตรงจุด

999
01:06:56,721 --> 01:07:02,143
อย่างโปรไบโอติกที่เป็น
การดูแลสุขภาพอย่างเจาะจงมากกว่า

1000
01:07:03,894 --> 01:07:07,815
โปรไบโอติกส่วนใหญ่ที่หาซื้อได้ตามร้าน
ไม่ใช่จุลินทรีย์ในลําไส้

1001
01:07:07,815 --> 01:07:10,568
มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่ในลําไส้ของเรา

1002
01:07:10,568 --> 01:07:14,989
มันเป็นจุลินทรีย์ปกติที่พบได้ในนมเปรี้ยวหรือชีส

1003
01:07:14,989 --> 01:07:16,991
นั่นคือเชื้อแลคโตบาซิลลัส

1004
01:07:16,991 --> 01:07:19,952
มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่ในร่างกาย

1005
01:07:19,952 --> 01:07:23,622
ก็เหมือนกับเอาต้นไม้กระถาง
ไปทิ้งในป่าแอมะซอน

1006
01:07:23,622 --> 01:07:26,125
แล้วคาดหวังว่ามันจะโตทันที

1007
01:07:27,585 --> 01:07:31,005
การแพทย์แผนปัจจุบันนั้น
เน้นที่การรักษาอาการของโรค

1008
01:07:31,005 --> 01:07:33,799
มากกว่าต้นตอของโรค

1009
01:07:34,759 --> 01:07:37,678
ในอนาคต เราอยากมีวิธีที่ฉลาดกว่านี้

1010
01:07:37,678 --> 01:07:42,600
ในการเปลี่ยนจุลินทรีย์ในลําไส้ของเรา
อย่างเจาะจง เพื่อให้เกิดผลดีอย่างแท้จริง

1011
01:07:42,600 --> 01:07:45,770
และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นตั้งแต่แรก

1012
01:07:47,897 --> 01:07:50,858
ชุมชนจุลินทรีย์จะพลิกโฉมวงการแพทย์

1013
01:07:50,858 --> 01:07:53,778
เพราะทุกคนสามารถเป็นเภสัชกรของตัวเองได้

1014
01:07:53,778 --> 01:07:56,280
ด้วยการเลือกกินอาหารที่เหมาะสม

1015
01:08:00,034 --> 01:08:02,453
เพื่อนร่วมงานของผม
ได้แรงบันดาลใจจากการค้นพบของเรา

1016
01:08:02,453 --> 01:08:06,415
{\an8}และเริ่มดื่มน้ําปั่นที่ทําจากผักผลไม้ 60 ชนิดทุกวัน

1017
01:08:06,415 --> 01:08:10,628
{\an8}คุณจะเห็นว่าเขาอยู่ตรงแถบสีแดง
ตอนที่กินอาหารตามปกติ

1018
01:08:10,628 --> 01:08:14,048
แต่เขาย้ายไปอยู่ตรงแถบสีส้มหลังจากดื่มน้ําปั่น

1019
01:08:14,048 --> 01:08:18,260
ใช้เวลาสองสามสัปดาห์ แต่เขาย้าย
ไปอยู่คนละส่วนของกราฟเลย

1020
01:08:18,260 --> 01:08:21,180
สองสามเดือนหลังจากนั้น
เมื่อการทดลองสิ้นสุดลง

1021
01:08:21,180 --> 01:08:24,600
เขาก็มีชุมชนจุลินทรีย์ที่มีความหลากหลายสูงกว่า

1022
01:08:24,600 --> 01:08:26,185
ตอนเริ่มการทดลองมาก

1023
01:08:26,185 --> 01:08:28,062
แล้วคุณไม่เริ่มดื่มน้ําปั่นบ้างเหรอคะ

1024
01:08:28,062 --> 01:08:29,438
ไม่ครับ ผมชิมมันแล้ว

1025
01:08:30,439 --> 01:08:33,067
ผมว่านี่เป็นเรื่องหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์

1026
01:08:33,067 --> 01:08:34,985
กับเชฟต้องร่วมมือกัน

1027
01:08:34,985 --> 01:08:37,488
เพื่อสร้างอาหารที่ไม่เพียงแค่
มีสารอาหารครบถ้วน

1028
01:08:37,488 --> 01:08:39,198
แต่ยังรสชาติดีด้วย

1029
01:08:42,868 --> 01:08:45,663
ฉันไม่เข้าใจหรอกว่า
มันหมายความว่ายังไง แต่ก็เจ๋งดีนะ

1030
01:08:46,539 --> 01:08:49,208
เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย

1031
01:08:49,208 --> 01:08:50,835
(ภารกิจทําน้ําผักผลไม้ปั่น 60 ชนิด)

1032
01:08:57,007 --> 01:08:59,552
ผักกาดม่วงและผักกาดหอม มีแล้ว

1033
01:08:59,552 --> 01:09:02,721
ผักปวยเล้ง มีแล้ว เคลม่วง มีแล้ว

1034
01:09:02,721 --> 01:09:04,890
ใบแครอต มีแล้ว

1035
01:09:04,890 --> 01:09:11,188
มะเขือเทศ แครอต ซูกินี อะโวคาโด

1036
01:09:11,188 --> 01:09:16,110
ฉันไม่เคยทําอาหารที่มีทั้งหัวไชเท้า
และอินทผลัมมาก่อน

1037
01:09:16,110 --> 01:09:19,238
แต่นั่นอาจเป็นมาการองรสใหม่ของฉันก็ได้

1038
01:09:21,323 --> 01:09:24,034
เขาดื่มน้ําปั่นเยอะแค่ไหน

1039
01:09:24,034 --> 01:09:28,956
นี่มันเยอะพอๆ กับผักผลไม้ที่ฉันกินทั้งสัปดาห์เลย

1040
01:09:28,956 --> 01:09:31,250
ใส่น้ําหนึ่งถ้วย

1041
01:09:33,377 --> 01:09:36,881
รู้สึกเหมือนทําการทดลอง
ในนิทรรศการวิทยาศาสตร์เลย

1042
01:09:36,881 --> 01:09:38,966
ฉันจะใส่ขิงทั้งแง่งลงไป

1043
01:09:38,966 --> 01:09:41,510
เพราะขิงน่ะกินเท่าไรก็ไม่พอ

1044
01:09:43,012 --> 01:09:46,765
ความรู้สึกแรกของฉันคือ
ใครจะมีเวลามาทําเรื่องแบบนี้

1045
01:09:49,143 --> 01:09:51,437
เราจะใส่มะเดื่อทั้งลูก ฉันชอบมะเดื่อ

1046
01:09:51,437 --> 01:09:55,941
ฉันรู้สึกว่าผักผลไม้สีชมพู
น่าจะดีต่อสุขภาพเป็นพิเศษ

1047
01:09:55,941 --> 01:09:57,234
มีสารต้านอนุมูลอิสระ

1048
01:09:58,027 --> 01:10:00,487
มันฝรั่ง ฉันก็...

1049
01:10:01,572 --> 01:10:03,532
มันจะแบบ...

1050
01:10:04,116 --> 01:10:05,284
ทุกอย่างต้องมีครั้งแรก

1051
01:10:06,952 --> 01:10:07,995
หนึ่งช้อนชา

1052
01:10:07,995 --> 01:10:09,830
น่าจะครบแล้วนะ

1053
01:10:11,332 --> 01:10:12,291
โอเค

1054
01:10:12,958 --> 01:10:16,545
ฉันคิดว่าสีต้องออกมาน่าสนใจมากแน่ๆ

1055
01:10:25,930 --> 01:10:28,182
หน้าตาไม่แย่นะ คือมันก็ไม่ดีเท่าไร

1056
01:10:28,182 --> 01:10:30,893
แต่ฉันเคยดื่มน้ําปั่นที่แย่กว่านี้

1057
01:10:32,228 --> 01:10:33,479
กลิ่นผักชัดเลย

1058
01:10:35,439 --> 01:10:36,899
ข้นมาก

1059
01:10:40,611 --> 01:10:42,029
มันมีเนื้อสัมผัส

1060
01:10:48,744 --> 01:10:50,079
ก็ไม่แย่นะ

1061
01:10:51,914 --> 01:10:54,500
ใช้ได้เลย รสชาติดีต่อสุขภาพ

1062
01:10:56,043 --> 01:10:57,461
คุณจะปรับปรุงมันยังไงคะ

1063
01:10:57,461 --> 01:11:01,006
ฉันคงไม่ใส่ผักอย่างกะหล่ําดาว

1064
01:11:01,006 --> 01:11:03,717
ที่กลิ่นแรงเกินไป

1065
01:11:03,717 --> 01:11:06,971
หรือไม่ก็ทําให้เป็นกัซปาโชไปเลย

1066
01:11:06,971 --> 01:11:10,140
ฉันคิดว่าน้ําผักปั่นหลายสูตรที่ฉันเคยดื่มคงดีขึ้นมาก

1067
01:11:10,140 --> 01:11:12,393
ถ้าเราแค่ยอมรับในสิ่งที่มันเป็นแล้วเติมเกลือ

1068
01:11:12,393 --> 01:11:15,688
กับน้ําส้มสายชูนิดหน่อย แล้วเราก็แค่ดื่มกัซปาโช

1069
01:11:15,688 --> 01:11:19,984
มันฟังดูน่ากินนะ แต่เราก็แค่ต้องปรุงน้ําปั่น

1070
01:11:27,283 --> 01:11:30,661
มันน่าทึ่งนะ การที่อาหารส่งผลต่อเรา

1071
01:11:30,661 --> 01:11:34,123
และสิ่งที่เรากินสามารถ
เปลี่ยนแปลงร่างกายของเราได้

1072
01:11:35,082 --> 01:11:39,461
สิ่งที่เรากินวันนี้จะส่งผลต่อจุลินทรีย์ของเรา
ภายในวันพรุ่งนี้ ภายใน 24 ชั่วโมง

1073
01:11:40,045 --> 01:11:43,382
{\an8}กฎของฉันคือเอบีซี นับอยู่เสมอ

1074
01:11:43,382 --> 01:11:46,677
{\an8}นับผักและผลไม้ที่เรากินเสมอ

1075
01:11:47,803 --> 01:11:51,849
ถ้าเรากินผักผลไม้สัปดาห์ละ 20 ถึง 30 ชนิด

1076
01:11:51,849 --> 01:11:53,392
ฉันคิดว่าจะดีมาก

1077
01:11:57,021 --> 01:11:59,940
ถ้าคุณอยากได้กฎที่ทําตามง่ายๆ

1078
01:11:59,940 --> 01:12:02,943
ให้นึกถึงสิ่งที่คนรุ่นก่อนๆ กิน

1079
01:12:03,569 --> 01:12:07,990
ผัก ผลไม้ ถั่วเปลือกแข็ง ถั่ว

1080
01:12:07,990 --> 01:12:12,077
แม้แต่อาหารหมักดองที่มีจุลินทรีย์หลายชนิด

1081
01:12:12,703 --> 01:12:15,831
อาหารหมักดองคือโปรไบโอติกแบบดั้งเดิม

1082
01:12:17,875 --> 01:12:21,879
เราแค่โรยเกลือบนผักแล้วทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง

1083
01:12:21,879 --> 01:12:25,132
แล้วเราก็จะได้อาหารหมัก
แสนอร่อยภายในสองวัน

1084
01:12:29,386 --> 01:12:32,222
- ไปได้สวย
- ไปได้สวยเหรอ เก่งมาก ลูกรัก

1085
01:12:32,848 --> 01:12:36,060
ข้าวโพดหน้าตาแบบนี้เหรอ
ตอนที่มันยังไม่เป็นข้าวโพด

1086
01:12:36,810 --> 01:12:39,855
หมายถึงข้าวโพดสดๆ
ที่ไม่ใช่ของสําเร็จรูปใช่ไหม ใช่

1087
01:12:39,855 --> 01:12:41,774
มีข้าวโพดอยู่ในนี้

1088
01:12:41,774 --> 01:12:42,858
ใช่

1089
01:12:44,151 --> 01:12:46,779
แต่ก่อนฉันสับสนมาก

1090
01:12:47,654 --> 01:12:50,491
การเรียนรู้หลักวิทยาศาสตร์ทําให้ฉันรู้ว่า

1091
01:12:50,491 --> 01:12:53,577
"โอเค ฉันจะแค่พูดว่าฉันไดเอตไม่ได้"

1092
01:12:53,577 --> 01:12:56,372
เราต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิต

1093
01:12:57,539 --> 01:13:00,501
และทําเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน

1094
01:13:00,501 --> 01:13:02,753
- หั่นและล้างมันฝรั่งแล้ว
- หั่นและล้าง

1095
01:13:02,753 --> 01:13:04,755
ลูกๆ ของฉันชอบการแข่งขัน

1096
01:13:05,714 --> 01:13:09,051
ฉันให้พวกเขาช่วยฉัน
ฉันทําเหมือนเป็นการแข่งทําอาหาร

1097
01:13:10,219 --> 01:13:12,388
ฉันพาลูกไปร้านขายของชําด้วยกัน

1098
01:13:12,388 --> 01:13:13,889
แล้วก็ทําอาหาร

1099
01:13:15,391 --> 01:13:18,143
ระหว่างนี้เราก็ได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น

1100
01:13:18,143 --> 01:13:19,311
ทําอะไรอยู่

1101
01:13:19,311 --> 01:13:21,855
ผมช่วยแม่อยู่ ผมอยากเป็นเชฟตลอดไป

1102
01:13:21,855 --> 01:13:22,856
ลูกอยากเป็นเชฟเหรอ

1103
01:13:22,856 --> 01:13:26,026
ครับ ผมอยากทําอาหารทุกวัน ผมอยากเป็นเชฟ

1104
01:13:28,487 --> 01:13:33,075
ฉันเคยได้ยินคนพูดถึงร่างกายตัวเอง

1105
01:13:33,075 --> 01:13:35,702
และความสัมพันธ์ที่พวกเขามีกับมัน

1106
01:13:36,328 --> 01:13:38,622
ไข่สอง ไข่แดงสอง

1107
01:13:38,622 --> 01:13:41,708
โลกนี้ไม่มีอาหารสุขภาพ
แค่อย่างเดียวที่เราควรกิน

1108
01:13:41,708 --> 01:13:45,462
หรือคําแนะนําแค่อย่างเดียว
ที่เราควรทําตามเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น

1109
01:13:45,462 --> 01:13:49,133
มันขึ้นอยู่กับการสร้างความสัมพันธ์
กับระบบทางเดินอาหาร

1110
01:13:49,883 --> 01:13:52,136
พวกลูกทําได้ดีมาก แปะมือกัน

1111
01:13:52,636 --> 01:13:56,265
การเชื่อมต่ออีกครั้งสามารถทําได้
ด้วยวิทยาศาสตร์และความรู้

1112
01:13:56,265 --> 01:13:59,560
แต่ก็สามารถทําได้ด้วยสัญชาตญาณ

1113
01:13:59,560 --> 01:14:00,894
สัญชาตญาณที่ดี

1114
01:14:02,187 --> 01:14:07,401
คาร์โบนาราเป็นการรวมตัวกัน
ของอาหารที่ฉันกลัวที่สุด

1115
01:14:09,903 --> 01:14:11,947
ตั้งแต่ฉันเริ่มศึกษาเรื่องระบบทางเดินอาหาร

1116
01:14:11,947 --> 01:14:14,741
ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก

1117
01:14:15,534 --> 01:14:19,621
ฉันรู้ว่ามันเป็นระบบอวัยวะที่ทนทาน
แข็งแรง และมั่นคง

1118
01:14:19,621 --> 01:14:21,582
ถ้าส่วนใหญ่แล้ว ฉันดูแลมันดีๆ

1119
01:14:22,666 --> 01:14:25,419
มันคือการฟังเสียงร่างกายตัวเอง

1120
01:14:25,419 --> 01:14:27,504
เพื่อให้เรามีสัญชาตญาณที่ดีขึ้น

1121
01:14:27,504 --> 01:14:32,759
ตั้งแต่เริ่มทําอาชีพนี้มา สิ่งที่มีอิทธิพลต่อผม

1122
01:14:32,759 --> 01:14:36,805
มากกว่าการแข่งกินจุก็คือฮอตดอก

1123
01:14:36,805 --> 01:14:42,060
โอเค เราจะใส่อะโวคาโด
ชิโซะ เห็ดหอม กับกระเทียม

1124
01:14:42,060 --> 01:14:44,396
เยี่ยม น่ากินจัง

1125
01:14:44,396 --> 01:14:49,610
ผมอยากทําฮอตดอกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

1126
01:14:49,610 --> 01:14:52,279
ด้วยการใส่วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพของญี่ปุ่น

1127
01:14:53,614 --> 01:14:54,698
อร่อยนะ

1128
01:14:54,698 --> 01:14:56,033
อร่อยจัง

1129
01:14:56,033 --> 01:14:59,036
มีความแปลกใหม่ หยุดกินไม่ได้แล้ว

1130
01:15:00,662 --> 01:15:03,582
เราสามารถกินอาหาร
แล้วสังเกตว่าตัวเองรู้สึกยังไง

1131
01:15:03,582 --> 01:15:06,001
หนึ่งชั่วโมงครึ่ง สองชั่วโมง
หรือสองชั่วโมงครึ่งหลังจากนั้น

1132
01:15:06,001 --> 01:15:07,920
ตอนที่มันถูกดูดซึมสู่กระแสเลือด

1133
01:15:09,463 --> 01:15:13,258
เค้ก เฟรนช์ฟราย มันฝรั่งทอด
เป็นของที่กินแล้วรู้สึกอร่อย

1134
01:15:13,258 --> 01:15:15,010
เราอาจจะคิดว่า "เอาอีก"

1135
01:15:15,010 --> 01:15:19,181
แต่หลังจากนั้น เราจะรู้สึกง่วง
หรือสมองเบลอ อะไรทํานองนั้น

1136
01:15:20,682 --> 01:15:25,229
อาหารที่มีข้าวและผัก
อาจไม่ใช่ของที่กินแล้วหยุดไม่ได้

1137
01:15:25,229 --> 01:15:27,231
แต่มันจะให้พลังงานสม่ําเสมอกว่า

1138
01:15:27,231 --> 01:15:29,650
แต่มันอาจไม่เป็นแบบนั้นสําหรับคุณ
คุณลองเช็กดูได้

1139
01:15:31,443 --> 01:15:36,823
ฉันรู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้น
เมื่อฉันปล่อยให้ตัวเองมีความสุขกับการกิน

1140
01:15:39,743 --> 01:15:43,997
แค่คิดว่าฉันจะกินอาหารร่วมจานกับสามี

1141
01:15:43,997 --> 01:15:48,293
แล้วไม่ลงโทษตัวเองด้วยการอดอาหาร

1142
01:15:49,503 --> 01:15:50,587
ในวันรุ่งขึ้น

1143
01:15:51,547 --> 01:15:53,090
ฉันก็รู้สึกดีแล้ว

1144
01:15:55,300 --> 01:15:57,427
แม่ครับ แม่ทําข้าวโพดอร่อยมาก

1145
01:15:58,095 --> 01:16:01,390
เราอยากดื่มฉลองให้อาหารอร่อยๆ ฝีมือแม่

1146
01:16:01,390 --> 01:16:02,849
- เอาสิ
- ใช่

1147
01:16:13,819 --> 01:16:16,697
สรุปแล้ว อย่างเดียวที่สําคัญ
ก็คือความรู้สึกของเรา

1148
01:16:16,697 --> 01:16:18,657
ความคิดของเรา และสิ่งที่เราทํา

1149
01:16:18,657 --> 01:16:20,242
คนอื่นๆ ไม่สําคัญเลย

1150
01:16:20,867 --> 01:16:24,496
และการเปลี่ยนร่างกายของฉัน
อาจเป็นสิ่งที่ดีต่อฉันที่สุด

1151
01:16:27,416 --> 01:16:31,545
ร่างกายของเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ
และเราควรฟังมัน

1152
01:16:32,337 --> 01:16:35,841
ยิ่งฉันรู้จักระบบทางเดินอาหาร
ฉันก็ยิ่งภูมิใจในตัวมัน

1153
01:16:35,841 --> 01:16:40,387
จะพูดว่าฉันมีความสัมพันธ์
อันแน่นแฟ้นกับทางเดินอาหารก็ได้

1154
01:16:40,387 --> 01:16:42,222
รวมถึงทวารหนักด้วย

1155
01:16:53,483 --> 01:16:55,902
ใช่ว่าทุกคนควรพูดเรื่องอึตลอดเวลา

1156
01:16:55,902 --> 01:16:57,738
โดยเฉพาะถ้าพวกเขาไม่อยากพูด

1157
01:16:59,364 --> 01:17:02,034
แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราควรรู้ไว้

1158
01:17:02,951 --> 01:17:06,955
ยกตัวอย่างเช่น อุจจาระมีความแข็งเจ็ดระดับ

1159
01:17:06,955 --> 01:17:10,334
ตามที่ได้รับการอธิบายอย่างดี
ในมาตรวัดอุจจาระบริสตอล

1160
01:17:11,084 --> 01:17:13,837
ระดับเจ็ดกับหกเป็นอุจจาระที่ค่อนข้างเหลว

1161
01:17:13,837 --> 01:17:17,966
มันอาจเกิดขึ้นได้ถ้าการย่อยอาหาร
ถูกรบกวน หรือมีการติดเชื้อ

1162
01:17:18,967 --> 01:17:22,971
ระดับสี่กับสามคือแบบที่เราอยากเห็นในห้องน้ํา

1163
01:17:22,971 --> 01:17:28,018
มันมีรูปร่างเหมือนไส้กรอกหรืองู ผิวเรียบและนุ่ม

1164
01:17:31,021 --> 01:17:33,774
ต่อไปคือพวกที่มีลักษณะเหมือนมูลแพะ

1165
01:17:34,566 --> 01:17:36,735
พวกนี้จะเกิดขึ้นตอนที่เราท้องผูก

1166
01:17:37,944 --> 01:17:42,824
ความแข็งและรูปร่าง
เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง

1167
01:17:42,824 --> 01:17:45,118
เป็นเหมือนข้อความจากระบบทางเดินอาหาร

1168
01:17:45,118 --> 01:17:50,582
บางครั้งเราก็ต้องหันกลับไปมอง แล้วฟังมันบ้าง

1169
01:18:09,351 --> 01:18:12,270
คําบรรยายโดย ณิชา อ้นเอี่ยม



