1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.BZ

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.BZ

3
00:00:17,017 --> 00:00:20,104
เอาละ หนึ่ง สอง สาม สี่

4
00:00:59,477 --> 00:01:02,188
สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณให้คุณค่าคืออะไร

5
00:01:06,233 --> 00:01:07,651
ก็แค่ความสงบสุขส่วนตัว

6
00:01:10,070 --> 00:01:13,199
- ช่วยขยายความให้สมบูรณ์ขึ้นอีกได้ไหม
- ไม่ได้หรอก

7
00:01:16,243 --> 00:01:17,369
เอาละ

8
00:01:18,454 --> 00:01:20,998
เราทำกันมาเป็นชั่วโมงโดยไม่ได้อะไรเลย

9
00:01:25,878 --> 00:01:28,172
ใช่ ฉันรู้ แต่ไปต่อกันดีกว่า

10
00:01:28,255 --> 00:01:31,175
ครั้งเดียวที่ใช้ได้คือบรรทัดสุดท้าย

11
00:01:31,258 --> 00:01:32,676
ช่างบรรทัดสุดท้ายเถอะ

12
00:01:35,721 --> 00:01:38,808
ถ้าผมได้ยินใครด่าพอล แม็กคาร์ตนีย์

13
00:01:40,100 --> 00:01:41,519
ผมก็มักจะเห็นด้วย

14
00:01:43,437 --> 00:01:46,190
เวลาที่ทุกคนบอกว่าผมทำให้เดอะบีเทิลส์วงแตก

15
00:01:47,066 --> 00:01:49,527
เพราะผมเป็นคนเอาแต่ใจ อะไรแบบนั้น

16
00:01:50,902 --> 00:01:52,404
ตอนแรกผมก็เชื่อนะ

17
00:01:54,490 --> 00:01:57,243
ผมคิดว่า "ผมมันเป็นคนเส็งเคร็งแบบนั้นแหละ"

18
00:01:59,203 --> 00:02:02,331
มันทำให้ผมเหมือนอยู่ในจุดที่เคว้งคว้าง

19
00:02:09,630 --> 00:02:11,757
แต่ความจริงคือ

20
00:02:12,633 --> 00:02:15,886
วันหนึ่งจอห์นเข้ามา
แล้วบอกว่าจะออกจากเดอะบีเทิลส์

21
00:02:16,971 --> 00:02:19,223
เขาบอกว่า "มันน่าตื่นเต้นดี"

22
00:02:19,306 --> 00:02:22,309
"เหมือนบอกคนว่าเราอยากจะขอหย่า"

23
00:02:24,895 --> 00:02:28,524
แต่ผมคิดว่า "ทีนี้ฉันจะทำอะไรล่ะ"

24
00:02:29,608 --> 00:02:31,777
เพราะที่ผ่านมามันเป็นทั้งชีวิตของผมจริงๆ

25
00:02:32,903 --> 00:02:35,948
ผมเติบโต ไปโรงเรียน

26
00:02:36,031 --> 00:02:37,783
แล้วก็กลายเป็นเดอะบีเทิลส์

27
00:02:39,326 --> 00:02:42,371
มันเป็นปริศนาที่ผมต้องไข

28
00:02:42,454 --> 00:02:44,081
(ดิเอนด์)

29
00:02:52,006 --> 00:02:53,090
(ขอต้อนรับสู่เดอะคาเวิร์น)

30
00:03:07,438 --> 00:03:10,691
เราจะโอหังก็ได้และบอกว่า
"เราจะยืนยงอยู่ได้เป็นสิบปี"

31
00:03:11,400 --> 00:03:12,943
อยู่ได้สามเดือนก็โชคดีมากแล้ว

32
00:03:14,904 --> 00:03:16,322
(บีเทิลส์เยือนนิวยอร์ก
เรารักคุณ)

33
00:03:16,405 --> 00:03:17,448
เดอะบีเทิลส์

34
00:03:30,669 --> 00:03:34,006
เราจะเล่นดนตรีแบบเดิมๆ ไปจนอายุ 40 ไม่ได้

35
00:03:34,089 --> 00:03:37,301
ใครจะรู้ ตอน 40
เราอาจแต่งเพลงไม่เป็นแล้วก็ได้

36
00:03:41,430 --> 00:03:43,807
(ซาร์เจนต์เปปเปอร์ส โลนลี่ฮาร์ตส์คลับแบนด์)

37
00:03:52,274 --> 00:03:53,567
(เดอะบีเทิลส์)

38
00:04:13,087 --> 00:04:16,673
ละอดีตสู่ฝัน

39
00:04:26,976 --> 00:04:33,399
(ฤดูใบไม้ร่วง ปี 1969 จอห์น เลนนอน
ออกจากวงเดอะบีเทิลส์ แต่ไม่มีใครรู้)

40
00:04:33,482 --> 00:04:40,364
(พอลหายตัวไป เขาอายุ 27 ปี)

41
00:04:47,955 --> 00:04:49,748
อีก 22 นาทีจะบ่ายโมง

42
00:04:49,832 --> 00:04:52,960
มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับเดอะบีเทิลส์

43
00:04:53,043 --> 00:04:55,212
ความจริงที่ว่าพอลอาจจะตายแล้ว

44
00:04:55,295 --> 00:04:57,589
(พอล แม็กคาร์ตนีย์ตายแล้ว
การหลอกลวงครั้งใหญ่)

45
00:04:57,673 --> 00:04:59,550
หลายสัปดาห์นี้ คำถามว่า
"พอล แม็กคาร์ตนีย์ตายยัง"

46
00:04:59,633 --> 00:05:00,634
(พฤศจิกายน 1969)

47
00:05:00,718 --> 00:05:02,094
(เดอะบีเทิลส์ปกปิดการตายของพอล)

48
00:05:02,177 --> 00:05:03,971
พาดหัวข่าวทั่วสหรัฐอเมริกาและโลก

49
00:05:04,054 --> 00:05:07,599
เดอะบีเทิลส์รวมตัวกันอยู่ตรงสิ่งที่ดูเหมือนหลุมศพ

50
00:05:07,683 --> 00:05:10,436
บนปกหลังอัลบั้ม พอลหันหลังให้เรา

51
00:05:10,519 --> 00:05:13,981
มีกระทั่งรายงานที่ระบุว่า
แม็กคาร์ตนีย์เสียชีวิตเมื่อสามปีก่อน

52
00:05:14,064 --> 00:05:17,234
ในอุบัติเหตุรถยนต์ และมีคนหน้าเหมือนมาแทนที่เขา

53
00:05:18,360 --> 00:05:22,031
ไมเคิล แม็กเกียร์ พี่ชายคุณยังมีชีวิตอยู่ไหม

54
00:05:22,656 --> 00:05:24,783
มันเป็นเรื่องหลอกลวง ไม่มีมูลความจริงเลย

55
00:05:24,867 --> 00:05:25,868
(ไมเคิล แม็กคาร์ตนีย์)

56
00:05:25,951 --> 00:05:28,120
คุณเจอพี่ชายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

57
00:05:28,203 --> 00:05:29,413
- ครั้งสุดท้ายเหรอ
- ใช่

58
00:05:30,330 --> 00:05:31,874
ที่งานศพเขาละมั้ง

59
00:05:37,171 --> 00:05:39,381
แหลมคินไทร์ ชายฝั่งตะวันตกของสกอตแลนด์

60
00:05:39,465 --> 00:05:40,966
(จิมมี่ แม็กกีชี่
แคมป์เบลทาวน์ไปป์แบนด์)

61
00:05:41,050 --> 00:05:42,926
ชื่อมาจากภาษาเกลิกแปลว่า "สิ้นสุดแผ่นดิน"

62
00:05:43,802 --> 00:05:46,388
จุดเด่นของเมืองนี้คือ

63
00:05:46,472 --> 00:05:49,224
คนชอบบอกว่า "บีเทิลอยู่ในเมือง"

64
00:05:49,308 --> 00:05:50,476
"เขาอยู่ในไร่"

65
00:05:53,145 --> 00:05:54,146
ดีเลยนะ

66
00:06:01,070 --> 00:06:02,988
หมอบลง หมอบลงกับพื้น

67
00:06:04,782 --> 00:06:08,952
อย่าถ่ายล่ะ ไม่งั้นคุณอาจจะมีปัญหานะ

68
00:06:09,995 --> 00:06:13,665
ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมอาจจะโยนถังใส่เขา

69
00:06:13,749 --> 00:06:15,292
และผมว่าเขาถ่ายรูปไว้

70
00:06:17,461 --> 00:06:19,463
ผมตัดสินใจว่าควรตามเขาไป

71
00:06:20,130 --> 00:06:23,592
และบอกว่า "ฟังนะ ที่เราจะทำคือ
เราจะโพสท่าให้คุณถ่ายรูป

72
00:06:24,259 --> 00:06:26,720
แลกกับรูปโยนถัง"

73
00:06:27,513 --> 00:06:30,599
เพราะผมไม่ต้องการดราม่า

74
00:06:30,682 --> 00:06:32,810
"นี่คือจุดที่เขาโยนถัง"

75
00:06:32,893 --> 00:06:35,896
(คดีบีเทิล "หายตัว"
พอลยังอยู่กับเรา)

76
00:06:36,563 --> 00:06:38,065
เพราะรู้ว่าพอลเป็นมหาเศรษฐี

77
00:06:38,148 --> 00:06:40,567
ผมนึกภาพที่อยู่ของเขาออกเลย

78
00:06:41,318 --> 00:06:42,361
แต่ผมคิดผิดไป

79
00:06:50,244 --> 00:06:52,746
พอล ภรรยาของเขา ลินดา และลูกสองคนของเขา

80
00:06:52,830 --> 00:06:54,790
อาศัยอยู่ในบ้านไร่หลังเล็กที่ผุพัง

81
00:06:54,873 --> 00:06:58,127
ที่แม้แต่คนงานในไร่ที่ยากจนคงลังเลที่จะรับมา

82
00:07:00,629 --> 00:07:05,467
เราขึ้นไปที่นั่นเพื่อหลีกหนี แต่ผมหลีกหนีไม่ได้

83
00:07:05,551 --> 00:07:06,927
เดอะบีเทิลส์เพิ่งจบลง

84
00:07:08,053 --> 00:07:09,179
และนั่นคือชีวิตของผม

85
00:07:10,556 --> 00:07:14,017
ผมคิดว่า "ผมจะไม่มีวัน
แต่งเพลงอีกสักตัวโน้ตเดียว"

86
00:07:22,568 --> 00:07:24,570
ผมรู้สึกหดหู่มาก

87
00:07:24,653 --> 00:07:28,782
เลยคิดว่า
"ฉันจะดื่มเหล้าสก็อตสักหน่อย ทำไมจะไม่ได้ล่ะ"

88
00:07:30,200 --> 00:07:33,328
"ดื่มอีกสักแก้วดีกว่า ไม่มีที่ไหนให้ไปนี่"

89
00:07:34,371 --> 00:07:37,791
เป็นแบบนั้นอยู่สองสามเดือน ผมดื่มหนักเกินไป

90
00:07:37,875 --> 00:07:39,668
(ผลิตในสกอตแลนด์
สิ่งบรรจุ - ขวด)

91
00:07:41,170 --> 00:07:45,591
แต่ผมโชคดีมากเพราะผมมีลินดา

92
00:07:59,438 --> 00:08:01,023
(แปดเดือนก่อนหน้า)

93
00:08:01,106 --> 00:08:03,275
ลอนดอน ช่วงเวลาแห่งการร่ำไห้ทางใต้

94
00:08:03,358 --> 00:08:06,153
บีเทิลหนุ่มโสดคนสุดท้ายไม่โสดอีกต่อไป

95
00:08:06,236 --> 00:08:09,531
พอล แม็กคาร์ตนีย์แต่งงานกับ
สาวจากนิวยอร์ก ลินดา อีสต์แมน

96
00:08:09,615 --> 00:08:12,117
เฮเธอร์ ลูกเลี้ยงของพอลอยู่ในกลุ่มผู้เดินนำหน้า

97
00:08:12,201 --> 00:08:15,871
ที่ฝ่าฝูงแฟนๆ ผู้คลั่งไคล้ที่กำลังร่ำไห้

98
00:08:15,954 --> 00:08:18,957
ที่กรูเข้าหาคู่บ่าวสาว
ขณะที่ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังรถของพวกเขา

99
00:08:24,796 --> 00:08:26,256
พวกคุณร้องไห้ทำไม สาวๆ

100
00:08:27,841 --> 00:08:28,926
ร้องไห้ทำไม

101
00:08:31,595 --> 00:08:34,514
ควบคุมตัวเองแล้วบอกผมหน่อย
รู้สึกยังไงที่เขาแต่งงาน

102
00:08:34,597 --> 00:08:37,768
ฉันว่ามัน… มันดีมาก

103
00:08:38,894 --> 00:08:41,980
- วันนี้พวกคุณสองคนควรไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ
- ใช่ค่ะ

104
00:08:42,648 --> 00:08:45,400
คุณนายแม็กคาร์ตนีย์ ยินดีด้วยครับ

105
00:08:45,484 --> 00:08:47,861
รู้สึกยังไงที่ได้แต่งงานกับ

106
00:08:47,945 --> 00:08:50,614
ชายผู้อาจจะเป็นหนุ่มโสด
ที่เนื้อหอมที่สุดในโลกคนหนึ่ง

107
00:08:50,697 --> 00:08:52,741
ซึ่งทำให้สาวๆ มากมายอิจฉา

108
00:08:52,824 --> 00:08:54,952
รู้สึกเยี่ยมมากค่ะที่ได้แต่งงาน

109
00:08:57,204 --> 00:08:59,039
แต่ตลกดีนะคะ พอมาคิดดู

110
00:08:59,122 --> 00:09:00,123
(ลินดา แม็กคาร์ตนีย์)

111
00:09:00,207 --> 00:09:02,709
มันง่ายเหลือเกิน พวกเขาหนีไปใช้ชีวิต
อย่างมีความสุขตลอดไป

112
00:09:03,669 --> 00:09:05,003
ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชาย

113
00:09:06,546 --> 00:09:08,048
มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

114
00:09:10,676 --> 00:09:13,470
เขาบอกว่า "ผมมีไร่อยู่ ผมรู้ว่าคุณจะไม่ชอบมัน"

115
00:09:14,763 --> 00:09:16,848
แต่บนนั้นสวยงามเหลือเกิน

116
00:09:19,059 --> 00:09:20,936
อยู่ไกลสุดหล้า

117
00:09:23,605 --> 00:09:25,107
อารยธรรมเลือนหายไป

118
00:09:27,150 --> 00:09:28,360
ทำให้จิตใจโล่งสบายมากเลย

119
00:09:29,278 --> 00:09:30,779
(ครั้งแรกของเฮเธอร์ ปี๊บๆ)

120
00:09:30,862 --> 00:09:32,114
(นี่เม)

121
00:09:32,197 --> 00:09:34,700
(อรุณสวัสดิ์)

122
00:09:34,783 --> 00:09:38,120
มันเหมือนกับเราถูกโยนเข้าไปในชีวิตใหม่นี้

123
00:09:38,203 --> 00:09:40,080
และเราต้องหาทางเอาเอง

124
00:09:45,252 --> 00:09:48,005
ฉันบอกว่า "ไปหลงทางกันเถอะ"

125
00:09:48,088 --> 00:09:50,299
"หนีไปและย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น"

126
00:09:53,510 --> 00:09:55,304
เรามีลูก แมรี่

127
00:09:55,929 --> 00:09:58,557
ลินดามีลูกวัยห้าขวบ ผมเลยรับแกเป็นลูก

128
00:09:58,640 --> 00:09:59,683
(เฮเธอร์ แม็กคาร์ตนีย์)

129
00:09:59,766 --> 00:10:01,476
และผมก็เริ่มทำเพลงอีกครั้ง

130
00:10:10,902 --> 00:10:12,946
ตอนนั้นมีหลายเรื่องที่ทำให้ใจสลาย

131
00:10:13,030 --> 00:10:14,031
(แมรี่ แม็กคาร์ตนีย์)

132
00:10:14,114 --> 00:10:15,741
แต่แม่บอกว่า

133
00:10:15,824 --> 00:10:21,204
"ฟังนะ มาร้องเพลง แต่งเพลง อยู่ด้วยกันเถอะ"

134
00:10:22,622 --> 00:10:26,126
เรามีม้าและแกะ และเราก็ปลูกผักกินเอง

135
00:10:26,209 --> 00:10:27,961
เรากลายเป็นมังสวิรัติ

136
00:10:29,004 --> 00:10:30,464
และมันเป็นที่เดียวที่เราไป

137
00:10:30,547 --> 00:10:35,510
ที่เราสามารถทำตัวเป็นธรรมชาติได้เต็มที่
ในโลกที่ไม่เป็นธรรมชาตินี้

138
00:10:39,056 --> 00:10:41,725
ผมซ่อมหลังคาไม่เก่ง เลยไม่เข้าใจเท่าไหร่

139
00:10:41,808 --> 00:10:42,809
(มิค แจ็กเกอร์)

140
00:10:43,560 --> 00:10:46,396
เขาอยากมีชีวิตแบบเรียบง่าย

141
00:10:46,480 --> 00:10:51,109
เพราะการเป็นสมาชิกเดอะบีเทิลส์
เป็นอิสระจากข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น

142
00:10:53,862 --> 00:10:57,866
(ผมเพื่อสันติภาพ เตียงเพื่อสันติภาพ)

143
00:10:58,408 --> 00:11:01,370
ผมว่าพวกเขาอาจจะคิดว่า
ผมจะปลุกระดมการปฏิวัติ

144
00:11:01,453 --> 00:11:02,704
ผมอยากทำให้มันสงบลง

145
00:11:03,372 --> 00:11:04,956
เราขายมันเหมือนสบู่

146
00:11:05,040 --> 00:11:08,502
และเราจะขายไปเรื่อยๆ จนแม่บ้านคิดว่า

147
00:11:08,585 --> 00:11:11,588
"มีสันติภาพหรือสงคราม นั่นคือสองผลิตภัณฑ์"

148
00:11:11,671 --> 00:11:13,006
(จดจำไว้)

149
00:11:13,090 --> 00:11:17,219
เดอะบีเทิลส์วงแตก แต่แทบไม่มีใครรู้เลย

150
00:11:18,136 --> 00:11:21,098
ผู้จัดการวงตอนนั้นบอกว่า "อย่าบอกใคร"

151
00:11:21,807 --> 00:11:24,893
"ผมจะไปแคปิตอลเรคคอร์ดส์
เพื่อให้คุณได้ข้อตกลงที่ดีขึ้น"

152
00:11:25,769 --> 00:11:28,397
และเราทุกคนก็เห็นพ้องกันว่าจะไม่บอกใคร

153
00:11:28,480 --> 00:11:29,481
(หย่าร้าง! ไม่!)

154
00:11:29,564 --> 00:11:31,358
แม้ว่าจอห์นจะสนุกไปกับเรื่องทั้งหมดก็ตาม

155
00:11:32,067 --> 00:11:34,736
เดอะบีเทิลส์เป็นอนุสาวรีย์หรือพิพิธภัณฑ์

156
00:11:34,820 --> 00:11:35,821
(ธันวาคม 1969)

157
00:11:35,904 --> 00:11:39,074
และลักษณะหนึ่งของยุคสมัยนี้คือไม่มีพิพิธภัณฑ์

158
00:11:39,825 --> 00:11:43,537
และเดอะบีเทิลส์กลายเป็นพิพิธภัณฑ์
พวกเขาเลยต้องถูกกำจัด

159
00:11:43,620 --> 00:11:46,706
ไม่มีวิธีประท้วงเพื่อสันติภาพที่เป็นเชิงบวก

160
00:11:46,790 --> 00:11:48,125
มากกว่านั่งบนเตียงแล้วเหรอ

161
00:11:53,839 --> 00:11:56,800
จอห์นเริ่มแต่งเพลงของตัวเอง
ผมก็เริ่มแต่งเพลงของผม

162
00:11:57,634 --> 00:11:59,177
เราเติบโตกันไปคนละทาง

163
00:12:02,889 --> 00:12:06,518
ผมเลยต้องสำรวจภายในตัวเอง

164
00:12:06,601 --> 00:12:09,020
และพิจารณาโลกของผม

165
00:12:09,104 --> 00:12:12,399
ค้นหาสิ่งที่ไม่ใช่เดอะบีเทิลส์

166
00:12:12,482 --> 00:12:16,445
(ลอนดอน มกราคม 1970)

167
00:12:18,447 --> 00:12:22,075
เขามีสองพันธมิตรชั้นยอด
ตอนเริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักดนตรีใหม่

168
00:12:22,159 --> 00:12:23,160
(คริส เวลช์)

169
00:12:23,243 --> 00:12:26,246
แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือลินดา
ส่วนอีกรายหนึ่งคือกระดาษเปล่า

170
00:12:35,422 --> 00:12:38,884
ช่วงต้นของอัลบั้ม มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตู

171
00:12:40,760 --> 00:12:43,597
นั่นคือประตูหลังบ้านของเรา ผมคิดว่า "เจ๋งดีแฮะ"

172
00:12:43,680 --> 00:12:45,140
มันแสดงว่าเราอยู่บ้าน

173
00:12:50,562 --> 00:12:53,690
ผมมีเครื่องบันทึกเสียงสี่แทร็กของตัวเอง

174
00:12:53,773 --> 00:12:57,277
และเราก็เสียบไมค์เข้าไปด้านหลัง

175
00:12:58,653 --> 00:13:00,697
และนั่นจะเป็นแทร็กหนึ่ง

176
00:13:00,780 --> 00:13:02,324
ไม่ต้องร้องไห้ เจ้าเด็กน้อย

177
00:13:03,408 --> 00:13:04,493
ไม่ต้องร้อง

178
00:13:05,577 --> 00:13:08,538
พ่อจะเล่นเพลงกล่อมเด็กให้ฟังนะ

179
00:13:08,622 --> 00:13:10,373
แล้วผมก็ใส่กีตาร์เข้าไป

180
00:13:12,250 --> 00:13:13,668
และใส่เบสเข้าไป

181
00:13:16,046 --> 00:13:18,215
ผมทำหลายเพลงแบบนั้น

182
00:13:19,341 --> 00:13:21,551
ผมชอบที่แค่ได้แต่งมันขึ้นมา

183
00:13:22,385 --> 00:13:23,553
มันทำให้ผมเป็นอิสระ

184
00:13:39,611 --> 00:13:41,863
เขาเป็นเหมือนผู้ริเริ่มการบันทึกเสียงแบบโลฟาย

185
00:13:41,947 --> 00:13:42,948
(ปีเตอร์ ด็อกเก็ต
นักเขียน)

186
00:13:43,031 --> 00:13:46,409
พูดได้ว่าแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อก
เริ่มต้นขึ้นโดยแม็กคาร์ตนีย์

187
00:13:47,118 --> 00:13:48,995
ภายใต้สิ่งนั้น เขาทำอะไรอยู่กันแน่

188
00:13:49,079 --> 00:13:50,372
(ออเบรย์ พาวเวล)

189
00:13:50,455 --> 00:13:51,581
ทำการทดลอง

190
00:14:06,388 --> 00:14:08,390
จู่ๆ มันก็กลายเป็นอัลบั้ม

191
00:14:09,099 --> 00:14:10,850
มันหมายความว่าผมไม่ยอมแพ้

192
00:14:21,069 --> 00:14:25,156
วิธีเดียวในการแต่งเพลงของผมคือหนีไปที่ไหนสักที่

193
00:14:26,199 --> 00:14:28,785
ในช่วงแรกๆ เลยคือในห้องน้ำ

194
00:14:29,953 --> 00:14:33,915
หลังจากนั้น ผมจะหาตู้เก็บของใต้บันได

195
00:14:34,958 --> 00:14:36,918
เพื่อหลีกหนีจากโลก

196
00:14:38,420 --> 00:14:41,214
เพื่อให้เราได้ใช้ความคิดที่เป็นส่วนตัวที่สุด

197
00:14:41,298 --> 00:14:42,382
เอาละ เอาละ

198
00:14:45,510 --> 00:14:47,345
เราเล่นคอร์ดหนึ่ง

199
00:14:47,971 --> 00:14:52,100
แล้วก็จะเห็นว่ามันนำทางเราไปไหน
เหมือนเศษขนมปัง

200
00:14:53,226 --> 00:14:54,519
ก็แค่ความทรงจำ

201
00:14:55,645 --> 00:14:57,147
อาจจะเป็นเรื่องที่เสียใจ

202
00:14:58,523 --> 00:14:59,524
หรือแม้กระทั่งอนาคต

203
00:15:03,153 --> 00:15:06,072
บางครั้งเราก็สร้างตัวละครขึ้นมา

204
00:15:09,242 --> 00:15:11,911
แต่แน่ละว่าในแง่หนึ่งมันก็คือตัวเรานี่แหละ

205
00:15:13,204 --> 00:15:18,043
ถ้าเรามีปัญหาอะไรสักอย่าง
เราก็เอามันมาคลี่คลายในเพลง

206
00:15:20,545 --> 00:15:22,797
ผมว่ามันเป็นการบำบัดขั้นสุดจริงๆ

207
00:15:30,889 --> 00:15:32,641
ผมจำได้ว่าวันหนึ่งผมอยู่ที่แอบบีย์โรด

208
00:15:32,766 --> 00:15:34,059
(คริส โธมัส
โปรดิวเซอร์)

209
00:15:34,142 --> 00:15:36,603
พอลฟังเพลงอยู่ในห้องหมายเลขสอง

210
00:15:36,686 --> 00:15:38,688
ผมเลยโผล่หัวเข้าไป

211
00:15:38,772 --> 00:15:41,024
แล้วเขาก็ทำท่าให้เข้าไป

212
00:15:41,107 --> 00:15:43,443
ผมยืนอยู่ตรงนั้น ฟังเพลงนี้

213
00:15:44,694 --> 00:15:46,363
ผมพูดว่า "นั่นคุณเปิดเพลงของใครอยู่"

214
00:15:46,446 --> 00:15:48,990
เขาบอกว่า "ผมทำเพลงทั้งหมดนี่เอง"
ผมแบบว่า "อะไรนะ"

215
00:16:03,630 --> 00:16:07,384
ผมไม่ได้แคลงใจในความรักที่มีต่อคุณ

216
00:16:07,467 --> 00:16:12,097
แต่บนสนทนาในหัวผมมันเข้มข้นกว่า

217
00:16:13,598 --> 00:16:17,560
ผมสับสนอยู่ในความกลัวของการเป็นผู้ใหญ่

218
00:16:46,047 --> 00:16:49,426
('แม็กคาร์ตนีย์'
เมษายน 1970)

219
00:16:53,430 --> 00:16:55,765
(แม็กคาร์ตนีย์)

220
00:17:00,186 --> 00:17:04,398
เราจะพูดอยู่เสมอว่าเดอะบีเทิลส์ไม่ได้แยกวง
ทั้งที่ชัดเจนว่าเราแยกกันแล้ว

221
00:17:04,482 --> 00:17:06,984
ผมแค่คิดว่า "มันเป็นแบบนี้นานเกินไปแล้ว"

222
00:17:07,068 --> 00:17:09,154
มีใครจะมาอ่านคำแถลง

223
00:17:09,237 --> 00:17:12,365
- ไม่ นี่เป็นคำแถลงเดียว
- จากนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด

224
00:17:12,449 --> 00:17:15,452
(คำถาม - คุณได้รับอิทธิพล
จากการผจญภัยของจอห์น…)

225
00:17:15,535 --> 00:17:17,996
(คุณมองเห็นว่าในอนาคต เลนนอนกับแม็กคาร์ตนีย์)

226
00:17:18,079 --> 00:17:20,123
(จะกลับมาแต่งเพลงร่วมกันอีกครั้งไหม)

227
00:17:20,205 --> 00:17:22,125
(คำตอบ - ไม่)

228
00:17:22,208 --> 00:17:28,506
(ตอนนี้คุณมีแผนการยังไง
วันหยุด ละครเพลง ภาพยนตร์ หรือเกษียณ)

229
00:17:28,590 --> 00:17:34,012
(แผนเดียวของผมคือการเติบโต)

230
00:17:47,150 --> 00:17:50,195
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
พวกเขาเรียกตัวเองว่าเดอะบีเทิลส์

231
00:17:50,278 --> 00:17:52,447
วันนี้ พอล แม็กคาร์ตนีย์ประกาศยุติทุกอย่าง

232
00:17:52,530 --> 00:17:55,074
เขาบอกว่าจะไปแต่งเพลงเอง

233
00:17:55,784 --> 00:17:58,703
วันหนึ่งนักประวัติศาสตร์อาจมองว่านี่คือหมุดหมาย

234
00:17:58,787 --> 00:18:00,872
ในการล่มสลายของจักรวรรดิอังกฤษ

235
00:18:00,955 --> 00:18:03,082
เดอะบีเทิลส์แยกวงแล้ว

236
00:18:04,542 --> 00:18:05,877
ลือกันให้แซ่ด

237
00:18:08,129 --> 00:18:11,257
บ่ายวันนั้นเขาโทรหาผมและบอกว่า
"ฉันก็จะออกจากวงเหมือนกัน"

238
00:18:11,341 --> 00:18:12,342
(จอห์น เลนนอน)

239
00:18:12,425 --> 00:18:13,718
ผมบอกว่า "ดีแล้ว"

240
00:18:14,385 --> 00:18:16,971
เพราะเขาคือคนที่ต้องการเดอะบีเทิลส์มากที่สุด

241
00:18:18,139 --> 00:18:21,726
จอห์นหงุดหงิดผมไม่เบา เขาอยากเป็นคนประกาศ

242
00:18:22,185 --> 00:18:24,604
ในใจผมบอกว่า "แล้วทำไมนายไม่ทำล่ะ"

243
00:18:24,687 --> 00:18:26,105
(พอลลาออกจากวงเดอะบีเทิลส์)

244
00:18:26,189 --> 00:18:29,067
จอห์นเป็นคนทำเดอะบีเทิลส์วงแตก
พวกเขากลับโทษผม

245
00:18:30,151 --> 00:18:33,363
และนั่นเป็นภาระที่หนักอึ้งทีเดียว

246
00:18:40,495 --> 00:18:44,290
เมื่อคุณเคยอยู่ในวงที่ดังที่สุดในโลก

247
00:18:44,374 --> 00:18:47,126
คุณจะทำอะไรหลังจากนั้น

248
00:18:48,962 --> 00:18:54,968
ต้องอย่าลืมว่าตอนนั้นเราเป็นแค่หนุ่มน้อยสองคน
จากลิเวอร์พูลที่ไม่ได้มีอนาคตอะไร

249
00:18:56,678 --> 00:19:00,431
ตอนเด็กๆ เรายืนอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเมอร์ซีย์

250
00:19:00,515 --> 00:19:02,141
และพูดว่า "พ่อ นั่นอะไร"

251
00:19:03,142 --> 00:19:06,396
"นั่นคือสิ่งที่อยู่เหนือน้ำ เด็กๆ"

252
00:19:06,479 --> 00:19:09,732
หมายความว่าสิ่งนั้นมันยากเกินไขว่คว้า

253
00:19:37,969 --> 00:19:43,141
หลังจากที่ออกจากลิเวอร์พูล
มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในลอนดอน

254
00:19:43,224 --> 00:19:49,272
บางครั้งผมก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่จากมา

255
00:20:00,450 --> 00:20:03,161
คงดีน่าดูถ้าได้ย้อนกลับไปยังวันวาน

256
00:20:03,244 --> 00:20:08,541
ลุงอัลเบิร์ตนั่งเมาอยู่ที่โต๊ะ ส่วนพ่อผมก็นั่งอยู่แถวนั้น

257
00:20:08,625 --> 00:20:12,462
ยื่นแซนด์วิชถั่วให้เรา ถ้าเราโชคดี

258
00:20:13,630 --> 00:20:15,548
พวกเขาไม่สามารถมายังที่ที่ผมอยู่ตอนนี้

259
00:20:16,633 --> 00:20:19,677
ระยะห่างนั้นคือความเป็นจริงที่น่าเศร้า

260
00:20:41,950 --> 00:20:43,868
ผมตัวคนเดียวเป็นครั้งแรก

261
00:20:46,871 --> 00:20:48,331
ลำพังตัวผมจะไปรอดหรือเปล่า

262
00:20:58,132 --> 00:21:02,220
คืนหนึ่งขณะที่ผมนอนอยู่บนเตียงกับลินดา
ด้วยอารมณ์ชั่วขณะ

263
00:21:02,303 --> 00:21:06,307
ผมถามเธอว่า
"ถ้าผมตั้งวงใหม่ คุณอยากอยู่ด้วยไหม"

264
00:21:06,391 --> 00:21:09,310
เธอตอบประมาณว่า "เอาสิ"

265
00:21:10,103 --> 00:21:14,440
ง่ายๆ แบบนั้นเลย
โอเค เรามีสมาชิกสองคนแล้ว

266
00:21:25,410 --> 00:21:28,204
"แต่ฉันเป็นช่างภาพนะ
ฉันไม่เล่นเครื่องดนตรีอะไร"

267
00:21:28,287 --> 00:21:30,623
เขาบอกว่า "นี่โน้ตซีกลาง คุณเล่นคีย์บอร์ดได้"

268
00:21:44,262 --> 00:21:47,682
(นิวยอร์ก ตุลาคม 1970)

269
00:22:03,364 --> 00:22:06,367
อัลบั้มแรกของเขา "แม็กคาร์ตนีย์"
เป็นอัลบั้มของพอล แม็กคาร์ตนีย์

270
00:22:06,451 --> 00:22:07,702
คนก็เลยซื้อกัน

271
00:22:07,785 --> 00:22:11,581
แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าพอลพยายามจะทำอะไร

272
00:22:11,664 --> 00:22:14,625
มีความผิดหวังชัดเจน

273
00:22:15,293 --> 00:22:17,754
บางทีเขาอาจไม่ใช่คนมีพรสวรรค์อะไร

274
00:22:20,256 --> 00:22:24,886
ผมคิดว่า "หลังจากทำอัลบั้มง่ายๆ ไปแล้ว

275
00:22:24,969 --> 00:22:27,638
คราวนี้มาทำให้มันเป็นอัลบั้มเต็มๆ
แบบจริงจังกันเถอะ"

276
00:22:28,598 --> 00:22:32,185
- เอาละ นั่นคือซี
- นั่นคือซี

277
00:22:32,268 --> 00:22:34,020
ฉันถ่ายตรงนี้ไปหน่อย

278
00:22:42,612 --> 00:22:47,492
อัลบั้มใหม่เป็นการเชิดชูชีวิตธรรมดา

279
00:22:48,534 --> 00:22:51,537
ออกไปสร้างชีวิตของตัวเอง สร้างครอบครัว

280
00:22:56,000 --> 00:22:57,210
คุณถ่ายเหรอ

281
00:22:57,293 --> 00:22:59,212
ใช่ ผมเล่นสนุกๆ นิดหน่อย

282
00:23:00,421 --> 00:23:03,216
เล่นสนุกๆ นิดหน่อย ลองเล่นให้เราฟังดีกว่านะ

283
00:23:12,183 --> 00:23:13,476
รอไม่ไหวแล้วที่จะได้ลงมือ

284
00:23:13,559 --> 00:23:14,852
(เด็นนี่ ไซเวล
มือกลองสตูดิโอ)

285
00:23:14,936 --> 00:23:17,355
ผมรู้ว่าเขาเป็นนักดนตรีชื่อดังที่สุดในโลก

286
00:23:17,438 --> 00:23:20,608
แต่นี่ไม่ใช่การอัดเพลงธรรมดาเลย

287
00:23:28,908 --> 00:23:30,660
ตั้งแต่ที่คุณแต่งงานมา พอล

288
00:23:30,743 --> 00:23:33,079
คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าลินดาร้องเพลงได้

289
00:23:33,162 --> 00:23:34,914
ในคืนแต่งงาน

290
00:23:42,880 --> 00:23:47,218
ผมชอบเสียงเธอ สไตล์ของเธอไม่ใช่แนวโอเปร่า

291
00:23:47,301 --> 00:23:49,053
ไม่ใช่แนวบลูส์

292
00:23:55,351 --> 00:23:58,312
แต่นั่นทำให้มันมีเสียงที่พิเศษ

293
00:23:59,397 --> 00:24:01,649
มันเป็นแค่การร้องเพลงมากกว่า

294
00:24:16,038 --> 00:24:19,500
ผมว่าเอามันมาใช้เป็นท่อนกลางแปดบาร์เลย

295
00:24:20,626 --> 00:24:23,421
อาจจะร้องทับไปเลย อัดซ้ำอีกแทร็ก

296
00:24:23,504 --> 00:24:24,964
ร้องทับไปเหรอ เราทั้งคู่เลยนะ

297
00:24:25,047 --> 00:24:26,716
- ใช่
- เอาสิ

298
00:24:51,407 --> 00:24:54,619
พอลทำเพลงกับเดอะบีเทิลส์มาทั้งชีวิต

299
00:24:54,702 --> 00:24:57,663
และตอนนี้เขาทำเพลงกับคนอื่น

300
00:24:59,749 --> 00:25:00,791
เขามีความสุขมาก

301
00:25:03,085 --> 00:25:08,216
เรารู้ว่าเขามีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่าง
แต่เขาไม่ได้เอามันมากระทบงาน

302
00:25:15,097 --> 00:25:18,059
ภาพในฝันคือเราทำเงินได้มหาศาล

303
00:25:18,142 --> 00:25:23,814
เราทำเพลงเพราะๆ มากมาย
แล้วเราก็แค่แยกวง จบเท่านั้น

304
00:25:25,066 --> 00:25:27,401
แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

305
00:25:27,485 --> 00:25:29,403
(แอปเปิล โอเรอวัวร์)

306
00:25:32,114 --> 00:25:34,951
สัญญาทุกฉบับที่เดอะบีเทิลส์เซ็นในปี 1968

307
00:25:35,034 --> 00:25:37,954
เกิดจากความคิดที่ว่าเดอะบีเทิลส์จะไม่มีวันแยกวง

308
00:25:38,037 --> 00:25:42,041
ไม่มีทางเลยที่จะดึงใครคนใดคนหนึ่ง
ออกจากความร่วมมือนี้ได้

309
00:25:43,167 --> 00:25:44,627
ไม่มีใครชอบถูกจำกัด

310
00:25:45,336 --> 00:25:47,338
ผมคิดว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ…

311
00:25:47,421 --> 00:25:49,340
(บีเทิลส์แต่งตั้งอัลเลน ไคลน์
เป็นผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ)

312
00:25:49,423 --> 00:25:51,801
จอห์นจ้างผู้จัดการที่ผมไม่ชอบ

313
00:25:53,094 --> 00:25:56,973
อัลเลน ไคลน์เป็นชาวนิวยอร์กตามแบบฉบับ
เป็นทนาย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคนขี้โกง

314
00:25:57,848 --> 00:25:59,934
เขาจะเอาส่วนแบ่งจากด้านบน

315
00:26:00,017 --> 00:26:02,603
แล้วก็จะเอาส่วนแบ่งจากด้านล่างด้วยเช่นกัน

316
00:26:03,396 --> 00:26:06,565
แต่จากมุมมองของจอห์น เลนนอน
เขาชอบไคลน์มาก

317
00:26:06,649 --> 00:26:10,027
จอห์นบอกว่า "เขาอาจจะเป็นคนระยำ
แต่เขาจะเป็นคนระยำของเรา"

318
00:26:10,820 --> 00:26:14,323
ผมมองออกเลย จากแนวโน้มของสิ่งต่างๆ

319
00:26:14,448 --> 00:26:19,120
อัลเลน ไคลน์จะเข้ามากินรวบ
ทรัพย์สินทั้งหมดของเดอะบีเทิลส์

320
00:26:20,538 --> 00:26:25,334
(เจ้าหมูเอ๋ย
เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับแกนะ เลิกยุ่งซะ!)

321
00:26:25,418 --> 00:26:30,589
(ไสหัวไป
พีเอ็ม)

322
00:26:30,673 --> 00:26:31,674
(อัลเลน ไคลน์)

323
00:26:31,757 --> 00:26:36,178
เขามีสัญญาผูกมัดอยู่กับแอปเปิลหลายปี

324
00:26:36,262 --> 00:26:42,476
แทบไม่มีผลอะไรเลยที่เขาตัดความสัมพันธ์กับผม

325
00:26:54,822 --> 00:26:58,826
ผมจำได้ว่าฝันร้ายแบบประหลาดมาก

326
00:27:01,620 --> 00:27:03,706
อัลเลน ไคลน์เป็นหมอฟัน

327
00:27:04,999 --> 00:27:07,793
และผมต้องถอนฟัน

328
00:27:09,879 --> 00:27:11,047
แล้วผมก็ตื่น

329
00:27:18,095 --> 00:27:19,680
ผมเลยคิดว่าต้องต่อสู้เรื่องนี้

330
00:27:22,641 --> 00:27:25,144
พี่เขยผม ตัวเขา กับพ่อเขาช่วยได้เยอะเลย

331
00:27:25,227 --> 00:27:26,312
(จอห์น อีสต์แมน
ทนาย)

332
00:27:26,395 --> 00:27:28,272
พวกเขาบอกให้ฟ้องพวกนั้น

333
00:27:29,440 --> 00:27:33,194
ผมบอกว่า "ผมจะฟ้องอัลเลน ไคลน์
ผมฟ้องเดอะบีเทิลส์ไม่ได้

334
00:27:33,277 --> 00:27:34,528
พวกเขาเป็นเพื่อนผม"

335
00:27:38,115 --> 00:27:41,452
พวกเขาจะเกลียดผมเรื่องนี้
สาธารณชนจะเกลียดผมเรื่องนี้

336
00:27:41,535 --> 00:27:43,037
ผมก็จะเกลียดตัวเองเรื่องนี้

337
00:27:45,539 --> 00:27:47,666
แต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ผมก็ไม่มีทางออกไปได้

338
00:27:56,050 --> 00:27:58,177
(พอลร้องศาลสูง แยกวงเดอะบีเทิลส์)

339
00:27:58,260 --> 00:28:02,807
สวัสดีครับ คืนนี้มีเรื่องน่าประหลาดใจ
แห่งวงการดนตรี เมื่อเดอะบีเทิลส์ล่มสลาย

340
00:28:02,890 --> 00:28:06,519
การฟ้องร้องโดยพอล แม็กคาร์ตนีย์
เพื่อยุติความร่วมมือทางธุรกิจ

341
00:28:06,602 --> 00:28:08,646
ของเดอะบีเทิลส์เริ่มวันนี้ในลอนดอน

342
00:28:08,729 --> 00:28:11,232
เขาบอกว่าบัญชีของพวกเขาอยู่ในสภาพย่ำแย่

343
00:28:11,315 --> 00:28:13,901
ไม่มีใครแน่ใจว่าเงินหลายล้านหายไปไหน

344
00:28:19,657 --> 00:28:22,660
สมาชิกบีเทิลส์สามคนทำให้สมาชิกคนที่สี่

345
00:28:22,743 --> 00:28:26,622
พอล แม็กคาร์ตนีย์
ต้องเผชิญกับความท้าทายแบบใหม่ในวันนี้

346
00:28:26,705 --> 00:28:27,706
(การคัดค้านของพอล)

347
00:28:27,790 --> 00:28:30,876
แม็กคาร์ตนีย์ถูกเพื่อนสมาชิกวงบีเทิลส์
มองว่าเย่อหยิ่ง

348
00:28:30,960 --> 00:28:33,254
ใจร้อน และเอาแต่ใจ

349
00:28:43,222 --> 00:28:44,765
ฉันรู้ว่าพวกนายเป็นครอบครัวกัน

350
00:28:44,849 --> 00:28:46,976
ใช่ แต่ฉันไม่ร่วมงานกับไคลน์

351
00:28:47,059 --> 00:28:48,978
นับแต่นี้ครอบครัวอีสต์แมนดูแลงานของฉันทั้งหมด

352
00:28:49,061 --> 00:28:52,773
ให้ตายสิ อย่างี่เง่าไปหน่อยเลย
เราต้องสามัคคีกันนะ

353
00:28:52,857 --> 00:28:55,609
ผมว่ามีละครเลยด้วยในเวสต์เอนด์

354
00:28:55,693 --> 00:28:59,572
ที่สร้างให้พอลเป็นคนทำให้เดอะบีเทิลส์วงแตก

355
00:28:59,655 --> 00:29:02,158
เราต้องสามัคคีกัน ไม่งั้นได้ตายหมู่แน่

356
00:29:02,241 --> 00:29:03,784
(จอห์น พอล จอร์จ ริงโก้… และเบิร์ต)

357
00:29:03,868 --> 00:29:06,078
ช่างครอบครัวอีสต์แมนเถอะ
ความรักและธุรกิจยุติธรรมเสมอ

358
00:29:06,162 --> 00:29:10,583
นับแต่นี้ครอบครัวอีสต์แมน
ดูแลงานของฉันทั้งหมด จบเท่านี้

359
00:29:12,168 --> 00:29:14,253
โลกกลืนกินทุกอย่าง

360
00:29:14,336 --> 00:29:15,421
(ฌอน โอโนะ เลนนอน)

361
00:29:15,504 --> 00:29:18,299
ผมว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
สำหรับโลกเลยที่เดอะบีเทิลส์แยกวง

362
00:29:18,382 --> 00:29:21,177
โดยเฉพาะโลกของสมาชิกวง

363
00:29:37,443 --> 00:29:39,528
เซอร์ไพรส์ๆ

364
00:29:40,779 --> 00:29:42,531
พ่อผมแกร่งมาก

365
00:29:42,615 --> 00:29:43,866
สวัสดีๆ

366
00:29:43,949 --> 00:29:45,659
ผมว่าพอลก็แกร่งเหมือนกัน

367
00:29:45,743 --> 00:29:48,829
เขาแค่มีท่าทีอ่อนโยนกว่า

368
00:29:50,206 --> 00:29:52,166
คุณคิดยังไงกับอัลบั้มของพอล

369
00:29:52,249 --> 00:29:55,085
ผมว่าพอลไม่ได้เรื่อง

370
00:29:55,169 --> 00:29:58,506
ผมคิดว่าเขาจะทำงานได้ดีกว่านี้
เมื่อถูกบังคับด้วยความกลัว

371
00:29:58,589 --> 00:30:01,175
แต่ผมคิดว่างานชิ้นแรกมีแต่…

372
00:30:01,258 --> 00:30:03,511
อย่างที่บอก บางเบาและแตกกระจาย

373
00:30:12,269 --> 00:30:15,523
สมัยอยู่โรงเรียน ผมไม่เคยเหมือนคนอื่น

374
00:30:15,606 --> 00:30:19,193
แต่ส่วนใหญ่แล้ว
พวกเขาแม่งพยายามจะบีบให้ผมเป็นหมอฟัน

375
00:30:19,276 --> 00:30:23,781
จากนั้นพวกแฟนๆ
แม่งก็พยายามจะบีบให้ผมเป็นบีเทิล

376
00:30:23,864 --> 00:30:27,368
ส่วนนักวิจารณ์ก็พยายาม
จะบีบให้ผมเป็นพอล แม็กคาร์ตนีย์

377
00:30:35,543 --> 00:30:38,754
พอลคิดว่าเขาแม่งเป็นบีเทิลส์
แต่เขาโคตรจะไม่เคยเป็นเลย

378
00:30:39,338 --> 00:30:42,383
อัลเลน ไคลน์สร้างเรื่องที่เลวร้ายมาก

379
00:30:42,841 --> 00:30:46,220
พวกนั้นให้เขาสร้างเรื่องเกี่ยวกับพอล
มันน่าเสียใจจริงๆ

380
00:30:46,804 --> 00:30:49,640
มันทำให้ฉันนึกถึงหนังเรื่อง
"ไอวานเดอะเทอร์ริเบิล"

381
00:30:58,732 --> 00:31:02,528
"สิ่งเดียวที่คุณทำคือเมื่อวาน"
เป็นคำแนะนำของอัลเลน ไคลน์

382
00:31:03,696 --> 00:31:05,823
แต่ในใจผมคิดว่า

383
00:31:05,906 --> 00:31:10,035
"แต่ทั้งหมดที่ฉันทำคือ 'เยสเตอร์เดย์'
'เล็ทอิทบี' 'เดอะลองแอนด์ไวน์ดิงโรด'

384
00:31:10,119 --> 00:31:13,247
'เอเลนอร์ ริกบี้' 'เลดี้มาดอนน่า'
ไปตายซะ จอห์น"

385
00:31:18,460 --> 00:31:21,880
ผมหลับสนิทไหมตอนกลางคืนเหรอ
ที่จริงก็หลับสนิทเลยละ

386
00:31:23,757 --> 00:31:27,177
แต่คุณต้องอย่าลืมว่า
ผมรู้จักจอห์นมาตั้งแต่เขาเป็นวัยรุ่น

387
00:31:28,345 --> 00:31:30,806
และผมชอบจอห์นเพราะแบบนั้นแหละ

388
00:31:32,391 --> 00:31:34,101
เขาเป็นไอ้เวรที่โคตรจะบ้า

389
00:31:34,685 --> 00:31:37,438
เขาเป็นคนบ้าที่น่ารักมาก

390
00:31:44,695 --> 00:31:46,614
อย่างแรก ฟังนี่ก่อน

391
00:31:55,956 --> 00:31:59,501
เท่มาก สนุกสุดๆ
และครองอันดับหนึ่ง วงเลด เซพเพลิน

392
00:31:59,585 --> 00:32:00,878
เลดอะไรนะครับ

393
00:32:00,961 --> 00:32:04,048
เลด เซพเพลิน แต่ผมคิดว่า
คุณกับพ่อคนอื่นๆ ที่เหมือนคุณ

394
00:32:04,131 --> 00:32:06,592
คงไม่เคยรู้จักวงนี้ แต่วงสัญชาติอังกฤษนี้

395
00:32:06,675 --> 00:32:09,511
เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ทางดนตรีในวันนี้
ผู้อ่าน "เมโลดี้เมคเกอร์"

396
00:32:09,595 --> 00:32:13,307
โหวตให้พวกเขาเป็นวงอันดับหนึ่งของโลก
ประเด็นสำคัญคือเดอะบีเทิลส์

397
00:32:13,390 --> 00:32:17,311
เคยครองตำแหน่งนี้มาแปดปี
แต่ตอนนี้เดอะบีเทิลส์หลุดโผแล้ว

398
00:32:24,443 --> 00:32:28,364
มองย้อนกลับไปช่วงต้นยุค 70
พอลดูเชยอย่างเห็นได้ชัด

399
00:32:28,864 --> 00:32:32,034
เขาทั้งเป็นคนอนุรักษ์นิยม เห่ย และน่าเบื่อ

400
00:32:32,117 --> 00:32:34,703
เขาทำเพลงให้พวกแม่บ้านและคุณยายฟัง

401
00:32:35,287 --> 00:32:38,082
ตอนนี้คนสนใจนักดนตรีรุ่นใหม่

402
00:32:38,624 --> 00:32:42,086
แทนที่จะเป็นเรื่องอย่างเช่น
พอล แม็กคาร์ตนีย์กินอะไรเป็นอาหารเช้า

403
00:32:42,169 --> 00:32:43,379
(บรรณาธิการเมโลดี้เมคเกอร์)

404
00:33:04,024 --> 00:33:06,026
('แรม' พฤษภาคม 1971)

405
00:33:06,110 --> 00:33:07,361
ทำไมถึงชื่อ "แรม"

406
00:33:07,903 --> 00:33:11,073
หมายถึงพุ่งชน ไปข้างหน้า ลุยต่อไป

407
00:33:11,782 --> 00:33:14,201
หลายคนยังรู้ว่า

408
00:33:15,119 --> 00:33:16,829
ผมชอบแกะมาก

409
00:33:18,622 --> 00:33:22,251
อัลบั้ม "แรม" ออกมา และสื่อก็วิจารณ์รุนแรง

410
00:33:23,585 --> 00:33:27,840
("แรม" ถือเป็นจุดตกต่ำที่สุด
ของดนตรีร็อกยุค 60 จนถึงขณะนี้)

411
00:33:28,882 --> 00:33:32,386
("แรม" ไร้อิทธิพลอย่างไม่น่าเชื่อ
และไร้ความสำคัญอย่างใหญ่หลวง)

412
00:33:32,469 --> 00:33:34,763
(จะให้ไม่ชอบหรือเกลียดยังยากเลย)

413
00:33:35,431 --> 00:33:38,308
(เขาจะตัดสินใจทำอย่างไรกับมันต่อไป)

414
00:33:38,392 --> 00:33:41,979
(ไม่มีใครรู้ - นิตยสารโรลลิงสโตน)

415
00:33:42,062 --> 00:33:43,147
มันบ้ามาก

416
00:33:43,772 --> 00:33:46,775
คนบอกว่าอัลบั้มนี้ล้มเหลว

417
00:33:46,859 --> 00:33:50,279
แต่ "แรม" ไม่ได้พยายามจะเป็นอัลบั้มบีเทิลส์

418
00:33:50,362 --> 00:33:52,114
และผมว่านั่นคือเสน่ห์ของมัน

419
00:33:52,656 --> 00:33:54,908
"แรม" เป็นผลงานชิ้นเอก ผมชอบมันมาก

420
00:34:00,539 --> 00:34:01,957
ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่

421
00:34:04,418 --> 00:34:09,089
ผมจะทำอะไรได้ดีเท่าเดอะบีเทิลส์ได้ยังไง

422
00:34:10,007 --> 00:34:10,924
เป็นไปไม่ได้เลย

423
00:34:14,178 --> 00:34:16,429
อัลบั้มที่เราคาดว่าจะติดห้าอันดับแรก

424
00:34:16,513 --> 00:34:19,558
ในสัปดาห์นี้เป็นของวงอังกฤษชื่อเดอะมูดดี้บลูส์

425
00:34:19,641 --> 00:34:23,061
และถ้ามันไปได้สวย
เราก็จะเชิญพวกเขากลับมาแสดงอีกครั้ง

426
00:34:23,145 --> 00:34:27,232
เชิญพบกับเพลงเด่นประจำสัปดาห์นี้
ของ "ชินดิก" เพลง "โกนาว"

427
00:34:36,492 --> 00:34:40,036
ผมรู้จักเด็นนี่ เลนจากสมัยที่เขาอยู่มูดดี้บลูส์

428
00:34:45,000 --> 00:34:46,001
(เด็นนี่ เลน - กีตาร์)

429
00:34:46,083 --> 00:34:47,460
แต่ก่อนผมไปบ้านเขา

430
00:34:47,543 --> 00:34:50,005
เขาเคยให้ผมยืมกีตาร์ ผมเก็บมันไว้ปีนึง

431
00:34:50,088 --> 00:34:51,924
เราเป็นเพื่อนกันในแบบนั้น

432
00:34:52,800 --> 00:34:54,301
วันหนึ่งผมโทรหาเขาไปถามว่า

433
00:34:54,384 --> 00:34:56,303
"อยากตั้งวงด้วยกันไหม"

434
00:34:56,386 --> 00:34:59,681
เด็นนี่จะเล่นกีตาร์ ส่วนผมก็ต้องเล่นเบสอยู่แล้ว

435
00:35:00,182 --> 00:35:02,142
และสำหรับมือกลอง

436
00:35:02,226 --> 00:35:04,812
เราต้องมีเครื่องยนต์ที่ดีอยู่เบื้องหลัง

437
00:35:05,771 --> 00:35:08,816
พอลโทรหาผมและบอกว่า "ฉันคิดถึงวงเก่ามากเลย

438
00:35:08,899 --> 00:35:11,068
ฉันว่าจะตั้งวง"

439
00:35:13,695 --> 00:35:16,949
ผมเลยบอกว่า "เอาสิ" ก็เท่านั้นแหละครับ

440
00:35:24,706 --> 00:35:28,502
ระหว่างขับรถขึ้นไปสกอตแลนด์ให้แวะที่บ้านชาวไร่

441
00:35:28,585 --> 00:35:31,463
แล้วถามเขาว่าถนนเส้นไหนไปบ้านพอล

442
00:35:35,759 --> 00:35:36,760
ครับ

443
00:35:38,136 --> 00:35:40,264
มันอยู่ตรงนั้น ไกลปืนเที่ยง

444
00:35:42,182 --> 00:35:45,561
พวกเขาเลี้ยงแกะกันหมด
คุณก็รู้ว่าสกอตแลนด์เป็นยังไง

445
00:35:45,644 --> 00:35:47,729
บนนั้นเลี้ยงอะไรไม่ได้นอกจากแกะ

446
00:35:47,813 --> 00:35:50,399
เป็นสิ่งเดียวที่อยู่รอดในภูเขา

447
00:36:05,539 --> 00:36:08,333
(รู้ดสตูดิโอ)

448
00:36:08,417 --> 00:36:12,754
เขามีสตูดิโอเล็กๆ
ก็ไม่ใช่สตูดิโอหรอก เป็นเหมือนโรงนา

449
00:36:13,714 --> 00:36:16,174
ซึ่งเขาตั้งชื่อว่ารู้ดสตูดิโอ

450
00:36:21,263 --> 00:36:23,640
เขาบอกว่า "เราทุกคนจะเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้

451
00:36:24,391 --> 00:36:27,895
ฉันทำอะไร นายก็ทำด้วย"
เขาอยากให้มันเป็นเหมือน…

452
00:36:30,397 --> 00:36:33,609
เขาอยากให้เรามีชื่อเสียง
ระดับเดียวกับเดอะบีเทิลส์

453
00:36:34,735 --> 00:36:36,570
ผมบอกว่า "โอเค"

454
00:36:41,617 --> 00:36:43,285
พอลกำลังหามือกีตาร์

455
00:36:43,368 --> 00:36:44,536
(เฮนรี่ แม็กคัลลอห์
มือกีตาร์นำ)

456
00:36:44,620 --> 00:36:46,830
และเด็นนี่ก็เสนอชื่อผมขึ้นมา

457
00:36:47,456 --> 00:36:49,499
เขาถามว่า "นายอยากเข้าวงไหม"

458
00:36:50,417 --> 00:36:53,045
ผมรู้ว่ามือกีตาร์พร้อมจะตัดนิ้วตัวเอง

459
00:36:53,128 --> 00:36:54,463
เพื่อให้ได้งานนั้น คุณนึกออกไหม

460
00:36:55,881 --> 00:36:58,592
เขาไม่ยอมเอาคนไม่เอาไหนมาร่วมงานแน่

461
00:36:58,675 --> 00:37:00,260
พอล แม็กคาร์ตนีย์น่ะ ผมบอกได้เลย

462
00:37:03,847 --> 00:37:05,390
(ไอซีเอ
แกลเลอรี่และโรงละคร)

463
00:37:06,058 --> 00:37:09,603
(การซ้อมครั้งแรกๆ ของวงวิงส์
กุมภาพันธ์ 1972)

464
00:37:51,478 --> 00:37:52,729
เอาอีกรอบ

465
00:37:53,647 --> 00:37:54,648
ลุย

466
00:37:56,274 --> 00:38:00,904
ผมคิดว่าเราน่าจะเริ่มเหมือนเดอะบีเทิลส์
เริ่มตั้งแต่ศูนย์

467
00:38:00,988 --> 00:38:02,781
สอง สาม สี่

468
00:38:05,450 --> 00:38:06,952
เราเลยออกเดินทาง

469
00:38:11,957 --> 00:38:16,461
ตอนที่เราออกจากที่นี่ เขาก็แค่หยิบแผนที่ขึ้นมา
แล้วถามว่า "วันนี้นายอยากไปไหน"

470
00:38:16,545 --> 00:38:19,131
- ใครเป็นคนขับรถ
- ผมขับนิดหน่อย

471
00:38:19,214 --> 00:38:20,882
เรามีเด็กๆ มีหมา

472
00:38:20,966 --> 00:38:22,759
เหมือนนักดนตรีพเนจรที่เดินทางไปเรื่อยๆ

473
00:38:27,848 --> 00:38:30,600
เรามาถึงมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม นั่นคือที่แรก

474
00:38:31,268 --> 00:38:32,894
คนดูแลอุปกรณ์มักจะเข้าไปก่อน

475
00:38:32,978 --> 00:38:35,439
ไปบอกว่า "เรามีพอล แม็กคาร์ตนีย์
อยู่ในรถตู้ข้างนอก

476
00:38:35,522 --> 00:38:37,357
อยากให้เขาเล่นตอนพักเที่ยงพรุ่งนี้ไหม"

477
00:38:37,441 --> 00:38:40,235
พวกเขาบอกว่า "ออกไปเลย
ฉันมีเรื่องจริงจังกว่านี้ต้องทำ"

478
00:38:40,318 --> 00:38:42,738
พวกเขาเข้ามาในรถตู้เพื่อดูให้แน่ใจ

479
00:38:42,821 --> 00:38:44,614
"เอาสิ เราให้เขาเล่น"

480
00:38:45,323 --> 00:38:49,244
(งานเต้นรำเซอร์ไพรส์ของวงวิงส์
20:30 ที่เฮฟล็อคฮอล)

481
00:38:57,878 --> 00:39:00,005
เก็บค่าเข้า 50 เพนซ์ที่หน้าประตู แค่เพราะอยากทำ

482
00:39:00,088 --> 00:39:01,214
(แม็กคาร์ตนีย์เดินสาย)

483
00:39:01,798 --> 00:39:04,051
เราไม่ได้ทำฟรีๆ ใช่

484
00:39:05,260 --> 00:39:08,722
และสิ่งที่เยี่ยมมากก็คือ
เรามีกระเป๋าใบใหญ่เต็มไปด้วยเหรียญ 50 เพนซ์

485
00:39:08,805 --> 00:39:11,308
คุณเคยดูปีเตอร์ เซลเลอร์ส
ในเรื่อง "ทอม ธัมบ์" ไหม

486
00:39:11,391 --> 00:39:15,145
ของฉันหนึ่ง ของนายหนึ่ง

487
00:39:19,858 --> 00:39:22,277
มันยอดมากเลย
เพราะผมเคยอยู่กับแอปเปิลและเดอะบีเทิลส์

488
00:39:22,360 --> 00:39:23,737
และเราไม่เคยเห็นเงินเลย

489
00:39:24,196 --> 00:39:26,073
ก็คือผมกลับไปที่คาเวิร์นอีกครั้ง

490
00:39:26,156 --> 00:39:28,366
เหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่ทั้งหมด

491
00:39:35,707 --> 00:39:39,294
ระหว่างนั้นเราก็เรียนรู้วิธีการเป็นวิงส์

492
00:39:40,045 --> 00:39:43,507
จะมีวันที่เราก้าวไปถึงจุดสูงสุด

493
00:39:47,552 --> 00:39:48,678
(กรกฎาคม 1972)

494
00:39:48,762 --> 00:39:52,349
หลังจากการปรากฏตัวเป็นส่วนตัว
ที่มหาวิทยาลัยอังกฤษโดยไม่ประกาศล่วงหน้า

495
00:39:52,432 --> 00:39:56,228
วิงส์เริ่มทัวร์ยุโรป 26 เมืองเมื่อคืนวันอาทิตย์

496
00:39:56,895 --> 00:39:57,813
ทำไมถึงเริ่มที่นี่

497
00:39:58,647 --> 00:39:59,564
เราอาจได้งานใหญ่ๆ

498
00:39:59,648 --> 00:40:02,567
เราได้รับข้อเสนอให้เล่นที่แมดิสันสแควร์การ์เดน

499
00:40:03,360 --> 00:40:06,279
ในส่วนของผม ผมเป็นแค่ชายคนหนึ่ง

500
00:40:06,822 --> 00:40:09,074
ที่เคยอยู่ในวงชื่อเดอะบีเทิลส์

501
00:40:09,157 --> 00:40:11,576
เดอะบีเทิลส์แยกวง ตามวิถีที่ควรเป็น

502
00:40:11,660 --> 00:40:15,080
เราก็มองหาอย่างอื่น นั่นคือสิ่งที่ผมทำ

503
00:40:15,163 --> 00:40:18,458
ซึ่งคือวงชื่อวิงส์ และเราก็สนุกกันมาก

504
00:40:18,542 --> 00:40:21,253
ที่ได้ทำสิ่งที่เดอะบีเทิลส์ไม่มีทางทำ

505
00:40:31,304 --> 00:40:35,642
สวัสดีครับทุกคน ยินดีต้อนรับ
มาเยือนเนเธอร์แลนด์ครั้งที่สี่แล้ว

506
00:40:35,725 --> 00:40:37,352
จากอังกฤษ วงวิงส์ครับ

507
00:41:02,878 --> 00:41:04,754
มันเป็นความตื่นเต้นที่พิเศษ

508
00:41:05,380 --> 00:41:12,262
คนดูดีๆ เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม
เหมือนห้องที่มีคนรัก 4,000 คน

509
00:41:14,890 --> 00:41:16,641
พอล แม็กคาร์ตนีย์และวิงส์

510
00:41:16,725 --> 00:41:17,976
พอล แม็กคาร์ตนีย์และวิงส์

511
00:41:18,059 --> 00:41:19,186
(วิงส์ทั่วยุโรป)

512
00:41:30,488 --> 00:41:33,283
(พอลและลินดา อีสต์แมน)

513
00:41:33,366 --> 00:41:35,952
(วิงส์ทั่วยุโรป)

514
00:41:37,078 --> 00:41:38,246
เราอยู่กันเป็นครอบครัว

515
00:41:39,331 --> 00:41:40,832
ผมจำไม่ได้ว่ามีพี่เลี้ยงเด็ก

516
00:41:41,625 --> 00:41:43,293
พวกเขาดึงลิ้นชักออกมา วางหมอนลงไป

517
00:41:43,376 --> 00:41:44,377
(สเตลล่า เกิดในปี 1971)

518
00:41:44,461 --> 00:41:45,670
เด็กทารกนอนในนั้น

519
00:41:45,754 --> 00:41:48,215
เราเอาฟูกขึ้นไป

520
00:41:48,298 --> 00:41:50,842
ก็เลยเดินทางได้อย่างสบาย วิเศษมาก

521
00:42:01,228 --> 00:42:05,357
คนคิดว่าเราบ้าไปแล้ว แต่นั่นคือวิถีของเรา

522
00:42:05,440 --> 00:42:06,441
(วิงส์ทั่วยุโรป)

523
00:42:27,003 --> 00:42:28,838
น่าสนใจเวลาได้เห็นคน

524
00:42:28,922 --> 00:42:29,923
(นิค โลว์ - วงเปิด)

525
00:42:30,006 --> 00:42:31,091
ที่เห็นรถบัสคันนั้นผ่านไป

526
00:42:35,512 --> 00:42:39,599
แต่มันแทบจะเหมือนว่า
สายตาพวกเขาถูกดึงดูดไปที่หน้าพอล

527
00:42:42,394 --> 00:42:43,603
มันแปลกทีเดียว

528
00:42:46,439 --> 00:42:51,152
วันหนึ่งเราจอดที่จุดพักรถบนมอเตอร์เวย์เพื่อไปฉี่

529
00:42:51,236 --> 00:42:54,364
ผมถามเขาว่า "นายจะมาไหม"
เขาตอบว่า "ไม่ละ

530
00:42:54,447 --> 00:42:58,952
ฉันไม่อยากไปยืนที่โถฉี่
แล้วมีคนมาบอกว่า 'โห คุณคือ…'"

531
00:42:59,035 --> 00:43:00,203
"สวัสดีพอล"

532
00:43:00,287 --> 00:43:02,414
เย่ๆ

533
00:43:02,497 --> 00:43:04,958
เขาบอกว่า "ฉันฝึกตัวเองมาสมัยอยู่เดอะบีเทิลส์

534
00:43:05,041 --> 00:43:07,294
ให้มันเป็นเรื่องไม่จำเป็น"

535
00:43:08,586 --> 00:43:13,717
เขาอยากสร้างความรู้สึกว่า
"เราทุกคนเป็นเพื่อนกันและอยู่ระดับเดียวกัน"

536
00:43:13,800 --> 00:43:17,220
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เลยสักนิด

537
00:43:19,764 --> 00:43:21,891
(มีนาคม 1973)

538
00:43:21,975 --> 00:43:24,728
ต้นไม้ที่ยังอยู่ในกระถางถูกนำมาแสดงในศาลวันนี้

539
00:43:25,353 --> 00:43:27,939
มันถูกพบโดยตำรวจท้องถิ่นคนหนึ่งที่ไปตรวจสอบ

540
00:43:28,023 --> 00:43:30,317
อาคารฟาร์มของแม็กคาร์ตนีย์ที่ไม่มีคนอยู่

541
00:43:30,400 --> 00:43:33,903
ตำรวจมองเข้าไปในเรือนกระจก
และคิดว่าเห็นกัญชา

542
00:43:34,571 --> 00:43:38,241
ผมดีใจที่รอดมาได้แบบนี้ ดีใจที่ไม่ต้องเข้าคุก

543
00:43:38,908 --> 00:43:40,327
คุณคิดหรือเปล่าว่าอาจจะเป็นแบบนั้น

544
00:43:40,410 --> 00:43:42,245
ผมคิดว่าก็อาจจะนะ แต่ผมก็คงโอเค

545
00:43:42,329 --> 00:43:44,205
ถ้าผมเอากีตาร์เข้าไปด้วยได้

546
00:43:44,289 --> 00:43:48,752
แต่งเพลงใหม่ๆ อะไรแบบนั้น
แต่ผมก็ไม่ได้ตั้งตารอหรอก

547
00:43:48,835 --> 00:43:52,088
มีการกล่าวในศาลว่า
คุณสนใจเรื่องพืชสวนเป็นอย่างมาก

548
00:43:52,172 --> 00:43:54,382
เพื่อคุณบางคนอาจจะแปลกใจ

549
00:43:54,466 --> 00:43:55,717
เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ

550
00:43:55,800 --> 00:43:57,427
เมื่อสักสองสามปีก่อน

551
00:43:59,387 --> 00:44:01,848
คุณทำสวนและอื่นๆ ที่ไหน

552
00:44:01,931 --> 00:44:03,433
ที่ฟาร์มครับ

553
00:44:04,100 --> 00:44:07,103
พ่อผมรักการทำสวนมาก ผมคงได้มันมาจากพ่อ

554
00:44:08,438 --> 00:44:10,690
เห็นบอกว่ามีคนส่งเมล็ดนั้นมาให้คุณ

555
00:44:10,774 --> 00:44:12,275
คุณปลูกมันได้ยังไง

556
00:44:13,026 --> 00:44:16,321
เราได้รับเมล็ดพันธุ์มากมายทางไปรษณีย์

557
00:44:17,113 --> 00:44:19,866
เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็เลยปลูกมันทั้งหมด

558
00:44:19,949 --> 00:44:21,534
แล้วห้าต้นในนั้นก็กลายเป็น…

559
00:44:22,285 --> 00:44:24,329
ห้าต้นในนั้นดันผิดกฎหมาย

560
00:44:25,372 --> 00:44:27,040
หลังจากออกจากศาล แม็กคาร์ตนีย์

561
00:44:27,123 --> 00:44:29,584
ซึ่งมีเวลาสองสัปดาห์ที่จะจ่ายค่าปรับ บอกว่า

562
00:44:29,667 --> 00:44:31,169
"ผู้พิพากษาเป็นคนดีมาก"

563
00:44:34,172 --> 00:44:36,716
ผมกระตือรือร้นมาก

564
00:44:36,800 --> 00:44:40,261
ความกระตือรือร้นในตอนต้นทำให้สิ่งต่างๆ สำเร็จได้

565
00:44:41,471 --> 00:44:46,101
แต่ในกรณีของผม ไม่เคยมีใครบอกเลยว่า
"อย่า นั่นเป็นความคิดที่โง่มาก

566
00:44:46,643 --> 00:44:47,852
นายไม่ควรทำแบบนั้น"

567
00:44:48,812 --> 00:44:50,522
ผมเลยโทษคนอื่นๆ ทุกคน

568
00:45:32,814 --> 00:45:36,025
ในปี 1973 พอลทำรายการพิเศษทางโทรทัศน์

569
00:45:36,109 --> 00:45:38,445
แต่บางส่วนก็แปลกประหลาดมาก

570
00:45:42,824 --> 00:45:45,285
เขาชอบเรื่องซึ้งๆ อ่อนไหว

571
00:45:45,368 --> 00:45:47,120
เร็วเข้า ช่วยยกฉันขึ้นหน่อยสิ

572
00:45:48,288 --> 00:45:49,289
ขอบใจนะ

573
00:45:49,789 --> 00:45:52,750
ขอโทษนะที่หายหน้าไปนาน ฉันมีเรื่องวุ่นๆ ที่ชั้นล่าง

574
00:45:52,834 --> 00:45:55,712
อย่างเช่น บรูซ แม็กเมาส์จากการแสดงสด

575
00:45:55,795 --> 00:45:58,465
ไม่เจ๋งเลย ไม่เจ๋งสุดๆ

576
00:45:58,548 --> 00:46:00,508
ไง แกเป็นเจ้าหนุ่มน้อยน่ารักใช่ไหม

577
00:46:00,592 --> 00:46:02,719
ระวังด้วยนะจ๊ะ เมียขี้หึงน่ะ

578
00:46:06,890 --> 00:46:10,935
ปี 1973 สถานการณ์โดยทั่วไปเลวร้าย

579
00:46:11,019 --> 00:46:12,270
คนล้มตาย

580
00:46:13,980 --> 00:46:16,733
และมีความรู้สึกว่าดนตรีร็อกควรจะเป็น

581
00:46:16,816 --> 00:46:19,194
เสียงแห่งการปฏิวัติ

582
00:46:19,277 --> 00:46:20,528
(สงครามสิ้นสุดได้ หากต้องการ)

583
00:46:20,612 --> 00:46:22,322
มันไม่ได้มีแต่ความสนุก

584
00:46:28,244 --> 00:46:29,746
ซึ่งผมก็เข้าใจนะ

585
00:46:30,830 --> 00:46:34,459
แต่เรื่องของเรื่องคือ ไม่ใช่ทุกคนจะทำแบบนั้นได้

586
00:46:35,752 --> 00:46:37,545
และไม่ใช่ทุกคนจะอยากทำแบบนั้น

587
00:46:48,932 --> 00:46:52,477
"แมรี่มีแกะตัวน้อย" เนี่ยนะ เพี้ยนไปแล้วหรือไง

588
00:46:58,650 --> 00:47:00,777
ถ้าจะพูดถึงใครสักคน

589
00:47:00,860 --> 00:47:03,446
ที่มีปัญหากับ "แมรี่แฮดอะลิตเติลแลมบ์"

590
00:47:04,405 --> 00:47:05,823
ก็คือเฮนรี่ แม็กคัลลอห์

591
00:47:07,367 --> 00:47:10,203
เราอยู่ในสตูดิโอ กำลังพยายามจะหัด

592
00:47:10,286 --> 00:47:15,083
เต้นโวเดอวิลอะไรพวกนั้น ผมเป็นนักกีตาร์นะ

593
00:47:16,501 --> 00:47:18,670
บางคนก็คิดว่าดีมากเลย

594
00:47:18,753 --> 00:47:21,089
ที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น

595
00:47:21,798 --> 00:47:23,258
แต่สุดท้ายมันก็เลือนหายไป

596
00:47:24,759 --> 00:47:27,053
(วิงส์ 'ความเรียบง่ายที่ก้าวร้าว')

597
00:47:27,136 --> 00:47:29,764
วิงส์แป้กตั้งแต่ที่ออกผลงานชิ้นแรก

598
00:47:31,975 --> 00:47:33,560
ตั้งแต่แยกวง จอห์นก็ออก…

599
00:47:33,643 --> 00:47:34,686
(เอลตัน จอห์น ปี 1972)

600
00:47:34,769 --> 00:47:36,229
อัลบั้มที่ดีที่สุด คือ "อิแมจิน"

601
00:47:36,854 --> 00:47:39,232
จอร์จ ผมชอบ "ออลติงส์มัสต์พาส" มาก

602
00:47:39,774 --> 00:47:41,651
ผมว่ามันทำให้ใครหลายคนแปลกใจ

603
00:47:42,694 --> 00:47:44,028
ริงโก้ก็ดีเลย

604
00:47:44,112 --> 00:47:46,948
เขาทำอัลบั้มชื่อ "โบคูส์ออฟบลูส์" ซึ่งผมชอบมาก

605
00:47:48,074 --> 00:47:50,994
แม็กคาร์ตนีย์เป็นที่พูดถึงมากกว่าคนอื่นๆ

606
00:47:51,077 --> 00:47:53,288
เพราะคนผิดหวังกันมาก

607
00:47:54,247 --> 00:47:57,208
อยากฟังพอล แม็กคาร์ตนีย์
มากกว่าลินดา แม็กคาร์ตนีย์

608
00:48:00,920 --> 00:48:05,216
ดูเหมือนคุณจะเป็นคนที่โดนวิจารณ์มากที่สุดในวง

609
00:48:05,300 --> 00:48:07,135
- ค่ะ
- คุณมีท่าทียังไงกับเรื่องนี้

610
00:48:07,552 --> 00:48:09,345
ฉันคิดว่ามันก็เริ่มดีขึ้นแล้ว

611
00:48:09,429 --> 00:48:11,014
ลินดา อีสต์แมนคือใคร

612
00:48:11,097 --> 00:48:12,348
นั่นแหละ คือใครล่ะ

613
00:48:13,266 --> 00:48:14,601
- คืออะไร
- เธอคือใคร

614
00:48:14,684 --> 00:48:17,270
จริงๆ แล้วเธอควรจะเป็นภรรยาพอล

615
00:48:17,854 --> 00:48:21,274
แต่เธอเป็นผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ของเขา
ถ้าเธอบอกให้เขาโดด เขาก็จะโดด

616
00:48:21,357 --> 00:48:22,400
ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

617
00:48:23,192 --> 00:48:24,444
เธอทำแบบนี้ไม่ได้ ร้องเพลงไม่ได้

618
00:48:24,527 --> 00:48:25,486
(ลินดา ผู้ไร้คนชื่นชอบ)

619
00:48:25,570 --> 00:48:27,071
เล่นเปียโนไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย

620
00:48:27,155 --> 00:48:28,156
(ลินดาเล่นพลาด)

621
00:48:28,239 --> 00:48:31,451
พวกเขาบ้ามาก เขาเอาเมียมาเข้าวงทำไม

622
00:48:31,534 --> 00:48:34,454
(ลินดาไม่น่าเป็นตัวแทนจอห์น เลนนอนได้เลย)

623
00:48:34,537 --> 00:48:35,705
คนคนนี้มันใครวะ

624
00:48:35,788 --> 00:48:37,498
(นางคิดว่านางเป็นใคร)

625
00:48:43,463 --> 00:48:46,382
คนมีภาพฉันที่ต่างจากตัวตนฉันจริงๆ มาก

626
00:48:47,342 --> 00:48:50,386
ฉันแทบจะไม่สนเลย
ฉันไม่ได้อยากให้คนรู้จักตัวตนฉันอยู่แล้ว

627
00:48:56,768 --> 00:49:00,480
ฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่ผ่านการหย่า
ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กกับลูก

628
00:49:02,065 --> 00:49:05,443
ฉันเคยเป็นพนักงานต้อนรับ
ที่นิตยสาร "ทาวน์แอนด์คันทรี"

629
00:49:06,694 --> 00:49:09,489
และก็เริ่มถ่ายรูปนิดหน่อยเพื่อความสนุก

630
00:49:10,073 --> 00:49:12,700
แล้วจู่ๆ ฉันก็เริ่มได้รับงาน

631
00:49:18,956 --> 00:49:22,251
ฉันมองเห็นและรู้สึกอะไรมากมาย
จากการมองผ่านเลนส์กล้อง

632
00:49:23,628 --> 00:49:25,380
เพราะฉันลืมความไม่มั่นใจของตัวเองไป

633
00:49:26,923 --> 00:49:28,257
ฉันลืมตัวเองไป

634
00:49:29,801 --> 00:49:31,594
ฉันเลยรู้ว่าต้องกดถ่ายตอนไหน

635
00:49:35,223 --> 00:49:37,183
และช่วงนั้นฉันก็เจอพอล

636
00:49:44,273 --> 00:49:47,819
ตอนนี้พอมาดูรูปถ่ายของเขาและของเธอด้วยกัน

637
00:49:48,569 --> 00:49:49,570
(ภาพถ่ายโดยลินดา)

638
00:49:49,654 --> 00:49:52,782
แม้ว่าพวกเขาจะมาจากพื้นเพที่ต่างกันมาก

639
00:49:53,908 --> 00:49:55,410
แต่พวกเขากลับมีความคิดแบบเดียวกันเลย

640
00:49:58,871 --> 00:50:01,416
(ภาพถ่ายโดยพอล)

641
00:50:01,499 --> 00:50:03,501
เวลาที่ทั้งคู่ถ่ายภาพบุคคล

642
00:50:04,669 --> 00:50:07,130
มันเหมือนพวกเขากำลังมองเพื่อนอยู่

643
00:50:13,636 --> 00:50:15,805
เธอเป็นคนที่มีตัวตนเต็มเปี่ยม

644
00:50:19,350 --> 00:50:21,978
เขาไม่เคยเจอใครแบบนั้นมาก่อน

645
00:50:25,732 --> 00:50:27,191
สิ่งที่ฉันไม่เคยเป็น

646
00:50:30,361 --> 00:50:31,571
สิ่งที่ฉันจะไม่มีวันเป็น

647
00:50:33,072 --> 00:50:34,073
งดงามมาก

648
00:50:36,451 --> 00:50:38,870
ฉันมาร้องเพลงกับพอล แม็กคาร์ตนีย์ทำไม

649
00:50:38,953 --> 00:50:40,163
ในแง่หนึ่งพวกเขาก็พูดถูกนะ

650
00:50:40,705 --> 00:50:43,082
ฉันทำอะไรอยู่ มีนักร้องที่เก่งกว่านี้ตั้งเยอะ

651
00:50:45,710 --> 00:50:47,336
แม่ไม่ใช่ภาพในอุดมคติ

652
00:50:47,420 --> 00:50:48,421
(สเตลล่า แม็กคาร์ตนีย์)

653
00:50:48,504 --> 00:50:50,339
ของคนที่จะเอาเข้าวง

654
00:50:50,423 --> 00:50:53,634
สิ่งที่พวกเขาและโดยเฉพาะแม่ต้องเผชิญ

655
00:50:53,718 --> 00:50:56,137
ตอนที่คนเจาะจงล้อเลียนเสียงของแม่

656
00:50:56,220 --> 00:50:59,807
มันทำให้ฉันใจสลาย ฉันรู้ว่ามีความเจ็บปวดอยู่

657
00:51:00,850 --> 00:51:03,603
ฉันรู้ว่าแม่เจ็บ แม่ไม่ได้เย็นชา

658
00:51:04,937 --> 00:51:08,274
แต่ฉันคิดว่ามันแสดงถึง
ความกล้าหาญและแน่วแน่ของแม่

659
00:51:09,400 --> 00:51:14,530
ด้านนั้นของแม่เสริมพลังให้กับ
ด้านที่พ่ออาจจะสูญเสียไป

660
00:51:49,941 --> 00:51:51,818
ฉันอยู่ในวงเพราะแบบนั้น

661
00:51:51,901 --> 00:51:54,570
ฉันไม่ได้อยู่เพราะฉันเล่นคีย์บอร์ดเก่งที่สุด

662
00:51:55,154 --> 00:51:56,989
ฉันอยู่เพราะเรารักกัน

663
00:52:01,702 --> 00:52:03,329
เธอสอนอะไรผมหลายอย่าง

664
00:52:04,997 --> 00:52:06,916
ใครก็ตามที่ว่าร้ายเรา

665
00:52:08,042 --> 00:52:11,128
ทำให้เรายิ่งมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด

666
00:52:15,049 --> 00:52:18,135
(วีคเอนด์เวิลด์ ตอนที่สาม)

667
00:52:18,219 --> 00:52:21,347
ขอต้อนรับกลับมาครับ
เมื่อสัปดาห์ก่อน สมาชิกบีเทิลส์สามจากสี่คน

668
00:52:21,430 --> 00:52:22,473
(เมษายน 1973)

669
00:52:22,557 --> 00:52:24,725
จอห์น จอร์จ พอล และริงโก้ ได้ลาขาด

670
00:52:24,809 --> 00:52:27,478
กับผู้จัดการชาวอเมริกัน
ที่พูดเก่งของพวกเขา อัลเลน ไคลน์

671
00:52:28,104 --> 00:52:30,523
ผมไม่อยากพูดถึงรายละเอียดเรื่องนี้

672
00:52:30,606 --> 00:52:33,651
เอาเป็นว่าเป็นไปได้ว่า
ความสงสัยของพอลเป็นเรื่องถูกต้อง

673
00:52:34,735 --> 00:52:38,614
สื่อและแฟนๆ อยากเลือกข้าง

674
00:52:39,282 --> 00:52:43,536
ความจริงคือพวกเขาคล้ายกันมากกว่าต่างกัน

675
00:52:44,579 --> 00:52:48,374
พอลไม่ได้รู้สึกเป็นการส่วนตัวว่า
ผมดูถูกเขาหรืออะไร

676
00:52:48,457 --> 00:52:50,376
เพราะผมเพิ่งกินข้าวกับเขาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

677
00:52:50,459 --> 00:52:53,337
พวกเขาเป็นเพื่อนกัน พวกเขาสบถใส่กัน…

678
00:52:53,421 --> 00:52:56,549
ถ้าผมทะเลาะกับเพื่อนสนิทไม่ได้

679
00:52:56,632 --> 00:52:58,426
ก็ไม่รู้จะทะเลาะกับใครแล้ว

680
00:52:58,509 --> 00:53:00,094
อีกหนึ่งคำถาม มือที่ผนัง…

681
00:53:00,177 --> 00:53:03,431
มันเป็นแบบนั้น เวลาเราเถียงกับจอห์น

682
00:53:03,514 --> 00:53:05,516
พอมันเริ่มเดือดขึ้นมา

683
00:53:05,600 --> 00:53:08,769
เขาจะถอดแว่นแล้ววาง

684
00:53:08,853 --> 00:53:10,938
และก็พูดว่า "นี่ฉันเองไง

685
00:53:12,398 --> 00:53:16,777
ฉันยังเป็นคนที่นายรักในลิเวอร์พูล

686
00:53:18,487 --> 00:53:19,405
นี่ฉันเอง"

687
00:53:20,281 --> 00:53:21,657
ชายหนุ่มตรงแถวหน้า

688
00:53:21,741 --> 00:53:24,493
ผมอยากทราบว่า
คุณได้ฟังอัลบั้มใหม่ของแม็กคาร์ตนีย์ไหม

689
00:53:24,577 --> 00:53:25,953
และถ้าได้ฟังแล้ว คุณคิดยังไง

690
00:53:26,037 --> 00:53:27,288
- วิงส์ใช่ไหม
- ครับ

691
00:53:27,371 --> 00:53:29,957
มันเริ่มดีขึ้นนะ บางเพลงไม่ค่อยดีเท่าไหร่

692
00:53:30,041 --> 00:53:32,209
บางเพลงก็ดีขึ้น เขาไปในทิศทางที่ถูกแล้ว

693
00:53:32,293 --> 00:53:34,378
- คิดว่าเขาจะทำได้อีกไหม
- เขาต้องทำได้

694
00:53:34,462 --> 00:53:35,922
เขามีของอยู่ในตัว

695
00:53:39,550 --> 00:53:41,510
ผมมองหาที่ที่น่าตื่นเต้น

696
00:53:41,594 --> 00:53:43,220
เพื่ออัดอัลบั้มถัดไป

697
00:53:43,304 --> 00:53:46,182
ผมว่าคงจะเป็นการดีที่จะขอรายชื่อสตูดิโอทั้งหมด

698
00:53:46,265 --> 00:53:48,601
ที่อีเอ็มไอมีอยู่ทั่วโลก

699
00:53:48,684 --> 00:53:53,773
ปรากฏว่าพวกเขามีสตูดิโอในเยอรมนี ริโอ จีน

700
00:53:53,856 --> 00:53:55,066
มีในแอฟริกาด้วย

701
00:53:55,775 --> 00:53:57,193
(คิดถึงไนจีเรีย)

702
00:54:12,667 --> 00:54:14,418
(เฟลา คูติ
กรกฎาคม 1973)

703
00:54:20,466 --> 00:54:21,676
เฟลาเจ๋งมาก

704
00:54:22,343 --> 00:54:25,221
ผมไม่เคยได้ฟังอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต

705
00:54:26,597 --> 00:54:28,683
เราบอกว่า "เอาสิ ไปแอฟริกากัน"

706
00:54:29,600 --> 00:54:32,019
เดนนี่ เลนกับลินดาเห็นด้วยกับความคิดนั้นมาก

707
00:54:33,980 --> 00:54:37,024
คืนก่อนที่เราจะไป คนอื่นๆ

708
00:54:37,108 --> 00:54:39,944
โทรมาบอกว่า "เราไม่ไปนะ

709
00:54:40,736 --> 00:54:41,988
เราจะออกจากวง"

710
00:54:44,865 --> 00:54:47,243
เรารู้สึกเหมือนมันเป็นครอบครัว

711
00:54:48,119 --> 00:54:52,707
แต่ตลอดหลายปี
เราต้องอยู่ด้วยเงินค่าจ้างประจำที่น้อยมากๆ

712
00:54:53,958 --> 00:54:57,044
เขาอยากให้เราเป็นเหมือน
จอห์น พอล จอร์จ และริงโก้

713
00:54:57,837 --> 00:55:01,424
แต่จริงๆ มันคือพอล แม็กคาร์ตนีย์
กับคนอื่นๆ ที่เล่นกับเขา

714
00:55:02,341 --> 00:55:06,095
สมาชิกครึ่งหนึ่งของวงออกไปในสัปดาห์เดียวกัน
และเขาไม่เคยถามเหตุผลเลย

715
00:55:07,763 --> 00:55:11,684
ผมไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของมันอีกต่อไป
เพราะมันไม่ใช่ของจริง

716
00:55:13,394 --> 00:55:14,395
มันเป็นความฝัน

717
00:55:16,272 --> 00:55:17,273
นั่นคือสิ่งที่มันเป็น

718
00:55:23,279 --> 00:55:24,822
ผมจัดการได้ไม่ดี

719
00:55:24,905 --> 00:55:29,201
ผมไม่ได้อยู่ในแผนกบัญชี ดูว่าทุกคนได้เงินเท่าไหร่

720
00:55:29,285 --> 00:55:32,830
ในใจผมคือ งั้นก็ทำให้ดีกว่าผมสิ

721
00:55:32,913 --> 00:55:37,001
แต่งเพลงดีๆ นั่นคือวิธีแก้ปัญหา

722
00:55:37,668 --> 00:55:41,547
หลังจากปฏิกิริยาแรก ซึ่งคือความโกรธ

723
00:55:41,630 --> 00:55:44,050
ผมก็เข้าสู่โหมดช่างแม่ง

724
00:55:44,884 --> 00:55:47,303
ผมจะทำอัลบั้มที่ดีที่สุดที่คุณเคยฟังมา

725
00:56:03,819 --> 00:56:06,614
เรามองดูการลงจอดกับนักบิน

726
00:56:06,697 --> 00:56:08,449
มีหมอกอยู่เหนือป่า

727
00:56:08,532 --> 00:56:10,701
เขาถามว่า "ตรงนั้นใช่สนามบินไหม"

728
00:56:10,785 --> 00:56:13,329
"ไม่ ผมว่านั่นแหละ ใช่ นั่นแหละ"

729
00:56:13,412 --> 00:56:15,289
"ไม่ นั่นไง ไปทางซ้ายหน่อย"

730
00:56:15,372 --> 00:56:18,000
เราทุกคนแบบว่า "เราพาตัวเองมาเจออะไรที่นี่"

731
00:56:18,084 --> 00:56:21,754
(ยินดีต้อนรับสู่ไนจีเรีย
ที่ที่ทารกมีความสุขและแข็งแรง)

732
00:56:26,342 --> 00:56:27,426
มันน่าตกใจนิดหน่อย

733
00:56:28,010 --> 00:56:31,847
ผมคิดว่าเลกอส
จะเป็นเมืองแห่งจังหวะดนตรีของแอฟริกา

734
00:56:31,931 --> 00:56:34,934
ผมไม่ได้ศึกษามาก่อนเลย มันแค่ฟังดูดี

735
00:56:43,818 --> 00:56:49,198
แล้วเราก็ไปที่สตูดิโอ มันไม่เหมือนแอบบีย์โรดเลย

736
00:56:49,281 --> 00:56:50,908
ไม่มีบูธสำหรับอัดกลอง

737
00:56:50,991 --> 00:56:51,992
(เจฟ เอเมอริค
วิศวกร)

738
00:56:52,076 --> 00:56:55,246
อุปกรณ์ไมโครโฟน
เป็นกล่องที่มีแต่ไมค์เก่าๆ มีประตูอยู่บานหนึ่ง

739
00:56:55,329 --> 00:56:57,581
ข้างหลังสตูดิโอ พอเปิดประตูนี้

740
00:56:57,665 --> 00:56:59,708
มีโรงงานที่พวกเขาผลิตแผ่นเสียง

741
00:57:00,835 --> 00:57:03,838
มีคนอยู่ 50-60 คนกำลังปั๊มแผ่นเสียงอยู่

742
00:57:09,635 --> 00:57:11,220
คืนหนึ่งเราเดินอยู่

743
00:57:12,012 --> 00:57:15,141
ใครๆ เตือนเราแล้วว่า "อย่าเดินผ่านแถวนี้"

744
00:57:15,224 --> 00:57:16,976
ผมบอกว่า "โอเค ไม่ต้องห่วง"

745
00:57:19,311 --> 00:57:20,729
มีรถมาจอด

746
00:57:21,063 --> 00:57:22,690
ประตูรถเปิดออก

747
00:57:22,773 --> 00:57:24,650
ชายหกคนโดดออกมา

748
00:57:24,733 --> 00:57:27,236
และใช้มีดจี้เพื่อปล้นเรา

749
00:57:30,197 --> 00:57:31,615
ลินดากรี๊ด

750
00:57:31,699 --> 00:57:33,450
"อย่าทำอะไรเขา อย่าทำอะไรเขา

751
00:57:33,534 --> 00:57:35,035
เขาเป็นนักดนตรี!"

752
00:57:35,119 --> 00:57:36,537
อย่างกับพูดแบบนั้นจะช่วยอะไร

753
00:57:38,414 --> 00:57:40,457
เทปตัวอย่าง
และแผ่นเสียงทั้งหมดของผมโดนขโมยไป

754
00:57:41,876 --> 00:57:44,461
เรากลับไปที่สตูดิโอ คนที่นั่นบอกว่า

755
00:57:44,545 --> 00:57:46,255
"คุณโชคดีแล้วที่เขาไม่ฆ่าคุณ"

756
00:57:47,298 --> 00:57:49,341
"ขอบคุณมาก เรามาอัดเพลงกันไหม"

757
00:58:19,830 --> 00:58:21,749
เขามีแต่พวกเรา

758
00:58:22,499 --> 00:58:25,252
เราอยู่ต่างถิ่นในที่แปลกๆ

759
00:58:25,336 --> 00:58:26,921
ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

760
00:58:27,463 --> 00:58:28,839
แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ออกมาดี

761
00:58:31,467 --> 00:58:34,094
เราต้องปล่อยวางอะไรๆ ในชีวิต

762
00:58:34,720 --> 00:58:36,931
พวกเขาจะไม่มาเลกอส

763
00:58:37,014 --> 00:58:39,433
ผมโกรธ แล้วผมก็ปล่อยวาง

764
00:58:40,017 --> 00:58:41,810
ตอนที่เทปตัวอย่างโดนขโมย

765
00:58:41,894 --> 00:58:43,270
ผมโกรธ

766
00:58:43,354 --> 00:58:45,648
แต่แล้วผมก็ต้องปล่อยวาง

767
00:59:10,005 --> 00:59:12,341
เราได้รับโทรศัพท์ในสตูดิโอ

768
00:59:12,424 --> 00:59:14,593
เขามีไอเดียอย่างหนึ่ง

769
00:59:14,677 --> 00:59:19,223
ก็คือคนดังหลายคนแหกคุกออกมา

770
00:59:20,140 --> 00:59:22,601
ผมรู้สึกว่ามันเป็นไอเดียที่เป็นส่วนตัวมาก

771
00:59:23,811 --> 00:59:26,021
สุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จ

772
00:59:26,730 --> 00:59:32,778
(แบนด์ออนเดอะรัน)

773
00:59:42,413 --> 00:59:45,374
คนจำนวนมากกำลังหนี

774
00:59:45,457 --> 00:59:47,584
ราวช่วงต้นยุค 70

775
00:59:48,544 --> 00:59:51,338
หลายคนที่เลือกถอยห่างจากสังคม

776
00:59:52,423 --> 00:59:54,258
ทุกคนเป็นคนนอกกฎหมาย

777
00:59:55,134 --> 00:59:56,385
มีเรื่องแบบนั้นเยอะมาก

778
01:00:00,431 --> 01:00:04,143
พวกคุณต้องอยู่นิ่งๆ เลยในหนึ่งวินาทีนั้น

779
01:00:35,632 --> 01:00:37,176
พร้อมนะ อย่าขยับ

780
01:00:42,139 --> 01:00:44,558
เด็นนี่ เงยหน้าขึ้นหน่อยได้ไหม โอเค

781
01:00:53,442 --> 01:00:57,863
(การแยกวงเดอะบีเทิลส์เสร็จสิ้น
1974)

782
01:01:00,199 --> 01:01:04,703
เขาอยากทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังและก้าวไปข้างหน้า

783
01:01:04,787 --> 01:01:07,998
คนจำนวนมากวิจารณ์วิงส์

784
01:01:08,082 --> 01:01:10,167
ก็เป็นมุมมองของพวกเขา

785
01:01:10,751 --> 01:01:14,630
แต่มันก็บีบให้เราต้องพูดว่า "โอเคเลย ดูนี่ละกัน"

786
01:01:14,713 --> 01:01:15,756
(วิงส์)

787
01:01:15,839 --> 01:01:17,341
(พอล ลินดา เด็นนี่
"แบนด์ออนเดอะรัน")

788
01:01:17,424 --> 01:01:19,218
(อัลบั้มและซิงเกิล
อันดับหนึ่งทุกชาร์ต อีกครั้ง)

789
01:01:21,637 --> 01:01:24,807
อัลบั้มฮิตของพอล แม็กคาร์ตนีย์
วางจำหน่ายแล้วกับแอปเปิล

790
01:01:24,890 --> 01:01:27,476
บีเทิลที่ประสบความสำเร็จในชาร์ตเพลงมากที่สุด

791
01:01:27,559 --> 01:01:30,145
ตั้งแต่แยกวงคือพอล แม็กคาร์ตนีย์

792
01:01:30,229 --> 01:01:32,648
อัลบั้มนี้ดีกว่าอัลบั้มก่อนๆ มาก

793
01:01:32,773 --> 01:01:35,484
ครั้งนี้ผมไม่สนว่าคนจะชอบไหม

794
01:01:35,567 --> 01:01:36,568
เพราะผมชอบมัน

795
01:01:39,738 --> 01:01:42,783
มันทำขึ้นเหมือนเป็นผลงานโฮมเมดของวิงส์

796
01:01:43,659 --> 01:01:45,953
มันคือการพยายามทำสิ่งที่ต่างออกไป

797
01:01:46,036 --> 01:01:49,873
พยายามทลายทุกขนบที่เราโตมาพร้อมกับมัน

798
01:01:50,374 --> 01:01:51,583
มันคืออิสรภาพ

799
01:01:55,963 --> 01:01:58,006
ขอบคุณมากครับ เยี่ยมมากเลย

800
01:01:58,090 --> 01:02:00,008
คุณเหมือนในรูปเลย

801
01:02:00,092 --> 01:02:01,051
โอเค หนุ่มๆ

802
01:02:02,261 --> 01:02:04,805
นักวิจารณ์เห็นว่า
พอลเพิ่งเติบโตเต็มตัวในฐานะศิลปิน

803
01:02:04,888 --> 01:02:08,183
ก็ตอนมาทำอัลบั้มแบนด์ออนเดอะรัน
หลังจากยุคของเดอะบีเทิลส์

804
01:02:08,267 --> 01:02:09,601
คุณเห็นด้วยหรือไม่

805
01:02:10,018 --> 01:02:11,019
ไม่ครับ

806
01:02:14,731 --> 01:02:17,776
และตอนนี้นะครับทุกท่าน ผมขอนำเสนอ

807
01:02:17,860 --> 01:02:20,529
คุณแมรี่ แม็กคาร์ตนีย์
ร้องเพลงที่เธอเลือกเองครับ

808
01:02:20,612 --> 01:02:22,573
เชิญพบกับแมรี่ โอกาสมาแล้วครับ

809
01:02:30,956 --> 01:02:33,625
(ฉันรักฟาร์ม เราสนุกกันที่นี่)

810
01:02:37,087 --> 01:02:39,339
เราต่างเป็นความบันเทิงของกันและกัน

811
01:02:40,716 --> 01:02:43,844
เราทำอะไรอย่างระบายหน้าหรือ…

812
01:02:43,927 --> 01:02:45,721
ไม่รู้สิ เราก็แค่…

813
01:02:46,096 --> 01:02:48,140
อยากทำอะไรก็ทำ

814
01:02:54,146 --> 01:02:57,024
พวกเขาทั้งคู่เสียแม่ไปตั้งแต่อายุยังน้อย

815
01:02:57,900 --> 01:03:00,235
ครอบครัวจึงสำคัญกับพวกเขามาก

816
01:03:01,361 --> 01:03:04,114
เพราะพวกเขาตระหนักดีว่า
เราสามารถสูญเสียมันไปได้ทุกเมื่อ

817
01:03:27,262 --> 01:03:30,140
แม่ผมตายตอนผมอายุ 14

818
01:03:30,766 --> 01:03:32,976
มันส่งผลกระทบต่อผมอย่างรุนแรง

819
01:03:34,353 --> 01:03:36,730
ผมมักจะทุ่มตัวเองให้กับงาน

820
01:03:37,773 --> 01:03:39,775
ผมเป็นคนแบบนั้น

821
01:03:41,026 --> 01:03:44,821
เขาอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เลย ใจเขาพร้อมลุยอยู่เสมอ

822
01:03:45,447 --> 01:03:46,657
เขาเป็นคนบ้างาน

823
01:03:47,699 --> 01:03:49,243
คนใช้คำนั้น

824
01:03:49,326 --> 01:03:52,120
ไม่รู้สิ เราไม่ได้ทำงานกับดนตรี เราเล่นมัน

825
01:03:52,204 --> 01:03:53,997
ดังนั้นผมอาจจะเป็นคนบ้าเล่นก็ได้

826
01:04:23,277 --> 01:04:25,195
ขอตัวสักครู่นะ

827
01:04:25,279 --> 01:04:28,740
อย่างที่คุณได้ยิน
เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ข้างหลัง ผมต้องไปรับ

828
01:04:28,824 --> 01:04:29,825
ขอตัวครับ

829
01:04:30,951 --> 01:04:31,827
สวัสดีครับ

830
01:04:34,162 --> 01:04:35,789
ตอนนี้เธอไม่อยู่

831
01:04:37,416 --> 01:04:38,917
นี่กี่โมงแล้ว

832
01:04:40,961 --> 01:04:42,462
หลังบ่ายสาม

833
01:04:43,880 --> 01:04:44,840
ตามนั้นเลย

834
01:04:44,923 --> 01:04:46,008
โอเคครับ สวัสดี

835
01:04:48,635 --> 01:04:51,263
(สิงหาคม 1974)

836
01:04:52,180 --> 01:04:55,392
เรารอจนเรามีเพลงจำนวนมากพอ

837
01:04:55,475 --> 01:04:56,810
สำหรับทัวร์ระดับโลกครั้งใหญ่

838
01:04:57,728 --> 01:04:59,438
และนั่นคือรางวัล

839
01:05:00,814 --> 01:05:02,774
ผมเลยตั้งวงใหม่ขึ้นมา

840
01:05:03,442 --> 01:05:04,735
วิงส์มาร์คสอง

841
01:05:04,860 --> 01:05:09,114
เอาละ หนึ่ง สอง หนึ่ง สอง สาม สี่

842
01:05:31,970 --> 01:05:34,765
ผมเคยเจอนักกีตาร์คนนึงที่อายุยังน้อยมาก

843
01:05:34,848 --> 01:05:35,932
เป็นเด็กมหัศจรรย์

844
01:05:36,475 --> 01:05:37,809
นี่คือจิมมี่ แม็กคัลลอค

845
01:05:39,269 --> 01:05:42,105
และเจฟ บริทตัน มือกลองร็อกแอนด์โรลขั้นเทพ

846
01:05:42,898 --> 01:05:44,775
ในทางดนตรี วงยอดเยี่ยมมาก

847
01:05:44,858 --> 01:05:45,776
(เจฟ บริทตัน - กลอง)

848
01:05:45,859 --> 01:05:48,070
ถ้าคุณฟัง "วันแฮนด์แคล็ปปิง"

849
01:05:48,153 --> 01:05:50,447
มันคือเพลงที่บ้าบิ่นที่สุดที่เขาเคยอัดมา

850
01:06:30,320 --> 01:06:31,697
- ไม่ มันคือกลอง
- กลอง…

851
01:06:34,950 --> 01:06:35,992
มันเข้ามา…

852
01:06:36,076 --> 01:06:37,828
กลองเข้ามาเร็วไปหนึ่งจังหวะ

853
01:06:37,911 --> 01:06:39,454
ไม่นะ มันเข้ามาช้าไป

854
01:06:39,538 --> 01:06:41,164
ลองอัดอีกรอบ

855
01:06:41,248 --> 01:06:43,625
- แต่เมื่อกี้ดีใช่ไหม
- อัดอีกรอบ

856
01:06:44,292 --> 01:06:47,212
แต่หลักๆ แล้วส่วนผสมมันผิด

857
01:06:48,463 --> 01:06:51,216
เขาอยากให้ทุกคนปกติและเท่าเทียม

858
01:06:51,842 --> 01:06:55,011
พวกคุณไม่ปกติและเท่าเทียม
เพราะเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

859
01:06:55,095 --> 01:06:57,305
ส่วนพวกคุณเป็นคนไร้ชื่อ

860
01:07:08,734 --> 01:07:11,319
ไลน์อัปนั่นก็อยู่ได้ไม่นานเหมือนกัน

861
01:07:12,487 --> 01:07:14,072
ดนตรีมาก่อนเสมอ

862
01:07:14,156 --> 01:07:16,783
และถ้ามันไม่เข้ากับโลกนั้น

863
01:07:17,117 --> 01:07:18,368
มันก็ต้องไป

864
01:07:19,578 --> 01:07:21,204
ตลกดี ไลน์อัปของวิงส์

865
01:07:21,288 --> 01:07:22,831
เราเอาเฮนรี่ แม็กคัลลอห์ออกไป

866
01:07:22,914 --> 01:07:25,584
และรับจิมมี่ แม็กคัลลอคมาแทน สะกดไม่เหมือนกัน

867
01:07:25,667 --> 01:07:27,961
เรารับเด็นนี่ เลนและเด็นนี่ ไซเวล

868
01:07:28,795 --> 01:07:31,423
เราเอาเจฟ บริทตันชาวอังกฤษออกไป

869
01:07:31,506 --> 01:07:33,467
และรับโจ อิงลิชที่เป็นชาวอเมริกันเข้ามาแทน

870
01:07:33,550 --> 01:07:34,843
(โจ อิงลิช - มือกลองคนใหม่)

871
01:07:35,469 --> 01:07:36,762
ก็นั่นแหละครับ

872
01:07:37,220 --> 01:07:39,681
ทุกอย่างมันน่าสับสนเกินไป

873
01:07:40,098 --> 01:07:42,976
แต่ในแง่หนึ่ง เราก็ได้สร้างสไปนอลแท็ปขึ้นมา

874
01:07:49,024 --> 01:07:50,734
ผมพูดกับตัวเองเสมอ

875
01:07:50,817 --> 01:07:52,819
ผมเป็นนักดนตรีร่วมวงที่ได้รับการยกย่อง

876
01:07:52,903 --> 01:07:54,571
แต่มันไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย

877
01:07:55,614 --> 01:07:57,324
มันรู้สึกเหมือนครอบครัวมากกว่า

878
01:07:57,699 --> 01:07:59,993
แนะนำตัวเองกับกล้องหน่อยครับ

879
01:08:00,076 --> 01:08:01,912
สวัสดีครับ ทุกคน ผมโจ อิงลิช

880
01:08:01,995 --> 01:08:03,830
ผมมาจากโรเชสเตอร์ นิวยอร์ก

881
01:08:03,914 --> 01:08:05,373
ในสหรัฐอเมริกาครับ

882
01:08:06,500 --> 01:08:07,793
ผมโจ อิงลิช

883
01:08:07,876 --> 01:08:09,544
ผมมาจากกลาสโกว์ สกอตแลนด์

884
01:08:10,295 --> 01:08:12,506
ผมชื่อโจ อิงลิช

885
01:08:12,589 --> 01:08:14,299
ผมเกิดในลิเวอร์พูล

886
01:08:16,176 --> 01:08:18,678
ฉันชื่อโจ อิงลิช

887
01:08:18,761 --> 01:08:21,014
และฉันเกิดในนครนิวยอร์ก

888
01:08:21,389 --> 01:08:22,474
และเพื่อให้แตกต่าง

889
01:08:22,557 --> 01:08:24,100
ผมชื่อเด็นนี่ เลน

890
01:08:27,187 --> 01:08:30,439
(การแข่งขันตัดผมสตรีระดับรัฐ
และงานแสดงสินค้า)

891
01:08:46,372 --> 01:08:48,332
("วิงส์รอบโลก" 1975)

892
01:08:57,634 --> 01:08:58,468
สวยมาก

893
01:08:58,551 --> 01:08:59,886
ภาพสวยมาก

894
01:09:01,179 --> 01:09:04,057
ตอนเติบโตในลิเวอร์พูล คนไม่ชอบคนที่เป็นหัวหน้า

895
01:09:04,890 --> 01:09:07,477
มันมีความรู้สึกเหมือนเราอยู่ฝั่งหนึ่ง
พวกเขาอยู่อีกฝั่ง

896
01:09:08,562 --> 01:09:10,438
ผมอยากให้เราทุกคนรู้สึกเท่าเทียมกัน

897
01:09:11,273 --> 01:09:14,359
แต่คนมองว่าวิงส์คือวงของผม

898
01:09:15,527 --> 01:09:17,988
ผมเลยตัดสินจะทำตัวเป็นหัวหน้าที่ดี

899
01:09:21,575 --> 01:09:23,451
เพิ่มบนเวทีทางขวา 50 เปอร์เซ็นต์

900
01:09:25,328 --> 01:09:27,913
เราจะต้องทำอีกรอบอยู่แล้วพอพอลมาถึง

901
01:09:27,997 --> 01:09:29,332
เพราะงั้นก็รอดีกว่า

902
01:09:37,131 --> 01:09:38,591
คุณอายุเท่าไหร่ 31 ไหม

903
01:09:38,675 --> 01:09:39,509
สามสิบสาม

904
01:09:40,051 --> 01:09:41,886
ค่อนข้างแก่นะสำหรับร็อกแอนด์โรล

905
01:09:41,970 --> 01:09:43,805
- คุณเลยช่วงพีคมาแล้วไหม
- เก่าแก่

906
01:09:43,889 --> 01:09:45,890
เอางี้นะ คุณมาที่คอนเสิร์ต

907
01:09:45,974 --> 01:09:48,143
และหลังจากคอนเสิร์ต ผมไม่… ไม่

908
01:09:48,225 --> 01:09:51,313
ผมไม่อยู่ตรงนี้หรอกถ้าผมคิดว่าคุณแก่
แต่คุณมาดูคอนเสิร์ต

909
01:09:51,395 --> 01:09:52,898
และถ้าคุณชอบการแสดงนั้น

910
01:09:52,981 --> 01:09:55,650
ก็บอกผมหลังจากนั้นนะว่าผมเลยช่วงพีคมาหรือยัง

911
01:09:56,610 --> 01:09:59,321
ด้วยการตั้งค่าใหม่บนโรดส์

912
01:10:05,160 --> 01:10:08,246
ระดับเสียงและอื่นๆ ปกติไหมนั่น

913
01:10:08,330 --> 01:10:10,498
ควรเพิ่มเบสให้สุดเลยไหม

914
01:10:10,582 --> 01:10:13,293
จริงๆ มันก็เหมือนปกตินะ

915
01:10:14,836 --> 01:10:16,838
เขาเป็นกังวลแน่นอน

916
01:10:16,922 --> 01:10:19,341
ว่ามันจะมีเสียงตอบรับยังไง

917
01:10:21,259 --> 01:10:23,762
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนดูจำนวนมาก

918
01:10:23,845 --> 01:10:24,930
คงเข้าใจได้ว่า

919
01:10:25,013 --> 01:10:27,182
เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง

920
01:10:27,849 --> 01:10:29,017
งานนี้จะไปได้สวยหรือไม่

921
01:10:39,027 --> 01:10:40,654
มันเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัว

922
01:10:41,821 --> 01:10:46,493
ทำไมผมถึงสร้างปัญหาเหล่านี้ให้ตัวเอง

923
01:10:46,952 --> 01:10:48,912
(หลายสัปดาห์ก่อนหน้า)

924
01:10:50,830 --> 01:10:54,000
ก่อนหน้าทัวร์ เราไปฮาวาย

925
01:10:54,376 --> 01:10:56,461
ผมคิดว่ามันเป็นเหมือนวันหยุด

926
01:10:56,878 --> 01:10:59,172
และเราก็ไปเช่าบ้านแปลกๆ หลังหนึ่ง

927
01:10:59,673 --> 01:11:00,882
อย่าเข้าใกล้น้ำ

928
01:11:03,802 --> 01:11:06,721
บริเวณที่ว่ายน้ำได้ไม่ได้อยู่ตรงชายหาด

929
01:11:06,805 --> 01:11:09,516
มันเหมือนอยู่ริมหน้าผา

930
01:11:09,808 --> 01:11:12,143
แล้วพอผมอยากออกมา สิ่งที่ต้องทำก็คือ

931
01:11:12,227 --> 01:11:14,854
รอให้คลื่นเข้ามา

932
01:11:14,938 --> 01:11:16,815
และพาเราขึ้นสูงพอ

933
01:11:16,898 --> 01:11:18,942
ที่จะขึ้นบนยอดหน้าผา

934
01:11:21,945 --> 01:11:23,697
แล้วสภาพอากาศก็เปลี่ยนไป

935
01:11:27,409 --> 01:11:28,743
มันไม่สำคัญหรอก

936
01:11:28,827 --> 01:11:31,454
ผมยังรู้วิธีเข้าไปและออกมา

937
01:11:36,001 --> 01:11:38,878
ผมก็เลยเข้าไปเองเหมือนทุกครั้ง

938
01:11:39,587 --> 01:11:41,339
ว่ายน้ำเล่นอยู่พักนึง

939
01:11:41,423 --> 01:11:43,049
แล้วก็คิดว่า "เอาละ ขึ้นดีกว่า"

940
01:11:43,133 --> 01:11:44,217
แล้วผมก็กระโดดขึ้น

941
01:11:44,300 --> 01:11:46,928
แต่ทีนี้คลื่นเหมือนทุ่มผมลงในน้ำ

942
01:11:49,431 --> 01:11:52,600
บีเทิลส์ขึ้นแสดง ทุกคนประดับดอกคาร์เนชันสีแดง

943
01:11:52,684 --> 01:11:54,853
ส่วนพอลประดับดอกไอริสสีดำ

944
01:11:55,895 --> 01:11:58,231
ผมว่ายน้ำอยู่ในน้ำสีขาว

945
01:11:58,314 --> 01:11:59,899
เริ่มจะรู้สึกเหนื่อย

946
01:11:59,983 --> 01:12:01,609
ผมเห็นคลื่นลูกต่อไปเข้ามา

947
01:12:01,693 --> 01:12:03,278
มันใหญ่ขึ้น และผมก็คิดว่า

948
01:12:03,361 --> 01:12:04,696
"เอาละ เอาเลย"

949
01:12:05,697 --> 01:12:06,740
ไม่ โดนทุ่ม

950
01:12:09,117 --> 01:12:10,660
ตอนนี้ผมชักจะกังวลแล้ว

951
01:12:10,744 --> 01:12:13,705
ผมอยู่ในน้ำสีขาว รู้สึกเหมือนอยู่ในเครื่องซักผ้า

952
01:12:17,792 --> 01:12:19,836
แต่ผมก็ต้องอดทนฝ่าทั้งหมดนั้นไปให้ได้

953
01:12:22,172 --> 01:12:25,508
ผมเลยพูดกับพระเจ้า "โอเค พระเจ้า

954
01:12:26,384 --> 01:12:28,470
ผมจะให้ทุกอย่างที่ผมมี

955
01:12:28,553 --> 01:12:30,013
แค่พาผมออกไปที"

956
01:14:07,902 --> 01:14:11,906
แม็กคาร์ตนีย์เพิ่งได้รับแจ้งว่า
การออกทัวร์ในญี่ปุ่นที่วางแผนไว้ถูกยกเลิก

957
01:14:11,990 --> 01:14:14,993
เพราะมีประวัติความผิด
ฐานครอบครองกัญชาในอังกฤษ

958
01:14:15,076 --> 01:14:16,870
สวัสดีครับ ชาวญี่ปุ่น

959
01:14:17,662 --> 01:14:19,956
นี่พอล แม็กคาร์ตนีย์จากวงวิงส์ครับ

960
01:14:20,707 --> 01:14:22,333
ขอกล่าวขอโทษจากใจจริง

961
01:14:22,417 --> 01:14:26,337
ที่ครั้งนี้เราไม่สามารถไปญี่ปุ่น
เพื่อเล่นดนตรีของเราให้คุณฟังได้

962
01:14:26,421 --> 01:14:30,300
แต่หากรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม
บอกว่าเราไปไม่ได้ เราก็ไปไม่ได้

963
01:14:30,800 --> 01:14:31,634
ขอบคุณครับ

964
01:14:33,303 --> 01:14:34,137
สุดยอด

965
01:14:34,220 --> 01:14:38,516
การเล่นดนตรีสดต่อหน้าผู้ชมแบบนี้
สำคัญแค่ไหนสำหรับคุณ

966
01:14:38,600 --> 01:14:40,852
คนส่วนใหญ่คิดว่าคุณเป็นคนรวยมาก

967
01:14:40,935 --> 01:14:43,563
ที่คงไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องแสดงสด

968
01:14:43,646 --> 01:14:45,440
ต่อหน้าผู้ชมอีกเลย

969
01:14:45,523 --> 01:14:47,859
ผมจะบอกให้ ตอนนั้นเราอยู่ในแนชวิลล์

970
01:14:47,942 --> 01:14:50,653
คุณรู้จักนักกีตาร์ชื่อเจอร์รี่ รี้ดไหม

971
01:14:50,737 --> 01:14:52,655
เราคุยกับเขาอยู่ ผมบอกว่า

972
01:14:52,739 --> 01:14:54,699
ผมจะเดินสายแสดง เขาบอกว่า

973
01:14:54,782 --> 01:14:57,535
"โห ถ้าผมเป็นพอล แม็กคาร์ตนีย์
ผมจะซื้อถนนที่ใช้เดินสายเลย"

974
01:15:08,504 --> 01:15:09,797
(วิงส์)

975
01:15:10,465 --> 01:15:13,259
(ทั่วอเมริกา)

976
01:15:13,343 --> 01:15:14,594
(จอห์น แฮมเมล - ผู้จัดการทัวร์)

977
01:15:14,677 --> 01:15:18,431
ออสเตรเลียและยุโรปเป็นพื้นฐานสำคัญ
ในการประสบความสำเร็จในอเมริกา

978
01:15:20,016 --> 01:15:22,685
มันเป็นจุดมุ่งหมายของสิ่งที่เราสร้างมา

979
01:15:23,311 --> 01:15:25,980
เรารู้สึกว่าเรามาถึงจุดนั้นสักที

980
01:15:28,066 --> 01:15:29,317
เป็นครั้งที่สอง

981
01:15:50,588 --> 01:15:52,632
เสียงตอบรับคือบีเทิลเมเนีย

982
01:15:54,050 --> 01:15:57,303
ผมคิดว่าทันทีที่เขาก้าวไปบนเวที

983
01:15:57,387 --> 01:15:59,430
เขารู้สึกว่า "ที่จริงนะ

984
01:15:59,514 --> 01:16:00,765
ฉันทำได้

985
01:16:01,557 --> 01:16:02,809
ฉันรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่

986
01:16:04,310 --> 01:16:05,395
ฉันกลับมาแล้ว"

987
01:16:12,652 --> 01:16:14,779
พอล แม็กคาร์ตนีย์เป็นคนเดียวในสี่คน

988
01:16:14,862 --> 01:16:17,907
ที่ผ่านช่วงแรกของยุค 1970 มาได้

989
01:16:18,658 --> 01:16:21,286
เดี๋ยวนี้เขาเป็นบีเทิลที่มีตัวตนและหนักแน่นขึ้น

990
01:16:22,370 --> 01:16:26,124
วงใหม่ของเขาอาจไม่ได้รับคำชมเท่ากับเดอะบีเทิลส์

991
01:16:26,874 --> 01:16:29,544
แต่เรื่องแรงดึงดูดแฟนเพลงนี่ปฏิเสธไม่ได้เลย

992
01:16:45,727 --> 01:16:47,603
(พนักงานทำความสะอาด ช่วยทำห้องนี้ด้วย)

993
01:16:55,945 --> 01:16:58,323
- ผิดสนามบิน
- เราจะไปสนามบินอีกที่

994
01:16:58,406 --> 01:17:00,533
รถลิมูซีนกับรถตำรวจนำขบวนอยู่ที่นั่น

995
01:17:00,616 --> 01:17:02,535
แทนที่จะรอให้เขาพยายาม…

996
01:17:02,618 --> 01:17:04,620
- เรียกแท็กซี่กัน
- เรียกแท็กซี่

997
01:17:04,704 --> 01:17:05,705
เรียกแท็กซี่สองคันเถอะ

998
01:17:05,788 --> 01:17:07,790
สวัสดี เจ้ากะหล่ำ

999
01:17:07,874 --> 01:17:09,167
สวัสดี เจ้ากะหล่ำ

1000
01:17:09,250 --> 01:17:11,377
- หวัดดีจ้ะ แมรี่
- ไม่ใช่

1001
01:17:11,461 --> 01:17:12,879
สวัสดี เจ้ากะหล่ำ

1002
01:17:12,962 --> 01:17:14,589
สวัสดี เจ้ากะหล่ำ

1003
01:17:14,672 --> 01:17:16,007
และเจ้าจิงโจ้ของเธอ

1004
01:17:16,090 --> 01:17:18,259
และอย่าลวกตัวเองซ้ำสองล่ะ

1005
01:17:18,593 --> 01:17:20,011
ได้ผักกาดหรือยัง

1006
01:17:20,094 --> 01:17:22,347
ขอบอกอะไรหน่อยได้ไหม

1007
01:17:22,430 --> 01:17:24,182
- จ้ะ ผักกาด
- ผักกาด

1008
01:17:24,265 --> 01:17:27,101
- นึกว่าพูดว่า "อากาศ"
- ขอบอกอะไรหน่อยได้ไหม

1009
01:17:27,477 --> 01:17:29,228
ได้ มีทั้งหัวเลย

1010
01:17:30,021 --> 01:17:33,149
ฉันชอบการแสดงมาก มันดีกว่าที่ฉันคิดไว้

1011
01:17:33,232 --> 01:17:35,735
ฉันไม่ใช่คนที่ชอบ "เดินสาย" เท่าไหร่

1012
01:17:36,152 --> 01:17:37,362
ฉันชอบอยู่บ้านมากกว่า

1013
01:17:40,948 --> 01:17:42,992
เธอแต่งตัวให้ตัวเอง

1014
01:17:43,117 --> 01:17:46,371
และออกมาเป็นลุคที่เท่ที่สุดในโลก

1015
01:17:48,498 --> 01:17:49,499
ฉันควรใส่ชุดไหน

1016
01:17:50,166 --> 01:17:51,667
อยากเห็นเธอใส่ชุดนั้นนะ

1017
01:17:51,751 --> 01:17:54,420
- ผมชอบนะ กับยีนส์
- กับกระโปรงตัวไหน

1018
01:17:54,504 --> 01:17:56,756
ใส่ยีนส์สิ

1019
01:17:56,839 --> 01:17:59,926
และมันก็… ขอโทษนะ ล้ำยุคไปมากเลย

1020
01:18:00,885 --> 01:18:03,554
ฉันรู้จักคนที่ตลอดอาชีพนักดนตรีของพวกเขา

1021
01:18:03,638 --> 01:18:06,265
ไม่ได้อิงกับเดอะบีเทิลส์และวิงส์ แต่อิงกับเธอ

1022
01:18:06,349 --> 01:18:07,475
(โรลลิงสโตน)

1023
01:18:07,558 --> 01:18:10,478
ไม่มีคนครัวและคนขับรถ

1024
01:18:12,688 --> 01:18:14,107
ไม่รู้เธอทำได้ยังไง

1025
01:18:17,026 --> 01:18:19,112
เป็นการแสดงที่สนุกมากจริงๆ

1026
01:18:19,904 --> 01:18:22,240
เอาละๆ

1027
01:18:25,660 --> 01:18:29,080
โชว์ของแม็กคาร์ตนีย์
ได้รับเสียงเรียกร้องให้เล่นต่อคืนละสองรอบ

1028
01:18:29,163 --> 01:18:31,582
และไฮไลต์ของทุกคอนเสิร์ตคือ "เยสเตอร์เดย์"

1029
01:18:32,208 --> 01:18:34,335
ช่วงหนึ่งในทัวร์ของวงวิงส์

1030
01:18:34,419 --> 01:18:36,796
พอลปฏิเสธจะเล่นเพลงของบีเทิลส์

1031
01:18:37,380 --> 01:18:41,467
ตอนนี้เมื่อก้าวผ่านปัญหาทางกฎหมายมาแล้ว
แม็กคาร์ตนีย์ก็สบายใจ

1032
01:18:41,551 --> 01:18:44,053
ที่จะเลือกเพลงของบีเทิลส์สำหรับการแสดงของวิงส์

1033
01:18:45,138 --> 01:18:47,348
ผมจะบอกความจริงให้ มันเจ็บปวดเกินไป

1034
01:18:47,849 --> 01:18:49,434
มันเหมือนแผลใจที่รุนแรง

1035
01:18:49,517 --> 01:18:53,729
เหมือนกำลังฝันประหลาดๆ ที่ได้เล่นเพลงบีเทิลส์

1036
01:18:55,064 --> 01:18:56,858
ผมจะดูว่าคุณจำเพลงนี้ได้ไหม

1037
01:19:09,203 --> 01:19:10,329
(เทศกาลบีเทิลส์ เมนูพิเศษ)

1038
01:19:10,413 --> 01:19:14,000
ในอเมริกา มีอุตสาหกรรมรำลึกความหลังที่ใหญ่มาก

1039
01:19:14,083 --> 01:19:16,002
คุณเป็นแฟนวงบีเทิลส์มานานแค่ไหน

1040
01:19:16,085 --> 01:19:17,795
มีวงบีเทิลส์มานานแค่ไหนล่ะ

1041
01:19:17,879 --> 01:19:22,425
มีโปรเจกต์หนังแปลกๆ และการแสดงบนเวที

1042
01:19:22,800 --> 01:19:25,303
แฟนๆ เริ่มจัดงานประชุมบีเทิลส์

1043
01:19:25,386 --> 01:19:27,472
ให้คนมาซื้อแผ่นเสียงและอะไรๆ

1044
01:19:28,014 --> 01:19:32,226
แม้กระทั่งผ้าปูเตียงขนาดหนึ่งตารางนิ้ว
ที่ริงโก้ สตาร์เคยนอนยังมีเลย

1045
01:19:32,727 --> 01:19:35,938
คุณรู้สึกลังเลบ้างไหม

1046
01:19:36,022 --> 01:19:38,774
กับความจริงที่ว่าคุณจะถูกจดจำตลอดไป

1047
01:19:38,858 --> 01:19:41,777
ในฐานะอดีตสมาชิกบีเทิลส์

1048
01:19:54,832 --> 01:19:57,668
มีคำถามใหญ่ว่า
เดอะบีเทิลส์จะกลับมารวมตัวกันอีกไหม

1049
01:19:57,752 --> 01:20:00,004
เพราะมีข่าวลือนั้นหลุดออกไป

1050
01:20:00,087 --> 01:20:02,798
แน่นอนว่าเมื่อพอลจะเล่นที่การ์เดนคืนนี้

1051
01:20:02,882 --> 01:20:05,384
และคืนพรุ่งนี้ เลยดูจะมีการคาดเดาอย่างมาก

1052
01:20:05,468 --> 01:20:07,803
ว่ามีโอกาสที่จอห์นอาจจะโผล่มา

1053
01:20:07,887 --> 01:20:10,181
มีรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่าคุณพูดว่า

1054
01:20:10,264 --> 01:20:12,058
คุณอาจกลับไปรวมวงกับเดอะบีเทิลส์

1055
01:20:12,141 --> 01:20:15,686
มีข่าวลือหนาหูว่าเดอะบีเทิลส์
จะกลับมารวมตัวกันเพื่อทำโปรเจกต์สุดท้าย

1056
01:20:15,770 --> 01:20:18,231
ถ้าเดอะบีเทิลส์มีโอกาส
กลับมารวมตัวกันเพื่อแสดงสักครั้ง…

1057
01:20:18,314 --> 01:20:20,233
เดอะบีเทิลส์จะกลับมารวมวงกันอีกหรือไม่

1058
01:20:20,316 --> 01:20:21,442
มันมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นไหม

1059
01:20:21,526 --> 01:20:22,735
มีความเป็นไปได้บ้างไหม

1060
01:20:22,818 --> 01:20:24,028
- คุณคิดว่า…
- เดอะบีเทิลส์

1061
01:20:24,111 --> 01:20:25,863
- เดอะบีเทิลส์
- เดอะบีเทิลส์ เดอะบีเทิลส์

1062
01:20:25,947 --> 01:20:27,198
แล้วเดอะบีเทิลส์ล่ะ

1063
01:20:43,339 --> 01:20:45,716
คอนเสิร์ตแรกของพอล แม็กคาร์ตนีย์
ที่แมดิสันสแควร์การ์เดน

1064
01:20:45,800 --> 01:20:48,970
ในรอบ 12 ปีเล่นมากว่าสองชั่วโมงแล้ว

1065
01:20:49,053 --> 01:20:50,721
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีบีเทิลโผล่มา

1066
01:20:50,805 --> 01:20:52,306
มันจะเกิดขึ้นไหมในคืนพรุ่งนี้

1067
01:20:52,390 --> 01:20:54,767
เราไม่รู้ แต่เราจะไปหาคำตอบที่นั่น

1068
01:20:58,437 --> 01:21:00,648
โปรโมเตอร์เสนอเงินหลายล้านดอลลาร์

1069
01:21:00,731 --> 01:21:03,776
ถ้าพวกเขาแค่ขึ้นเวทีเดียวกัน
เพื่อคอนเสิร์ตอีกแค่หนึ่งครั้ง

1070
01:21:03,859 --> 01:21:09,073
โปรโมเตอร์เวสต์โคสต์เสนอจ่าย 50 ล้านดอลลาร์
ให้ทั้งสี่คนสำหรับการกลับมารวมตัวกัน

1071
01:21:09,156 --> 01:21:12,535
เรากำลังพูดถึงความเป็นไปได้
ที่จะจ่ายสูงสุดถึง 100 ล้านดอลลาร์ให้เดอะบีเทิลส์

1072
01:21:12,618 --> 01:21:17,456
ตอนนี้สหประชาชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
250 ล้านดอลลาร์

1073
01:21:33,764 --> 01:21:35,349
ตรงนี้ครับ อย่างที่คุณเห็น

1074
01:21:35,433 --> 01:21:37,018
เช็คสั่งจ่ายให้คุณ

1075
01:21:37,101 --> 01:21:40,521
เดอะบีเทิลส์ เป็นเงิน 3,000 ดอลลาร์

1076
01:21:41,147 --> 01:21:45,026
ที่คุณต้องทำก็แค่ร้องเพลงบีเทิลส์สามเพลง

1077
01:21:45,526 --> 01:21:49,155
"เธอรักคุณ เย่ เย่ เย่" เท่ากับพันดอลลาร์แล้ว

1078
01:21:49,780 --> 01:21:50,740
(24 เมษายน 1976)

1079
01:21:50,823 --> 01:21:54,744
ผมกับลินดาไปอะพาร์ตเมนต์จอห์นที่เดอะดาโคตา

1080
01:21:54,827 --> 01:21:58,080
เขาบอกว่า "มีการแสดงใหญ่ที่นี่
'แซเทอร์เดย์ไนต์ไลฟ์'"

1081
01:21:58,164 --> 01:22:01,542
สำหรับผม เดอะบีเทิลส์คือสิ่งที่ดีที่สุด
ที่เคยเกิดขึ้นกับวงการดนตรี

1082
01:22:01,626 --> 01:22:02,918
มันลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น

1083
01:22:03,002 --> 01:22:05,254
พวกคุณไม่ใช่แค่วงดนตรี แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเรา

1084
01:22:05,338 --> 01:22:06,172
เราเติบโตมากับคุณ

1085
01:22:08,466 --> 01:22:10,009
เราค่อนข้างจะตื่นเต้น

1086
01:22:10,092 --> 01:22:11,677
เราแค่โผล่ไปปรากฏตัว

1087
01:22:11,761 --> 01:22:12,803
เฮ้

1088
01:22:12,887 --> 01:22:15,264
"แซเทอร์เดย์ไนต์ไลฟ์" ครับ

1089
01:22:16,599 --> 01:22:18,476
แต่มันเหมือนกับว่า ทำไมล่ะ

1090
01:22:18,893 --> 01:22:20,978
มันจะดีสำหรับพวกเขา

1091
01:22:21,062 --> 01:22:22,605
มันจะดีสำหรับพวกเราไหม

1092
01:22:22,980 --> 01:22:27,652
เรากลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
และตอนนี้ก็เริ่มการเดินทางใหม่

1093
01:22:28,319 --> 01:22:31,364
เราเลยตัดสินใจว่าจะดื่มชากันสักแก้ว

1094
01:22:31,447 --> 01:22:32,782
และลืมเรื่องทั้งหมดไปเสีย

1095
01:22:35,993 --> 01:22:39,205
("วิงส์แอทเดอะสปีดออฟซาวด์"
ระหว่างอัดเพลง)

1096
01:22:51,384 --> 01:22:53,844
สิ่งที่เราทำตลอดระหว่างการอัดเพลง

1097
01:22:53,928 --> 01:22:55,721
คือเอาม้ามาด้วย

1098
01:22:57,306 --> 01:23:00,267
หลายวงค่อนข้างจริงจังกับตัวเอง

1099
01:23:02,311 --> 01:23:04,313
ส่วนพวกเราก็ "เอาไงก็เอาเหอะ"

1100
01:23:04,772 --> 01:23:06,691
"เราเป็นนักดนตรีก็จริง แต่เรากำลังสนุก"

1101
01:23:06,774 --> 01:23:08,943
มามะ มาเจอทุกคนหน่อย

1102
01:23:09,777 --> 01:23:11,195
มันผิดตรงไหน

1103
01:23:11,946 --> 01:23:15,074
เราควรทำให้ดีขึ้นหน่อยนะ โจ
แล้วก็ไปลองฟังดู

1104
01:23:15,157 --> 01:23:18,202
นั่นใช่ความสนุกอย่างที่…

1105
01:23:22,707 --> 01:23:25,251
รวมถึงช่วงที่มีการเว้นว่างด้วย

1106
01:23:27,128 --> 01:23:28,295
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น

1107
01:23:29,839 --> 01:23:32,299
เอาละนะ หนึ่ง สอง สาม สี่

1108
01:23:37,513 --> 01:23:38,431
นั่นคือจังหวะของเพลง

1109
01:24:32,818 --> 01:24:33,986
ถ้าร้องได้ก็ร้องเลยนะครับ

1110
01:24:35,488 --> 01:24:37,198
เราพิสูจน์ตัวเอง

1111
01:24:37,281 --> 01:24:40,075
และข่าวก็แพร่ไปว่านี่เป็นโชว์ที่ดี

1112
01:24:40,159 --> 01:24:41,619
ช่างเดอะบีเทิลส์

1113
01:24:41,702 --> 01:24:44,413
ขึ้นปกนิตยสาร "ไทม์" สัปดาห์นี้

1114
01:24:44,497 --> 01:24:46,957
และเสียงดนตรีจากวงใหม่ของเขา
ก็แพร่กระจายไปทั่ว

1115
01:24:47,041 --> 01:24:49,210
ด้วยเสียงใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่

1116
01:24:49,293 --> 01:24:51,796
หลายคนคิดว่า "คุณไม่มีวันกลับมาได้หรอก

1117
01:24:51,879 --> 01:24:53,214
ในเมื่อเคยอยู่เดอะบีเทิลส์มาแล้ว"

1118
01:24:53,297 --> 01:24:55,216
แต่มีหลายคนที่ไม่สนด้วยซ้ำ

1119
01:24:55,299 --> 01:24:57,051
ว่ามันไม่เหมือนเดอะบีเทิลส์

1120
01:24:57,134 --> 01:24:58,677
ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

1121
01:24:58,761 --> 01:25:00,763
ไม่งั้นผมไม่กล้ามาหรอก

1122
01:25:04,558 --> 01:25:07,770
แม็กคาร์ตนีย์กลับมาสหรัฐฯ พร้อมชัยชนะ

1123
01:25:07,853 --> 01:25:11,607
พร้อมกับวงที่มอบอีเวนต์ดนตรียอดนิยมแห่งปี

1124
01:25:49,645 --> 01:25:54,400
มีความสุขที่ได้มีวงและเล่นสด

1125
01:25:55,818 --> 01:25:57,444
ในแง่หนึ่งมันเป็นเหมือนรางวัล

1126
01:25:58,153 --> 01:26:00,906
เราแต่งเพลงขึ้นมาในตู้เก็บของเล็กๆ สักที่

1127
01:26:00,990 --> 01:26:02,533
เราซ้อมมัน

1128
01:26:02,616 --> 01:26:03,951
และถ้าคนชอบ

1129
01:26:04,410 --> 01:26:05,619
มันก็พิเศษมาก

1130
01:26:06,620 --> 01:26:08,539
นี่คือสิ่งที่เราตั้งใจทำ

1131
01:26:08,622 --> 01:26:11,584
เมื่อเราเริ่มวงวิงส์จากศูนย์

1132
01:26:12,668 --> 01:26:15,713
จนมันก้าวมาถึงจุดสูงสุด

1133
01:26:15,796 --> 01:26:18,132
ผมคิดว่า "ใช่ นี่คือรางวัล"

1134
01:26:31,478 --> 01:26:32,563
ไว้เจอกันใหม่ครับ

1135
01:26:32,938 --> 01:26:35,608
ผมกำลังคุยกับคุณจากโทรศัพท์หลังเวที

1136
01:26:35,691 --> 01:26:36,984
ที่แมดิสันสแควร์การ์เดน

1137
01:26:37,067 --> 01:26:37,985
และเสียใจที่ต้องบอกว่า

1138
01:26:38,068 --> 01:26:40,404
ข่าวลือร้อนแรงประจำสัปดาห์นี้
จะเป็นเพียงข่าวลือ

1139
01:26:40,487 --> 01:26:43,574
มีแต่พอล แม็กคาร์ตนีย์และวิงส์
เล่นให้ทุกคนที่นี่ในคืนนี้

1140
01:26:43,657 --> 01:26:45,075
นั่นก็ดูจะเหลือเฟือแล้ว

1141
01:26:45,159 --> 01:26:48,037
จากแมดิสันสแควร์การ์เดนครับ
บ็อบ โอไบรอันรายงาน

1142
01:26:49,914 --> 01:26:51,874
พูดจริงๆ ผมรู้จักเขา

1143
01:26:51,957 --> 01:26:54,293
ไม่เป็นไร เขาอยู่กับวง

1144
01:26:56,295 --> 01:26:57,463
ก็ไม่เลวเลยนะ

1145
01:26:59,632 --> 01:27:02,176
(สมาชิกวงเท่านั้น)

1146
01:27:02,259 --> 01:27:04,178
เธอไม่เชื่อแน่ว่าเขาหล่อขนาดไหน

1147
01:27:06,430 --> 01:27:09,308
เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูสมาชิกบีเทิล และมันก็…

1148
01:27:10,184 --> 01:27:12,144
ตั้งแต่เด็กๆ ผมอยากทำแบบนี้มานานแล้ว

1149
01:27:12,227 --> 01:27:13,479
และมันก็ยอดมาก

1150
01:27:13,562 --> 01:27:16,607
มันเป็นวงจริงๆ แล้ว
ถ้าเทียบกับสิ่งที่เดอะบีเทิลส์เคยเป็น

1151
01:27:17,274 --> 01:27:18,150
มันคือวิงส์

1152
01:27:18,943 --> 01:27:20,110
เหลือเชื่อจริงๆ

1153
01:27:22,696 --> 01:27:25,032
ฉันไม่แน่ใจว่าชื่อเสียงและความสำเร็จ

1154
01:27:25,115 --> 01:27:25,950
(คริสซี่ ไฮนด์)

1155
01:27:26,033 --> 01:27:27,993
เปลี่ยนแปลงคนหนึ่งคนไปแค่ไหน

1156
01:27:29,203 --> 01:27:31,080
ฉันคิดว่าโลกรอบตัวเปลี่ยนไป

1157
01:27:32,456 --> 01:27:35,376
แต่ฉันคิดว่าคนคนนั้นยังคงเหมือนเดิมเป็นส่วนใหญ่

1158
01:27:35,501 --> 01:27:37,127
(ปี 1977)

1159
01:27:37,211 --> 01:27:38,087
ในลิเวอร์พูล

1160
01:27:38,170 --> 01:27:40,339
คลับที่ใช้ชื่อคาเวิร์น

1161
01:27:40,422 --> 01:27:42,508
ขณะนี้รองรับวงใหม่ๆ

1162
01:27:42,591 --> 01:27:45,970
และชาวพังก์ที่ไปที่นั่นก็ไม่ได้ชื่นชมพอล

1163
01:27:46,053 --> 01:27:48,305
หรือความทรงจำของสมาชิกผู้เป็นสุดยอดทั้งสี่

1164
01:27:48,389 --> 01:27:51,850
เราได้รับการ์ดวันเกิดสำหรับจอห์น เลนนอน

1165
01:27:51,934 --> 01:27:54,436
- ปีนี้หรือครับ
- ใช่ค่ะ เดือนตุลาคม

1166
01:27:54,520 --> 01:27:56,105
แล้วคุณทำยังไงกับมัน

1167
01:27:56,188 --> 01:27:57,314
โยนมันลงถังขยะ

1168
01:28:02,027 --> 01:28:03,821
สมัยที่เราอายุ 17-18

1169
01:28:03,904 --> 01:28:06,240
มันยากมากที่จะเชื่อมโยง

1170
01:28:06,323 --> 01:28:07,992
กับคนอายุมากกว่า

1171
01:28:08,534 --> 01:28:12,329
ตอนผมอายุ 18 ผมคิดว่า 25 คือจุดสิ้นสุดของโลก

1172
01:28:13,288 --> 01:28:15,416
แต่ตอนนี้ผมเลย 35 มาแล้ว

1173
01:28:16,041 --> 01:28:18,460
ผมไม่ได้คิดแบบนั้นอีกแล้ว

1174
01:28:43,444 --> 01:28:45,529
ผมไปกินมื้อเช้าที่บ้านพอล

1175
01:28:46,822 --> 01:28:49,992
และผมบอกว่า "นั่นใช่เพลงสก็อตแท้ๆ เลยไหม"

1176
01:28:50,075 --> 01:28:51,952
เขาบอกว่า "เปล่า ฉันแค่แต่งขึ้นมา"

1177
01:28:52,703 --> 01:28:54,955
เขาก็ดูลังเลอยู่นะ

1178
01:28:55,039 --> 01:28:57,166
แต่ขณะเดียวกัน จากที่รู้จักพอล

1179
01:28:57,249 --> 01:29:00,044
ถ้ามีคนปฏิเสธ เขาจะอยากทำมันยิ่งขึ้น

1180
01:29:03,422 --> 01:29:05,299
เราเลยมองไปรอบๆ

1181
01:29:05,799 --> 01:29:07,259
และคิดเนื้อเพลงขึ้นมา

1182
01:29:17,019 --> 01:29:18,604
อัดเพลงกลางแจ้ง

1183
01:29:19,563 --> 01:29:22,566
เราหาเสียงแบบนั้นที่อื่นไม่ได้หรอก

1184
01:29:24,318 --> 01:29:26,695
แล้วผมก็คิดว่า "ต้องมีปี่สก็อตด้วย"

1185
01:29:27,654 --> 01:29:30,491
ผมคิดว่าปี่สก็อตเสนอตัวเข้ามาเองด้วยซ้ำ

1186
01:29:31,033 --> 01:29:31,909
นั่นแหละ

1187
01:29:32,951 --> 01:29:35,788
ผมเลยให้วงปี่ท้องถิ่นขึ้นมา

1188
01:29:37,289 --> 01:29:39,041
พอลบอกว่า แค่เล่นอย่างที่รู้สึกเลย

1189
01:29:40,042 --> 01:29:42,628
เขาอยากฟังว่าวงปี่จะเป็นยังไง

1190
01:29:44,338 --> 01:29:46,882
เราเลยดื่มเบียร์แม็กอีวานส์กันนิดหน่อย
แล้วก็ลุยเลย

1191
01:30:08,695 --> 01:30:10,948
โดยส่วนตัวแล้ว ฉันชอบความเหนือกาลเวลา

1192
01:30:11,448 --> 01:30:14,952
มันพาเราไปสัมผัสกับความรู้สึก
โดยที่เราไม่ได้อยู่ตรงนั้น

1193
01:30:15,035 --> 01:30:16,411
และไม่ได้อยู่ในยุคสมัยนั้น

1194
01:30:16,954 --> 01:30:18,789
เขาทำเพลงที่เหนือกาลเวลา

1195
01:30:19,289 --> 01:30:21,291
ขณะที่ถ้าคุณฟังอัลบั้มแนวพังก์

1196
01:30:21,375 --> 01:30:22,626
มันจะรู้สึกล้าสมัย

1197
01:31:11,383 --> 01:31:13,844
คืนนั้น ผมบอกว่า "นี่อาจเป็นเพลงฮิตได้เลย

1198
01:31:13,927 --> 01:31:16,722
มันเป็นไปได้แน่นอน"

1199
01:31:16,805 --> 01:31:19,850
"มัลออฟคินไทร์" เป็นเพลงซิงเกิลที่ขายดีที่สุด

1200
01:31:19,933 --> 01:31:21,602
ในประเทศนี้เท่าที่เคยมีมา

1201
01:31:30,611 --> 01:31:33,530
เขายอมเสี่ยงในทางดนตรี เหมือนที่เป็นเสมอ

1202
01:31:34,656 --> 01:31:36,617
เขาต้านกระแส แล้วก็…

1203
01:31:36,700 --> 01:31:38,035
ลุยเลย

1204
01:31:38,869 --> 01:31:39,953
และมันก็ออกมา

1205
01:31:40,037 --> 01:31:41,580
"มัลออฟคินไทร์"

1206
01:31:42,748 --> 01:31:43,957
และเราก็ได้ฟังมัน

1207
01:31:48,712 --> 01:31:50,172
สิ่งที่เราทำในปีนี้

1208
01:31:50,255 --> 01:31:52,257
คือเราเบาลงกว่าเดิมหน่อย

1209
01:31:53,383 --> 01:31:54,843
เพราะเราตั้งครรภ์

1210
01:31:56,053 --> 01:31:59,014
ผมก็ตั้งครรภ์เหมือนกัน ผมเลยต้องเบาลงเหมือนกัน

1211
01:31:59,097 --> 01:32:01,266
(เจมส์ เกิดปี 1977)

1212
01:32:02,184 --> 01:32:03,477
พอมองย้อนกลับไป

1213
01:32:03,560 --> 01:32:05,979
เรามักจะลืมช่วงเวลาที่เลวร้าย

1214
01:32:07,689 --> 01:32:09,316
โจคิดถึงบ้านมาก

1215
01:32:10,442 --> 01:32:11,735
เขามาบอกว่า

1216
01:32:11,818 --> 01:32:13,737
"ผมอยากกลับอเมริกามากเลย"

1217
01:32:14,238 --> 01:32:15,239
แล้วจะว่ายังไงได้

1218
01:32:17,199 --> 01:32:19,409
จิมมี่เองก็อยู่ได้ไม่นานกว่านั้นเท่าไหร่

1219
01:32:19,868 --> 01:32:21,161
เขาเสียชีวิตไม่นานหลังจากนั้น

1220
01:32:21,245 --> 01:32:23,038
ใช้ยาเกินขนาด

1221
01:32:24,164 --> 01:32:26,625
จิมมี่เป็นคนที่ค่อนข้างอันตรายมาตลอด

1222
01:32:27,000 --> 01:32:27,834
และในท้ายที่สุด

1223
01:32:27,918 --> 01:32:29,878
เขาก็อันตรายเกินไปสำหรับตัวเขาเอง

1224
01:32:32,881 --> 01:32:35,467
ผมรู้สึกเสมอว่ามันเป็นไลน์อัปที่ดีที่สุดแล้ว

1225
01:32:37,427 --> 01:32:38,303
คนอาจเห็นแย้ง

1226
01:32:38,387 --> 01:32:40,847
แต่ผมรู้สึกสบายใจเสมอกับวงนั้น

1227
01:32:46,395 --> 01:32:48,772
จากนั้นวงวิงส์ก็เป็นแค่เวอร์ชันหนึ่ง

1228
01:32:49,606 --> 01:32:51,191
มันไม่ใช่ของจริง

1229
01:32:51,900 --> 01:32:54,361
ชื่อเดิม แต่คนละบรรยากาศ

1230
01:32:54,987 --> 01:32:57,155
แค่กำลังพยายามเรียบเรียงคำพูด

1231
01:33:04,913 --> 01:33:07,374
คุณมักจะพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้ชัดเจน

1232
01:33:07,457 --> 01:33:09,960
ว่าวิงส์ไม่ใช่แค่วงดนตรีเสริม ใช่ไหม

1233
01:33:10,043 --> 01:33:11,753
ว่ามันเป็นวงที่สมบูรณ์

1234
01:33:12,796 --> 01:33:14,339
- ใช่ครับ คือ…
- ทำไมครับ

1235
01:33:14,423 --> 01:33:15,632
ไม่รู้สิ

1236
01:33:15,716 --> 01:33:19,636
คิดว่าเพราะผมโดนกล่าวโทษไว้ว่า
ทำเหมือนใครๆ ในวงเป็นแค่สมาชิกเสริม

1237
01:33:20,053 --> 01:33:22,472
ซึ่งผมไม่เคยตั้งใจให้เป็นแบบนั้น

1238
01:33:39,156 --> 01:33:42,159
ตอนที่วิงส์เริ่มต้น เขารู้สึกว่าต้องมีวงดนตรี

1239
01:33:42,242 --> 01:33:43,869
เพราะเขาเพิ่งออกจากวง

1240
01:33:43,952 --> 01:33:46,163
และนั่นคือคอมฟอร์ตโซนของเขา

1241
01:33:47,456 --> 01:33:48,415
(สตีฟ ฮอลลีย์
มือกลอง)

1242
01:33:48,498 --> 01:33:50,625
ผมอดคิดไม่ได้ว่า "เขาเล่นได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

1243
01:33:50,709 --> 01:33:52,961
เขาไม่ต้องการใครหรอก"

1244
01:33:54,421 --> 01:33:56,173
ตอนที่ผมทำอัลบั้ม "แบ็กทูดิเอ้ก"

1245
01:33:56,256 --> 01:33:57,090
(คริส โธมัส)

1246
01:33:57,174 --> 01:33:59,718
ผมไม่รู้สึกเหมือนได้โปรดิวซ์มันด้วยซ้ำ

1247
01:34:00,635 --> 01:34:04,222
ผมไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นวิงส์ทำอะไรๆ ยังไง

1248
01:34:04,973 --> 01:34:07,267
มันดูไม่ได้เข้ากันเลย

1249
01:34:18,862 --> 01:34:19,696
เย่ๆ!

1250
01:34:20,113 --> 01:34:21,365
หรืออะไรแบบนั้น

1251
01:34:21,990 --> 01:34:25,160
อัลบั้มเต็มชุดสุดท้ายของพอล แม็กคาร์ตนีย์
"แบ็กทูดิเอ้ก" ล้มเหลวอย่างแรง

1252
01:34:25,577 --> 01:34:28,622
มีอยู่สามล้านแผ่นในโกดัง
โดยไม่มีวี่แววของคนซื้อเลย

1253
01:34:28,705 --> 01:34:29,581
(แบ็กทูดิเอ้ก)

1254
01:34:30,248 --> 01:34:32,626
ตอนผมออกจากโรงเรียน ผมไม่ได้อยากทำงาน

1255
01:34:32,709 --> 01:34:34,044
ผมเลยเข้าวง

1256
01:34:34,878 --> 01:34:37,297
ตอนนี้มันกลายเป็นงานเหมือนกัน

1257
01:34:44,054 --> 01:34:45,680
ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป

1258
01:34:46,973 --> 01:34:48,558
นั่นคือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต

1259
01:34:49,643 --> 01:34:52,312
เพราะการอยู่ในวงนั้นมันแตกต่าง

1260
01:34:52,396 --> 01:34:53,647
จากการอยู่กับครอบครัวอย่างยิ่ง

1261
01:34:56,942 --> 01:34:58,568
พอลเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย

1262
01:34:58,652 --> 01:35:01,029
เขารับมือกับคนได้ดีและชอบผู้คน

1263
01:35:01,655 --> 01:35:04,241
เขาสามารถฝ่าฝันอุปสรรคได้ค่อนข้างดี

1264
01:35:05,409 --> 01:35:08,203
ลินดาเป็นคนที่… เธอไม่ชอบให้ใครๆ จับตามอง

1265
01:35:09,287 --> 01:35:11,415
บางคนก็ไม่สบายใจกับอะไรแบบนั้นเลย

1266
01:35:23,885 --> 01:35:26,596
แต่ก่อนฉันถ่ายรูปและตระเวนไป

1267
01:35:26,680 --> 01:35:29,558
มันซับซ้อนเหลือเกินเมื่อเราแต่งงานกับบีเทิล

1268
01:35:31,476 --> 01:35:33,061
เธอเริ่มจะเหนื่อย

1269
01:35:33,145 --> 01:35:34,271
มีลูกสี่คน

1270
01:35:34,354 --> 01:35:37,107
อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องเดินสายทัวร์อีก

1271
01:35:37,190 --> 01:35:39,734
ผมว่ามันทำให้เธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อย

1272
01:35:41,278 --> 01:35:43,572
เราทำกันเสร็จก่อนคริสต์มาสหนึ่งสัปดาห์

1273
01:35:43,655 --> 01:35:45,449
มีเวลาพอให้จับจ่ายซื้อของ

1274
01:35:45,532 --> 01:35:48,952
แล้วเราก็มีการแสดงหนึ่งงาน
วันที่ 29 ธันวาคมในลอนดอน

1275
01:35:49,786 --> 01:35:52,414
เป็นงานการกุศล จัดหลายวันและมีหลายวง

1276
01:35:52,497 --> 01:35:53,331
(ร็อกเพื่อกัมพูชา)

1277
01:35:54,583 --> 01:35:56,001
เอาละ ตรงนี้นะ

1278
01:35:56,084 --> 01:35:58,295
ตัวประหลาดน้อยๆ เพิ่งโผล่ออกมา

1279
01:35:59,129 --> 01:36:01,923
และเจ้านี่ไม่ใช่จอห์น เลนนอน

1280
01:36:02,007 --> 01:36:03,341
ดังที่มีการแนะนำให้ทำ

1281
01:36:06,970 --> 01:36:08,805
(29 ธันวาคม 1979)

1282
01:36:08,889 --> 01:36:10,182
(การแสดงครั้งสุดท้ายของวิงส์)

1283
01:36:10,265 --> 01:36:14,436
นั่นเป็นคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการแสดงของผมเลย

1284
01:36:15,520 --> 01:36:17,689
เบสไม่มีเสียงต่ำออกมา

1285
01:36:17,772 --> 01:36:20,150
จอก็คุณภาพแย่มาก

1286
01:36:20,817 --> 01:36:22,694
ผมเองก็เหงื่อท่วมตัว

1287
01:36:23,278 --> 01:36:24,821
ผมไม่มีทางควบคุมมันได้เลย

1288
01:36:24,905 --> 01:36:26,490
ผมแค่รู้ว่านี่มันแย่

1289
01:36:34,915 --> 01:36:37,876
แล้วเราก็พูดว่า "เราควรทำอะไรกันอีก

1290
01:36:37,959 --> 01:36:39,961
ไปแสดงรอบโลกอีกสิบรอบเหรอ"

1291
01:36:40,795 --> 01:36:42,422
เราอาจจะเบื่อการเดินสายทัวร์แล้ว

1292
01:36:42,506 --> 01:36:46,176
ผมทำแบบนี้มาตั้งแต่อายุ 18 ได้

1293
01:36:48,178 --> 01:36:50,555
ผมว่าความกระตือรือร้นขึ้นไปสู่จุดสูงสุดแล้ว

1294
01:36:56,853 --> 01:36:58,438
สิ่งที่แปลกที่สุดคือ…

1295
01:37:00,065 --> 01:37:01,942
เราวางแผนไปญี่ปุ่นกัน

1296
01:37:23,421 --> 01:37:25,048
สอง สาม สี่

1297
01:37:25,131 --> 01:37:29,261
(ซ้อมทัวร์ญี่ปุ่น
มกราคม 1980)

1298
01:37:35,141 --> 01:37:38,270
อีกอย่างที่แปลกคือเราไม่ได้ซ้อมกันสักเท่าไหร่

1299
01:37:38,853 --> 01:37:41,189
สำหรับทัวร์อื่นๆ ทั้งหมด เราซ้อมกันหนักมาก

1300
01:38:03,378 --> 01:38:04,588
ตั้งแต่ต้น

1301
01:38:05,130 --> 01:38:07,132
และหนึ่ง สอง สาม สี่

1302
01:38:09,509 --> 01:38:11,303
ผมวางแผนว่าจะไปถึงที่นั่น

1303
01:38:11,386 --> 01:38:14,097
และซ้อมแบบเร็วๆ สักหน่อย แล้วก็ได้แต่หวัง

1304
01:38:15,056 --> 01:38:16,683
แต่มันเหมือนฝันร้าย

1305
01:38:21,229 --> 01:38:24,482
ผมฝันและคิดว่า "นี่ฉันอยู่ไหน

1306
01:38:25,317 --> 01:38:26,860
เราเล่นเพลงอะไรนะ

1307
01:38:27,277 --> 01:38:28,236
เราไม่รู้"

1308
01:38:28,570 --> 01:38:31,031
ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นคนกำกับ ที่รัก

1309
01:38:31,531 --> 01:38:32,991
ผมคิดประมาณว่า

1310
01:38:33,074 --> 01:38:35,952
"ให้ตายสิ ฉันพาตัวเองมาเจออะไรเนี่ย"

1311
01:38:39,414 --> 01:38:42,125
ตอนเด็กๆ บางครั้งผมจะขึ้นรถไฟ

1312
01:38:42,417 --> 01:38:44,252
โดยใช้ตั๋วชั้นสอง

1313
01:38:44,336 --> 01:38:47,213
และถ้ารถไฟว่าง ผมจะนั่งในบริเวณชั้นหนึ่ง

1314
01:38:48,048 --> 01:38:49,424
และผมก็มักจะโดนจับได้อยู่เสมอ

1315
01:38:49,507 --> 01:38:50,925
อรุณสวัสดิ์

1316
01:38:51,968 --> 01:38:54,471
มันแทบจะเหมือนผมอยากโดนจับได้เลย

1317
01:38:56,765 --> 01:38:58,725
ไงก็เถอะ ทุกคนบอกว่า

1318
01:38:58,808 --> 01:39:02,479
"ไม่ว่าจะยังไง อย่าได้เอากัญชาเข้าญี่ปุ่นเด็ดขาด

1319
01:39:02,979 --> 01:39:05,273
โทษใช้แรงงานหนักในเรือนจำเจ็ดปี"

1320
01:39:06,274 --> 01:39:08,985
แต่เราอยู่ในนิวยอร์กและก็…

1321
01:39:10,695 --> 01:39:12,030
เรามีกัญชา

1322
01:39:24,292 --> 01:39:28,129
(โตเกียว สองสัปดาห์ต่อมา)

1323
01:39:28,254 --> 01:39:31,049
วิงส์มีกำหนดการเล่นคอนเสิร์ต 11 รอบ

1324
01:39:31,132 --> 01:39:34,010
ตั๋วขายไปแล้วกว่าแสนใบ

1325
01:39:34,844 --> 01:39:38,556
ฉันจำได้ว่าเดินผ่านสนามบิน
และคนก็ถ่ายรูปกันมากมาย

1326
01:39:38,640 --> 01:39:40,475
มีสื่อมวลชนอยู่เยอะมาก

1327
01:39:41,017 --> 01:39:44,145
เราเดินผ่านศุลกากร
และเจ้าหน้าที่ก็หยิบกระเป๋าขึ้นมา

1328
01:39:44,229 --> 01:39:46,064
แล้วก็เปิดมันออก

1329
01:39:54,989 --> 01:39:56,408
นี่คือกระเป๋าเดินทางใบสุดท้าย

1330
01:39:56,491 --> 01:39:57,450
(ลอเรนซ์ จูเบอร์
กีตาร์)

1331
01:39:57,534 --> 01:40:00,912
และเจ้าหน้าที่ศุลกากรก็มีสีหน้าสงสัย

1332
01:40:05,166 --> 01:40:06,668
(แม็กคาร์ตนีย์ เจมส์ พอล)

1333
01:40:08,962 --> 01:40:10,380
เรื่องนี้อาจเป็นปัญหา

1334
01:40:14,592 --> 01:40:16,886
ฉันจำได้ว่าพวกเขามองหน้ากันแบบว่า

1335
01:40:16,970 --> 01:40:19,639
"พวกเราคนไหนจะทำเรื่องนี้"

1336
01:40:22,642 --> 01:40:24,894
เพราะต้องมีหนึ่งคนอยู่กับลูกๆ

1337
01:40:28,732 --> 01:40:29,566
ใช่

1338
01:40:41,286 --> 01:40:43,496
ผมอยู่ในห้องนั้นได้ยังไม่ถึง 30 วินาที

1339
01:40:43,580 --> 01:40:45,749
แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เด็นนี่โทรมา

1340
01:40:45,832 --> 01:40:48,209
เขาบอกว่า "เปิดทีวีเลย"

1341
01:40:48,293 --> 01:40:50,670
ผมถามว่า "ช่องไหน" เขาบอกว่า "ช่องไหนก็ได้"

1342
01:40:55,884 --> 01:40:58,136
ญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องการยาเสพติดมาก

1343
01:40:58,470 --> 01:41:01,181
มีบทลงโทษอย่างหนักกับชาวญี่ปุ่น
ที่โดนจับเพราะมีกัญชาในครอบครอง

1344
01:41:07,854 --> 01:41:10,565
มองไปทางไหนก็มีแต่โปสเตอร์ของทัวร์นี้

1345
01:41:10,648 --> 01:41:12,901
และเช้าวันถัดมา โปสเตอร์ทั้งหมดก็หายไป

1346
01:41:14,194 --> 01:41:15,987
ในตอนเช้า เขาบอกว่าได้พักผ่อนอย่างดี

1347
01:41:16,070 --> 01:41:17,864
แต่เป็นห่วงเด็กๆ

1348
01:41:17,947 --> 01:41:21,451
แม็กคาร์ตนีย์เข้ารับการตรวจสอบ
จากเจ้าหน้าที่สืบสวนยาเสพติดอีกครั้ง

1349
01:41:21,534 --> 01:41:24,120
ฉันยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเขาออกมาเมื่อไหร่

1350
01:41:24,204 --> 01:41:25,914
ทุกคนนอกจากฉันได้ข่าวกันหมด

1351
01:41:26,414 --> 01:41:28,249
ติดคุกในโตเกียวสี่คืน

1352
01:41:28,333 --> 01:41:30,543
วันที่หกก็ยังอยู่ในคุกในโตเกียว

1353
01:41:30,627 --> 01:41:32,796
นี่คือคืนที่เจ็ดแล้วที่เขาอยู่ในคุก

1354
01:41:32,879 --> 01:41:34,923
และสำหรับนักร้องรายนี้และภรรยา

1355
01:41:35,006 --> 01:41:38,510
กระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่น
ดูจะทำงานอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน

1356
01:42:11,960 --> 01:42:15,463
มีช่วงเวลาในชีวิตที่เราคิดว่า "โอเค เรามันโง่"

1357
01:42:16,089 --> 01:42:18,258
และนั่นคือหนึ่งในนั้น ผมมันโง่

1358
01:42:20,134 --> 01:42:21,970
ผมอยู่ในห้องขังเล็กๆ ตัวคนเดียว

1359
01:42:22,720 --> 01:42:25,223
ผมเป็นเหมือนสตีฟ แม็กควีน
ใน "เดอะเกรทเอสเคป"

1360
01:42:30,979 --> 01:42:32,647
คืนแรก ผมนอนไม่หลับ

1361
01:42:32,730 --> 01:42:35,441
คืนที่สาม ผมปวดหัวจนตาพร่าทั้งคืน

1362
01:42:35,525 --> 01:42:37,527
แค่ไม่อยากอยู่ในนั้น

1363
01:42:41,197 --> 01:42:43,658
มีคนบอกผมว่าผมอาจอยู่ในนั้นเจ็ดปี

1364
01:42:47,871 --> 01:42:51,332
เราไม่เคยแยกกันมาก่อนเลยตั้งแต่แต่งงานกัน

1365
01:42:53,001 --> 01:42:57,130
ผมเห็นภาพเธอและเด็กๆ เติบโตนอกโตเกียว

1366
01:43:10,101 --> 01:43:13,605
ผมเคยจินตนาการ
ความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดเท่าที่จะนึกออก

1367
01:43:13,688 --> 01:43:15,857
คือการนั่งใต้ต้นโอ๊กในสวนของผม

1368
01:43:19,903 --> 01:43:22,906
นั่นคือความเปรมปรีดิ์สูงสุด

1369
01:43:26,993 --> 01:43:29,203
เราไม่เห็นคุณค่าช่วงเวลาเหล่านั้น

1370
01:43:29,287 --> 01:43:31,039
จนมันถูกพรากไปจากเรา

1371
01:43:39,881 --> 01:43:42,717
มีจุดหนึ่งที่ผมคิดว่า "เดี๋ยวนะ

1372
01:43:43,426 --> 01:43:44,886
ถ้าฉันได้ออกไปจากที่นี่

1373
01:43:45,929 --> 01:43:48,181
ฉันจะอยากทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ไหม"

1374
01:44:01,235 --> 01:44:04,155
พอล แม็กคาร์ตนีย์ อดีตสมาชิกวงบีเทิลส์
ถูกแฟนๆ ห้อมล้อม

1375
01:44:04,238 --> 01:44:06,658
ขณะออกจากคุกในโตเกียววันนี้

1376
01:44:06,741 --> 01:44:09,744
สำนักงานอัยการญี่ปุ่นบอกว่า
เขาทุกข์ทรมานเพียงพอแล้ว

1377
01:44:09,827 --> 01:44:11,704
และแทนที่จะกักตัวเขาไว้สำหรับการพิจารณาคดี

1378
01:44:11,788 --> 01:44:13,539
เขาถูกไล่ออกจากประเทศ

1379
01:44:37,397 --> 01:44:40,817
วันที่ 122 ที่พอล แม็กคาร์ตนีย์อยู่โดยไม่มีกัญชา

1380
01:44:41,567 --> 01:44:42,610
พนันได้เลยว่า

1381
01:44:42,694 --> 01:44:45,071
มันยากน่าดูที่ต้องเต้นตอนที่ไม่ได้เมากัญชา

1382
01:44:45,154 --> 01:44:46,030
ถูกไหม

1383
01:44:52,036 --> 01:44:54,455
คุณเพิ่งออกอัลบั้มใหม่ เป็นอัลบั้มเดี่ยว

1384
01:44:56,499 --> 01:44:57,417
(ในฐานะศิลปินเดี่ยว)

1385
01:44:57,500 --> 01:44:59,293
(กับอัลบั้มใหม่ของเขา
แม็กคาร์ตนีย์ 2)

1386
01:44:59,877 --> 01:45:01,129
เกิดอะไรขึ้นกับวิงส์

1387
01:45:01,212 --> 01:45:03,006
พอลจะกลับไปร่วมวงกับพวกเขาไหม

1388
01:45:03,089 --> 01:45:04,132
ผมคิดว่างั้นนะ

1389
01:45:04,215 --> 01:45:06,092
เราพูดคุยและคิดเรื่องนั้นกันอยู่

1390
01:45:23,609 --> 01:45:27,321
ยากที่จะบอกว่าสภาพจิตใจเขาเป็นยังไงในตอนนั้น

1391
01:45:27,405 --> 01:45:31,492
แต่พอลเข้าสตูดิโอไปมิกซ์เพลง

1392
01:45:31,576 --> 01:45:33,703
ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่น

1393
01:45:36,039 --> 01:45:39,250
ส่วนหนึ่งของ "แม็กคาร์ตนีย์ 2"
คือประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

1394
01:45:39,333 --> 01:45:41,461
"แม็กคาร์ตนีย์ 1" ออกมาค่อนข้างเร็ว

1395
01:45:41,544 --> 01:45:44,505
หลังจากที่เขาตัดสินใจจะจบกับเดอะบีเทิลส์

1396
01:45:48,259 --> 01:45:51,804
ผมคิดว่าเขาคงตั้งคำถาม
กับสถานการณ์ทั้งหมดในตอนนั้น

1397
01:45:58,770 --> 01:46:00,271
มันเป็นการปลดปล่อยสำหรับผม

1398
01:46:02,065 --> 01:46:04,567
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อหนุ่มพอล แม็กคาร์ตนีย์

1399
01:46:04,650 --> 01:46:06,277
ที่เราคาดหวังอยู่ตลอดเวลา

1400
01:46:08,905 --> 01:46:13,117
จริงหรือเปล่าที่ตอนนี้
คุณไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรเป็นรูปธรรม

1401
01:46:13,201 --> 01:46:16,788
คุณไม่ได้คิดอยากจะเขียนเพลงในแนวใหม่

1402
01:46:16,871 --> 01:46:18,372
- คุณอาจจะอยากเขียน…
- ผมมีนะ

1403
01:46:18,456 --> 01:46:20,500
ผมมีความทะเยอทะยานหลายอย่าง

1404
01:46:20,583 --> 01:46:22,418
ที่กระอักกระอ่วนคือ เวลาผมสัมภาษณ์

1405
01:46:22,502 --> 01:46:24,962
มีคนบอกว่า "ยังเหลืออะไรอีก พอล"

1406
01:46:25,046 --> 01:46:26,881
แบบว่า "ยังเหลืออะไรอีก"

1407
01:46:28,174 --> 01:46:29,592
- ผมว่า…
- อีกอย่างคือ

1408
01:46:29,675 --> 01:46:32,720
"พอล ถ้า แค่ถ้าเลย…"

1409
01:46:33,096 --> 01:46:34,347
นั่นเป็นอีกคำถามหนึ่ง

1410
01:46:35,348 --> 01:46:37,183
อันนั้นเหมือนมุกที่รู้กัน

1411
01:46:43,064 --> 01:46:46,275
ฉันมีความทรงจำในนิวยอร์กตอนเด็กๆ

1412
01:46:46,359 --> 01:46:50,822
เราทุกคนไปเยี่ยมจอห์นกับโยโกะกันที่ดาโคตา

1413
01:46:53,324 --> 01:46:54,700
มันเป็นความรู้สึกที่ดี

1414
01:46:55,118 --> 01:46:56,869
เหมือนได้รวมญาติกัน

1415
01:47:05,336 --> 01:47:08,381
เขาได้ยินเพลง "คัมมิงอัป" ทางวิทยุ แล้วก็คิดว่า

1416
01:47:09,757 --> 01:47:12,093
"ฉันต้องคิดอะไรขึ้นมาแล้ว"

1417
01:47:13,177 --> 01:47:15,930
ถ้าคุณดูคอลเล็กชันอัลบั้มเต็มของพ่อผม

1418
01:47:16,681 --> 01:47:19,308
แผ่นเสียง "แม็กคาร์ตนีย์" ของเราถูกเปิด

1419
01:47:20,393 --> 01:47:21,978
และค่อนข้างจะเยินเลยด้วย

1420
01:47:22,061 --> 01:47:25,273
บอกได้เลยว่ามันถูกเปิดฟังในฐานะแฟนเพลง

1421
01:47:26,607 --> 01:47:28,317
ไม่ได้ทำให้ผมแปลกใจเลย เพราะมันเหมือน…

1422
01:47:28,401 --> 01:47:29,235
(ตุลาคม 1980)

1423
01:47:29,360 --> 01:47:33,406
พี่ชายที่คบกันมาตั้งแต่อายุ 15
ทำให้เราแปลกใจได้ที่ไหน

1424
01:47:38,119 --> 01:47:42,081
ความโชคดีที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิตผม

1425
01:47:43,291 --> 01:47:44,542
คือพวกเราได้คืนดีกัน

1426
01:47:46,377 --> 01:47:48,546
มันสวยงาม

1427
01:47:49,046 --> 01:47:51,591
และขณะเดียวกันมันก็เศร้า

1428
01:47:53,634 --> 01:47:58,639
เรารักกันมาตลอดชีวิต

1429
01:48:03,102 --> 01:48:07,064
เราขอแทรกรายการนี้
ด้วยรายงานพิเศษของนิวส์โฟร์

1430
01:48:07,523 --> 01:48:09,317
คุณได้ฟังข่าวเศร้าเมื่อสักครู่นี้

1431
01:48:09,400 --> 01:48:12,195
ว่าอดีตสมาชิกวงบีเทิลส์ จอห์น เลนนอน
ถูกฆาตกรรมที่นี่ในนิวยอร์ก

1432
01:48:12,278 --> 01:48:13,988
เรามีรายละเอียดเพิ่มเติมมารายงาน

1433
01:48:14,071 --> 01:48:15,907
เขาโดนยิงเสียชีวิตหน้าบ้านของเขา

1434
01:48:15,990 --> 01:48:17,825
ที่อัปเปอร์เวสต์ไซด์ในแมนแฮตตัน…

1435
01:48:32,548 --> 01:48:33,758
ฉันจำช่วงเวลานั้นได้

1436
01:48:36,552 --> 01:48:38,012
ฉันจำได้ว่าโทรศัพท์ดัง

1437
01:48:39,889 --> 01:48:43,434
ฉันจำได้ว่ามี… ปฏิกิริยาที่ใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา

1438
01:48:45,436 --> 01:48:48,564
แล้วเขาก็ออกจากครัวไปข้างนอก

1439
01:48:50,566 --> 01:48:54,737
เป็นเรื่องที่ทำให้ใจสลายจริงๆ

1440
01:48:58,908 --> 01:49:01,661
คุณมีปฏิกิริยายังไง
กับการเสียชีวิตของจอห์น เลนนอน

1441
01:49:01,744 --> 01:49:02,578
หรือที่จอห์น เลนนอน…

1442
01:49:02,662 --> 01:49:05,164
ผมตกใจมากครับ เป็นข่าวที่เลวร้ายมาก

1443
01:49:05,248 --> 01:49:07,583
เมื่อไหร่ที่คุณ… คุณทราบได้ยังไงครับ

1444
01:49:07,667 --> 01:49:09,168
ผมได้รับโทรศัพท์เมื่อเช้านี้

1445
01:49:09,252 --> 01:49:10,419
ผมสังเกตเห็น…

1446
01:49:11,587 --> 01:49:13,214
แววตาของเขา

1447
01:49:13,297 --> 01:49:17,551
และน้ำเสียงของเขา รู้สึกเหมือนคนที่…

1448
01:49:17,635 --> 01:49:22,932
ไม่สามารถทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้

1449
01:49:23,015 --> 01:49:24,558
เขาดูแทบจะ…

1450
01:49:26,185 --> 01:49:27,103
เหมือนหุ่นยนต์

1451
01:49:27,770 --> 01:49:31,232
ซึ่งผมคิดว่าอาจเป็นไปได้
ที่บางคนจะมองว่าเป็นความเย็นชา

1452
01:49:31,315 --> 01:49:32,733
แต่ผมไม่เคยมองแบบนั้น

1453
01:49:33,693 --> 01:49:36,404
เพราะแม้กระทั่งตอนนั้นผมก็เข้าใจว่ามันเป็นยังไง

1454
01:49:36,487 --> 01:49:38,531
เมื่อเกิดเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นขึ้น

1455
01:49:39,824 --> 01:49:41,158
ไปต่อนะครับ

1456
01:49:41,242 --> 01:49:42,118
แย่ใช่ไหมล่ะ

1457
01:49:42,785 --> 01:49:43,869
โอเคครับ ขอบคุณครับ

1458
01:49:43,953 --> 01:49:45,162
เอาละทุกคน

1459
01:49:45,246 --> 01:49:47,039
ขอบคุณครับ สวัสดี

1460
01:49:47,957 --> 01:49:49,000
ครับ สวัสดี

1461
01:49:50,584 --> 01:49:53,045
ตอนที่เดอะบีเทิลส์แยกวง เขาต้องเติบโต

1462
01:49:54,213 --> 01:49:56,674
แต่ในแง่หนึ่ง ผมคิดว่าการจากไปของพ่อผม

1463
01:49:56,757 --> 01:49:59,051
น่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเติบโตของจริง

1464
01:50:00,720 --> 01:50:04,932
พวกเขามีเคมีที่เข้ากันแบบที่พันปีจะมีสักหน

1465
01:50:05,766 --> 01:50:09,312
ผมไม่คิดว่าเราจะได้เห็นอะไรแบบนั้นอีก

1466
01:50:15,318 --> 01:50:16,944
(ดิเอนด์)

1467
01:50:17,069 --> 01:50:17,987
ผมรู้

1468
01:50:19,280 --> 01:50:24,285
แต่เวลาก็ช่วยบรรเทาได้มาก

1469
01:50:25,995 --> 01:50:29,206
พอล แม็กคาร์ตนีย์ยกระดับการรักษาความปลอดภัย

1470
01:50:29,290 --> 01:50:32,043
หมายความว่าวงวิงส์ของเขา
จะไม่เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต

1471
01:50:32,126 --> 01:50:35,379
นำไปสู่การลาออกของสมาชิกหนึ่งราย
เด็นนี่ เลน ชาวมิดแลนด์โดยกำเนิด

1472
01:50:40,384 --> 01:50:42,678
เอาหน่อย ชาร์ลี เอาไปให้พวกเขา

1473
01:50:42,762 --> 01:50:44,221
เราเป็นยังไงบ้าง…

1474
01:50:44,347 --> 01:50:45,348
มันไม่ใช่จุดจบ

1475
01:50:45,431 --> 01:50:47,433
ก็แค่เราไม่ได้ออกทัวร์อีก

1476
01:50:47,516 --> 01:50:49,143
หรือทำอัลบั้มใหม่

1477
01:50:49,727 --> 01:50:53,064
แต่ผม พอล และลินดายังแน่นแฟ้นกันดี

1478
01:51:15,878 --> 01:51:18,464
กับวงวิงส์ เราคิดเสมอว่าเราล้มเหลว

1479
01:51:18,547 --> 01:51:21,217
เพราะเราเปรียบเทียบทุกอย่าง
กับเดอะบีเทิลส์เสมอ

1480
01:51:21,967 --> 01:51:26,472
คนแรกที่ค้นพบเรื่องนี้คือหลานชายผมเอง

1481
01:51:27,515 --> 01:51:30,267
เขาบอกว่า "รู้ไหมอัลบั้มไหนที่ผมชอบมาก"

1482
01:51:30,726 --> 01:51:32,645
คิดว่าจะเป็น "ซาร์เจนต์เปปเปอร์" อะไรทำนองนั้น

1483
01:51:32,728 --> 01:51:34,230
เขาบอกว่า "แรม"

1484
01:51:34,355 --> 01:51:35,940
ผมถามว่า "จริงเหรอ"

1485
01:51:38,818 --> 01:51:41,112
ทั้งหมดช่างบริสุทธิ์และจริงใจ

1486
01:51:41,195 --> 01:51:45,199
ต้องใช้ความเข้มแข็งอย่างมากที่จะเลือกเส้นทางนั้น

1487
01:51:46,909 --> 01:51:48,786
และฉันว่าเราสัมผัสถึงมันได้ในดนตรีของเขา

1488
01:51:50,162 --> 01:51:54,291
ฉันเชื่อว่านั่นเป็นช่วงหลายปีที่ดีที่สุด
ของชีวิตเราทุกคนเลย

1489
01:52:17,231 --> 01:52:20,568
ขณะที่เราอายุมากขึ้น อัตตาของเราก็อิ่มตัวขึ้น

1490
01:52:20,651 --> 01:52:25,197
เราตระหนักว่าไม่จำเป็นต้อง
รอฟังคำชมจากคนอื่นตลอดเวลา

1491
01:52:25,281 --> 01:52:27,491
เราเริ่มจะพอใจกับ "ฉันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่"

1492
01:52:28,951 --> 01:52:30,578
แต่ฉันไม่ใช่คนใจร้าย

1493
01:52:33,122 --> 01:52:34,498
เราก็แค่เริ่มพัฒนาตัวเอง

1494
01:52:34,582 --> 01:52:38,461
จากภายนอกสู่ภายใน

1495
01:52:41,797 --> 01:52:45,384
ตอนที่เราอยู่ที่สกอตแลนด์ เริ่มสร้างชีวิตใหม่นี้

1496
01:52:47,678 --> 01:52:49,805
มันเป็นเรื่องของการต้องเติบโต

1497
01:52:52,183 --> 01:52:54,810
ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ดีนะ การเติบโตน่ะ

1498
01:53:07,364 --> 01:53:11,327
ผมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่
ที่จะตามรอยเดอะบีเทิลส์

1499
01:53:11,869 --> 01:53:13,287
แต่ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป

1500
01:53:13,370 --> 01:53:19,043
ผมคิดว่าเราทำให้
สิ่งที่ดูเหมือนฝันที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นจริง

1501
01:53:20,336 --> 01:53:21,879
นั่นคือความมหัศจรรย์ของมัน

1502
01:55:06,150 --> 01:55:08,152
คำบรรยายโดย ดอม กัณฑ์พินิจชา

1503
01:55:08,235 --> 01:55:10,237
ผู้ตรวจสอบงานแปล
วิสาขา ภูริไกร



