1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:01:18,995 --> 00:01:20,205
(โปแลนด์โดนบุก)

4
00:01:20,872 --> 00:01:23,291
(เดอะบลิตซ์: นาซีบอมบ์ลอนดอน)

5
00:01:25,877 --> 00:01:27,671
{\an8}(เกณฑ์ทหารชายอายุ 20 ทุกคน)

6
00:01:40,350 --> 00:01:42,185
(เตือนการโจมตีทางอากาศ
พรางไฟไว้)

7
00:01:48,900 --> 00:01:50,819
{\an8}(สงครามเยอรมันยุติแล้ว)

8
00:01:53,530 --> 00:01:55,448
ตอนเป็นเด็กในอังกฤษ

9
00:01:55,532 --> 00:01:58,785
เราใช้ชีวิตภายใต้สงครามโลกครั้งที่สอง

10
00:01:58,869 --> 00:02:00,412
คนรุ่นพ่อแม่และปู่ย่าตายาย

11
00:02:00,495 --> 00:02:02,164
เคยผ่านสงครามโลกมาแล้วสองครั้ง

12
00:02:02,455 --> 00:02:03,456
{\an8}(จิมมี่ เพจ)

13
00:02:03,540 --> 00:02:05,417
{\an8}เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

14
00:02:05,500 --> 00:02:08,462
{\an8}จึงเกิดความหวังต่ออนาคตมาก

15
00:02:09,212 --> 00:02:10,213
ในลอนดอน

16
00:02:10,297 --> 00:02:12,799
มีอาคารพังเสียหายมากมาย

17
00:02:12,883 --> 00:02:14,301
และหลุมขนาดใหญ่…

18
00:02:14,384 --> 00:02:16,344
เพราะมันเป็นเขตหลังสงคราม

19
00:02:16,970 --> 00:02:19,097
{\an8}ยังมีการปั่นส่วนอาหาร จำได้ว่า…

20
00:02:19,181 --> 00:02:20,223
{\an8}(จอห์น พอล โจนส์)

21
00:02:20,307 --> 00:02:22,851
{\an8}มีไข่ นม เนย และอื่นๆ

22
00:02:22,934 --> 00:02:25,103
{\an8}พร้อมกับสมุดคูปองเล็กๆ เล่มหนึ่ง

23
00:02:25,687 --> 00:02:27,355
ผู้คนกำลังฟื้นตัว

24
00:02:27,439 --> 00:02:30,525
นอกลอนดอน ในเวสต์มิดแลนส์

25
00:02:30,609 --> 00:02:34,070
เป็นชีวิตเงียบๆ กึ่งชานเมือง

26
00:02:34,154 --> 00:02:35,280
หลังสงคราม

27
00:02:36,531 --> 00:02:37,532
{\an8}อเมริกาคือความฝันของผม

28
00:02:37,616 --> 00:02:38,617
{\an8}(โรเบิร์ต แพลนต์)

29
00:02:38,742 --> 00:02:40,410
เพราะมันเป็นโลกที่แตกต่าง

30
00:02:40,494 --> 00:02:41,953
จากโลกที่เราอยู่โดยสิ้นเชิง

31
00:03:07,938 --> 00:03:11,525
{\an8}(จอห์นนี่ เบอร์เนตต์ ทรีโอ้
"เดอะเทรนเคปต์เอ-โรลลิน")

32
00:03:24,621 --> 00:03:26,706
ผมได้ฟังเพลงร็อกแอนด์โรลอันวิเศษ

33
00:03:26,790 --> 00:03:28,500
ที่เข้ามาจากอเมริกา

34
00:03:29,000 --> 00:03:30,961
ได้ยินเสียงกีตาร์ไฟฟ้าบรรเลง

35
00:03:31,044 --> 00:03:33,547
แทบจะเหมือนมาจากดาวอังคาร

36
00:03:33,630 --> 00:03:35,465
แม้ว่ามันมาจากเมมฟิส

37
00:03:35,632 --> 00:03:36,633
{\an8}(ปี 1957)

38
00:03:36,716 --> 00:03:39,427
{\an8}แต่ในอังกฤษนี้ เราติดอยู่กับนักดนตรี

39
00:03:39,511 --> 00:03:41,096
ที่ปลอดภัยมาก

40
00:03:41,179 --> 00:03:45,308
จนพลังธรรมชาติที่ชื่อ
ลอนนี่ โดเนแกนมาถึง

41
00:03:49,312 --> 00:03:56,278
{\an8}(ลอนนี่ โดเนแกน)

42
00:04:14,129 --> 00:04:16,255
ผมเหมือนโดนสะกดจิต

43
00:04:16,339 --> 00:04:18,842
เมื่อเห็นลอนนี่ โดเนแกนเล่นดนตรี

44
00:04:18,925 --> 00:04:20,510
มันเหมือนประตูมิติ

45
00:04:20,594 --> 00:04:22,721
ทำให้เราเข้าถึง

46
00:04:22,804 --> 00:04:26,266
อิสระบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นในอังกฤษ

47
00:04:27,434 --> 00:04:28,477
ลุยเลย จิมมี่!

48
00:04:35,275 --> 00:04:38,278
วันหนึ่งผมมาโรงเรียนและเห็น…

49
00:04:39,196 --> 00:04:41,114
ผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางสนาม

50
00:04:41,198 --> 00:04:42,532
{\an8}มีผู้คนรายล้อมเขา

51
00:04:42,616 --> 00:04:43,700
{\an8}(โรงเรียนของจิมมี่ เพจ)

52
00:04:43,783 --> 00:04:44,826
{\an8}เขาชื่อร็อด ไวแอตต์

53
00:04:44,910 --> 00:04:47,412
{\an8}และเขากำลังเล่นเพลงของลอนนี่ โดเนแกน

54
00:04:47,496 --> 00:04:48,788
ด้วยกีตาร์อะคูสติก

55
00:04:48,872 --> 00:04:49,873
{\an8}(จิมมี่ เพจ, ร็อด ไวแอตต์)

56
00:04:49,956 --> 00:04:53,627
{\an8}ผมจึงเดินเข้าไปหาเขาและพูดว่า
"ผมมีกีตาร์แบบนั้นที่บ้าน"

57
00:04:53,710 --> 00:04:54,795
เขาพูดว่า "เอามาสิ

58
00:04:54,878 --> 00:04:56,963
เดี๋ยวสอนวิธีตั้งสายกีตาร์ให้"

59
00:04:57,047 --> 00:05:00,175
แล้วเขาก็เล่นคอร์ดบางคอร์ดให้ผมดูด้วย

60
00:05:00,675 --> 00:05:03,887
{\an8}(ปี 1958)

61
00:05:09,851 --> 00:05:16,817
{\an8}(ออลยัวร์โอน - บีบีซี เทเลวิชั่น)

62
00:05:38,338 --> 00:05:41,007
ผมแยกจากกีตาร์ไม่ได้เลย

63
00:05:41,091 --> 00:05:42,676
ผมเล่นกีตาร์ก่อนอาหารเช้า

64
00:05:42,759 --> 00:05:44,636
แล้วก็เล่นระหว่างทางไปโรงเรียน

65
00:05:45,095 --> 00:05:46,596
ผมไปโรงเรียนและอยากซ้อม

66
00:05:46,680 --> 00:05:48,723
แต่มันจะถูกยึด

67
00:05:48,807 --> 00:05:51,685
และได้คืนเมื่อหมดวัน

68
00:05:57,649 --> 00:05:59,442
พ่อผมพูดว่า

69
00:05:59,526 --> 00:06:02,487
{\an8}"พ่อไม่รู้เรื่องกีตาร์นี่หรอกนะ แต่…

70
00:06:02,571 --> 00:06:03,572
{\an8}(แพทริเซียและเจมส์ เพจ)

71
00:06:03,655 --> 00:06:04,698
{\an8}พ่อจะสนับสนุนลูก

72
00:06:04,781 --> 00:06:07,033
{\an8}ถ้าลูกรักษาการเรียนด้วย"

73
00:06:07,117 --> 00:06:09,286
{\an8}แต่แม่ผมสนับสนุนให้ผม

74
00:06:09,369 --> 00:06:12,205
เล่นต่อไปและเริ่มเล่นในกลุ่ม

75
00:06:12,289 --> 00:06:13,832
และแม่เชื่อในตัวผมจริงๆ

76
00:06:13,915 --> 00:06:15,750
มันสำคัญมากนะ

77
00:06:19,004 --> 00:06:20,714
{\an8}(จอห์น พอล โจนส์)

78
00:06:20,797 --> 00:06:22,591
{\an8}พ่อแม่ผมเคยอยู่ในคณะการแสดง

79
00:06:23,508 --> 00:06:25,385
{\an8}แม่ผมเป็นนักร้องใส่ชุดราตรี

80
00:06:25,469 --> 00:06:26,636
{\an8}(มาร์กี้ แคสเซิล, โจ บอลด์วิน)

81
00:06:26,720 --> 00:06:27,929
{\an8}ส่วนพ่อผมเป็นนักแสดงตลก

82
00:06:28,013 --> 00:06:29,264
{\an8}เขาเล่นเปียโน

83
00:06:30,807 --> 00:06:32,684
ผมจึงเคยติดสอยห้อยตาม

84
00:06:32,767 --> 00:06:33,977
ไปตามฐานทัพต่างๆ

85
00:06:34,060 --> 00:06:35,770
ที่พวกเขาไปสร้างความบันเทิงให้กองทัพ

86
00:06:35,854 --> 00:06:38,899
และจะมีการแสดงนานาชาติติดๆ กัน

87
00:06:38,982 --> 00:06:41,985
คนเล่นหีบเพลงชักและคนเล่นแบนโจ

88
00:06:42,068 --> 00:06:43,487
ผมซึมซับไว้หมด

89
00:06:55,290 --> 00:06:57,125
{\an8}สรุปว่าผมมีภูมิหลังทางดนตรี

90
00:06:57,209 --> 00:06:58,210
{\an8}(มาร์กี้ แคสเซิล)

91
00:06:58,293 --> 00:06:59,544
{\an8}และทั้งหมดนั้นเป็นพื้นฐาน

92
00:06:59,628 --> 00:07:01,671
ของทุกอย่างที่ผมทำหลังจากนั้น

93
00:07:05,300 --> 00:07:06,593
{\an8}(แอนนี่, โรเบิร์ต แพลนต์ และลูก)

94
00:07:06,676 --> 00:07:08,345
{\an8}ผมเติบโตในเวสต์มิดแลนส์

95
00:07:08,428 --> 00:07:10,847
{\an8}ตระกูลพ่อผมมาจากที่นั่น

96
00:07:10,931 --> 00:07:14,100
{\an8}และตระกูลแม่ผมเป็นพวกยิปซีจากโรมาเนีย

97
00:07:15,101 --> 00:07:16,853
วัยเด็กของผมได้รับการทะนุถนอมมาก

98
00:07:17,687 --> 00:07:20,690
{\an8}จนกระทั่งพ่อแม่ส่งผม
ไปโรงเรียนใหญ่ในเมืองใหญ่

99
00:07:20,774 --> 00:07:22,609
{\an8}เรียนเพื่อเป็นนักสอบบัญชี

100
00:07:22,692 --> 00:07:24,569
{\an8}(พาเหรดโรงเรียนของโรเบิร์ต แพลนต์)

101
00:07:24,653 --> 00:07:27,781
{\an8}ผมสนใจกิจกรรมในโรงเรียนหลายอย่าง

102
00:07:27,864 --> 00:07:29,324
แต่เมื่อลิตเทิล ริชาร์ดปรากฏตัว

103
00:07:29,407 --> 00:07:32,702
มันทั้งเร้าใจ ครอบงำ

104
00:07:32,786 --> 00:07:34,162
และสะกดจิต

105
00:07:34,830 --> 00:07:37,666
จนทำให้อย่างอื่นไม่น่าสนใจไปเลย

106
00:07:40,710 --> 00:07:44,172
{\an8}(ลิตเทิล ริชาร์ด)

107
00:07:52,180 --> 00:07:55,100
ผมรู้ตัวทันทีว่า
สิ่งที่ผมต้องการทำคือร้องเพลง

108
00:08:11,449 --> 00:08:12,742
เท่านั้นเลย

109
00:08:13,326 --> 00:08:15,996
ผมก็ถอนตัวไม่ขึ้น ตลอดชีวิต

110
00:08:26,548 --> 00:08:30,343
{\an8}(จอห์น บอนแฮมแทบไม่เคยให้สัมภาษณ์
และเสียชีวิตในปี 1980)

111
00:08:30,968 --> 00:08:35,432
{\an8}(การสัมภาษณ์นี้เผยแพร่ที่นี่เป็นครั้งแรก)

112
00:08:35,515 --> 00:08:37,434
{\an8}ผมจอห์น บอนแฮม

113
00:08:38,101 --> 00:08:40,604
ตอนเด็กๆ ผมชอบทำเสียงกลอง

114
00:08:42,814 --> 00:08:44,858
ผมได้กลองชุดครั้งแรกตอนอายุสิบขวบ

115
00:08:45,358 --> 00:08:47,736
และเราไปดูหนังที่จีน ครูปาแสดง

116
00:08:47,819 --> 00:08:49,112
{\an8}มันน่าทึ่งมากเลย

117
00:08:49,196 --> 00:08:53,617
{\an8}(จีน ครูปา)

118
00:09:12,177 --> 00:09:13,678
ที่มิดแลนส์นี้

119
00:09:13,762 --> 00:09:16,139
ผมเคยซื้อแผ่นเสียงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

120
00:09:16,556 --> 00:09:19,267
จอห์นนี่ คิดด์แอนด์เดอะไพเรตส์
มีอิทธิพลมากสมัยนั้น

121
00:09:19,351 --> 00:09:21,102
(เชกคินออลโอเวอร์
ติดท็อปฮิต 20)

122
00:09:21,478 --> 00:09:28,443
{\an8}(จอห์นนี่ คิดด์แอนด์เดอะไพเรตส์)

123
00:09:44,459 --> 00:09:49,339
{\an8}(ปี 1960)

124
00:09:59,516 --> 00:10:01,393
{\an8}เราได้ยินตามตู้เพลงทั้งหลาย

125
00:10:01,476 --> 00:10:03,812
{\an8}แน่นอน พวกเขามีลำโพงขนาดเบ้อเริ่มถึง 15 นิ้ว

126
00:10:04,729 --> 00:10:07,023
สิ่งที่ได้ยินชัดที่สุดคือเสียงเบส

127
00:10:09,568 --> 00:10:10,944
ผมได้ยินแล้วนึกในใจ

128
00:10:11,027 --> 00:10:12,821
"นั่นคือเสียงที่ฉันอยากสร้าง"

129
00:10:15,824 --> 00:10:18,660
พอผมบอกพ่อ เขาพูดว่า

130
00:10:18,743 --> 00:10:20,704
"กีตาร์เบสเป็นเครื่องดนตรีใหม่

131
00:10:21,371 --> 00:10:24,040
ภายในสองปีก็จะไม่มีใครรู้จักแล้ว

132
00:10:25,417 --> 00:10:27,544
เล่นแซกโซโฟนดีกว่า ลูกจะมีงานตลอดไป"

133
00:10:29,629 --> 00:10:31,548
ผมตอบไปว่า "ไม่ ผมอยากได้กีตาร์เบส พ่อ"

134
00:10:32,549 --> 00:10:35,886
เขาฟังผมซ้อมแล้วพูดว่า "ตามพ่อมา

135
00:10:36,136 --> 00:10:38,096
แล้วตั้งใจดูที่มือซ้ายพ่อเท่านั้น"

136
00:10:39,055 --> 00:10:40,390
บนเปียโน ก็…

137
00:10:41,183 --> 00:10:43,101
ผมเรียนพื้นฐานทั้งหมดจากตรงนั้น

138
00:10:43,977 --> 00:10:45,520
('แชโดวส์' ออกแสดง…)

139
00:10:45,604 --> 00:10:46,980
ผมมีวงดนตรีเล็กๆ

140
00:10:47,063 --> 00:10:48,857
เราเล่นกันที่สโมสรเยาวชน

141
00:10:48,940 --> 00:10:51,818
และผมได้คุยกับบาทหลวงหนุ่ม
ที่มุ่งมั่นมาก

142
00:10:51,902 --> 00:10:52,944
{\an8}(สาธุคุณกอร์ดอน เบตส์)

143
00:10:53,028 --> 00:10:54,988
{\an8}เขาบอกว่า "เราอยากได้คนเล่นออร์แกน"

144
00:10:55,071 --> 00:10:58,533
{\an8}ผมก็บอกว่า "ผมเล่นออร์แกนให้ได้ ถ้าคุณต้องการ"

145
00:10:59,034 --> 00:11:01,495
ผมไม่ได้คิดอะไร เขาก็ว่า "ได้ ตกลง"

146
00:11:02,412 --> 00:11:05,499
{\an8}(โบสถ์เซนต์เอเดนส์ - นิวเอลธัม)

147
00:11:05,582 --> 00:11:07,918
{\an8}เวลาเล่นดนตรีในโบสถ์ คุณต้องด้นสด

148
00:11:08,001 --> 00:11:11,505
แต่เพราะผมไม่ค่อยเก่ง
เรื่องการเล่นจากดนตรีอยู่แล้ว

149
00:11:11,588 --> 00:11:13,340
ผมจึงด้นสดทุกอย่าง

150
00:11:13,965 --> 00:11:15,342
ผมเรียนรู้เพลงสวด

151
00:11:15,425 --> 00:11:17,219
ผมพอจะรู้ว่าเพลงสวดนั้นคือเพลงอะไร

152
00:11:17,302 --> 00:11:20,305
ผมไม่ได้เคร่งศาสนานัก
แต่ก็เป็นเวทีแสดงที่ดี

153
00:11:20,388 --> 00:11:22,432
โอเคนะ และเขาเป็นบาทหลวงที่เจ๋งมาก

154
00:11:23,016 --> 00:11:27,813
ผมจึงกลายเป็นคนเล่นออร์แกน
และครูสอนประสานเสียงตอนอายุ 14

155
00:11:40,408 --> 00:11:43,286
ซึ่งจ่ายผมถึงปีละ 25 ปอนด์

156
00:11:44,329 --> 00:11:45,997
ทำให้ผมซื้อเบสของเฟนเดอร์ได้

157
00:11:53,338 --> 00:11:56,091
ผมเคยไปเล่นดนตรีคืนวันพฤหัส

158
00:11:56,174 --> 00:11:57,425
{\an8}ที่คลับมาร์คี

159
00:11:57,509 --> 00:11:58,510
{\an8}(ปี 1963)

160
00:11:58,593 --> 00:12:00,595
{\an8}หลังจากเล่นไปได้สักพัก

161
00:12:00,679 --> 00:12:02,514
{\an8}วงคาร์เตอร์-ลิวอิส
แอนด์เดอะซัทเทิร์นเนอร์ส

162
00:12:02,597 --> 00:12:03,682
{\an8}เดินมาหาและถามผมว่า

163
00:12:05,058 --> 00:12:06,476
{\an8}ผมอยากมาอัดเสียงกับพวกเขาไหม

164
00:12:06,560 --> 00:12:08,353
{\an8}ผมตอบว่า "เอาสิ ฟังดูดีมากเลย"

165
00:12:08,436 --> 00:12:10,230
ผมไปพร้อมอุปกรณ์ของผม

166
00:12:10,313 --> 00:12:12,607
คันเหยียบและเครื่องขยายเสียง
ของดีอาร์มอนด์

167
00:12:12,691 --> 00:12:15,235
และกีตาร์ไฟฟ้า
ของกิบสันเลสพอลตัวใหม่เอี่ยม

168
00:12:16,319 --> 00:12:17,654
คนในวงพูดว่า

169
00:12:17,737 --> 00:12:19,865
"เล่นอะไรก็ได้ตอนโซโล่"

170
00:12:20,490 --> 00:12:23,618
พอถึงรอบสอง ผมก็ได้ส่วนที่ให้เล่นแล้ว

171
00:12:36,715 --> 00:12:38,967
และคงมีข่าวแพร่ออกไป

172
00:12:39,050 --> 00:12:40,260
เรื่องนักกีตาร์หนุ่มคนนี้…

173
00:12:40,343 --> 00:12:42,220
(ยินดีด้วย
คาร์เตอร์-ลิวอิสแอนด์เดอะซัทเทิร์นเนอร์ส)

174
00:12:42,304 --> 00:12:44,764
เพราะผมเริ่มได้รับวันนัดอัดเสียงมากขึ้น

175
00:12:46,683 --> 00:12:48,602
ตอนที่ผมได้เข้าวงการอัดเสียงนี้

176
00:12:48,685 --> 00:12:51,188
ผมอายุน้อยกว่าคนอื่นๆ ถึงเจ็ดปี

177
00:12:51,771 --> 00:12:56,151
ไม่มีใครในหมู่นักดนตรีที่ผ่านมา

178
00:12:56,234 --> 00:12:57,611
หรือนักดนตรีปัจจุบัน

179
00:12:57,694 --> 00:12:59,529
ที่รู้จักอิทธิพลทั้งหมด

180
00:12:59,613 --> 00:13:02,324
และจุดอ้างอิงต่างๆ ที่วงหนุ่มสาวใช้

181
00:13:03,033 --> 00:13:04,826
แน่นอนว่าผมรู้จักทั้งหมด

182
00:13:04,910 --> 00:13:07,704
ไม่ว่าจะเป็นเพลงอาร์แอนด์บี เพลงบลูส์

183
00:13:07,787 --> 00:13:09,915
หรือเพลงร็อก เพลงแนวไหนก็ตาม

184
00:13:09,998 --> 00:13:11,750
ทุกคนซื้อแผ่นเสียงเหล่านี้

185
00:13:11,833 --> 00:13:13,543
ที่เข้ามา

186
00:13:13,627 --> 00:13:17,172
อาจจะทางเรือพาณิชย์อเมริกัน

187
00:13:17,798 --> 00:13:21,092
เพลงแนวอาร์แอนด์บีเริ่มได้รับความนิยม

188
00:13:24,471 --> 00:13:31,436
{\an8}(ซันนี่ บอย วิลเลียมสัน)

189
00:13:33,271 --> 00:13:35,190
ผมไปดูซันนี่ บอย วิลเลียมสันแสดง

190
00:13:35,273 --> 00:13:37,234
ที่เทศกาลเพลงโฟล์กบลูส์อเมริกัน

191
00:13:37,776 --> 00:13:40,445
ตอนนั้นผมหัดเล่นฮาร์โมนิก้าด้วย

192
00:13:40,529 --> 00:13:43,156
มันจึงเป็นการบุกที่น่าทึ่ง

193
00:13:43,240 --> 00:13:47,077
ของดนตรีโดยไม่รู้ตัว

194
00:14:24,739 --> 00:14:26,700
ซันนี่ บอยแทบจะเป็นทุกอย่าง

195
00:14:26,783 --> 00:14:31,079
ที่กลายเป็นกระแสหลัก
ทางดนตรีทั้งหมดของผม

196
00:14:38,420 --> 00:14:41,173
แต่ที่บ้านเกิดผม ผมมีฮีโร่ของตัวเอง

197
00:14:41,923 --> 00:14:43,675
และเขาคือเพอร์รี่ ฟอสเตอร์

198
00:14:43,758 --> 00:14:44,759
{\an8}(เพอร์รี่ ฟอสเตอร์)

199
00:14:44,843 --> 00:14:47,804
{\an8}เขาได้ตั้งวงชื่อว่า วงเดลต้าบลูส์

200
00:14:48,305 --> 00:14:51,600
และไม่รู้ยังไง ผมหาทางพูด

201
00:14:51,683 --> 00:14:53,101
จนได้เข้าวง

202
00:14:54,895 --> 00:14:56,938
ผมพร้อมที่จะเป็นม็อด หรือร็อกเกอร์

203
00:14:57,022 --> 00:14:59,566
หรืออะไรก็ได้
ตราบใดที่ผมได้ร้องเพลง

204
00:14:59,649 --> 00:15:02,277
และรวบรวมลุคต่างๆ รอบตัวผม

205
00:15:02,360 --> 00:15:04,738
พยายามหาสิ่งที่เข้ากับตัวเอง

206
00:15:07,199 --> 00:15:08,950
{\an8}ผมเคยเล่นดนตรีไปด้วยทำงานไปด้วย

207
00:15:09,034 --> 00:15:10,076
{\an8}(จอห์นและแจ็ก บอนแฮม)

208
00:15:10,160 --> 00:15:12,329
{\an8}ผมเคยทำงานก่อสร้างกับพ่อ

209
00:15:12,871 --> 00:15:15,123
เคยเป็นช่างก่อสร้างฝีมือดี

210
00:15:16,041 --> 00:15:17,626
แต่งานก่อสร้างค่อยๆ ลดลง

211
00:15:17,709 --> 00:15:19,920
{\an8}และงานดนตรีมากขึ้น
ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น

212
00:15:20,003 --> 00:15:21,004
{\an8}(เสียงของจอห์น บอนแฮม)

213
00:15:21,087 --> 00:15:23,131
{\an8}เราออกจากโรงเรียนและตั้งวงเล็กๆ

214
00:15:23,215 --> 00:15:24,508
{\an8}อะไรแบบนั้น

215
00:15:24,591 --> 00:15:26,301
{\an8}เราเล่นดนตรีแถวบ้านกัน

216
00:15:27,385 --> 00:15:30,180
สำหรับผม ดนตรีโซลมีอิทธิพลมากในเวลานั้น

217
00:15:33,934 --> 00:15:40,899
{\an8}(เจมส์ บราวน์ แอนด์
ฮิส เฟมัส เฟลมส์)

218
00:15:55,497 --> 00:15:57,415
เจมส์ บราวน์เป็นที่ชื่นชอบมาก

219
00:15:57,499 --> 00:15:59,918
เพราะเสียงกลองมันสุดยอดมาก

220
00:16:00,418 --> 00:16:02,254
ผมคิดในใจ "ฉันจะเล่นให้ได้แบบนั้น"

221
00:16:11,304 --> 00:16:12,556
พอผมอายุ 16

222
00:16:12,639 --> 00:16:14,933
ผมไปดูวงที่โรเบิร์ตเป็นนักร้อง

223
00:16:15,725 --> 00:16:18,854
การแสดงออกมาดีมาก
เพราะเขาร้องได้ยอดเยี่ยมมาก

224
00:16:19,771 --> 00:16:21,398
ท่ามกลางคนดูนั้น

225
00:16:21,481 --> 00:16:24,442
{\an8}คือชายคนสำคัญกับแฟนคนสวยของเขา

226
00:16:24,526 --> 00:16:26,027
{\an8}(จอห์น บอนแฮมและแพท ฟิลลิปส์)

227
00:16:26,111 --> 00:16:28,363
{\an8}เขาติดต่อผมหลังการแสดง เขาพูดว่า

228
00:16:28,446 --> 00:16:30,073
{\an8}"คุณใช้ได้นะ

229
00:16:30,157 --> 00:16:32,826
{\an8}แต่จะดีขึ้นกว่านี้เยอะ ถ้ามีมือกลองเก่งๆ"

230
00:16:33,451 --> 00:16:36,329
ผมคิดในใจ "ให้ตาย เอาละสิ"

231
00:16:38,290 --> 00:16:40,167
ครั้งแรกที่เราเล่นด้วยกัน

232
00:16:40,250 --> 00:16:41,334
เราอายุประมาณ 16

233
00:16:41,418 --> 00:16:42,627
และมันดีมากๆ

234
00:16:50,135 --> 00:16:51,470
จอห์นเป็นคนที่น่าทึ่งมาก

235
00:16:51,970 --> 00:16:53,847
เขาเป็นมือกลองที่ทรงพลังมาก

236
00:16:55,056 --> 00:16:57,767
ผมดูเขาด้วยความทึ่งสุดๆ

237
00:16:57,851 --> 00:17:00,687
เขาวิเศษมาก

238
00:17:01,688 --> 00:17:04,440
แต่การเล่นดนตรีในท้องถิ่นมีการแข่งขันสูง

239
00:17:04,524 --> 00:17:07,026
มีช่วงเวลาที่เดินทางไปแสดง

240
00:17:07,110 --> 00:17:08,612
และทุกอย่างไปได้สวย

241
00:17:08,695 --> 00:17:10,906
แล้วจู่ๆ ก็ไม่มีงาน ไม่มีเงิน

242
00:17:10,988 --> 00:17:12,741
ต้องกลับมาสู่จุดเริ่มต้น

243
00:17:12,991 --> 00:17:15,494
มีหนหนึ่งเราน้ำมันหมด

244
00:17:16,161 --> 00:17:18,872
ผมต้องขโมยน้ำมันจากรถอีกคัน

245
00:17:18,955 --> 00:17:21,541
และผมถูกตำรวจจับได้กลางดึก

246
00:17:21,624 --> 00:17:24,127
ตอนกำลังเอาสายยางใส่กระป๋อง

247
00:17:24,210 --> 00:17:26,463
เขานั่งตัวสั่นอยู่ข้างหลัง

248
00:17:27,380 --> 00:17:29,382
คิดในใจว่า "แพทจะว่ายังไง"

249
00:17:31,176 --> 00:17:34,137
แพทกลายเป็นภรรยาเขา
และเธอเคยพูดว่า

250
00:17:34,221 --> 00:17:37,015
"อย่าเล่นดนตรีกับแพลนต์อีกเชียว

251
00:17:37,557 --> 00:17:39,059
เขาจะพาซวย"

252
00:17:48,276 --> 00:17:51,154
ผมออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16

253
00:17:51,404 --> 00:17:53,281
ผมสอบตกแทบทุกวิชา

254
00:17:53,448 --> 00:17:55,325
เพราะผมเล่นดนตรีในคลับทั้งคืน

255
00:17:55,408 --> 00:17:57,536
ในคืนก่อนสอบไล่

256
00:17:57,619 --> 00:17:59,037
พ่อผมพูดว่า

257
00:17:59,120 --> 00:18:01,998
"พ่อฝากงานเสมียนให้แกได้"

258
00:18:03,333 --> 00:18:05,669
"ไม่ครับ พ่อ ผมจะหาวงดนตรี
ผมจะหาวงดนตรี"

259
00:18:05,752 --> 00:18:07,379
เคยมีสถานที่หนึ่งในลอนดอน

260
00:18:07,462 --> 00:18:08,797
ชื่ออาร์เชอร์สตรีท

261
00:18:08,880 --> 00:18:10,841
ทุกเช้าวันจันทร์

262
00:18:10,924 --> 00:18:14,386
นักดนตรีท้องถิ่นทุกคน
จะมารวมตัวกันเพื่อของาน

263
00:18:15,262 --> 00:18:17,722
ผมที่เป็นเด็กจึงไปที่นั่น

264
00:18:17,806 --> 00:18:19,474
ผมไปที่นั่นทุกเช้าวันจันทร์

265
00:18:34,156 --> 00:18:36,616
ผมเริ่มได้เล่นกับวงต่างๆ

266
00:18:36,700 --> 00:18:38,410
และในห้องอัดเสียง

267
00:18:41,580 --> 00:18:42,581
{\an8}(ปี 1964)

268
00:18:42,664 --> 00:18:45,417
{\an8}นี่จิมมี่ เพจกับกีตาร์ไฟฟ้าของเขา

269
00:18:45,959 --> 00:18:48,128
{\an8}นั่นกีตาร์เลสพอล หรือแบล็กบิวตี้ของผม

270
00:18:48,211 --> 00:18:50,797
{\an8}กีตาร์ตัวนี้เป็นกีตาร์

271
00:18:50,881 --> 00:18:52,716
ที่ผมเล่นในห้องอัดเสียงส่วนใหญ่

272
00:18:54,843 --> 00:18:56,803
นั่นไง กำลังเข้าไปเพื่อดูว่า

273
00:18:56,887 --> 00:18:59,931
ผมจะเจออะไรบนแท่นวางโน้ตเพลง

274
00:19:12,527 --> 00:19:14,863
ที่จริงการอัดเสียงในสมัยนั้นสนุกมาก

275
00:19:15,822 --> 00:19:18,033
ตอนแรกๆ ผมได้เล่นดนตรีในห้องอัด

276
00:19:18,116 --> 00:19:19,409
ร่วมกับจิมมี่บ่อยมาก

277
00:19:20,577 --> 00:19:22,704
{\an8}(เชอร์ลีย์ บาสซีย์)

278
00:19:22,787 --> 00:19:24,664
{\an8}ห้องอัดเพลงโกลด์ฟิงเกอร์
อยู่ที่ถนนแอบบีย์

279
00:19:24,789 --> 00:19:27,083
{\an8}จิมมี่กับผมไปอัดทำนอง

280
00:19:27,167 --> 00:19:28,502
{\an8}มีวงออร์เคสตราทั้งวง

281
00:19:29,085 --> 00:19:30,295
และเชอร์ลีย์ บาสซีย์

282
00:19:34,508 --> 00:19:37,219
บรรยากาศทั้งหมด…
แค่การได้อยู่ในนั้น…

283
00:19:37,302 --> 00:19:40,138
ตอนนั้นน่ะ ผมยังเด็กอยู่เลย

284
00:19:40,222 --> 00:19:42,766
มันแบบว่า "โอ้โฮ เชอร์ลีย์ บาสซีย์"

285
00:19:42,849 --> 00:19:45,101
ขณะที่เล่น คุณมองเห็นเธอ

286
00:19:45,185 --> 00:19:47,437
และเธอออกท่าทางทุกอย่าง

287
00:19:48,605 --> 00:19:50,607
แบบนั้น มันน่าดูมากๆ

288
00:20:11,002 --> 00:20:14,548
สตูดิโอเหล่านี้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก

289
00:20:15,215 --> 00:20:17,217
คุณห้ามเป็นคนที่ทำพลาด

290
00:20:17,300 --> 00:20:18,969
จนพวกเขาต้องเลยเวลา

291
00:20:19,052 --> 00:20:20,512
แน่นอนว่าถ้าคุณทำพลาด

292
00:20:20,595 --> 00:20:22,139
คุณจะไม่ถูกเรียกมาอีก

293
00:20:34,901 --> 00:20:36,862
มีสมุดจดเล่มเล็กๆ แบบนี้

294
00:20:36,945 --> 00:20:39,114
ที่ผมพกติดตัว

295
00:20:39,698 --> 00:20:42,868
ผมเข้าห้องอัดกับวงโรลลิงสโตนส์

296
00:20:42,951 --> 00:20:44,953
เดวิด โบวี่, เพทูล่า คลาร์ก…

297
00:20:45,036 --> 00:20:47,122
ผมอยู่ในแผ่นเสียงของคิงส์

298
00:20:47,205 --> 00:20:49,166
แผ่นเสียงแรกของวงฮู

299
00:20:49,249 --> 00:20:51,501
กับนักดนตรีหลากหลาย

300
00:20:52,043 --> 00:20:54,004
แต่ผมไม่ได้ร่วมงานกับวงบีเทิลส์

301
00:21:11,313 --> 00:21:14,649
{\an8}(ปี 1965)

302
00:21:19,988 --> 00:21:21,573
{\an8}(โดโนแวน
จิมมี่ เพจ - กีตาร์)

303
00:21:21,656 --> 00:21:23,909
{\an8}ผมได้ร่วมงานกับโดโนแวนพอควร

304
00:21:23,992 --> 00:21:26,745
{\an8}และผมสนุกกับการร่วมงานกับเขา

305
00:21:27,287 --> 00:21:29,956
{\an8}มิกกี้ โมสต์เป็นโปรดิวเซอร์ของเขา

306
00:21:30,040 --> 00:21:32,417
{\an8}(มิกกี้ โมสต์)

307
00:21:32,501 --> 00:21:35,212
{\an8}การเข้าห้องอัดเหล่านี้ดีมาก
เพราะผมสามารถดู

308
00:21:35,295 --> 00:21:37,923
และถามคำถามต่างๆ ได้

309
00:21:38,006 --> 00:21:39,257
ผมทำแบบนั้นจริงๆ

310
00:21:39,341 --> 00:21:42,052
ผมถือเป็นหน้าที่ที่จะถามวิศวกร

311
00:21:42,135 --> 00:21:45,639
ถึงวิธีทำเอฟเฟกต์ เช่น เทปเอคโค่ และรีเวิร์บ

312
00:21:45,722 --> 00:21:48,433
และคุณได้เห็นวิธีที่เขาติดไมค์

313
00:21:48,517 --> 00:21:49,935
เข้ากับเครื่องดนตรีต่างๆ

314
00:21:50,811 --> 00:21:52,646
หลักๆ แล้ว นั่นคือสิ่งที่ผมทำได้

315
00:21:52,729 --> 00:21:54,564
ผมได้รับอนุญาตให้ทำได้

316
00:21:54,648 --> 00:21:57,067
ไม่ใช่แค่นั้น ผมมีโอกาสได้เล่นโซโล่ด้วย

317
00:21:57,150 --> 00:21:58,401
เป็นเรื่องดีนะ

318
00:22:08,787 --> 00:22:09,788
ผมเดินไปหามิกกี้ โมสต์

319
00:22:09,871 --> 00:22:11,248
ถามว่า "ต้องการคนเรียบเรียงไหม"

320
00:22:11,498 --> 00:22:13,917
"คุณ…" "ใช่ ผมเรียบเรียงด้วย

321
00:22:14,000 --> 00:22:16,086
ใช่ ตลอดเลย" และ…

322
00:22:16,711 --> 00:22:18,922
จริงๆ ผมยังไม่เคยหรอก

323
00:22:19,005 --> 00:22:22,884
แต่พ่อผมสอนเสมอว่า อย่าปฏิเสธงาน

324
00:22:23,510 --> 00:22:26,930
ผมกับมิกกี้ร่วมงานกันได้ดีมาก

325
00:22:28,557 --> 00:22:30,934
{\an8}เขาเคยขับรถโรลส์-รอยซ์
สีเหลืองของเขาผ่านมา…

326
00:22:31,017 --> 00:22:32,018
{\an8}(ปี 1966)

327
00:22:32,102 --> 00:22:34,229
{\an8}และใส่เทปต้นฉบับ
ลงในกล่องรับจดหมายของผม

328
00:22:34,312 --> 00:22:38,358
พร้อมข้อความว่า "คุณรู้ว่าเราต้องการอะไร
นี่วันศุกร์" มีแค่นั้นเอง

329
00:22:38,942 --> 00:22:41,695
ผมเล่นเบสในห้องอัดทั้งวัน สัปดาห์ละเจ็ดวัน

330
00:22:41,778 --> 00:22:43,655
ผมจึงต้องเรียบเรียงเพลงตอนกลางคืน

331
00:22:43,738 --> 00:22:45,448
พอเก้าโมงเช้า

332
00:22:45,532 --> 00:22:48,034
ผมก็ไปห้องอัดและเล่นเพลงพวกนั้น

333
00:22:48,118 --> 00:22:51,163
ผมเรียบเรียงเพลงทั้งหมด
ของวงเฮอร์แมนส์เฮอร์มิตส์

334
00:22:51,246 --> 00:22:52,414
และโดโนแวน

335
00:22:53,248 --> 00:22:55,500
และมีส่วนร่วมไม่น้อยกับเพลงของลูลู

336
00:22:55,625 --> 00:22:56,918
เพราะผมเรียบเรียงทุกเพลงของเธอ

337
00:22:57,002 --> 00:22:58,003
ร่วมกับมิกกี้ โมสต์

338
00:23:02,591 --> 00:23:09,556
{\an8}(ลูลู - จอห์น พอล โจนส์ เรียบเรียง, เบส)

339
00:23:13,894 --> 00:23:15,645
{\an8}ผมเคยร่วมทำเพลงประกอบหนังกับเธอ

340
00:23:15,729 --> 00:23:18,732
{\an8}เช่น "ทูเซอร์ วิธเลิฟ" ซึ่งดังมากในอเมริกา

341
00:23:19,983 --> 00:23:22,569
{\an8}นี่ถือเป็นจุดสูงสุดของวงการดนตรี

342
00:23:22,652 --> 00:23:24,029
(หนุ่มห้องอัด
จอห์น พอล โจนส์)

343
00:23:24,112 --> 00:23:25,697
พ่อผมภูมิใจมาก

344
00:23:26,198 --> 00:23:28,158
เมื่อคนที่เขารู้จักและนับถือ

345
00:23:28,241 --> 00:23:30,785
มาพูดว่า "ผมเห็นจอห์น ลูกคุณ
ในห้องอัดที่นั่นที่นี่

346
00:23:30,869 --> 00:23:33,455
เมื่อวันก่อน เขาใช้ได้เลย เขาเก่งเลยนะ"

347
00:23:33,538 --> 00:23:34,623
และ…

348
00:23:35,207 --> 00:23:36,374
ทำให้เขาหน้าบานมาก

349
00:23:40,253 --> 00:23:42,756
ในช่วงนั้นผมอยู่ในวงต่างๆ หลายวง

350
00:23:42,839 --> 00:23:44,341
(แพลนต์ผันตัวเป็นนักร้องบัลลาด)

351
00:23:44,424 --> 00:23:46,760
และทำงานกับสตูดิโออัดเสียงสองสามแห่ง

352
00:23:46,843 --> 00:23:50,806
แต่พ่อแม่ผมไม่ค่อยสนใจนัก

353
00:23:51,348 --> 00:23:55,435
ตอนผมออกแผ่นเสียง
ซิงเกิลแรกทางช่องซีบีเอส

354
00:23:56,144 --> 00:23:59,606
พวกเขาไม่รู้เรื่องเลย เพราะผม…

355
00:24:00,690 --> 00:24:03,944
ผมต้องเลือกระหว่าง

356
00:24:04,027 --> 00:24:05,320
อยู่ในโลกการศึกษาและ…

357
00:24:06,488 --> 00:24:08,990
หน้าที่การงาน… การฝึกงานของผม

358
00:24:10,659 --> 00:24:12,786
เพื่อเป็นนักสอบบัญชี หรือไม่ก็…

359
00:24:14,287 --> 00:24:16,623
ออกไปท่องโลกและทำสิ่งที่ต้องทำ

360
00:24:16,706 --> 00:24:17,874
ผมก็เลยทำ

361
00:24:18,583 --> 00:24:20,127
ผมเลยบอกลาทุกคน

362
00:24:23,255 --> 00:24:28,468
{\an8}(ปี 1967)

363
00:24:28,552 --> 00:24:31,304
{\an8}ผมรู้ว่ามีนักร้องที่เก่งกว่าผม

364
00:24:31,388 --> 00:24:34,975
แต่ผมน่ะออกไปเปล่งเสียงโหวกเหวก

365
00:24:35,058 --> 00:24:36,184
(อย่าปลูก เสพลูกเดียว)

366
00:24:36,268 --> 00:24:41,106
ผมใส่ชุดยาว ทาหน้า สั่นกระดิ่ง จุดธูปหอม

367
00:24:42,274 --> 00:24:43,316
มันแบบ…

368
00:24:43,400 --> 00:24:44,401
(เสียงของจอห์น บอนแฮม)

369
00:24:44,484 --> 00:24:46,361
{\an8}โรเบิร์ตเคยเกกมะเหรกเกเร

370
00:24:46,444 --> 00:24:48,572
{\an8}กว่าเพื่อนทุกคนของผมที่นี่

371
00:24:48,655 --> 00:24:49,865
{\an8}บ้าบอมากเลย

372
00:24:49,948 --> 00:24:50,949
{\an8}(ให้กัญชาถูกกฎหมาย)

373
00:24:51,032 --> 00:24:54,786
จอห์นเดินมาหาผมแล้วถามว่า
"มันเพื่ออะไรกัน"

374
00:24:54,911 --> 00:24:56,204
('บุปผาชน' ประท้วง)

375
00:24:56,288 --> 00:24:59,040
ผมตอบว่า "ใช่ คุณพูดถูก มันเพื่ออะไรกัน"

376
00:24:59,124 --> 00:25:00,750
ปลายปี 1967

377
00:25:00,834 --> 00:25:02,544
เรากลับมารวมตัวกัน

378
00:25:02,627 --> 00:25:04,880
และเราเล่นดนตรีเข้ากันดีมาก

379
00:25:20,395 --> 00:25:22,647
เราจึงตั้งวงแบนด์ออฟจอย

380
00:25:22,814 --> 00:25:25,442
เราอยากผสมเพลงบลูส์
เข้ากับแนวคิดไซคาเดเลีย

381
00:25:25,525 --> 00:25:28,320
เราอยากเป็นส่วนหนึ่ง
ของการเคลื่อนไหวอันสำคัญนั้น

382
00:25:28,403 --> 00:25:29,988
เราไปแสดงที่แฟรงค์ฟรีแมนส์

383
00:25:30,071 --> 00:25:31,865
เราแสดงที่มิดเดิลเอิร์ธในลอนดอน

384
00:25:31,948 --> 00:25:33,116
(โรเบิร์ต แพลนต์
แบนด์ออฟจอย)

385
00:25:33,200 --> 00:25:36,161
เราไปที่ทินแพนแอลลีย์
และอัดเพลง เมมโมรี่เลน

386
00:25:36,703 --> 00:25:39,581
ซึ่งเป็นเพลงแรกที่ผมแต่ง

387
00:25:40,791 --> 00:25:42,501
แต่น่าเสียดาย เราไม่ได้ปล่อยเพลงนั้น

388
00:25:43,251 --> 00:25:44,878
และมีคนชอบเพลงเราไม่มากนัก

389
00:25:45,420 --> 00:25:47,589
แต่เราชอบเพลงตัวเอง

390
00:26:03,271 --> 00:26:06,900
(โรเบิร์ต แพลนต์
และวงแบนด์ออฟจอย)

391
00:26:07,025 --> 00:26:10,195
(โรเบิร์ต แพลนต์
และวงแบนด์ออฟจอย)

392
00:26:10,278 --> 00:26:15,450
(รำลึกการปรากฏตัวครั้งสุดท้าย
โรเบิร์ต แพลนต์และวงแบนด์ออฟจอย)

393
00:26:15,534 --> 00:26:17,452
แพทต่อว่าจอห์นว่า

394
00:26:17,536 --> 00:26:19,371
"บอกแล้วว่าให้อยู่ห่างๆ เขา

395
00:26:19,913 --> 00:26:21,164
เขาพาคุณไปไม่ถึงไหนหรอก"

396
00:26:21,248 --> 00:26:23,792
เขาเลยแยกตัวไปอยู่กับทิม โรส

397
00:26:23,875 --> 00:26:26,336
เล่นเพลง ไอก็อตอะโลนลี่เนส
และเพลง มอร์นิ่งดิว

398
00:26:26,711 --> 00:26:28,380
มันเคยเป็นแบบนั้นแหละ

399
00:26:28,463 --> 00:26:29,548
{\an8}(จอห์นและเจสัน บอนแฮม)

400
00:26:29,631 --> 00:26:31,842
{\an8}ตอนนั้นเรามีลูก เราเลยต้องมีงานทำ

401
00:26:31,925 --> 00:26:33,927
{\an8}ในวงมืออาชีพสักวง เพื่อให้ได้เงิน

402
00:26:34,010 --> 00:26:35,345
{\an8}มาเลี้ยงชีพ

403
00:26:36,263 --> 00:26:39,891
ผมอับจนหนทาง

404
00:26:41,268 --> 00:26:42,894
ตอนนั้นผมลำบากมาก

405
00:26:43,562 --> 00:26:47,482
ผมมีกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาล
กับยาเพนิซิลลิน

406
00:26:47,566 --> 00:26:49,276
ผมไร้บ้าน ไม่มีที่ให้อยู่

407
00:26:49,359 --> 00:26:50,360
ผมเลย…

408
00:26:51,862 --> 00:26:54,364
ผมได้งานร่วมกับวงอ็อบส์-ทวีเดิล

409
00:27:05,333 --> 00:27:07,502
ผมได้รับการยอมรับ

410
00:27:07,586 --> 00:27:09,963
ให้เป็นนักดนตรีประจำสตูดิโอ

411
00:27:10,505 --> 00:27:13,633
ผมได้เลื่อนขั้นจนได้ทำงาน

412
00:27:13,717 --> 00:27:17,012
ที่นักดนตรีดั้งเดิมทั้งหลายทำ
ตอนที่ผมเริ่มเข้ามาทำ

413
00:27:17,095 --> 00:27:18,388
อย่างเช่นมูแซก

414
00:27:18,472 --> 00:27:21,475
มูแซกคือสิ่งที่พวกเขาใช้เรียก
ดนตรีประกอบเบื้องหลัง

415
00:27:21,558 --> 00:27:23,310
นึกออกไหม

416
00:27:23,393 --> 00:27:27,105
มันยากมากๆ

417
00:27:27,189 --> 00:27:28,398
ในการอัดเพลงมูแซก

418
00:27:28,482 --> 00:27:30,275
เพราะคุณมีโน้ตดนตรีเป็นปึก

419
00:27:30,358 --> 00:27:32,527
คุณต้องเปิดเล่นมันไปเรื่อยๆ

420
00:27:32,611 --> 00:27:33,695
เปิดและเล่นไปเรื่อยๆ

421
00:27:34,070 --> 00:27:36,531
การทำแบบนั้น การเล่นไปครึ่งเพลง

422
00:27:36,615 --> 00:27:39,493
โดยไม่ล้มป่วยไปเสียก่อน
เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก

423
00:27:39,576 --> 00:27:42,370
ผมจึงรู้ว่า

424
00:27:42,871 --> 00:27:45,373
ถึงเวลาที่ต้องออกจากตรงนั้น

425
00:27:45,457 --> 00:27:48,960
เพื่อนผมทุกคน เช่น เอริกและเจฟฟ์
ทุกคนอยู่ในวงดนตรี

426
00:27:49,044 --> 00:27:50,754
และพวกเขากำลังสนุกกันมาก

427
00:27:50,837 --> 00:27:52,881
ผมเลยคิดว่า "ผมมีดีหลายอย่าง

428
00:27:52,964 --> 00:27:54,549
ที่ผมจะเสนอให้ได้"

429
00:27:55,383 --> 00:27:56,927
เจฟฟ์ เบ็กพูดว่า

430
00:27:57,010 --> 00:27:59,721
"คงจะดีมากๆ ถ้าคุณมาเข้าวงยาร์ดเบิดส์"

431
00:27:59,805 --> 00:28:01,932
ผมคิดในใจ "จะเล่นแบบไหนดี

432
00:28:02,015 --> 00:28:03,558
ถ้ามีโอกาสได้เข้า"

433
00:28:03,642 --> 00:28:06,561
"ใช่ ทำเลย ทำตอนนี้ นี่คือโอกาส"

434
00:28:09,189 --> 00:28:16,154
{\an8}(เดอะยาร์ดเบิดส์)

435
00:28:32,796 --> 00:28:34,965
การได้มาเข้าวงยาร์ดเบิดส์กับเจฟฟ์

436
00:28:35,048 --> 00:28:36,133
มันคือการไปทัวร์กับเพื่อน

437
00:28:36,216 --> 00:28:37,926
และได้มีช่วงเวลาดีๆ

438
00:28:38,718 --> 00:28:41,096
แต่ระหว่างการทัวร์อเมริกา

439
00:28:41,179 --> 00:28:44,099
เขาลาออกจากวง ผมตกใจมาก

440
00:28:44,891 --> 00:28:49,604
แต่มันทำให้ผมมีโอกาส
ลองทิศทางใหม่

441
00:28:49,688 --> 00:28:52,357
ผมได้เล่นกีตาร์ลีดแทน

442
00:28:59,865 --> 00:29:02,200
ไม่มีใครสนใจวงยาร์ดเบิดส์

443
00:29:02,284 --> 00:29:04,077
ในอังกฤษกันแล้ว

444
00:29:04,161 --> 00:29:07,539
เราจึงเริ่มขยายฐานแฟนคลับใต้ดิน

445
00:29:07,622 --> 00:29:08,832
ในอเมริกา

446
00:29:09,583 --> 00:29:13,462
และมันก็น่าตื่นเต้น น่าตื่นเต้นสุดๆ

447
00:29:13,545 --> 00:29:16,965
ที่ได้สัมผัสบรรยากาศดนตรีเวสต์โคสต์

448
00:29:24,264 --> 00:29:26,183
แต่เราต้องสู้กับมิกกี้ โมสต์

449
00:29:26,266 --> 00:29:27,726
ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของเรา

450
00:29:28,226 --> 00:29:30,645
เราจึงอัดเพลงซิงเกิลห่วยๆ พวกนี้

451
00:29:30,729 --> 00:29:33,523
สำหรับรายการวิทยุเอเอ็ม
ซึ่งเป็นรายการเพลงป็อป

452
00:29:34,149 --> 00:29:37,319
และผมไม่อยากทำเพลงซิงเกิลอีกต่อไป

453
00:29:38,737 --> 00:29:40,113
การอยู่ในอเมริกา

454
00:29:40,197 --> 00:29:42,657
และเห็นการเริ่มต้นของ
รายการวิทยุใต้ดินเอฟเอ็ม

455
00:29:42,741 --> 00:29:45,410
ซึ่งเล่นเพลงทั้งอัลบั้ม…

456
00:29:45,494 --> 00:29:49,122
ผมรู้ว่านี่คือวิถีสู่อนาคต

457
00:29:49,664 --> 00:29:51,374
ผมจึงวางแผน

458
00:29:51,458 --> 00:29:53,668
ทำอัลบั้มที่จะถูกนำไปเล่น

459
00:29:53,752 --> 00:29:56,463
ทุกเพลง ทางสถานีเอฟเอ็ม

460
00:30:03,720 --> 00:30:05,722
ผมคิดเสียงใหม่ๆ สำหรับวงยาร์ดเบิดส์

461
00:30:05,806 --> 00:30:07,557
ไว้ในหัวผมแล้ว

462
00:30:07,641 --> 00:30:11,102
ผมรู้ว่าต้องการทำอะไรกับกีตาร์

463
00:30:11,186 --> 00:30:13,063
ในเพลงใหม่ที่ผมคิดไว้

464
00:30:13,146 --> 00:30:14,439
อย่าง เดซด์แอนด์คอนฟิวสด์

465
00:30:14,523 --> 00:30:17,442
ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเจค โฮมส์

466
00:30:20,195 --> 00:30:24,491
{\an8}(ปี 1968)

467
00:30:42,050 --> 00:30:45,637
ผมได้กีตาร์นั้นมาจากเจฟฟ์ เบ็ก

468
00:30:46,304 --> 00:30:49,182
ผมทาสีและปลุกเสกกีตาร์นั้น

469
00:30:50,517 --> 00:30:54,062
นี่คือกีตาร์ที่ผ่านอะไรมามากมาย

470
00:30:54,813 --> 00:30:58,900
เหมือนดาบเอกซ์คาลิเบอร์ ดาบในตำนาน

471
00:31:13,790 --> 00:31:16,877
ผมไปดูลายมือในแอลเอ

472
00:31:17,794 --> 00:31:19,629
และหมอดูบอกว่า

473
00:31:20,046 --> 00:31:23,550
"คุณจะมีเรื่องต้องตัดสินใจเร็วๆ นี้

474
00:31:23,633 --> 00:31:25,469
ซึ่งจะพลิกชีวิตคุณ"

475
00:31:26,011 --> 00:31:29,598
หลังดูหมอได้สองสามวัน ก็มีการประชุม

476
00:31:30,182 --> 00:31:31,349
คนอื่นๆ ในวงพูดว่า

477
00:31:31,433 --> 00:31:32,642
"พอแล้ว เราอยากยุบวง"

478
00:31:34,478 --> 00:31:35,687
คือว่ามันน่าตกใจ

479
00:31:38,899 --> 00:31:42,777
ผมพูดทันทีว่า "ผมรู้แล้วว่าผมจะทำอะไร

480
00:31:42,861 --> 00:31:44,321
ผมจะตั้งวงของตัวเอง

481
00:31:44,404 --> 00:31:46,698
และผมรู้ว่าจะทำอะไรกับวงนั้น"

482
00:31:47,324 --> 00:31:50,243
ผมแค่ต้องหานักร้องที่มีเสียงทรงพลัง

483
00:31:50,785 --> 00:31:52,954
และก็มีนักร้องชื่อเทอร์รี่ รี้ด

484
00:31:53,038 --> 00:31:54,498
เขาลงชื่อกับผมไว้

485
00:31:54,581 --> 00:31:56,875
ผมคิดในใจ "ผมจะเลือกเขา"

486
00:31:57,584 --> 00:32:00,212
{\an8}ผมขอให้ปีเตอร์ แกรนต์
ช่วยติดต่อเทอร์รี่ รี้ด

487
00:32:00,295 --> 00:32:01,588
{\an8}(ปีเตอร์ แกรนต์)

488
00:32:01,671 --> 00:32:03,965
{\an8}ปีเตอร์ แกรนต์เคยเป็นผู้จัดการวงยาร์ดเบิดส์

489
00:32:04,049 --> 00:32:06,051
{\an8}และโชคดีมาก เขาเชื่อมั่นในตัวผม

490
00:32:06,134 --> 00:32:08,178
คือว่านะ ทันทีที่ยาร์ดเบิดส์ยุบวง

491
00:32:08,303 --> 00:32:09,888
และผมพูดว่า "ผมจะตั้งวงใหม่"

492
00:32:09,971 --> 00:32:12,682
เขาเสนอตัวทันที เขาพูดว่า "เยี่ยมเลย"

493
00:32:12,766 --> 00:32:14,309
และ "ผมจะช่วยเต็มที่"

494
00:32:14,893 --> 00:32:18,230
ปีเตอร์ แกรนต์กับมิกกี้ โมสต์
อยู่ห้องทำงานเดียวกัน

495
00:32:18,855 --> 00:32:20,565
ในนั้นมีโต๊ะสองตัว

496
00:32:20,649 --> 00:32:23,693
พวกเขาหันหน้าเข้าหากันจากคนละฝั่ง

497
00:32:25,028 --> 00:32:27,030
ผมมาได้ข่าวทีหลังว่า

498
00:32:27,113 --> 00:32:30,158
"เทอร์รี่ รี้ดได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเดี่ยว

499
00:32:30,242 --> 00:32:31,284
กับมิกกี้ โมสต์ไปแล้ว"

500
00:32:31,368 --> 00:32:32,702
ผมก็… "เหรอ"

501
00:32:33,286 --> 00:32:34,746
- สดๆ ร้อนๆ
- อ้อ ผมรู้ดี

502
00:32:34,830 --> 00:32:36,081
- สำหรับคุณ
- ใช่

503
00:32:36,164 --> 00:32:37,624
ผมคิดในใจ "ว้าว นี่มันโหดเหี้ยมมาก"

504
00:32:37,707 --> 00:32:40,043
แต่อย่างไรก็ดี เทอร์รี่ รี้ดได้แนะนำ

505
00:32:40,127 --> 00:32:42,587
นักร้องคนหนึ่งจากมิดแลนส์
ที่อยู่ในวงอ็อบส์-ทวีเดิล

506
00:32:42,671 --> 00:32:43,672
และผมคิดว่า

507
00:32:43,755 --> 00:32:45,757
"ชื่อนี้แปลก นี่มันแปลกๆ"

508
00:32:46,383 --> 00:32:48,677
เขากับปีเตอร์ แกรนต์หันมามองหน้าผม

509
00:32:50,053 --> 00:32:53,098
เขาถามว่าผมรู้ไหมว่า
เขาจะเจอโรเบิร์ต แพลนต์ได้ที่ไหน

510
00:32:54,307 --> 00:32:56,685
ผมตอบว่า "รู้สิ ตรงนี้ไง"

511
00:32:57,185 --> 00:33:00,981
เขาร้องด้นสดได้ไพเราะมาก

512
00:33:01,064 --> 00:33:02,566
ผมคิดว่าวิเศษมาก

513
00:33:02,649 --> 00:33:04,693
ผมจึงเชิญเขามาที่บ้าน

514
00:33:05,443 --> 00:33:07,612
ตอนนั้นผมยังไม่มีที่อยู่

515
00:33:08,113 --> 00:33:11,491
ผมจึงถือกระเป๋าขึ้นรถไฟไปแพงบอร์น

516
00:33:11,575 --> 00:33:13,243
และลองเสี่ยงอีกสักครั้ง

517
00:33:14,703 --> 00:33:16,705
ใช่ เราเข้ากันได้ดีมาก

518
00:33:16,788 --> 00:33:19,916
เขาสำรวจแผ่นเสียงของผม…

519
00:33:20,000 --> 00:33:21,376
และพูดว่า "ผมมีแผ่นนั้น"

520
00:33:21,460 --> 00:33:23,920
ผมเล่นเพลงของโจน บาเอซให้เขาฟัง

521
00:33:24,004 --> 00:33:25,547
เพลง เบ๊บ ไอม์กอนนะลีฟยู

522
00:33:25,630 --> 00:33:29,134
และพูดว่า "ถ้าคุณร้องท่อนบนสุดนั้นได้

523
00:33:29,217 --> 00:33:31,136
ผมมีดนตรีเรียบเรียงที่เข้ากับมัน"

524
00:33:31,219 --> 00:33:34,264
และมันก็ลงตัวมากๆ

525
00:33:34,347 --> 00:33:35,432
มันสวยงาม

526
00:33:35,515 --> 00:33:38,310
เขาร้องได้ไพเราะมาก

527
00:33:50,530 --> 00:33:52,782
เรารู้ว่ามีเรื่องดีเกิดขึ้น

528
00:33:53,992 --> 00:33:56,411
ผมรู้สึกได้จากบรรยากาศ

529
00:33:57,496 --> 00:34:01,416
จิมมี่เล่นกีตาร์ได้สุดยอดมาก น่าทึ่งมาก

530
00:34:04,669 --> 00:34:05,837
แล้วจิมมี่ก็พูดกับผมว่า

531
00:34:05,921 --> 00:34:08,006
"เราได้มือกลองแล้ว"

532
00:34:08,173 --> 00:34:10,674
และก่อนเขาจะพูดอะไรต่อ
ผมพูดว่า "เดี๋ยวนะ

533
00:34:10,759 --> 00:34:12,636
ไม่มีมือกลองคนไหนในโลก

534
00:34:12,719 --> 00:34:15,221
จะเทียบกับจอห์น บอนแฮมได้

535
00:34:15,638 --> 00:34:17,098
เขาเป็นเลิศ"

536
00:34:17,432 --> 00:34:19,058
ตอนนั้นเขาเล่นกับทิม โรส

537
00:34:19,643 --> 00:34:21,185
จิมมี่พูดว่า "ถ้าอย่างนั้น

538
00:34:21,269 --> 00:34:22,770
เราไปหาเขากัน"

539
00:34:22,854 --> 00:34:26,316
และผมพูดว่า "จอห์น คุณต้องฟังจิมมี่เล่น

540
00:34:26,399 --> 00:34:29,277
เขาน่าทึ่งมาก"
จอห์นบอกว่า "ไม่มีทาง"

541
00:34:29,986 --> 00:34:31,863
ผมพูดว่า "คุณต้องบ้าแน่ๆ

542
00:34:31,946 --> 00:34:35,534
คุณไม่อยากเล่นเพลงโฟล์กอิเล็กทริกหรอก

543
00:34:36,159 --> 00:34:38,745
มากับผมเถอะ" เขาพูดว่า "แพทฆ่าผมแน่"

544
00:34:38,828 --> 00:34:40,247
"อย่าพูดแบบนั้นสิ"

545
00:34:40,330 --> 00:34:42,415
ผมบอกว่า "ผมจะคุยกับแพทและแม่ของคุณให้"

546
00:34:45,252 --> 00:34:49,047
โม ภรรยาผมอ่านเจอว่า
"จิมมี่กำลังตั้งวงดนตรี

547
00:34:49,589 --> 00:34:51,007
คุณควรโทรหาเขา

548
00:34:51,508 --> 00:34:52,884
ดูว่าเขาอยากได้มือเบสไหม"

549
00:34:52,968 --> 00:34:54,094
ผมแบบว่า "ไม่ ไม่ได้…

550
00:34:54,176 --> 00:34:56,054
ผมต้องทำนี่ ผมต้องทำนั่น

551
00:34:56,138 --> 00:34:57,806
ผมมีนี่… และอัลบั้ม…"

552
00:34:57,889 --> 00:34:59,766
"ไม่" เธอพูด เธอยืนกรานลูกเดียว

553
00:34:59,850 --> 00:35:02,727
"โทรหาเขานะ" ผมก็เลยโทร

554
00:35:03,311 --> 00:35:06,189
ผมพูดว่า "สวัสดี จิม
ได้ยินมาว่าคุณกำลังตั้งวงดนตรี"

555
00:35:06,273 --> 00:35:07,566
เขาตอบว่า "ใช่ๆ"

556
00:35:07,649 --> 00:35:09,693
ผมก็ว่า "คุณอยากได้มือเบสไหม"

557
00:35:09,776 --> 00:35:11,611
เขาว่า "อันที่จริงก็ต้องการ

558
00:35:11,695 --> 00:35:13,780
แต่มีปัญหาหนึ่ง"
ผมบอกว่า "อะไรเหรอ"

559
00:35:13,864 --> 00:35:16,449
เขาบอกว่า "มือกลองเล่นกับทิม โรส

560
00:35:16,533 --> 00:35:19,494
และเขาได้ 40 ปอนด์ต่อสัปดาห์
เราให้ดีกว่านั้นได้ไหม"

561
00:35:22,080 --> 00:35:24,166
เราเลยตัดสินใจว่า ได้ เราน่าจะทำได้

562
00:35:26,001 --> 00:35:29,504
ปีเตอร์ แกรนต์จัดการจองห้องซ้อมได้สองชั่วโมง

563
00:35:29,588 --> 00:35:30,755
{\an8}ที่ถนนเจอร์ราร์ด

564
00:35:30,839 --> 00:35:32,549
{\an8}(19 ถนนเจอร์ราร์ด
ห้องซ้อมใต้ดิน)

565
00:35:32,716 --> 00:35:35,510
{\an8}เราทุกคนไปที่นั่น
และผมตั้งอุปกรณ์ของผม

566
00:35:35,594 --> 00:35:38,388
{\an8}จอห์น พอล โจนส์
ไปพร้อมกับอุปกรณ์อัดเสียง

567
00:35:38,472 --> 00:35:40,515
และจอห์นมีกลองของเขา

568
00:35:40,599 --> 00:35:43,268
มีเครื่องขยายเสียงตั้งเรียงราย

569
00:35:43,351 --> 00:35:45,395
และเรายกเครื่องหนึ่งขึ้นมา…

570
00:35:45,479 --> 00:35:47,814
"สวัสดี สบายดีไหม" "ดี" แบบนั้นน่ะ

571
00:35:47,898 --> 00:35:49,733
"ผมชื่อนั่นนี่ เขาชื่อนั่นนี่"

572
00:35:50,442 --> 00:35:51,526
{\an8}(เสียงของจอห์น บอนแฮม)

573
00:35:51,610 --> 00:35:53,653
{\an8}มันแปลกมากจริงๆ ที่ได้พบจอห์น พอลกับจิมมี่

574
00:35:53,737 --> 00:35:55,238
{\an8}จากพื้นเพของผม

575
00:35:55,322 --> 00:35:57,115
{\an8}ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก

576
00:35:57,199 --> 00:35:59,242
{\an8}การได้รับโทรเลขอะไรเนี่ยน่ะ

577
00:35:59,326 --> 00:36:01,620
มีโอกาสที่จะได้ร่วมวงยาร์ดเบิดส์

578
00:36:01,703 --> 00:36:03,580
เหมือนของขวัญจากสวรรค์ ว่าไหม

579
00:36:04,122 --> 00:36:06,416
ผมบอกว่าเพลงแรกที่ผมอยากเล่น

580
00:36:07,042 --> 00:36:08,376
คือ เทรนเคปต์เอ-โรลลิน

581
00:36:08,460 --> 00:36:10,420
เทรนเคปต์เอ-โรลลิน "คุณรู้จักไหม"

582
00:36:10,504 --> 00:36:13,715
ผมบอกว่า "ไม่"
เขาพูดว่า "เป็นเพลง 12 ห้อง"

583
00:36:14,591 --> 00:36:16,885
"มีช่วงริฟฟ์กีตาร์นี้" "โอเค ได้เลย"

584
00:36:16,968 --> 00:36:18,220
แล้วก็เริ่มเล่นกัน

585
00:36:18,887 --> 00:36:20,639
และห้องแทบระเบิด

586
00:36:20,722 --> 00:36:23,225
เราเล่นไปเรื่อยๆ และเล่นโซโล่เบรก

587
00:36:23,308 --> 00:36:26,102
กับที่เหลือทั้งหมด และโรเบิร์ตด้นสด

588
00:36:26,186 --> 00:36:27,938
ผมไม่เคยได้ยินอะไรแบบนั้น

589
00:36:28,021 --> 00:36:29,731
ผมนึกว่าจะมีนักร้องเพลงโซลเจ๋งๆ

590
00:36:29,815 --> 00:36:32,400
แต่กลับมีคนบ้าที่ตะโกน

591
00:36:33,360 --> 00:36:35,862
กับเสียงไพเราะและช่วงเสียงอันวิเศษ

592
00:36:36,029 --> 00:36:37,864
ผมพูดว่า "ทำไมร้องเสียงสูงจัง

593
00:36:37,948 --> 00:36:39,658
เดี๋ยวเจ็บคอนะ"

594
00:36:39,741 --> 00:36:42,869
มันน่าเศร้ามากเพราะดูเหมือนว่า

595
00:36:43,995 --> 00:36:45,956
นั่นคือสิ่งที่ผมรอคอย

596
00:36:46,039 --> 00:36:47,582
ผมค่อนข้างขี้อาย

597
00:36:47,666 --> 00:36:50,210
ในสถานการณ์เช่นนั้น สิ่งที่ควรทำก็คือ

598
00:36:50,293 --> 00:36:52,546
ไม่พูดมาก ทำตามคนอื่น

599
00:36:52,629 --> 00:36:54,339
และปล่อยพลังออกมาเต็มที่

600
00:36:54,422 --> 00:36:55,966
ผมเล่นเบส

601
00:36:56,049 --> 00:36:58,009
และเขาคงคิดเหมือนกัน

602
00:36:58,093 --> 00:36:59,636
เพราะส่วนจังหวะ

603
00:36:59,719 --> 00:37:02,389
เป็นส่วนที่อ่อนไหวมาก…

604
00:37:05,100 --> 00:37:08,645
ผมแค่อยากรู้ว่าเราจะร่วมงานกันได้

605
00:37:08,812 --> 00:37:10,981
ครั้งแรกที่เราเล่นด้วยกัน

606
00:37:11,064 --> 00:37:12,983
ก็บอกได้แล้วว่าจะเป็นวงที่ดี

607
00:37:13,066 --> 00:37:14,693
ไม่ได้จะโม้หรืออะไรนะ

608
00:37:16,653 --> 00:37:17,863
แต่ผมรู้

609
00:37:19,948 --> 00:37:21,158
วิเศษมาก

610
00:37:21,241 --> 00:37:25,245
เมื่อเพลงหยุดลง ผมเชื่อจริงๆ ว่า

611
00:37:25,328 --> 00:37:28,915
ทุกคนรู้ดีว่านี่คือประสบการณ์
ที่จะพลิกชีวิต

612
00:37:28,999 --> 00:37:31,001
ผมคิดว่ามันมีพลังงานขับเคลื่อนเยอะมาก

613
00:37:31,084 --> 00:37:34,087
เยอะมากจนต้องออกมาเพื่อทุกคน

614
00:37:34,171 --> 00:37:35,464
"เราพามันไปสู่เวทีถัดไป

615
00:37:35,547 --> 00:37:37,048
และพามันไปแพงบอร์นกัน"

616
00:37:48,518 --> 00:37:50,479
แพงบอร์นตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์

617
00:37:50,979 --> 00:37:54,065
จำได้ว่าตอนเห็นบ้านบนเรือครั้งแรก

618
00:37:54,149 --> 00:37:56,318
ผมคิดในใจ "มันคือเวทมนต์โดยแท้"

619
00:37:56,860 --> 00:37:58,487
มันมีพลังที่ดี

620
00:37:58,570 --> 00:38:01,948
และมันคือแหล่งความคิดสร้างสรรค์

621
00:38:02,324 --> 00:38:03,658
และนี่คือบ้านที่ผมอาศัย

622
00:38:03,742 --> 00:38:06,286
ในปี 1967 จนถึง 1970

623
00:38:06,995 --> 00:38:10,332
ตอนแรกเราจัดเตรียมที่ชั้นบนของบ้าน

624
00:38:10,415 --> 00:38:12,209
ตรงหน้าต่างบานบนสุด

625
00:38:12,292 --> 00:38:13,460
มีห้องค่อนข้างใหญ่

626
00:38:13,543 --> 00:38:16,463
นั่นคือที่ที่เราใช้ซ้อม

627
00:38:22,344 --> 00:38:25,597
เรามองเห็นแม่น้ำ มันสวยดี

628
00:38:25,680 --> 00:38:27,933
และเราได้รู้จักกัน

629
00:38:28,016 --> 00:38:29,267
และทำงานหนักมาก

630
00:38:29,351 --> 00:38:30,477
เราไม่ใช่คนขี้เกียจ

631
00:38:30,560 --> 00:38:32,354
เป้าหมายของเราไม่ใช่การได้ออกทีวี

632
00:38:32,437 --> 00:38:35,273
เราทุกคนอยากเล่นดนตรีมาก

633
00:38:35,357 --> 00:38:38,151
เราเตรียมเพลงสำหรับอัลบั้ม

634
00:38:38,652 --> 00:38:41,696
จากนั้นเราก็เพิ่มเรื่องอื่น

635
00:38:41,780 --> 00:38:43,532
ที่จะเติมเต็มการแสดง

636
00:38:44,574 --> 00:38:47,160
เราซ้อมกันอยู่หลายวัน

637
00:38:47,244 --> 00:38:48,954
และมันเสียงดังน่าดู

638
00:38:49,746 --> 00:38:51,748
คุณจะได้ยิน คุณจะได้ยินจากฟากนี้

639
00:38:51,832 --> 00:38:54,626
และผมคาดว่าจะมีคนมาเคาะประตู

640
00:38:54,709 --> 00:38:56,378
เพื่อร้องเรียน แต่ไม่มีเลย

641
00:39:04,469 --> 00:39:06,263
เราเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว

642
00:39:06,346 --> 00:39:08,140
เพราะมีการทัวร์

643
00:39:08,223 --> 00:39:10,058
ที่วงยาร์ดเบิดส์ต้องทำรออยู่แล้ว

644
00:39:10,225 --> 00:39:12,519
ซึ่งนานสองสามวันในสแกนดิเนเวีย

645
00:39:12,602 --> 00:39:14,855
เป็นจังหวะเหมาะ และโชคดีมากๆ

646
00:39:14,938 --> 00:39:16,356
ที่มีทัวร์นี้ที่เราทำได้

647
00:39:16,773 --> 00:39:18,817
เราจึงสามารถไปที่นั่น
และได้ประโยชน์

648
00:39:18,900 --> 00:39:20,402
จากการเล่นต่อหน้าผู้ฟัง

649
00:39:20,485 --> 00:39:22,445
ที่ไกลจากลอนดอน และที่เหลือทั้งหมด

650
00:39:23,947 --> 00:39:25,782
{\an8}เราออกเดินทางไปสแกนดิเนเวีย

651
00:39:25,866 --> 00:39:27,993
{\an8}เพื่อเล่นคอนเสิร์ตแรก
ในฐานะวงยาร์ดเบิดส์

652
00:39:28,076 --> 00:39:29,202
{\an8}(กันยายน ปี 1968)

653
00:39:29,286 --> 00:39:30,745
เราขึ้นเครื่องบินกัน

654
00:39:30,829 --> 00:39:32,414
ผมกับจอห์นนั่งข้างๆ กัน

655
00:39:32,497 --> 00:39:33,832
สูบบุหรี่ไปพลาง

656
00:39:33,915 --> 00:39:36,126
เห็นช้อนส้อมมากมาย

657
00:39:36,209 --> 00:39:37,878
มีดและส้อมตรงหน้าเรา

658
00:39:38,378 --> 00:39:40,213
สิ่งของที่โดยปกติเราจะขโมย

659
00:39:40,297 --> 00:39:41,840
อยู่ตรงนั้นมากมายก่ายกอง

660
00:39:42,466 --> 00:39:44,551
แทบจะเอาใส่กระเป๋าไม่พอ

661
00:39:44,634 --> 00:39:46,678
เพื่อเอาลงจากเครื่องบิน
ถ้าไม่มีใครช่วย

662
00:39:46,761 --> 00:39:49,097
มันเยี่ยมมาก มีครบทุกอย่าง

663
00:39:49,181 --> 00:39:51,725
จิน โทนิก ผู้คน

664
00:39:52,476 --> 00:39:54,478
ผู้คนใจดีและมีเสน่ห์

665
00:39:55,228 --> 00:39:57,481
ห้องแอร์ มัน… เราออกเดินทาง

666
00:39:57,981 --> 00:39:59,816
เพราะคุณไม่สามารถ…
คุณจะทำอะไรได้

667
00:40:01,359 --> 00:40:02,986
ถึงตอนนั้นก็วิ่งไปหาแม่ไม่ได้แล้ว

668
00:40:05,906 --> 00:40:08,575
{\an8}(ทีนคลับ - แกลดแซกซ์ เดนมาร์ก)

669
00:40:08,658 --> 00:40:12,162
{\an8}ตอนที่ผมบอกเพื่อนร่วมงาน
และคนที่จ้างผม

670
00:40:12,245 --> 00:40:14,122
ว่าผมจะเลิกทำงานห้องอัด

671
00:40:14,206 --> 00:40:16,374
ผมจะเข้าร่วมวงร็อกแอนด์โรล

672
00:40:16,458 --> 00:40:19,211
ทุกคนพูดว่า "คุณบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริงๆ"

673
00:40:25,133 --> 00:40:27,594
มือกีตาร์เบส จอห์น พอล โจนส์

674
00:40:27,677 --> 00:40:29,012
จอห์น พอล โจนส์

675
00:40:33,183 --> 00:40:35,685
มือกลอง จอห์น บอนแฮม

676
00:40:40,440 --> 00:40:42,484
กีตาร์ลีด จิมมี่ เพจ

677
00:40:48,114 --> 00:40:50,033
และผม โรเบิร์ต แพลนต์

678
00:40:54,037 --> 00:40:56,081
เย้ เอาเลย

679
00:41:04,923 --> 00:41:05,924
ใช่เลย

680
00:41:11,012 --> 00:41:12,806
เย้

681
00:43:39,828 --> 00:43:41,079
เอ้า!

682
00:45:42,367 --> 00:45:44,077
มันผ่านไปด้วยดี

683
00:45:44,161 --> 00:45:46,288
จนวงเริ่มทำอัลบั้ม

684
00:45:46,371 --> 00:45:48,415
ทันทีที่กลับจากสแกนดิเนเวีย

685
00:45:48,498 --> 00:45:52,085
เราเล่นมาด้วยกันนานแค่ไหน สักหนึ่งเดือนเอง

686
00:45:53,044 --> 00:45:57,382
{\an8}เราเข้าไปที่โอลิมปิกสตูดิโอส์ตอนดึก
ตลอดสองสามสัปดาห์

687
00:45:57,466 --> 00:45:58,467
{\an8}(โอลิมปิก ซาวด์ สตูดิโอส์)

688
00:45:58,550 --> 00:46:01,970
ครั้งแรกที่เราเข้าไปคือ
วันที่ 25 กันยายน

689
00:46:02,053 --> 00:46:03,346
{\an8}ปี 1968

690
00:46:03,430 --> 00:46:06,600
{\an8}"มาถึงตั้งแต่ห้าทุ่มเป็นต้นไป"

691
00:46:08,351 --> 00:46:09,519
เริ่มเทคหนึ่ง

692
00:46:09,603 --> 00:46:10,604
{\an8}เอาละ

693
00:46:10,687 --> 00:46:11,688
{\an8}(กลิน จอนส์)

694
00:46:11,771 --> 00:46:13,732
{\an8}มีกลิน จอนส์ กลินที่น่ารัก

695
00:46:13,815 --> 00:46:16,193
ที่แผงควบคุมโต๊ะเฮลิออส

696
00:46:16,276 --> 00:46:18,737
ซึ่งถูกสร้างมาโดยเฉพาะเพื่อโอลิมปิกสตูดิโอส์

697
00:46:18,820 --> 00:46:20,572
และเขาเป็นวิศวกรเสียง

698
00:46:21,448 --> 00:46:23,533
เสียงกลองชุดหนึ่ง

699
00:46:23,617 --> 00:46:25,076
จอห์น จิมมี่ และจอห์น พอล

700
00:46:25,160 --> 00:46:28,246
เชื่อมโยงกันในการอัดเสียงเหล่านี้
มากกว่าผม

701
00:46:28,955 --> 00:46:31,374
เพราะพวกเขาอัดเสียงเล่นสด

702
00:46:32,334 --> 00:46:34,252
พวกเขาต้องเล่นให้ได้เดี๋ยวนั้น

703
00:46:34,336 --> 00:46:35,587
เพราะจบเทคแล้วจบเลย

704
00:46:35,670 --> 00:46:38,340
บรรยากาศเลยลุกเป็นไฟ

705
00:46:38,423 --> 00:46:40,884
และผมพยายามเล่นคลุมทั้งหมด

706
00:46:42,928 --> 00:46:45,639
จอห์น พอล โจนส์เล่นเบสได้น่าทึ่งที่สุด

707
00:46:45,722 --> 00:46:49,017
และเขาเป็นบุคคล
ที่ควรได้รับการยกย่องทางดนตรี

708
00:46:54,189 --> 00:46:56,650
ผมหลงรักเท้าขวาของจอห์นมาก

709
00:46:58,401 --> 00:47:00,111
ผมนับถือมาก

710
00:47:00,695 --> 00:47:03,281
และผมเคยพยายามทำให้มันเด่น

711
00:47:03,365 --> 00:47:04,658
ช่วยมันไปด้วย

712
00:47:05,283 --> 00:47:06,493
และให้พื้นที่มัน

713
00:47:08,286 --> 00:47:09,412
เทคสาม

714
00:47:09,496 --> 00:47:12,499
ผมจะได้เล่นช่วงริฟฟ์ และทิ้งช่วงไว้

715
00:47:12,582 --> 00:47:14,668
แล้วเสียงกลองของเขาจะโผล่ขึ้นมา

716
00:47:14,751 --> 00:47:17,170
แล้วจังหวะจะโดดเด่นขึ้นทันที

717
00:47:47,492 --> 00:47:49,578
(ข่าว
สี่ทุ่ม)

718
00:47:50,203 --> 00:47:52,164
(ข่าวรอบโลก
ก.ย.-ต.ค. 1968)

719
00:47:52,247 --> 00:47:59,212
{\an8}(เม็กซิโกซิตี้ กองทัพเปิดฉากยิงนักเรียน)

720
00:48:00,213 --> 00:48:03,258
(โอลิมปิกเกมส์
สะเทือนด้วยพลังคนผิวดำ)

721
00:48:18,190 --> 00:48:19,649
{\an8}(ดูบาร์บาเรลลาทำสิ่งที่เธอถนัด)

722
00:48:23,236 --> 00:48:27,574
{\an8}(ลอนดอน - "แฮร์"
เริ่มการเลิกเซ็นเซอร์หนัง)

723
00:48:48,053 --> 00:48:50,138
(จะมีการเดินขบวนเพื่อสิทธิพลเมือง
ในเดอร์รี่)

724
00:48:52,849 --> 00:48:56,144
{\an8}(ไนจีเรีย - สงครามเบียฟรานรุนแรงขึ้น)

725
00:48:56,228 --> 00:48:59,523
{\an8}(เวียดนามใต้ - สหรัฐส่งทหาร 24,000 นาย)

726
00:48:59,606 --> 00:49:02,400
{\an8}(เรอเน แคสซิน
ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ)

727
00:49:02,484 --> 00:49:07,405
{\an8}(อิเควทอเรียลกินีเป็นอิสระจากสเปน)

728
00:49:10,200 --> 00:49:12,202
(อำนาจของเขา: ทั่วรัฐ
สังกัดของเขา: ฮาวาย 5-0)

729
00:49:12,285 --> 00:49:13,495
(ไนต์ ออฟ เดอะ ลิฟวิ่ง เดด)

730
00:49:13,578 --> 00:49:15,956
{\an8}(วอชิงตัน สหรัฐฯ
โบอิ้งผลิตเครื่องจัมโบ้เจ็ต 747)

731
00:49:16,039 --> 00:49:18,792
{\an8}(บีเทิลกับแฟนสาวโดนข้อหากัญชา)

732
00:49:22,546 --> 00:49:26,007
{\an8}(เนวาดา สหรัฐ
แอบทดสอบนิวเคลียร์)

733
00:49:26,091 --> 00:49:28,552
(อะพอลโล 7 ได้เวลาออกตัว)

734
00:49:28,677 --> 00:49:33,223
{\an8}(อะพอลโล 7
การถ่ายทอดสดจากอวกาศครั้งแรก)

735
00:50:05,547 --> 00:50:07,757
ผมกะจะใส่ทุกอย่างเท่าที่ทำได้เข้าไป

736
00:50:07,841 --> 00:50:09,885
ผมกะจะเล่นกีตาร์อะคูสติก

737
00:50:09,968 --> 00:50:12,304
ผมเล่นกีตาร์เพดัลสตีล

738
00:50:12,387 --> 00:50:14,598
ผมเล่นกีตาร์สไลด์ กีตาร์ไฟฟ้า

739
00:50:14,681 --> 00:50:16,016
{\an8}(เทปมาสเตอร์ต้นฉบับเสียหาย)

740
00:50:16,099 --> 00:50:17,767
{\an8}ผมอยากให้มีหลากหลายเนื้อเสียง

741
00:50:17,851 --> 00:50:20,520
{\an8}และอารมณ์ จนทั้งอัลบั้ม

742
00:50:20,604 --> 00:50:23,857
{\an8}จะจับกุมผู้ฟังโดยสิ้นเชิง

743
00:50:23,940 --> 00:50:27,944
{\an8}และพาพวกเขาไปยังดินแดน
ที่ไม่เคยไปมาก่อน

744
00:50:29,029 --> 00:50:30,655
กีตาร์ไม่ได้ถูกตั้งตามปกติ

745
00:50:30,739 --> 00:50:32,073
ในเพลง แบล็กเมาน์เทนไซด์

746
00:50:32,157 --> 00:50:33,950
มันคล้ายการตั้งพิณซีต้าร์มากกว่า

747
00:50:35,452 --> 00:50:39,581
{\an8}(จิมมี่ เพจ)

748
00:50:39,706 --> 00:50:42,709
{\an8}จิมมี่กับจอห์น พอล
มีความสามารถมาก

749
00:50:43,585 --> 00:50:46,338
พวกเขาเล่นเครื่องดนตรีหลากหลาย

750
00:50:47,380 --> 00:50:49,633
จนไม่มีอะไรที่พวกเขาจะอึดอัดใจ

751
00:50:49,716 --> 00:50:51,134
ที่จะเล่น

752
00:50:51,218 --> 00:50:54,679
มันเลยทำให้เราสามารถเล่น

753
00:50:54,763 --> 00:50:55,764
ได้อย่างมีสีสัน

754
00:52:15,802 --> 00:52:17,304
จิมมี่เป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้มนี้

755
00:52:17,804 --> 00:52:18,889
ซึ่งมันดีมากๆ

756
00:52:18,972 --> 00:52:20,223
เพราะมันมีเสียงอีกแบบ

757
00:52:20,307 --> 00:52:21,349
และผมชอบแบบนั้น

758
00:52:21,808 --> 00:52:24,060
เขามีไอเดียเรื่องการตั้งไมค์

759
00:52:24,144 --> 00:52:26,521
เพื่อให้ได้ระยะห่าง
เขาจะได้รู้ว่าเขาอยากได้ยินอะไร

760
00:52:27,898 --> 00:52:29,858
มีเรื่องซับซ้อนมากบางอย่าง

761
00:52:29,941 --> 00:52:31,610
เกิดขึ้นระหว่างการมิกซ์เสียง

762
00:52:31,776 --> 00:52:35,071
เช่น เสียงสะท้อนย้อนกลับ
ที่มาในเพลง ยูชู้กมี

763
00:52:35,155 --> 00:52:37,824
เมื่อคุณกลับเทปแล้วใส่เสียงสะท้อน

764
00:52:37,908 --> 00:52:39,409
จากนั้นก็กลับเทปอีกที

765
00:52:39,493 --> 00:52:41,578
คุณก็จะได้เสียงสะท้อนย้อนกลับ

766
00:52:54,758 --> 00:52:57,385
ผมค่อยๆ เบาเสียงเพลงหนึ่งเพื่อเข้าสู่อีกเพลง

767
00:52:57,469 --> 00:52:58,929
และใช้เทคนิคต่างๆ เหล่านี้

768
00:52:59,012 --> 00:53:01,389
เพื่อที่เวลาคนฟังทั้งอัลบั้ม

769
00:53:01,473 --> 00:53:04,476
ผมว่ามันจะได้ดึงความสนใจเต็มที่

770
00:53:04,559 --> 00:53:07,479
ผมว่ามันน่าทึ่งมาก ใช่

771
00:53:07,562 --> 00:53:10,482
ผมมีลำโพงควอดอิเล็กโทรสแตติก
เครื่องใหญ่คู่หนึ่ง

772
00:53:10,565 --> 00:53:12,192
อยู่ในห้องข้างหน้า

773
00:53:12,275 --> 00:53:14,486
คุณแทบจะนั่งอยู่ในลำโพงได้เลย

774
00:53:14,945 --> 00:53:16,863
และผมเคยเล่นเสียงดังๆ

775
00:53:34,589 --> 00:53:37,551
ถ้าคุณออกเงินทำอัลบั้มเอง

776
00:53:37,634 --> 00:53:39,511
คุณจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่า

777
00:53:39,594 --> 00:53:42,430
การเข้าไปด้วยการส่งเทปเดโม่

778
00:53:42,514 --> 00:53:44,224
ฉะนั้น ถ้าคุณรู้ดีว่ากำลังทำอะไร

779
00:53:44,307 --> 00:53:47,727
มันก็สมเหตุสมผลที่จะทำอัลบั้มให้เสร็จ

780
00:53:47,811 --> 00:53:50,272
แล้วค่อยไปหาค่ายเพลงและเซ็นสัญญา

781
00:53:54,234 --> 00:53:56,069
เบิร์ต เบินส์ โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน

782
00:53:56,153 --> 00:53:59,781
เคยทำงานประชาสัมพันธ์ให้ผม
ได้ดีมากที่แอตแลนติกเรคคอดส์

783
00:53:59,865 --> 00:54:01,283
(เพลงฮิตอยู่ที่แอตแลนติก)

784
00:54:01,366 --> 00:54:02,951
ตอนเขาพาผมไปที่นั่นในปี 1964

785
00:54:03,034 --> 00:54:05,328
และผมพูดว่าเราควรเล็งไปที่แอตแลนติก…

786
00:54:06,163 --> 00:54:07,455
เราจึงทำเช่นนั้น

787
00:54:07,539 --> 00:54:09,666
(บันทึกจากเอส. ไวส์
ถึง: เจอร์รี่ เวกซ์เลอร์)

788
00:54:09,749 --> 00:54:12,961
(เราได้เตรียมให้จิมมี่ เพจมาที่นิวยอร์ก)

789
00:54:13,044 --> 00:54:16,047
(เพื่อเซ็นสัญญาในวันที่ 11 พฤศจิกายน)

790
00:54:16,131 --> 00:54:18,800
ใช่ ใช่แล้ว เราทำส่วนของเราแล้ว

791
00:54:18,884 --> 00:54:21,261
และจิมมี่กับปีเตอร์จะไปโน้มน้าวคน

792
00:54:21,344 --> 00:54:23,346
ว่าพวกเขาต้องการมันจริงๆ

793
00:54:23,430 --> 00:54:26,600
จิมมี่มีคุณสมบัติและความรู้
ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

794
00:54:27,309 --> 00:54:29,561
เขาไปนิวยอร์กกับปีเตอร์

795
00:54:29,644 --> 00:54:32,189
และเพราะอย่างนั้น
พวกเขาจึงไปพบเจอร์รี่ เวกซ์เลอร์

796
00:54:32,272 --> 00:54:33,273
{\an8}(สนามบินเคนเนดี)

797
00:54:33,356 --> 00:54:38,612
{\an8}(ตุลาคม ปี 1968)

798
00:54:51,833 --> 00:54:58,173
{\an8}(แอตแลนติกเรคคอดส์)

799
00:55:00,383 --> 00:55:02,636
เราเปิดเพลง และนั่นเป็นช่วงที่ดีมาก

800
00:55:02,719 --> 00:55:05,305
ที่สามารถเล่นเพลงได้
ไม่ว่าพวกเขาจะคิดยังไง

801
00:55:05,388 --> 00:55:09,643
การได้เล่นเพลงให้เจอร์รี่ เวกซ์เลอร์ฟัง

802
00:55:10,393 --> 00:55:16,817
{\an8}(เจอร์รี่ เวกซ์เลอร์)

803
00:55:37,963 --> 00:55:40,340
แอตแลนติกไม่ได้รับอนุญาตให้รีมิกซ์เลย

804
00:55:40,423 --> 00:55:41,925
มันสมบูรณ์แบบแล้ว เรียบร้อยแล้ว

805
00:55:42,008 --> 00:55:44,553
การจัดลำดับก็สมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไร…

806
00:55:44,636 --> 00:55:46,721
แน่นอนจะไม่มีซิงเกิลไหนถูกดึงออก

807
00:55:49,432 --> 00:55:53,019
ผมเคยเห็นสถานการณ์ที่เพลงซิงเกิล

808
00:55:53,103 --> 00:55:55,272
ทำลายจิตวิญญาณของวงมาแล้ว

809
00:55:55,355 --> 00:55:58,024
ผมไม่อยากให้มันทำลายจิตวิญญาณของวงนี้

810
00:55:58,108 --> 00:56:01,945
ผมจึงพูดย้ำว่า "เราเป็นวงที่ทำเพลงอัลบั้ม

811
00:56:02,028 --> 00:56:03,864
เราไม่ได้ทำเพลงซิงเกิล"

812
00:56:04,698 --> 00:56:07,450
เรามีสิทธิ์เรียกร้องเพราะเราเป็นเจ้าของอัลบั้ม

813
00:56:12,539 --> 00:56:15,333
และนี่คือผมที่กำลังเซ็นสัญญา

814
00:56:15,417 --> 00:56:18,253
และนั่นคือปีเตอร์ที่ดูเจ๋งมากๆ

815
00:56:18,336 --> 00:56:20,714
ดูเหมือนเจ้าพ่อมาเฟีย

816
00:56:24,009 --> 00:56:30,390
{\an8}(แอตแลนติกเรคคอดส์
เซ็นวงใหม่มาแรง เลด เซพเพลิน)

817
00:56:30,474 --> 00:56:33,560
{\an8}(หนึ่งในข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี)

818
00:56:40,525 --> 00:56:42,486
ปีเตอร์ แกรนต์และจิมมี่ได้จัดการให้

819
00:56:42,569 --> 00:56:46,865
แอตแลนติกไม่มีสิทธิ์ในสิ่งที่เราทำเลย

820
00:56:48,158 --> 00:56:50,619
พวกเขาไปที่นั่น พูดว่า
"ฟังนะ คุณอยากได้วงนี้

821
00:56:50,702 --> 00:56:53,330
และเราจะมอบดนตรีนี้ให้คุณ" แต่…

822
00:56:54,748 --> 00:56:57,334
ปีเตอร์ แกรนต์ไม่ยอมให้ผู้อำนวยการผลิตคนไหน

823
00:56:57,417 --> 00:56:59,002
มาเฉียดสตูดิโอ

824
00:56:59,544 --> 00:57:00,796
หรือคนในวงเลย

825
00:57:00,879 --> 00:57:03,423
และพวกเขากลัวปีเตอร์มาก ซึ่งยอดเยี่ยมเลย

826
00:57:03,507 --> 00:57:05,801
การได้มีอิสระแบบนั้น
เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

827
00:57:10,764 --> 00:57:12,766
แทนที่จะใช้ชื่อวงยาร์ดเบิดส์ต่อไป

828
00:57:12,849 --> 00:57:15,143
วงนี้เข้มแข็งจนเริ่มต้นใหม่ได้

829
00:57:15,227 --> 00:57:17,145
เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อวง

830
00:57:17,229 --> 00:57:18,230
(เลด เซพเพลิน เดบิวต์)

831
00:57:18,313 --> 00:57:20,232
คีธ มูนได้เสนอชื่อ เลด เซพเพลิน

832
00:57:20,315 --> 00:57:22,776
ผมคิดว่าเป็นชื่อที่ดี

833
00:57:22,859 --> 00:57:25,612
ผมคิดว่า "อืม เป็นชื่อที่แย่มาก

834
00:57:25,695 --> 00:57:27,906
จะไม่มีใครจำได้หรอก"

835
00:57:28,907 --> 00:57:30,659
แต่ผมคิดชื่อที่ดีกว่าไม่ออก

836
00:57:30,742 --> 00:57:32,244
เราจึงใช้ชื่อ เลด เซพเพลิน

837
00:57:35,080 --> 00:57:37,582
{\an8}จู่ๆ ผมก็เป็นพ่อคนและใกล้จะแต่งงาน

838
00:57:37,666 --> 00:57:39,000
{\an8}(โรเบิร์ต แพลนต์และมอรีน วิลสัน)

839
00:57:39,084 --> 00:57:41,419
{\an8}และผมอยู่ในวงที่ตอนนี้จะใช้ชื่อว่า

840
00:57:41,503 --> 00:57:42,712
{\an8}เลด เซพเพลิน

841
00:57:43,213 --> 00:57:46,091
ผมเลยกลับไปหาพ่อแม่อย่างเผื่อใจ

842
00:57:46,967 --> 00:57:48,718
ผมเรียกพ่อกับแม่มา แล้วพูดว่า

843
00:57:49,302 --> 00:57:52,472
"พ่อกับแม่อาจอยากรู้จักคนที่มีความเป็นไปได้

844
00:57:52,556 --> 00:57:55,851
มีความน่าจะเป็นที่สุดที่จะเป็นลูกสะใภ้"

845
00:57:55,934 --> 00:57:57,519
และแน่นอนว่า

846
00:57:59,146 --> 00:58:00,313
พวกเขายอมรับ

847
00:58:03,733 --> 00:58:08,196
วันที่ 9 พฤศจิกายน 1968
เราเล่นที่คลับมิดเดิลเอิร์ธ

848
00:58:08,780 --> 00:58:12,409
และเพื่อฉลองการเล่นดนตรีที่นั่น

849
00:58:12,492 --> 00:58:13,994
ผมจึงแต่งงานในวันเดียวกัน

850
00:58:14,744 --> 00:58:17,706
พยายามทำหลายๆ อย่างให้มากที่สุดในหนึ่งวัน

851
00:58:18,915 --> 00:58:20,750
รถเสียระหว่างทางไปแสดง

852
00:58:20,834 --> 00:58:22,377
ปัญหาต่างๆ นานา

853
00:58:22,878 --> 00:58:24,379
เราวางแผนว่าจะเล่นเพลงอะไร

854
00:58:24,463 --> 00:58:25,839
และจะเล่นยังไง

855
00:58:25,922 --> 00:58:28,467
เราเล่นสามเพลงแรกไปอย่างรวดเร็ว

856
00:58:28,550 --> 00:58:32,053
คุณเห็นได้เลยว่าคนคิดว่า "นี่มันอะไรกันเนี่ย"

857
01:01:30,565 --> 01:01:32,067
มันตลกดีนะ

858
01:01:32,150 --> 01:01:33,735
คุณไม่ได้เล่นงานใหญ่ๆ ในอังกฤษ

859
01:01:33,819 --> 01:01:34,820
คุณจะพูดว่า

860
01:01:34,903 --> 01:01:36,655
"คุณอยากจองวันให้วงเลด เซพเพลินเล่นไหม"

861
01:01:36,738 --> 01:01:38,073
อะไรทำนองนี้

862
01:01:38,156 --> 01:01:40,200
คนก็ยังไม่จอง

863
01:01:41,159 --> 01:01:43,286
แอตแลนติกจึงตัดสินใจว่า

864
01:01:43,370 --> 01:01:46,373
จะให้อัลบั้มออกวันที่ 12 มกราคม

865
01:01:46,456 --> 01:01:48,208
เฉพาะในอเมริกา

866
01:01:48,291 --> 01:01:51,169
ปีเตอร์จึงวางแผนการทัวร์ให้เรา

867
01:01:51,253 --> 01:01:52,796
(เลด เซพเพลิน
ปล่อยอัลบั้มมกราคม)

868
01:01:52,879 --> 01:01:55,090
คิดว่าเป็นคืนก่อนวันคริสต์มาสนะ
เราต้องออกเดินทาง

869
01:01:55,173 --> 01:01:57,384
จู่ๆ คุณก็พบว่าอัลบั้มใกล้จะออก

870
01:01:57,467 --> 01:01:59,928
เราจึงต้องไปอเมริกาเพื่อแสดง

871
01:02:01,012 --> 01:02:03,765
ผมกังวลว่าจะไม่สะดวกเหมือนที่บ้าน

872
01:02:05,016 --> 01:02:07,978
แพทพูดตลอดว่า
"ฉันบอกแล้วว่าอย่าร่วมงานกับเขา"

873
01:02:08,061 --> 01:02:11,398
แต่เธอกับมอรีน ภรรยาผมสนิทกัน

874
01:02:11,481 --> 01:02:15,360
พวกเขาจึงรู้สึกร่วมยินดี

875
01:02:15,443 --> 01:02:18,238
กับสิ่งที่จอห์นและผมทำอยู่

876
01:02:18,738 --> 01:02:20,157
เราให้ความร่วมมือ

877
01:02:20,740 --> 01:02:21,825
{\an8}(ธันวาคม ปี 1968)

878
01:02:21,908 --> 01:02:25,745
{\an8}การไปอเมริกาคือความฝันของผม
ด้วยประการทั้งปวง

879
01:02:29,833 --> 01:02:30,834
(เลดในสหรัฐตลอดเดือน)

880
01:02:30,917 --> 01:02:32,752
(เลด เซพเพลิน
วงใหม่ที่แตกยอดจาก)

881
01:02:32,836 --> 01:02:33,837
(วงยาร์ดเบิดส์วงเก่า)

882
01:02:33,920 --> 01:02:35,755
(เริ่มทัวร์ในสหรัฐหนึ่งเดือนในวันเปิดของขวัญ)

883
01:02:35,839 --> 01:02:38,884
เราเริ่มต้นด้วยการสนับสนุนวงวานิลลาฟัดจ์

884
01:02:38,967 --> 01:02:42,179
และพวกเขาเป็นวงเดียว
ที่ให้การสนับสนุนเรา

885
01:02:44,055 --> 01:02:45,724
{\an8}พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดี
เพราะพวกเขาเป็นเพื่อน

886
01:02:45,807 --> 01:02:47,142
{\an8}ในยามที่เราไม่มีอะไรเลย

887
01:02:47,225 --> 01:02:48,226
{\an8}(เสียงของจอห์น บอนแฮม)

888
01:02:48,310 --> 01:02:49,311
{\an8}(คาร์ไมน์ แอพไพซ์)

889
01:02:49,394 --> 01:02:51,062
{\an8}คาร์ไมน์กับจอห์น บอนแฮม

890
01:02:51,146 --> 01:02:52,898
{\an8}คุยกันถูกคอมาก

891
01:02:52,981 --> 01:02:54,191
พวกเขาเคยดู

892
01:02:54,274 --> 01:02:56,443
และเลียนแบบกันและกัน
และเล่นดนตรีส่วนเล็กๆ

893
01:02:56,526 --> 01:02:59,112
มันเป็นการแลกเปลี่ยนพลังระหว่างทุกคน
ที่ดีเยี่ยม

894
01:03:02,240 --> 01:03:03,909
เดนเวอร์เป็นที่แรกที่แสดง

895
01:03:04,493 --> 01:03:06,328
เหมือนเล่นอยู่ในโรงเก็บเครื่องบิน

896
01:03:06,411 --> 01:03:08,163
มีคนดูไม่มากนัก

897
01:03:08,246 --> 01:03:09,789
ผมคิดในใจ "ตายละ"

898
01:03:09,873 --> 01:03:13,126
แต่ผมพูดว่า "เอางี้ มานั่งรวมกันดีกว่า

899
01:03:13,210 --> 01:03:15,378
ทำเหมือนว่าเรากำลังเล่นในคลับ

900
01:03:15,462 --> 01:03:18,632
และเล่นให้กันและกันฟัง

901
01:03:18,715 --> 01:03:20,008
ไม่ต้องห่วงว่าสถานที่

902
01:03:20,091 --> 01:03:21,760
จะมีคนดูครึ่งเดียวหรือเต็ม

903
01:03:21,843 --> 01:03:24,596
เรามาเล่นเพื่อให้เราได้ความรู้สึก"

904
01:03:25,514 --> 01:03:28,266
{\an8}(ซีแอตเทิล)

905
01:03:28,850 --> 01:03:30,811
{\an8}(แวนคูเวอร์)

906
01:03:32,270 --> 01:03:34,147
{\an8}(พอร์ตแลนด์)

907
01:03:35,690 --> 01:03:37,067
(สโปเคน)

908
01:03:37,609 --> 01:03:39,861
หลังจากแสดงร่วมกับวานิลลาฟัดจ์สองสามครั้ง

909
01:03:39,945 --> 01:03:42,155
จากนั้นเราก็ไปที่ไนต์คลับวิสกี้อะโกโกในแอลเอ…

910
01:03:42,239 --> 01:03:43,824
(เลด เซพเพลิน
และอลิซ คูเปอร์)

911
01:03:43,907 --> 01:03:45,700
จากนั้นเราก็ไปซานฟรานซิสโก

912
01:03:53,375 --> 01:03:55,627
(คันทรีโจแอนด์เดอะฟิช)

913
01:03:55,710 --> 01:04:01,591
(เลด เซพเพลิน
ทัชมาฮาล)

914
01:04:01,675 --> 01:04:06,721
(คันทรีโจแอนด์เดอะฟิช
เลด เซพเพลิน - ทัชมาฮาล)

915
01:04:07,222 --> 01:04:08,431
{\an8}(9 มกราคม 1969)

916
01:04:08,515 --> 01:04:10,225
{\an8}อัลบั้มนี้ได้ถูกเล่น

917
01:04:10,308 --> 01:04:11,852
{\an8}ทางวิทยุใต้ดินแล้ว

918
01:04:11,935 --> 01:04:14,896
และผู้คนก็อยากเห็นวงนี้

919
01:04:14,980 --> 01:04:17,607
ที่พวกเขาได้ยิน

920
01:04:17,691 --> 01:04:21,695
เราเลยจะเข้าไป แบบว่าพร้อมขวาน

921
01:04:21,778 --> 01:04:24,948
และเล่นเหมือนไม่เคยเล่นมาก่อน

922
01:04:25,031 --> 01:04:27,200
ใส่ทุกอย่างที่เรามีเข้าไป

923
01:04:28,869 --> 01:04:32,873
เราอยู่หลังเวทีที่ฟิลมอร์
ปีเตอร์ แกรนต์พูดว่า

924
01:04:33,623 --> 01:04:35,000
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

925
01:04:35,083 --> 01:04:37,669
ถ้าไม่ดังเปรี้ยงที่นี่ ก็จบเห่"

926
01:07:13,992 --> 01:07:17,287
หลังจากงานนั้น เราก็รู้ว่าเรามาถูกทางแล้ว

927
01:07:17,370 --> 01:07:19,206
(ไป)

928
01:07:29,466 --> 01:07:32,052
{\an8}ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนไฟป่า

929
01:07:32,135 --> 01:07:34,387
{\an8}ทุกอย่างเพิ่มพูนขึ้น

930
01:07:34,471 --> 01:07:36,348
{\an8}คนดูเบียดกันเพื่อแย่งเข้าประตู

931
01:07:36,431 --> 01:07:39,184
{\an8}ตอนที่เราไปเล่นที่บอสตันทีปาร์ตี้

932
01:07:39,267 --> 01:07:41,102
เพราะเราทัวร์ทั่วอเมริกา

933
01:07:41,186 --> 01:07:43,897
จากฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออก

934
01:07:44,815 --> 01:07:46,900
ในวิทยุเอฟเอ็ม พวกเขาจะเล่น

935
01:07:46,983 --> 01:07:50,195
แผ่นเสียงของคุณด้านหนึ่ง
แล้วพูดถึงเพลงด้านนั้น

936
01:07:50,278 --> 01:07:53,198
ฟังโฆษณา แล้วกลับมาเล่นอีกด้าน

937
01:07:53,448 --> 01:07:54,950
{\an8}คนฟังก็จะฟังกันไป

938
01:07:55,033 --> 01:07:57,327
{\an8}และพวกเขาจะพูดว่า
"วงนี้จะมาแสดงในเมืองของคุณคืนนี้"

939
01:07:57,661 --> 01:08:00,622
คนฟังก็จะมาดูกันหมด

940
01:08:00,705 --> 01:08:01,706
(กำลังออกอากาศ)

941
01:08:01,790 --> 01:08:02,958
ร็อกแอนด์โรลกับเลด เซพเพลิน

942
01:08:03,041 --> 01:08:05,460
โรเบิร์ต แพลนต์อยู่ตรงนี้
และผมรู้ว่าตอนนี้คุณรู้สึกดีมาก

943
01:08:06,878 --> 01:08:09,172
ผมจะคุยกับผู้ฟังที่โทรเข้ามาอีกคน

944
01:08:09,256 --> 01:08:11,424
- คุณกำลังออกอากาศนะ
- ใช่โรเบิร์ต แพลนต์ไหมคะ

945
01:08:11,508 --> 01:08:13,635
- บางทีก็ใช่
- คุณพระช่วย

946
01:08:13,718 --> 01:08:15,887
ฉันอยากให้คุณรู้ว่าหัวใจฉันกำลังล้มเหลว

947
01:08:15,971 --> 01:08:17,097
ตายละ

948
01:08:17,180 --> 01:08:19,015
อย่าพูดอย่างนั้น เรียกหมอเร็ว

949
01:08:19,807 --> 01:08:22,144
ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่าคุณเซ็กซี่มาก

950
01:08:22,227 --> 01:08:23,645
- เหลือเชื่อเลย
- โอเคจ้ะ

951
01:08:23,727 --> 01:08:24,980
- ขอบคุณมาก
- โชคดีนะ

952
01:08:25,063 --> 01:08:26,356
- สายต่อไป
- ฮัลโหล

953
01:08:26,439 --> 01:08:28,483
ผมกะจะไปดูคุณเมื่อคืนนี้

954
01:08:28,566 --> 01:08:29,901
แต่หาตั๋วไม่ได้เลย

955
01:08:29,985 --> 01:08:31,736
เมื่อคืนดีมากเลย

956
01:08:31,820 --> 01:08:33,445
คุณชื่ออะไร ช่างเถอะ

957
01:08:34,614 --> 01:08:35,615
- ฮัลโหล
- สวัสดี

958
01:08:35,699 --> 01:08:36,992
สวัสดี

959
01:08:37,075 --> 01:08:38,702
สวัสดี ทายซิ ฉันคิดว่าคุณสมาร์ทมาก

960
01:08:38,785 --> 01:08:39,869
หมายความว่าไง

961
01:08:39,953 --> 01:08:41,788
หมายความว่าคุณหน้าตาดีมากๆ

962
01:08:41,872 --> 01:08:42,998
สุดยอด

963
01:08:43,081 --> 01:08:46,168
ฉันประทับใจกับคอนเสิร์ต ฉันชอบมาก

964
01:08:46,251 --> 01:08:47,836
ฉันคิดว่าคุณสมาร์ทมาก

965
01:08:47,919 --> 01:08:49,546
ทำสิ่งที่คุณทำอยู่ต่อไปนะคะ

966
01:08:49,628 --> 01:08:51,673
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ เราจะทำต่อไป

967
01:08:58,680 --> 01:08:59,764
(ลอสแอนเจลิส ฟรี เพรส)

968
01:08:59,847 --> 01:09:01,475
{\an8}(เลด เซพเพลิน หน้า 6
พี่น้องชายหญิง)

969
01:09:02,601 --> 01:09:06,146
{\an8}(เลด เซพทลิน)

970
01:09:24,539 --> 01:09:26,458
มีความคาดหวังล้นหลาม

971
01:09:26,541 --> 01:09:28,668
ล้นหลามจริงๆ

972
01:09:28,919 --> 01:09:30,003
(วงร็อกใหม่น่าประทับใจ)

973
01:09:30,086 --> 01:09:32,297
{\an8}(ขึ้นแท่นสูงสุดอย่างเร็ว
วงท็อปในตำนานรายต่อไป)

974
01:09:57,823 --> 01:10:01,034
เมื่อกลับมาอังกฤษ
พร้อมกับสิ่งที่เราประสบมา

975
01:10:01,117 --> 01:10:02,828
ผมต้องอยู่เงียบๆ

976
01:10:03,662 --> 01:10:05,872
{\an8}คือว่าอัลบั้มนั้นยังไม่ออกที่นี่

977
01:10:05,956 --> 01:10:06,957
{\an8}(มีนาคม ปี 1969)

978
01:10:07,040 --> 01:10:09,960
{\an8}ผมจึงไม่มีอะไรจะพูด

979
01:10:11,545 --> 01:10:13,171
คนคงหัวเราะเยาะผม

980
01:10:14,714 --> 01:10:17,134
บอนโซกับผมเคยมาเจอกันและพูดว่า

981
01:10:18,343 --> 01:10:20,762
"นั่นอะไร" "เอ่อ ไม่รู้สิ"

982
01:10:21,471 --> 01:10:23,098
"เกิดอะไรขึ้น" "ผมไม่รู้"

983
01:10:24,307 --> 01:10:28,019
ให้ตาย มันสุดยอดมาก เหลือเชื่อเลย

984
01:10:28,103 --> 01:10:29,771
คือว่าเรากลับจากอเมริกา

985
01:10:29,855 --> 01:10:31,189
และเราผ่านการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

986
01:10:31,273 --> 01:10:32,983
เรารู้สึกดีมากๆ เลยนะ

987
01:10:33,066 --> 01:10:34,609
แต่มันส่งผลกับเรา

988
01:10:34,693 --> 01:10:36,736
คิดดูสิ เราอายุ 20

989
01:10:37,320 --> 01:10:39,698
แล้วจู่ๆ ก็มียาเสพติด

990
01:10:40,240 --> 01:10:41,825
และมีผู้หญิงเพียบ

991
01:10:41,908 --> 01:10:44,828
และมีคนใหม่ๆ มากมายผ่านเข้ามาในชีวิต

992
01:10:44,911 --> 01:10:48,999
มีสิ่งที่เป็นเหมือนวัฒนธรรมย่อยๆ
เกิดขึ้นจากชื่อเสียง

993
01:10:49,624 --> 01:10:51,710
โดยเฉพาะชื่อเสียงในช่วงแรกๆ

994
01:10:51,793 --> 01:10:54,379
เพราะนั่นคือตอนที่คุณรู้สึกได้ว่า

995
01:10:55,172 --> 01:10:56,631
กำลังจะมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามา

996
01:10:56,882 --> 01:10:59,634
มันรู้สึกดี ก็ควรนะ

997
01:11:00,510 --> 01:11:02,679
โดยเฉพาะเมื่อเราทำโดยไม่มีสื่อ

998
01:11:02,762 --> 01:11:04,014
ซึ่งท่าทางจะไม่ชอบเรา

999
01:11:04,097 --> 01:11:05,849
เราได้รับการรีวิวน้อยมาก

1000
01:11:06,391 --> 01:11:08,727
รีวิวที่เห็นชัดๆ คือในโรลลิงสโตน

1001
01:11:08,810 --> 01:11:10,896
(ตามใจตัวเองและจำกัดตัวเอง)

1002
01:11:10,979 --> 01:11:12,355
จำได้ว่าผมอ่านรีวิวนั้น

1003
01:11:12,439 --> 01:11:14,733
และคิดว่า "พวกเขาพูดถึงใคร
หมายถึงพวกเราเหรอ"

1004
01:11:14,816 --> 01:11:16,443
(จิมมี่ เพจเป็นโปรดิวเซอร์ที่มีขีดจำกัด)

1005
01:11:16,526 --> 01:11:18,195
(และนักแต่งเพลงอ่อนหัดและขาดจินตนาการ)

1006
01:11:18,278 --> 01:11:20,155
นักเขียนหลายคนในสมัยนั้น

1007
01:11:20,238 --> 01:11:22,115
ไม่รู้ว่าพวกเขาศึกษาด้านดนตรี

1008
01:11:22,199 --> 01:11:24,284
เพื่อมาวิจารณ์ หรือว่าพวกเขาห่วงแค่

1009
01:11:24,367 --> 01:11:26,786
กิจกรรมทางสังคมบางอย่าง

1010
01:11:26,870 --> 01:11:28,371
(เพลงน่าเบื่อมาก ซ้ำไปซ้ำมา)

1011
01:11:28,455 --> 01:11:31,583
แต่คุณแยแสปฏิกิริยาของคนอื่นหรือไม่

1012
01:11:31,666 --> 01:11:33,084
ถ้าคุณเล่นแบบนั้น

1013
01:11:33,919 --> 01:11:37,506
น่าเสียดายที่คำตอบคือ ใช่

1014
01:11:38,632 --> 01:11:40,884
นั่นคือจุดที่คุณหมดกำลังใจได้

1015
01:11:41,885 --> 01:11:46,348
โชคดีที่เราสี่คนไม่สนมากนัก

1016
01:11:46,431 --> 01:11:49,184
เราสนว่าเราพอใจ
กับผลงานตัวเองแค่ไหนมากกว่า

1017
01:11:49,851 --> 01:11:52,771
อัลบั้มแรกถูกวิจารณ์ยับ

1018
01:11:52,854 --> 01:11:54,272
หลายคนจะพูดว่า "ไม่

1019
01:11:54,356 --> 01:11:56,024
ฉันไม่ชอบแนวเพลงของเซพเพลิน"

1020
01:11:56,107 --> 01:11:57,192
ด้วยเหตุผลบางอย่าง

1021
01:11:57,526 --> 01:11:59,444
พวกเราคิดว่ามันน่าขัน

1022
01:12:00,779 --> 01:12:03,573
เราตั้งใจทำมากๆ

1023
01:12:03,657 --> 01:12:06,243
และคนฟังเข้าใจ คุณมองออกว่าพวกเขาเข้าใจ

1024
01:12:06,827 --> 01:12:08,745
แล้วพวกเขาบอกเพื่อนว่าเข้าใจ

1025
01:12:08,829 --> 01:12:09,955
"ไปฟังดูสิ"

1026
01:12:10,413 --> 01:12:13,834
สถานที่จัดงานคับคั่งไปด้วยผู้คน
แสดงว่าสิ่งที่คนได้ยิน

1027
01:12:13,917 --> 01:12:16,086
ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่พวกเขาอ่าน

1028
01:12:16,169 --> 01:12:17,796
คือสิ่งที่ทำให้วงอยู่ได้

1029
01:12:32,978 --> 01:12:35,272
มันน่าตื่นเต้นมากที่ได้แสดงคอนเสิร์ตเหล่านี้

1030
01:12:35,355 --> 01:12:37,566
และการได้ร่วมงาน

1031
01:12:37,649 --> 01:12:38,775
กับพวกเราสี่คน

1032
01:12:38,859 --> 01:12:41,611
และได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ

1033
01:12:41,695 --> 01:12:43,905
ด้วยอารมณ์ขัน ความเข้มข้น

1034
01:12:43,989 --> 01:12:46,616
หรือระดับความก้าวร้าว หรืออะไรก็ตาม

1035
01:12:46,825 --> 01:12:49,452
นี่แสดงว่าเราแน่นแฟ้นมาก

1036
01:12:49,536 --> 01:12:51,788
จนเราสามารถเคลื่อนไปทางไหนก็ได้

1037
01:12:51,872 --> 01:12:53,165
แล้วทุกคนจะตาม

1038
01:12:53,248 --> 01:12:55,250
ถ้ามือกีตาร์นำ ทุกคนก็จะตาม

1039
01:12:55,333 --> 01:12:57,335
ผมสามารถรั้งไว้และเปลี่ยนได้

1040
01:12:57,419 --> 01:13:01,256
การด้นสดอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา

1041
01:13:01,882 --> 01:13:04,050
เพลง เดซด์แอนด์คอนฟิวสด์

1042
01:13:04,134 --> 01:13:07,304
ความเข้มข้นยิ่งมากขึ้น
มันร้ายกาจมากๆ

1043
01:18:12,818 --> 01:18:13,819
เฮ้

1044
01:19:59,841 --> 01:20:01,134
ผมรู้ว่าเรามีดีอะไร

1045
01:20:01,218 --> 01:20:04,429
และผมอยากทำให้ทุกคนประทับใจ

1046
01:20:04,513 --> 01:20:07,641
ผมมีวิสัยทัศน์ทั้งหมดสําหรับอัลบั้มถัดไป

1047
01:20:07,724 --> 01:20:10,727
มันจะยิ่งใหญ่อลังการ

1048
01:20:10,811 --> 01:20:14,981
ตั้งแต่วิธีการทำเพลงไปเลย

1049
01:20:15,065 --> 01:20:18,109
รวมถึงการใช้เทคนิคโอเวอร์ดับ
และเลเยอร์ด้วย

1050
01:20:18,735 --> 01:20:20,821
ผมจึงเรียกวงมาซ้อมที่บ้าน

1051
01:20:20,904 --> 01:20:23,615
และเราซ้อมเพลงใหม่สองเพลง

1052
01:20:23,698 --> 01:20:25,075
โฮลล็อตตะเลิฟ

1053
01:20:25,158 --> 01:20:27,077
และ ว็อตอิสแอนด์ว็อตชู้ดเนเวอร์บี

1054
01:20:27,619 --> 01:20:29,871
จิมมี่นั่งลงพร้อมกับกีตาร์อะคูสติก

1055
01:20:30,288 --> 01:20:31,998
แล้วเราก็ซ้อมเพลงกัน

1056
01:20:32,624 --> 01:20:35,127
เขาจะเข้ามาและเล่นสิ่งที่เขาแต่ง

1057
01:20:35,210 --> 01:20:37,295
จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันคิดไปด้วยกัน

1058
01:20:37,838 --> 01:20:41,383
{\an8}เราเข้าห้องอัดโอลิมปิกสตูดิโอส์
ในเดือนเมษายน

1059
01:20:41,466 --> 01:20:44,010
{\an8}เราตื่นเต้นมากที่ได้กลับมาเข้าห้องอัดอีกครั้ง

1060
01:20:44,094 --> 01:20:45,178
{\an8}(เมษายน ปี 1969)

1061
01:20:45,262 --> 01:20:48,849
{\an8}ความสามารถในการแต่งเพลงของผมเริ่มพัฒนา

1062
01:20:49,975 --> 01:20:52,477
เพราะบรรยากาศการเล่นรอบตัวผม

1063
01:20:53,186 --> 01:20:54,604
เพลง โฮลล็อตตะเลิฟ

1064
01:20:54,688 --> 01:20:56,815
จิมมี่ได้แต่งช่วงคอรัสไว้

1065
01:20:56,898 --> 01:21:00,652
เขาเล่นท่อนริฟฟ์กีตาร์ให้ดู
ซึ่งมันสุดยอดมาก

1066
01:21:13,373 --> 01:21:16,418
ท่อนนั้นผมเลยร้องเนื้อเพลงของวิลลี่ ดิกซัน

1067
01:21:26,887 --> 01:21:28,513
และแบบว่า…

1068
01:21:29,556 --> 01:21:32,309
ผมหาท่อนที่ดีที่สุดของเพลงคนผิวดำ

1069
01:21:32,809 --> 01:21:34,769
และนำมาดัดแปลงนิดหน่อย

1070
01:21:34,853 --> 01:21:35,979
ไม่ทางใดทางหนึ่ง

1071
01:21:37,272 --> 01:21:40,567
ผมว่าไม่มีประโยชน์
ที่จะมีเพลง โฮลล็อตตะเลิฟ

1072
01:21:40,650 --> 01:21:41,943
แล้วมีท่อนริฟฟ์อีก

1073
01:21:42,027 --> 01:21:44,279
ซึ่งเป็นเสียงเหมือนๆ กัน

1074
01:21:47,282 --> 01:21:50,911
เรื่องของเรื่องคือ เพลง
ว็อตอิสแอนด์ว็อตชู้ดเนเวอร์บี

1075
01:21:50,994 --> 01:21:54,247
มีท่อนที่นุ่มนวล สบายๆ กว่า

1076
01:21:54,331 --> 01:21:56,082
จากนั้นก็ตามด้วย…

1077
01:21:56,166 --> 01:21:57,709
ผมคงไม่เรียกว่า ท่อนคอรัสที่ทรงพลัง

1078
01:21:57,793 --> 01:22:00,170
แต่มันมีความเข้มข้นขึ้น

1079
01:22:00,253 --> 01:22:02,214
ทำให้คุณเห็น

1080
01:22:02,297 --> 01:22:05,300
พลังของจอห์น บอนแฮม
และพลังของวง

1081
01:22:05,383 --> 01:22:06,635
ร่วมกันทั้งหมด

1082
01:22:25,070 --> 01:22:26,363
เรากำลังจะออกทัวร์

1083
01:22:26,446 --> 01:22:28,865
และผมคิดว่ามันต้องสนุกมาก

1084
01:22:28,949 --> 01:22:32,953
ที่จะได้อัดเสียงตามสถานที่ต่างๆ ในอเมริกา

1085
01:22:33,036 --> 01:22:34,371
(เลด เซพเพลินกลับมาอเมริกา)

1086
01:22:34,454 --> 01:22:39,126
เป้าหมายคือให้ได้แรงบันดาลใจ
จากความรักของผู้คน

1087
01:22:39,209 --> 01:22:41,461
และให้ได้ปฏิกิริยาจากคนดู

1088
01:22:49,052 --> 01:22:51,179
(เลด เซพเพลิน)

1089
01:22:54,683 --> 01:22:56,560
(ฮอลลีวูด)

1090
01:23:20,375 --> 01:23:24,880
มันเป็นความสุขที่ได้เข้าห้องอัดในอเมริกา

1091
01:23:24,963 --> 01:23:27,424
คุณได้พลังจากการเดินทาง

1092
01:23:27,507 --> 01:23:29,426
และบันทึกมันไว้

1093
01:23:29,509 --> 01:23:31,219
ภายในสิ่งที่คุณกำลังบันทึกด้วย

1094
01:23:48,403 --> 01:23:50,780
เสียงกลองของจอห์น บอนแฮมจะกระจาย

1095
01:23:50,864 --> 01:23:53,158
ออกทั้งสองช่องสเตอริโอ

1096
01:23:53,241 --> 01:23:55,076
จากนั้นคุณก็สามารถวางตำแหน่งเสียง

1097
01:23:55,160 --> 01:23:57,913
ของเครื่องดนตรีอื่นๆ
และจัดชั้นเสียงไว้ภายในได้

1098
01:24:04,503 --> 01:24:05,754
เขาตั้งเสียงเครื่องดนตรีเป็น

1099
01:24:05,837 --> 01:24:07,756
เขารู้ศาสตร์การตั้งเสียงกลอง

1100
01:24:07,839 --> 01:24:09,508
ทำให้เวลาที่เขาตีกลอง

1101
01:24:09,591 --> 01:24:12,344
มันจะดังก้องกังวานที่สุด

1102
01:24:12,427 --> 01:24:13,887
มันดังไปไกล

1103
01:24:16,014 --> 01:24:17,974
และเขาตีด้วยข้อมือ

1104
01:24:18,058 --> 01:24:19,768
ไม่ใช่ใช้ทั้งแขนตี

1105
01:24:19,851 --> 01:24:22,562
แต่เขาก็สามารถตีกลองเบสแบบเน้นๆ

1106
01:24:22,646 --> 01:24:25,065
และคุณจะรู้สึกได้ ไม่มากก็น้อยข้างใน

1107
01:24:26,691 --> 01:24:28,401
เขาสร้างสรรค์มาก

1108
01:24:29,069 --> 01:24:31,446
เป็นแรงบันดาลใจให้เล่นด้วย

1109
01:24:31,530 --> 01:24:34,491
คุณจะได้ยิน ผมไม่อยากเล่น…

1110
01:24:34,574 --> 01:24:35,742
ทับเสียงนั่น

1111
01:24:36,535 --> 01:24:39,162
ผมอยากทำบางอย่างที่เข้ากันกับมันได้ดี

1112
01:24:39,246 --> 01:24:42,332
นั่นคือสิ่งที่ผมเคยทำได้ดี คือการเล่นให้เข้ากัน

1113
01:24:42,833 --> 01:24:45,335
คนฟังจะได้ยินทุกคนเล่น

1114
01:24:45,418 --> 01:24:47,129
นั่นเป็นสิ่งสําคัญสําหรับผม

1115
01:24:47,212 --> 01:24:48,630
ที่คนฟังได้ยินทุกคนเล่น

1116
01:24:48,713 --> 01:24:51,341
สิ่งที่ทุกคนเล่น บนแผ่นเสียงเซพเพลิน

1117
01:25:14,489 --> 01:25:16,783
(เอ็ดมอนตัน การ์เด้นส์
9 พฤษภาคม 1969)

1118
01:25:17,617 --> 01:25:18,618
(แวนคูเวอร์)

1119
01:25:18,702 --> 01:25:19,870
(ซีแอตเทิล)

1120
01:25:19,953 --> 01:25:22,122
{\an8}(โฮโนลูลู)

1121
01:25:24,458 --> 01:25:26,293
{\an8}(รับสิทธิ์ฟรีหนึ่งครั้ง
ที่แกรนด์บอลรูม)

1122
01:25:26,376 --> 01:25:27,377
{\an8}(ชิคาโก - ดีทรอยต์)

1123
01:25:27,461 --> 01:25:30,088
{\an8}(เมอร์ริเวเธอร์โพสต์พาวิลเลียน
เดอะฮู และลีด เซพเพลิน)

1124
01:25:30,505 --> 01:25:33,341
{\an8}(บอสตันทีปาร์ตี้
เข้าได้หนึ่งคน)

1125
01:25:33,425 --> 01:25:35,719
{\an8}(นิวยอร์ก - โคลัมเบีย)

1126
01:25:35,802 --> 01:25:39,473
(บิล เกรแฮมส์ ฟิลมอร์อีสต์
เลด เซพเพลิน - 31 พฤษภาคม 1969)

1127
01:25:46,229 --> 01:25:48,356
เราอัดเสียงสิ่งที่เราชอบ

1128
01:25:48,857 --> 01:25:51,860
เซพเพลินมีอิทธิพลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

1129
01:25:51,943 --> 01:25:54,196
เราต่างฟังดนตรีคนละแนว

1130
01:25:54,279 --> 01:25:55,280
และผมพูดเสมอว่า

1131
01:25:55,447 --> 01:25:57,699
เลด เซพเพลินคือพื้นที่ตรงกลาง

1132
01:25:58,200 --> 01:25:59,284
ที่อยู่ระหว่างพวกเราทุกคน

1133
01:26:14,716 --> 01:26:17,969
ทุกคนถูกกระตุ้นให้เผย

1134
01:26:18,053 --> 01:26:20,138
ความเปราะบางต่างๆ

1135
01:26:20,222 --> 01:26:23,642
ตอนเริ่มแต่งเพลงร่วมกับจิมมี่

1136
01:26:23,725 --> 01:26:26,186
โดยเราต้องแจกแจงเรื่องอ่อนไหว

1137
01:26:26,269 --> 01:26:27,521
และเรื่องน่าอายที่อาจเกิดขึ้น

1138
01:26:28,104 --> 01:26:29,940
การแต่งเพลงเป็นเรื่องลึกซึ้ง

1139
01:26:30,023 --> 01:26:31,441
คุณเปิดเผยตัวเอง

1140
01:26:32,108 --> 01:26:35,946
ผมแต่งเนื้อเพลงบางเพลงในอัลบั้มแรก

1141
01:26:36,029 --> 01:26:37,531
และในอัลบั้มที่สองด้วย

1142
01:26:37,614 --> 01:26:40,283
แต่ผมไม่ค่อยมั่นใจกับเนื้อเพลงของตัวเอง

1143
01:26:40,367 --> 01:26:42,160
เท่าความมั่นใจในการเล่นกีตาร์

1144
01:26:42,786 --> 01:26:44,955
ผมต้องเริ่มคิดว่า

1145
01:26:45,038 --> 01:26:47,290
ผมจะทำอะไรในฐานะนักร้อง

1146
01:26:47,374 --> 01:26:50,043
และในฐานะคนที่จะนำทำนอง

1147
01:26:50,127 --> 01:26:51,837
หรือเรื่องราวมาสู่เพลง

1148
01:26:52,254 --> 01:26:55,924
เป้าหมายคือใช้ดนตรี
กระตุ้นให้เขาเกิดแรงบันดาลใจ

1149
01:26:56,007 --> 01:26:57,384
ออกมาเป็นเนื้อเพลง

1150
01:26:57,467 --> 01:27:00,428
จากนั้นเขามาพร้อมเนื้อเพลง
สำหรับเพลง แรมเบิลออน

1151
01:27:01,054 --> 01:27:02,764
ใช่ นี่คือ…

1152
01:27:03,682 --> 01:27:05,976
เนื้อเพลงคร่าวๆ ของเพลง แรมเบิลออน

1153
01:27:07,018 --> 01:27:10,147
"ใบไม้ร่วงหล่นไปทั่ว
ถึงเวลาที่ฉันต้องลาจาก"

1154
01:27:11,314 --> 01:27:14,860
นั่นคือเรื่องราวของชีวิตผม

1155
01:28:24,596 --> 01:28:28,517
ผมตั้งใจจะให้มีเนื้อเสียง
และการจัดชั้นเสียงเยอะๆ

1156
01:28:28,600 --> 01:28:32,145
โดยเฉพาะกับกีตาร์ ในเพลง แรมเบิลออน

1157
01:28:32,229 --> 01:28:35,148
มันมีส่วนของกีตาร์หลายส่วนในเพลง

1158
01:28:35,440 --> 01:28:38,568
มีการไล่คอร์ด

1159
01:28:38,652 --> 01:28:41,029
ที่ไหลไปตามบางท่อนของเพลง

1160
01:28:41,112 --> 01:28:43,156
แล้วก็มีบางช่วงเป็นโซโล่ล้วนๆ

1161
01:29:00,465 --> 01:29:04,094
มันสนุกดีที่ได้ทำเพลงเหล่านี้

1162
01:29:04,177 --> 01:29:07,305
และทุกคนเล่นส่วนของตัวเอง
แล้วย้อนมาฟัง

1163
01:29:07,389 --> 01:29:10,350
แล้วพูดว่า "ว้าว เขาทำอะไรกับส่วนนี้"

1164
01:29:11,101 --> 01:29:13,103
มันมีต้นกำเนิด

1165
01:29:13,186 --> 01:29:14,729
มาจากหลากหลายที่

1166
01:29:14,813 --> 01:29:18,525
การที่เราสามารถลึกซึ้งในการแต่งเพลง

1167
01:29:18,608 --> 01:29:20,861
นั่นเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ

1168
01:29:20,944 --> 01:29:22,612
เพราะมันคือการเปิดเผยตัวตนทั้งหมด

1169
01:29:23,989 --> 01:29:27,951
ตอนเด็กๆ พ่อแม่ผม
เคยพาผมไปยอดเขาอัศจรรย์ทุกแห่ง

1170
01:29:28,034 --> 01:29:31,204
และดูซากโบราณสวยๆ และ…

1171
01:29:32,122 --> 01:29:35,917
ซากอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของชนชาติอื่น

1172
01:29:36,001 --> 01:29:37,002
เอ่อ

1173
01:29:37,794 --> 01:29:39,546
นั่นคือสิ่งที่เพลงนั้นพูดถึง

1174
01:29:39,629 --> 01:29:42,299
ผม คุณ และคนอื่นๆ

1175
01:29:50,932 --> 01:29:51,975
(เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์)

1176
01:29:52,142 --> 01:29:55,103
(มอร์ดอร์)

1177
01:30:19,211 --> 01:30:22,172
{\an8}(พฤษภาคม ปี 1969)

1178
01:30:22,255 --> 01:30:24,299
{\an8}งานแล้วงานเล่า คืนแล้วคืนเล่า

1179
01:30:24,382 --> 01:30:27,302
เรามีสัก 20 เพลงให้เลือกในเวลานั้น

1180
01:30:27,385 --> 01:30:29,304
ไม่นานเราก็มี 40 เพลง

1181
01:30:29,387 --> 01:30:32,974
เราได้เปิดประตูไปยังอเมริกา
และเห็นแสงรำไร

1182
01:30:33,058 --> 01:30:36,269
และแน่นอนว่า
คุณจะเตะประตูนั้นให้เปิดออก

1183
01:30:36,353 --> 01:30:39,314
และเดินเข้าไปและ…

1184
01:30:39,397 --> 01:30:41,316
มันเป็นทวีปใหญ่มาก

1185
01:30:41,399 --> 01:30:43,360
เราต้องให้ข่าวแพร่สะพัด

1186
01:30:43,443 --> 01:30:44,903
ผ่านการแสดงสด

1187
01:30:48,615 --> 01:30:51,535
ตอนแรกๆ เราก็ตะลุยทัวร์

1188
01:30:51,827 --> 01:30:54,120
เราทัวร์อยู่เป็นเดือนๆ ก็ว่าได้

1189
01:30:55,038 --> 01:30:57,707
สามคนในวงมีครอบครัวแล้ว

1190
01:30:57,791 --> 01:30:59,501
ณ เวลานั้น

1191
01:30:59,584 --> 01:31:01,837
{\an8}และนี่เป็นการทัวร์ครั้งที่ห้าของเรา
ภายในเจ็ดเดือน…

1192
01:31:01,920 --> 01:31:03,130
{\an8}(โรเบิร์ตและคาร์เมน แพลนต์)

1193
01:31:03,213 --> 01:31:06,967
{\an8}เท่ากับว่าพวกเขา
อยู่ห่างจากลูกๆ นานมาก

1194
01:31:08,135 --> 01:31:10,053
มันยากนะเมื่อคุณมีครอบครัว

1195
01:31:10,637 --> 01:31:12,889
{\an8}ผมนั่งเครื่องบินไปตามสถานที่ดีๆ
กับโม ภรรยาของผม

1196
01:31:12,973 --> 01:31:14,099
{\an8}(จอห์น พอลและมอรีน โจนส์)

1197
01:31:14,182 --> 01:31:15,392
{\an8}เธอจะมานิวยอร์ก

1198
01:31:15,475 --> 01:31:17,602
{\an8}และพาลูกๆ ไปชอปปิ้ง

1199
01:31:17,686 --> 01:31:19,521
ไปดูโชว์ต่างๆ มันเยี่ยมมาก

1200
01:31:19,604 --> 01:31:21,231
แล้วพวกเขาก็กลับบ้าน ปล่อยให้เรา

1201
01:31:21,314 --> 01:31:23,692
ไปแสดงต่อตามที่ต่างๆ ที่เหลือ

1202
01:31:26,194 --> 01:31:29,698
สมัยนั้นไม่มีรถบัส
หรือรถดีๆ สำหรับออกทัวร์

1203
01:31:29,781 --> 01:31:32,200
มีแต่ต้องขึ้นพาหนะขนส่งอะไรก็ตามที่ขึ้นได้

1204
01:31:32,284 --> 01:31:35,120
เพื่อไปยังสถานที่ เล่นดนตรี
แล้วพยายามให้ริชาร์ด โคล

1205
01:31:35,495 --> 01:31:38,248
หาสถานที่ถัดไป หรือบางครั้งก็เมืองถัดไป

1206
01:31:38,999 --> 01:31:41,042
คุณบอกได้เสมอ เวลาที่เขา…

1207
01:31:41,126 --> 01:31:43,545
คุณไปถึงทางแยกแล้วเห็นเขาทำท่านี้…

1208
01:31:43,628 --> 01:31:46,131
คุณก็พูดว่า "ไม่ เราหลงอีกแล้ว"

1209
01:31:46,840 --> 01:31:49,384
การทัวร์ในอังกฤษง่ายกว่าเยอะ

1210
01:31:49,468 --> 01:31:52,262
ถ้าคุณอยู่ในอเมริกา
ทั้งวันคุณอยู่ในโรงแรมที่ไหนสักแห่ง

1211
01:31:52,345 --> 01:31:54,764
ทะเลาะกับพวก

1212
01:31:54,848 --> 01:31:56,099
พวกงี่เง่าและทุกอย่าง

1213
01:31:56,683 --> 01:31:58,059
มันส่งผลกับคุณ

1214
01:31:58,143 --> 01:31:59,895
สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันก่อนหน้านั้นน่ะ

1215
01:32:00,770 --> 01:32:02,481
มีแต่สายการบินพาณิชย์

1216
01:32:02,564 --> 01:32:04,399
คุณจึงต้องตื่นแต่เช้า

1217
01:32:04,483 --> 01:32:07,819
ไปนั่งที่สนามบิน
เพื่อรอเครื่องบินพาไปที่ไหนสักแห่ง

1218
01:32:09,029 --> 01:32:11,323
แต่เพราะแบบนั้น
ทุกคนจึงได้ข่าวว่าเราอยู่ในอเมริกา

1219
01:32:16,411 --> 01:32:19,456
{\an8}(มิถุนายน ปี 1969)

1220
01:32:22,876 --> 01:32:24,836
(รอธแมนส์ยินดีต้อนรับสู่ลอนดอน)

1221
01:32:24,920 --> 01:32:28,840
(เลด เซพเพลินมาถึงแล้ว…
มาร่วมสนุก)

1222
01:32:40,560 --> 01:32:42,103
{\an8}เรากลับจากอเมริกา

1223
01:32:42,187 --> 01:32:43,647
{\an8}ใครๆ ก็อยากจองตัว

1224
01:32:43,730 --> 01:32:45,148
มันคนละบรรยากาศกันเลย

1225
01:32:45,232 --> 01:32:46,566
ไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆ

1226
01:32:46,650 --> 01:32:48,944
แต่น่าแปลก คุณได้แสดงต่อหน้าคนอังกฤษ…

1227
01:32:49,027 --> 01:32:51,238
"คนพวกนี้รู้ได้ยังไงว่าเรามา"

1228
01:32:51,321 --> 01:32:53,490
เราคิดกันว่าคงเป็นการบอกปากต่อปาก

1229
01:33:59,764 --> 01:34:02,100
ผมชอบแนวคิดเรื่องแรงกระตุ้น

1230
01:34:02,184 --> 01:34:04,102
ให้เดินทางและความสนใจ

1231
01:34:04,186 --> 01:34:06,021
คุณจะรู้อะไรถ้าไม่เสาะหา

1232
01:34:06,146 --> 01:34:07,689
คุณต้องออกไปตามหามัน

1233
01:34:32,672 --> 01:34:34,591
เราเล่นตามเทศกาลดนตรีต่างๆ ในอเมริกา

1234
01:34:34,674 --> 01:34:36,551
สองปีหลังจากปรากฏการณ์ซัมเมอร์ออฟเลิฟ

1235
01:34:36,635 --> 01:34:39,012
ผมรู้ว่ามันไม่ได้สำคัญอะไร

1236
01:34:39,095 --> 01:34:41,014
แต่สำหรับผม มันสำคัญมาก

1237
01:34:41,097 --> 01:34:44,810
เพราะผมอยู่ในที่ที่ผมต้องการอยู่

1238
01:34:44,893 --> 01:34:45,977
ทางอารมณ์

1239
01:34:50,440 --> 01:34:55,111
{\an8}(เทศกาลเพลงป๊อปนานาชาติ แอตแลนตา
5 กรกฎาคม 1969)

1240
01:35:21,680 --> 01:35:23,849
ผมจําได้ว่าจอห์นทำการเช็กเสียง

1241
01:35:23,932 --> 01:35:25,642
ที่เทศกาลดนตรีแจ๊สนิวพอร์ต

1242
01:35:25,725 --> 01:35:28,436
และผมเห็นมือกลองของเจมส์ บราวน์

1243
01:35:28,520 --> 01:35:30,605
ออกมาจากประตูต่างๆ

1244
01:35:30,689 --> 01:35:34,317
แล้วพูดว่า "อะไร… อะไรกันเนี่ย"

1245
01:35:35,318 --> 01:35:36,653
และเขาก็…

1246
01:35:37,863 --> 01:35:40,699
เขาจะพูดว่า "ใช่ ผมรู้
ผมรู้ว่าใครดูผมอยู่"

1247
01:35:40,782 --> 01:35:42,534
แต่มันเยี่ยมมาก

1248
01:35:43,702 --> 01:35:47,372
มันทำให้เซพเพลินไม่เหมือนใคร

1249
01:35:47,455 --> 01:35:49,374
วิธีที่เขาเข้าถึงจังหวะ

1250
01:35:49,458 --> 01:35:50,625
และสิ่งที่เขาทําน่ะ

1251
01:36:00,677 --> 01:36:01,845
{\an8}(สะพานนิวพอร์ต)

1252
01:36:01,928 --> 01:36:04,181
(ขอต้อนรับสู่เทศกาลนิวพอร์ต)

1253
01:36:04,639 --> 01:36:06,266
(เทศกาลดนตรีแจ๊สนิวพอร์ต)

1254
01:36:50,352 --> 01:36:54,147
เราอัดเพลงสำหรับเลด เซพเพลิน สอง
ในการทัวร์ครั้งนั้น

1255
01:36:54,231 --> 01:36:56,191
มันเหมือนพายุเฮอร์ริเคน

1256
01:36:56,691 --> 01:36:59,986
ลมหมุนแห่งพลังงานและการปลดปล่อย

1257
01:37:01,196 --> 01:37:03,698
ด้วยเวลาที่เราใช้ในอเมริกา

1258
01:37:03,782 --> 01:37:06,409
เราไม่มีโอกาส

1259
01:37:06,493 --> 01:37:08,995
คิดถึงบ้านมากนัก

1260
01:37:09,079 --> 01:37:11,248
เราเลยกลับมาเล่น

1261
01:37:11,331 --> 01:37:12,749
ในเทศกาลดนตรีของอังกฤษครั้งแรก

1262
01:37:12,833 --> 01:37:14,334
ขอเสียงต้อนรับเลด เซพเพลินหน่อย

1263
01:37:14,417 --> 01:37:16,211
และแน่นอนว่า คุณยังสงสัยว่า

1264
01:37:16,294 --> 01:37:19,047
นี่จะมีเสียงสะท้อนไหม

1265
01:37:19,131 --> 01:37:20,715
นี่จะไปถึงจุดสูงสุดไหม

1266
01:37:22,676 --> 01:37:27,264
(เทศกาลเพลงบลูส์เมืองบาธ)

1267
01:37:34,354 --> 01:37:35,522
ว้าว

1268
01:38:05,969 --> 01:38:08,555
ผมเคยเห็นรูปเทศกาลเมืองบาธ

1269
01:38:08,638 --> 01:38:12,309
แต่การได้เห็นภาพเคลื่อนไหว
มันน่าทึ่งมาก

1270
01:38:13,393 --> 01:38:15,020
นั่นน่าจะเป็นเทศกาลแรก

1271
01:38:15,103 --> 01:38:16,396
ที่เราเล่นในอังกฤษ

1272
01:38:16,938 --> 01:38:18,857
และฝนไม่ตก จึงเป็นเรื่องดีมากๆ

1273
01:38:18,940 --> 01:38:19,983
และสนุกด้วย

1274
01:38:22,819 --> 01:38:25,530
แต่คุณอยากพักระหว่างการทัวร์

1275
01:38:25,614 --> 01:38:26,907
นานแค่ไหนล่ะ ไม่นานหรอก

1276
01:38:26,990 --> 01:38:29,242
เราไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

1277
01:38:30,202 --> 01:38:32,454
มีแต่พลังงานและกำลัง

1278
01:38:53,016 --> 01:38:56,770
เก้านาฬิกา 32 นาที
อะพอลโล 11 ก็ทะยานขึ้น

1279
01:38:59,481 --> 01:39:03,527
(มิวสิกคาร์นิวัล เลด เซพเพลิน)

1280
01:39:35,475 --> 01:39:36,643
{\an8}(20 กรกฎาคม 1969)

1281
01:39:45,694 --> 01:39:47,988
นี่เป็นก้าวเล็กๆ ของชายคนหนึ่ง

1282
01:39:50,740 --> 01:39:53,451
แต่เป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ

1283
01:40:08,550 --> 01:40:10,135
ผมจำได้ว่าเราอยู่กันในเต็นท์

1284
01:40:10,218 --> 01:40:11,887
ในขณะที่มีคนไปเหยียบดวงจันทร์

1285
01:40:16,391 --> 01:40:19,269
นึกภาพออกไหมว่าอยู่ในอเมริกา

1286
01:40:20,103 --> 01:40:22,731
เป็นเด็กคนหนึ่ง ไม่เด็กไม่โต และเงยหน้ามอง…

1287
01:40:22,814 --> 01:40:25,108
คุณกำลังฟังดนตรี

1288
01:40:25,192 --> 01:40:26,860
แล้วเงยหน้าเห็นคนบนดวงจันทร์

1289
01:41:08,485 --> 01:41:10,987
ข้างนอกนั้นกว้างใหญ่ไพศาล

1290
01:41:11,071 --> 01:41:14,658
{\an8}และผมมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่อยากรู้ว่า

1291
01:41:14,741 --> 01:41:17,702
{\an8}คนเหล่านี้จะกลับจากดวงจันทร์
อย่างปลอดภัยหรือไม่มากกว่า

1292
01:41:17,786 --> 01:41:19,329
{\an8}(ยินดีต้อนรับ
นักบินอวกาศ อะพอลโล 11)

1293
01:41:19,412 --> 01:41:23,166
แต่วันที่พวกเขากลับมา
ก็เป็นวันสำคัญสำหรับเราเช่นกัน

1294
01:41:31,925 --> 01:41:34,344
นั่นเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด

1295
01:41:34,427 --> 01:41:36,930
ถ้าคุณเป็นเด็กและอยากเป็นนักร้อง

1296
01:41:37,013 --> 01:41:41,184
คุณได้แผ่นเสียงทองคำ
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเหรอ

1297
01:41:42,018 --> 01:41:43,436
ไม่สำคัญหรอก

1298
01:41:48,483 --> 01:41:50,944
ผมแค่อยากให้แน่ใจว่า

1299
01:41:51,027 --> 01:41:54,322
อัลบั้มนี้จะทำให้ทุกคนตื่นเต้นมาก

1300
01:41:54,406 --> 01:41:57,534
ผมอยากให้มันเป็นสิ่งที่พวกเขา
ไม่เคยได้ยินมาก่อน

1301
01:41:58,160 --> 01:42:01,997
มีความเป็นอะคูสติกและอิเล็กทริก
และสุดโต่งมากขึ้น

1302
01:42:02,080 --> 01:42:03,915
และอาจจะฉีกกรอบเดิมๆ ด้วย

1303
01:42:03,999 --> 01:42:06,168
เมื่อถึงเวลามิกซ์

1304
01:42:06,251 --> 01:42:07,961
สำหรับเลด เซพเพลิน สอง

1305
01:42:08,044 --> 01:42:11,381
ผมจึงมิกซ์กับเอ็ดดี้ เครเมอร์
ที่เอแอนด์อาร์สตูดิโอส์ในนิวยอร์ก

1306
01:42:12,424 --> 01:42:14,301
ผมว่าเขาทำได้ดีมาก

1307
01:42:14,384 --> 01:42:17,179
ในการมิกซ์สิ่งต่างๆ เหล่านี้

1308
01:42:17,262 --> 01:42:19,681
มักมีคนทำตั้งแต่สองคนขึ้นไป

1309
01:42:22,851 --> 01:42:25,103
ผมอยากทำบางอย่างกับเพลง โฮลล็อตตะเลิฟ

1310
01:42:25,187 --> 01:42:26,605
เพื่อให้มันเลิกเป็นเพลงซิงเกิล

1311
01:42:27,397 --> 01:42:32,194
มันเลยจะมีส่วนที่สุดโต่ง ฉีกกรอบเดิมๆ

1312
01:42:32,277 --> 01:42:35,572
กลางเพลงโดยเริ่มด้วยคลื่นโซนิก

1313
01:42:41,620 --> 01:42:43,538
จากนั้นเมื่อผมใช้เทคนิคโอเวอร์ดับ

1314
01:42:43,622 --> 01:42:45,332
สำหรับส่วนที่จะเข้าไปตรงกลาง

1315
01:42:45,415 --> 01:42:48,168
ผมก็ผ่อนสายกีตาร์จนสุด

1316
01:42:48,251 --> 01:42:52,380
และเกาสายกีตาร์ทุกสาย

1317
01:43:00,806 --> 01:43:02,265
แล้วก็มีการแพนเสียงเยอะเลย

1318
01:43:02,349 --> 01:43:04,476
แปลว่าย้ายที่จากซ้ายไปขวา

1319
01:43:26,373 --> 01:43:28,333
แล้วก็เรียบร้อย

1320
01:43:28,416 --> 01:43:30,752
เลด เซพเพลิน สอง ก็เสร็จสมบูรณ์

1321
01:43:31,545 --> 01:43:33,296
และพร้อมจะนำไปส่ง

1322
01:43:35,215 --> 01:43:38,468
(เลด เซพเพลิน สอง
ด้านหนึ่ง - 1. โฮลล็อตตะเลิฟ)

1323
01:43:40,929 --> 01:43:46,643
{\an8}(เทศกาลดนตรีป๊อปนานาชาติ
เท็กซัส 31 สิงหาคม 1969)

1324
01:45:33,959 --> 01:45:36,419
(เทศกาลดนตรีป๊อปนานาชาติ
เท็กซัส)

1325
01:45:36,503 --> 01:45:37,671
(เลด เซพเพลินตัวเป็นๆ)

1326
01:46:48,325 --> 01:46:50,577
(เลด เซพเพลิน สอง)

1327
01:46:53,955 --> 01:46:56,792
{\an8}(22 ตุลาคม 1969)

1328
01:46:56,875 --> 01:46:59,586
{\an8}(เลด เซพเพลิน สอง)

1329
01:47:06,426 --> 01:47:08,970
{\an8}(แคชบ็อกซ์ รีวิวอัลบั้ม)

1330
01:47:09,054 --> 01:47:11,306
(บิลบอร์ด รีวิวอัลบั้ม)

1331
01:47:11,389 --> 01:47:14,142
{\an8}('เลด เซพเพลิน สอง'
สร้างแรงสั่นสะเทือนแบบเฮฟวี่ใหม่)

1332
01:47:14,267 --> 01:47:16,728
{\an8}(ยอดขายถล่มทลาย)

1333
01:47:16,812 --> 01:47:19,564
(เลด เซพเพลินสุดยิ่งใหญ่)

1334
01:47:19,648 --> 01:47:21,983
(เลด เซพเพลิน
กับวิธีทำ 37,000 ดอลลาร์ในคืนเดียว)

1335
01:47:22,150 --> 01:47:25,612
(เลด เซพเพลิน สอง ทะยานฟ้า)

1336
01:48:11,658 --> 01:48:12,659
(บิลบอร์ดท็อป
1. เลด เซพเพลิน สอง)

1337
01:48:14,077 --> 01:48:17,455
(วาไรตี้ - อัลบั้มขายดีที่สุด
1. เลด เซพเพลิน สอง)

1338
01:48:17,581 --> 01:48:21,793
(เลด เซพเพลิน - ยอดขายล้านแผ่น
อาจมีทัวร์อังกฤษ)

1339
01:48:22,043 --> 01:48:23,795
(ยอดขายสหรัฐ 5 ล้าน)

1340
01:48:28,049 --> 01:48:31,428
(เลด เซพเพลินติดท็อปอเมริกา)

1341
01:48:36,016 --> 01:48:42,814
(เลด เซพเพลิน -
วงอันดับ 1 ของโลก ค่ายแอตแลนติก)

1342
01:48:44,900 --> 01:48:51,072
{\an8}(เซพเพลินแซงบีเทิลส์)

1343
01:48:51,156 --> 01:48:55,452
(เรคอร์ด มิเรอร์
ตื่นทอง)

1344
01:49:01,833 --> 01:49:04,628
(เลด เซพเพลินตัวเป็นๆ)

1345
01:49:08,840 --> 01:49:11,676
{\an8}วันที่ 9 มกราคม 1970

1346
01:49:12,260 --> 01:49:15,263
{\an8}เราแสดงที่โรยัลอัลเบิร์ตฮอลล์ในลอนดอน

1347
01:49:15,347 --> 01:49:18,433
และถ้าเราคิดย้อนไปหนึ่งปี

1348
01:49:18,517 --> 01:49:21,645
วันที่ 9 มกราคม 1969

1349
01:49:21,728 --> 01:49:23,605
คือตอนที่เราแสดงในซานฟรานซิสโก

1350
01:49:24,523 --> 01:49:28,193
นี่จึงเป็นความคืบหน้าของทั้งปี

1351
01:49:28,568 --> 01:49:30,028
มันเหลือเชื่อมาก

1352
01:49:30,111 --> 01:49:32,072
ผมสนุกมากๆ

1353
01:49:33,490 --> 01:49:35,283
ไม่มีนักสอบบัญชีตรงนี้

1354
01:49:35,367 --> 01:49:37,869
นี่เป็นคอนเสิร์ตในลอนดอน
แน่นอนว่า

1355
01:49:37,953 --> 01:49:39,704
นี่คือที่ที่ครอบครัวเราต้องมา

1356
01:49:40,247 --> 01:49:42,499
ใช่ มันเหมือนงานรวมญาติ

1357
01:49:43,375 --> 01:49:45,919
การได้ไปเหยียบเวทีที่นั่น

1358
01:49:46,002 --> 01:49:48,922
จึงเป็นอะไรที่ไม่คาดฝัน มันดีมากๆ

1359
01:49:49,548 --> 01:49:50,715
และเป็นการแสดงของเราเอง

1360
01:49:50,799 --> 01:49:52,634
เราจึงออกไปแสดงเต็มที่

1361
01:49:56,179 --> 01:49:57,222
เลด เซพ!

1362
01:49:58,306 --> 01:50:01,351
เลด เซพ!

1363
01:50:02,477 --> 01:50:05,814
เลด เซพ!

1364
01:50:06,565 --> 01:50:09,234
เลด เซพ!

1365
01:50:10,569 --> 01:50:12,195
เลด เซพ!

1366
01:54:52,601 --> 01:54:53,602
ขอบคุณมากครับ

1367
01:55:06,448 --> 01:55:09,868
เลด เซพ!

1368
01:55:10,577 --> 01:55:13,830
เลด เซพ!

1369
01:55:15,040 --> 01:55:18,043
เลด เซพ!

1370
01:55:18,919 --> 01:55:20,128
เลด เซพ!

1371
01:55:21,213 --> 01:55:23,048
พ่อผมมาดูการแสดงนั้น

1372
01:55:23,131 --> 01:55:25,717
เขาภูมิใจมาก ซึ่งดีมากเลย

1373
01:55:27,052 --> 01:55:30,013
เขาพูดว่า "เขามีความปรารถนาแรงกล้า
มีไฟและทั้งหมดนั้น"

1374
01:55:30,096 --> 01:55:31,890
มันดีมากๆ

1375
01:55:33,141 --> 01:55:35,852
จอห์น พอลกับผม เราเข้ากันได้ดีมากๆ

1376
01:55:35,936 --> 01:55:37,229
พวกเราทุกคนเลย

1377
01:55:37,813 --> 01:55:39,606
สมาชิกแต่ละคนในวงค่อนข้างแตกต่างกัน

1378
01:55:39,689 --> 01:55:42,234
ด้านอุปนิสัยนะ แต่พวกเขาเป็นคนดี

1379
01:55:42,317 --> 01:55:44,277
แต่ละคนมีบุคลิกเป็นของตัวเอง

1380
01:55:45,737 --> 01:55:47,447
ประมาณกลางปี 1969 นั่นแหละ

1381
01:55:47,531 --> 01:55:49,491
ผมถึงรู้จักแต่ละคนจริงๆ

1382
01:55:50,158 --> 01:55:51,827
มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ว่าไหม

1383
01:55:52,994 --> 01:55:54,663
ผมคุยเรื่องโรเบิร์ตได้เรื่อยๆ

1384
01:55:54,746 --> 01:55:57,165
เพราะผมรู้จักเขาดีมาก จริงๆ นะ
เหลือเชื่อเลยละ

1385
01:55:57,249 --> 01:56:00,669
รู้ไหม จิมมี่ค่อนข้างขี้อายนะ

1386
01:56:00,752 --> 01:56:03,130
แต่เมื่อได้รู้จักเขาอย่างที่ผมรู้จัก
เขาเป็นคนดีมากเลย

1387
01:56:04,089 --> 01:56:06,508
ผมชอบพวกเขาแต่ละคน
เพราะสิ่งที่พวกเขาทำ

1388
01:56:06,591 --> 01:56:08,802
และผมชอบการเล่นในวง

1389
01:56:09,302 --> 01:56:10,929
ผมจึงไม่ต้องทำอย่างอื่น

1390
01:56:13,557 --> 01:56:16,768
เราประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรก

1391
01:56:16,852 --> 01:56:18,812
ที่เล่นเพลง เทรนเคปต์เอ-โรลลิน

1392
01:56:18,895 --> 01:56:20,856
เพราะเราถูกใจช่วงเวลานั้น

1393
01:56:20,939 --> 01:56:21,982
และมันได้ผล

1394
01:56:22,482 --> 01:56:25,694
แต่ก่อนหน้านั้นทั้งหมดไม่มีใครรู้

1395
01:56:26,153 --> 01:56:27,404
เราได้แต่ลองดูว่าอะไรเวิร์ก

1396
01:56:27,988 --> 01:56:30,031
ฉะนั้น จะหยุดทำไมล่ะ

1397
01:56:30,907 --> 01:56:33,952
ถ้าคุณรู้ว่าคุณมีบางสิ่งที่แตกต่าง

1398
01:56:34,035 --> 01:56:35,245
ในตัวคุณ

1399
01:56:35,328 --> 01:56:36,830
คุณก็ต้องนำมันออกมาใช้

1400
01:56:36,913 --> 01:56:38,498
คุณต้องใช้มันไปเรื่อยๆ

1401
01:56:38,582 --> 01:56:40,167
แต่คุณต้องเชื่อมั่นด้วย

1402
01:56:40,250 --> 01:56:42,627
และตราบใดที่คุณเป็นตัวของตัวเอง

1403
01:56:42,711 --> 01:56:45,380
เป้าหมายชัดเจน คุณก็จะทำให้ฝันเป็นจริงได้

1404
01:56:45,464 --> 01:56:46,465
ผมเชื่ออย่างนั้นนะ

1405
01:56:46,548 --> 01:56:49,217
ผมเชื่อว่าทำให้ฝันเป็นจริงได้
เพราะนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

1406
02:01:17,777 --> 02:01:19,571
(คำอุทิศ
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเกียรติแก่)

1407
02:01:19,654 --> 02:01:21,072
(เดสมอนด์ แมคมาฮอน
ดอน มูสโซ)

1408
02:01:21,156 --> 02:01:22,365
(ลิซ่า เฟนทัม
ดีเร็ก โบลตัน)

1409
02:01:22,449 --> 02:01:24,367
(เบนจามิน อเล็กซานเดอร์ โนเอล
โธมัส วิลเลียมส์)

1410
02:01:24,451 --> 02:01:26,661
(เชล ทาลมี
รอย วิลเลียมส์)

1411
02:01:26,745 --> 02:01:29,164
(ร็อด ไวแอตต์)



