1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:18,268 --> 00:00:22,564
(ไมค์ เบอร์บิเกลีย)

4
00:00:23,815 --> 00:00:29,029
(ชีวิตดีๆ)

5
00:00:42,459 --> 00:00:43,626
ขอบคุณมาก

6
00:00:46,755 --> 00:00:49,674
ขอบคุณครับ
ดีใจที่ได้เจอทุกคน ขอบคุณที่มา

7
00:00:50,925 --> 00:00:52,385
สบายดีไหม ไง

8
00:00:54,637 --> 00:00:56,014
ขอบคุณมาก ผม…

9
00:00:58,600 --> 00:00:59,726
ขอบคุณ

10
00:01:00,560 --> 00:01:01,394
ผม…

11
00:01:06,191 --> 00:01:07,525
ประมาณปีที่แล้ว

12
00:01:10,070 --> 00:01:11,946
ผมกำลังเดินพาลูกสาวกลับจากโรงเรียน

13
00:01:12,030 --> 00:01:14,074
ผมกับภรรยาแล้วก็ลูกสาว
เราอาศัยอยู่ที่บรุกลิน

14
00:01:14,157 --> 00:01:17,077
แถวนั้นมีร้านขายกัญชาเยอะเลย
แล้วก็ตั้งชื่อกันแบ๊วๆ

15
00:01:17,160 --> 00:01:19,579
อย่าง "ซูซานควันโขมง"

16
00:01:21,247 --> 00:01:23,041
กับ "ใช่ เราทำกัญชาได้"

17
00:01:23,124 --> 00:01:27,921
แล้วอูนาลูกสาวผมเงยหน้ามอง
เธออายุเก้าขวบ

18
00:01:28,004 --> 00:01:33,468
เธอเงยหน้ามองชื่อร้านนึงแล้วก็ถามว่า
"พ่อ ชีวิตดีๆ คืออะไรเหรอคะ"

19
00:01:35,178 --> 00:01:37,097
ผมแบบ "พ่อไม่รู้เลย"

20
00:01:39,099 --> 00:01:41,476
“ที่พ่อทำอยู่ไม่น่าจะใช่อะ” และ…

21
00:01:42,310 --> 00:01:44,395
แต่มันก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผมแบบว่า

22
00:01:44,479 --> 00:01:48,149
"ฉันควรพยายามอธิบายเรื่องยาเสพติดให้ลูกฟัง"

23
00:01:49,025 --> 00:01:53,530
แบบว่า "คือมีบางคนเขาใช้ยา
แล้วมันแบบทำให้สมองรู้สึกมีความสุข

24
00:01:53,613 --> 00:01:55,448
แต่มันเป็นความสุขปลอมๆ

25
00:01:55,532 --> 00:01:59,369
แล้วเราไม่ควรจะสุขมากไป
เพราะไม่งั้นเราจะต้องใช้มากขึ้นอีก

26
00:01:59,452 --> 00:02:02,539
เพื่อให้ได้ความสุขเท่าครั้งแรกที่ใช้"

27
00:02:02,622 --> 00:02:05,708
“แล้วพอถึงครั้งที่แปดหรือเก้า
ทีนี้เราก็จะซวยละ”

28
00:02:05,792 --> 00:02:09,170
“เอาเป็นว่า แม่กับพ่อก็ใช้บ้าง"

29
00:02:09,254 --> 00:02:12,298
"แต่ไม่บ่อย ส่วนใหญ่ใช้ตอนเรายังเด็ก”

30
00:02:12,382 --> 00:02:15,760
"ไม่ได้เด็กเท่าลูกนะ แบบแก่กว่าลูกตอนนี้สามปี"

31
00:02:17,137 --> 00:02:19,931
ผมก็ต้องอธิบาย
เรื่องยาเสพติดให้ลูกสาวฟังอยู่แล้ว

32
00:02:20,014 --> 00:02:22,517
แต่ผมไม่… ไม่มีใคร
เคยอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังเลย

33
00:02:22,600 --> 00:02:24,144
พ่อแม่ผมไม่เคยอธิบายให้ฟัง

34
00:02:24,227 --> 00:02:27,272
ที่พอจะใกล้เคียงที่สุดก็คือสมัยป.6

35
00:02:27,355 --> 00:02:30,316
เขามีโครงการที่ชื่อว่าแดร์
แล้วมันก็ยุค 80 ด้วยไง

36
00:02:30,400 --> 00:02:36,364
มันเป็นตัวย่อของ การศึกษา
เพื่อการต่อต้านการใช้ยาเสพติดในทางที่ผิด

37
00:02:36,447 --> 00:02:39,784
ซึ่งฟังดูเหมือนคนเมายานั่งคิดกันขึ้นมาเอง

38
00:02:39,868 --> 00:02:43,538
ประมาณว่า “ต้องมีสี่คำนะเว้ย”

39
00:02:45,123 --> 00:02:46,875
“เรารู้แล้วนี่ว่า 'ดี' ย่อมาจากอะไร”

40
00:02:50,837 --> 00:02:54,465
“เสื้อจะพิมพ์วันจันทร์แล้วนะ”

41
00:02:55,550 --> 00:02:57,927
เป็นแคมเปญที่ใช้เสื้อเป็นตัวขับเคลื่อนจริงๆ

42
00:02:58,011 --> 00:03:03,349
แต่อย่าไปดูถูกเขาละ
เสื้อพวกนั้น ทุกวันนี้ก็ยังมีคนใส่อยู่

43
00:03:03,433 --> 00:03:06,895
โดยคนที่ยังใช้ยาอยู่นั่นแหละ

44
00:03:06,978 --> 00:03:07,854
และ…

45
00:03:12,483 --> 00:03:16,654
ก่อนโครงการแดร์นี่
ผมไม่เคยคิดจะยุ่งกับยาเสพติดเลยด้วยซ้ำ และ…

46
00:03:20,408 --> 00:03:24,120
แต่พอเขาเอาทุกอย่างมาเรียงตรงหน้า
ผมนี่แบบ "ฉันควรจะลองซะหน่อย

47
00:03:24,204 --> 00:03:25,914
แล้วค่อยตัดสินใจอย่างมีข้อมูล"

48
00:03:25,997 --> 00:03:28,499
เพราะพวกเขาพูดซะฟังดูน่าตื่นเต้นมาก

49
00:03:28,583 --> 00:03:31,461
แบบ "จะมีเด็กๆ เข้าหาเธอ"
ผมก็แบบ "พูดต่อเลยครับ"

50
00:03:31,544 --> 00:03:33,880
เพราะผมไม่เคยมีเด็กที่ไหนเข้าหาผม

51
00:03:33,963 --> 00:03:36,591
นี่เป็นพัฒนาการด้านสังคมที่น่าตื่นเต้นที่สุด

52
00:03:37,675 --> 00:03:38,593
ในวัยเด็กของผมเลย

53
00:03:38,676 --> 00:03:41,721
"จะมีเด็กๆ เข้าหาเธอ
พวกเขาจะเสนอยาบ้าให้

54
00:03:44,766 --> 00:03:45,767
กับเห็ดเมา

55
00:03:46,809 --> 00:03:47,894
แล้วก็ผงนางฟ้า"

56
00:03:47,977 --> 00:03:49,729
ผมแบบ "ผงนางฟ้าเหรอ"

57
00:03:50,480 --> 00:03:54,317
ผมเป็นเด็กป.6 ที่ช่วยทำพิธีในโบสถ์
ผมงี้แบบ "ฉันจะลองผงนางฟ้านี่

58
00:03:55,068 --> 00:03:58,696
แล้วล่องลอยสู่สวรรค์
ไปเคียงข้างพระเยซูคริสต์"

59
00:04:00,990 --> 00:04:03,576
จนถึงทุกวันนี้
ยังไม่เคยมีใครมาชวนผมลองยาบ้า

60
00:04:05,036 --> 00:04:06,663
หรือผงนางฟ้า

61
00:04:06,746 --> 00:04:09,707
หรือ… แม้แต่โคเคนก็ยังไม่มีใครเสนอเลย

62
00:04:09,791 --> 00:04:12,460
ผมไม่เคยเห็นโคเคนเลย

63
00:04:12,543 --> 00:04:16,547
พูดแบบนี้บางคนไม่ยอมเชื่อ
คือผมทำงานในไนต์คลับ

64
00:04:16,631 --> 00:04:20,176
แต่กลับไม่เคยมีใครคิดเลยว่า
“เราควรเอานี่ให้ไมค์ดูนะ”

65
00:04:22,762 --> 00:04:24,430
คือแบบ “ฉันดูเป็นคนยังไงเนี่ย”

66
00:04:25,723 --> 00:04:26,891
คนเขามองผมแบบนั้น

67
00:04:26,975 --> 00:04:29,352
วันก่อนผมไปเดินเล่นที่สวนวอชิงตันสแควร์

68
00:04:29,435 --> 00:04:31,729
แล้วก็มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าผม

69
00:04:31,813 --> 00:04:34,440
แล้วก็มีคนพูดกับคนแปลกหน้าคนนั้นว่า

70
00:04:34,524 --> 00:04:38,278
“มีตำรวจนอกเครื่องแบบ
เดินตามหลังคุณอยู่แน่ะ” แล้ว…

71
00:04:45,034 --> 00:04:47,912
แล้วเขาก็หันกลับมามองผม

72
00:04:47,996 --> 00:04:50,498
ผมก็หันไปมองข้างหลังตัวเอง

73
00:04:50,581 --> 00:04:53,001
ไม่เห็นจะมีใครเลย

74
00:04:54,794 --> 00:04:57,672
ผมเลยบอกคนแปลกหน้าคนนี้ไปว่า "ไม่"

75
00:04:58,715 --> 00:05:01,676
ซึ่งนั่นแหละ
สิ่งที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเขาจะพูดกัน

76
00:05:06,597 --> 00:05:09,475
ผมเลยไม่เคยใช้ยาเสพติด
เพื่อความบันเทิงเลยสักที

77
00:05:09,559 --> 00:05:12,061
ขนาดตอนเรียนมหา’ลัย เพื่อนๆ ผมสูบกัญชากัน

78
00:05:12,145 --> 00:05:15,023
แต่มีผมนี่แหละที่เพื่อนไม่ชวน
เพราะสูบกับผมมันน่าเบื่อ

79
00:05:15,106 --> 00:05:17,734
ผมจะเป็นพวกที่แบบ
“พวกนายเกลียดฉันใช่มั้ย”

80
00:05:17,817 --> 00:05:19,360
“ทำไมหัวใจฉันเจ็บอะ”

81
00:05:19,444 --> 00:05:23,072
“นี่ฉันเป็นโรคกระดูกอ่อนรึเปล่า
ใครอยู่ที่ประตู”

82
00:05:23,156 --> 00:05:25,908
คือผมเป็นพวกที่อยู่ด้วยแล้วไม่หนุกอะ

83
00:05:25,992 --> 00:05:30,288
สุดท้ายผมก็เลยไม่ไปทางนั้น และ…

84
00:05:31,873 --> 00:05:33,583
แต่ผมก็ใช้ยาตามใบสั่งแพทย์นะ

85
00:05:33,666 --> 00:05:37,003
ไม่ใช่ว่าอยากใช้ แต่ต้องใช้

86
00:05:37,086 --> 00:05:40,089
เพราะผมมีอาการนอนละเมอขั้นรุนแรง

87
00:05:40,173 --> 00:05:41,674
เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน

88
00:05:41,758 --> 00:05:45,678
ผมเคยละเมอแล้วเดินทะลุหน้าต่างชั้นสอง

89
00:05:45,762 --> 00:05:47,764
ของโรงแรมลากินตาอินน์

90
00:05:47,847 --> 00:05:49,849
ที่วอลลา วอลลา รัฐวอชิงตัน

91
00:05:49,932 --> 00:05:51,392
เรื่องจริงนะ

92
00:05:51,476 --> 00:05:52,727
แล้วพอคุณทำแบบนั้นสักครั้ง

93
00:05:52,810 --> 00:05:56,272
เขาก็จะขุดเรื่องนี้
ขึ้นมาพูดทุกครั้งที่คุณไปหาหมอ และ…

94
00:05:58,066 --> 00:06:00,985
ผมโดนหมอวินิจฉัยตั้งแต่ 20 ปีก่อน
ว่าเป็นโรคหายากมากโรคหนึ่ง

95
00:06:01,069 --> 00:06:03,237
โรคพฤติกรรมการนอนระยะอาร์อีเอ็มผิดปกติ

96
00:06:03,321 --> 00:06:06,532
ผมพูดถึงมันบ่อยมากในการแสดงตลกของผม

97
00:06:06,616 --> 00:06:10,995
ว่าถ้าคุณเรียนหมอ
แล้วเรียนถึงเรื่องความผิดปกติด้านการนอน

98
00:06:11,079 --> 00:06:12,622
ในคู่มือวินิจฉัยโรคทางจิตเวช

99
00:06:12,705 --> 00:06:15,875
ตัวอย่างของโรค
พฤติกรรมการนอนระยะอาร์อีเอ็มผิดปกติ

100
00:06:16,959 --> 00:06:18,044
ก็คือผมครับ

101
00:06:24,133 --> 00:06:25,718
พ่อผมเป็นหมอ

102
00:06:25,802 --> 00:06:28,805
พ่ออยากให้ผมเรียนหมอแต่ผมไม่ได้เรียน

103
00:06:29,889 --> 00:06:31,057
แต่ผมอยู่ในนั้น

104
00:06:34,268 --> 00:06:35,978
จะว่าไปคือผมสอนหมอ

105
00:06:42,777 --> 00:06:45,655
สองสามปีก่อนผมไปหาหมอ
ที่ดูแลเรื่องการนอนของผมและพูดเรื่องนี้

106
00:06:45,738 --> 00:06:49,992
ผมบอกว่า "หมอรู้มั้ยว่าในดีเอสเอ็ม
ตัวอย่างของโรคอาร์บีดีคือผมเอง"

107
00:06:50,076 --> 00:06:51,994
เขาก็ตอบว่า “ไม่เข้าท่าแล้ว”

108
00:06:55,206 --> 00:06:56,707
ผมก็ "หมายความว่าไง"

109
00:06:57,583 --> 00:06:58,709
"เราทำสำเร็จแล้วไง"

110
00:07:02,713 --> 00:07:05,967
เขาบอกว่า “ปัญหาคือผมยังไม่มั่นใจ

111
00:07:06,050 --> 00:07:08,594
ว่านั่นคือโรคที่คุณเป็นจริงๆ”

112
00:07:12,223 --> 00:07:14,934
ผมก็ว่า “เราคงต้องเขียนอีเมลส่งหาทุกคนแล้ว

113
00:07:16,936 --> 00:07:20,273
เพราะตอนนี้มีคนเดินอยู่เต็มโลก

114
00:07:20,356 --> 00:07:22,859
ที่คิดว่าตัวเองเป็นโรคไมค์ เบอร์บิเกลีย

115
00:07:23,484 --> 00:07:25,778
แต่ไมค์ เบอร์บิเกลียอาจไม่ได้เป็นโรคนั้น"

116
00:07:26,696 --> 00:07:28,781
คุณลองนึกภาพว่าลู เกห์ริก…

117
00:07:32,326 --> 00:07:34,996
ออกมาแบบ "จริงๆ แล้ว ผมรู้สึกสบายดีนะ"

118
00:07:35,746 --> 00:07:37,999
“ผมว่าผมอาจจะกลับไปเล่นเบสบอลอีกครั้ง”

119
00:07:38,583 --> 00:07:40,710
คนคงฉุนขาดกันแน่นอน

120
00:07:44,672 --> 00:07:48,968
ใช่ครับ ผมเพิ่งเอาตัวเองไปเทียบกับลู เกห์ริก

121
00:07:53,681 --> 00:07:55,683
เหตุผลที่ผมพูดถึงเรื่องนอนละเมอก็เพราะว่า

122
00:07:55,766 --> 00:07:59,020
ยี่สิบปีก่อน ผมถูกวินิจฉัยว่าเป็น
โรคพฤติกรรมการนอนระยะอาร์อีเอ็มผิดปกติ

123
00:07:59,103 --> 00:08:01,105
แล้วหมอก็จ่ายยาโคลโนพินให้ผม

124
00:08:01,189 --> 00:08:05,485
เมื่อไม่นานมานี้ ผมไปหาหมอคนใหม่
เธอเปิดแฟ้มประวัติผมดู

125
00:08:05,568 --> 00:08:08,404
แล้วก็พูดว่า
“คุณกินโคลโนพินมาตลอด 20 ปีเลยเหรอ”

126
00:08:08,488 --> 00:08:10,948
ผมตอบว่า “ครับ” เธอก็พูดว่า “อืม”

127
00:08:11,032 --> 00:08:12,033
ผมก็แบบ…

128
00:08:14,202 --> 00:08:18,414
นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากได้ยินตอนไปหาหมอ

129
00:08:19,999 --> 00:08:21,292
ผมถามว่า “หมอกังวลเหรอ”

130
00:08:21,375 --> 00:08:23,669
เธอตอบว่า “คุณรู้ผลข้างเคียงของยานี่ไหม”

131
00:08:23,753 --> 00:08:24,921
ผมก็ “ไม่รู้ครับ”

132
00:08:25,004 --> 00:08:29,425
เธอก็พูดว่า “ซึมเศร้า
ความจำเสื่อม การเคลื่อนไหวแย่ลง…”

133
00:08:30,384 --> 00:08:35,014
ผมก็ “อ้าว ผมก็นึกว่านั่นคือบุคลิกของผม”

134
00:08:35,097 --> 00:08:39,393
มันเป็นช่วงเวลาที่แปลกของชีวิตเลยนะครับ

135
00:08:39,477 --> 00:08:43,272
เมื่อคุณรู้ว่าบุคลิกของคุณ
จริงๆ แล้วคือผลข้างเคียงของยา

136
00:08:48,236 --> 00:08:51,656
เพราะตั้งแต่นั้น ผมก็เริ่มระแวดระวัง
กับทุกพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

137
00:08:51,739 --> 00:08:53,658
เช่นอย่างหนึ่งที่ผมทำทุกคืนก่อนนอน

138
00:08:53,741 --> 00:08:57,119
คือผมต้องกินโคลโนพินในปริมาณ 1.5 มิลลิกรัม

139
00:08:57,203 --> 00:09:01,707
ซึ่งผมต้องหักเม็ดยาให้ได้ครึ่งหนึ่งเป๊ะๆ

140
00:09:01,791 --> 00:09:05,002
แล้วใครล่ะที่ไม่ควรรับหน้าที่ที่ต้องเป๊ะแบบนี้

141
00:09:06,504 --> 00:09:08,339
ก็คนที่การเคลื่อนไหวแย่อย่างผมไง

142
00:09:08,422 --> 00:09:11,509
แต่เพราะผมไม่มีทางเลือกก็ต้องหักครึ่งไป

143
00:09:11,592 --> 00:09:15,680
แล้วมันก็มีผงโคลโนพินกระจายเต็มอ่างล้างหน้า

144
00:09:15,763 --> 00:09:17,932
แล้วผมก็หดหู่

145
00:09:18,015 --> 00:09:23,187
แล้วผมก็ร้องไห้ใส่ผงยา

146
00:09:23,271 --> 00:09:27,525
น้ำตาก็ไหลลงไปผสมกับผงยานั่น
กลายเป็นโคลโนพินซอร์เบต์

147
00:09:27,608 --> 00:09:30,695
แล้วผมก็ก้มลงเลีย…

148
00:09:35,700 --> 00:09:38,452
สิ่งที่ผมคิดว่าคือยาครึ่งมิลลิกรัม

149
00:09:41,581 --> 00:09:44,542
แต่เอาจริงๆ ไม่มีทางใช่ครึ่งมิลลิกรัม

150
00:09:45,459 --> 00:09:47,837
แล้วผมจะอธิบายเรื่องนั้นให้ลูกสาวผมฟังยังไง

151
00:09:55,219 --> 00:09:58,306
ว่านั่นแหละชีวิตดีๆ นั่นแหละของดีเหรอ

152
00:10:01,684 --> 00:10:05,646
มีหลายอย่างเลย
ที่ผมรู้สึกว่าอธิบายให้ลูกฟังไม่ได้

153
00:10:05,730 --> 00:10:08,691
เธออายุเก้าขวบแล้ว
แล้วมันก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ

154
00:10:08,774 --> 00:10:11,277
เพราะตอนลูกๆ ยังเล็ก
มันไม่ต้องอธิบายอะไรมาก

155
00:10:11,360 --> 00:10:13,613
พวกเขาคือกระสอบข้าวที่กระดุกกระดิกได้

156
00:10:13,696 --> 00:10:15,823
และเราก็แค่ต้องทำให้
พวกเขายังกระดุกกระดิกอยู่

157
00:10:15,906 --> 00:10:18,909
ต่อให้ถึงวัยหัดเดินมันก็ยังง่ายอยู่

158
00:10:18,993 --> 00:10:20,244
เหมือนชู้ตลูกตรงปากห่วง

159
00:10:20,328 --> 00:10:23,289
"นั่นอะไรคะ" "นั่นคือไข่ลูก
ฉันนี่โคตรฉลาดเลย" ประมาณนั้น

160
00:10:23,372 --> 00:10:24,206
แต่…

161
00:10:27,043 --> 00:10:29,170
แล้วภรรยาผมก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากกว่าผม

162
00:10:29,253 --> 00:10:31,088
เธอเป็นกวี ผมเป็นนักแสดงตลก

163
00:10:31,672 --> 00:10:33,466
พอรวมกันเราคือเป็นประติมากร

164
00:10:33,549 --> 00:10:37,136
คือเราก็ไม่รู้อะไรมาก

165
00:10:37,219 --> 00:10:40,556
คือเราอ่านหนังสือเกี่ยวกับใบไม้มาหลายร้อยเล่ม

166
00:10:40,640 --> 00:10:42,058
แต่เอาเข้าจริง…

167
00:10:43,684 --> 00:10:47,063
เราก็ยังอธิบายใบไม้ยังไม่ค่อยได้เลย แล้ว…

168
00:10:49,398 --> 00:10:52,443
ผมเริ่มเข้าใจเรื่องที่พูดมานี่ชัดขึ้น
เมื่อราวปีที่ผ่านมานี่

169
00:10:52,526 --> 00:10:54,862
เพราะผมได้รับโทรศัพท์จากแม่

170
00:10:55,613 --> 00:10:58,157
แม่บอกว่า "อาทิตย์นี้พ่อเขาล้มป่วย

171
00:10:58,783 --> 00:11:03,079
แม่พยายามจะให้เขาไปหาหมอ
แต่เขาไม่ยอมไป"

172
00:11:03,162 --> 00:11:06,165
“แล้วเมื่อวานนี้ เขาล้มในอ่างอาบน้ำ

173
00:11:06,248 --> 00:11:07,875
แม่โทรหา 911

174
00:11:07,958 --> 00:11:12,880
รถพยาบาลพาเขาเข้าห้องฉุกเฉิน
แล้วพบว่าเขาเส้นเลือดในสมองแตก"

175
00:11:16,092 --> 00:11:17,718
แล้วผมก็วางสาย

176
00:11:17,802 --> 00:11:20,638
ผมอยู่คนเดียวในห้องนอน

177
00:11:20,721 --> 00:11:24,183
ผมเดินเข้าไปในตู้เสื้อผ้า แล้วก็จัดของไปเรื่อยๆ

178
00:11:24,266 --> 00:11:26,352
แล้วอยู่ๆ ผมก็ร้องไห้ออกมา

179
00:11:28,229 --> 00:11:32,900
อูนาลูกผมเข้ามา
แล้วก็พูดว่า"พ่อเป็นอะไรไปคะ"

180
00:11:34,485 --> 00:11:38,239
ผมก็บอกว่า "ปู่เขาเส้นเลือดในสมองแตก"

181
00:11:40,366 --> 00:11:44,787
เธอก็พูดว่า
"เส้นเลือดในสมองแตกคืออะไรเหรอ"

182
00:11:49,583 --> 00:11:51,544
และนั่นคือตอนที่ผมรู้ตัวว่า…

183
00:11:56,841 --> 00:12:00,136
ผมอธิบายไม่ได้จริงๆ ว่า
เส้นเลือดในสมองแตกคืออะไร

184
00:12:04,223 --> 00:12:05,808
ผมก็พยายามจะงูๆ ปลาๆ

185
00:12:05,891 --> 00:12:09,895
คือ… ผมพอจะรู้หลักใหญ่ใจความ

186
00:12:09,979 --> 00:12:15,109
ผมแบบ “มันคือการบาดเจ็บในสมอง
แล้วก็มีเลือดออกในสมอง”

187
00:12:15,192 --> 00:12:18,863
จากนั้นก็เข้าสู่โหมดคิดอะไรออกก็พูดไปเรื่อยแล้ว

188
00:12:21,866 --> 00:12:24,577
ผมแบบ "สมองมันเลือดออก

189
00:12:24,660 --> 00:12:27,913
พ่อก็ไม่แน่ใจว่าเลือดมันอยู่ตรงไหน

190
00:12:27,997 --> 00:12:30,291
แต่คิดว่าอยู่ในเส้นเลือดมั้ง

191
00:12:30,374 --> 00:12:34,211
ซึ่งมันก็อยู่ในนั้นนั่นแหละ เข้าใจนะ

192
00:12:34,295 --> 00:12:37,006
แต่ตอนนี้มันอยู่ทุกที่เลย"

193
00:12:39,633 --> 00:12:41,635
"พ่อว่านะ แล้ว…

194
00:12:44,180 --> 00:12:48,142
เอาเข้าจริง ร่างกายของเราทั้งตัว
ก็เต็มไปด้วยเลือดทั้งนั้นเลย"

195
00:12:49,602 --> 00:12:54,064
"เลือดไม่รู้กี่แกลลอนต่อกี่แกลลอน
อยู่เต็มทั่วร่างไปหมดเลย"

196
00:12:54,148 --> 00:12:56,692
"จะพูดไปก็คือเราเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา"

197
00:12:58,068 --> 00:13:00,154
"เรื่องนี้ลองไปถามแม่เขาดูดีกว่า"

198
00:13:03,491 --> 00:13:04,533
"หรือถามปู่"

199
00:13:04,617 --> 00:13:07,953
"แต่อย่าเพิ่งถามอาทิตย์นี้นะลูก" แล้ว…

200
00:13:09,955 --> 00:13:12,708
แล้วอูนาก็ถามว่า
“คุณปู่วินจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”

201
00:13:12,792 --> 00:13:16,504
ผมก็ตอบว่า “พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันลูก
คืนนี้พ่อจะกลับไปบ้าน”

202
00:13:17,004 --> 00:13:20,049
คืนนั้นผมขับรถไปที่พรอวิเดนซ์ โรดไอแลนด์

203
00:13:20,132 --> 00:13:21,091
ไปที่โรงพยาบาล

204
00:13:21,175 --> 00:13:25,304
ผมขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นแปด

205
00:13:25,387 --> 00:13:31,060
ไปที่แผนกผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
แล้วผมก็เห็นพ่อ เขาเหมือนเหลือแค่เปลือก

206
00:13:31,143 --> 00:13:35,105
ร่างกายครึ่งนึงขยับไม่ได้เลย
แล้วก็พูดอะไรแทบไม่ได้

207
00:13:35,189 --> 00:13:38,442
จากนั้นคุณหมอระบบประสาท
ก็เดินเข้ามาแล้วพูดว่า “วินซ์”

208
00:13:39,026 --> 00:13:41,695
“เราจะเจาะน้ำไขสันหลังนะคะ”

209
00:13:42,363 --> 00:13:45,991
พ่อผมบังเอิญก็เป็นอดีตคุณหมอระบบประสาท

210
00:13:46,826 --> 00:13:49,495
แล้วทั้งที่เขาอยู่ในสภาพนั้น

211
00:13:49,578 --> 00:13:55,125
เขายังไม่วาย
แนะนำว่าจะเจาะน้ำไขสันหลังแบบไหน

212
00:13:55,209 --> 00:14:00,256
เขาพูดว่า "เจาะแบบใช้เครื่องนำทาง"

213
00:14:01,465 --> 00:14:02,758
ซึ่งน่าประทับใจมาก

214
00:14:04,009 --> 00:14:08,722
แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี
ที่ทำให้เห็นว่าพ่อผมชอบควบคุมขนาดไหน

215
00:14:08,806 --> 00:14:13,727
ผมกำลังดูหมอระบบประสาทที่ตายไปครึ่งตัว

216
00:14:14,728 --> 00:14:17,731
บอกหมอระบบประสาทที่ยังอยู่ดีเต็มตัว

217
00:14:19,316 --> 00:14:20,693
ว่าควรทำงานของเธอยังไง

218
00:14:20,776 --> 00:14:24,655
นี่มันขั้นกว่าของบุรุษธิบายแล้ว

219
00:14:24,738 --> 00:14:28,492
นี่มันอาสัญบุรุษธิบายเลย

220
00:14:28,576 --> 00:14:32,997
ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า "บุรุษธิบาย"

221
00:14:33,080 --> 00:14:38,419
มันคือการที่ผู้ชายอธิบายอะไรให้ผู้หญิงฟัง
ทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นอาจรู้เรื่องนั้น

222
00:14:38,919 --> 00:14:39,837
ดีกว่าผู้ชายคนนั้นอีก

223
00:14:39,920 --> 00:14:44,008
ผมไม่ได้อธิบายให้คุณฟังนะ
ผมแค่เจรจาพาทีให้ฟัง

224
00:14:44,091 --> 00:14:47,928
ผมเป็น "บุรุษพาที" แล้ว…

225
00:14:53,517 --> 00:14:56,729
มันเจ็บปวดมากเลยครับ
ที่เห็นพ่ออยู่ในสภาพแบบนั้น

226
00:14:56,812 --> 00:14:58,397
เพราะตอนที่ผมยังเป็นเด็ก

227
00:14:58,480 --> 00:15:02,610
ผมมองพ่อเป็นอย่างกับยอดมนุษย์

228
00:15:02,693 --> 00:15:05,654
แทบจะเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตในตำนานด้วยซ้ำ

229
00:15:05,738 --> 00:15:09,325
ผมเองก็เคยอยากเป็นเหมือนพ่อนะ

230
00:15:09,408 --> 00:15:11,660
เพราะเขารู้อะไรเยอะมาก

231
00:15:11,744 --> 00:15:13,579
เขาเป็นหมอ

232
00:15:13,662 --> 00:15:17,207
แล้วในเวลาว่าง
เขายังไปเรียนจนจบกฎหมายอีกด้วย

233
00:15:18,000 --> 00:15:18,834
ใช่

234
00:15:19,710 --> 00:15:22,212
เขาไม่อยากเป็นพ่อขนาดนั้นเลยจริงๆ

235
00:15:22,296 --> 00:15:23,380
เขาแบบว่า…

236
00:15:27,384 --> 00:15:30,429
เขาแบบว่า
“เวลาว่างที่ควรจะใช้กับลูกนี่น่ะ

237
00:15:30,512 --> 00:15:33,015
เอาไปทำอะไรได้บ้างนะ"

238
00:15:35,684 --> 00:15:37,811
ถ้าจะให้แฟร์ เราเองก็ไม่ใช่ลูกที่ดี

239
00:15:37,895 --> 00:15:40,230
เราน่ะอยากได้พ่อ…

240
00:15:43,943 --> 00:15:46,528
แต่พ่ออยากได้ปริญญาอีกใบ

241
00:15:46,612 --> 00:15:50,240
เป้าหมายของเราไปกันคนละทางโดยสิ้นเชิง

242
00:15:57,414 --> 00:15:59,959
แล้วผมก็ไม่เคยเห็นด้านนั้นของพ่อด้วย

243
00:16:00,042 --> 00:16:02,920
บางครั้งตอนผมยังเด็ก
จะมีคนไม่รู้จักเดินเข้ามาหาผม

244
00:16:03,003 --> 00:16:06,173
แล้วก็แบบ “พ่อเธอเป็นหมอที่เก่งมาก”

245
00:16:06,256 --> 00:16:07,758
ผมก็จะแบบ "อือฮึ"

246
00:16:08,509 --> 00:16:11,136
คนวูสเตอร์ แมสซาชูเซตส์พูดกันแบบนี้

247
00:16:12,137 --> 00:16:14,056
"พ่อเธอเป็นหมอที่เก่งมาก"

248
00:16:15,391 --> 00:16:17,851
“อือฮึ โอเค เขาไม่ใช่พ่อผม”

249
00:16:17,935 --> 00:16:20,980
เขาคือพ่อผมนั่นแหละ
เมื่อกี้เรียกอาการฟรอยเดี้ยน

250
00:16:26,986 --> 00:16:29,822
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า
มุกนี้จะได้เข้าไปอยู่ในโชว์ไหม

251
00:16:32,282 --> 00:16:35,202
ทั้งโชว์พูดแต่เรื่องพ่อ
แต่ดันพูดว่า “เขาไม่ใช่พ่อผม”

252
00:16:36,245 --> 00:16:38,872
“แล้วช่วงต้นที่เขาบอกว่าไม่ใช่พ่อนี่คืออะไรอะ”

253
00:16:38,956 --> 00:16:42,584
"หรือมันจะจบหักมุมแบบในเรื่องไชน่าทาวน์"

254
00:16:47,256 --> 00:16:48,465
เขาไม่ใช่…

255
00:16:50,259 --> 00:16:51,760
เขาไม่ใช่หมอของผม

256
00:16:58,392 --> 00:17:01,311
ไม่นานนี้มีคนเดินเข้ามาหาผม
ตอนผมเดินไปรับอูนากลับจากโรงเรียน

257
00:17:01,395 --> 00:17:03,814
เขาพูดว่า “ผมชอบตลกของคุณมาก”
ผมก็ว่า "ขอบคุณ"

258
00:17:03,897 --> 00:17:06,525
แล้วก็มองไปที่อูนาแล้วพูดว่า
“พ่อหนูเป็นตลกที่เก่งมาก”

259
00:17:06,608 --> 00:17:08,610
อูนาก็แบบ "อือฮึ" เข้าใจใช่ไหมครับ

260
00:17:08,694 --> 00:17:10,946
ผมนี่แบบ “พ่อเข้าใจลูก”

261
00:17:12,072 --> 00:17:13,741
แล้วพอเดินไปอีกไม่กี่ช่วงตึก

262
00:17:13,824 --> 00:17:16,577
ผมก็ "อูนา เวลาคนพูดอะไรแบบนั้นกับลูก
ลูกคิดยังไงเหรอ"

263
00:17:16,660 --> 00:17:19,705
เธอตอบว่า “มันเสียเวลาชีวิตหนูอะ”
ผมงี้แบบ…

264
00:17:22,041 --> 00:17:25,169
เป็นคำพูดที่โหดร้ายที่สุดที่เคยมีคนพูดใส่ผมเลย

265
00:17:25,252 --> 00:17:27,171
ทั้งที่ผมรู้จักบิล เบอร์

266
00:17:35,054 --> 00:17:38,057
โอกาสมีน้อยมาก
ที่ผมจะได้เห็นพ่อในฐานะหมอ

267
00:17:38,140 --> 00:17:41,268
ผมจำได้ครั้งนึง ตอนเด็กผมเล่นฟุตบอล

268
00:17:41,351 --> 00:17:45,105
เป็นผู้รักษาประตู
แล้วมีหนนึงผมพุ่งไปจะไปรับบอล

269
00:17:45,189 --> 00:17:48,525
แล้วผมก็รับลูกไว้ได้ แล้วเด็กอีกทึมนึง

270
00:17:48,609 --> 00:17:50,652
เตะเข้าที่หัวผม

271
00:17:51,236 --> 00:17:52,196
ผมรู้

272
00:17:53,030 --> 00:17:56,283
ด้วยความแรงที่เขาตั้งใจจะเตะบอลลูกนั้น

273
00:17:57,493 --> 00:17:59,828
ต่อจากนั้นผมไม่รู้แล้ว

274
00:18:01,622 --> 00:18:05,793
แต่มีคนบอกผม
ว่าผมโดดขึ้นมาพูดว่า "ผมโอเค"

275
00:18:05,876 --> 00:18:09,588
แล้วทุกคนก็เชื่อผมเลยให้ผมเล่นต่อ

276
00:18:09,671 --> 00:18:15,552
แต่พอผ่านไปประมาณ 15 นาที
ผมก็เดินออกจากสนามไปเฉย

277
00:18:23,769 --> 00:18:26,772
ไปที่อีกสนามนึง

278
00:18:30,692 --> 00:18:35,030
เพื่อนในทีมวิ่งตามมาถามว่า
“ไมค์ นายโอเคมั้ย”

279
00:18:35,114 --> 00:18:39,743
แล้วผมก็ตอบไปตามนี้เลยว่า
“เรามาทำอะไรกันที่นี่วะ”

280
00:18:46,291 --> 00:18:49,253
พ่อผมวิ่งลงมาที่สนามแล้วอุ้มผมขึ้นมา

281
00:18:49,336 --> 00:18:51,338
แล้วก็แบกผมขึ้นรถขับกลับบ้าน

282
00:18:51,421 --> 00:18:55,050
แล้วเขาก็ถามคำถาม
ที่พวกหมอๆ จะถามคนไข้กับผม

283
00:18:55,134 --> 00:18:58,762
“ชื่อกลางชื่ออะไร"
“เรียนวิชาอะไรบ้างที่โรงเรียน”

284
00:18:58,846 --> 00:19:01,014
ผมก็แบบ “โอเค นี่คืองานที่พ่อฉันทำ”

285
00:19:01,098 --> 00:19:04,226
อีกครั้งนึงที่ผมได้เห็นพ่อในฐานะหมอ

286
00:19:04,726 --> 00:19:07,521
ก็คือตอนที่ผมเรียนประถมที่โรงเรียนเซนต์แมรี่

287
00:19:07,604 --> 00:19:11,400
ที่ชรูว์สบิวรี แมสซาชูเซตส์
ทุกคืนวันศุกร์ที่โรงเรียนจะมีชมรมวิทยาศาสตร์

288
00:19:11,483 --> 00:19:14,945
ซึ่งมันก็คล้ายๆ กับฉากบังหน้ามาเฟีย
ของโรงเรียนคาทอลิกนั่นแหละ

289
00:19:15,028 --> 00:19:18,365
แบบ “เราเชื่อว่าพระเยซูเปลี่ยนน้ำเป็นไวน์ได้

290
00:19:18,448 --> 00:19:22,494
แต่ก็มีไดโนเสาร์อยู่บนโลกด้วย"
ประมาณนั้น และ…

291
00:19:27,875 --> 00:19:31,545
ทุกคืนวันศุกร์
ก็จะมีผู้ปกครองแต่ละคนผลัดกันมาอธิบายว่า

292
00:19:32,254 --> 00:19:34,131
งานของตัวเองเกี่ยวยังไงกับวิทยาศาสตร์

293
00:19:34,214 --> 00:19:36,216
แล้วอยู่มาคืนหนึ่งก็ถึงคิวพ่อผม

294
00:19:36,300 --> 00:19:39,595
ผมงี้เครียดสุดๆ ผมแบบ “พ่อจะพูดอะไรเนี่ย”

295
00:19:40,137 --> 00:19:43,557
“เขารู้เรื่องวิทยาศาสตร์ซะที่ไหน”

296
00:19:49,229 --> 00:19:53,442
พ่อเดินเข้ามา พ่อเอาเครื่องมือแพทย์มาด้วย

297
00:19:53,525 --> 00:19:56,695
เขาหยิบออกมาทีละชิ้น
แล้วอธิบายว่าแต่ละชิ้นใช้ทำอะไร

298
00:19:56,778 --> 00:19:59,656
เขายกแบบจำลองสมองสามมิติมาด้วย

299
00:19:59,740 --> 00:20:02,284
แล้วก็อธิบายถึงสมองซีกซ้ายขวา

300
00:20:02,367 --> 00:20:04,369
พอจบกิจกรรม เด็กๆ ในห้องก็มาหาผม

301
00:20:04,453 --> 00:20:06,997
แบบว่า “พ่อนายโคตรฉลาดเลยว่ะ”

302
00:20:07,956 --> 00:20:10,083
“พ่อนายนี่ฉลาดที่สุดเลย”

303
00:20:11,043 --> 00:20:12,127
ผมก็แบบ "ใช่

304
00:20:13,128 --> 00:20:15,088
ฉันมีพ่อที่ฉลาดที่สุด"

305
00:20:16,715 --> 00:20:20,093
"แต่ทำไมเขาไม่เห็นเคย
อธิบายอะไรแบบนี้ให้ฉันฟังมาก่อนล่ะ"

306
00:20:22,179 --> 00:20:23,764
เพราะผมไม่ค่อยเคยเห็นอะไรแบบนี้

307
00:20:23,847 --> 00:20:27,726
สิ่งที่ผมเห็นจากพ่อคือ
เขาจะกลับมาบ้านประมาณสองทุ่ม

308
00:20:27,809 --> 00:20:30,687
แล้วก็นั่งอยู่ตรงมุมห้องรับแขก อ่านนิยายสงคราม

309
00:20:30,771 --> 00:20:31,772
และทำหน้าบึ้ง

310
00:20:36,443 --> 00:20:39,571
แล้วเขาก็จะระเบิดอารมณ์เป็นระยะๆ

311
00:20:39,655 --> 00:20:40,781
กับพวกเรื่องหยุมหยิม

312
00:20:40,864 --> 00:20:44,243
เช่นแบบ "กุญแจฉันอยู่ไหน!" ประมาณนั้น

313
00:20:45,160 --> 00:20:47,913
ผมก็จะแบบ
“เราต้องหากุญแจของพ่อให้เจอ”

314
00:20:49,706 --> 00:20:52,209
ผมใช้ทั้งชีวิตตามหากุญแจให้พ่อครับ

315
00:20:52,960 --> 00:20:55,462
ขนาดพุ่งออกหน้าต่างยังทำมาแล้ว
เพื่อหากุญแจให้พ่อ

316
00:20:58,674 --> 00:21:00,592
พ่อผมคงไม่ชอบมุกนี้

317
00:21:05,013 --> 00:21:07,808
พวกเราจะช่วยกันหากุญแจ
ส่วนแม่ผมก็จะสวดภาวนา

318
00:21:07,891 --> 00:21:11,186
แม่จะแบบ
“แม่จะอธิษฐานขอกับนักบุญแอนโทนี”

319
00:21:11,895 --> 00:21:14,940
ตอนนั้นผมเจ็ดขวบ ผมก็แบบ
“ผมว่าไม่น่าไหวอะครับแม่”

320
00:21:15,983 --> 00:21:19,152
“เราต้องใช้กลยุทธ์
ที่เป็นรูปธรรมกว่านี้ในการหากุญแจ”

321
00:21:21,571 --> 00:21:23,657
สำหรับใครที่ไม่รู้จักนักบุญแอนโทนี

322
00:21:23,740 --> 00:21:26,034
ท่านเป็นประมาณพวกช่วยหาของ

323
00:21:27,452 --> 00:21:30,205
ฟังดูแล้วก็เป็นสายงานที่เห่ยสำหรับนักบุญ

324
00:21:31,665 --> 00:21:35,460
เพราะกว่าจะได้เป็นนักบุญมันไม่ง่าย
คุณต้องทำปาฏิหาริย์ให้ได้สามครั้ง

325
00:21:36,211 --> 00:21:39,339
แล้วต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นของจริงด้วยนะ

326
00:21:39,423 --> 00:21:42,759
งานนี้มีใต้โต๊ะมาเกี่ยวด้วยเยอะเลย

327
00:21:42,843 --> 00:21:46,513
มี "อือ ฉันเห็นกับตา" เยอะเลย

328
00:21:51,310 --> 00:21:53,562
แล้วถ้าโชคดี
คุณก็จะได้รับการประกาศว่าเป็นนักบุญ

329
00:21:53,645 --> 00:21:58,025
และมีโอกาสสูงว่าคุณจะได้รู้ก่อนคุณตายห้านาที

330
00:21:58,108 --> 00:22:01,028
พวกเขาจะแบบ “ข่าวดี คุณได้เป็นนักบุญแล้ว”

331
00:22:01,111 --> 00:22:02,821
คุณแบบ… ประมาณนั้น

332
00:22:03,822 --> 00:22:06,074
"อีกเรื่องนึง คุณมีหน้าที่ต้องช่วยทุกคนหากุญแจ"

333
00:22:06,158 --> 00:22:08,285
คุณแบบ "ไม่นะ!" แล้วคุณก็ตาย

334
00:22:16,043 --> 00:22:19,254
ผมอยู่กับพ่อที่โรงพยาบาลช่วงเดือนมีนา
มันสะเทือนใจครับ

335
00:22:19,338 --> 00:22:21,882
ถ้าคุณเคยอยู่กับใครที่เส้นเลือดในสมองแตก

336
00:22:21,965 --> 00:22:24,426
คุณจะนึกภาพออกเลยว่ามันคือสิ่งที่แย่ที่สุด

337
00:22:24,509 --> 00:22:27,137
แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ แบบไม่โกหกเลย

338
00:22:28,347 --> 00:22:30,557
มันทำให้พ่อผมใจเย็นลง

339
00:22:32,184 --> 00:22:34,603
ฟังผมก่อน มุกส่วนใหญ่มีไว้เพื่อพวกคุณ

340
00:22:34,686 --> 00:22:36,271
แต่บางมุกก็เพื่อผม

341
00:22:36,355 --> 00:22:39,149
นี่เป็นกลไกไว้รับมือกับความเจ็บปวด

342
00:22:39,232 --> 00:22:40,984
หวังว่ามันจะช่วยคุณได้ด้วย

343
00:22:46,073 --> 00:22:50,035
ส่วนใหญ่แล้วเรื่องนี้มันแย่มากๆ

344
00:22:50,118 --> 00:22:54,247
แต่ก็มีบางครั้งที่ผมแอบคิดว่า
"ไอ้โรคนี้ไปอยู่ไหนตอนฉันห้าขวบวะ"

345
00:22:54,331 --> 00:22:55,582
คุณเข้าใจผมใช่ไหม

346
00:22:58,710 --> 00:23:01,963
ตอนผมเป็นเด็ก เขาจะแบบ
"กุญแจของฉันอยู่ไหน!"

347
00:23:02,047 --> 00:23:04,633
ตอนนี้เขาแบบ "กุญแจ" ผมก็แบบ…

348
00:23:05,550 --> 00:23:08,136
ผมพูดไม่ได้ว่าผมไม่ชอบอย่างหลังมากกว่า

349
00:23:08,220 --> 00:23:11,640
ยังไงมันก็สุภาพกว่าอย่างแรก

350
00:23:14,101 --> 00:23:16,144
ทนฟังผมก่อน นี่พ่อผม

351
00:23:16,228 --> 00:23:17,604
ผมพูดได้

352
00:23:18,772 --> 00:23:21,691
ถ้าผมพูดเรื่องพ่อคุณมันคงจะพิลึก
คุณเข้าใจเนอะ

353
00:23:22,317 --> 00:23:25,195
ถ้าผมขึ้นเวทีมาแล้วพูดว่า
“พ่อของผู้ชายคนนี้พูดว่า ‘กุญแจ!’”

354
00:23:25,278 --> 00:23:28,156
คุณก็คงแบบ “เจ้าไมค์นี่ล้ำเส้นมากไปแล้ว”

355
00:23:29,825 --> 00:23:33,078
เป็นตลกเสียดสีที่เพี้ยนที่สุดตลอดกาล

356
00:23:33,745 --> 00:23:37,582
"ตลกเผาพ่อแม่ป่วยไข้ของผู้ชม
ของไมค์ เบอร์บิเกลีย"

357
00:23:42,170 --> 00:23:45,799
ผมอยู่กับพ่อที่โรงพยาบาลตอนเดือนมีนา

358
00:23:45,882 --> 00:23:48,051
ตอนนั้นเขาแทบจะขยับใบหน้าไม่ได้เลย

359
00:23:48,135 --> 00:23:50,720
วิธีเดียวที่ผมจะเข้าใจสีหน้าของเขาได้

360
00:23:50,804 --> 00:23:52,097
ก็คือดูจากแววตา

361
00:23:54,391 --> 00:23:55,934
และความรู้สึกนั้น

362
00:23:56,768 --> 00:23:57,978
ในดวงตาเขา

363
00:23:58,937 --> 00:23:59,813
คือความกลัว

364
00:24:02,816 --> 00:24:05,193
แล้วผมจะอธิบายเรื่องนี้ให้ลูกสาวผมยังไง

365
00:24:06,778 --> 00:24:08,280
นั่นไม่ใช่ชีวิตที่ดี

366
00:24:10,282 --> 00:24:13,243
อีกไม่กี่วันต่อมา ผมขับรถกลับบ้าน

367
00:24:13,994 --> 00:24:15,579
สุดสัปดาห์นั้น

368
00:24:15,662 --> 00:24:18,165
ผมพาลูกสาวไปงานวันเกิดของเพื่อนคนนึง

369
00:24:18,248 --> 00:24:20,959
ผมนี่ไปงานวันเกิดเด็ก
ปีนึงประมาณสองสามร้อยงานเห็นจะได้

370
00:24:21,042 --> 00:24:24,838
มันเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตผมไปแล้ว ผม…

371
00:24:25,380 --> 00:24:26,756
ลูกสาวผมมีเพื่อนหกคน

372
00:24:26,840 --> 00:24:30,010
ปีที่แล้วผมไปงานเลี้ยงวันเกิดเด็ก 235 งาน

373
00:24:31,761 --> 00:24:36,850
ระบบอุตสาหกรรมวันเกิดเด็ก
มันเติบโตจนควบคุมไม่อยู่แล้วครับ

374
00:24:38,685 --> 00:24:42,022
มันเป็นส่วนที่ผมชอบน้อยที่สุดในชีวิต ผมน่ะ…

375
00:24:43,190 --> 00:24:48,195
ผมไม่ชอบมัน เพราะผมไม่ชอบเพื่อนๆ ของลูกผม

376
00:24:48,278 --> 00:24:50,071
ผมพูดแบบนั้นได้ไหม

377
00:24:50,155 --> 00:24:51,281
ผมก็ไม่รู้

378
00:24:53,617 --> 00:24:55,911
ผมรักลูกสาวผมยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก

379
00:24:55,994 --> 00:24:58,246
แต่ผมไม่ชอบเพื่อนๆ ลูก ผมไม่รู้…

380
00:25:01,541 --> 00:25:05,295
ไม่รู้ว่าคุณเคยใช้เวลาร่วมกับเด็กอายุเก้าขวบ

381
00:25:05,378 --> 00:25:07,005
ที่ไม่ได้เป็นญาติกับคุณมั้ย

382
00:25:08,048 --> 00:25:09,841
กลุ่มนี้มันคือสุดจะทนจริงๆ

383
00:25:09,925 --> 00:25:12,177
เวลาผมอยู่กับเพื่อนลูก ผมแบบ

384
00:25:12,260 --> 00:25:15,597
“ฉันไม่เข้าใจพวกใคร่เด็กเลยอะ”

385
00:25:16,139 --> 00:25:21,102
อยู่กับผมก่อนนะ ผมกำลังย่องข้ามทุ่งกับระเบิด

386
00:25:21,853 --> 00:25:23,104
ของหัวข้อนี้อยู่

387
00:25:23,897 --> 00:25:27,734
คุณแบบ "แค่เรื่องเส้นเลือดในสมองแตก
เราก็ไม่อยู่ด้วยแล้ว" ผม…

388
00:25:33,281 --> 00:25:37,369
ผมรู้ครับ ว่าผมพูดถึงเรื่อง
ที่โหดร้ายและผิดศีลธรรมที่สุด

389
00:25:37,869 --> 00:25:40,997
แต่เวลาผมอยู่กับเพื่อนๆ ลูก
ผมแบบ "ฉันไม่เข้าใจ

390
00:25:41,081 --> 00:25:42,457
จุดขายมันอยู่ตรงไหนอะ"

391
00:25:44,834 --> 00:25:47,379
ใครมันอยากจะใช้เวลาที่มีค่า

392
00:25:47,462 --> 00:25:48,380
กับคนพวกนี้เนี่ย

393
00:25:48,463 --> 00:25:51,925
พวกนี้คือที่สุดของความแย่และงี่เง่า

394
00:25:53,510 --> 00:25:57,097
ฟังผมก่อน ผมมีตัวอย่าง

395
00:25:57,180 --> 00:25:58,056
เพราะงั้น…

396
00:26:06,815 --> 00:26:10,360
ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง
วันนั้นเราขับรถไปงานวันเกิด

397
00:26:10,443 --> 00:26:14,072
ในรถมีผมกับเจนนี่

398
00:26:14,155 --> 00:26:16,700
เจนนี่ภรรยาผม อูนาลูกสาวเรา

399
00:26:16,783 --> 00:26:20,120
แล้วก็มีเพื่อนของอูนา
กับพ่อของเด็กคนนั้นอีกคน

400
00:26:20,203 --> 00:26:21,538
พ่อๆ พวกนี้คือพวกขี้แพ้

401
00:26:21,621 --> 00:26:23,707
ขอแวะคุยถึงพวกพ่อๆ แป๊บนึงนะ

402
00:26:23,790 --> 00:26:27,002
ไม่ใช่ผม พ่ออีกคนน่ะ
พวกเขาต่างกับผมโดยสิ้นเชิง

403
00:26:27,085 --> 00:26:28,086
แบบว่า…

404
00:26:31,548 --> 00:26:33,717
พวกเขาตาไร้ประกาย

405
00:26:34,301 --> 00:26:37,053
พวกเขาเพิ่งมาเริ่มพูดติดอ่าง
ชอบพรวดพราดเข้าไปในห้อง

406
00:26:37,137 --> 00:26:40,557
“ถ้าใครถาม
บอกด้วยว่าฉันพยายามหานมข้าวโอ๊ตแล้ว”

407
00:26:40,640 --> 00:26:42,225
เข้าใจผมใช่ไหม

408
00:26:44,269 --> 00:26:46,813
พวกเขามักจะพยายามหาข้ออ้างแบบสิ้นหวัง

409
00:26:46,896 --> 00:26:49,941
ให้กับความผิดเล็กๆ น้อยๆ
ที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร

410
00:26:52,861 --> 00:26:55,196
สรุปคือเราอยู่กับคุณพ่อแบบที่ว่านี่คนนึง
เขาชื่อว่าร็อบ

411
00:26:55,280 --> 00:26:56,781
เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของเรา

412
00:26:56,865 --> 00:27:00,285
ผมกับเจนนี่เรียกเขาว่าบรอกโคลี ร็อบ และ…

413
00:27:01,202 --> 00:27:02,454
ขอบคุณที่หัวเราะ

414
00:27:04,039 --> 00:27:07,250
เราคิดว่ามันฮา
แต่บรอกโคลีไม่เคยหัวเราะเลยซักครั้ง

415
00:27:07,334 --> 00:27:10,170
เราเรียกเขาแบบนี้เป็นร้อยๆ ครั้งแล้ว

416
00:27:10,253 --> 00:27:13,006
ซึ่งผมว่าทางเทคนิคแล้วมันคือการบุลลี่

417
00:27:13,089 --> 00:27:15,925
สรุปคือมีผม

418
00:27:17,177 --> 00:27:19,804
เจนนี่ อูนา บรอกโคลี

419
00:27:20,722 --> 00:27:24,100
แล้วก็แอร์โรว์ ลูกชายบรอกโคลี
ซึ่งนี่เป็นชื่อจริงๆ

420
00:27:24,184 --> 00:27:26,311
เราอยู่บรุกลิน

421
00:27:26,394 --> 00:27:28,521
นี่ไม่ใช่แอร์โรว์หรือลูกธนูคนเดียวที่เรารู้จัก

422
00:27:28,605 --> 00:27:31,483
เรารู้จักแอร์โรว์เป็นกระบอกเลย

423
00:27:31,566 --> 00:27:32,525
เรารู้จัก…

424
00:27:34,986 --> 00:27:36,905
โบส์ที่โดนฆ่าอีกเป็นโขยง คือ…

425
00:27:38,573 --> 00:27:41,868
สรุปว่าเราขับรถไปงานวันเกิด
เราไปแวะที่ร้านเบเกอรี่

426
00:27:41,951 --> 00:27:44,329
แล้วนี่แหละครับ
สิ่งที่ผมทนเด็กเก้าขวบไม่ได้เลย

427
00:27:44,412 --> 00:27:49,125
แอร์โรว์พูดกับพ่อว่า
“พ่อ ผมไม่เอาเชียบัตต้ากลิ่น 'โว้สแมวี่’”

428
00:27:57,842 --> 00:28:00,553
"ผมจะเอาเชียบัตต้าแบบ 'เวกูลาร์'"

429
00:28:02,305 --> 00:28:04,849
ผมนี่อยากจะหันไปบอกเด็กคนนั้นเลยว่า
"ฟังนะ แอร์โรว์"

430
00:28:06,309 --> 00:28:08,895
“ชีวิตมันจะจัดเชียบัตต้าทุกแบบให้เธอเลย”

431
00:28:10,980 --> 00:28:14,442
“แต่ถ้าอยากซื่อสัตย์กับตัวเอง
ก็รอ ‘เวกูลาร์’ ต่อไปเถอะลูก”

432
00:28:17,737 --> 00:28:22,951
สุดท้ายเราก็ได้ “เชียบัตต้าเวกูลาร์” มา
เราขับจากร้านเบเกอรี่

433
00:28:23,660 --> 00:28:25,829
ไปยังที่ที่ชื่อว่าเออร์เบินแอร์

434
00:28:26,329 --> 00:28:29,499
ซึ่งถ้าคุณไม่… ใช่ ถ้าคุณไม่รู้จักที่แบบนี้

435
00:28:30,542 --> 00:28:32,961
มันเหมือนโรงงานผลิตงานเลี้ยงวันเกิด

436
00:28:33,044 --> 00:28:35,130
มันเหมือนโกดัง

437
00:28:35,213 --> 00:28:37,757
ที่มีของอย่างแทรมโพลีนกับไอศกรีม

438
00:28:37,841 --> 00:28:42,387
กับไม้โฟมจากอเมริกันแกลดิเอเตอร์
ที่เด็กๆ เอาไว้ฟาดใส่กัน

439
00:28:42,470 --> 00:28:44,639
และทันทีที่คุณเดินเข้าไป

440
00:28:44,723 --> 00:28:47,225
คุณต้องเซ็นแบบฟอร์มเป็นตั้งๆ

441
00:28:47,726 --> 00:28:51,146
เพราะพวกเขารู้ว่าลูกคุณกำลังจะบาดเจ็บ

442
00:28:51,229 --> 00:28:54,357
แล้วเขาก็ลงรายละเอียดยิบมาก

443
00:28:54,441 --> 00:28:57,944
แบบ "ลูกสาวคุณกำลังจะ
ติดอยู่ใต้แทรมโพลีนสนิมเขรอะ"

444
00:28:58,027 --> 00:28:59,237
เซ็น "ไมค์ เบอร์บิเกลีย"

445
00:28:59,320 --> 00:29:01,865
"ลูกสาวคุณอาจกระโดดสูง
จนหัวไปติดโครงหลังคา"

446
00:29:01,948 --> 00:29:03,074
"ไมค์ เบอร์บิเกลีย"

447
00:29:04,200 --> 00:29:06,161
"เธออาจอาเจียนใส่แทรมโพลีนสนิมเขรอะ

448
00:29:06,244 --> 00:29:08,663
คุณต้องทำความสะอาดเองโดยใช้ม็อบและถัง

449
00:29:08,747 --> 00:29:10,832
ที่สามารถซื้อได้จากร้านเออร์เบินแอร์"

450
00:29:10,915 --> 00:29:11,916
"ไมค์ เบอร์บิเกลีย"

451
00:29:13,251 --> 00:29:15,503
ตอนที่คุณกำลังนั่งกรอกเอกสารพวกนั้นอยู่

452
00:29:16,254 --> 00:29:17,922
เสียงตามสายก็ดังขึ้นมา

453
00:29:18,006 --> 00:29:21,885
"งานวันเกิดแองเจลิน่าที่ห้อง 571"

454
00:29:23,094 --> 00:29:27,223
"งานวันเกิดโจชัวที่ห้อง 1,310"

455
00:29:28,516 --> 00:29:33,897
มันเหมือนนรกขุมที่เจ็ดเลย
สิ่งเดียวที่ผมอยากทำคือกลับบ้าน

456
00:29:35,023 --> 00:29:37,859
โชคดีที่ลูกสาวเราบาดเจ็บแทบจะเดี๋ยวนั้น

457
00:29:37,942 --> 00:29:38,985
และผมพูดว่า…

458
00:29:41,154 --> 00:29:43,698
ผมพูดว่า "โชคดี"
ไม่ใช่เพราะอยากให้ใครเจอแบบนี้

459
00:29:43,782 --> 00:29:45,200
ยิ่งไม่ใช่กับลูกผมเอง

460
00:29:46,951 --> 00:29:49,662
แต่ถ้ามันจะเกิดก็ขอให้เกิดเร็วๆ

461
00:29:49,746 --> 00:29:52,248
จะได้รีบกลับบ้าน
ก่อนเจอชั่วโมงเร่งด่วนของเออร์เบินแอร์

462
00:29:52,332 --> 00:29:58,797
ผมขับรถพาเจนนี่กับอูนา
จากเออร์เบินแอร์ไปที่คลินิกฉุกเฉิน

463
00:30:02,550 --> 00:30:04,427
ซึ่งสมควรจะมีบริการรถรับส่งมันซะเลย

464
00:30:04,511 --> 00:30:09,265
เพราะที่นั่นมีคนหน้าคุ้นๆ อยู่เพียบเลย และ…

465
00:30:15,438 --> 00:30:18,525
ผมไม่มั่นใจว่ามันควรจะมีคลินิกฉุกเฉินมั้ย

466
00:30:18,608 --> 00:30:19,442
ผมแค่…

467
00:30:21,653 --> 00:30:23,988
ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาทำอะไรกัน

468
00:30:24,072 --> 00:30:29,494
ผมว่าเขาสร้างไอ้นี่ขึ้นมา
เพราะมีคนที่เกิดตื่นตระหนกตกใจ

469
00:30:29,577 --> 00:30:32,288
แล้วแบบ "รักษาฉันที"

470
00:30:33,289 --> 00:30:34,666
แล้วคนก็ "เมื่อไหร่"

471
00:30:35,208 --> 00:30:36,042
"เดี๋ยวนี้!"

472
00:30:37,877 --> 00:30:41,256
แล้วก็มีคนใจดีคนนึงโผล่มาว่า
“ฉันมีตึกว่างอยู่หลังนึง

473
00:30:41,339 --> 00:30:45,510
เราเขียนคำว่า 'คลินิกฉุกเฉิน' ไว้ข้างผนัง

474
00:30:45,593 --> 00:30:48,930
แล้วฉันจะเปิดโน้ตบุ๊กเข้าเว็บ
WebMD.com ให้เอง"

475
00:30:49,013 --> 00:30:51,641
แค่นั้นก็ได้แล้วเนอะ

476
00:30:51,724 --> 00:30:56,688
ผมหมายถึงคลินิกฉุกเฉิน
ก็คือเออร์เบินแอร์ทางการแพทย์

477
00:30:58,439 --> 00:31:01,025
ปีนึงมีสี่สัปดาห์ที่มันเป็นร้านฮาโลวีน

478
00:31:01,109 --> 00:31:03,111
ผมว่านั่นคือสัญญาณเตือนแล้วนะ

479
00:31:06,239 --> 00:31:08,032
เราเข้าไป เรากระหืดกระหอบ

480
00:31:08,116 --> 00:31:12,120
เราแบบ “ลูกสาวเรา
กระโดดลงแทรมโพลีนผิดท่าแล้วเท้าเจ็บ”

481
00:31:12,203 --> 00:31:14,706
พวกเขาก็แบบว่า "เธอควรต้องไปหาหมอ"

482
00:31:14,789 --> 00:31:17,458
เราก็แบบ "เราถึงมาที่นี่ไง”

483
00:31:17,542 --> 00:31:20,503
พวกเขาก็ "ไม่ เราไม่รู้จักหมอที่ไหนเลย"

484
00:31:25,383 --> 00:31:29,762
พวกเขาเลยส่งเราไปหา
หมอกระดูกเฉพาะทางสำหรับเด็ก

485
00:31:29,846 --> 00:31:32,599
อย่างแรกที่หมอพูดคือ
“ฉันคิดว่าอูนาควรจะเอกซเรย์”

486
00:31:32,682 --> 00:31:36,394
อูนามองผมแล้วก็ถาม
"พ่อ เอกซเรย์คืออะไรคะ"

487
00:31:41,691 --> 00:31:44,694
ผมก็พยายามละนะ ผมว่า "ก็…

488
00:31:46,195 --> 00:31:50,199
ลูกจะต้องเข้าไปในเครื่องๆ หนึ่ง
แล้วมันก็จะมีรังสีพิเศษ

489
00:31:55,914 --> 00:31:58,958
รังสีพวกนี้จะทะลุผ่านผิวหนังเข้าไป

490
00:32:01,419 --> 00:32:02,962
แล้วมันจะมองไปรอบๆ…

491
00:32:05,381 --> 00:32:06,841
ที่กระดูกของลูก โอเคนะ"

492
00:32:06,925 --> 00:32:09,969
"แล้วพ่อคิดว่ามันจะกลับมา

493
00:32:10,053 --> 00:32:13,598
แล้วก็แบบ พ่อก็ไม่รู้ว่ามันจะกลับมายังไง

494
00:32:13,681 --> 00:32:15,934
แต่ก็ขอให้กลับมาละกัน"

495
00:32:16,017 --> 00:32:19,395
"แล้วจากนั้นเราก็จะจ้างศิลปินคนนึงมา

496
00:32:19,479 --> 00:32:22,690
แล้วศิลปินคนนั้นก็จะวาดรูปกระดูกโดยใช้…

497
00:32:24,359 --> 00:32:26,235
สิ่งที่รังสีบอกมา"

498
00:32:29,238 --> 00:32:32,200
“และทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในห้องนั่น”

499
00:32:33,284 --> 00:32:34,744
"พ่อกับแม่จะอยู่ข้างนอกนี่"

500
00:32:34,827 --> 00:32:38,873
“เราไม่ได้รับอนุญาต
ให้เข้าไปใกล้อะไรที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้”

501
00:32:38,957 --> 00:32:42,669
"มัน… อันตรายเกินไป"

502
00:32:42,752 --> 00:32:43,586
"พ่อ…"

503
00:32:45,880 --> 00:32:48,424
“จะมีเจ้าหน้าที่เทคนิคอยู่ในห้องกับลูก”

504
00:32:48,508 --> 00:32:50,593
“พวกเขาจะใส่เสื้อกันกระสุน”

505
00:32:50,677 --> 00:32:54,681
"แต่หนูจะไม่ได้ใส่ อย่าคิดมากไปนะลูก”

506
00:32:54,764 --> 00:32:55,598
"และ…

507
00:32:57,141 --> 00:32:59,268
ทีมเทคนิครับไม้ต่อเลย"

508
00:33:03,314 --> 00:33:06,734
อูนาก็เลยกังวล ซึ่งก็สมเหตุสมผล

509
00:33:06,818 --> 00:33:09,237
เพราะอีกไม่กี่นาทีต่อมา
หมอก็เดินออกมาบอกว่า

510
00:33:09,320 --> 00:33:12,448
“อูนา กระดูกเท้าหักไปชิ้นนึงค่ะ

511
00:33:13,116 --> 00:33:15,034
เราจะใส่เฝือกให้เธอ"

512
00:33:15,118 --> 00:33:17,912
ซึ่งเฝือกนั่นก็ต้องใส่อยู่ประมาณสองเดือน

513
00:33:17,996 --> 00:33:20,498
ซึ่งพอลูกสาวคุณเท้าหักเนี่ย

514
00:33:20,581 --> 00:33:23,876
มันก็เหมือนทั้งครอบครัวเท้าหักไปด้วย

515
00:33:24,585 --> 00:33:27,547
เพราะคุณต้องหากิจกรรม
ที่ไม่ต้องใช้เท้ามาเยอะมาก

516
00:33:27,630 --> 00:33:32,677
อย่าง "นั่งโซฟากันมั้ยลูก
หรือมาบ่มอารมณ์ให้บูดกันมั้ย"

517
00:33:32,760 --> 00:33:33,845
และ…

518
00:33:35,471 --> 00:33:39,017
อูนาโกรธที่แอร์โรว์
กระโดดใส่แทรมโพลีนตรงหน้าเธอ

519
00:33:39,100 --> 00:33:40,643
ส่วนผมโกรธเออร์เบินแอร์

520
00:33:40,727 --> 00:33:43,688
ตอนที่โกรธจัดๆ ผมแบบ
"เราควรฟ้องเออร์เบินแอร์"

521
00:33:44,355 --> 00:33:48,693
แล้วผมก็นึกถึงเอกสารพวกนั้นที่เราเซ็นไว้ขึ้นได้

522
00:33:48,776 --> 00:33:51,696
ที่เขียนไว้ชัดเจนมากว่า
เราห้ามฟ้องเออร์เบินแอร์

523
00:33:51,779 --> 00:33:55,408
แต่สิ่งที่แบบฟอร์มไม่ได้พูดถึงคือ
ไม่ได้ห้ามให้ผมพูดถึงเออร์เบินแอร์

524
00:33:55,491 --> 00:33:57,493
ในบริบทของการแสดงตลก

525
00:33:57,577 --> 00:33:58,411
เพราะงั้น

526
00:33:59,495 --> 00:34:02,206
ถ้าผมโผล่มาที่โรงละครบีคอนคืนนี้

527
00:34:03,082 --> 00:34:06,836
แล้วบอกว่า "เออร์เบินแอร์ไม่ควรเป็นบริษัท"

528
00:34:06,919 --> 00:34:08,546
คุณคงรู้ว่านี่เป็นแค่มุกตลก

529
00:34:08,629 --> 00:34:11,132
ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเออร์เบินแอร์จริงๆ

530
00:34:12,467 --> 00:34:18,056
ผมคิดว่ามันเป็นบริษัทที่วิเศษมาก
ที่ทำให้เด็กบาดเจ็บได้ 365 วันต่อปี

531
00:34:18,139 --> 00:34:20,308
ซึ่งเป็นมุกตลกแบบเวอร์วัง

532
00:34:25,605 --> 00:34:27,273
ถ้าผมขึ้นเวทีคืนนี้แล้วพูดว่า

533
00:34:27,356 --> 00:34:30,860
"ปืนไม่ได้ฆ่าคน เออร์เบินแอร์ต่างหากที่ฆ่าคน"

534
00:34:32,487 --> 00:34:33,404
คุณก็คงเข้าใจ

535
00:34:33,488 --> 00:34:37,366
นี่คือตัวอย่างของการเสียดสีที่ดี
นะครับศาลที่เคารพ และ…

536
00:34:39,952 --> 00:34:45,958
แต่เรื่องเออร์เบินแอร์กับคลินิกฉุกเฉินนี่
ทำให้ผมตาสว่างจริงๆ นะ

537
00:34:46,042 --> 00:34:49,253
ว่ามีหลายอย่างมาก
ที่ผมไม่สามารถอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจได้

538
00:34:49,337 --> 00:34:54,926
ผมหมายถึง ผมอธิบายเส้นเลือดสมองแตก
หรือเอกซเรย์ หรือยาเสพติดไม่ได้

539
00:34:55,510 --> 00:34:59,180
แต่ตอนนี้อายุที่เราต้องอธิบาย
เรื่องเพศให้ลูกฟังมันเด็กลงเรื่อยๆ

540
00:34:59,263 --> 00:35:04,102
เพราะอุปกรณ์ที่อยู่ในกระเป๋าทุกคนตอนนี้
เข้าถึงหนังโป๊ได้หมดแล้ว

541
00:35:04,185 --> 00:35:06,896
ทีนี้เราก็ต้องเริ่มอธิบายหนังโป๊ด้วย

542
00:35:06,979 --> 00:35:09,816
ซึ่งผมพอจะพูดถึงหัวข้อหลักๆ ได้

543
00:35:09,899 --> 00:35:10,817
แต่…

544
00:35:12,401 --> 00:35:14,320
เรื่องแนวหนังนี่ผมมืดแปดด้าน

545
00:35:18,116 --> 00:35:22,120
แม้แต่แนวหนังพื้นๆ อย่างหนังโป๊โฮมเมด
ผมก็ยังแยกไม่ออกเลย

546
00:35:22,203 --> 00:35:26,582
หลังมีเซ็กส์ผมคิดแค่ว่า
"ขออย่าให้มีใครเห็นเลย" คุณนึกออกไหม

547
00:35:27,625 --> 00:35:30,294
ผมไม่เคยแบบ "ทำไมเราไม่อัดไว้ฮะ"

548
00:35:32,463 --> 00:35:34,132
"เอาละ อีกรอบนะ"

549
00:35:34,215 --> 00:35:36,008
"มันต้องให้ได้ 40 นาที"

550
00:35:42,723 --> 00:35:44,559
ผมโตมาโดยไม่เคยมีคนสอนเรื่องเซ็กส์

551
00:35:44,642 --> 00:35:48,146
ตอนผมอายุ 12 ผมเคยมีอาการหัวนมแข็ง

552
00:35:50,231 --> 00:35:52,817
ซึ่งผมรู้ว่าไม่ใช่เซ็กส์

553
00:35:55,778 --> 00:35:57,488
ผมหัวนมแข็งและ…

554
00:35:58,573 --> 00:36:00,950
มันเป็นอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้ตอนวัยรุ่น

555
00:36:01,033 --> 00:36:03,411
ผมใช้คำว่า “อาจ”
เพราะพอผมรวบรวมความกล้า

556
00:36:03,494 --> 00:36:05,955
ไปเล่าเรื่องนี้ให้รูมเมตตอนเรียนมหา’ลัยฟัง

557
00:36:06,038 --> 00:36:08,249
เขาหัวเราะอยู่ห้านาทีเต็มๆ

558
00:36:08,958 --> 00:36:12,253
แล้วพอเขาหยุดหัวเราะได้
เขาก็พูดกับผมตามนี้เป๊ะเลยว่า

559
00:36:12,336 --> 00:36:14,338
“อันนี้น่าจะเป็นแค่นายคนเดียวว่ะ”

560
00:36:21,387 --> 00:36:26,058
สรุปคือตอนผมอายุ 12 ผมหัวนมแข็ง
และด้วยความที่ผมเป็นคนที่ชอบคิดว่าตัวเองป่วย

561
00:36:26,142 --> 00:36:28,519
ผมเลยคิดว่ามันคือมะเร็ง

562
00:36:28,603 --> 00:36:32,190
ถ้าคุณรู้จักคนแบบนี้ คุณจะรู้ว่าผมไม่ได้เวอร์

563
00:36:32,273 --> 00:36:34,066
ผมไม่ได้คิดว่า "อาจจะ" เป็นมะเร็ง

564
00:36:34,150 --> 00:36:35,985
ผมคิดว่า "ฉันเป็นมะเร็ง"

565
00:36:37,111 --> 00:36:38,654
"ขั้นต่อไปคืออะไร"

566
00:36:39,906 --> 00:36:41,532
เราไม่มีคลินิกฉุกเฉิน

567
00:36:43,784 --> 00:36:45,828
แล้วผมก็ไม่รู้จักหมอคนไหน…

568
00:36:50,708 --> 00:36:51,792
นอกจากพ่อผม

569
00:36:51,876 --> 00:36:53,211
ก็เลย

570
00:36:54,212 --> 00:36:57,465
คืนหนึ่ง ผมเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น

571
00:36:57,548 --> 00:36:59,884
และเขากำลังอ่านนิยายสงครามอยู่

572
00:37:00,927 --> 00:37:02,553
ผมก็ "พ่อ

573
00:37:03,971 --> 00:37:06,557
ผมว่าผมอาจเป็นมะเร็งแหละ"

574
00:37:08,434 --> 00:37:10,144
เขาถามว่า" ทำไมถึงคิดแบบนั้น"

575
00:37:15,858 --> 00:37:17,652
ผมบอกว่า "หัวนมผมแข็ง"

576
00:37:19,403 --> 00:37:21,364
เขาบอกว่า "นั่นไม่ใช่อาการ"

577
00:37:24,158 --> 00:37:27,203
ผมบอกว่า "พ่อดูเอาเอง" แล้วผมก็ถอดเสื้อออก

578
00:37:30,456 --> 00:37:33,125
พ่อผมยืนขึ้น เดินมาหาผม

579
00:37:38,047 --> 00:37:40,216
แล้วเขาก็แตะหัวนมแข็งๆ ของผม

580
00:37:44,220 --> 00:37:45,429
ซึ่งดีมากเลย

581
00:37:47,181 --> 00:37:48,015
ฟังผมก่อนนะ

582
00:37:48,099 --> 00:37:51,978
ครอบครัวผมไม่ใช่พวกที่
แสดงความรักด้วยการสัมผัส

583
00:37:52,478 --> 00:37:54,939
เราไม่บอกรักกัน เราไม่กอดกัน

584
00:37:57,566 --> 00:38:01,696
เพราะงั้นตอนที่พ่อมาสัมผัส
หัวนมแข็งๆ ของผมอย่างแผ่วเบาเนี่ย

585
00:38:04,824 --> 00:38:08,077
ผมจำได้ชัดเลยว่าผมนึกในใจว่า
“มันไม่ใช่ 'รักนะ' หรอก

586
00:38:09,537 --> 00:38:10,705
แต่ก็เอาวะ"

587
00:38:14,500 --> 00:38:17,378
จากนั้นพ่อผม นายแพทย์วินซ์ เบอร์บิเกลีย

588
00:38:17,461 --> 00:38:22,174
ก็ให้การวินิจฉัยที่สั้นที่สุด
เท่าที่ผมเคยได้รับมาจนถึงทุกวันนี้

589
00:38:22,842 --> 00:38:24,010
เขาตอบว่า "ไม่ใช่"

590
00:38:29,640 --> 00:38:32,059
แล้วบทสนทนาก็จบลงแค่นั้น

591
00:38:33,185 --> 00:38:37,565
นี่คือสิ่งที่ใกล้เคียงกับบทเรียนเรื่องเซ็กส์ที่สุด
เท่าที่ผมเคยได้รับในชีวิตนี้

592
00:38:41,861 --> 00:38:43,738
เราไม่แสดงความรักผ่านทางสัมผัส

593
00:38:43,821 --> 00:38:45,448
คือแบบว่านานๆ ที

594
00:38:45,531 --> 00:38:47,616
ผมจำได้ว่าตอนผมอายุประมาณห้าขวบ

595
00:38:47,700 --> 00:38:50,911
ผมเคยเป็นไฮโปโทนิค
ซึ่งแปลว่าผมขาดน้ำจนเข้าขีดอันตราย

596
00:38:50,995 --> 00:38:52,496
แม่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทีหลัง

597
00:38:52,580 --> 00:38:55,958
ตอนนั้นผมหมดสติไปแล้ว
แม่อุ้มผมขึ้นมา โยนผมใส่ในรถ

598
00:38:56,042 --> 00:38:57,460
ขับรถพาผมไปห้องฉุกเฉิน

599
00:38:57,543 --> 00:39:00,713
แม่เป็นพยาบาล เลยอธิบายให้พวกเขาฟังว่า
“ลูกชายฉันเป็นไฮโปโทนิค

600
00:39:00,796 --> 00:39:02,590
ต้องให้น้ำเกลือเดี๋ยวนี้"

601
00:39:02,673 --> 00:39:05,217
แต่พวกเขาแบบ
“ต้องกรอกเอกสารประกันก่อนครับ”

602
00:39:05,301 --> 00:39:08,679
แม่ผมก็ตะลีตะลานกรอกแบบฟอร์มประกัน

603
00:39:08,763 --> 00:39:11,015
แล้วตอนนั้นเอง
พ่อผมซึ่งทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น

604
00:39:11,098 --> 00:39:14,226
เขาเดินเข้ามา เขากวาดตาดูสถานการณ์

605
00:39:14,310 --> 00:39:17,855
แล้วพ่อก็ "ให้น้ำเกลือไอ้เด็กนี่เดี๋ยวนี้!"

606
00:39:17,938 --> 00:39:20,024
และพวกเขาก็ทำ

607
00:39:20,107 --> 00:39:26,155
ซึ่งมันเป็นการยืนยันในแบบประหลาดๆ
ถึงบุคลิกที่รวนๆ ของพ่อผม

608
00:39:26,739 --> 00:39:30,868
เพราะมันได้ผล
ผมเองก็จำอะไรเรื่องนั้นไม่ได้เลย

609
00:39:30,951 --> 00:39:32,161
แม่ผมเล่าให้ผมฟังทีหลัง

610
00:39:32,244 --> 00:39:36,374
แต่สิ่งที่ผมจำได้คือ
ผมต้องนอนโรงพยาบาลอยู่สี่วัน

611
00:39:36,457 --> 00:39:40,544
แล้ววันหนึ่งพ่อผมก็เข้ามา
ตอนนั้นมีแค่พ่อกับผม

612
00:39:41,295 --> 00:39:44,465
พ่อเอาตุ๊กตาคิวเรียสจอร์จมาให้ผม

613
00:39:44,548 --> 00:39:47,802
ตัวใหญ่ประมาณนี้ ผมเก็บไว้ตลอดจนผมโต

614
00:39:48,386 --> 00:39:53,265
แล้วเขาก็ลูบไหล่ผม

615
00:39:54,683 --> 00:39:56,519
ประมาณ 15 นาที

616
00:39:59,313 --> 00:40:01,273
มันก็แค่การแสดงออกเล็กน้อย

617
00:40:03,651 --> 00:40:05,236
แต่ผมยังจำมันได้จนทุกวันนี้

618
00:40:08,406 --> 00:40:11,909
ผมกับเจนนี่น่ะตรงข้ามกับพ่อแม่ผมเลย

619
00:40:11,992 --> 00:40:13,744
เรานี่แบบเยอะเกิน

620
00:40:13,828 --> 00:40:18,541
แล้วอะไรคือเยอะเกินน่ะเหรอ
เดี๋ยวเราก็คงได้รู้ตอนลูกโต เพราะ…

621
00:40:19,875 --> 00:40:23,003
เราจะ "รักลูกนะ"
เรากอดเธอ เรากอดรัดฟัดเหวี่ยง

622
00:40:23,087 --> 00:40:25,714
อย่างตอนที่เธอแสดงบัลเลต์เมื่อไม่กี่ปีก่อน

623
00:40:25,798 --> 00:40:28,801
เราสองคนนั่งดูอยู่ในกลุ่มผู้ชม เราร้องไห้

624
00:40:29,301 --> 00:40:31,137
เพราะเธอไม่มีแววเลย คุณเข้าใจใช่มั้ย

625
00:40:31,220 --> 00:40:32,179
และ…

626
00:40:34,682 --> 00:40:37,143
เราอยู่วงการศิลปะ เราดูเรื่องพวกนี้ออก

627
00:40:37,226 --> 00:40:41,147
มันมีตัวบ่งชี้ตั้งแต่วัยเด็กเยอะ และ…

628
00:40:42,606 --> 00:40:46,277
เราร้องไห้เพราะเรา
จ่ายค่าเรียนไปเป็นพันๆ ดอลลาร์

629
00:40:46,360 --> 00:40:49,363
แล้วก็เสียเวลาไปกับการซ้อมเป็นร้อยๆ ชั่วโมง

630
00:40:49,447 --> 00:40:52,158
แต่เธอไปไม่ถึงระดับมืออาชีพแน่นอน ไม่มีทาง

631
00:40:54,452 --> 00:40:56,662
ไม่หรอก เราร้องไห้เพราะสารพัดเหตุผลที่ใช่

632
00:40:56,745 --> 00:41:00,666
ผมวิ่งไปหาเธอหลังจบการแสดง
ผมกอดเธอแน่นมากแล้วก็พูดว่า

633
00:41:00,749 --> 00:41:03,919
"อูนา เยี่ยมมากเลยลูก"

634
00:41:04,003 --> 00:41:09,258
อูนาก็ว่า "พ่อ ต่อให้หนูไม่เก่ง

635
00:41:09,341 --> 00:41:11,927
พ่อก็คงว่าเยี่ยมมากอยู่ดี"

636
00:41:13,095 --> 00:41:13,929
ผมรู้

637
00:41:15,639 --> 00:41:18,642
ผมต้องพูดกับเธอ ผมบอกว่า "จริงที่สุดเลย"

638
00:41:20,394 --> 00:41:23,731
"ลูกเก่งตรรกะกว่าบัลเลต์เยอะเลย"

639
00:41:23,814 --> 00:41:24,648
แต่ว่า…

640
00:41:27,610 --> 00:41:29,153
มีอยู่นิดนึงที่ผมไม่ได้พูดให้เธอฟัง

641
00:41:29,236 --> 00:41:33,324
ผมกะจะเก็บไว้ก่อนจนกว่าเธอจะอายุ 15
ตอนเธอพูดว่าผมห่วยแตก

642
00:41:33,407 --> 00:41:37,161
ตอนนั้นแหละผมจะบอกเธอว่า
"พ่อก็เคยคิดกับลูกแบบไม่อวยเหมือนกัน

643
00:41:39,288 --> 00:41:42,374
ตอนลูกเจ็ดขวบ
แต่ที่ไม่พูดเพราะจะถนอมน้ำใจลูก

644
00:41:42,458 --> 00:41:47,046
แต่พ่อพูดให้คนแปลกหน้ากลุ่มเบ้อเริ่ม
ที่โรงละครบีคอนในนิวยอร์กซิตี้ฟังแล้ว"

645
00:41:56,138 --> 00:42:00,476
เราเป็นพวกที่อารมณ์จัดเต็ม
แต่ก็มีบางอย่างที่เราเก็บไว้

646
00:42:00,559 --> 00:42:01,977
อย่างผมเองก็เก็บความโกรธไว้

647
00:42:02,061 --> 00:42:04,063
ผมรู้สึกโกรธแต่เลือกที่จะเก็บมันไว้

648
00:42:04,146 --> 00:42:06,649
เพราะตอนผมยังเด็ก พ่อผมมักจะขี้โกรธ

649
00:42:07,441 --> 00:42:11,028
แล้วผมจำได้ว่าผมคิดไว้ว่า
“ผมจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด”

650
00:42:11,111 --> 00:42:14,490
เพราะเด็กๆ ไม่รู้อะไรหลายอย่าง

651
00:42:15,533 --> 00:42:18,827
แต่พวกเขาซึมซับทุกอย่าง

652
00:42:19,662 --> 00:42:24,625
ถ้าคุณเห็นแก่ตัว
ลูกๆ คุณจะรู้ว่าคุณเห็นแก่ตัว

653
00:42:26,210 --> 00:42:29,046
ถ้าคุณใจดี พวกเขาจะรู้ว่าคุณใจดี

654
00:42:29,672 --> 00:42:30,673
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน

655
00:42:30,756 --> 00:42:37,763
อูนาเห็นว่าตอนที่ผมตื่นขึ้นมา
เจนนี่ทำแพนเค้กให้ผมกิน

656
00:42:40,808 --> 00:42:44,853
ถูกต้องแล้วไม่มีตัวเอส มันแค่ชิ้นเดียว

657
00:42:46,814 --> 00:42:48,607
เธอทำแพนเค้กให้ผม

658
00:42:50,359 --> 00:42:53,070
ผมพูดว่า "ขอบคุณสำหรับแพนเค้ก"

659
00:42:54,071 --> 00:42:56,949
เพราะเธอรู้เรื่องประวัติสุขภาพของผมดีมาก

660
00:42:57,032 --> 00:43:00,286
เธอเลยรู้ว่าปริมาณแพนเค้กที่เหมาะจะให้ผมกิน…

661
00:43:02,246 --> 00:43:03,455
คือหนึ่งชิ้น

662
00:43:08,002 --> 00:43:12,923
ผมเลยอยากจะทำอะไรดีๆ ตอบแทนเธอ
เพราะภาษารักของผมคือการนับแต้ม

663
00:43:15,926 --> 00:43:18,137
และถ้าคุณปรบมือ ของคุณก็ใช่

664
00:43:18,220 --> 00:43:21,307
และถ้าคุณไม่ปรบมือ ของคุณก็ใช่

665
00:43:21,390 --> 00:43:22,600
แต่คะแนนคุณตามอยู่

666
00:43:22,683 --> 00:43:26,645
เพราะคุณไม่รู้ว่ากำลังมีการแข่งขันกันอยู่ ผม…

667
00:43:28,939 --> 00:43:30,774
ปีที่แล้วเจนนี่พูดกับผมว่า

668
00:43:30,858 --> 00:43:33,235
“บางทีฉันรู้สึกเหมือน
คุณกำลังนับแต้มอยู่ตลอดเวลา”

669
00:43:33,319 --> 00:43:34,987
และผมก็แบบ "ใช่"

670
00:43:35,070 --> 00:43:38,032
ผมไม่เขินไม่อะไรทั้งสิ้นเลยเหอะ

671
00:43:38,115 --> 00:43:41,035
“ไม่งั้นคิดว่าไวท์บอร์ดที่อยู่ในครัวไว้ทำอะไรล่ะ”

672
00:43:45,831 --> 00:43:48,375
ผมแค่ทำได้ไม่เนียน ผมก็อยากให้เนียนนะ

673
00:43:48,459 --> 00:43:51,962
เจนนี่บอกว่าผมน่ะ
เหมือนเป็นผู้บรรยายชีวิตคู่ของเรา

674
00:43:52,046 --> 00:43:53,964
ที่ไม่มีใครเขาขอให้ทำ

675
00:43:57,676 --> 00:44:01,388
อย่างเวลาผมล้างจานอยู่ที่อ่าง
ผมก็จะ "ผมล้างจานอยู่

676
00:44:01,472 --> 00:44:03,974
เสร็จแล้วผมจะไปหยิบไอศกรีมให้พ่อแม่คุณ

677
00:44:04,058 --> 00:44:06,560
เสร็จแล้วก็จะไปเอาเส้นผม
ออกจากตะแกรงในห้องน้ำ"

678
00:44:06,644 --> 00:44:09,146
เจนนี่ก็จะแบบ “ไม่ต้องบอกก็ได้”

679
00:44:10,689 --> 00:44:13,359
“แค่ทำมันไปเลย แล้วมันก็จะเสร็จ”

680
00:44:13,442 --> 00:44:15,152
"เราไม่ต้องพูดถึงมันก็ได้"

681
00:44:15,736 --> 00:44:17,571
“เพราะฉันเองก็ทำอะไรเยอะเหมือนกัน”

682
00:44:18,364 --> 00:44:23,202
“แต่ฉันไม่พูด ฉันแค่ทำ แล้วมันก็เสร็จ”

683
00:44:24,453 --> 00:44:25,287
และผมก็พูดว่า

684
00:44:25,371 --> 00:44:28,290
“ผมจะเขียนบนไวท์บอร์ดให้คุณห้าแต้มเลย”

685
00:44:28,999 --> 00:44:31,835
“แต่คุณยังตามอยู่สามแต้มอยู่ดี ไม่เป็นไรหรอก”

686
00:44:36,298 --> 00:44:39,259
ผมนับแต้ม ไม่ได้ภูมิใจเลย
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้นิสัยนี้มาจากไหน

687
00:44:39,343 --> 00:44:41,762
ไม่รู้ว่าเรียนรู้มาจากพ่อแม่ผมหรือเปล่า

688
00:44:41,845 --> 00:44:45,724
ผมไม่รู้ว่าชีวิตคู่นี่คือต้องทำยังไง

689
00:44:48,477 --> 00:44:51,438
ไม่มีใครเคยสอนผมว่าแต่งงานแล้วต้องทำไง

690
00:44:51,522 --> 00:44:54,775
ผมแค่ด้นสดมันไปเรื่อย ทุกวัน

691
00:44:55,567 --> 00:44:58,404
ชีวิตคู่ของผมไม่มีอะไรเหมือนของพ่อแม่ผมเลย

692
00:44:58,487 --> 00:45:00,739
พ่อแม่ผมจะเถียงกันเรื่องโน้นนี้ตลอดเวลา

693
00:45:00,823 --> 00:45:03,742
เจนนี่กับผมก็เถียงกัน แต่เป็นคนละแบบ

694
00:45:03,826 --> 00:45:05,327
เพราะเจนนี่เป็นคนเก็บตัว

695
00:45:05,411 --> 00:45:11,250
และการเถียงกับคนเก็บตัว
มันคือการอ่านความเงียบ

696
00:45:16,255 --> 00:45:21,343
และตัดสินใจว่าความเงียบอันไหน
ที่คุณอยากคุยด้วย

697
00:45:23,303 --> 00:45:26,432
เมื่อวันก่อนเราเดินไปรับอูนา แล้วเจนนี่ดูเงียบๆ

698
00:45:26,515 --> 00:45:29,476
ผมถามว่า "มีอะไร" เธอว่า "ไม่มีอะไร"
แต่มันไม่ใช่ไม่มีอะไร

699
00:45:29,560 --> 00:45:32,354
มันเหมือนเจอทางแยกบนถนนที่ผมต้องแบบ

700
00:45:32,438 --> 00:45:33,981
"เดี๋ยวนะ ฉันควรถามต่อไหม

701
00:45:35,315 --> 00:45:37,025
หรือควรปล่อยมันไป"

702
00:45:40,070 --> 00:45:41,321
มีใครรู้บ้างครับ

703
00:45:43,115 --> 00:45:45,826
ผมแต่งงานมา 16 ปี แต่ผมไม่รู้เลย

704
00:45:47,369 --> 00:45:48,746
มีใคร…

705
00:45:48,829 --> 00:45:52,207
มีใครแต่งงานที่มานานแล้วบ้าง
ตะโกนมาว่ากี่ปี

706
00:45:53,041 --> 00:45:55,335
คุณแต่งงานมากี่ปีแล้วครับ

707
00:45:56,253 --> 00:45:57,087
สามสิบห้า

708
00:45:57,171 --> 00:45:59,798
สามสิบห้าปี มีใครที่นานกว่า 35 ปีไหม

709
00:45:59,882 --> 00:46:01,925
- สี่สิบปี
- สี่สิบ แล้วคุณล่ะ

710
00:46:02,009 --> 00:46:03,510
ห้าสิบเจ็ด

711
00:46:03,594 --> 00:46:05,137
นั่นอย่างเยอะเลย นั่น…

712
00:46:05,220 --> 00:46:07,222
ว่าแต่ คุณชื่ออะไรครับ

713
00:46:08,098 --> 00:46:08,932
แอนน์เหรอ

714
00:46:09,558 --> 00:46:11,769
- แล้วสามีคุณชื่ออะไร
- แจน

715
00:46:12,728 --> 00:46:15,689
สามีคุณชื่อแจนเหรอ

716
00:46:16,815 --> 00:46:18,484
แล้วคุณชื่อแอนน์เหรอ

717
00:46:21,487 --> 00:46:23,489
โอเค แล้ว…

718
00:46:24,490 --> 00:46:27,201
ผมเข้าใจถูกแล้วใช่ไหม แอนน์กับแจน

719
00:46:29,244 --> 00:46:30,579
คุณเป็นคนจริงๆ เหรอ

720
00:46:30,662 --> 00:46:33,957
คุณ…

721
00:46:35,918 --> 00:46:39,755
แอนน์กับแจน แต่งงานกันมา 57 ปี

722
00:46:40,756 --> 00:46:43,967
ลืมบอก พ่อแม่ผมแต่งงานกันมา 60 ปี

723
00:46:44,051 --> 00:46:45,677
ใช่ นานไปเนอะ

724
00:46:45,761 --> 00:46:46,720
ผมหมายถึง…

725
00:46:47,805 --> 00:46:50,474
ตอนผมอายุ 20 ผมบอกกับแม่

726
00:46:50,557 --> 00:46:52,226
ถึงสิ่งที่ผมเก็บไว้ในใจมานานมาก

727
00:46:52,309 --> 00:46:55,229
ผมพูดว่า "แม่ ถ้าแม่คิดอยากจะหย่ากับพ่อ

728
00:46:55,813 --> 00:46:57,481
เราก็ไม่มีปัญหาเลยนะ"

729
00:47:01,360 --> 00:47:04,488
ผมนึกว่าแม่จะแบบ "ขอบใจ"
คุณเข้าใจใช่มั้ย

730
00:47:06,657 --> 00:47:09,117
แต่แม่กลับพูดในสิ่งที่ผมจะไม่มีวันลืม

731
00:47:09,201 --> 00:47:11,411
แม่พูดว่า "ไมเคิล

732
00:47:11,495 --> 00:47:15,332
ลูกไม่มีวันเข้าใจชีวิตคู่ของคนอื่นได้หรอก"

733
00:47:17,376 --> 00:47:18,961
คุณคิดว่าจริงไหม แอนน์

734
00:47:22,172 --> 00:47:24,174
แจน คุณคิดว่าจริงไหม

735
00:47:29,555 --> 00:47:30,806
แอนน์กับแจน…

736
00:47:33,267 --> 00:47:34,601
หรือว่า "แจนกับแอนน์"

737
00:47:36,520 --> 00:47:37,938
ถ้างั้นแอนน์กับแจน…

738
00:47:42,192 --> 00:47:45,445
คุณคือบรอกโคลี ร็อบของผู้ชมกลุ่มนี้

739
00:47:48,574 --> 00:47:50,117
ผมว่านี่มันตลกดีนะ

740
00:47:50,200 --> 00:47:53,120
คุณอาจจะไม่คิดว่านี่ตลก

741
00:47:53,203 --> 00:47:55,581
เพราะนี่คือชีวิตที่คุณอยู่ของคุณมา

742
00:47:57,708 --> 00:47:59,710
แอนน์ ผมอยากขอคำแนะนำจากคุณ

743
00:48:00,419 --> 00:48:05,507
ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์นี้ที่คุณถามแจนว่า

744
00:48:06,425 --> 00:48:08,844
"คุณคิดอะไรอยู่" แล้วเขาบอกว่า "ไม่มีอะไร"

745
00:48:08,927 --> 00:48:10,596
คุณจะถามต่อ

746
00:48:11,221 --> 00:48:13,473
หรือคุณจะปล่อยมันไป

747
00:48:14,474 --> 00:48:15,851
- ถามต่อ
- ถามต่อ

748
00:48:15,934 --> 00:48:17,436
แอนน์บอกว่าถามต่อ

749
00:48:17,519 --> 00:48:18,562
แจนครับ

750
00:48:20,814 --> 00:48:22,357
คุณจะถามต่อ

751
00:48:22,441 --> 00:48:24,526
หรือคุณจะปล่อยมันไป

752
00:48:25,319 --> 00:48:26,486
ปล่อยมันไป

753
00:48:27,362 --> 00:48:29,740
นี่แหละถึงอยู่กันยืด ทุกท่านครับ

754
00:48:31,199 --> 00:48:35,954
นี่แหละเรื่องราวของแอนน์กับแจน
ถึงจบอย่างมีความสุข

755
00:48:37,623 --> 00:48:38,457
เพราะว่า

756
00:48:39,541 --> 00:48:45,213
พวกเขาคือน้ำมันกับน้ำส้มสายชู
ที่ประกอบเป็นสลัดชีวิตคู่ที่ประสบความสำเร็จ

757
00:48:49,927 --> 00:48:51,970
ผมเห็นด้วยกับคุณ แอนน์

758
00:48:54,556 --> 00:48:55,974
จริงนะ ผมถามต่อ

759
00:48:56,058 --> 00:48:58,769
ผมแค่คิดว่ารู้มากดีกว่ารู้น้อย

760
00:48:58,852 --> 00:49:01,605
ผมถามเจนนี่ว่า "คุณคิดอะไรอยู่"

761
00:49:01,688 --> 00:49:04,232
เธอบอกว่า "ไม่มีอะไร"
แบบว่าพูดหนักแน่นขึ้นไปอีก

762
00:49:04,316 --> 00:49:06,068
แล้วผมก็จงใจเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน

763
00:49:06,151 --> 00:49:08,987
ผมว่า "เมื่อกี้คุณมาจากไหนเหรอ"

764
00:49:09,071 --> 00:49:11,490
เจนนี่ก็ตอบว่า “อยู่บ้านดูข่าว

765
00:49:11,573 --> 00:49:13,700
แล้วก็รู้สึกเศร้าเรื่องสงคราม”

766
00:49:13,784 --> 00:49:16,203
ผมก็ว่า "คุณคิดว่าเป็นความผิดผมเหรอ"

767
00:49:16,286 --> 00:49:17,120
แล้ว…

768
00:49:19,623 --> 00:49:20,832
ผมถูกเลี้ยงมาแบบคาทอลิก

769
00:49:20,916 --> 00:49:23,585
ผมเปิดกว้างต่อความคิดว่า
อะไรๆ ก็อาจเป็นความผิดผม

770
00:49:23,669 --> 00:49:27,255
ผมว่ามันเป็นไปได้ว่าผมช่วยตัวเองเยอะมาก

771
00:49:27,339 --> 00:49:29,424
จนทำให้เกิดสงครามในตะวันออกกลาง

772
00:49:30,634 --> 00:49:31,635
ผมอาจเป็นนักฝัน

773
00:49:31,718 --> 00:49:34,680
แต่ผมค่อนข้างมั่นใจ
ว่าเพลงนั้นหมายถึงแบบนั้น

774
00:49:36,932 --> 00:49:39,726
พ่อผมคงไม่ชอบมุกนี้ ผม…

775
00:49:39,810 --> 00:49:41,561
พ่อไม่ค่อยชอบมุกที่ผมเล่น

776
00:49:41,645 --> 00:49:45,107
แต่ที่เขาไม่ชอบเป็นพิเศษเลยก็คือมุกที่หยาบ

777
00:49:46,316 --> 00:49:47,734
และเป็นเรื่องส่วนตัว

778
00:49:47,818 --> 00:49:49,319
เพราะงั้นเขาคงไม่ชอบใจ

779
00:49:50,821 --> 00:49:53,699
มุกห้านาทีกับหัวนมแข็ง

780
00:49:58,870 --> 00:50:01,206
และเขาก็ไม่ชอบมุกการเมือง ที่จริงแล้ว

781
00:50:01,289 --> 00:50:04,710
ตอนผมอายุ 20 ผมชอบเล่นมุกการเมือง

782
00:50:04,793 --> 00:50:09,381
แล้วเราก็ลงเอยด้วยการถกกันเรื่องการเมือง

783
00:50:09,464 --> 00:50:12,592
และมันตึงเครียดมาก

784
00:50:12,676 --> 00:50:14,720
ผมไปหาพ่อ

785
00:50:14,803 --> 00:50:17,097
แล้วเราก็ไปเดินเล่นกัน

786
00:50:17,180 --> 00:50:20,642
บนเส้นทางในป่าหลังบ้านเขา

787
00:50:20,726 --> 00:50:22,602
และยิ่งเราเดินไกล

788
00:50:22,686 --> 00:50:24,938
มันก็ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น

789
00:50:25,022 --> 00:50:30,235
จนถึงจุดที่เขาพูดคำแรงๆ เกี่ยวกับผม

790
00:50:30,318 --> 00:50:33,405
แล้วผมก็เริ่มพูดคำแรงๆ เกี่ยวกับเขา

791
00:50:35,574 --> 00:50:40,162
พอผมกลับไปที่รถ
ผมบอกว่า "ไปละครับ พ่อ"

792
00:50:40,245 --> 00:50:41,955
แต่เขาไม่บอกลา

793
00:50:43,373 --> 00:50:44,708
เขาพูดว่า "งั้น…

794
00:50:46,293 --> 00:50:48,045
แกก็ไปตามทางแกก็แล้วกัน"

795
00:50:49,921 --> 00:50:50,881
จบแค่นั้น

796
00:50:51,798 --> 00:50:53,216
แล้วผมก็ขับรถกลับบ้าน

797
00:50:54,885 --> 00:50:57,137
และผมรู้สึกเคว้งมาก

798
00:50:58,555 --> 00:51:01,933
แบบว่าผมคิดว่าทั้งชีวิตผม
ผมอยากเป็นเหมือนพ่อผม

799
00:51:02,017 --> 00:51:06,063
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง
ผมตัดสินใจว่าอยากให้เขาเป็นเหมือนผม

800
00:51:08,565 --> 00:51:11,693
แต่ผมไม่เคยมีเรื่องแบบนั้นกับแม่
ผมกับแม่สนิทกันมาตลอด

801
00:51:11,777 --> 00:51:12,986
ตั้งแต่ผมยังเด็ก

802
00:51:13,070 --> 00:51:17,199
เพราะแม่เคร่งศาสนามาก
ตอนผมเป็นเด็ก ผมเคร่งศาสนามาก

803
00:51:17,282 --> 00:51:18,992
เพราะเด็กๆ ชอบเวทมนตร์

804
00:51:21,953 --> 00:51:22,788
และผม…

805
00:51:23,997 --> 00:51:27,584
ผมชอบไปโบสถ์
เพราะบาทหลวงทำให้ขำได้หนักมาก

806
00:51:27,667 --> 00:51:30,337
ทั้งที่พูดแค่นิดเดียว

807
00:51:30,420 --> 00:51:33,882
พวกคุณพ่อจะ
"แมทธิว มาร์ก ลุค กับจอห์น-บอย"

808
00:51:33,965 --> 00:51:36,760
ผู้คนจะแบบ "คุณพ่อแพทริคนี่ฮาสุดๆ"

809
00:51:36,843 --> 00:51:38,720
ผมแบบ "เขาฮาตรงไหนอะ"

810
00:51:38,804 --> 00:51:42,766
"ไม่มีตบมุกเลย ก็แค่จัดฉากให้คนขำ”

811
00:51:42,849 --> 00:51:43,683
และ…

812
00:51:45,185 --> 00:51:47,229
ผมนี่แบบ "เรียกฉันขึ้นไปบนนั้นสิ"

813
00:51:47,312 --> 00:51:49,022
"เอาไมค์ให้ฉันสิ"

814
00:51:49,106 --> 00:51:51,525
"ลงชื่อฉันขึ้นเดี่ยวบนแท่นบูชาที"

815
00:51:51,608 --> 00:51:53,985
"ฉันจะทำให้ขำตาย"

816
00:51:54,069 --> 00:51:55,153
"ฉันจะตรึงผู้คน"

817
00:51:55,237 --> 00:52:00,700
"ฉันหมายถึงตรึงในทางที่ดีอย่างตรึงตราน่ะ"

818
00:52:04,121 --> 00:52:05,997
ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นบาทหลวง

819
00:52:06,081 --> 00:52:10,919
แล้วผมก็ไปเป็นเด็กช่วยทำพิธี
และคำตอบคือไม่ ผมไม่โดน

820
00:52:11,002 --> 00:52:13,046
คงเพราะพวกเขารู้ว่าผมเป็นคนช่างพูด

821
00:52:13,130 --> 00:52:15,215
หน้าตาผมออกทรงนั้น

822
00:52:15,298 --> 00:52:18,635
แล้วผมก็โคตรจะไม่เก่ง
เขาคงคิดว่าขนาดจุดเทียนยังไม่ได้เรื่อง

823
00:52:18,718 --> 00:52:20,887
ถ้าให้เป่าก็คงจะไม่เท่าไหร่

824
00:52:24,641 --> 00:52:25,600
ใช่ ผมรู้

825
00:52:25,684 --> 00:52:27,686
กับบางคนมันมากเกินไป

826
00:52:27,769 --> 00:52:30,814
แต่ผมคิดว่าไอ้ที่นักบวชพวกนั้นทำ
ในยุค 80 ต่างหากที่มากเกินไป

827
00:52:30,897 --> 00:52:33,650
ผมว่ามุกที่ผมเล่นกับเรื่องนั้น
ห่างไกลกับคำว่าเลวร้ายนะ

828
00:52:36,319 --> 00:52:39,698
ผมคิดว่าเราไม่ควรปล่อยมันไป

829
00:52:44,494 --> 00:52:46,121
ผมถูกเลี้ยงมาแบบคาทอลิกจ๋า

830
00:52:46,204 --> 00:52:49,040
จนทุกวันนี้ยังอธิบายให้เพื่อนฟังยากเลยว่า

831
00:52:49,666 --> 00:52:53,753
ศาสนามันฝังแน่นในวัยเด็กของผมแค่ไหน
และจะมีบางครั้งที่มันผุดขึ้นมาเอง

832
00:52:53,837 --> 00:52:56,840
อย่างเช่นไม่นานนี้เจนนี่กับผมนั่งอูเบอร์

833
00:52:56,923 --> 00:53:00,677
แล้วอยู่ๆ เพลงสวดจากโบสถ์ผุดขึ้นมาในหัวผม

834
00:53:00,760 --> 00:53:01,720
เนื้อเพลงพวกนั้น

835
00:53:01,803 --> 00:53:03,305
เป็นเพลงสวดที่ร้องว่า…

836
00:53:03,388 --> 00:53:05,390
จงจำไว้

837
00:53:05,932 --> 00:53:08,727
ว่าพระเยซูเจ้า

838
00:53:09,394 --> 00:53:12,063
ทรงตายเพื่อเรา

839
00:53:12,689 --> 00:53:16,985
และฟื้นขึ้นจากความตาย

840
00:53:18,612 --> 00:53:22,782
เนื้อเพลงพวกนั้นพุ่งเข้ามาในหัวผม

841
00:53:23,992 --> 00:53:26,328
ตอนนั่งอูเบอร์ไปซีวีเอส

842
00:53:28,121 --> 00:53:31,333
ศาสนานี้รักษาไม่หาย

843
00:53:31,416 --> 00:53:35,837
มันจะมีสารเคมีของศาสนา
ที่จะตกค้างอยู่ตลอดไป

844
00:53:39,257 --> 00:53:42,219
ผมมองไปทางเจนนี่ที่นั่งอยู่ด้วยกัน
และบอกกับเธอ

845
00:53:42,302 --> 00:53:44,262
"อยู่ๆ ผมก็นึกถึงเพลงสวดนี้"

846
00:53:44,346 --> 00:53:47,140
แล้วผมก็ร้องให้เธอฟัง
เหมือนที่ร้องให้พวกคุณฟัง

847
00:53:49,226 --> 00:53:50,560
แต่เธอไม่ขำ

848
00:53:52,187 --> 00:53:53,813
หน้าเธอนิ่งมาก

849
00:53:54,689 --> 00:53:58,318
ผมก็แบบ "แต่มันตลกใช่ไหม"
แล้วผมก็ร้องดังกว่าเดิม

850
00:54:01,446 --> 00:54:03,657
เธอยังทำหน้าจริงจังอยู่

851
00:54:04,741 --> 00:54:06,201
แล้วเธอก็ส่งข้อความหาผม

852
00:54:07,869 --> 00:54:10,080
จากที่ห่างผมไปแค่สามนิ้ว

853
00:54:11,873 --> 00:54:13,291
ผมก็แบบ "โอ๊ะโอ"

854
00:54:15,502 --> 00:54:16,920
แล้วผมก็มองโทรศัพท์

855
00:54:17,712 --> 00:54:20,924
ข้อความจากเจนนี่บอกว่า

856
00:54:21,007 --> 00:54:25,428
"คนขับอูเบอร์มีลูกประคำบนแผงหน้าปัดรถเขา"

857
00:54:34,813 --> 00:54:36,356
ผมเป็นคนถนัดด้นสด

858
00:54:37,482 --> 00:54:41,861
ผมเลยพูดว่า
"เหตุผลที่ผมพูดถึงเพลงสวดนั้น…

859
00:54:44,030 --> 00:54:46,241
เพราะมันมีความหมายต่อผมมาก

860
00:54:49,661 --> 00:54:51,871
และผมอยากจะสอนคุณ"

861
00:54:54,541 --> 00:54:56,418
"เพราะงั้นร้องตามผมนะ"

862
00:54:58,336 --> 00:55:00,880
จงจำไว้

863
00:55:04,551 --> 00:55:06,511
ตอนเด็กๆ ผมเคยมีลูกประคำ

864
00:55:06,594 --> 00:55:09,889
ยายผมให้มาตอนผมแปดขวบ
ตอนรับศีลมหาสนิทครั้งแรก

865
00:55:09,973 --> 00:55:15,145
ถ้าคุณไม่รู้จักลูกประคำ
มันเหมือนลูกคิดสำหรับชาวคาทอลิก

866
00:55:15,228 --> 00:55:18,189
แบบไว้นับคำสวดของคุณ

867
00:55:19,607 --> 00:55:22,736
ถ้าคุณไม่รู้ว่าลูกคิดคืออะไร
มันเหมือนเครื่องคิดเลข

868
00:55:23,361 --> 00:55:24,988
เหมือนเครื่องคิดเลขคาทอลิก

869
00:55:27,824 --> 00:55:29,534
และผมได้มาจากคุณยาย

870
00:55:29,617 --> 00:55:32,162
และทุกคืนก่อนนอนผมจะสวดภาวนา

871
00:55:32,245 --> 00:55:35,957
ผมจะสวดวันทามารีอา
และบทพระบิดา และบทถวายพระเกียรติ

872
00:55:37,667 --> 00:55:41,254
ทั้งชีวิตวัยเด็กของผม จิตสำนึกของผม

873
00:55:41,338 --> 00:55:45,133
มีแต่ผมกับพระเจ้า

874
00:55:46,926 --> 00:55:48,345
และเมื่อถึงจุดหนึ่ง

875
00:55:50,180 --> 00:55:51,222
มันเหลือแค่ผม

876
00:55:55,560 --> 00:55:57,062
ดังนั้นในเดือนพฤษภาคม

877
00:55:57,145 --> 00:55:59,689
ผมไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลกับแม่ผม

878
00:55:59,773 --> 00:56:02,359
แล้วแม่ก็สวดภาวนา ส่วนผมไม่สวด

879
00:56:02,442 --> 00:56:05,904
แต่ผมทำตัวเป็นแดนเซอร์ให้
นึกออกไหม ผมแบบ…

880
00:56:10,200 --> 00:56:11,368
ประมาณนั้น

881
00:56:11,451 --> 00:56:14,496
ผมมันพวกเอาไงก็เอา ร่วมด้วยช่วยกัน และ…

882
00:56:15,163 --> 00:56:18,500
แต่แม่ภาวนาเพราะพ่อผมอาการแย่ลง

883
00:56:18,583 --> 00:56:23,380
นอกจากจะขยับตัวไม่ได้แล้ว
พ่อยังกระเพาะอาหารอุดตันด้วย

884
00:56:23,463 --> 00:56:24,714
ซึ่งมันอาการหนักมาก

885
00:56:24,798 --> 00:56:30,345
จนหมอต้องเอาท่อเอ็นจีใส่เข้าไปในคอ
เพื่อดูดของเหลวและแก๊สออกมา

886
00:56:30,428 --> 00:56:33,681
และพ่อก็ทรมานมาก

887
00:56:33,765 --> 00:56:37,644
ท้องเขาบวมพองจนโป่งขึ้นมาตั้งห้านิ้ว

888
00:56:40,021 --> 00:56:44,943
เขาพูดกับผมว่า "ไมเคิล พ่อกำลังจะตาย"

889
00:56:47,362 --> 00:56:50,031
ผมพูดว่า "พ่อ ผมว่าพ่อไม่ตายหรอก"

890
00:56:52,075 --> 00:56:53,368
แต่ผมไม่รู้

891
00:56:55,036 --> 00:56:59,916
เช้าวันต่อมา ผมได้รับโทรศัพท์
จากจิม แกฟฟิแกน นักแสดงตลก

892
00:56:59,999 --> 00:57:02,752
ที่ผมรู้จักมาหลายปี
แต่น้ำเสียงเขาต่างจากเดิมมาก

893
00:57:02,836 --> 00:57:08,007
เขาพูดว่า "นี่ พระสันตะปาปา โป๊ปฟรานซิส

894
00:57:08,091 --> 00:57:11,052
อยากเจอพวกนักแสดงตลก

895
00:57:11,136 --> 00:57:14,848
แล้วชื่อนายอยู่ในรายชื่อ ฉันก็อยู่ในรายชื่อ

896
00:57:14,931 --> 00:57:16,933
แต่ไม่รู้สินะ

897
00:57:17,016 --> 00:57:18,393
ฉันว่าฉันจะไป"

898
00:57:22,939 --> 00:57:24,691
ผมแปลกใจมาก ผมแบบ

899
00:57:24,774 --> 00:57:29,237
"โป๊ปท่านรู้ไหม
ว่าถ้าเชิญนักแสดงตลกไปเป็นฝูงเนี่ย

900
00:57:29,320 --> 00:57:32,240
พวกนี้น่าจะเอาไปพูดบนเวทีแหง"

901
00:57:33,783 --> 00:57:34,784
แล้วจิมก็แบบ

902
00:57:35,577 --> 00:57:37,203
"ท่านต้องรู้สิ"

903
00:57:40,331 --> 00:57:43,793
"แต่แค่อาจจะเพลาๆ
มุกลวนลามเด็กลงหน่อย"

904
00:57:45,753 --> 00:57:48,339
ผมก็คิดว่า "พวกเขาเบาเมื่อไหร่ ฉันจะเบา"

905
00:57:51,009 --> 00:57:53,052
คุณเบาก่อนเลยครับ ศาสนจักรคาทอลิก

906
00:57:54,179 --> 00:57:57,432
อย่าปรบมือ
ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นการชุมนุม ผม…

907
00:58:01,644 --> 00:58:03,938
ตอนแรกผมโน้มเอียงไปทางปฏิเสธ

908
00:58:04,022 --> 00:58:06,441
เพราะหลายปีมานี้

909
00:58:06,524 --> 00:58:11,070
พ่อแม่ผมคอยกระตุ้นให้ผมกับเจนนี่
พาอูนาไปโบสถ์

910
00:58:11,154 --> 00:58:13,031
แต่เราไม่ได้ไป

911
00:58:13,114 --> 00:58:15,325
ไม่ใช่เพราะจะต่อต้านศาสนาอะไร

912
00:58:15,408 --> 00:58:18,286
แต่ถ้าที่ไหนมีประวัติแบบนั้น…

913
00:58:18,369 --> 00:58:21,331
อย่างถ้ามีร้านโฮลฟูดส์ในบรุกลิน

914
00:58:22,207 --> 00:58:24,209
เกิดมีข่าวว่าลวนลามเด็กต่อเนื่อง

915
00:58:24,292 --> 00:58:27,170
เราก็คงไม่ไปซื้อของที่นั่นอีกต่อไป

916
00:58:29,380 --> 00:58:31,799
ต่อให้ผู้คนจะแบบ "มันเกิดขึ้นแค่บางครั้งเอง"

917
00:58:31,883 --> 00:58:37,430
ผมก็จะ "ผมว่านั่นละจำนวนที่ผมรับไม่ได้
ผมว่าขีดจำกัดผมก็คือบางครั้ง"

918
00:58:39,015 --> 00:58:40,892
ผมเลยโน้มเอียงจะปฏิเสธ

919
00:58:40,975 --> 00:58:43,686
แต่วันนั้นผมอยู่กับพ่อที่โรงพยาบาล

920
00:58:43,770 --> 00:58:48,358
ผมพูดว่า "พ่อ
ผมได้รับเชิญไปพบกับโป๊ป"

921
00:58:48,441 --> 00:58:49,859
หน้าเขาสดใสขึ้นมาเลย

922
00:58:49,943 --> 00:58:53,446
เหมือนปู่โจในเรื่องชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต

923
00:58:59,869 --> 00:59:03,665
นั่นคือตอนที่ผมรู้ตัวว่า
ผมต้องไปพบโป๊ปที่นครวาติกัน

924
00:59:05,250 --> 00:59:08,962
เดือนมิถุนายน ผมได้ตั๋วเครื่องบิน
สำหรับผม เจนนี่ และอูนา

925
00:59:09,546 --> 00:59:10,672
และเราบินไปโรม

926
00:59:10,755 --> 00:59:14,968
เราเดินไปรอบๆ วาติกัน
และมันเกิดความซาบซึ้งอย่างน่าประหลาด

927
00:59:15,051 --> 00:59:17,470
เพราะแน่นอนว่ามันเป็นสถานที่ที่น่าทึ่ง

928
00:59:17,554 --> 00:59:20,723
แล้วผมก็อธิบายให้อูนาฟัง

929
00:59:20,807 --> 00:59:25,937
ผมแบบ "นี่แหละศาสนาที่พ่อนับถือตอนเด็กๆ

930
00:59:26,020 --> 00:59:29,440
คุณย่าเอ็มเจเชื่อในเรื่องพวกนี้เยอะเลย

931
00:59:29,524 --> 00:59:31,067
ส่วนพ่อก็เชื่อเป็นบางเรื่อง

932
00:59:31,150 --> 00:59:33,903
และงานศิลปะพวกนี้ส่วนใหญ่ขโมยเขามา

933
00:59:33,987 --> 00:59:37,657
และพ่อว่าเราไม่ควรขโมยงานศิลปะ

934
00:59:37,740 --> 00:59:39,826
แต่ถ้าต้องทำ ก็อย่าเอาไปคืน"

935
00:59:39,909 --> 00:59:45,081
ผมคิดว่านั่นคือบทเรียนจากวาติกัน
คือถ้าคุณจะขโมย โกยมาให้เยอะ

936
00:59:45,164 --> 00:59:46,332
แล้วอย่าไปคืน

937
00:59:49,586 --> 00:59:53,423
แล้วอูนาก็ถามคำถามที่ทำเอาผมไม่ทันตั้งตัว

938
00:59:53,506 --> 00:59:55,133
เธอว่า "พ่อ

939
00:59:55,633 --> 00:59:58,303
พระเยซูคือใครคะ"

940
01:00:03,808 --> 01:00:07,395
ผมคิดในใจ "นี่มันช่องโหว่ขนาดใหญ่
ในบทเรียนชีวิตที่เราสอนลูกเลยนะเนี่ย"

941
01:00:07,478 --> 01:00:10,023
เพราะเธอรู้อะไรหลายอย่าง

942
01:00:10,106 --> 01:00:12,275
เธอรู้จักเทพกรีก รู้จักเทพโรมัน

943
01:00:12,358 --> 01:00:15,278
เทพอียิปต์ เทพนอร์ส…

944
01:00:15,361 --> 01:00:18,031
แต่ไม่รู้ยังไง ผมข้ามพระเยซูไปซะงั้น

945
01:00:18,114 --> 01:00:19,616
ผมเลยพยายามสอนแบบเร่งรัด

946
01:00:19,699 --> 01:00:22,535
แบบ "เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อนมีผู้ชายคนนึง

947
01:00:22,619 --> 01:00:25,121
เขาเดินๆ อยู่บนโลก
และเขาเป็นเหมือนพระเจ้า

948
01:00:25,204 --> 01:00:29,250
แต่เขาก็เป็นลูกของพระเจ้าด้วย
แล้วเขาก็มีกลุ่มลัทธิ และ…

949
01:00:30,460 --> 01:00:33,421
แต่มันเป็นลัทธิที่มีเจตนาดีนะ และ…"

950
01:00:35,006 --> 01:00:36,924
ซึ่งเอาจริงก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเถียงกัน

951
01:00:37,008 --> 01:00:39,636
ถ้าพระเยซูอยู่บนเวทีกับผม
ที่โรงละครบีคอนในตอนนี้

952
01:00:39,719 --> 01:00:42,263
เขาจะแบบ "ใช่ มันเป็นลัทธิ เรามีกัน 12 คน"

953
01:00:42,764 --> 01:00:44,140
"มากสุด 70"

954
01:00:44,223 --> 01:00:48,811
เขาจะเป็นคนที่งงที่สุด
กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับศาสนาคริสต์

955
01:00:48,895 --> 01:00:51,689
เขาจะแบบว่า "นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าตั้งใจไว้เลย"

956
01:00:52,565 --> 01:00:55,985
"ข้าออกแนวเดวิด เบลนผสม
กับธนาคารอาหารมากกว่า"

957
01:01:01,741 --> 01:01:07,288
คือมันเป็นลัทธิที่มีเจตนาดี
และไม่ได้จะว่าพวกลัทธิทั้งหลายนะ

958
01:01:08,623 --> 01:01:10,750
ก็อาจจะมีบ้างนิดๆ คือ…

959
01:01:12,043 --> 01:01:12,877
ไม่ ผมไม่ได้…

960
01:01:12,960 --> 01:01:15,004
ผมไม่สนับสนุนลัทธิ

961
01:01:15,088 --> 01:01:17,757
แต่ผมต้องบอกว่าเจนนี่กับผมติดสารคดี

962
01:01:17,840 --> 01:01:20,093
เกี่ยวกับลัทธิต่างๆ แบบงอมแงมมาก

963
01:01:21,094 --> 01:01:22,428
โดยเฉพาะตอนแรก

964
01:01:22,512 --> 01:01:25,890
เพราะมันมักจะเกี่ยวกับ
การแบ่งปันอาหารกับคาร์พูล…

965
01:01:25,973 --> 01:01:28,184
เรามักจะแบบ
"แบบนี้น่าจะโอ" คุณนึกออกไหม

966
01:01:28,267 --> 01:01:31,979
แล้วเราก็จะหาในกูเกิลแมปส์ว่า
"ที่นี่มันอยู่ตรงไหน"

967
01:01:32,939 --> 01:01:34,524
ตอนที่สองจะเริ่มมืดหม่น

968
01:01:34,607 --> 01:01:37,068
มันจะแบบ
"แล้วเราก็ต้องหลับนอนกับท่านผู้นำ"

969
01:01:37,151 --> 01:01:40,363
ผมก็จะแบบ "บ่อยแค่ไหน"
เข้าใจความหมายผมใช่มั้ย

970
01:01:41,280 --> 01:01:45,243
"พวกคุณมีกัน 100 คน
ต่อให้เวียนกันมันจะบ่อยแค่ไหนเชียว"

971
01:01:46,577 --> 01:01:49,664
"เดือนละครั้ง สามเดือนครั้งเหรอ
รู้ไหมว่าฉันทำอะไร

972
01:01:49,747 --> 01:01:53,000
ทุกๆ สามเดือน
ที่มันแย่กว่ามีเซ็กส์กับท่านผู้นำอีกฮึ"

973
01:01:54,168 --> 01:01:55,336
"จดไว้ในปฏิทิน"

974
01:01:55,420 --> 01:01:57,380
ผมคิดว่านั่นคือหัวใจสำคัญของชีวิตคู่ที่ดี

975
01:01:57,463 --> 01:02:01,718
คุณต้องจดมันไว้ในปฏิทิน

976
01:02:01,801 --> 01:02:03,678
บางครั้งผมต้องมีเซ็กส์กับท่านผู้นำ

977
01:02:03,761 --> 01:02:06,139
บางครั้งเจนนี่จะมีเซ็กซ์กับท่านผู้นำ

978
01:02:06,639 --> 01:02:09,934
บางครั้งผมจะมีเซ็กส์กับเจนนี่
และจะเรียกเธอว่าท่านผู้นำ

979
01:02:10,017 --> 01:02:11,436
ผมว่าเรานับให้หมด

980
01:02:15,690 --> 01:02:18,735
ผมต้องระวังน้ำเสียงเวลาพูดถึงลัทธิ

981
01:02:18,818 --> 01:02:24,449
เพราะ… หลังๆ นี้ผมได้อีเมล
ตอนที่มีใครมาดูการแสดงผม

982
01:02:24,532 --> 01:02:27,076
พวกเขาแบบ "ชอบรายการนะ
แต่อยากให้คุณรู้ไว้

983
01:02:27,160 --> 01:02:31,456
ถ้าคุณเคยเข้าร่วมลัทธิ
เจนนี่ต้องมีเซ็กส์กับท่านผู้นำ

984
01:02:31,539 --> 01:02:34,792
บ่อยกว่าที่คุณต้องมีเซ็กส์กับท่านผู้นำ"

985
01:02:39,046 --> 01:02:41,299
มันทำให้ผมจิตตกจริงๆ นะ

986
01:02:41,382 --> 01:02:45,887
เพราะผมแบบ
"นี่ฉันปล่อยมุกได้แย่ปานนี้เลยเหรอ

987
01:02:47,597 --> 01:02:49,474
ถึงมีคนที่ดูโชว์ฉันเสร็จกลับไป

988
01:02:50,850 --> 01:02:54,228
แล้วคิดว่า ก. ฉันอาจเข้าร่วมลัทธิ

989
01:02:56,063 --> 01:02:57,023
และ ข.

990
01:02:57,106 --> 01:03:00,777
ว่าถ้าฉันเข้าร่วมลัทธิ ฉันจะไม่รู้

991
01:03:00,860 --> 01:03:03,780
ว่าเจนนี่จะต้องมีเซ็กส์กับท่านผู้นำ

992
01:03:03,863 --> 01:03:07,158
บ่อยกว่าที่ฉันจะต้องมีเซ็กส์กับท่านผู้นำเนี่ย"

993
01:03:09,619 --> 01:03:13,039
ผมจึงขออยากใช้เวลาการเดี่ยวช่วงนี้

994
01:03:13,122 --> 01:03:14,081
เพื่อชี้แจง

995
01:03:15,583 --> 01:03:17,293
ว่าบางเรื่องเป็นเรื่องตลกนะครับ

996
01:03:21,130 --> 01:03:25,843
ประเด็นคือผมอยู่ที่โรมกับครอบครัว และ…

997
01:03:29,096 --> 01:03:31,349
มันน่าสนใจดี ทุกที่ในโรมที่คุณไป

998
01:03:31,432 --> 01:03:34,644
จะมีโบสถ์สวยๆ มีรูปปั้นพระเยซู

999
01:03:34,727 --> 01:03:36,062
มีภาพวาดของพระเยซู

1000
01:03:36,145 --> 01:03:38,147
จนถึงขนาดที่ผมต้องพูดกับไกด์ของเราว่า

1001
01:03:38,231 --> 01:03:40,316
ผมแบบ "ท่านเคยอยู่ที่นี่เหรอ"

1002
01:03:40,399 --> 01:03:43,110
"เพราะผมรู้ว่าท่านไม่เคย
ผมเคยเรียนโรงเรียนคาทอลิกนะ

1003
01:03:43,194 --> 01:03:46,656
แต่ผมรู้สึกเหมือนพวกคุณ
ทำให้รู้สึกเหมือนว่าท่านเคยอยู่"

1004
01:03:46,739 --> 01:03:50,409
พูดก็พูดเถอะ โรมเองก็น่าจะโดนข้อหา

1005
01:03:50,493 --> 01:03:53,329
ขโมยวัฒนธรรมเป็นรายแรกๆ เลยนะครับ

1006
01:03:53,412 --> 01:03:57,124
เพราะพระเยซูไม่ได้ของสนุกๆ จากโรมเลย

1007
01:03:57,208 --> 01:03:59,961
ท่านไม่ได้กินพิซซ่ากับพาสต้า

1008
01:04:00,044 --> 01:04:03,965
ท่านไม่ได้ "มัมมา มีอา" กับเพื่อนๆ

1009
01:04:06,092 --> 01:04:07,802
ทั้งหมดที่ท่านรู้เกี่ยวกับโรม

1010
01:04:07,885 --> 01:04:10,680
คือพวกโรมันโผล่มาที่ลัทธิของท่านในเยรูซาเลม

1011
01:04:10,763 --> 01:04:14,725
แล้วก็แบบ "ไง เราชอบสิ่งที่เจ้าทำอยู่นะ"

1012
01:04:15,393 --> 01:04:18,771
"เป็นเรื่องราวคลาสสิก
ของการถีบตัวจากความต่ำต้อยสู่ความต้อยต่ำ"

1013
01:04:21,107 --> 01:04:25,570
“แต่เราว่ามันจะทรงพลังขึ้นอีก
ถ้าตัวเอกตายตอนจบ”

1014
01:04:26,821 --> 01:04:29,073
ผมเข้าใจ ผมเองก็ไม่โอเคกับเรื่องนี้เหมือนกัน

1015
01:04:29,156 --> 01:04:32,660
แล้วพวกเขาก็ฆ่าท่านจริงๆ ซึ่งน่าเศร้ามาก

1016
01:04:32,743 --> 01:04:35,538
แต่ไอ้ที่บิดเบี้ยวกว่านั้นคือพวกนั้นฆ่าท่าน

1017
01:04:35,621 --> 01:04:39,208
แล้วก็ขายภาพวาดที่ตัวเองกำลังฆ่าท่าน

1018
01:04:39,292 --> 01:04:41,502
เพื่อยึดครองครึ่งหนึ่งของโลก

1019
01:04:41,586 --> 01:04:46,215
มันเหมือนถ้าครอบครัววิลค์ส บูธ
มาผลิตของเล่นลินคอล์นล็อกส์ แบบ…

1020
01:04:49,927 --> 01:04:52,972
ผมพูดเรื่องนี้ให้โป๊ปฟัง
และท่านคิดว่ามันตลกดี

1021
01:04:53,055 --> 01:04:57,476
แต่ท่านพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
เพราะงั้นใครจะไปรู้ล่ะ และ…

1022
01:05:02,940 --> 01:05:06,444
ไม่ เราไม่ได้แสดงให้โป๊ปดูหรอกครับ

1023
01:05:06,527 --> 01:05:08,446
ซึ่งผมรู้สึกว่าน่าเสียดายโอกาส

1024
01:05:08,529 --> 01:05:10,865
เพราะงานนี้มีนักแสดงตลกชั้นยอดเพียบเลย

1025
01:05:10,948 --> 01:05:14,201
แบบคริส ร็อก
สตีเฟน โคลแบร์ กับโคแนน โอไบรอัน

1026
01:05:14,285 --> 01:05:16,746
เดวิด เซดาริส คนเหล่านี้แล้วก็ผม

1027
01:05:16,829 --> 01:05:22,376
แล้วก็นะ ผมรู้ตัวดีว่าผมอยู่ล่างสุดของรายชื่อ

1028
01:05:22,460 --> 01:05:26,797
พวกเขาโทรหาผมเดือนพฤษภา
ให้ไปในเดือนมิถุนายน

1029
01:05:29,050 --> 01:05:34,055
ผมมั่นใจว่าต้องมีลิสต์เดือนเมษา
แต่คงโดนปฏิเสธไปหลายคน

1030
01:05:34,138 --> 01:05:38,851
แล้วโป๊ปก็เข้ากูเกิล
หา "นักแสดงตลก" ในโน้ตบุกส์เดลล์ของท่าน

1031
01:05:41,354 --> 01:05:44,273
นามสกุลของท่านคือแบร์โกกลิโอ

1032
01:05:44,357 --> 01:05:46,567
ส่วนนามสกุลผมคือเบอร์บิเกลีย

1033
01:05:46,651 --> 01:05:50,905
และผมคิดว่าท่านคง
“เขาชื่อเบอร์บิเกลีย ฉันชื่อเบอร์โกกลิโอ”

1034
01:05:52,323 --> 01:05:55,618
“เขาต้องเป็นญาติห่างๆ ของฉันแน่ๆ”

1035
01:05:56,953 --> 01:05:58,537
ท่านไม่ได้พูดแบบนั้นหรอก

1036
01:05:58,621 --> 01:05:59,455
ผม…

1037
01:06:00,164 --> 01:06:01,248
ท่านไม่ใช่คนอิตาลีด้วยซ้ำ

1038
01:06:01,332 --> 01:06:02,792
ท่านมาจากบัวโนสไอเรส

1039
01:06:02,875 --> 01:06:08,631
แต่ผมว่าวงการตลกคงยังไม่ขีดฆ่า
การล้อสำเนียงอิตาเลียนออกหรอก

1040
01:06:08,714 --> 01:06:11,217
ดังนั้นจนกว่าจะถึงตอนนั้น

1041
01:06:11,300 --> 01:06:13,844
"มัมมา มีอา ฉันคือโป๊ป"

1042
01:06:14,804 --> 01:06:18,057
"เราเอาศีลมหาสนิทมาทำพิซซ่า"

1043
01:06:20,309 --> 01:06:22,603
มุกนี้พ่อผมก็คงไม่ชอบอีก

1044
01:06:26,148 --> 01:06:28,484
เราไม่ได้แสดงให้โป๊ปดู

1045
01:06:28,567 --> 01:06:33,864
โป๊ปทรงตรัสกับเรา

1046
01:06:34,448 --> 01:06:35,616
เหล่านักแสดงตลก

1047
01:06:36,617 --> 01:06:38,327
เกี่ยวกับเรื่องตลก

1048
01:06:41,706 --> 01:06:43,958
ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของอำนาจทำให้คนหลงตัวเอง

1049
01:06:44,041 --> 01:06:48,462
ถ้าคุณเป็นพระเก่งขั้นสุดจนถึงจุดที่คุณคิดว่า

1050
01:06:48,546 --> 01:06:52,383
"ฉันจะชวนคริส ร็อกมาที่บ้าน

1051
01:06:53,134 --> 01:06:56,262
แล้วบอกให้เขาฟังว่าตลกควรเป็นไง…"

1052
01:06:58,139 --> 01:07:01,559
มันก็เหมือนถ้าผมโผล่ไปที่นาซ่า
แล้วพูดว่า "ผมมีไอเดียเรื่องจรวด"

1053
01:07:01,642 --> 01:07:04,437
"ผมว่าเราควรสร้างมันขึ้นมา
และเข้าไปบินในนั้น

1054
01:07:04,520 --> 01:07:07,440
อย่ามาขี่บินอยู่ข้างนอกเหมือนในการ์ตูน"

1055
01:07:09,567 --> 01:07:12,319
“และนั่นคือบทสุนทรพจน์เรื่องจรวดของผมครับ”

1056
01:07:12,403 --> 01:07:14,405
"ทีนี้ทุกคนก็จูบแหวนแต่งงานผมซะ"

1057
01:07:14,488 --> 01:07:16,449
ทุกคนแบบ "แหวะ เหม็นเหงื่อ"

1058
01:07:22,621 --> 01:07:24,874
โป๊ปพูดกับเราเรื่องตลก

1059
01:07:24,957 --> 01:07:28,335
โป๊ปองค์นี้ ถ้าพวกคุณไม่รู้
โป๊ปฟรานซิสองค์นี้ ท่านดีใช้ได้เลย

1060
01:07:28,419 --> 01:07:30,880
แต่แค่ถ้าเทียบกับโป๊ปองค์อื่นๆ นะ

1061
01:07:30,963 --> 01:07:31,797
ผมหมายถึง…

1062
01:07:32,923 --> 01:07:36,761
ถ้าคุณเจอท่านที่งานปาร์ตี้
คุณจะแบบ "ไอ้หมอนี่มันยังไง" แบบ…

1063
01:07:39,472 --> 01:07:41,807
แต่เทียบกับโป๊บองค์อื่นๆ ท่านวิเศษมาก

1064
01:07:41,891 --> 01:07:48,689
แล้วโป๊ปก็เชิญพวกเราเข้าไป
ในสถานที่ที่เรียกว่าพระราชวังอัครทูต

1065
01:07:48,773 --> 01:07:51,400
แล้วท่านก็กล่าวสุนทรพจน์เรื่องอารมณ์ขัน

1066
01:07:51,484 --> 01:07:56,822
ท่านพูดอยู่ประมาณ 40 นาที
แต่ผมก็จดส่วนที่ชอบที่สุดไว้ด้วย

1067
01:07:56,906 --> 01:07:59,241
นี่คือส่วนที่ผมชอบที่สุดจริงๆ

1068
01:07:59,325 --> 01:08:02,620
มันเป็นภาษาอิตาลี
แต่พวกเขาแปลให้เรา ท่านพูดว่า

1069
01:08:02,703 --> 01:08:05,790
"เพื่อนรัก
ท่ามกลางข่าวร้ายอันน่าหม่นหมองมากมาย

1070
01:08:05,873 --> 01:08:09,543
ในโลกที่เต็มไปด้วยปัญหาทั้งทางสังคมและส่วนตัว

1071
01:08:09,627 --> 01:08:12,171
พวกคุณมีพลังในการมอบรอยยิ้มให้ผู้คน"

1072
01:08:12,755 --> 01:08:15,841
“พวกคุณเป็นเพียงไม่กี่คนที่สามารถพูดกับผู้คน

1073
01:08:15,925 --> 01:08:18,302
จากต่างรุ่นต่างวัฒนธรรมได้”

1074
01:08:18,385 --> 01:08:20,638
น่ารักดีครับ เป็นอะไรโป๊ปๆ อบอุ่นดี

1075
01:08:21,806 --> 01:08:25,643
แล้วโป๊ปก็พูดว่า “ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์…”
ตรงนี้แหละที่ผมเริ่มหลุดนิดนึง

1076
01:08:28,646 --> 01:08:31,690
“ณ จุดเริ่มต้นของโลก
ขณะที่ทุกสรรพสิ่งกำลังสร้างขึ้น

1077
01:08:31,774 --> 01:08:33,734
พระปัญญาของพระเจ้า
ได้ฝึกศิลปะของพวกคุณ

1078
01:08:33,818 --> 01:08:35,986
เพื่อประโยชน์ของพระองค์เอง

1079
01:08:36,070 --> 01:08:38,239
ผู้ชมคนแรกในประวัติศาสตร์"

1080
01:08:38,322 --> 01:08:41,826
ซึ่งเป็นแนวคิดที่แปลก
ซึ่งทำผมหนักใจมาตลอดตั้งแต่สมัยประถม

1081
01:08:41,909 --> 01:08:44,995
เพราะผู้ชมแห่งประวัติศาสตร์เนี่ย
เป็นอะไรที่เขาสอนกันมา

1082
01:08:45,496 --> 01:08:48,999
ตอนผมยังเด็กพวกเขาชอบพูดว่า
“พระเจ้ากำลังมองเธอ

1083
01:08:49,500 --> 01:08:51,335
อยู่ตลอดเวลา”

1084
01:08:51,418 --> 01:08:53,462
ผมเชื่อตามนั้นจริงๆ ผมอายุเจ็ดขวบ

1085
01:08:53,546 --> 01:08:56,507
ผมคิดว่าพระองค์แบบ
กำลังขับเชฟวี่มาลิบูตามผมอยู่

1086
01:08:56,590 --> 01:08:59,135
แบบ "ไมค์ เบอร์บิเกลียทำอะไรอยู่"

1087
01:08:59,218 --> 01:09:01,428
"เขาซ่อนหนังโป๊อยู่ในป่า"

1088
01:09:01,512 --> 01:09:04,431
"ข้าจะทำให้เขาไม่มีแฟนจนกว่าจะ 20"

1089
01:09:04,515 --> 01:09:08,310
คำทำนายนั้นเป็นจริง ดังนั้นอาจมีพระเจ้าอยู่จริง

1090
01:09:08,394 --> 01:09:09,436
แต่…

1091
01:09:11,105 --> 01:09:14,191
จินตนาการนั้นฝังแน่นอยู่ตลอดช่วงวัยเด็กของผม

1092
01:09:14,275 --> 01:09:16,318
อย่างตอนผมอายุ 15 ผมเริ่มช่วยตัวเอง

1093
01:09:16,402 --> 01:09:20,281
ผมก็นึกเอาเองว่า
พระเจ้ากำลังมองผมทำแบบนั้นอยู่ด้วย

1094
01:09:20,364 --> 01:09:23,826
ผมก็เลยแอบใช้มุมกล้องช่วยนิดนึง เพราะผม…

1095
01:09:26,912 --> 01:09:29,582
เพราะผมคิดว่า
ถ้าพระองค์เกิดกำลังมองจอมอนิเตอร์อยู่

1096
01:09:29,665 --> 01:09:32,168
พระองค์คงคิดว่า
"ฉันเห็นเด็ก 15 ช่วยตัวเองมาเยอะละ

1097
01:09:32,251 --> 01:09:33,544
แต่เด็กคนนี้เก่งใช้ได้"

1098
01:09:33,627 --> 01:09:35,963
"แบบนี้น่าจะเทิร์นโปรได้"

1099
01:09:36,046 --> 01:09:38,132
ซึ่งผมก็ได้เป็นนักแสดง ก็คือจบแบบแฮปปี้

1100
01:09:38,215 --> 01:09:40,176
อาจจะไม่ใช่ในทางเทคนิค แต่…

1101
01:09:40,259 --> 01:09:42,219
โอเค แล้วโป๊ปก็พูดว่า…

1102
01:09:47,057 --> 01:09:49,268
“ข้าพเจ้าระลึกถึงเรื่องราวในหนังสือปฐมกาล

1103
01:09:49,351 --> 01:09:52,813
ตอนที่พระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมว่า
ภายในหนึ่งปี เขาจะมีบุตรชาย”

1104
01:09:52,897 --> 01:09:55,399
"เขากับซาราห์ภรรยาเขา แก่และไม่มีบุตร"

1105
01:09:55,482 --> 01:09:56,609
เธออายุ 23

1106
01:09:58,694 --> 01:10:00,988
“ซาราห์ตั้งครรภ์
และให้กำเนิดบุตรชายในวัยชรา”

1107
01:10:01,071 --> 01:10:02,072
ตอนอายุ 24

1108
01:10:02,740 --> 01:10:05,284
“ซาราห์กล่าวว่า
‘พระเจ้าทรงทำให้ข้าหัวเราะ’”

1109
01:10:05,367 --> 01:10:09,663
“นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาตั้งชื่อลูกว่าไอแซค
ซึ่งแปลว่า ‘เขาหัวเราะ’”

1110
01:10:09,747 --> 01:10:12,291
แล้วสุดท้าย โป๊ปก็พูดว่า “จงจำไว้”

1111
01:10:12,833 --> 01:10:18,005
“เมื่อใดที่คุณสามารถเรียกรอยยิ้ม
จากผู้ชมได้แม้เพียงคนเดียว

1112
01:10:18,088 --> 01:10:20,257
คุณได้ทำให้พระเจ้ายิ้มด้วย"

1113
01:10:21,884 --> 01:10:23,177
ซึ่งผมคิดว่าท่านพูดดี

1114
01:10:23,260 --> 01:10:25,221
แล้วท่านก็ให้ลูกประคำกับเรา

1115
01:10:26,972 --> 01:10:31,143
ท่านเอาถุงผ้าสีเขียวใบเล็กๆ
ใส่ลูกประคำที่ทรงสวดให้ให้พวกเราคนละใบ

1116
01:10:31,227 --> 01:10:35,231
ซึ่งผมเอากลับบ้าน
ไปให้พ่อกับแม่ในเดือนกรกฎาคม

1117
01:10:35,314 --> 01:10:37,691
เป็นวันเกิดปีที่ 84 ของพ่อผม

1118
01:10:38,484 --> 01:10:41,820
มีผม แม่ผม โจพี่ชายผม

1119
01:10:41,904 --> 01:10:45,491
จีนพี่สาวผม กับแพตตี้น้องสาวผม
กับลูกๆ พวกเราทั้งหมด

1120
01:10:45,574 --> 01:10:48,285
หลานๆ ทั้งหกคนของพ่อผม

1121
01:10:48,369 --> 01:10:50,746
เราทุกคนห้อมล้อมพ่อผม

1122
01:10:50,829 --> 01:10:53,040
แล้วผมก็เอาลูกประคำนี่ให้เขา

1123
01:10:54,333 --> 01:10:57,127
แล้วเขาก็ตาเป็นประกาย

1124
01:10:58,212 --> 01:11:04,468
แล้วแม่ผมก็พูดว่า
"ไมเคิล พระเจ้าทรงเรียกขานลูก"

1125
01:11:08,055 --> 01:11:09,974
ผมอยากบอกให้รู้ไว้…

1126
01:11:13,143 --> 01:11:15,145
ผมไม่คิดว่าพระเจ้าเรียกผม

1127
01:11:17,940 --> 01:11:21,735
พอแม่พูดแบบนี้ สิ่งที่ผมอยากบอกคือ "ไม่"

1128
01:11:22,945 --> 01:11:25,197
"คนที่เรียกผมคือจิม แกฟฟิแกน

1129
01:11:28,701 --> 01:11:30,995
ที่โดนสตีเฟน โคลแบร์เรียก

1130
01:11:31,954 --> 01:11:33,664
ที่คนที่เรียกเขาอาจเป็นพระเจ้า"

1131
01:11:39,336 --> 01:11:42,715
แต่ถ้าคุณผ่านปีที่หนักหนามาอย่างพ่อแม่ผม

1132
01:11:42,798 --> 01:11:46,010
คุณก็จะพูดโดยอัตโนมัติว่า "ครับ…

1133
01:11:48,345 --> 01:11:49,722
พระเจ้าทรงเรียกผม"

1134
01:11:52,516 --> 01:11:54,560
เราซื้อเค้กให้พ่อผม

1135
01:11:55,311 --> 01:11:57,104
แล้วทุกคนก็กลับบ้าน

1136
01:11:58,063 --> 01:12:01,984
ส่วนผมยืนอยู่ตรงนั้นกับพ่อ
เขานอนอยู่บนเตียง

1137
01:12:02,943 --> 01:12:04,945
ผมคุยกับพ่อ เขาพูดได้แล้ว

1138
01:12:05,029 --> 01:12:08,324
แต่เขาจำอะไรที่เกิดขึ้นปีที่แล้วไม่ได้เลย

1139
01:12:09,366 --> 01:12:12,870
ผมเลยถามเขาเรื่องต่างๆ
ที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

1140
01:12:12,953 --> 01:12:15,873
เขาเกิดปี 1940 ที่บุชวิค บรุกลิน

1141
01:12:15,956 --> 01:12:18,292
ผมถามว่า "ตอนพ่อเด็กๆ

1142
01:12:18,375 --> 01:12:21,170
มีญาติกลับมาจาก
สงครามโลกครั้งที่สองบ้างไหม"

1143
01:12:21,253 --> 01:12:25,799
เขาก็ว่า "มี มีลุงชาร์ลี กับลุงโจ กับลุงโทนี่

1144
01:12:25,883 --> 01:12:28,844
พวกเขากลับมาแล้วก็เล่าเรื่องสุดระทึก

1145
01:12:28,927 --> 01:12:31,055
ว่าพวกเขาเกือบโดนฆ่าตายยังไง"

1146
01:12:31,555 --> 01:12:34,141
ผมถามว่า "พ่อถูกเกณฑ์ไปเวียดนามเหรอ"

1147
01:12:34,224 --> 01:12:37,936
พ่อก็ว่า "ใช่ พ่อถูกเกณฑ์ แต่เพราะพ่อเป็นหมอ

1148
01:12:38,020 --> 01:12:40,606
เขาเลยส่งพ่อไปประจำที่เทกซัส

1149
01:12:40,689 --> 01:12:44,943
และนั่นคือที่ที่แม่แกกับพ่อ
ได้เจอเพื่อนๆ เยอะมาก

1150
01:12:45,027 --> 01:12:46,653
ที่สนิทกันมาจนวันนี้"

1151
01:12:47,905 --> 01:12:51,283
ผมก็ว่า "ตอนพ่อเด็กๆ
ที่อยู่พ่อที่บุชวิคคือที่ไหน"

1152
01:12:51,367 --> 01:12:53,827
แล้วเขาก็บอกที่อยู่มา
ผมก็พิมพ์ใส่ในโทรศัพท์

1153
01:12:53,911 --> 01:12:55,746
แล้วผมก็ขีดเส้น

1154
01:12:56,288 --> 01:12:58,582
ระหว่างบ้านสมัยเด็กของพ่อ

1155
01:12:59,083 --> 01:13:02,586
กับบ้านสมัยเด็กของอูนาหลานสาวเขาในตอนนี้

1156
01:13:02,669 --> 01:13:06,548
มันอยู่ห่างกันราวหกกิโลกว่าๆ
แล้วผมก็เอาให้เขาดู

1157
01:13:08,300 --> 01:13:12,513
ผมคิดในใจว่า "ทำไมพ่อ
ไม่บอกเรื่องพวกนี้กับฉันให้เร็วกว่านี้"

1158
01:13:13,722 --> 01:13:16,225
แล้วผมก็คิดว่า "แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยถาม"

1159
01:13:17,893 --> 01:13:22,398
พอถึงตอนนี้พ่อผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว
และเขาพูดไม่ไหวแล้ว

1160
01:13:22,981 --> 01:13:25,734
แต่ผมอยู่กับเขา

1161
01:13:28,362 --> 01:13:29,822
และผมอยากอยู่ที่นั่นเพื่อเขา

1162
01:13:29,905 --> 01:13:35,077
เพราะคุณก็รู้ว่า
เมื่อพ่อแม่คุณผ่านอะไรในสิ่งที่พ่อผมเจอมา

1163
01:13:35,160 --> 01:13:39,123
คุณไม่รู้หรอกว่าคุณจะได้เจอเขาอีกสักกี่ครั้ง

1164
01:13:42,501 --> 01:13:45,337
ผมเลยเอื้อมมือไป ลูบไหล่เขา

1165
01:13:46,713 --> 01:13:49,633
และผมดูออกจากสายตาเขา
ว่าเขาชอบมัน

1166
01:13:50,843 --> 01:13:53,011
และริมฝีปากเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย

1167
01:13:56,473 --> 01:13:59,685
ผมลูบไหล่เขาอยู่ประมาณ 15 นาที

1168
01:14:03,689 --> 01:14:06,066
และผมก็รู้สึกใกล้ชิดกับพ่อ

1169
01:14:06,984 --> 01:14:08,193
เหมือนตอนที่ผมยังเด็ก

1170
01:14:08,277 --> 01:14:11,655
ที่พ่อเอาตุ๊กตาคิวเรียสจอร์จ
มาให้ผมที่โรงพยาบาล

1171
01:14:13,157 --> 01:14:17,202
กับตอนผมอายุ 12
ที่เขาลูบหัวนมแข็งๆ ของผม

1172
01:14:23,667 --> 01:14:28,130
เช้าวันต่อมา
ผมขับรถพาเจนนี่กับอูนากลับนิวยอร์ก

1173
01:14:28,213 --> 01:14:31,925
ไม่กี่วันต่อมา
ผมเดินพาอูนากลับบ้านจากโรงเรียน

1174
01:14:33,510 --> 01:14:36,889
ผมก็คิดได้ว่า
"นั่นแหละคือสิ่งเดียวที่ฉันจะสอนลูกได้…

1175
01:14:39,558 --> 01:14:42,269
คือเราจะไม่มีวันรู้ทุกอย่าง"

1176
01:14:44,062 --> 01:14:49,026
"เราจะทำผิดอยู่บ่อยครั้ง"

1177
01:14:51,862 --> 01:14:55,324
"และบางทีสิ่งเล็กๆ อย่างความเมตตา
อาจเป็นทั้งหมดที่เรามี"

1178
01:14:56,992 --> 01:14:58,202
"และบางที…

1179
01:15:00,204 --> 01:15:01,538
นั่นแหละคือชีวิตที่ดี"

1180
01:15:15,385 --> 01:15:16,637
ขอบคุณมากครับ

1181
01:15:20,015 --> 01:15:21,975
ขอบคุณมากที่มารับชมกันครับ

1182
01:15:36,823 --> 01:15:38,992
(แด่อูนาลูกสาวผม และวินซ์พ่อผม)

1183
01:16:02,099 --> 01:16:04,560
(ขอบคุณดนตรีจากเรดเฮิร์ส)

1184
01:16:04,643 --> 01:16:07,521
(ขอบพระคุณพระสันตะปาปาฟรานซิส
คศ.1936 - 2025)

1185
01:17:10,626 --> 01:17:15,631
คำบรรยายโดย วราภรณ์ วราสภานนท์



