1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.LT

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.LT

3
00:00:13,263 --> 00:00:16,558
ขอต้อนรับสู่เดอะเดลี่โชว์ครับ ผมจอน สจวร์ต
เรามีแขกสุดยอดคนหนึ่งในคืนนี้

4
00:00:16,641 --> 00:00:18,435
เดวิด เรมนิคจะมาร่วมรายการกับผม

5
00:00:18,518 --> 00:00:21,855
เขาเป็นบรรณาธิการ
นิตยสารเดอะ นิวยอร์กเกอร์

6
00:00:25,942 --> 00:00:28,236
เป็นพวกผู้ทรงภูมิจริงๆ

7
00:00:28,778 --> 00:00:30,613
มาฉลองครบรอบ 100 ปี เดอะ นิวยอร์กเกอร์

8
00:00:30,697 --> 00:00:35,952
และเราก็จะถกเรื่องความแตกต่าง
ของเครื่องหมายอุมเลาท์กับไดแอรีซิสกัน

9
00:00:36,995 --> 00:00:39,039
ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราต้องเดินออกไปหน้าเวที

10
00:00:39,581 --> 00:00:41,833
มันจะเจ๋ง คุณจะโบกมือมั้ย

11
00:00:41,916 --> 00:00:42,792
ใช่แล้ว

12
00:00:43,793 --> 00:00:46,337
ช่วยปรบมือต้อนรับเดวิด เรมนิคด้วยครับ!

13
00:00:48,423 --> 00:00:51,301
หนึ่งร้อยปีเดอะ นิวยอร์กเกอร์

14
00:00:51,384 --> 00:00:54,387
และนี่ก็เป็นฉบับพิเศษ ผมไม่รู้ว่าคุณเห็นมั้ย

15
00:00:54,471 --> 00:00:57,140
นี่เหมือนฉบับชุดว่ายน้ำของพวกเขา

16
00:01:00,894 --> 00:01:03,855
คุณดิวอี้ ทรูแมน คาโพที
จากเดอะ นิวยอร์กเกอร์

17
00:01:04,439 --> 00:01:07,150
- เดอะ นิวยอร์กเกอร์เหรอ
- ใช่ เดอะ นิวยอร์กเกอร์

18
00:01:07,233 --> 00:01:09,611
ทุกคนชอบการ์ตูนในเดอะ นิวยอร์กเกอร์

19
00:01:15,283 --> 00:01:18,703
ขณะที่หนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายร้อยหัว
ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

20
00:01:18,787 --> 00:01:21,247
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ก็ไปได้สวย ขอบคุณมากครับ

21
00:01:21,331 --> 00:01:24,709
มันอยู่มานานแค่ 100 ปีเองเหรอ
ดูสิว่ามันทำอะไรไว้บ้าง

22
00:01:24,793 --> 00:01:27,003
เดอะ นิวยอร์กเกอร์
ชนะรางวัลพูลิตเซอร์เมื่อวานนี้

23
00:01:27,087 --> 00:01:29,130
ด้านการทำข่าวเชิงสืบสวนแบบยาว

24
00:01:29,214 --> 00:01:30,465
บทความโดยเชฟหนุ่ม

25
00:01:30,548 --> 00:01:33,802
ชื่อแอนโธนี่ บอร์เดนกำลังเขย่า
วงการร้านอาหารในสัปดาห์นี้

26
00:01:33,885 --> 00:01:36,554
รีวิวของพอลลีน คาเอล
ไม่เพียงแต่เปลี่ยนการวิจารณ์ภาพยนตร์

27
00:01:36,638 --> 00:01:37,889
มันเปลี่ยนแปลงภาพยนตร์ด้วย

28
00:01:42,227 --> 00:01:43,228
เดอะ นิวยอร์กเกอร์

29
00:01:43,311 --> 00:01:46,898
"ผมคงเฉยชากว่านี้ถ้าผมไม่ได้หนืดเนือยขนาดนี้"

30
00:01:51,945 --> 00:01:55,198
อ๊ะ เข้าใจแล้ว ตลกเหมือนกันนะ

31
00:01:55,281 --> 00:01:57,283
สำหรับคนอย่างผมที่มาจากแถบมิดเวสต์น่ะ

32
00:01:57,367 --> 00:02:01,454
เราหยิบนิตยสารเดอะนิวยอร์กเกอร์ขึ้นมา
แล้วก็ได้เปิดหน้าต่างสู่การเป็นชาวนิวยอร์ก

33
00:02:01,538 --> 00:02:03,123
ฉันเป็นนักเขียนของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

34
00:02:03,206 --> 00:02:05,750
- มันเป็นนิตยสาร…
- ผมรู้จักเดอะ นิวยอร์กเกอร์

35
00:02:10,255 --> 00:02:12,632
คืนนี้กระทรวงกลาโหมตกเป็นฝ่ายตั้งรับ

36
00:02:12,715 --> 00:02:15,635
ทางกระทรวงปฏิเสธรายงานข่าว
ในนิตยสารนิวยอร์กเกอร์สัปดาห์นี้

37
00:02:15,718 --> 00:02:16,594
ประเด็นโต้แย้งวันนี้

38
00:02:16,678 --> 00:02:19,931
เป็นเรื่องปกนิตยสาร
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ฉบับใหม่

39
00:02:20,014 --> 00:02:23,560
เป็นครั้งแรกที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์
สนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

40
00:02:23,643 --> 00:02:25,687
บทบรรณาธิการนิตยสารสัปดาห์นี้…

41
00:02:29,232 --> 00:02:33,486
อย่างเดียวที่คุณจะมีเพื่อความบันเทิง
คือนิตยสารนิวยอร์กเกอร์กองยักษ์นั่น

42
00:02:33,570 --> 00:02:34,612
โอ๊ย ไม่เอาน่า

43
00:02:34,696 --> 00:02:37,031
ทั้งคุณกับผมก็รู้ดีว่าผมจะไม่มีวันอ่านมัน

44
00:02:40,869 --> 00:02:47,041
(100 ปี เดอะ นิวยอร์กเกอร์)

45
00:02:47,125 --> 00:02:51,713
(วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์)

46
00:02:55,049 --> 00:02:57,635
เอมิลี่ เป็นไงบ้าง คุณยังอยู่นะ

47
00:02:57,719 --> 00:02:59,429
ไง ลุยซ่า ทุกคนเป็นไงบ้าง

48
00:02:59,512 --> 00:03:02,432
เอาละ เรามีประเด็นเยอะเลย
เพราะงั้นเราควรรีบหน่อย

49
00:03:02,515 --> 00:03:03,558
(ประชุมไอเดียประจำสัปดาห์)

50
00:03:03,641 --> 00:03:06,853
มีเรื่องเล่าเพียบเลยในช่วงหลังนี้
ว่าสินทรัพย์ชิ้นโปรดของคนรวย

51
00:03:06,936 --> 00:03:08,271
(หกเดือนก่อนฉบับครบรอบ 100 ปี)

52
00:03:08,771 --> 00:03:10,148
คือฟอสซิลไดโนเสาร์

53
00:03:10,231 --> 00:03:13,651
ตั้งแต่ปี 2022 มีการขาดแคลน
ยาแอดเดอรอลขนาดหนัก

54
00:03:13,735 --> 00:03:17,197
ผมว่าเราควรทำประวัติโคจิ มุราตะ

55
00:03:17,280 --> 00:03:20,617
ผู้คิดค้นดาวเทียมไม้ดวงแรกสุด นั่นแหละ…

56
00:03:20,700 --> 00:03:23,578
ทุกเรื่องราวเจ๋งๆ ที่เราทำ
ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา

57
00:03:23,661 --> 00:03:25,538
เริ่มจากความคิดเจ๋งๆ

58
00:03:27,790 --> 00:03:31,419
นักเขียนของเราไล่ตามความคิดเหล่านี้ไป
ไม่ว่ามันจะนำไปที่ไหน

59
00:03:32,462 --> 00:03:34,964
แน่ละว่าบรรณาธิการของเรา
ทำงานร่วมกับนักเขียนที่ดูแล

60
00:03:35,048 --> 00:03:39,052
จากนั้นก็พินิจพิจารณา
และขัดเกลาทุกประโยค ทุกถ้อยคำ

61
00:03:39,135 --> 00:03:41,512
"แต่ไม่มีการแทรกแซงด้านบรรณาธิการมากนัก

62
00:03:41,596 --> 00:03:44,974
เครื่องหมายจุลภาค ในตอนแรก"
เราต้องใช้เครื่องหมายจุลภาคหลังจากนั้นมั้ย

63
00:03:45,058 --> 00:03:47,685
แล้วชิ้นงานนั้น
ก็จะถูกส่งไปยังแผนกตรวจสอบข้อเท็จจริง

64
00:03:47,769 --> 00:03:51,522
และผ่านกระบวนการที่เคยถูกเปรียบเทียบ
กับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

65
00:03:51,606 --> 00:03:56,027
เราบอกว่าแมวพวกนั้นชื่อไทเกอร์
เลิฟเวอร์บอย แล้วก็กัมมี่แบร์

66
00:03:56,110 --> 00:03:57,403
ถูกต้องมั้ยคะ

67
00:03:57,487 --> 00:04:00,198
เดอะ นิวยอร์กเกอร์คือปาฏิหาริย์ โอเคนะครับ

68
00:04:00,281 --> 00:04:03,159
เดอะนิวยอร์กเกอร์เป็นสื่อสิ่งพิมพ์

69
00:04:03,243 --> 00:04:06,663
ที่ตีพิมพ์โปรไฟล์ยาว 15,000 คำ

70
00:04:06,746 --> 00:04:08,331
ของนักดนตรีคนหนึ่งในสัปดาห์หนึ่ง

71
00:04:08,414 --> 00:04:11,834
หรือเรื่องราว 9,000 คำ
จากทางตอนใต้ของเลบานอน

72
00:04:11,918 --> 00:04:15,672
โดยมีการ์ตูนแก๊กแทรกอยู่ในนั้น

73
00:04:15,755 --> 00:04:19,300
ไม่เคยมีรูปถ่ายขึ้นปกเลยใช่มั้ยล่ะครับ

74
00:04:19,384 --> 00:04:22,929
ไม่มีบิกินี่ ไม่มีดาราหนัง

75
00:04:23,513 --> 00:04:26,307
แต่มันก็ประสบความสำเร็จ

76
00:04:28,268 --> 00:04:31,938
ความจริงที่ว่ามีสิ่งนี้อยู่และมันก็ไปได้สวย

77
00:04:32,021 --> 00:04:36,484
และผมก็ขอยืนกรานว่ามันจะไปได้สวย
ไม่ใช่แค่ศตวรรษเดียวแต่เป็นสองสามศตวรรษ

78
00:04:36,985 --> 00:04:38,569
นั่นมันน่าทึ่งมากครับ

79
00:04:46,160 --> 00:04:48,037
(ทศวรรษ 1920)

80
00:04:48,121 --> 00:04:50,123
ยุคแจ๊ส นิวยอร์ก

81
00:04:50,957 --> 00:04:54,877
เมืองที่คึกคักด้วยนักการเงินและสาวแฟลปเปอร์

82
00:04:55,420 --> 00:04:57,005
วงดนตรีบิ๊กแบนด์

83
00:04:57,672 --> 00:04:59,048
เบ๊บ รูธ

84
00:04:59,132 --> 00:05:02,302
และร้านสปีคอีซี่กว่า 30,000 ร้าน

85
00:05:03,803 --> 00:05:05,888
แล้วแฮโรลด์ รอสส์

86
00:05:05,972 --> 00:05:08,891
ผู้ไม่น่าเชื่อว่าจะได้มาเป็นผู้ก่อตั้ง
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ก็ปรากฏตัวขึ้น

87
00:05:08,975 --> 00:05:11,936
รอสส์ผู้เป็นสิงห์อมควัน
ที่มีพรสวรรค์ด้านการพ่นคำหยาบ

88
00:05:12,020 --> 00:05:16,190
ได้คบค้าสมาคมกับกลุ่มนักเขียน
และนักเขียนเรื่องตลกที่มีงานไม่เป็นหลักแหล่ง

89
00:05:16,274 --> 00:05:21,362
ซึ่งพบกันทุกวันที่โรงแรมอัลกอนควิน
เพื่อดื่มเหล้าและปะทะคารมกันขำๆ

90
00:05:22,113 --> 00:05:26,701
"ทุกอย่างที่ผมชอบทำ ถ้าไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม
ก็ผิดกฎหมาย หรือไม่ก็ทำให้น้ำหนักขึ้น"

91
00:05:26,784 --> 00:05:28,578
หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของเขาว่าไว้

92
00:05:29,662 --> 00:05:32,790
และที่นั่นเองที่รอสส์
และเจน แกรนท์ ภรรยาของเขา

93
00:05:32,874 --> 00:05:36,836
เกิดความคิดที่จะทำ
นิตยสารเน้นอารมณ์ขันแบบใหม่ขึ้นมา

94
00:05:36,919 --> 00:05:39,797
มันจะเป็นนิตยสารรายสัปดาห์
สำหรับชนชั้นสูงผู้มีรสนิยมในแมนฮัตตัน

95
00:05:39,881 --> 00:05:40,923
พวกเขาบอกใครๆ แบบนั้น

96
00:05:41,007 --> 00:05:44,427
และไม่ใช่สำหรับหญิงชราในดูบูค

97
00:05:45,720 --> 00:05:49,140
ที่ตลกร้ายคือรอสส์เองเรียนไม่จบมัธยมปลาย

98
00:05:49,223 --> 00:05:51,225
และมาจากเมืองเหมืองแร่ในโคโลราโด

99
00:05:51,934 --> 00:05:55,229
แต่เขาชักชวนเพื่อนๆ ผู้เฉียบแหลม
มาเขียนบทความกวนๆ

100
00:05:55,313 --> 00:05:57,815
และการ์ตูนเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม

101
00:05:57,899 --> 00:05:59,025
(พูดด้วยเรื่องอื้อฉาว)

102
00:05:59,108 --> 00:06:02,904
เขาจ้างนักออกแบบ
มาสร้างแบบตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์

103
00:06:02,987 --> 00:06:07,784
และมาสคอตที่ล้อเลียน
บรรยากาศหรูหราของนิตยสาร

104
00:06:07,867 --> 00:06:12,330
พวกเขาตั้งชื่อหนุ่มสำอางจอมเก๊กคนนี้
แบบตลกๆ ว่ายูสเตซ ทิลลีย์

105
00:06:12,413 --> 00:06:15,333
และเดอะ นิวยอร์กเกอร์ก็ถือกำเนิดขึ้น

106
00:06:21,089 --> 00:06:24,217
หนึ่งร้อยปีที่ตามมา
คือเรื่องราวของการเอาตัวรอด

107
00:06:24,300 --> 00:06:26,052
การต่อต้านอย่างดึงดัน

108
00:06:26,135 --> 00:06:27,428
การเปลี่ยนแปลงที่กล้าหาญ

109
00:06:27,512 --> 00:06:30,098
และการทำข่าว บันเทิงคดี และการ์ตูน

110
00:06:30,181 --> 00:06:33,434
ที่มีอิทธิพลที่สุดจำนวนหนึ่งในศตวรรษนั้น

111
00:06:44,529 --> 00:06:49,033
ฉบับครบรอบ 100 ปีของเรา
จะตีพิมพ์ในอีกไม่กี่เดือน

112
00:06:49,117 --> 00:06:53,788
และเราก็ต้องหาอะไรที่พิเศษมาขึ้นปก

113
00:06:54,372 --> 00:06:58,709
จนกว่าคุณจะได้ปกมา คุณไม่รู้หรอกว่า
ลักษณะเฉพาะของฉบับนั้นเป็นยังไง

114
00:06:58,793 --> 00:06:59,961
(ฟรองซัวส์ มูลี่
บรรณาธิการศิลปะ)

115
00:07:00,044 --> 00:07:02,839
คือมันไม่ใช่สิ่งที่

116
00:07:02,922 --> 00:07:05,466
คุณจะเอามาปะได้ดื้อๆ นาทีสุดท้าย

117
00:07:06,759 --> 00:07:09,470
หน้าปกต้องสื่อสารถึงช่วงเวลาปัจจุบัน

118
00:07:09,554 --> 00:07:12,974
แต่พร้อมกันนั้นก็เป็นงานศิลปะที่ไม่มีวันตกยุค

119
00:07:13,057 --> 00:07:17,186
ที่ควรเอาใส่กรอบติดผนังได้

120
00:07:18,438 --> 00:07:23,776
บอกตามตรง การไล่ตามสิ่งนั้น
สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าทำให้ฉันกังวล

121
00:07:23,860 --> 00:07:25,736
ถึงจะผ่านมา 30 ปีแล้วก็ตาม

122
00:07:29,240 --> 00:07:30,950
ก่อนฉันมาทำงานที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์

123
00:07:31,033 --> 00:07:35,997
ฉันทำนิตยสารกราฟิกกับนักเขียนการ์ตูนใต้ดิน

124
00:07:36,080 --> 00:07:41,502
ฉันชอบทำงานกับศิลปิน
ที่แต่ละคนมีมุมมองที่ชัดเจนของตัวเอง

125
00:07:41,586 --> 00:07:43,004
แต่ละคนมีสไตล์แตกต่างกัน

126
00:07:43,087 --> 00:07:45,214
แต่ละคนมีเรื่องราวที่อยากบอกเล่าที่แตกต่างกัน

127
00:07:45,298 --> 00:07:48,426
และนั่นคือสิ่งที่ฉัน
พยายามนำมาสู่เดอะ นิวยอร์กเกอร์

128
00:07:50,428 --> 00:07:52,513
สำหรับฉบับครบรอบ 100 ปี

129
00:07:52,597 --> 00:07:54,724
เดวิด เรมนิคมาหาฉันและบอกว่า

130
00:07:54,807 --> 00:07:59,353
"เราต้องใช้ยูสเตซ ทิลลีย์จากปกแรก"

131
00:07:59,437 --> 00:08:03,024
ฉันต้องกัดลิ้นตัวเองไม่ให้พูดว่า "โอ๊ย ไม่นะ!"

132
00:08:03,107 --> 00:08:03,983
รู้มั้ยคะ

133
00:08:05,109 --> 00:08:06,861
ฉันเข้าใจแรงกระตุ้นที่จะทำแบบนั้น

134
00:08:06,944 --> 00:08:11,824
แต่ฉันอยากทำสิ่งที่แปลกใหม่
และไม่เคยมีใครทำมาก่อน

135
00:08:11,908 --> 00:08:16,287
ดังนั้นก็เห็นๆ ว่าฉันต้องคิดอะไรให้ออกสักอย่าง

136
00:08:23,920 --> 00:08:26,130
- มาดูกันว่าจะเป็นไง พวก
- ต้องดีแน่

137
00:08:26,214 --> 00:08:27,381
(นิก พอมการ์เทน
นักเขียนประจำ)

138
00:08:29,467 --> 00:08:33,888
เดอะทอล์คออฟเดอะทาวน์คือคอลัมน์เริ่มต้น
ของนิตยสาร มันกระตุ้นความอยากคุณ

139
00:08:33,971 --> 00:08:35,765
มันเป็นงานเขียนชิ้นสั้นๆ

140
00:08:35,848 --> 00:08:39,143
เป็นบทความสั้นหรือรายงานข่าวชิ้นเล็ก

141
00:08:39,227 --> 00:08:41,145
แต่ละชิ้นบอกเล่าเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ

142
00:08:42,146 --> 00:08:44,148
ผมอาจไปเล่นพูลกับวงร็อก

143
00:08:44,232 --> 00:08:46,692
หรือไปสังสรรค์กับช่างภาพของจอห์น เบลูชี

144
00:08:47,276 --> 00:08:50,279
ปกติแล้วงานเขียนพวกนี้จบในตัว

145
00:08:50,363 --> 00:08:52,782
แต่ชิ้นที่ผมเขียนอยู่ตอนนี้เป็นแบบปลายเปิดกว่า

146
00:08:52,865 --> 00:08:53,783
โอเค

147
00:08:55,117 --> 00:08:59,288
คุณอาจสังเกตเห็นว่าทุกวันนี้
การเมืองทำให้คนแตกแยกกันจริงๆ

148
00:08:59,372 --> 00:09:03,501
ผมเลยคิดว่าผมจะออกไปวัดอารมณ์ของเมืองนี้ดู

149
00:09:04,627 --> 00:09:06,212
มันเหมือนออกไปตกปลาครับ

150
00:09:07,213 --> 00:09:09,882
คุณไม่มีทางรู้ คุณออกไปเดินแล้วก็…

151
00:09:09,966 --> 00:09:12,009
ดูว่าคนเขาคุยกันเรื่องอะไร

152
00:09:12,093 --> 00:09:14,262
- ผมมาร์ค ยินดีที่ได้รู้จัก
- ยินดีที่ได้รู้จักครับ

153
00:09:14,345 --> 00:09:16,681
- ผมเป็นนักเขียนของเดอะ นิวยอร์กเกอร์
- โอเค

154
00:09:16,764 --> 00:09:19,892
ผมทำงานนิตยสารเดอะ นิวยอร์กเกอร์
รู้จักมั้ยครับ

155
00:09:19,976 --> 00:09:22,562
พอผมเปิดโหมดนี้ที่ผมมองหาคน

156
00:09:22,645 --> 00:09:24,730
และสิ่งที่น่าสนใจในนิวยอร์กแล้ว

157
00:09:24,814 --> 00:09:27,525
มันก็เหมือนผมโดนวางยาหรืออะไรสักอย่าง

158
00:09:27,608 --> 00:09:30,152
ทุกคนดูน่าสนใจในสายตาผม

159
00:09:30,236 --> 00:09:32,488
มันก็แค่… มันเหมือนสิ่งอัศจรรย์ครับ

160
00:09:34,699 --> 00:09:36,367
- นั่นหลานชายคุณ
- หลานชาย

161
00:09:36,450 --> 00:09:39,203
- หน้าเล็กๆ น่ารักของเขา
- เขาน่ารัก ครับ

162
00:09:39,287 --> 00:09:42,164
ขอคุยอะไรๆ หน่อยได้มั้ย
อยากคุยกับผมหรือเปล่า

163
00:09:42,248 --> 00:09:43,833
- ไม่ละ
- ไม่อยากคุยเหรอ

164
00:09:43,916 --> 00:09:47,503
- ไม่ ขอโทษที
- แน่ใจนะ ไม่เอาน่า พวก

165
00:09:48,921 --> 00:09:50,673
เหงื่อแตกเลย ไปกันเถอะ

166
00:09:50,756 --> 00:09:53,050
ผมเป็นนักเขียนของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

167
00:09:53,134 --> 00:09:55,344
ขอคุยด้วยแป๊บหนึ่งได้มั้ย
ขอผมถามอะไรหน่อยได้มั้ย

168
00:09:55,428 --> 00:09:57,221
ผมพูดอังกฤษได้นิดหน่อย

169
00:09:57,305 --> 00:09:58,431
คุณพูดภาษาอะไร

170
00:09:58,514 --> 00:10:00,891
- จีนกลาง
- ผมไม่รู้ภาษาจีนกลาง

171
00:10:03,519 --> 00:10:05,354
- สวัสดีครับ ผมชื่อนิค
- สวัสดีค่ะ

172
00:10:05,438 --> 00:10:08,357
ผมกำลังเขียนบทความ
เรื่องความเครียดที่เราเจอ

173
00:10:08,441 --> 00:10:10,443
เพราะสถานการณ์ทางการเมือง

174
00:10:10,526 --> 00:10:12,486
คุณคิดยังไงครับ

175
00:10:12,570 --> 00:10:14,822
คุณรู้สึกยังไง นอนหลับดีมั้ยตอนกลางคืน

176
00:10:14,905 --> 00:10:16,324
ก็ไม่ดีนักค่ะ

177
00:10:16,407 --> 00:10:19,327
ครอบครัวคุณแตกแยกทางการเมืองหรือเปล่าครับ

178
00:10:19,410 --> 00:10:22,204
อืม น่าสนใจนะที่คุณยกเรื่องนี้มาพูด
เพราะว่าเรา…

179
00:10:22,288 --> 00:10:25,499
ฉันกำลังคุยเรื่องรายชื่อแขกวันขอบคุณพระเจ้า

180
00:10:25,583 --> 00:10:27,627
คุณเพิ่งเข้าประเด็นพูดคุยของผม

181
00:10:30,379 --> 00:10:32,340
"รู้สึกยังไงบ้าง นครนิวยอร์ก

182
00:10:32,423 --> 00:10:34,300
เราจะฉีกทึ้งตัวเองออกเป็นชิ้นๆ

183
00:10:34,383 --> 00:10:38,554
หรือใช้ชีวิตอย่างไม่สมบูรณ์แบบต่อไป
เหมือนที่เราทำมาหลายครั้งก่อนหน้านี้"

184
00:10:38,638 --> 00:10:41,223
เรากำลังรีดเลือดจากก้อนหินจริงๆ แต่…

185
00:10:42,016 --> 00:10:43,768
ผมว่ามีเรื่องให้เขียนในนั้นนะ

186
00:10:47,772 --> 00:10:51,901
สำหรับฉบับครบรอบ 100 ปีของเรา
เราตัดสินใจทำวิดีโอชุดหนึ่ง

187
00:10:51,984 --> 00:10:55,738
เรามีนักเขียน ศิลปิน นักคิดเข้าร่วมหลายคน

188
00:10:55,821 --> 00:10:57,031
และได้ฟังประวัติชีวิตส่วนตัว

189
00:10:57,114 --> 00:10:59,075
ผ่านประสบการณ์ที่พวกเขามี
กับเดอะ นิวยอร์กเกอร์

190
00:10:59,158 --> 00:11:01,452
เรามีเก้าอี้ตัวหนึ่งจากสำนักงานดั้งเดิมของเรา

191
00:11:01,535 --> 00:11:03,204
มันมาจากโต๊ะทำงานดั้งเดิม

192
00:11:03,287 --> 00:11:05,748
อุ๊ย ดีจัง

193
00:11:06,415 --> 00:11:08,000
มันสร้างมาให้คงทน

194
00:11:08,542 --> 00:11:11,337
นี่เป็นเก้าอี้ที่นั่งสบายที่สุดตัวหนึ่งที่ผมเคยนั่ง

195
00:11:11,420 --> 00:11:13,464
ดูสิ เราเสียศิลปะแบบนี้ไปแล้ว

196
00:11:13,547 --> 00:11:16,759
เราเสียศิลปะการสลักรูปก้นลงในเนื้อไม้ไปแล้ว

197
00:11:17,259 --> 00:11:20,680
เห็นมั้ย นั่นแหละสาเหตุที่มันนั่งสบายมาก
แต่ตอนนี้นี่เป็นศิลปะที่สาบสูญไปแล้ว

198
00:11:20,763 --> 00:11:22,431
ไม่มีใครทำแบบนี้ได้แล้ว

199
00:11:23,182 --> 00:11:26,519
คุณมีการ์ตูนโปรด

200
00:11:26,602 --> 00:11:30,106
ที่คุณปลื้มเป็นพิเศษในช่วงหลายปีที่ผ่านมามั้ย

201
00:11:30,189 --> 00:11:31,982
การ์ตูนของเอมิลี่ เฟลกทุกชิ้นค่ะ

202
00:11:32,066 --> 00:11:35,194
ชิ้นโปรดของฉันน่ะเป็นรูปผู้หญิงในคณะละครสัตว์

203
00:11:35,277 --> 00:11:39,365
เธอกำลังเอื้อมมือออกไป และอีกฝั่งก็เป็นสิงโต

204
00:11:39,448 --> 00:11:43,494
และฉันก็รู้สึกเหมือน
มันสรุปวัยยี่สิบต้นๆ ของฉันได้ดี

205
00:11:44,328 --> 00:11:47,790
แบบว่าผู้ชายทุกคนคือสิงโตตัวนี้

206
00:11:47,873 --> 00:11:50,626
("ข้ามสิ แกนี่ ข้ามไป!")

207
00:11:50,710 --> 00:11:54,839
นักเขียนการ์ตูนคนหนึ่งที่ฉันชอบจริงๆ
คือแซค เคนิน

208
00:11:54,922 --> 00:11:58,217
เขามีงานอยู่ชิ้นหนึ่ง เป็นซิซิฟัสในที่ทำงาน

209
00:12:00,261 --> 00:12:04,223
มันตลกมากๆ ค่ะ
พอคิดถึงซิซิฟัสในบริบทของสำนักงาน

210
00:12:04,306 --> 00:12:08,352
และเขาอาจไม่เคยทำงานเสร็จเลย

211
00:12:08,436 --> 00:12:11,772
การ์ตูนของเดอะ นิวยอร์กเกอร์ทำให้คุณรู้สึก

212
00:12:11,856 --> 00:12:14,066
เหมือนมันฉลาดกว่าคุณนิดหน่อยเสมอ

213
00:12:14,150 --> 00:12:16,902
การ์ตูนนั่นเป็นแบบนี้นิดหน่อย
เสมอแหละ ใช่มั้ยครับ

214
00:12:16,986 --> 00:12:20,656
(คนชั้นบน)

215
00:12:20,740 --> 00:12:21,991
โอ๊ย ฉันปลื้มรอซ แชสต์

216
00:12:22,074 --> 00:12:24,243
ให้ตายสิ ฉันปลื้มรอซ แชสต์มากๆ ฉันปลื้มเธอ

217
00:12:24,326 --> 00:12:27,621
ผลงานเธอกินใจฉันมาก

218
00:12:30,458 --> 00:12:32,793
โอ๊ย ให้ตาย! ได้ยินมันมั้ยนั่น

219
00:12:33,377 --> 00:12:35,087
- ดูนกนั่นสิ!
- "ดูนกนั่นสิ!"

220
00:12:35,171 --> 00:12:36,422
(รอซ แชสต์
นักเขียนการ์ตูนประจำ)

221
00:12:38,174 --> 00:12:39,967
นี่เป็นลูกนกตัวน้อย

222
00:12:40,050 --> 00:12:41,969
มันชอบเดอะ นิวยอร์กเกอร์

223
00:12:42,720 --> 00:12:43,763
มันชอบจริงๆ

224
00:12:44,346 --> 00:12:45,681
มันเคี้ยวง่ายค่ะ

225
00:12:47,141 --> 00:12:50,269
อ๊ะ นี่โปสเตอร์

226
00:12:50,352 --> 00:12:52,646
มันมาจากกานา

227
00:12:53,272 --> 00:12:56,400
ค่ะ นั่นเป็น… นั่นอาจเป็นของขวัญแต่งงาน

228
00:12:56,484 --> 00:12:58,819
นี่ผ้าพันคอของชาร์ลส์ แอดดัมส์

229
00:13:00,780 --> 00:13:03,824
มันพิเศษมากเลยสำหรับฉัน

230
00:13:03,908 --> 00:13:08,037
เขาเป็นนักเขียนการ์ตูนคนแรก
ที่ฉันตกหลุมรักตอนเด็กๆ

231
00:13:08,788 --> 00:13:13,793
ฉันหลงใหลอะไรๆ
ที่มืดมนมากแต่ก็ตลกมากๆ ด้วย

232
00:13:14,293 --> 00:13:16,212
คิดดูสิคะว่าถ้าพวกเขาเขียนมันวันนี้

233
00:13:16,295 --> 00:13:19,215
จะมีคนบอกคุณว่า "นี่มันยอมรับไม่ได้เลย"

234
00:13:19,298 --> 00:13:22,259
"ไม่เห็นเลยว่าตลกยังไง
มันจะเจ็บปวด มันจะลวกตัว"

235
00:13:22,343 --> 00:13:24,804
"ฉันรู้จักคนที่โดนน้ำมันเดือดๆ ลวก"

236
00:13:24,887 --> 00:13:26,514
"มันไม่เห็นตลกตรงไหนเลย"

237
00:13:33,187 --> 00:13:37,358
ฉันไม่เคยคิดจะทำอะไรอื่นนอกจากวาดรูป

238
00:13:37,441 --> 00:13:39,902
ตั้งแต่ตอนอายุสามหรือสี่ขวบ

239
00:13:40,444 --> 00:13:45,533
ฉันว่าคุณคงไม่ทำงานนี้หรอกค่ะ
เว้นแต่จะทำอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ

240
00:13:45,616 --> 00:13:48,828
(พาวเวอร์พอยต์สุดท้าย)

241
00:13:48,911 --> 00:13:52,206
(บาดเจ็บเหรอ ก็บอกแล้วไม่ฟังเอง
โทร 1-800-แงๆๆ)

242
00:13:52,289 --> 00:13:53,791
(โคมนกพลัส)

243
00:13:53,874 --> 00:13:57,044
แค่ต้องมีคนคนหนึ่งตรงนี้

244
00:13:57,127 --> 00:14:01,465
ฉันจดไอเดียไว้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่ะ

245
00:14:02,049 --> 00:14:03,342
มันเป็นไอเดียครึ่งๆ…

246
00:14:03,425 --> 00:14:06,095
มันก็แค่สิ่งที่ฉันวาด

247
00:14:06,178 --> 00:14:07,721
ปกติฉันจะได้อะไรแบบ… ไม่รู้สิ

248
00:14:09,348 --> 00:14:12,393
"ลิงตีฉาบ คนที่ทำไร่เป็นงานอดิเรก

249
00:14:12,476 --> 00:14:14,603
เพดานหนี้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

250
00:14:14,687 --> 00:14:16,689
ความหลอนจากหุ่นคล้ายมนุษย์ สามคนผัวเมีย"

251
00:14:16,772 --> 00:14:20,693
คือมันก็แค่ไอเดียน่ะค่ะ

252
00:14:20,776 --> 00:14:22,736
ไอเดียครึ่งๆ กลางๆ

253
00:14:23,320 --> 00:14:25,322
นั่นแหละที่ฉันมองหาอยู่

254
00:14:27,575 --> 00:14:31,996
ฉันว่าส่วนใหญ่แล้วฉันวาดรูป
เพื่อให้ตัวเองรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง

255
00:14:32,079 --> 00:14:33,205
(ผมมาที่นี่ทำไม)

256
00:14:33,289 --> 00:14:36,876
คือฉันไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกว่านี่มันหดหู่มาก

257
00:14:36,959 --> 00:14:39,879
จนเกือบลุกจากเตียงไม่ขึ้นพอคิดถึงมัน

258
00:14:49,305 --> 00:14:51,640
ผมตื่นแต่เช้าตรู่

259
00:14:51,724 --> 00:14:53,684
ซดกาแฟแก้วหนึ่ง

260
00:14:53,767 --> 00:14:56,437
เริ่มฟังพอดแคสต์สักหนึ่งหรือสามช่อง

261
00:14:56,520 --> 00:14:58,522
สวัสดีและขอต้อนรับสู่ฮาเร็ตซ์พอดแคสต์ค่ะ

262
00:14:58,606 --> 00:15:01,525
แล้วก็ออกกำลังหน่อย จะได้ไม่ตาย

263
00:15:04,612 --> 00:15:06,071
ผมอายุ 65 ปี

264
00:15:06,155 --> 00:15:08,407
พอเท้าผมแตะทางเท้าในตอนเช้า

265
00:15:08,490 --> 00:15:12,995
ผมก็รู้สึกเหมือนเฟร็ด แอสแตร์
มันทำให้ผมมีความสุขทันที

266
00:15:13,996 --> 00:15:16,999
ผมโตมาในฮิลส์เดล นิวเจอร์ซีย์ อีกฝั่งของแม่น้ำ

267
00:15:17,082 --> 00:15:20,961
และผมก็มองมายังนิวยอร์ก
ด้วยความรู้สึกโหยหาตอนโตขึ้นมา

268
00:15:22,171 --> 00:15:26,383
มันอยู่ใกล้มากๆ จนเย้ายวนใจ
แต่ก็ไกลเหลือเกิน

269
00:15:28,761 --> 00:15:31,513
บางคนเรียกเขาว่า
ไมเคิล จอร์แดนแห่งวงการสื่อสารมวลชน

270
00:15:31,597 --> 00:15:34,350
เขาเริ่มอาชีพในฐานะนักเขียนประจำ
ที่เดอะ วอชิงตันโพสต์

271
00:15:34,433 --> 00:15:36,936
ที่ที่เขาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศในรัสเซีย

272
00:15:37,019 --> 00:15:39,563
ก่อนจะมาเป็นบรรณาธิการคนที่ห้า
ของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

273
00:15:39,647 --> 00:15:42,191
ผู้ชนะรางวัลพูลิตเซอร์ผู้นี้สร้างชื่อให้ตัวเอง

274
00:15:42,274 --> 00:15:45,778
ด้วยการเขียนโปรไฟล์เชิงลึก
ของบุคคลที่ไล่จากพระสันตะปาปา

275
00:15:45,861 --> 00:15:48,989
ไปถึงไมค์ ไทสัน ไปถึงบรูซ สปริงส์ทีน

276
00:15:49,073 --> 00:15:50,908
โอเค เอาเลย นี่แหละ

277
00:15:50,991 --> 00:15:53,994
ดังนั้นวันธรรมดาวันหนึ่ง
อาจจะมีการประชุมวางแผน

278
00:15:54,078 --> 00:15:57,247
ประชุมหาไอเดีย ประชุมเรื่องการเมือง

279
00:15:57,331 --> 00:15:59,541
โพลสำหรับบทความนั่น
เป็นปัจจุบันแล้วใช่มั้ยเรื่องมิชิแกน

280
00:16:00,167 --> 00:16:02,628
การเงิน บุคลากร

281
00:16:02,711 --> 00:16:06,799
พบปะกับบรรณาธิการคนใดคนหนึ่ง
เพื่อจะแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องงานเขียน

282
00:16:06,882 --> 00:16:09,051
และโทรศัพท์ไม่รู้กี่สายต่อกี่สาย

283
00:16:09,134 --> 00:16:12,221
งั้นคุณก็ไม่ได้อ้วกอยู่บนถนนเบอร์เบินตอนตีสี่เหรอ

284
00:16:12,304 --> 00:16:14,139
เช็กดูนักเขียน

285
00:16:14,223 --> 00:16:16,517
ให้ตายสิ ถ้าเป็นฮันเตอร์ ธอมป์สันจะทำยังไงนะ

286
00:16:16,600 --> 00:16:18,727
บ่ายโมงครึ่งเหรอ
ผมว่าผมมีเรื่องต้องทำ 13 อย่างก่อนนั้น

287
00:16:18,811 --> 00:16:20,521
ใช่ ระหว่างตอนนี้กับตอนนั้น

288
00:16:20,604 --> 00:16:23,524
อ๊ะ ฟิล มอนต์โกเมอรี่ ผมมีรายการวิทยุ

289
00:16:23,607 --> 00:16:24,566
ให้ตายสิ

290
00:16:24,650 --> 00:16:26,944
สไนเดอร์บอกว่าเขาได้เรียนรู้…

291
00:16:28,153 --> 00:16:29,905
ตอนเข้ามาเสียงสูงไปหน่อย

292
00:16:29,989 --> 00:16:32,950
วันนี้ในเดอะ นิวยอร์กเกอร์เรดิโออาวร์…
เสียงผมห่วยแตก

293
00:16:33,033 --> 00:16:35,869
และแน่นอน เรามี
ฉบับครบรอบ 100 ปีในเดือนกุมภา

294
00:16:35,953 --> 00:16:39,164
เลยมีเรื่องต้องคิดให้ออกเยอะมาก

295
00:16:41,750 --> 00:16:43,627
(ประชุมการ์ตูนรายสัปดาห์)

296
00:16:43,711 --> 00:16:45,379
ฉันว่านี่ชิ้นโปรดของฉัน

297
00:16:45,462 --> 00:16:47,381
ชิ้นนี้ทำให้ฉันหัวเราะออกมาดังๆ เลย

298
00:16:47,464 --> 00:16:49,883
- นี่มัน…
- มันตลกมากจริงๆ

299
00:16:49,967 --> 00:16:51,969
- โอเค ต้องลง
- ใช่

300
00:16:52,052 --> 00:16:52,970
(ใช่ - อาจจะ - ไม่)

301
00:16:53,053 --> 00:16:55,431
ในเช้าวันอังคาร ฉันได้รับ

302
00:16:55,514 --> 00:16:59,977
การ์ตูน 1,000 ถึง 1,500 ชิ้นส่งมาในอินบ็อกซ์

303
00:17:00,060 --> 00:17:03,397
แล้วสุดท้ายเราก็จะซื้อสิบถึงยี่สิบชิ้น

304
00:17:03,480 --> 00:17:04,773
(เอ็มม่า อัลเลน
บก.การ์ตูน)

305
00:17:04,857 --> 00:17:06,191
จาก 1,500 เหลือสิบค่ะ

306
00:17:10,320 --> 00:17:13,115
เดวิดคอยเตือนฉันตลอด
ว่าฉันไม่ได้ทำงานในเหมืองถ่านหิน

307
00:17:13,198 --> 00:17:15,159
เพราะงั้นก็ห้ามบ่น

308
00:17:15,242 --> 00:17:19,538
ปกติแล้วมันเป็นงานที่ชวนให้สมองชาค่ะ

309
00:17:20,164 --> 00:17:25,919
มีความงงงวย
ความเพ้อ ความหดหู่เข้ามาเป็นระลอก

310
00:17:26,003 --> 00:17:30,049
เหยียดแขนออก ทำซ้ำอีกครั้ง

311
00:17:30,132 --> 00:17:32,676
บางทีพอถึงการ์ตูนชิ้นที่ 800 ฉันก็ต้องหยุดพัก

312
00:17:32,760 --> 00:17:36,889
และออกกำลังแบบญี่ปุ่นนาน 3 นาที 30 วินาที

313
00:17:39,099 --> 00:17:42,227
"ฉันรู้สึกดีขึ้นตั้งแต่เลิกดูข่าว"

314
00:17:42,811 --> 00:17:44,188
เขาต้องเข้มแข็งหน่อย

315
00:17:44,772 --> 00:17:48,025
ในการประชุมการ์ตูน เดวิดจะเลือกสิบถึงยี่สิบชิ้น

316
00:17:48,108 --> 00:17:51,028
จากจำนวน 50 ถึง 60 ชิ้นที่ฉันเอาไปให้เขา

317
00:17:51,653 --> 00:17:54,031
ฉันคิดกลยุทธ์ทางจิตวิทยาทั้งหมดนี่ขึ้นมา

318
00:17:54,114 --> 00:17:57,993
ว่าจะชักนำความคิดเดวิด เรมนิคยังไง

319
00:17:58,077 --> 00:18:00,204
ฉันไม่รู้ว่ามันได้ผลจริงๆ มั้ย

320
00:18:00,287 --> 00:18:04,541
และฉันก็คงไม่แนะนำให้
เอามันไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

321
00:18:04,625 --> 00:18:08,796
แต่ฉันจะเอาการ์ตูนที่ฉันรู้ว่าเขาจะไม่ชอบ

322
00:18:08,879 --> 00:18:11,131
ไว้ข้างหน้าการ์ตูนที่ฉันคิดว่าเขาอาจจะชอบ

323
00:18:11,215 --> 00:18:12,216
อะไรนะ

324
00:18:12,800 --> 00:18:15,260
ดังนั้นมันก็แบบ คุณกำหนดมาตรฐานไว้ต่ำๆ

325
00:18:15,344 --> 00:18:17,387
แล้วจู่ๆ เขาก็แบบ "ผมชอบชิ้นนี้"

326
00:18:17,471 --> 00:18:19,973
และฉันก็จะแบบ "อัจฉริยะ คุณพูดถูกที่สุด"

327
00:18:20,557 --> 00:18:24,061
"ในที่สุดเราก็ได้อยู่ด้วยกัน"
ผู้หญิงพูดกับหมาของเธอ

328
00:18:24,144 --> 00:18:26,730
"และฉันก็ไม่รู้เลยว่าแกใช้อาวุธ…"

329
00:18:27,314 --> 00:18:29,775
- ให้ตายสิ
- เดี๋ยว ฉันไม่เข้า…

330
00:18:29,858 --> 00:18:32,486
- อะไรกัน หมานั่นฆ่าพ่อ
- อ้อ แล้วนั่นก็…

331
00:18:32,569 --> 00:18:35,614
คุณควรจะมาเจอการ์ตูนพวกนี้
ท่ามกลางบทความยาวๆ

332
00:18:35,697 --> 00:18:39,993
ที่บ่อยครั้งทำให้ใจสลายหรือน่าเบื่อ

333
00:18:40,077 --> 00:18:41,120
นี่ไม่ได้ว่าอะไรนะ

334
00:18:41,662 --> 00:18:46,875
แต่มันควรจะเป็นสิ่งนี้ที่ตัดอารมณ์ฉับ
และทำให้คุณประหลาดใจ

335
00:18:46,959 --> 00:18:50,129
และทำให้เกิดความผ่อนคลาย
และความยินดีช่วงสั้นๆ

336
00:18:50,212 --> 00:18:51,421
เขาเห็นผี

337
00:18:52,214 --> 00:18:53,090
ชิ้นนี้ดีนะ

338
00:18:53,173 --> 00:18:57,678
โอเค นมครึ่งแกลลอน
บวกซีเรียลเท่ากับคนโรคจิต

339
00:18:58,470 --> 00:19:00,973
ซีเรียลบวกนมเท่ากับโอเค

340
00:19:01,056 --> 00:19:02,474
- ใส่…
- ลำดับการจัดการน่ะ

341
00:19:02,558 --> 00:19:04,309
ซึ่งจะว่าไปก็จริง

342
00:19:04,393 --> 00:19:06,395
- ใช่
- คุณเติมซีเรียลลงไปในนมไม่ได้

343
00:19:06,478 --> 00:19:08,981
ใครจะใส่นมลงไปในชามก่อน นั่นมัน…

344
00:19:09,064 --> 00:19:12,067
- ฉันจะหย่ากับอเล็กซ์ถ้าเขาทำงั้น
- รู้มั้ยใครจะทำงั้น พวกโรคจิตไง

345
00:19:13,777 --> 00:19:16,113
ยอดไปเลยที่นี่คืองานของเรา

346
00:19:25,038 --> 00:19:28,417
(ทศวรรษ 1940)

347
00:19:30,377 --> 00:19:32,421
ในช่วงสองทศวรรษแรกของมัน

348
00:19:32,504 --> 00:19:36,341
เดอะ นิวยอร์กเกอร์กลายเป็นนิตยสาร
แนวขำขันและวรรณกรรมที่ประสบความสำเร็จ

349
00:19:36,425 --> 00:19:39,803
อย่างที่แฮโรลด์ รอสส์
บรรณาธิการผู้ก่อตั้งมันเคยฝันถึง

350
00:19:41,597 --> 00:19:44,516
จากสำนักงานซอมซ่อบนถนนสายที่ 43

351
00:19:44,600 --> 00:19:48,145
เขาตีพิมพ์บทความที่มีชีวิตชีวา
และเจืออารมณ์ขันเสียดสี

352
00:19:48,228 --> 00:19:51,565
การ์ตูนที่ทะลึ่งทะเล้นและหยอกเย้า

353
00:19:53,483 --> 00:19:56,403
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง

354
00:20:09,041 --> 00:20:10,834
หลังการทิ้งระเบิดฮิโรชิม่า

355
00:20:10,918 --> 00:20:13,962
รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามการตีพิมพ์ภาพถ่ายใดๆ

356
00:20:14,046 --> 00:20:15,881
ที่แสดงให้เห็นความทุกข์ทรมานของพลเรือน

357
00:20:17,174 --> 00:20:19,343
คนอเมริกันส่วนใหญ่จึงไม่รู้ไม่เห็นอะไร

358
00:20:19,426 --> 00:20:21,887
เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้คนที่นั่นต้องประสบ

359
00:20:23,263 --> 00:20:26,808
แต่นักเขียนหนุ่มชื่อจอห์น เฮอร์ซีย์
สงสัยว่ามีเรื่องราว

360
00:20:26,892 --> 00:20:28,477
ที่จำเป็นต้องบอกเล่า

361
00:20:29,186 --> 00:20:31,438
ผมได้คุยกับวิลเลี่ยม ชอว์น

362
00:20:31,521 --> 00:20:34,900
ซึ่งตอนนั้นเป็นรองบรรณาธิการใหญ่
ที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์

363
00:20:34,983 --> 00:20:38,820
และเราก็ได้คุยกัน
เรื่องการตีพิมพ์บทความเรื่องฮิโรชิม่า

364
00:20:39,363 --> 00:20:42,908
ในตอนนั้นงานเขียนส่วนใหญ่
เขียนเกี่ยวกับพลังของระเบิดนั่น

365
00:20:42,991 --> 00:20:47,663
ว่ามันทำลายอาคารได้กี่หลัง
และทำลายล้างพื้นที่ได้กว้างใหญ่ขนาดไหน

366
00:20:47,746 --> 00:20:48,956
อะไรแบบนั้น

367
00:20:49,039 --> 00:20:52,542
ผมเลยไปญี่ปุ่น

368
00:20:52,626 --> 00:20:57,714
และเริ่มมองหาคนห้าหรือหกคน
ที่เส้นทางมาบรรจบกัน

369
00:20:57,798 --> 00:21:00,592
คนที่มีประสบการณ์แจ่มชัด

370
00:21:01,885 --> 00:21:05,180
ผลงานชิ้นที่เขาสร้างขึ้นมานี้
ปฏิวัติวงการสื่อสารมวลชน

371
00:21:05,847 --> 00:21:07,432
มันเไม่ใช่เรื่องแต่ง

372
00:21:07,516 --> 00:21:11,311
แต่เขียนด้วยอารมณ์สนิทชิดเชื้อ
และความดราม่าแบบเรื่องแต่ง

373
00:21:11,979 --> 00:21:16,525
ผมคิดว่าเรื่องแต่งทรงพลังมากกว่าสำหรับผู้อ่าน

374
00:21:16,608 --> 00:21:20,404
ในการมองเหตุการณ์ใหญ่ๆ
หรือเหตุการณ์เลวร้าย

375
00:21:20,487 --> 00:21:24,866
เพราะผู้อ่านอินไปกับตัวละครได้

376
00:21:25,450 --> 00:21:28,453
เฮอร์ซีย์ถักทอเรื่องราวของคนหกคน

377
00:21:28,537 --> 00:21:30,455
ที่อยู่ในที่เกิดเหตุวันนั้นเข้าด้วยกัน

378
00:21:30,539 --> 00:21:34,876
ซึ่งรวมถึงนักบวช หมอ คนทำงานในโรงงาน

379
00:21:36,128 --> 00:21:39,131
"เมื่อเวลา 8.15 น. พอดี

380
00:21:39,214 --> 00:21:41,008
คุณโทชิโกะ ซาซากิ

381
00:21:41,091 --> 00:21:44,428
เสมียนฝ่ายบุคคลของอีสต์เอเชียทินเวิร์คส์

382
00:21:44,511 --> 00:21:46,763
เพิ่งนั่งลงที่โต๊ะทำงานเธอ
ในสำนักงานของโรงงาน

383
00:21:46,847 --> 00:21:50,100
และกำลังหันไปพูดกับผู้หญิงโต๊ะข้างๆ"

384
00:21:50,809 --> 00:21:54,187
"ไม่มีเสียงเครื่องบิน เช้าวันนั้นเงียบสงบ"

385
00:21:54,271 --> 00:21:56,148
"ที่นั่นอากาศเย็นและน่ารื่นรมย์"

386
00:21:56,773 --> 00:22:00,193
"แล้วแสงวาบขนาดมหึมาก็ตัดผ่านท้องฟ้า"

387
00:22:03,196 --> 00:22:07,159
บทความนั้นยาวมากถึง 30,000 คำ

388
00:22:07,242 --> 00:22:08,702
แต่มันพิเศษมาก

389
00:22:08,785 --> 00:22:13,957
จนรอสส์กับชอว์นตัดสินใจอุทิศนิตยสารทั้งฉบับ
ให้เรื่องราวนั้นเรื่องเดียว

390
00:22:14,499 --> 00:22:19,379
ไม่มีการ์ตูน ไม่มีงานบันเทิงคดี
ไม่มีบทความอารมณ์ขันแพรวพราว

391
00:22:20,630 --> 00:22:23,008
มันขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง

392
00:22:23,091 --> 00:22:28,138
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ขอให้พิมพ์ซ้ำอีก 1,000 ฉบับ
เพื่อส่งให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้า

393
00:22:29,139 --> 00:22:31,892
มันถูกอ่านออกอากาศสดๆ โดยไม่มีโฆษณาคั่น

394
00:22:31,975 --> 00:22:35,062
ทางวิทยุอเมริกันและทั่วโลก

395
00:22:35,812 --> 00:22:39,358
"เมื่อเวลา 8.15 น. พอดี
ของวันที่ 6 สิงหาคม…"

396
00:22:39,441 --> 00:22:42,110
"เมื่อเวลา 8.15 น. พอดี

397
00:22:42,194 --> 00:22:43,779
ของวันที่ 6 สิงหาคม ในขณะนั้น…"

398
00:22:43,862 --> 00:22:46,323
"คนหนึ่งแสนคนเสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู"

399
00:22:46,406 --> 00:22:49,242
"พวกเขายังคงสงสัยว่าทำไมตัวเองรอดชีวิตอยู่
ในเมื่อคนอื่นๆ มากมายตายไป"

400
00:22:49,326 --> 00:22:51,078
"ในเมื่อคนอื่นๆ มากมายตายไป"

401
00:22:52,204 --> 00:22:56,083
แฮโรลด์ รอสส์ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า
ไม่ค่อยชมนักเขียนของเขามากนัก

402
00:22:56,166 --> 00:22:57,167
ละล่ำละลักบอกเฮอร์ซีย์ว่า

403
00:22:58,126 --> 00:23:01,588
"คนพวกนั้นที่บอกว่าฮิโรชิม่าคือเรื่องราวแห่งปีน่ะ

404
00:23:01,671 --> 00:23:03,507
ประเมินมันต่ำไป"

405
00:23:03,590 --> 00:23:08,053
"ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นรายงานข่าว
ที่ยอดที่สุดในยุคของผม

406
00:23:08,136 --> 00:23:09,262
ถ้าไม่ใช่ดีที่สุดตลอดกาล"

407
00:23:09,346 --> 00:23:10,806
(ด้วยความนับถือ
เอช. ดับเบิลยู. รอสส์)

408
00:23:11,390 --> 00:23:13,809
งานเขียนของเฮอร์ซีย์เปลี่ยนมุมมอง

409
00:23:13,892 --> 00:23:16,770
ที่คนทั่วโลกมองอาวุธนิวเคลียร์ไปโดยสิ้นเชิง

410
00:23:16,853 --> 00:23:20,941
และยังช่วยเปลี่ยนเดอะ นิวยอร์กเกอร์
จากนิตยสารแนวตลกเบาสมอง

411
00:23:21,024 --> 00:23:25,320
ไปเป็นผู้มีบทบาทจริงจัง
ด้านสื่อสารมวลชนในเวทีโลก

412
00:23:26,571 --> 00:23:27,572
(ฝันให้ไกลอีกครั้ง!)

413
00:23:27,656 --> 00:23:30,409
(เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น
7 ตุลาคม 2024)

414
00:23:36,206 --> 00:23:38,959
มีอะไรบางอย่างในเรื่อง
"ประวัติศาสตร์กำลังเกิดขึ้น

415
00:23:39,042 --> 00:23:42,796
และมันก็กำลังเกิดในถิ่นคุณ"
ซึ่งผมว่าผมชอบมันมาก

416
00:23:48,135 --> 00:23:52,514
ผมสนใจมาตลอดว่า
ทำไมคนถึงเชื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อ ตลอดเลย

417
00:23:52,597 --> 00:23:56,810
ผมไม่รู้ว่าใช้คำว่า "ชอบ" นี่ถูกมั้ย
แต่ผมพบว่ามันน่าสนใจจริงๆ

418
00:23:56,893 --> 00:23:58,353
ที่จะไปพบปะผู้คน

419
00:23:58,437 --> 00:24:00,647
ที่บางครั้งแทบไม่มีอะไรเหมือนผมเลย

420
00:24:00,730 --> 00:24:01,898
ผมรู้ว่าเขาจะชนะ

421
00:24:01,982 --> 00:24:04,359
เขาชนะไปสองรอบแล้ว เขาจะชนะอีก

422
00:24:04,443 --> 00:24:06,903
พวกเขาจะให้หมอนั่นมั้ยก็อีกเรื่อง

423
00:24:06,987 --> 00:24:10,824
ผมออกเดินทางไปดู
ทัคเกอร์ คาร์ลสันทำโรดโชว์ของเขา

424
00:24:10,907 --> 00:24:14,411
ผมไปบูดาเปสต์เพื่อไป
งานประชุมฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่นั่น

425
00:24:14,494 --> 00:24:19,332
ผมไปแคลิฟอร์เนียตอนใต้เพื่อใช้เวลา
กับพวกปั่นมีมฝ่ายขวาจัดบางคน

426
00:24:20,041 --> 00:24:22,085
ผมคิดจริงๆ ว่างานนี้คือการรวบรวม

427
00:24:22,169 --> 00:24:23,420
(แอนดรูว์ มาแรนซ์
นักเขียนประจำ)

428
00:24:23,503 --> 00:24:26,506
เรื่องราวของพวกเขาฉบับที่ดีที่สุด
เท่าที่ผมจะรวบรวมได้

429
00:24:26,590 --> 00:24:29,134
- โอเค
- พวกคุณทำมาตั้งแต่ปี 2016 เหรอ

430
00:24:29,217 --> 00:24:30,218
เปล่า

431
00:24:30,302 --> 00:24:34,681
สำหรับคนจำนวนมาก
เดอะ นิวยอร์กเกอร์หมายถึงอะไรหยิ่งๆ เชิดๆ

432
00:24:34,764 --> 00:24:38,560
แบบว่าคุณเป็นแค่พวกหัวสูงนี่น่ะ

433
00:24:38,643 --> 00:24:41,855
ตัวอย่างเช่น เดอะ นิวยอร์กเกอร์
มีแนวทางมาตรฐานการเขียน

434
00:24:41,938 --> 00:24:46,234
ที่กำหนดว่าคุณต้องใส่
เครื่องหมายแอคเซนต์บนตัวอีในคำว่า "เอลิท"

435
00:24:46,318 --> 00:24:50,614
ผมเลยพบบ่อยๆ ว่าตัวเองอยู่ในที่ต่างๆ

436
00:24:50,697 --> 00:24:52,991
กับคนที่จะพูดกับผมว่า

437
00:24:53,074 --> 00:24:56,495
แบบว่า "ไอ้พวกเอลิทเวรอย่างนายทุกคนน่ะ
ไม่เข้าใจอะไรสักนิด

438
00:24:56,578 --> 00:24:57,579
เกี่ยวกับประเทศนี้"

439
00:24:57,662 --> 00:25:00,248
ผมจะยกคำพูดนั่นมาเขียน
เราจะเขียนว่า "ไอ้พวกเอลิทเวร"

440
00:25:00,332 --> 00:25:03,543
แต่เราจะใส่เครื่องหมายแอคเซนต์อันเล็กๆ
เหนือตัวอีในคำว่า "เอลิท"

441
00:25:04,252 --> 00:25:09,758
และผมก็แบบ "ผมว่าเราพิสูจน์
ว่าพวกเขาพูดจริงนิดหน่อยนะ" รู้มั้ยครับ

442
00:25:12,469 --> 00:25:14,304
(ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง)

443
00:25:17,974 --> 00:25:23,021
ผมว่าเรื่องหนึ่งที่คนที่เกลียดทรัมป์เข้าไส้

444
00:25:23,104 --> 00:25:28,193
ไม่มีวันเข้าใจก็คือความสนุก
ชุมชน ความเป็นเพื่อนพ้อง

445
00:25:28,902 --> 00:25:32,447
คนเขาไปร่วมงานพวกนั้น
เหมือนไปดูวงฟิชหรืออะไรสักอย่าง

446
00:25:35,492 --> 00:25:40,830
พวกคุณพร้อมสร้างประวัติศาสตร์กันคืนนี้
และทำให้พวกเสรีนิยมต้องร้องไห้มั้ย

447
00:25:40,914 --> 00:25:42,749
ผมไม่อยากมองข้ามว่า

448
00:25:42,832 --> 00:25:48,171
การเมืองคือการทำให้ผู้คนรู้สึกอะไรๆ
ในระดับสัญชาตญาณที่เรียบง่ายจริงๆ

449
00:25:48,255 --> 00:25:52,050
อเมริกา!

450
00:25:52,133 --> 00:25:54,261
ผมคิดว่าเป้าหมายส่วนหนึ่ง

451
00:25:54,344 --> 00:25:58,348
ก็คือการเปิดช่องทางบางอย่างให้ผู้อ่าน
ได้เห็นว่ามันรู้สึกยังไง

452
00:25:58,431 --> 00:26:00,559
ที่ได้อยู่ในงานชุมนุมหาเสียงของทรัมป์

453
00:26:01,393 --> 00:26:04,271
ในอุดมคติ คุณอาจก้าวข้ามเรื่องนั้นไปได้
และไม่ใช่แค่พูดว่า

454
00:26:04,354 --> 00:26:07,607
"ในห้องนั้นรู้สึกยังไง"
แต่เป็น "มันหมายความว่ายังไง"

455
00:26:07,691 --> 00:26:09,442
(งานชุมนุมส่งเสริมอเมริกันคืนนี้)

456
00:26:09,526 --> 00:26:13,405
ความท้าทายอย่างหนึ่งในการรายงานข่าว
การหาเสียงที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น

457
00:26:13,488 --> 00:26:15,365
ก็คือเงาอดีตของการชุมนุมนาซี

458
00:26:15,448 --> 00:26:18,535
ที่เคยเกิดขึ้น
ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด้นในปี 1939

459
00:26:19,494 --> 00:26:21,705
และนั่นก็เป็นแค่ความท้าทายหนึ่งในฐานะนักข่าว

460
00:26:21,788 --> 00:26:25,750
ที่จะบอกว่า "โอเค
ผมอยู่ในห้องห้องหนึ่งกับคนนับหมื่นๆ คน

461
00:26:25,834 --> 00:26:27,711
ที่สนุกกับโชว์นี้มากๆ"

462
00:26:27,794 --> 00:26:30,463
ถ้าจากนั้นผมเขียนถึงมัน
ในบริบทของงานชุมนุมนาซี

463
00:26:30,547 --> 00:26:32,299
งั้นผมกำลังเรียกพวกเขาทุกคนว่านาซีมั้ย

464
00:26:32,382 --> 00:26:36,136
ผมไม่เห็นไอ้นาซีเวรที่ไหนในนี้

465
00:26:36,219 --> 00:26:38,597
ถ้าผมไม่เขียนเรื่องบริบทของการชุมนุมนาซี

466
00:26:38,680 --> 00:26:43,059
งั้นผมกำลังปล่อยให้ทุกคนรอดไป
จากบริบทนี้ที่ควรอยู่ที่นั่นหรือเปล่า

467
00:26:44,352 --> 00:26:46,563
"ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1939

468
00:26:46,646 --> 00:26:50,734
เยอรมันอเมริกันบันด์
ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนนาซีในนิวยอร์ก

469
00:26:50,817 --> 00:26:53,320
จัดการชุมนุมที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น"

470
00:26:54,154 --> 00:26:58,325
"พวกเขาเรียกมันว่าเป็นการชุมนุมทางการเมือง
เพื่อความเป็นอเมริกันที่แท้จริง"

471
00:26:58,408 --> 00:27:01,911
"ฉากหลังเวทีตกแต่งด้วยธงชาติอเมริกัน

472
00:27:01,995 --> 00:27:04,623
และภาพเหมือนจอร์จ วอชิงตัน
ที่สูงจากพื้นถึงเพดาน"

473
00:27:05,582 --> 00:27:10,128
"การชุมนุมหาเสียงปี 2024 ของทรัมป์
ไม่ใช่การจำลองการชุมนุมในปี 1939"

474
00:27:10,211 --> 00:27:11,963
"ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอย"

475
00:27:12,047 --> 00:27:15,133
"แต่เมื่อนักการเมืองที่ปลุกปั่นประชาชน
ด้วยลัทธินิยมคนพื้นถิ่นพูดเรื่อง 'ศัตรูภายใน'

476
00:27:15,216 --> 00:27:18,428
และ 'คนต่างชาติทำให้
โลหิตของประเทศเราเป็นพิษ'

477
00:27:18,511 --> 00:27:21,431
ก็คงจะแปลกถ้าไม่มีใครนำมันมาเปรียบเทียบกัน

478
00:27:22,891 --> 00:27:26,895
มันเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะในบ้านเรา
ที่จริงเราไม่มีเงินมากนัก

479
00:27:26,978 --> 00:27:29,105
แต่เราเป็นสมาชิกนิตยสารเดอะ นิวยอร์กเกอร์

480
00:27:29,189 --> 00:27:33,693
ผมว่าครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อเดอะ นิวยอร์กเกอร์
คือในเรื่องไซน์เฟลด์

481
00:27:33,777 --> 00:27:34,986
พวกเขามีตอนหนึ่งที่ยอดมาก

482
00:27:35,070 --> 00:27:38,031
ที่อีเลนไม่เข้าใจคำบรรยายการ์ตูนอันหนึ่ง

483
00:27:38,114 --> 00:27:40,784
การ์ตูนในเดอะ นิวยอร์กเกอร์นี่น่ะ
ฉันไม่เข้าใจมัน

484
00:27:40,867 --> 00:27:41,910
ผมก็ไม่

485
00:27:41,993 --> 00:27:44,371
และคุณก็อยู่ชายขอบของธุรกิจขายขำ!

486
00:27:45,789 --> 00:27:50,460
คือว่าผมโตมาในนิวเจอร์ซีย์
และมองทุกอย่างที่เป็นนิวยอร์ก

487
00:27:50,543 --> 00:27:51,961
ดีไปหมดเลยครับ

488
00:27:52,045 --> 00:27:53,922
ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อเดอะ นิวยอร์กเกอร์

489
00:27:54,005 --> 00:27:56,758
และเข้าใจว่ามันเป็นนิตยสารสำคัญนี่

490
00:27:56,841 --> 00:27:59,386
ก็คือในตอนหนึ่งของการ์ตูนเรื่องเดอะ คริติค

491
00:27:59,469 --> 00:28:03,765
ฉันว่าสื่อแร้งลงอย่างพวกคุณ
เป็นฝูงคนชั่วสกปรกที่ชอบขุดคุ้ยเรื่องชาวบ้าน

492
00:28:03,848 --> 00:28:05,767
ฉันเกลียดพวกคุณทุกคน

493
00:28:05,850 --> 00:28:09,521
ยกเว้นพวกคุณคนดีที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์

494
00:28:09,604 --> 00:28:11,314
บราโว่ คุณนายเอส.

495
00:28:11,398 --> 00:28:12,816
"บราโว่ คุณนายเอส."

496
00:28:12,899 --> 00:28:14,526
และผมก็จำได้ว่าผมคิดว่า

497
00:28:14,609 --> 00:28:17,445
"อ๊ะ นั่นเดอะ นิวยอร์กเกอร์
มันเป็นของสำคัญนี่"

498
00:28:17,529 --> 00:28:20,115
ผมไม่รู้ว่าผมรู้จักมันได้ยังไง
แต่มันก็อยู่ตรงนั้นแหละครับ

499
00:28:20,198 --> 00:28:22,325
ก็แค่เป็นหนึ่งในสถาบันพวกนั้น

500
00:28:22,409 --> 00:28:25,120
มันเหมือนกับ
"คุณได้ยินเรื่องเทพีเสรีภาพเมื่อไร"

501
00:28:32,127 --> 00:28:35,922
พวก แผ่นเสียงพวกนี้บางแผ่น
ทำให้ผมคิดถึงสมัยก่อนมากๆ

502
00:28:36,005 --> 00:28:38,842
แต่มันไม่ใช่แผ่นที่ทุกคนคงคิดว่าใช่หรอกนะ
แผ่นนี้ต่างหาก!

503
00:28:38,925 --> 00:28:40,844
ผมโคตรชอบเจแปนนีสนอยส์ตอนอยู่ม.ปลาย

504
00:28:40,927 --> 00:28:42,637
และตอนนี้มันก็หายากมาก

505
00:28:42,721 --> 00:28:47,100
มีแผ่นเฟล็กซี่ลิมิเต็ดชื่อดัง
ที่พวกเขาเผาบนชายหาด

506
00:28:47,183 --> 00:28:49,436
ผมเริ่มอาชีพจากการเป็นนักวิจารณ์ดนตรี

507
00:28:49,519 --> 00:28:52,188
แต่ในปี 2008
ตอนผมมาทำงานที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์

508
00:28:52,272 --> 00:28:54,399
ผมไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงๆ

509
00:28:54,482 --> 00:28:57,569
มันก็แค่ "เราคิดว่าคุณ
อาจเขียนเรื่องน่าสนใจให้เราได้"

510
00:28:57,652 --> 00:28:59,738
และผมก็จำวันจันทร์แรกนั่นได้

511
00:28:59,821 --> 00:29:03,950
และการเข้าไปในสำนักงาน
ซึ่งตอนนั้นอยู่ที่ไทม์สแควร์

512
00:29:04,033 --> 00:29:08,580
แล้วก็นั่งลงและแบบ "บ้าเอ๊ย แล้วไงต่อล่ะ"

513
00:29:09,998 --> 00:29:13,877
หน้าที่เดียวของผมคือทำให้คนสนใจ

514
00:29:13,960 --> 00:29:16,796
ข้อดีหนึ่งของการเขียนบทความ
ให้เดอะ นิวยอร์กเกอร์ก็คือความคิด

515
00:29:16,880 --> 00:29:23,011
ที่ว่าคุณมีผู้อ่านที่อยากรู้อยากเห็น
ซึ่งเต็มใจจะตามไปยังที่ที่คุณพาพวกเขาไป

516
00:29:23,094 --> 00:29:24,387
(โดยเคลีฟา ซันเนห์)

517
00:29:25,889 --> 00:29:28,016
เรื่องราวนั้นอาจเกี่ยวกับอะไรก็ได้

518
00:29:28,099 --> 00:29:30,727
และส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับผู้อ่านก็คือ

519
00:29:30,810 --> 00:29:33,396
"ผมจะทำให้เรื่องนี้สนุก
เพราะงั้นอย่าหนีไปไหนนะ"

520
00:29:35,106 --> 00:29:37,567
คืนนี้ผมจะทำสิ่งที่ผมทำบ่อยๆ

521
00:29:37,650 --> 00:29:39,360
ซึ่งก็คือไปดูดนตรี

522
00:29:43,615 --> 00:29:46,201
เรื่องหลักๆ ที่ผมเขียนถึง
ที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์คือเรื่อง

523
00:29:46,284 --> 00:29:49,537
เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การดูแลสุขภาพ

524
00:29:49,621 --> 00:29:50,455
(สมาคมดาวอังคาร)

525
00:29:50,538 --> 00:29:54,793
วันนี้ผมกำลังทำบทความ
การแพทย์อวกาศนี่ในยูทาห์

526
00:29:54,876 --> 00:29:57,796
ขณะที่มีคนไปอวกาศมากขึ้นเรื่อยๆ

527
00:29:57,879 --> 00:30:00,465
เรารู้อะไรบ้างเรื่องสิ่งที่เกิดกับร่างกายพวกเขา

528
00:30:01,299 --> 00:30:03,551
คุณจะอยากรัดสายรัดให้แน่นๆ

529
00:30:03,635 --> 00:30:08,473
ผมพยายามหาทางอยู่
ที่จะทำให้ประเด็นปัญหาสุขภาพในอวกาศ

530
00:30:08,556 --> 00:30:09,557
มีชีวิตขึ้นมา

531
00:30:11,643 --> 00:30:16,314
ผมชอบหาวิธีเล่าเรื่องสิ่งที่ซับซ้อนมากๆ

532
00:30:16,397 --> 00:30:19,317
ในแบบที่จะดึงดูดใจผู้อ่าน

533
00:30:19,400 --> 00:30:22,779
จนพวกเขาเรียนรู้เรื่องพวกนี้
อย่างเกือบจะโดยบังเอิญ

534
00:30:22,862 --> 00:30:24,823
ในทรายมีความชื้นอยู่มาก

535
00:30:24,906 --> 00:30:27,617
มันเลยทำให้เกิดรอยย่นๆ ตรงนั้น

536
00:30:27,700 --> 00:30:29,661
(โรงละครเกรเมอร์ซี
ดีแลน มาร์โลว์)

537
00:30:33,790 --> 00:30:34,791
ไง!

538
00:30:34,874 --> 00:30:36,709
ผมว่าตัวตนส่วนหนึ่งของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

539
00:30:36,793 --> 00:30:40,672
ก็คือคุณสามารถส่งคนไปยังโลกอื่น
ให้รายงานกลับมาได้

540
00:30:41,172 --> 00:30:43,758
สำหรับผม นั่นย้อนกลับไป
ตอนโตขึ้นมาเป็นชาวพังก์ร็อก

541
00:30:43,842 --> 00:30:47,804
และนั่นก็คืออย่างแรกที่ผมรักจริงๆ ตอนอายุ 14

542
00:30:47,887 --> 00:30:50,390
ความคิดที่ว่าเราสามารถผ่านประตูลับไป

543
00:30:50,473 --> 00:30:51,850
และมีอีกโลกหนึ่งนี่

544
00:30:51,933 --> 00:30:56,312
ที่คนอื่นๆ ทำเรื่องอื่นๆ
นั่นเป็นความรู้สึกที่ชวนให้มึนเมาสำหรับผมครับ

545
00:30:56,396 --> 00:30:59,524
พร้อมปาร์ตี้สุดเหวี่ยงกันมั้ย ทุกคน

546
00:31:00,191 --> 00:31:03,987
ผมชอบมาตลอดที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์
มีชื่อเสียงว่าสูงส่งเข้าใจยาก

547
00:31:04,070 --> 00:31:06,155
ว่ามันควรจะเป็นนิตยสารสุดหรู

548
00:31:06,239 --> 00:31:08,658
เพราะนั่นทำให้มันสนุกกว่าสำหรับผมที่จะเข้ามา

549
00:31:08,741 --> 00:31:12,287
และเขียนเรื่องเจย์-ซี หรือมวย หรือเพลงคันทรี่

550
00:31:12,370 --> 00:31:15,540
และพวกเขาก็จะเอามันจัดด้วยฟอนต์
ของนิวยอร์กเกอร์นั่น

551
00:31:15,623 --> 00:31:19,794
ดังนั้นเป้าหมายส่วนหนึ่งก็คือ
การคิดหาวิธีรักษาความหรูนั่นไว้

552
00:31:19,878 --> 00:31:23,631
พร้อมกับดูแลนิตยสารไม่ให้ดูล้าสมัยเกินไป

553
00:31:30,263 --> 00:31:34,475
"พังก์สอนให้ผมรักดนตรี
ด้วยการสอนให้ผมเกลียดดนตรีด้วย"

554
00:31:35,143 --> 00:31:37,186
"มันสอนผมว่าดนตรีอาจสร้างความแตกแยกได้

555
00:31:37,270 --> 00:31:40,148
อาจจุดประกายความรักหรือความเกลียดได้

556
00:31:40,231 --> 00:31:42,942
หรือความปรารถนาที่จะหาคำตอบ
ว่าแบบไหนคือแบบไหน"

557
00:31:45,028 --> 00:31:47,655
ผมอยากเขียนบทความ
ให้เดอะ นิวยอร์กเกอร์มาตลอด

558
00:31:47,739 --> 00:31:49,198
นี่คือเบอร์เกอร์ถั่วดำ

559
00:31:49,282 --> 00:31:51,951
ความคิดที่ว่าคุณจะได้
เผยแพร่ความคิดออกไปยังโลกนี้

560
00:31:52,035 --> 00:31:54,996
และนั่นจะเปลี่ยนวิธีที่ใครบางคนคิดถึงปัญหาไป

561
00:31:55,955 --> 00:31:57,624
นั่นมันดึงดูดใจมากครับ

562
00:31:58,124 --> 00:32:02,712
เรามีผักชีที่นี่ ผักชีลาว พาร์สลีย์

563
00:32:02,795 --> 00:32:05,173
งานหลักของผมคือเป็นหมอ

564
00:32:05,256 --> 00:32:10,845
ผมประกอบวิชาชีพอยู่ในนครนิวยอร์ก
ช่วงเกิดโรคระบาด

565
00:32:10,929 --> 00:32:13,556
และหลักๆ แล้วก็เขียนข่าวภาคสนามชุดหนึ่ง

566
00:32:13,640 --> 00:32:14,849
(ไวรัสโคโรน่าจะวิวัฒนาการยังไง)

567
00:32:14,933 --> 00:32:16,643
(สายพันธุ์เดลต้าเป็นอันตรายร้ายแรง)

568
00:32:16,726 --> 00:32:20,313
ตั้งแต่โรคระบาดซาลง ผมก็ขยายขอบเขต

569
00:32:20,396 --> 00:32:22,523
ประเภทของเรื่องที่ผมเขียนถึง

570
00:32:23,358 --> 00:32:26,819
"สายลมเย็นเฉียบหวีดหวิว
ขณะเราขับผ่านภูมิประเทศที่ขรุขระ"

571
00:32:26,903 --> 00:32:28,571
"ผมหรี่ตามองไปไกลๆ

572
00:32:28,655 --> 00:32:31,115
นึกภาพแผ่นดินที่ไม่มีใครแตะต้อง
อันกว้างใหญ่ไพศาล

573
00:32:31,199 --> 00:32:33,660
ที่มนุษย์คนแรกบนดาวอังคารจะได้พบ"

574
00:32:36,245 --> 00:32:40,375
ผมว่าเกือบทุกคนที่ทำงานที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์
มีความหมกมุ่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

575
00:32:40,458 --> 00:32:44,003
และผมก็รู้สึกว่าถูกดึงดูดด้วยความหมกมุ่นนั้น

576
00:32:46,506 --> 00:32:48,716
(สิบสองสัปดาห์ก่อนถึงฉบับครบรอบ)

577
00:32:48,800 --> 00:32:53,596
ผมอาจจะดูหนังวันละเรื่องในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา

578
00:32:55,765 --> 00:32:58,351
คือว่าในแง่หนึ่งมันก็เรียบง่ายครับ

579
00:32:58,434 --> 00:33:02,313
รู้มั้ยครับ มีบางอย่างที่น่าเบื่อเกี่ยวกับการวิจารณ์

580
00:33:02,397 --> 00:33:04,816
ซึ่งก็คือคุณดูหนัง และคุณก็เขียนถึงมัน

581
00:33:04,899 --> 00:33:06,484
(ริชาร์ด โบรดี้
นักวิจารณ์ภาพยนตร์)

582
00:33:06,567 --> 00:33:08,653
แต่ผมไม่เคยรู้ว่าตัวเองจะเขียนอะไร

583
00:33:09,570 --> 00:33:11,447
นี่ นี่ ระวัง!

584
00:33:11,531 --> 00:33:14,492
พอหนังเริ่มฉาย ผมก็ไม่รู้เลยว่าผมอยู่ที่ไหน

585
00:33:14,575 --> 00:33:18,746
หนังนั่นเข้าครอบงำผม และผู้ชมก็ไม่มีตัวตนอยู่

586
00:33:18,830 --> 00:33:21,582
ผมไม่มีตัวตนอยู่ในช่วงเวลาที่หนังฉาย

587
00:33:22,333 --> 00:33:24,335
นี่มันที่แบบไหนกันที่ฉัน…

588
00:33:26,087 --> 00:33:27,797
พวกนั้นจะไม่ยอมให้ฉันเจอเขา

589
00:33:27,880 --> 00:33:31,467
ระหว่างที่ผมดูหนัง
ผมจะจดโน้ตอย่างเอาเป็นเอาตาย

590
00:33:32,093 --> 00:33:34,887
ปัญหาไม่ใช่การจดมัน แต่เป็นการอ่านมันทีหลัง

591
00:33:34,971 --> 00:33:36,931
หลังจากเขียนมันในความมืด

592
00:33:40,727 --> 00:33:41,894
เมื่อหนังจบ

593
00:33:41,978 --> 00:33:44,480
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากทำก็คือการพูดคุยกับใครๆ

594
00:33:44,564 --> 00:33:47,275
ผมวิ่งออกจากโรงหนัง เอาเสื้อโค้ตคลุมหัว

595
00:33:47,358 --> 00:33:49,777
จะได้ไม่ต้องคุยกับเพื่อนนักวิจารณ์ด้วยกัน

596
00:33:49,861 --> 00:33:53,239
ผมอยากเก็บประสบการณ์นั่นไว้ในใจ
ไม่แม้แต่จะคิดถึงมัน

597
00:33:53,322 --> 00:33:55,742
ผมแค่อยากให้มันส่งผลต่อผม

598
00:34:00,663 --> 00:34:04,751
ว่ากันว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละสามแก้ว

599
00:34:04,834 --> 00:34:07,086
จะอายุยืนไปอีกสิบปี

600
00:34:07,170 --> 00:34:11,382
ผมว่าผมใกล้จะเป็นอมตะแล้ว
กับปริมาณกาแฟที่ผมดื่ม

601
00:34:12,717 --> 00:34:15,178
ถ้าไม่มีกาแฟก็ไม่มีอะไรเสร็จลุล่วง

602
00:34:17,472 --> 00:34:21,809
ผมอยากให้ตัวเองไม่ต้องเขียนรีวิวเชิงลบเลย

603
00:34:22,643 --> 00:34:26,355
และผมก็รู้ตัวอยู่เสมอว่ามีคนที่เกี่ยวข้องอยู่

604
00:34:27,023 --> 00:34:30,276
ผมพูดเสมอว่าต้องใช้เวลาสองปีเพื่อสร้างหนัง

605
00:34:30,359 --> 00:34:31,986
ใช้เวลาดูสองชั่วโมง

606
00:34:32,070 --> 00:34:35,156
และสองนาทีที่จะทำลายมัน
หรือในทวิตเตอร์ แค่สองวินาที

607
00:34:35,239 --> 00:34:37,909
ผมเลยรู้สึกว่ามีความจำเป็นพื้นฐานจริงๆ
ที่จะต้องเคารพกัน

608
00:34:39,619 --> 00:34:43,790
"แก่นแท้ของรีวิวคืออารมณ์
ความหวั่นไหวของจิตวิญญาณ"

609
00:34:43,873 --> 00:34:46,793
"มันไม่ใช่การที่นักวิจารณ์
ยึดถือตัวเองเป็นจริงเป็นจัง

610
00:34:47,460 --> 00:34:49,670
แต่เป็นการจริงจังกับงานศิลปะ"

611
00:34:53,424 --> 00:34:54,509
ฉันชอบมันมากเลย

612
00:34:54,592 --> 00:34:56,677
มันหมิ่นเหม่จะเหมือนเรื่องอื่นๆ อีกสิบเรื่อง…

613
00:34:56,761 --> 00:34:57,762
(การประชุมคัดงานบันเทิงคดี)

614
00:34:57,845 --> 00:35:00,389
- ใช่ ผมไม่แน่ใจ…
- ในแง่ของสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้น

615
00:35:00,473 --> 00:35:03,893
ใช่ ฉันเอนเอียงไปทางที่จะเลือกมัน

616
00:35:04,936 --> 00:35:06,229
ในช่วงหนึ่งปี

617
00:35:06,312 --> 00:35:10,942
เราได้รับเรื่องที่ส่งเข้ามา
ประมาณ 7,000 ถึง 10,000 เรื่อง

618
00:35:11,025 --> 00:35:12,360
และเราก็ตีพิมพ์ 50 เรื่อง

619
00:35:13,152 --> 00:35:15,822
มันมาจากเอเจนต์ มันมาจากสำนักพิมพ์

620
00:35:15,905 --> 00:35:19,659
มันมาจากนักเขียนโดยตรง มันจะมายังไงก็ได้ค่ะ

621
00:35:19,742 --> 00:35:23,454
คือดูเหมือนจะไม่ได้ยากมากที่จะหาอีเมลของฉัน

622
00:35:24,455 --> 00:35:28,668
เป็นเรื่องหายากพอดูครับ
ที่นิตยสารที่แนวเฉียดใกล้กับเรา

623
00:35:28,751 --> 00:35:30,378
จะพิมพ์งานบันเทิงคดี

624
00:35:30,461 --> 00:35:35,424
และผมก็รู้ดีว่ามีผู้อ่านส่วนหนึ่งของเรา

625
00:35:35,508 --> 00:35:38,344
หรือสมาชิกของเราที่ไม่ดูงานบันเทิงคดีเลย

626
00:35:38,970 --> 00:35:41,931
โอเค แต่ผมก็ยังรู้ด้วยว่ามีผู้อ่านของเราส่วนหนึ่ง

627
00:35:42,014 --> 00:35:44,433
ที่แคร์เรื่องนั้นมากที่สุด

628
00:35:45,059 --> 00:35:47,520
เมื่อประมาณปีครึ่งที่แล้ว

629
00:35:47,603 --> 00:35:50,982
เดวิด เรมนิคมาหาฉันและบอกว่า
"สำหรับฉบับครบรอบ 100 ปี

630
00:35:51,065 --> 00:35:55,153
เราทำรวมเรื่องสั้นบันเทิงคดีกันเป็นไง
คุณจะใส่อะไรลงไป

631
00:35:56,404 --> 00:35:59,323
มีเรื่องกว่า 13,000 เรื่อง

632
00:35:59,407 --> 00:36:02,618
ที่ได้รับการตีพิมพ์
ในช่วงที่มีเดอะ นิวยอร์กเกอร์มา

633
00:36:02,702 --> 00:36:05,997
และหนังสือเล่มนี้ก็มี 78 เรื่อง

634
00:36:06,080 --> 00:36:07,790
อีบี ไวท์, โดโรธี พาร์คเกอร์

635
00:36:07,874 --> 00:36:09,458
จอห์น อัพไดค์, ฟิลิป รอธ

636
00:36:09,542 --> 00:36:12,086
เจดี ซาลินเจอร์, จาเมกา คินเคด

637
00:36:12,170 --> 00:36:16,174
มันไล่ไปเรื่อยๆ เลยค่ะ
ที่จริงฉันอ่านชื่อไหนก็ได้ในรายชื่อนี้

638
00:36:16,257 --> 00:36:18,050
และมันก็จะไม่ทำให้ใครแปลกใจ

639
00:36:18,134 --> 00:36:21,429
- เดวิด ฟอสเตอร์ วอลเลซ, ยูโดรา เวลตี้
- เชอร์ลีย์ แจ็คสัน, จอห์น ชีเวอร์

640
00:36:21,512 --> 00:36:24,223
- จุมปา ลาหิรี, เซดี้ สมิธ
- วลาดิมีร์ นาโบคอฟ, ซอล เบลโลว์

641
00:36:24,307 --> 00:36:27,268
- ฮารุกิ มุราคามิ, จูโนต์ ดิแอซ
- แอนนี่ พรูลซ์, จอร์จ ซอนเดอร์ส

642
00:36:27,351 --> 00:36:31,480
และนักเขียนที่เราเลือกตีพิมพ์ผลงาน
ในนิตยสารฉบับครบรอบที่กำลังจะมาถึง

643
00:36:31,564 --> 00:36:34,025
ก็คือชิมาแมนด้า เอ็นโกซี อาดิชี

644
00:36:36,110 --> 00:36:38,529
"ฉันโหยหาการเป็นที่รู้จักมาตลอด

645
00:36:39,155 --> 00:36:42,491
เป็นที่รู้จักอย่างถ่องแท้ในสายตามนุษย์อีกคน"

646
00:36:42,575 --> 00:36:46,495
เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี
ที่เป็นนิตยสารมาของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

647
00:36:46,579 --> 00:36:50,750
พวกเขาจะตีพิมพ์ตัวอย่าง
จากนวนิยายใหม่ของฉันเรื่องดรีมเคาท์

648
00:36:50,833 --> 00:36:55,838
"เพราะเป็นช่วงระหว่างล็อกดาวน์
ที่ฉันเริ่มสำรวจชีวิตตัวเอง

649
00:36:55,922 --> 00:37:00,051
และเริ่มตั้งชื่อให้กับสิ่งที่ไม่มีชื่อเรียกมานาน"

650
00:37:00,134 --> 00:37:04,764
งานบันเทิงคดีเป็นรูปแบบที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ในบรรดาศิลปะทั้งหลาย

651
00:37:04,847 --> 00:37:05,848
(ชิมาแมนด้า เอ็นโกซี อาดิชี)

652
00:37:05,932 --> 00:37:07,058
ฉันไม่ได้ลำเอียงนะ แน่ละ

653
00:37:07,141 --> 00:37:08,392
"แต่อะไรที่…"

654
00:37:08,476 --> 00:37:09,769
วรรณกรรมทำให้เป็นไปได้

655
00:37:09,852 --> 00:37:12,230
ที่เราจะรู้ว่ามีมุมมองอยู่หลากหลาย

656
00:37:12,313 --> 00:37:16,901
การกระโจนผ่านจินตนาการ
เข้าไปในประสบการณ์ของผู้อื่นแบบนี้

657
00:37:16,984 --> 00:37:17,818
เพราะมันแค่…

658
00:37:17,902 --> 00:37:21,572
บางทีฉันก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่เกือบเป็นหายนะ
เกี่ยวกับโลกที่เราอาศัยอยู่

659
00:37:21,656 --> 00:37:27,203
และฉันก็คิดว่าวรรณกรรม
คือลำแสงเล็กๆ แห่งความหวังนั่น

660
00:37:27,286 --> 00:37:29,163
การเขียนนิยายคือรักแท้ของฉัน

661
00:37:29,247 --> 00:37:32,291
มันคือสิ่งที่ทำให้ตัวฉันมีความหมาย มัน…

662
00:37:32,375 --> 00:37:35,419
มันคือเหตุผลที่ฉันอยู่ที่นี่

663
00:37:35,503 --> 00:37:38,923
ตอนฉันมาอเมริกา
ฉันมองเห็นชัดเจนอย่างรวดเร็วมากๆ

664
00:37:39,006 --> 00:37:42,426
ว่าเดอะ นิวยอร์กเกอร์
คือที่ที่คุณอยากตีพิมพ์ผลงาน

665
00:37:43,010 --> 00:37:45,763
ค่ะ แบบว่าเดอะ นิวยอร์กเกอร์
คือเดอะ นิวยอร์กเกอร์

666
00:37:45,846 --> 00:37:48,349
และเดอะ นิวยอร์กเกอร์ก็รู้
ว่ามันคือเดอะ นิวยอร์กเกอร์

667
00:37:49,392 --> 00:37:50,268
ดังนั้น…

668
00:37:50,351 --> 00:37:54,313
คนกล่าวหาว่าเดอะ นิวยอร์กเกอร์
เป็นพวกลัทธิให้ความสำคัญชนชั้นสูง

669
00:37:54,397 --> 00:37:57,692
แต่ฉันคิดว่าบทสนทนา
เกี่ยวกับเรื่องที่ถือว่าเป็นเรื่องชนชั้นสูง

670
00:37:57,775 --> 00:38:01,028
มีความโน้มเอียงจะเป็นลัทธิต่อต้านความมีปัญญา

671
00:38:01,112 --> 00:38:04,031
ที่กำลังแพร่หลายไปทั่วประเทศนี้

672
00:38:04,115 --> 00:38:06,534
และเลวร้ายกับประเทศนี้
และเลวร้ายสำหรับเรา

673
00:38:07,535 --> 00:38:10,538
เราพูดอะไรกันอยู่ เรากำลังพูดหรือเปล่า
ว่ามันเป็นแบบชนชั้นสูงมากๆ

674
00:38:10,621 --> 00:38:15,209
จนมันไม่ควรเขียนเรื่องศิลปะ
วรรณกรรม และการเมือง

675
00:38:15,293 --> 00:38:17,753
ในแบบที่ซับซ้อนและไตร่ตรองมาอย่างดี

676
00:38:17,837 --> 00:38:20,423
ถ้านั่นคือลัทธิชนชั้นสูง เราก็ต้องการมันมากกว่านี้

677
00:38:20,506 --> 00:38:21,632
เราต้องการมากขึ้นค่ะ

678
00:38:24,593 --> 00:38:27,722
(สำนักงานเดิมของนิวยอร์กเกอร์
1987)

679
00:38:30,141 --> 00:38:31,684
ไง บรูซ

680
00:38:31,767 --> 00:38:34,020
ผมอยู่ที่นี่มา 46 ปีแล้ว

681
00:38:34,103 --> 00:38:37,148
มันนานมากนะ แต่ก็ไม่นานพอ

682
00:38:39,025 --> 00:38:40,401
คุณทำงานอะไรที่นี่ครับ

683
00:38:40,985 --> 00:38:43,571
ถ้าไฟฟ้าดับ ถ้าแอร์ไม่ติด

684
00:38:43,654 --> 00:38:45,239
ทั้งหมดนั่นผมจะเป็นคนจัดการ

685
00:38:45,323 --> 00:38:49,618
ถ้าใครต้องการกระดาษหรือพรินเตอร์
นั่นก็เป็นเรื่องของผมทั้งหมด

686
00:38:49,702 --> 00:38:52,455
ถ้าใครต้องการให้ซ่อมคอม
นั่นก็เป็นเรื่องของผมทั้งหมด

687
00:38:52,538 --> 00:38:53,956
นั่นผมเอง

688
00:38:56,500 --> 00:38:58,377
ตรงนั้น ไว้ผมยาวสีดำ

689
00:38:59,837 --> 00:39:02,882
เราเริ่มที่เลขที่ 25 ถนนเวสต์ 43
นั่นคือนิวยอร์กเกอร์แห่งแรก

690
00:39:03,716 --> 00:39:07,511
มันให้ความรู้สึกเก่ามากๆ เหมือนยุค 1950

691
00:39:07,595 --> 00:39:10,973
มีกลุ่มสุภาพบุรุษที่อยู่มานานมากๆ กลุ่มหนึ่งที่นี่

692
00:39:12,141 --> 00:39:14,977
ผนังนั่นเปื้อนควันบุหรี่

693
00:39:16,604 --> 00:39:19,357
โซฟาที่คุณนั่งและฝุ่นที่ลอยขึ้นมาจากมัน

694
00:39:19,440 --> 00:39:20,733
ตอนคุณนั่งลงไป ใช่มั้ยล่ะ

695
00:39:22,234 --> 00:39:23,736
ตอนเราย้ายสำนักงานครั้งแรก

696
00:39:23,819 --> 00:39:26,572
เราไปที่ชั้นใต้ดินแล้วก็เจอสิ่งที่อยู่ข้างล่างนั่น

697
00:39:26,655 --> 00:39:29,241
มัมเต็มไปด้วยเอกสารและของเก่าๆ

698
00:39:29,325 --> 00:39:32,828
ปรูฟเก่าๆ
กับงานบันเทิงคดีเก่าๆ ฉบับที่บก.แก้ไข

699
00:39:32,912 --> 00:39:37,124
มันเหมือนโลกลืมไปว่าเคยมีคนทำงานพวกนี้

700
00:39:37,208 --> 00:39:38,250
แต่นี่คือผลงานนั่น

701
00:39:38,834 --> 00:39:40,836
และผมก็เริ่มสะสม

702
00:39:41,670 --> 00:39:44,924
ของอะไรก็ตามที่ชาวบ้านทิ้งไป
ที่ผมคิดว่าเราควรเก็บไว้

703
00:39:46,550 --> 00:39:49,053
ผมไม่ใช่คนที่เก็บของดะไปเรื่อย
ผมแค่ไม่อยากกำจัดมัน

704
00:39:49,136 --> 00:39:51,305
เพราะผมคิดว่ามีประวัติศาสตร์อยู่ในนี้

705
00:39:51,389 --> 00:39:53,641
นี่เครื่องคิดเลขเครื่องแรก
ของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

706
00:39:53,724 --> 00:39:55,476
มันเหมือนรถบูอิคดีๆ นี่เอง

707
00:39:56,936 --> 00:40:00,231
พวกนี้ทุกเล่มเป็นหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรก
ของนักเขียนนิวยอร์กเกอร์

708
00:40:00,314 --> 00:40:03,359
และสปอตก็คือภาพวาดขนาดเล็ก
ที่คุณจะเห็นบนหน้านิตยสาร

709
00:40:03,442 --> 00:40:06,737
หลักๆ แล้วก็เป็นงานศิลปะที่ศิลปินทำ

710
00:40:06,821 --> 00:40:10,533
รายละเอียดและฝีมือในนั้นดีเป็นบ้า

711
00:40:10,616 --> 00:40:11,700
โอเค

712
00:40:16,080 --> 00:40:19,375
จนถึงตอนนี้ ผมได้ร่วมงานกับ
บรรณาธิการสี่ในห้าคนของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

713
00:40:20,209 --> 00:40:22,545
แต่ไม่เคยร่วมงานกับรอสส์

714
00:40:24,713 --> 00:40:27,633
(ทศวรรษ 1950)

715
00:40:28,759 --> 00:40:33,180
ในช่วงหลายปีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
เดอะ นิวยอร์กเกอร์เข้าสู่ยุคใหม่

716
00:40:33,848 --> 00:40:37,643
แฮโรลด์ รอสส์ผู้ก่อตั้งจอมวิ่งเข้าชน
เสียชีวิตจากมะเร็งปอด

717
00:40:37,726 --> 00:40:40,229
หลังจากกุมบังเหียนมา 26 ปี

718
00:40:41,021 --> 00:40:44,567
และคนที่มาแทนที่เขาก็คือมือขวา วิลเลี่ยม ชอว์น

719
00:40:45,609 --> 00:40:47,361
ถึงแม้จะขี้อายจนน่าเจ็บปวด

720
00:40:47,445 --> 00:40:50,281
ชอว์นก็เป็นบรรณาธิการที่กล้าหาญ

721
00:40:50,364 --> 00:40:53,951
พนักงานบางคนเรียกเขาว่าหนูเหล็ก

722
00:40:54,452 --> 00:40:57,788
และเขาก็ผลักดันให้นิตยสาร
รายงานเรื่องราวที่เป็นประเด็นขัดแย้ง

723
00:40:57,872 --> 00:40:59,915
และเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ

724
00:41:01,333 --> 00:41:04,295
วันหนึ่งในปี 1958 ชอว์นได้รับข้อเสนอ

725
00:41:04,378 --> 00:41:08,174
จากนักเขียนมือรางวัลผู้เป็นนักชีววิทยา
ชื่อเรเชล คาร์สัน

726
00:41:08,966 --> 00:41:11,927
เธออยากหาคำตอบว่า
ทำไมนกหลายพันตัวถึงตาย

727
00:41:12,011 --> 00:41:14,847
หลังจากการพ่นยาฆ่าแมลงดีดีที

728
00:41:16,307 --> 00:41:19,852
ตอนนั้นดีดีทีถูกใช้แบบไม่เลือก

729
00:41:19,935 --> 00:41:23,856
ทั้งกับพืชผล สนามหญ้า และแม้แต่ภายในบ้าน

730
00:41:24,482 --> 00:41:25,524
("ดีดีที ดีต่อฉันนนน")

731
00:41:25,608 --> 00:41:28,694
ผู้ผลิตยืนกรานว่ามันปลอดภัย

732
00:41:29,278 --> 00:41:31,489
แต่คาร์สันอยากสืบสวน

733
00:41:32,239 --> 00:41:35,743
เธอได้รับการสนับสนุนจากชอว์น
และเริ่มทำการศึกษาภาคสนาม

734
00:41:35,826 --> 00:41:37,536
สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ

735
00:41:37,620 --> 00:41:40,080
และขุดคุ้ยเรื่องทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน

736
00:41:41,081 --> 00:41:44,502
แต่ขณะที่เธอทำงาน
คาร์สันเก็บความลับหนึ่งไว้ไม่ให้โลกรู้

737
00:41:45,044 --> 00:41:47,046
เธอกำลังจะเสียชีวิตเพราะมะเร็งเต้านม

738
00:41:48,422 --> 00:41:52,384
บางทีการผ่าตัดและการรักษาที่เจ็บปวดหลายครั้ง
ก็ทำให้เธอต้องนั่งเก้าอี้เข็น

739
00:41:53,219 --> 00:41:55,346
แต่เธอฝ่าฟันทำงานต่อ

740
00:41:55,429 --> 00:42:00,392
และในที่สุดหลังจากสี่ปี
เธอก็ส่งงานเขียนฉบับร่างให้ชอว์น

741
00:42:02,853 --> 00:42:06,398
ตอนที่ "ไซเลนท์สปริง"
ถูกตีพิมพ์เป็นเรื่องชุดสามตอน

742
00:42:06,482 --> 00:42:10,653
บทร้อยแก้วของคาร์สัน
ก็เปลี่ยนวิทยาศาสตร์ไปเป็นวรรณกรรม

743
00:42:11,445 --> 00:42:15,533
เธอเขียนไว้ว่า "ในพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ของสหรัฐอเมริกา

744
00:42:15,616 --> 00:42:19,620
ตอนนี้ฤดูใบไม้ผลิได้มาถึง
โดยไม่มีการแจ้งเตือนจากการกลับมาของนก

745
00:42:19,703 --> 00:42:23,624
และยามเช้าตรู่ซึ่งครั้งหนึ่ง
เคยเต็มไปด้วยความไพเราะของเสียงนกร้อง

746
00:42:23,707 --> 00:42:25,584
ก็สงัดงันอย่างน่าประหลาด"

747
00:42:27,127 --> 00:42:31,382
มันถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือ
กลายเป็นหนังสือขายดีทันที

748
00:42:31,465 --> 00:42:34,343
และจุดชนวนการโต้เถียงระดับประเทศ
เรื่องอันตรายของสารเคมี

749
00:42:34,426 --> 00:42:36,428
ที่มีต่อมนุษย์และสัตว์

750
00:42:36,512 --> 00:42:38,764
คุณเคยคิดขอกระทรวงเกษตร

751
00:42:38,847 --> 00:42:40,349
ให้ดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดขึ้นมั้ย

752
00:42:40,432 --> 00:42:43,394
ครับ และผมก็รู้ว่าพวกเขาจัดการอยู่แล้ว

753
00:42:43,477 --> 00:42:47,773
ผมว่าโดยเฉพาะตั้งแต่หนังสือ
ของคุณคาร์สันออกมา แต่พวกเขาดูแลอยู่ครับ

754
00:42:48,357 --> 00:42:50,442
แต่มันก็ก่อให้เกิดการโต้กลับด้วย

755
00:42:51,277 --> 00:42:54,572
คาร์สันถูกโจมตีจากบริษัทสารเคมีที่ทรงอำนาจ

756
00:42:55,281 --> 00:43:00,119
ข้อกล่าวอ้างสำคัญ
ในหนังสือไซเลนท์สปริงของคุณเรเชล คาร์สัน

757
00:43:00,202 --> 00:43:03,038
เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างมหันต์

758
00:43:03,122 --> 00:43:07,835
คาร์สันผู้ที่ตอนนี้ใส่วิกและแทบจะเดินไม่ได้แล้ว

759
00:43:07,918 --> 00:43:10,963
ปกป้องงานของเธอต่อหน้าสภาคองเกรสและสื่อ

760
00:43:11,046 --> 00:43:13,674
ถ้าเราไม่นำสารเคมีเหล่านี้
มาอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดีขึ้น

761
00:43:13,757 --> 00:43:16,635
เราก็จะมุ่งหน้าไปสู่หายนะอย่างแน่นอน

762
00:43:17,553 --> 00:43:20,180
บางบริษัทขู่จะฟ้องเดอะ นิวยอร์กเกอร์

763
00:43:20,264 --> 00:43:22,766
แต่ชอว์นไม่ยอมถอย

764
00:43:23,350 --> 00:43:28,022
คาร์สันเสียชีวิตในไม่ถึงสองปี
หลังจากการตีพิมพ์ไซเลนท์สปริง

765
00:43:28,105 --> 00:43:29,898
แต่ถึงแม้เธอจะไม่ได้เห็นมัน

766
00:43:29,982 --> 00:43:33,193
ผลงานของเธอก็ช่วยให้
มีการออกกฎหมายอากาศบริสุทธิ์

767
00:43:33,277 --> 00:43:35,112
กฎหมายน้ำสะอาด

768
00:43:35,195 --> 00:43:38,198
และก่อให้เกิดการเคลื่อนไหว
เพื่อสิ่งแวดล้อมยุคใหม่

769
00:43:38,282 --> 00:43:39,366
(รักษาโลกเรา)

770
00:43:39,450 --> 00:43:40,868
หลายปีต่อมา

771
00:43:40,951 --> 00:43:45,039
ชอว์นจะกล่าวถึงปรัชญาที่เรียบง่าย
ของนิตยสารแบบนี้

772
00:43:45,122 --> 00:43:47,625
เราพูดสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ

773
00:43:47,708 --> 00:43:49,627
นี่คือสิ่งที่เราเชื่ออย่างแท้จริง

774
00:43:49,710 --> 00:43:53,881
และถ้านี่คือสิ่งที่เราเชื่อ เราก็ควรพูดอย่างนั้น

775
00:43:55,049 --> 00:43:59,553
(เลือกตั้ง)

776
00:44:00,137 --> 00:44:02,556
(คืนวันเลือกตั้ง
5 พฤศจิกายน 2024)

777
00:44:02,640 --> 00:44:04,183
ไง วาเลอรี่

778
00:44:04,266 --> 00:44:06,977
ส่งต่อเรื่องแคมเปญหาเสียง
ของแฮร์ริสมาให้เราได้มั้ย

779
00:44:07,061 --> 00:44:08,812
เรื่องอัตราการมาเลือกตั้ง
ของชาวเปอร์โตริโก

780
00:44:08,896 --> 00:44:11,315
- นี่ไง จะส่งทางสแล็คให้เดี๋ยวนี้แหละ
- โอเค ขอบคุณ

781
00:44:11,398 --> 00:44:13,400
ฉันไม่อยากรบกวนคุณระหว่างที่…

782
00:44:18,739 --> 00:44:21,909
โอเค มามอมเหล้าชาวบ้านกัน

783
00:44:24,286 --> 00:44:25,913
- ไง
- เป็นไงบ้าง

784
00:44:26,497 --> 00:44:27,956
โอเคครับ

785
00:44:28,040 --> 00:44:32,544
ในเดียร์บอร์นน่ะ มันเป็นงานยาก
เพราะหาเบียร์ยาก

786
00:44:32,628 --> 00:44:34,004
แต่มีมอระกู่เยอะมาก

787
00:44:34,088 --> 00:44:36,965
อย่ารีบดื่มแต่หัวค่ำได้มั้ย ขอร้อง

788
00:44:37,049 --> 00:44:40,302
- ผมแค่พูดเชิงสมมุติ
- โอเค ได้ยินข่าวอะไรมาบ้าง

789
00:44:40,886 --> 00:44:43,305
ไม่มีใครรู้อะไรเลย รู้มั้ยครับ

790
00:44:43,389 --> 00:44:44,765
เราเตรียมพร้อมมาก

791
00:44:44,848 --> 00:44:49,353
เรามีบล็อกไลฟ์สด และคนเยอะแยะอยู่ทั่วทุกที่

792
00:44:49,436 --> 00:44:50,854
แต่ที่เราไม่รู้

793
00:44:50,938 --> 00:44:53,357
มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

794
00:44:53,440 --> 00:44:56,902
เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่ใช่ในเวลานี้แน่ๆ ครับ

795
00:44:56,985 --> 00:45:01,031
ถ้าเธอชนะ เราก็มีปกนี่จากเคดีร์ เนลสัน

796
00:45:01,115 --> 00:45:04,910
ที่อยู่บนเสื้อนอกเธอคือโอบามา,
เชอร์ลีย์ ชิสโฮล์ม

797
00:45:04,993 --> 00:45:08,455
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์,
เธอร์กูด มาร์แชล, เฟรเดอริก ดักลาส

798
00:45:08,539 --> 00:45:12,292
คนทุกแบบที่อาจกล่าวได้ว่ามีบทบาทเป็นที่จดจำ

799
00:45:12,376 --> 00:45:14,712
ในความก้าวหน้านั่นของประวัติศาสตร์

800
00:45:14,795 --> 00:45:18,590
และพอมาถึงทรัมป์ อารมณ์ก็ต่างกันเลย

801
00:45:21,760 --> 00:45:25,055
นี่คือทรัมป์ได้รับการสาบานตน
เข้ารับตำแหน่งโดยฮัลค์ โฮแกน

802
00:45:25,556 --> 00:45:26,682
แล้ว…

803
00:45:27,766 --> 00:45:30,227
นี่ก็เป็นสภาพสเก็ตช์ที่ชื่นบานอย่างเหลือเชื่อ

804
00:45:31,311 --> 00:45:35,691
และอีลอน มัสก์ขับรถชน
เข้าไปในห้องทำงานรูปไข่

805
00:45:35,774 --> 00:45:37,359
และนี่ก็คือปกหนึ่ง

806
00:45:37,443 --> 00:45:41,655
"รับประทานวันละหนึ่งเม็ดเป็นระยะเวลาสี่ปี"

807
00:45:49,288 --> 00:45:51,749
นี่คือผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งในตอนนี้

808
00:45:51,832 --> 00:45:54,877
โดนัลด์ ทรัมป์มีคะแนนเสียง
จากคณะผู้เลือกตั้ง 90 เสียง

809
00:45:54,960 --> 00:45:58,589
กมลา แฮร์ริสมีคะแนนเสียง
จากคณะผู้เลือกตั้ง 27 เสียง

810
00:45:59,256 --> 00:46:03,135
โอเค ฟลอริดาไม่ได้ เรารู้เรื่องนั้นหรือยังตอนนี้

811
00:46:03,761 --> 00:46:05,095
เขานำอยู่

812
00:46:05,637 --> 00:46:07,222
ผมไม่รู้ว่าเป็นปาฏิหาริย์หรือเปล่า

813
00:46:07,306 --> 00:46:10,768
ที่เธอจะชนะเมื่อมาถึงจุดนี้ แต่เธอจะ…

814
00:46:10,851 --> 00:46:12,686
เธอตามหลังอยู่เยอะเลย

815
00:46:12,770 --> 00:46:14,438
(ปิดลงคะแนนแล้ว)

816
00:46:16,315 --> 00:46:19,735
ทรัมป์เป็นผู้ชนะอย่างไม่เป็นทางการในมิชิแกน

817
00:46:19,818 --> 00:46:22,738
สำนักข่าวเอ็นบีซีคาดว่าทรัมป์จะชนะในวิสคอนซิน

818
00:46:22,821 --> 00:46:25,866
โดนัลด์ ทรัมป์จะชนะในรัฐเพนซิลเวเนีย

819
00:46:29,870 --> 00:46:32,748
เอาละ มาทำต่อจากชิ้นนั้นกัน โอเค ขอบคุณนะ

820
00:46:36,168 --> 00:46:39,338
มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันคาดไว้คืนนี้

821
00:46:39,922 --> 00:46:42,382
แต่เขาเลือกภาพนี้

822
00:46:44,510 --> 00:46:46,011
มันทำใจเชื่อได้ยากค่ะ

823
00:46:46,094 --> 00:46:48,639
แต่เรากำหนดความเป็นจริงไม่ได้

824
00:46:48,722 --> 00:46:51,058
เราทำได้แค่สะท้อนมันออกมา

825
00:46:54,520 --> 00:46:56,772
แคโรไลนา พวกเขาคล้ายกันมาก
ในเชิงประชากรศาสตร์

826
00:46:56,855 --> 00:46:57,940
คุณอาจบอกได้ด้วยซ้ำว่า…

827
00:46:58,816 --> 00:47:02,736
"หลังจากชาวอเมริกันหลายสิบล้านคน
ที่กลัวการกลับมาของทรัมป์

828
00:47:02,820 --> 00:47:04,947
ลุกขึ้นมาจากโซฟาแห่งความหดหู่

829
00:47:05,030 --> 00:47:07,991
ก็จะได้เวลาคิดพิจารณาว่าต้องทำอะไร"

830
00:47:08,075 --> 00:47:11,370
"หนึ่งในอันตรายของชีวิต
ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการ

831
00:47:11,453 --> 00:47:15,040
คือการที่ผู้นำ
พยายามทำลายความเข้มแข็งของผู้คน"

832
00:47:15,541 --> 00:47:17,751
"การยอมรับความพ่ายแพ้เข้าครอบงำ"

833
00:47:19,461 --> 00:47:23,674
เรื่องที่ผมกังวลในครั้งที่สองนี้
คือชาวบ้านจะรู้สึกพ่ายแพ้

834
00:47:24,633 --> 00:47:27,427
ผมไม่คิดว่ามีใครที่ทำงานนี้

835
00:47:27,511 --> 00:47:30,013
อย่าว่าแต่งานที่สำคัญกว่านั้นของพลเมือง

836
00:47:31,849 --> 00:47:33,642
จะยอมแพ้ให้เรื่องนั้นได้

837
00:47:34,351 --> 00:47:36,270
ความสิ้นหวังเป็นบาปที่ให้อภัยไม่ได้

838
00:47:36,353 --> 00:47:38,230
ดังนั้นก็ไม่

839
00:47:38,730 --> 00:47:39,690
ไม่!

840
00:47:41,191 --> 00:47:42,901
นั่นมันไม่…

841
00:47:44,319 --> 00:47:45,737
จะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้

842
00:47:49,199 --> 00:47:51,952
เรากำลังจะดูการเข้ารับตำแหน่ง

843
00:47:52,035 --> 00:47:55,289
ของประธานาธิบดีที่จะพยายามรีเซ็ตโลกใหม่

844
00:47:55,372 --> 00:47:57,708
(จอน ลี แอนเดอร์สัน
นักเขียนประจำ)

845
00:47:57,791 --> 00:47:59,084
อะไรอื่นทุกอย่างรู้สึกเหมือน…

846
00:48:01,336 --> 00:48:03,213
ไม่มีความสำคัญเท่าไร

847
00:48:04,631 --> 00:48:08,969
และมันก็จะเป็นรากฐาน
ของสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ มากๆ เลยครับ

848
00:48:10,888 --> 00:48:11,805
ใช่

849
00:48:13,849 --> 00:48:15,434
จอน ลี

850
00:48:16,393 --> 00:48:18,186
- เป็นไงบ้าง ยอดไปเลย
- เป็นไงบ้าง

851
00:48:18,687 --> 00:48:20,480
- ไม่เจอกันนานไปแล้ว
- ผมรู้ จริงแหละ

852
00:48:20,564 --> 00:48:24,026
ผมยังไม่ได้อ่านเรื่องอเมริกาใต้
แต่ผมจะอ่าน โอเคนะ

853
00:48:24,109 --> 00:48:27,905
อืม เรามีฉบับร่างอยู่
และผมก็เติมบางอย่างเข้าไป

854
00:48:27,988 --> 00:48:28,947
เรื่องมิเลย์น่ะ

855
00:48:29,031 --> 00:48:30,198
- ใช่ๆ
- หมอนั่นบ้าชะมัด

856
00:48:30,282 --> 00:48:31,992
แล้วเขาเป็นไงบ้างกับคุณ

857
00:48:32,075 --> 00:48:35,370
ผมทำงานกับเดอะ นิวยอร์กเกอร์
เป็นปีที่ 26 แล้วในตอนนี้

858
00:48:35,454 --> 00:48:38,582
ผมเป็นนักข่าวสงคราม
หรืออย่างน้อยก็หนึ่งในนั้น

859
00:48:38,665 --> 00:48:41,668
และผมก็เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ขัดแย้ง
หลายสถานการณ์ที่เราเห็นกัน

860
00:48:41,752 --> 00:48:45,047
อัฟกานิสถาน อิรัก ลิเบีย ซีเรีย

861
00:48:46,423 --> 00:48:48,175
พ่อผมอยู่กระทรวงการต่างประเทศ

862
00:48:48,258 --> 00:48:53,055
และผมก็โตมาในเก้าประเทศ
หลายๆ ที่เป็นที่ที่สุ่มเสี่ยงพอสมควร

863
00:48:53,138 --> 00:48:54,556
(โดยจอน ลี แอนเดอร์สัน)

864
00:48:54,640 --> 00:48:58,602
มันเป็นสิ่งที่นำผมเข้าวงการสื่อสารมวลชน
ผมอยากใช้ชีวิตกับประวัติศาสตร์ยุคของผม

865
00:48:58,685 --> 00:48:59,811
(สงครามฝิ่นของตาลิบัน)

866
00:48:59,895 --> 00:49:01,313
(ราชาแห่งราชันย์)

867
00:49:01,396 --> 00:49:04,816
คุณคิดจะทำอะไรต่อ มีเรื่องที่แบบ…

868
00:49:04,900 --> 00:49:07,611
ผมต้องบอกคุณนะว่าเราอยู่ในภาวะ…

869
00:49:07,694 --> 00:49:08,528
ห่วยแตกเหรอ

870
00:49:11,406 --> 00:49:15,410
คือว่าเราต้องทำข่าวเกี่ยวกับโลกนี้
เลือกจุดยืนของเราและเลือกให้ดี

871
00:49:15,494 --> 00:49:17,037
ดังนั้นก็บอกมาว่าคุณคิดว่าไง

872
00:49:17,120 --> 00:49:20,540
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ไม่มี
งบประมาณอย่างเดอะ นิวยอร์กไทมส์

873
00:49:20,624 --> 00:49:22,459
เรามีงบและพนักงานน้อยกว่ามาก

874
00:49:22,542 --> 00:49:25,170
แต่เดวิดคอยสนับสนุนความคิดนี้ตลอด

875
00:49:25,253 --> 00:49:29,466
ที่ให้เราออกภาคสนาม
และได้เห็นประวัติศาสตร์กับตาตัวเอง

876
00:49:32,135 --> 00:49:33,637
(ดามัสกัส ซีเรีย)

877
00:49:33,720 --> 00:49:36,640
เผด็จการบาชาร์ อัล-อัสซาด
หนีจากซีเรียไปในสัปดาห์นี้

878
00:49:36,723 --> 00:49:38,809
ขณะที่กลุ่มกบฏบุกเข้าไปในดามัสกัส

879
00:49:38,892 --> 00:49:41,436
เป็นการยุติการครองอำนาจ
นาน 54 ปีของครอบครัวเขา

880
00:49:42,771 --> 00:49:44,606
(ตุรกี - อิรัก - ฮอมส์)

881
00:49:46,441 --> 00:49:50,862
"สองวันหลังจากผู้นำเผด็จการซีเรีย
บาชาร์ อัล-อัสซาดหนีไปจากวังของเขา

882
00:49:50,946 --> 00:49:54,825
ผมก็มาถึงดามัสกัสเพื่อเป็นพยาน
จุดเริ่มต้นของการแก้แค้นครั้งสำคัญ"

883
00:49:56,994 --> 00:49:59,496
"แคมเปญรณรงค์เรื่องความรุนแรง
ในประเทศที่มีมายาวนาน

884
00:49:59,579 --> 00:50:01,123
จู่ๆ ก็ต้องหลีกทาง

885
00:50:01,206 --> 00:50:04,001
ให้กับความสงบที่น่าหวั่นใจและดูเหนือจริง"

886
00:50:06,712 --> 00:50:08,630
เวลาผมรายงานเรื่องราวอะไร

887
00:50:08,714 --> 00:50:11,842
ผมชอบสูดดมมัน สัมผัสมัน ลิ้มรสมัน

888
00:50:11,925 --> 00:50:13,719
และถ่ายทอดสิ่งนั้นให้ผู้อ่านรับรู้

889
00:50:14,511 --> 00:50:16,555
นั่นเป็นการรายงานข่าวที่ผมชอบทำครับ

890
00:50:16,638 --> 00:50:17,723
อัสลามมุอะลัยกุม

891
00:50:19,933 --> 00:50:21,768
"บ่ายวันหนึ่งในดามัสกัส

892
00:50:21,852 --> 00:50:24,771
ผมไปเยือนเรือนจำที่มีชื่ออื้อฉาวที่สุดแห่งหนึ่ง

893
00:50:27,733 --> 00:50:29,526
(คิดถึงคุณนะ ที่รัก)

894
00:50:31,111 --> 00:50:36,283
"เราเจอชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้เวลา 15 เดือน
ในคุกข่าวกรองทหาร

895
00:50:36,366 --> 00:50:40,162
และเขาก็จำลองประสบการณ์เลวร้ายเรื่องหนึ่ง
ที่เขาต้องทนผ่านมาให้เราดู

896
00:50:45,792 --> 00:50:48,920
"ผู้คุมดูจะไม่พยายามปิดบัง
กาทารุณกรรมของพวกเขา"

897
00:50:50,964 --> 00:50:55,594
"ผมเจอภาพถ่ายกองใหญ่
ที่นักโทษถ่ายหลังจากการสอบปากคำ"

898
00:50:56,386 --> 00:51:01,308
"สำหรับหลายๆ คน เป็นไปได้มากว่า
มันเป็นภาพสุดท้ายก่อนพวกเขาเสียชีวิต"

899
00:51:05,437 --> 00:51:09,399
การฉีกทึ้งสังคมให้แตกแยก
ไม่ยากนักถ้าคุณตั้งใจทำ

900
00:51:27,167 --> 00:51:30,921
(แปดสัปดาห์ก่อนฉบับครบรอบ)

901
00:51:31,004 --> 00:51:33,340
คิดว่าไงกับการให้ศิลปินรายต่างๆ กัน

902
00:51:33,423 --> 00:51:35,801
วาดเลข 100 แบบต่างๆ กันเป็นสปอต

903
00:51:35,884 --> 00:51:38,970
หรือคุณชอบรูปยูสเตซแบบคลาสสิกมากกว่า
นี่อาจจะดีกว่านะ

904
00:51:39,054 --> 00:51:42,682
ฉันจะบอกว่าฉันชอบพัฒนาการนี้

905
00:51:42,766 --> 00:51:45,519
- ยูสเตซจากเปลไปถึงหลุมศพ
- ใช่

906
00:51:45,602 --> 00:51:48,522
แก่นในการทำความเข้าใจเดอะ นิวยอร์กเกอร์

907
00:51:48,605 --> 00:51:53,151
คือมีความตึงเครียดนี้อยู่ตลอด
ระหว่างอดีตและปัจจุบัน

908
00:51:53,235 --> 00:51:57,322
นิตยสารนี้ก้าวทันสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้

909
00:51:57,405 --> 00:52:00,742
แต่ตัวนิตยสารเองที่จริงแล้ว
ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักในเชิงรูปลักษณ์

910
00:52:00,826 --> 00:52:01,910
ตั้งแต่ปี 1925

911
00:52:02,702 --> 00:52:07,332
ผมจำได้ว่าตอนที่ผมมาที่นี่
ผมอยากเอาเลขแบบไม่ตรงบรรทัดมาใช้

912
00:52:07,874 --> 00:52:10,043
เลขไม่ตรงบรรทัดหมายถึงว่า ยกตัวอย่างนะครับ

913
00:52:10,127 --> 00:52:12,671
เวลาคุณตีพิมพ์เลข "1926"

914
00:52:12,754 --> 00:52:15,465
เลขเก้าจะวกต่ำลงมาหน่อย

915
00:52:15,549 --> 00:52:18,718
มันจะไม่เรียงเป็นแนวตรงกัน
มันเลยจะรู้สึกสง่างามกว่าหน่อย

916
00:52:18,802 --> 00:52:22,597
แต่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์เลยครับ
กว่าจะเกลี้ยกล่อมผู้มีอำนาจ

917
00:52:22,681 --> 00:52:24,224
ว่านั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี

918
00:52:24,307 --> 00:52:25,725
- ดูนี่สิ
- อ๊ะ ดูสิ

919
00:52:26,351 --> 00:52:30,814
พวกคุณเคยเห็นเจ้าพวกนี้มาเยอะแล้ว
อาจจะเริ่มตั้งแต่หน้าสุดเลย

920
00:52:30,897 --> 00:52:34,442
นิตยสารมีคู่มือแนวทางการเขียนเกี่ยวกับ…

921
00:52:35,443 --> 00:52:36,570
เรื่องสารพัดแบบครับ

922
00:52:37,237 --> 00:52:41,491
จะใช้เครื่องหมายไดแอเรซิสที่ไหน เมื่อไร
และจะใช้จุลภาคยังไง

923
00:52:41,575 --> 00:52:45,370
หรือการสะกดคำ
ที่บางครั้งก็ไม่เหมือนใครของเราเอง

924
00:52:45,453 --> 00:52:46,663
นั่งสิ

925
00:52:46,746 --> 00:52:50,625
ในเมื่อใกล้ครบรอบ 100 ปี จึงดูเป็นความคิดที่ดี

926
00:52:50,709 --> 00:52:51,877
ที่จะเริ่มการพูดคุยกัน

927
00:52:51,960 --> 00:52:54,296
เกี่ยวกับปัญหาบางอย่างที่สะสมมา

928
00:52:54,379 --> 00:52:57,799
เหมือนเพรียงที่เกาะข้างเรือ

929
00:52:57,883 --> 00:53:00,594
แต่อะไรคือสิ่งที่เราแอบ…

930
00:53:00,677 --> 00:53:03,430
เราเปลี่ยนใจมาใช้
และเราก็ยอมรับเป็นธรรมเนียมของเรา

931
00:53:03,513 --> 00:53:06,016
ที่อาจคุ้มค่าที่จะพิจารณาใหม่

932
00:53:06,099 --> 00:53:09,227
อืม อย่างหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยเลยคือ "วัยรุ่น"

933
00:53:09,311 --> 00:53:11,479
- ใช่
- เครื่องหมายยัติภังค์ในคำว่า "วัยรุ่น"

934
00:53:12,063 --> 00:53:14,065
การสะกดตัวเลข

935
00:53:14,149 --> 00:53:16,818
ผมขอแย้งเรื่อง
การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ขึ้นต้นคำว่า "อินเทอร์เน็ต"

936
00:53:16,902 --> 00:53:19,779
เราเขียนไม่เหมือนชาวบ้าน
และมันก็ทำให้เราดูโบราณ

937
00:53:19,863 --> 00:53:23,450
ประเด็นหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว
คือเรื่องต่อไปนี้

938
00:53:23,533 --> 00:53:27,078
"ฉันกังวลว่าจะเขียนในลีลาของตัวเองไม่ได้"

939
00:53:27,162 --> 00:53:29,831
เวลาผมเจอเรื่องแบบนั้นบ้างเป็นบางครั้ง

940
00:53:29,915 --> 00:53:31,458
มันก็เพราะคนนั้นเป็นนักเขียนห่วยๆ

941
00:53:33,418 --> 00:53:36,755
สุดท้ายแล้วเรื่องนี้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง
ของเดอะ นิวยอร์กไทมส์

942
00:53:36,838 --> 00:53:38,381
พวกเขาอดไม่ได้

943
00:53:38,465 --> 00:53:40,634
ทำไมมันได้ลงเดอะ นิวยอร์กไทมส์
ผมก็บอกไม่ได้

944
00:53:40,717 --> 00:53:42,677
มันอาจเป็นวันที่ไม่ค่อยมีข่าว

945
00:53:44,137 --> 00:53:46,556
ฉันคิดว่าสำหรับฉัน เดอะ นิวยอร์กเกอร์ยังเป็น

946
00:53:46,640 --> 00:53:51,519
สถาบันอันน่าทึ่งที่แทรกซึมเข้าไปไม่ได้
ในความคิดฉัน

947
00:53:51,603 --> 00:53:54,147
แบบว่าแม้แต่ที่ได้ลงผลงานในนั้น

948
00:53:54,231 --> 00:53:57,734
ฉันก็ยังรู้สึกว่า "อุ๊ย ฉันเหรอ ขอบคุณค่ะ"

949
00:53:57,817 --> 00:54:00,320
ครั้งแรกที่คุณเห็นชื่อตัวเอง
ในฟอนต์เดอะ นิวยอร์กเกอร์

950
00:54:00,403 --> 00:54:03,615
มันทำให้อัตตาพองโตสุดๆ เลยค่ะ

951
00:54:03,698 --> 00:54:07,577
ฉันคงต้องบอกว่าฉันตื่นเต้นกับเรื่องนั้น

952
00:54:07,661 --> 00:54:12,123
มากกว่าที่จะมีวันตื่นเต้น
กับการชนะรางวัลออสการ์ซะอีก

953
00:54:12,207 --> 00:54:16,461
ถึงฉันจะยังไม่ได้ชนะรางวัลออสการ์
เพราะงั้นฉันอาจกลับมาอัพเดทเรื่องนั้นทีหลัง

954
00:54:16,544 --> 00:54:20,840
ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ลงนิตยสารด้วย

955
00:54:20,924 --> 00:54:23,885
นักเขียนพวกนี้เป็นนักเขียนที่เป็นผู้นำ

956
00:54:23,969 --> 00:54:28,556
ในเชิงความคิดและวรรณกรรม
ในวัฒนธรรมเราครับ

957
00:54:28,640 --> 00:54:29,849
แล้วผมก็หัวเราะนิดหน่อย

958
00:54:29,933 --> 00:54:32,519
เพราะผมไม่อยากเชื่อเลย
ว่าผมมีงานลงในนั้นด้วย

959
00:54:32,602 --> 00:54:35,105
เกี่ยวกับมาร์ฟ อัลเบิร์ต ผู้ประกาศข่าวกีฬา

960
00:54:35,855 --> 00:54:38,358
นี่เป็นผลงานชิ้นแรกของผม
ที่ได้พิมพ์ในเดอะ นิวยอร์กเกอร์

961
00:54:38,441 --> 00:54:42,362
ผมรู้สึกเหมือนชนะโครงการสานฝันให้เด็กป่วย
แบบว่า "เราจะตีพิมพ์งานของคุณ"

962
00:54:42,445 --> 00:54:46,199
มันรู้สึกเหมือนว่า
"ผมอาจป่วยหนักแล้วไม่มีใครบอกผมก็ได้"

963
00:55:01,548 --> 00:55:04,884
ผมเรียนกีตาร์ทุกวันอาทิตย์

964
00:55:06,678 --> 00:55:10,307
มันเป็นเรื่องที่ผมทำได้ห่วยมากๆ และผมก็ไม่แคร์

965
00:55:11,308 --> 00:55:13,018
มันเป็นหนทางหลีกหนีที่สมบูรณ์แบบ

966
00:55:13,101 --> 00:55:15,854
มันไม่ใช่การเขียน ไม่ใช่การอ่าน

967
00:55:15,937 --> 00:55:18,106
ไม่ใช่การเป็นบรรณาธิการ

968
00:55:19,733 --> 00:55:22,444
มันเป็นแค่… นั่นแหละวันหยุดของผม

969
00:55:27,198 --> 00:55:29,326
("ฉันว่านี่คงเป็นการโทรมาปลุกแบบหนึ่ง")

970
00:55:29,409 --> 00:55:34,748
พ่อผมเป็นหมอฟัน
มีคลินิกทำฟันเล็กๆ ในนิวเจอร์ซีย์

971
00:55:34,831 --> 00:55:38,084
แล้วก็ป่วยหนักตอนอายุ 50 กว่าๆ

972
00:55:38,168 --> 00:55:42,172
พ่อเป็นโรคพาร์คินสันและทำงานต่อไม่ได้

973
00:55:42,255 --> 00:55:44,007
และแม่ผม บาร์บาร่า

974
00:55:44,090 --> 00:55:47,427
ก็โชคไม่ดีที่ป่วยเป็นโรค
ปลอกประสาทเสื่อมแข็งตั้งแต่ยังเล็กมาก

975
00:55:47,510 --> 00:55:51,139
ผมเลยมีพ่อแม่พิการสองคนเร็วพอดู

976
00:55:54,434 --> 00:55:55,685
ผมคิดถึงพวกท่านนะ

977
00:55:55,769 --> 00:55:57,812
ใช่ ผมชอบรูปนั้น

978
00:56:00,106 --> 00:56:04,861
ผมมีเรื่องที่โชคดีเหลือเชื่อ
แล้วก็โชคร้ายเหลือเชื่อ

979
00:56:04,944 --> 00:56:08,114
และผมก็ว่านั่นอาจเป็นสภาวะความเป็นมนุษย์
ถ้าคุณโชคดี

980
00:56:08,698 --> 00:56:12,160
ในเชิงอาชีพน่ะ
ผมเหมือนได้รับพรจากเทพเจ้าครับ

981
00:56:12,243 --> 00:56:15,413
แต่ใช่ พ่อแม่ผมพิการ

982
00:56:15,497 --> 00:56:22,045
และลูกสาวคนเล็กของเรา
ก็เป็นออทิสติกอย่างหนัก

983
00:56:22,128 --> 00:56:23,797
และ…

984
00:56:28,009 --> 00:56:30,720
และนั่นก็ทำให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าคุณ

985
00:56:31,638 --> 00:56:33,515
เป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้แบบช่วยไม่ได้

986
00:56:35,350 --> 00:56:37,685
เรื่องนั้นส่งผลยังไงกับวิธี
ที่ผมมองเดอะ นิวยอร์กเกอร์น่ะเหรอ

987
00:56:37,769 --> 00:56:44,484
ผมว่าคงไม่ต้องสงสัยเลย
ว่ามันทำให้พื้นนิสัยผมเป็นแบบนี้

988
00:56:45,151 --> 00:56:49,072
เอ้อ ผมอยากให้
เดอะ นิวยอร์กเกอร์เป็นสองอย่าง

989
00:56:49,656 --> 00:56:51,157
ผมอยากให้มันยอดเยี่ยม

990
00:56:51,825 --> 00:56:53,576
ผมอยากให้มันมีมนุษยธรรม

991
00:57:03,586 --> 00:57:05,964
(ทศวรรษ 1960)

992
00:57:07,632 --> 00:57:10,552
ประมาณสี่ทศวรรษหลังการก่อตั้ง

993
00:57:10,635 --> 00:57:14,055
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ก็ตีพิมพ์
ผลงานที่มีความเห็นหลากหลาย

994
00:57:14,931 --> 00:57:18,685
แต่มันยังเพิกเฉยกับชีวิต
ของชาวนิวยอร์กกว่าหนึ่งล้านคน

995
00:57:18,768 --> 00:57:21,229
ที่มีชีวิตอยู่เคียงข้าง
นักเขียนผู้ได้รับคำชื่นชมของมัน

996
00:57:21,312 --> 00:57:22,522
และบรรณาธิการ

997
00:57:24,399 --> 00:57:28,027
นิตยสารนี้เคยตีพิมพ์บทกวีบางบท
ของแลงสตัน ฮิวส์

998
00:57:28,111 --> 00:57:30,864
และผลงานเรื่องหนึ่งของแอนน์ พีทรี่

999
00:57:31,364 --> 00:57:32,657
แต่ส่วนใหญ่แล้ว

1000
00:57:32,740 --> 00:57:34,784
เมื่อคนผิวดำปรากฏตัวในนิตยสาร

1001
00:57:35,368 --> 00:57:36,786
ก็จะเป็นในฐานะคนรับใช้

1002
00:57:36,870 --> 00:57:37,996
คนยกกระเป๋า

1003
00:57:38,079 --> 00:57:40,331
และการ์ตูนล้อเลียนเหยียดผิว

1004
00:57:41,708 --> 00:57:43,501
ในปี 1961

1005
00:57:43,585 --> 00:57:46,212
ขบวนการเคลื่อนไหว
ด้านสิทธิพลเมืองกำลังมีแรงหนุน

1006
00:57:46,296 --> 00:57:50,008
และบรรณาธิการเดอะ นิวยอร์กเกอร์
วิลเลี่ยม ชอว์น ก็ขอนักเขียนนวนิยายหนุ่ม

1007
00:57:50,091 --> 00:57:53,511
ชื่อเจมส์ บอลด์วินให้เขียนอะไรให้นิตยสารหน่อย

1008
00:57:54,012 --> 00:57:59,726
น้ำหนักทั้งหมดของสาธารณรัฐ
สอนให้คุณเกลียดชังตัวเอง

1009
00:58:00,727 --> 00:58:03,062
บอลด์วินส่งบทความที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่ง

1010
00:58:03,146 --> 00:58:05,190
ที่เคยมีคนเขียนเกี่ยวกับเชื้อชาติเข้ามา

1011
00:58:05,940 --> 00:58:09,360
ผลงานชิ้นนั้นแสบร้อน
และตรงไปตรงมาอย่างไม่หวั่นเกรง

1012
00:58:10,528 --> 00:58:12,322
เขาเขียนว่า

1013
00:58:12,405 --> 00:58:14,240
"ในปีที่ผมอายุ 14

1014
00:58:14,324 --> 00:58:17,535
เป็นครั้งแรกในชีวิตผม ที่ผมกลัวขึ้นมา"

1015
00:58:17,619 --> 00:58:22,540
"กลัวความชั่วร้ายในตัวผม
และกลัวความชั่วร้ายภายนอก"

1016
00:58:24,250 --> 00:58:27,462
บทความนั้นเกี่ยวกับ
การที่เขาได้พบปะกับเอไลจาห์ มูฮัมหมัด

1017
00:58:27,545 --> 00:58:31,049
ผู้นำกลุ่มชาตินิยมผิวดำ เนชั่นออฟอิสลาม

1018
00:58:31,132 --> 00:58:32,675
พวกคอเคเชียน…

1019
00:58:33,218 --> 00:58:36,179
แต่ชื่อจริงของพวกเขาคือปีศาจ

1020
00:58:38,097 --> 00:58:42,018
บอลด์วินสำรวจดูคลื่นความโกรธเกรี้ยว
ความภาคภูมิใจ และความเจ็บปวดอันซับซ้อน

1021
00:58:42,101 --> 00:58:43,937
ที่เขารู้สึกในฐานะคนผิวดำ

1022
00:58:44,020 --> 00:58:47,774
และเขาก็เผชิญหน้ากับผู้อ่านของนิตยสาร
ที่ส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวตรงๆ

1023
00:58:48,775 --> 00:58:52,570
เขาเขียนว่า "ความโหดร้ายทารุณ
ที่คนปฏิบัติกับนิโกรในประเทศนี้

1024
00:58:52,654 --> 00:58:55,281
ไม่มีทางขยายให้เกินจริงได้

1025
00:58:55,365 --> 00:58:58,701
ไม่ว่าคนขาวจะไม่เต็มใจรับฟังมันแค่ไหน"

1026
00:59:00,078 --> 00:59:02,455
มันได้รับเสียงตอบรับถล่มทลาย

1027
00:59:02,539 --> 00:59:05,124
และจดหมายชื่นชมก็หลั่งไหลเข้ามา

1028
00:59:06,459 --> 00:59:08,253
แต่นักเขียนคนหนึ่งแสดงความผิดหวัง

1029
00:59:08,336 --> 00:59:11,673
ว่าบทความนี้พิมพ์อยู่ข้างโฆษณาวิสกี้เวอร์จิเนีย

1030
00:59:11,756 --> 00:59:13,967
ที่แสดงให้เห็นฉากเหตุการณ์เหยียดผิว

1031
00:59:16,302 --> 00:59:20,974
บทความของบอลด์วินกลายเป็นรากฐาน
ของหนังสือคลาสสิกของเขา เดอะไฟร์เน็กซ์ไทม์

1032
00:59:21,057 --> 00:59:24,102
และมันก็ส่งให้เขาเป็นจุดสนใจในระดับชาติ

1033
00:59:24,185 --> 00:59:28,690
ทำให้เขาเป็นแนวหน้าในการต่อสู้
เพื่อความเป็นธรรมทางเชื้อชาติ

1034
00:59:33,987 --> 00:59:36,906
"ยี่สิบสองปีก่อน ตอนผมอายุ 14

1035
00:59:36,990 --> 00:59:39,742
ผมได้รับคอลเลคชั่นบทความ
เล่มที่สองของเจมส์ บอลด์วิน

1036
00:59:39,826 --> 00:59:41,327
"โนบอดี้โนว์มายเนม"

1037
00:59:42,453 --> 00:59:45,373
ปกนอกของหนังสือเล่มนั้น
มีภาพถ่ายบอลด์วิน

1038
00:59:45,456 --> 00:59:50,336
ใส่เสื้อยืดสีขาว
และยืนอยู่ในกองเศษหินในที่ว่างเปล่า

1039
00:59:51,004 --> 00:59:54,340
"ผมไม่เคยเห็นภาพหนุ่มผิวดำอย่างผมมาก่อน"

1040
00:59:54,966 --> 00:59:59,262
"บอลด์วินดูเหมือนกับ
เขาอาจโพสท่าอยู่ในย่านที่ผมเคยอาศัยอยู่"

1041
00:59:59,345 --> 01:00:04,559
"ที่จริงแล้วผมเริ่มทำเป็นว่า
ภาพถ่ายของบอลด์วินเป็นภาพผม

1042
01:00:04,642 --> 01:00:10,231
และเนื้อหาในหนังสือก็เป็นบันทึก
ของชีวิตที่ผมอยากจะใช้"

1043
01:00:13,818 --> 01:00:17,905
ผมได้รู้จักเดอะ นิวยอร์กเกอร์ครั้งแรก
ผ่านทางที่ปรึกษาที่เป็นเกย์คนหนึ่งของผม

1044
01:00:17,989 --> 01:00:21,492
ที่สมัครสมาชิกให้ผม และ…

1045
01:00:21,576 --> 01:00:22,910
(ฮิลตัน อัลส์
นักเขียนประจำ)

1046
01:00:23,244 --> 01:00:25,955
มันเป็นสิ่งที่ผมรอคอยครับ

1047
01:00:27,332 --> 01:00:32,211
มันมีความเห็นที่หลากหลาย
ไม่ใช่แค่เรื่องเมืองที่ผมรักเท่านั้น

1048
01:00:32,295 --> 01:00:34,464
แต่รวมถึงโลกที่ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย

1049
01:00:35,048 --> 01:00:36,341
และผมก็ติดใจ

1050
01:00:37,884 --> 01:00:41,638
ที่จริงมันเป็นสิ่งที่มีความหมายบางอย่างสำหรับผม
มันรู้สึกเหมือนบางอย่างสำหรับผม

1051
01:00:41,721 --> 01:00:43,431
และ…

1052
01:00:43,514 --> 01:00:47,101
ประสบการณ์นั้นก็วิเศษสุดสำหรับเด็กคนหนึ่ง

1053
01:00:47,644 --> 01:00:48,936
(ชีวิตอเมริกันของเธอ
โดยฮิลตัน อัลส์)

1054
01:00:49,020 --> 01:00:51,773
การได้เห็นชื่อผมในเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1055
01:00:51,856 --> 01:00:53,232
มันชวนอึ้งครับ

1056
01:00:53,316 --> 01:00:56,152
เพราะจู่ๆ คุณก็มองดู

1057
01:00:56,235 --> 01:00:59,864
เหมือนภาษาของคนพวกนี้ที่คุณเคยรักมาก่อน

1058
01:01:00,448 --> 01:01:01,824
คือว่าผมติดใจครับ

1059
01:01:03,368 --> 01:01:07,163
ผมดูงานแสดงศิลปะราวๆ
สองหรืออาจจะสามงานต่อสัปดาห์

1060
01:01:08,915 --> 01:01:10,667
นี่ย่านบาวเวอรี่

1061
01:01:10,750 --> 01:01:12,168
ผมชอบ…

1062
01:01:13,670 --> 01:01:15,129
ภาพเด็กๆ พวกนี้

1063
01:01:16,964 --> 01:01:19,467
สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับศิลปะและการสร้างงานศิลปะ

1064
01:01:19,550 --> 01:01:23,096
ก็คือความเป็นอิสระของจิตวิญญาณ
และสิ่งที่ไม่คาดคิด

1065
01:01:23,179 --> 01:01:27,684
ดังนั้นก็ต้องมีความมองโลกในแง่ดีในแบบหนึ่ง

1066
01:01:28,351 --> 01:01:32,855
ที่ว่าแม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ ในโลกและหายนภัย

1067
01:01:32,939 --> 01:01:36,484
จิตวิญญาณของมนุษย์ก็จะยังคงอยู่

1068
01:01:49,205 --> 01:01:51,207
ทั่วทั้งเมือง

1069
01:01:51,749 --> 01:01:53,626
มีความงดงามอยู่…

1070
01:01:54,919 --> 01:01:57,213
ถ้าคุณใส่ใจและมองดูจริงๆ

1071
01:02:06,431 --> 01:02:08,766
(งานแสดงศิลปะครบรอบ 100 ปี
ลัลลิยองซ์ นิวยอร์ก)

1072
01:02:13,980 --> 01:02:16,983
เป็นงานของซ็องเปที่สวยมากเลย เซ็นชื่อไว้ด้วย

1073
01:02:17,483 --> 01:02:20,945
เพื่อฉลอง 100 ปีนิตยสาร

1074
01:02:21,028 --> 01:02:24,574
เรากำลังติดตั้งงานศิลปะต้นฉบับ

1075
01:02:24,657 --> 01:02:28,077
ของปกกว่า 100 ปก

1076
01:02:28,161 --> 01:02:32,373
เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวศิลปินเอง

1077
01:02:32,457 --> 01:02:35,877
ก่อให้เกิดบรรยากาศที่คนรู้สึก

1078
01:02:35,960 --> 01:02:40,506
หรือไม่ก็บันทึกช่วงเวลาที่มันเกิดขึ้นเอาไว้

1079
01:02:40,590 --> 01:02:44,343
นี่เป็นงานของเคดีร์ เนลสัน
และมันก็เป็นภาพวาดสีน้ำมัน

1080
01:02:44,427 --> 01:02:48,055
และเขาก็วาดภาพนี้ช่วงโควิด

1081
01:02:50,057 --> 01:02:51,601
ภาพที่ดีที่สุดน่ะ

1082
01:02:51,684 --> 01:02:55,730
มันเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของคุณ
ของอารมณ์ผู้อ่าน

1083
01:02:55,813 --> 01:02:58,357
และนั่นก็เกิดขึ้นกับภาพพิมพ์ 9/11 นี่

1084
01:03:02,904 --> 01:03:05,490
ตอนนั้นฉันอยู่กับสามี

1085
01:03:05,573 --> 01:03:08,201
และที่จริงเรากำลังจะไปลงคะแนนเสียง

1086
01:03:08,951 --> 01:03:11,120
ทันทีที่เราก้าวออกมา

1087
01:03:11,204 --> 01:03:13,873
เราก็เห็นผู้คนวิ่งผ่านเราไป

1088
01:03:13,956 --> 01:03:17,668
ตัวปกคลุมไปด้วยขี้เถ้าสีขาว

1089
01:03:18,711 --> 01:03:21,756
แล้วเราก็เห็นอาคารหลังที่สองถล่มลงมา

1090
01:03:21,839 --> 01:03:24,300
แบบว่าต่อหน้าต่อตาเราเลยค่ะ

1091
01:03:26,177 --> 01:03:31,307
ผู้ช่วยฉันแบบว่า
"โอ๊ย ฟรองซัวส์ ที่ทำงานโทรมา"

1092
01:03:31,390 --> 01:03:34,644
"เดวิด เรมนิคอยากคุยกับคุณเรื่องปกใหม่"

1093
01:03:35,478 --> 01:03:36,938
ฉันคุยอยู่กับคุณแม่อีกคน

1094
01:03:37,021 --> 01:03:42,360
ฉันบอกว่า "ฉันต้องไปที่ทำงาน
เพื่อหาปกนิตยสาร"

1095
01:03:42,443 --> 01:03:46,906
และเอลีสเพื่อนฉันซึ่งก็เป็นแม่คนเหมือนกัน

1096
01:03:46,989 --> 01:03:51,285
ก็มีปฏิกิริยาทันทีแบบว่า
"ปกเหรอ ปกนิตยสารงั้นเหรอ"

1097
01:03:51,369 --> 01:03:55,623
"ฉันจะบอกให้ว่าต้องทำยังไงกับปก
ไม่ทำอะไรเลย ไม่ทำปก"

1098
01:03:56,123 --> 01:03:58,459
และนั่นก็โดนใจฉันจริงๆ

1099
01:04:03,673 --> 01:04:07,385
เผอิญว่าฉันแต่งงานกับ
อาร์ต สปีเกลแมน ที่เป็นศิลปิน

1100
01:04:07,468 --> 01:04:10,638
แล้วเขาก็บอกว่า "คุณควรทำรูปสีดำบนพื้นดำ"

1101
01:04:10,721 --> 01:04:14,976
"คุณควรทำรูปตึกเป็นสีดำบนพื้นหลังดำ"

1102
01:04:15,059 --> 01:04:17,687
และฉันก็ไปถึงสำนักงาน

1103
01:04:17,770 --> 01:04:19,939
นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ วาดมัน

1104
01:04:20,022 --> 01:04:23,734
และทันที่ที่เห็นมัน
ฉันก็ตระหนักได้ว่านั่นแหละคำตอบ

1105
01:04:25,069 --> 01:04:30,032
เพื่อสื่อถึงสิ่งที่สูญเสียไป
ด้วยการแสดงให้เห็นการขาดหายไปของมัน

1106
01:04:40,626 --> 01:04:43,212
(สี่สัปดาห์ก่อนฉบับครบรอบ)

1107
01:04:44,463 --> 01:04:45,965
สำหรับปกฉบับครบรอบ

1108
01:04:46,048 --> 01:04:49,427
เราคิดไอเดียที่ฉันว่าอาจจะใช้การได้ขึ้นมา

1109
01:04:50,177 --> 01:04:54,849
ทางเดียวที่จะให้คุณเห็นสิ่งนี้ก็คือทำมันจริงๆ

1110
01:04:56,100 --> 01:04:57,476
ด้วยแบบจำลอง ก็เลย…

1111
01:04:57,560 --> 01:05:01,272
- นั่นเป็นเหตุผลที่ผมได้กลิ่นกาวปะยาง
- ใช่เลย ฉันรู้ว่าคุณเคยบอกฉัน…

1112
01:05:01,355 --> 01:05:03,691
เด็กๆ ในโรงเรียนผมเคยดมเจ้านี่ให้เมา

1113
01:05:03,774 --> 01:05:05,234
สิ่งที่ฉันจะเสนอให้คุณ…

1114
01:05:05,318 --> 01:05:07,028
ก็คืออย่าเมากาวปะยาง

1115
01:05:07,612 --> 01:05:11,073
เราจะใช้รูปยูสเตซแบบดั้งเดิมด้านนอก

1116
01:05:11,157 --> 01:05:14,368
แล้วก็มีแบบที่ต่างออกไปของมัน

1117
01:05:14,452 --> 01:05:17,705
แล้วก็มีอีกแบบที่ต่างไปของมัน

1118
01:05:17,788 --> 01:05:21,918
คือว่ามันยุ่งยากซับซ้อนกว่า
ในแง่การผลิต แต่ว่า…

1119
01:05:22,001 --> 01:05:24,462
- แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของผม เป็นปัญหาของคุณ
- ใช่เลย

1120
01:05:24,545 --> 01:05:27,006
- ซื้อ มาทำแบบนั้นกัน ผมว่านั่นมัน…
- ไชโย!

1121
01:05:27,089 --> 01:05:30,009
ทำไมคุณนี่ช่างแบบ… ใช่ จัดได้ยอดเลย

1122
01:05:32,345 --> 01:05:33,554
นี่มันสนุกดีนะ

1123
01:05:33,638 --> 01:05:36,140
- ดีใช่มั้ยล่ะ
- ใช่ ไม่ใช่อะไรที่ผมคาดไว้

1124
01:05:38,684 --> 01:05:42,021
(มอนเตซิโต แคลิฟอร์เนีย)

1125
01:05:46,275 --> 01:05:49,904
บางคนคิดว่าการทำข่าวคนดังมันไร้สาระ

1126
01:05:49,987 --> 01:05:52,448
คือมันไม่ใช่การรายงานข่าวสงคราม

1127
01:05:52,531 --> 01:05:55,576
แต่สำหรับฉัน วิธีที่วัฒนธรรมถูกสร้างขึ้นมา

1128
01:05:55,660 --> 01:05:58,037
ตำนานที่เราอยากเล่าเกี่ยวกับตัวเรา

1129
01:05:58,120 --> 01:06:00,289
วิธีที่ศิลปินพยายามเพื่อไปให้ถึงจุดที่พวกเขาอยู่

1130
01:06:01,332 --> 01:06:04,293
นั่นคือเรื่องราวที่เป็นสากล
สำหรับฉันและน่าสนใจค่ะ

1131
01:06:04,377 --> 01:06:06,796
ฉันชอบคิดลงลึกเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น

1132
01:06:07,338 --> 01:06:08,172
โอเค

1133
01:06:08,714 --> 01:06:11,258
บางคนบอกว่า
เดอะ นิวยอร์กเกอร์สร้าง "โปรไฟล์" ขึ้นมา

1134
01:06:11,342 --> 01:06:14,261
บอกว่าพวกเขาคิดคำว่า "โปรไฟล์"
ขึ้นมาจริงๆ เพื่อใช้อธิบาย

1135
01:06:14,345 --> 01:06:16,389
การรายงานเรื่องราว
ที่เฉพาะเจาะจงมากๆ ประเภทนี้

1136
01:06:16,472 --> 01:06:19,100
ซึ่งเป็นการคุยกันตัวต่อตัว
กับนักข่าวและคนที่เป็นหัวข้อข่าว

1137
01:06:19,183 --> 01:06:22,311
สร้างสารคดีสั้นของช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกัน
ขึ้นมาบนหน้านิตยสาร

1138
01:06:24,188 --> 01:06:26,565
ฉันจำได้ว่าเดวิดส่งข้อความมา

1139
01:06:26,649 --> 01:06:29,443
ที่แค่พูดอะไรแบบ
"แล้วแครอล เบอร์เน็ตต์ล่ะเป็นไง"

1140
01:06:29,527 --> 01:06:33,781
ซึ่งคำตอบเดียวของเรื่องนั้นก็คือตกลง
ใส่เครื่องหมายตกใจ

1141
01:06:33,864 --> 01:06:37,159
เธอเป็นผู้หญิงที่ตลกที่สุดคนหนึ่ง
ที่เคยเข้าวงการมา

1142
01:06:37,243 --> 01:06:39,870
ช่วยปรบมือต้อนรับแครอล เบอร์เน็ตต์
ผู้ตลกสุดๆ ได้มั้ยครับ

1143
01:06:42,289 --> 01:06:45,626
อย่างแรกเลย แครอล เบอร์เน็ตต์เป็นไอคอนค่ะ

1144
01:06:45,710 --> 01:06:48,671
คุณตลกดีนะ คุณทำอะไร
เวลาปล่อยผมพักผ่อนครับ

1145
01:06:48,754 --> 01:06:51,007
- ถ้านั่นเป็นผมคุณนะ
- ฉันดึงมันออกค่ะ

1146
01:06:51,674 --> 01:06:54,760
ฉันสนใจผู้หญิงในวงการตลก
ผู้หญิงในวงการบันเทิง

1147
01:06:54,844 --> 01:06:57,680
ผู้หญิงที่บุกเบิกขอบเขตใหม่
ที่ยังไม่มีใครเคยบุกเบิกมาก่อน

1148
01:06:57,763 --> 01:06:59,306
แครอลคือทั้งหมดที่ว่ามานั่นค่ะ

1149
01:07:00,391 --> 01:07:02,518
- ยินดีจังค่ะที่ได้รู้จัก
- ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

1150
01:07:02,601 --> 01:07:05,896
แครอลคะ ฉันจะเปิดเครื่องนี้
ดังนั้นตอนนี้ก็บันทึกเสียงคุณอยู่

1151
01:07:05,980 --> 01:07:08,190
- โอเค
- เอาละค่ะ

1152
01:07:09,525 --> 01:07:10,985
- เราอยู่ที่ร้านลัคกี้
- ค่ะ

1153
01:07:11,068 --> 01:07:13,904
- คุณมาที่นี่บ่อยแค่ไหน
- สัปดาห์ละครั้ง

1154
01:07:13,988 --> 01:07:16,240
พอคุณเริ่มเขียนโปรไฟล์ คุณก็กลับไปอ่าน

1155
01:07:16,323 --> 01:07:18,576
บทสัมภาษณ์แทบทุกบทที่พวกเขาเคยให้สัมภาษณ์

1156
01:07:18,659 --> 01:07:22,038
บางทีคุณก็จะอ่านบันทึกความทรงจำของพวกเขา
และในการทำแบบนั้น

1157
01:07:22,121 --> 01:07:25,791
คุณจะพบว่ามีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบางอย่าง
และคำพูดที่พวกเขาพูดซ้ำๆ

1158
01:07:25,875 --> 01:07:27,251
นับพันๆ ครั้ง

1159
01:07:27,918 --> 01:07:32,048
ฉันเลยพยายามหาคำถาม
ไว้ถามตามเรื่องแบบนั้นเสมอ

1160
01:07:32,131 --> 01:07:34,508
บางอย่างที่จะผลักดันคน
ออกจากขอบเขตที่รู้สึกสบายใจ

1161
01:07:34,592 --> 01:07:35,926
ออกจากความเคยชินของตัวเอง

1162
01:07:36,010 --> 01:07:37,887
คุณเคยไปหานักวิเคราะห์มั้ยคะ

1163
01:07:38,387 --> 01:07:39,680
ไม่เคย

1164
01:07:39,764 --> 01:07:43,142
แค่ครั้งเดียวตอนลูกสาวฉันใช้ยา

1165
01:07:43,934 --> 01:07:44,852
ค่ะ

1166
01:07:44,935 --> 01:07:47,313
คุณจะคิดไม่ได้ว่า "พวกเขาจะชอบมันมั้ย"
ห้ามคิดแบบนั้นเด็ดขาด

1167
01:07:48,064 --> 01:07:50,274
พี่เลี้ยงของฉันที่นิตยสารสอนฉันมาตลอด

1168
01:07:50,357 --> 01:07:54,695
"ถ้าคุณคิดว่าพวกเขาจะชอบมัน
งั้นคุณก็ไปผิดทางแล้ว"

1169
01:07:55,446 --> 01:07:57,448
คุณหวังว่าพวกเขาจะพบว่ามันถูกต้องแม่นยำค่ะ

1170
01:07:57,531 --> 01:07:59,158
ความที่เป็นผู้หญิงน่ะ…

1171
01:08:00,868 --> 01:08:04,080
ฉันเป็นแจ็คกี้ กลีสันหรือซิด ซีซาร์ไม่ได้

1172
01:08:04,163 --> 01:08:06,707
พวกเขาจะพูดว่า "นี่มันเฮงซวย แก้ไขซะ"

1173
01:08:06,791 --> 01:08:09,210
ฉันจะบอกว่า "พวกคุณลงมาช่วยฉันได้มั้ย"

1174
01:08:09,293 --> 01:08:11,253
"ฉันทำงานนี้ไม่ถูกจริงๆ"

1175
01:08:11,796 --> 01:08:15,549
- มารยาหญิง
- มันเป็นวิธีไม่ให้พวกเขาเรียกฉันว่านังตัวแสบ

1176
01:08:15,633 --> 01:08:18,886
เรื่องเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นคืออะไรคะ
ถ้ามีคนเรียกคุณว่านังตัวแสบ

1177
01:08:18,969 --> 01:08:19,845
ก็คงแค่…

1178
01:08:19,929 --> 01:08:22,515
เอ้อ ฉันไม่อยากมีชื่อเสียงแบบนั้น

1179
01:08:23,307 --> 01:08:25,559
การเป็นผู้สัมภาษณ์นั้นส่วนมากจริงๆ คือการฟังค่ะ

1180
01:08:25,643 --> 01:08:27,895
คุณต้องฟังถ้อยคำที่ซ่อนอยู่ใต้ถ้อยคำ

1181
01:08:27,978 --> 01:08:30,356
อะไรที่พวกเขาพยายามจะบอกและคิดอยู่จริงๆ

1182
01:08:30,439 --> 01:08:31,857
อะไรที่อยู่ในใจพวกเขาก่อนแล้ว

1183
01:08:32,775 --> 01:08:35,736
คุณได้มีประสบการณ์ว่าแม่คุณ
เป็นคนฉลาดหัวไวมากๆ มั้ยคะ

1184
01:08:35,820 --> 01:08:38,030
แม่ฉลาดมาก หัวไวมาก…

1185
01:08:38,114 --> 01:08:40,783
แล้วก็เศร้ามากด้วย

1186
01:08:40,866 --> 01:08:44,745
แม่มีความฝันมากมาย และ…

1187
01:08:46,455 --> 01:08:48,415
ไม่มีเรื่องไหนเป็นจริงขึ้นมาจริงๆ เลย

1188
01:08:50,584 --> 01:08:53,879
ฉันพบว่าขั้นตอนการเขียนเป็น
ส่วนที่ยากที่สุดของกระบวนการ

1189
01:08:53,963 --> 01:08:55,005
แน่นอนค่ะ

1190
01:08:55,089 --> 01:08:58,926
โดยส่วนตัวแล้ว
ฉันไม่มีเพื่อนที่เป็นนักเขียนที่นั่งอยู่ตรงนี้

1191
01:08:59,009 --> 01:09:01,804
ทุกๆ นาทีของวันและบอกว่า "ฉันชอบงานนี้จัง!"

1192
01:09:01,887 --> 01:09:04,265
"ฉันกำลังสนุกสุดๆ เลย"

1193
01:09:04,849 --> 01:09:08,519
ฉันกลัวจริงๆ ว่า
นี่จะดูเหมือนฉันเป็นแคร์รี่ แบรดชอว์

1194
01:09:08,602 --> 01:09:11,564
แบบว่า "อดสงสัยไม่ได้

1195
01:09:11,647 --> 01:09:15,651
ว่าแคร์รอล เบอร์เน็ตต์
เป็นผู้หญิงที่ตลกที่สุดที่เคยเกิดมาหรือเปล่า"

1196
01:09:15,734 --> 01:09:18,404
ฉันต้องมีบุหรี่จริงๆ นะถ้าจะให้ทำให้ดูเป็นของแท้

1197
01:09:19,071 --> 01:09:21,574
คือว่าแคร์รี่ถือเดอะ นิวยอร์กเกอร์
ติดตัวไปไหนมาไหน

1198
01:09:22,408 --> 01:09:24,785
ในหนังเรื่องหนึ่ง หนังสือของเธอได้รีวิวแย่ๆ

1199
01:09:25,661 --> 01:09:29,290
"จนกว่าแบรดชอว์ผู้มีพรสวรรค์จะเข้าใจ

1200
01:09:29,373 --> 01:09:31,333
ความซับซ้อนของชีวิตแต่งงานได้ดีขึ้น

1201
01:09:31,917 --> 01:09:37,256
เธอควรได้รับคำแนะนำให้พิจารณา
คำสาบานตนว่าจะเงียบจะดีกว่า"

1202
01:09:38,007 --> 01:09:40,509
โห นั่นมันต้อง… มันต้องเจ็บแสบมากเลย

1203
01:09:43,179 --> 01:09:48,475
ในเรื่องแมดเมน เรามีนิตยสารดั้งเดิม
จากยุคนั้นอยู่เยอะเลย

1204
01:09:48,559 --> 01:09:50,603
ดังนั้นเราก็มีนิตยสารไลฟ์ นิตยสารไทม์

1205
01:09:50,686 --> 01:09:53,898
เรามีนิวส์วีค และเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1206
01:09:53,981 --> 01:09:57,943
และนั่นก็คือยุคเฟื่องฟูของนิตยสารจริงๆ ครับ

1207
01:09:58,027 --> 01:10:01,155
การถือและหอบนิตยสารไปไหนมาไหน

1208
01:10:01,238 --> 01:10:03,908
ในย่ามหรือเป้สะพายหลังน่ะหายไปแล้วค่ะ

1209
01:10:03,991 --> 01:10:06,702
และฉันก็ไม่เห็น
คนอ่านหนังสือบนรถไฟมากเท่าเดิม

1210
01:10:06,785 --> 01:10:08,370
ฉันเห็นแต่คนดูโทรศัพท์

1211
01:10:08,454 --> 01:10:11,415
พวกเขาอาจอ่านเดอะ นิวยอร์กเกอร์อยู่ก็ได้
แต่มันทำให้รู้สึกแย่จริงๆ

1212
01:10:11,498 --> 01:10:15,628
อีกครั้งนะครับ ความอัศจรรย์ของนิตยสาร
ซึ่งหายไปนิดหน่อยแล้วในยุคดิจิทัล

1213
01:10:15,711 --> 01:10:19,423
กับการไถจอดูเรื่องแย่ๆ ในตอนนี้น่ะ คุณไม่มี…

1214
01:10:20,049 --> 01:10:23,636
จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่เป็นรูปธรรมของอะไรๆ

1215
01:10:23,719 --> 01:10:25,596
การไถจอดูเรื่องแย่ๆ  มันไม่มีจุดสิ้นสุด

1216
01:10:25,679 --> 01:10:29,099
ผมไม่ได้เป็นคนคิดค้นอินเทอร์เน็ตขึ้นมา
ถ้าผมเป็นคนทำ มันจะมีจุดสิ้นสุด

1217
01:10:31,101 --> 01:10:33,145
(ฟิล์มฟอรัม)

1218
01:10:35,773 --> 01:10:37,816
(เรื่องเล่าจากเดอะ นิวยอร์กเกอร์)

1219
01:10:38,984 --> 01:10:42,238
นี่เป็นงานที่น่าตื่นเต้นมากๆ ที่ฟิล์มฟอรัม

1220
01:10:42,321 --> 01:10:44,240
เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี เดอะ นิวยอร์กเกอร์

1221
01:10:44,323 --> 01:10:46,867
พวกเขาจะจัดโปรแกรมฉายหนัง

1222
01:10:46,951 --> 01:10:49,036
ที่มีความเชื่อมโยงกับเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1223
01:10:50,204 --> 01:10:54,583
หนังชุดนี้รวมถึงหุบเขาเร้นรัก
ซึ่งเคยเป็นเรื่องสั้นในเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1224
01:10:55,084 --> 01:10:59,380
อาดัม แฟมิลี่ 2 ซึ่งแน่ละ
สร้างจากการ์ตูนที่ชาร์ลส์ แอดดัมส์เขียน

1225
01:11:00,005 --> 01:11:04,051
ปรารถนาต้องห้าม
สร้างจากเรื่องที่มิลาน คุนเดอราแต่ง

1226
01:11:05,219 --> 01:11:09,223
แฝดนอกบท ซึ่งมีซูซาน ออร์ลีน
นักเขียนของเดอะ นิวยอร์กเกอร์เป็นตัวละคร

1227
01:11:11,141 --> 01:11:15,938
หนังอีกเรื่องที่เชื่อมโยงกับเดอะ นิวยอร์กเกอร์
ก็คือเดอะเฟรนช์ดิสแพทช์ของเวสต์ แอนเดอร์สัน

1228
01:11:16,021 --> 01:11:21,819
ซึ่งนักเขียนของนิวยอร์กเกอร์ตัวจริง
ถูกเปลี่ยนเป็นตัวละครสมมุติ

1229
01:11:21,902 --> 01:11:25,364
ตัวละครที่บิล เมอร์เรย์เล่น
สวมบทบาทเวอร์ชั่นหนึ่งของแฮโรลด์ รอสส์

1230
01:11:25,447 --> 01:11:27,616
บรรณาธิการผู้ก่อตั้งเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1231
01:11:28,534 --> 01:11:31,287
ข้อความจากโฟร์แมน
อีกหนึ่งชั่วโมงจะเข้าโรงพิมพ์

1232
01:11:32,162 --> 01:11:33,038
นายโดนไล่ออกแล้ว

1233
01:11:34,248 --> 01:11:36,292
และคืนนี้พวกเขาก็จะฉายเรื่องอินโคลด์บลัด

1234
01:11:36,375 --> 01:11:38,794
ซึ่งสร้างจากผลงานชื่อดังของทรูแมน คาโพที

1235
01:11:39,336 --> 01:11:45,634
ยากมากครับที่จะจินตนาการถึงอิทธิพลที่
"อินโคลด์บลัด" ของทรูแมน คาโพที

1236
01:11:45,718 --> 01:11:49,430
มีต่อเดอะ นิวยอร์กเกอร์
หรือวงการวรรณกรรมในอเมริกา

1237
01:11:50,014 --> 01:11:54,268
ทรูแมน คาโพทีคิดค้นการเขียนงาน
แนวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริงขึ้นมาในระดับสูงสุด

1238
01:11:56,437 --> 01:11:58,105
ในปี 1965

1239
01:11:58,188 --> 01:12:01,483
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ตีพิมพ์
ผลงานชุดสี่ตอนที่ดังระเบิด

1240
01:12:01,567 --> 01:12:04,653
ซึ่งกลายมาเป็นหนังสือขายดีและหนังดัง

1241
01:12:08,449 --> 01:12:10,743
อินโคลด์บลัด

1242
01:12:12,036 --> 01:12:14,204
มันจะเป็นหนึ่งในผลงาน
ที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุด

1243
01:12:14,288 --> 01:12:16,665
ที่เคยตีพิมพ์โดยนิตยสารฉบับนี้

1244
01:12:16,749 --> 01:12:19,543
แต่ก็เป็นผลงานที่เป็นประเด็นถกเถียง
มากที่สุดชิ้นหนึ่งด้วย

1245
01:12:20,127 --> 01:12:22,129
ทรูแมน คาโพที ผู้เขียน

1246
01:12:22,212 --> 01:12:25,007
ได้รับการว่าจ้างจากเดอะ นิวยอร์กเกอร์
ตอนอายุ 17 ปี

1247
01:12:25,090 --> 01:12:27,676
ให้ไปซื้อกาแฟและทำธุระจิปาถะต่างๆ

1248
01:12:28,302 --> 01:12:33,349
ไม่นานเขาก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วสำนักงาน
จากเรื่องซุบซิบน่าฟังของเขาและพฤติกรรมแย่ๆ

1249
01:12:33,849 --> 01:12:37,061
ว่ากันว่าเขาถูกไล่ออก
เพราะแกล้งทำว่าตัวเองเป็นนักเขียนประจำ

1250
01:12:37,144 --> 01:12:39,772
และดูถูกกวี โรเบิร์ต ฟรอสต์

1251
01:12:40,814 --> 01:12:44,401
แต่บรรณาธิการ วิลเลี่ยม ชอว์น
ประทับใจงานเขียนของเขา

1252
01:12:44,485 --> 01:12:47,154
ดังนั้นหลายปีต่อมา
เมื่อคาโพทีเสนอจะเขียนเรื่อง

1253
01:12:47,237 --> 01:12:50,407
การฆาตกรรมอันสยดสยองในบ้านไร่ที่แคนซัส

1254
01:12:50,491 --> 01:12:52,076
ชอว์นก็สนับสนุน

1255
01:12:52,785 --> 01:12:55,496
การผจญภัยครั้งใหม่ของผม การทดลองนี้

1256
01:12:55,579 --> 01:12:58,582
คือสิ่งที่ผมเรียกว่านวนิยายเชิงสารคดี

1257
01:12:58,665 --> 01:13:01,251
นวนิยายเชิงสารคดีเป็นแนวเรื่อง

1258
01:13:01,335 --> 01:13:04,338
ที่เกิดจากการผสมผสาน

1259
01:13:04,421 --> 01:13:07,925
การทำข่าวเข้ากับเทคนิคงานบันเทิงคดี

1260
01:13:08,592 --> 01:13:11,845
คาโพทีอ้างว่าเขาผสมผสาน
ความเข้มงวดของการทำข่าว

1261
01:13:11,929 --> 01:13:14,223
เข้ากับสไตล์การเล่าเรื่องของบันเทิงคดี

1262
01:13:14,306 --> 01:13:18,352
คล้ายกับสิ่งที่จอห์น เฮอร์ซีย์
ทำกับฮิโรชิม่าเมื่อหลายปีก่อน

1263
01:13:19,061 --> 01:13:21,772
แต่ไม่นานหลังจาก "อินโคลด์บลัด" ถูกตีพิมพ์

1264
01:13:21,855 --> 01:13:25,526
นักวิจารณ์บางคนก็เริ่มตั้งคำถาม
การรายงานเหตุการณ์ของคาโพที

1265
01:13:25,609 --> 01:13:29,238
นักวิจารณ์ท้องถิ่นคนหนึ่งบอกว่า
"คาโพทีเป็นนักเขียนนิยายมาตลอด"

1266
01:13:29,321 --> 01:13:31,573
"เขายังเป็นนักเขียนนิยายอยู่"

1267
01:13:31,657 --> 01:13:34,618
พวกเขากังขาว่าเขาจำบทสนทนายาวๆ

1268
01:13:34,701 --> 01:13:39,123
ที่เขายกมาเขียนคำต่อคำได้ยังไง
โดยไม่มีการจดโน้ตหรือบันทึกเสียง

1269
01:13:39,206 --> 01:13:44,670
ผมมีความทรงจำแบบภาพถ่าย
ในเวอร์ชั่นการฟังน่ะ

1270
01:13:45,796 --> 01:13:48,090
วิลเลี่ยม ชอว์นจดโน้ตข้อกังวลของเขาเองไว้

1271
01:13:48,173 --> 01:13:50,050
ระหว่างกระบวนการบรรณาธิการ

1272
01:13:50,801 --> 01:13:53,762
ข้างๆ ย่อหน้าที่บรรยายบทสนทนาส่วนตัว

1273
01:13:53,846 --> 01:13:56,390
ระหว่างตัวละครสองตัวซึ่งจะถูกฆ่าในภายหลัง

1274
01:13:56,473 --> 01:13:59,685
ชอว์นเอาดินสอเขียนไว้ว่า "รู้ได้ยังไง"

1275
01:13:59,768 --> 01:14:02,938
"ไม่มีพยาน ปัญหาทั่วไป"

1276
01:14:05,065 --> 01:14:05,941
สวัสดีครับ

1277
01:14:06,733 --> 01:14:10,279
คาโพทีเผชิญกับคำถาม
เกี่ยวกับงานของเขานานหลายทศวรรษ

1278
01:14:10,821 --> 01:14:13,407
คำถามสำคัญจริงๆ คือ

1279
01:14:13,490 --> 01:14:16,410
เราควรอ่านเรื่องพวกนี้เป็นนิยายหรือเปล่า

1280
01:14:16,493 --> 01:14:19,079
คุณดูเหมือนจะคิดวิธี
ที่มีแต่ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องขึ้นมาได้ในตอนนี้

1281
01:14:19,163 --> 01:14:21,707
เพื่อให้ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าจะจับผิดคุณยังไง

1282
01:14:21,790 --> 01:14:26,170
คุณกำลังหมายความว่า
ผมเอาเรื่องที่เป็นความจริง

1283
01:14:26,253 --> 01:14:27,921
มาปั้นเสริมเติมแต่งงั้นเหรอ

1284
01:14:28,005 --> 01:14:29,923
เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมทำอยู่เลย

1285
01:14:30,757 --> 01:14:33,093
ผมไม่ได้ปั้นเสริมเติมแต่งมันสักนิด

1286
01:14:34,219 --> 01:14:38,182
ในที่สุดคาโพทีก็ยอมรับว่า
เขาแต่งฉากสุดท้ายขึ้นมาเอง

1287
01:14:38,265 --> 01:14:40,642
บทสนทนาในสุสานระหว่างนักสืบ

1288
01:14:40,726 --> 01:14:42,978
กับเพื่อนสนิทของเด็กสาวที่ถูกฆาตกรรม

1289
01:14:43,979 --> 01:14:47,900
ชอว์นพูดในภายหลังว่า
เขานึกเสียใจที่ตีพิมพ์ "อินโคลด์บลัด"

1290
01:14:47,983 --> 01:14:49,693
และในช่วงหลายทศวรรษต่อมา

1291
01:14:49,776 --> 01:14:52,779
นิตยสารก็เพิ่มความเข้มข้นของกระบวนการ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาก

1292
01:14:52,863 --> 01:14:56,158
เพื่อพยายามป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก

1293
01:14:57,493 --> 01:15:00,412
(ความจริงเล็กๆ แสนเศร้า)

1294
01:15:01,288 --> 01:15:02,831
(แผนกตรวจสอบข้อเท็จจริง)

1295
01:15:02,915 --> 01:15:05,792
โอเค แล้วตอนเช้าวันประหาร

1296
01:15:05,876 --> 01:15:08,378
คุณสองคนจะถูกส่งตัวไปอยู่ในห้องขัง

1297
01:15:08,462 --> 01:15:10,631
ใกล้กับห้องประหาร ถูกมั้ยคะ

1298
01:15:10,714 --> 01:15:15,886
เราบอกว่าคุณเชิญนักเขียน จอน ลีไปดื่มชา

1299
01:15:15,969 --> 01:15:17,930
เป็นกาแฟหรือชากันแน่คะ

1300
01:15:18,430 --> 01:15:19,681
เรามีคน 29 คน

1301
01:15:19,765 --> 01:15:22,184
ที่ทำงานในแผนกตรวจสอบข้อเท็จจริง
รวมถึงผมด้วย

1302
01:15:22,267 --> 01:15:24,937
เราไม่ได้อยู่ที่นี่แค่เพื่อตรวจชื่อกับวันที่ให้ถูก

1303
01:15:25,020 --> 01:15:27,397
ถึงแม้เรื่องนั้นจะสำคัญมากๆ

1304
01:15:27,481 --> 01:15:29,149
เราอยู่ที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนผู้อ่านครับ

1305
01:15:30,317 --> 01:15:34,196
เราคิดเสมอเรื่องบริบทเบื้องหลังเรื่องราว

1306
01:15:34,279 --> 01:15:35,989
เอริก้าไม่มีฟัน

1307
01:15:36,073 --> 01:15:39,201
ฉันเดาว่าเพราะปัญหาเรื่องฟันในคุก

1308
01:15:40,369 --> 01:15:44,081
ทุกอย่างอาจถูกต้อง แต่มันอาจรู้สึกไม่ยุติธรรม

1309
01:15:44,164 --> 01:15:45,332
(แล้วใครเป็นคนตรวจข้อเท็จจริง)

1310
01:15:45,415 --> 01:15:47,292
สิ่งที่คุณทำก็คือพิมพ์งานชิ้นนั้นออกมา

1311
01:15:47,376 --> 01:15:50,796
และคุณก็จะขีดเส้นใต้
ทุกอย่างที่อาจเป็นข้อเท็จจริง

1312
01:15:51,380 --> 01:15:53,215
ลงท้ายแล้วก็เกือบทุกคำบนหน้าเลยครับ

1313
01:15:53,298 --> 01:15:57,803
ผมว่าบางครั้งคำกริยาอย่าง "เป็น"
อาจจะตรวจสอบไม่ได้

1314
01:15:57,886 --> 01:16:00,931
แล้วคุณก็แบบ "คนคนนี้ยังมีชีวิตอยู่มั้ย"

1315
01:16:01,014 --> 01:16:02,724
งั้นมันอาจต้องใช้รูปอดีตก็ได้นะ

1316
01:16:03,308 --> 01:16:06,436
จากนั้นคุณก็จะติดต่อไปยังคนที่เป็นหัวข้อ
และแหล่งข้อมูล

1317
01:16:06,520 --> 01:16:08,021
ฉันอยากให้แน่ใจว่าเราเขียนถูกต้อง

1318
01:16:08,105 --> 01:16:10,440
เรื่องวิธีที่คุณรับโทรศัพท์เวลามีคนโทรมาที่ร้าน

1319
01:16:10,524 --> 01:16:11,525
ที่ฉันมีอยู่คือคุณจะพูดว่า

1320
01:16:11,608 --> 01:16:14,236
"สวัสดีครับ
สปาร์คสเต็กเฮาส์ มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ"

1321
01:16:14,319 --> 01:16:15,445
แบบนั้นถูกต้องมั้ยคะ

1322
01:16:15,946 --> 01:16:18,240
เราตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกอย่าง
ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร

1323
01:16:18,323 --> 01:16:21,410
ปก การ์ตูน บทกวี งานเขียนบันเทิงคดี

1324
01:16:21,493 --> 01:16:23,579
ครับ การ์ตูนก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

1325
01:16:24,204 --> 01:16:27,416
เรามีการ์ตูนที่มีเพนกวิน

1326
01:16:27,499 --> 01:16:32,963
และคำบรรยายก็เป็นแบบนี้ "เราชอบคำว่า
ชาวอเมริกันเชื้อสายอาร์กติกมากกว่า"

1327
01:16:33,046 --> 01:16:35,048
มีคนเขียนเข้ามา ซึ่งก็ยุติธรรมดีครับ

1328
01:16:35,132 --> 01:16:38,760
และบอกว่า "ไม่มีเพนกวิน
ในอาร์กติก มันอยู่ในแอนตาร์กติก"

1329
01:16:38,844 --> 01:16:41,847
มันออกจะทำให้มุกกร่อยไปเลย
ถ้าไม่มีเพนกวินในอาร์กติก

1330
01:16:43,181 --> 01:16:46,768
ปกหนึ่งที่ผมอับอายมาก
ที่ปล่อยให้ความผิดพลาดหลุดรอดไป

1331
01:16:46,852 --> 01:16:49,563
มันเป็นรูปคนขายฮอตด็อกนอนอยู่บนชายหาด

1332
01:16:49,646 --> 01:16:51,440
ผมแบบว่า "โอเค ผมจะตรวจสอบดู

1333
01:16:51,523 --> 01:16:53,859
ว่าเงาของร่มเขาสมจริงมั้ย"

1334
01:16:53,942 --> 01:16:56,737
"ใช่ เงานั่นสมจริง และผมก็ใช้

1335
01:16:56,820 --> 01:16:59,197
ความสามารถในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งหมดของผมกับปกนี้"

1336
01:16:59,281 --> 01:17:01,992
ผ่าน มันไม่มีอะไรผิด เราตีพิมพ์มัน

1337
01:17:02,075 --> 01:17:03,619
หมอนั่นมีเท้าขวาสองข้าง

1338
01:17:03,702 --> 01:17:07,080
ซึ่งแย่กว่าเท้าซ้ายสองข้าง
เพราะเราอาจเล่นมุกกับสำนวนนั่นได้

1339
01:17:07,164 --> 01:17:08,123
ก็แค่ไม่ทันสังเกตครับ

1340
01:17:09,750 --> 01:17:10,751
แย่สุดๆ!

1341
01:17:10,834 --> 01:17:13,420
ชาวบ้านชอบจับผิดคนตรวจสอบข้อเท็จจริง

1342
01:17:14,004 --> 01:17:17,591
สิ่งที่เราจะได้ยินบ่อยมากๆ เป็นคำพูดเดียวกัน

1343
01:17:17,674 --> 01:17:21,678
คือ "ไม่เคยคิดเลยว่าแผนกตรวจสอบข้อเท็จจริง
ที่คนยกยอกันนักของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1344
01:17:21,762 --> 01:17:23,347
จะทำอะไรต่ำๆ แบบนี้"

1345
01:17:23,430 --> 01:17:26,642
ผมว่าผมไม่เคยเห็นใครใช้คำคุณศัพท์นั่นที่ไหนเลย

1346
01:17:26,725 --> 01:17:29,269
นอกจากในจดหมายบ่นเรื่องความผิดพลาด

1347
01:17:29,353 --> 01:17:31,647
แบบว่าใครกันใช้คำว่า "ยกยอ"

1348
01:17:32,939 --> 01:17:36,568
มูอาซบอกจอน ลี
ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเผด็จการ

1349
01:17:36,652 --> 01:17:39,363
ฆ่านกพิราบของครอบครัวเขา

1350
01:17:39,446 --> 01:17:41,615
งานนี้หน้าบางอยู่ไม่รอดแน่ครับ

1351
01:17:41,698 --> 01:17:45,452
คุณต้องรับมือกับชาวบ้านที่ไม่พอใจคุณได้

1352
01:17:45,535 --> 01:17:48,580
และบ่อยครั้งพวกเขาก็มีเหตุผลที่ดีที่จะไม่พอใจ

1353
01:17:48,664 --> 01:17:51,708
พวกเขากำลังจะถูกนำเสนอ
บางครั้งก็ในแง่มุมที่ดูไม่ดีนัก

1354
01:17:51,792 --> 01:17:52,959
ในนิตยสารระดับประเทศ

1355
01:17:53,043 --> 01:17:57,339
คุณบอกว่าถ้ามีคนเข้ามา
พูดเหลวไหลเรื่องทรัมป์กับคุณ

1356
01:17:57,422 --> 01:18:01,510
คุณจะดึงเอกสารที่คุณทำขึ้นมา
ซึ่งไล่เรียงหลายๆ ครั้งที่เขาโกหก

1357
01:18:01,593 --> 01:18:02,803
ถูกมั้ยคะ

1358
01:18:02,886 --> 01:18:05,972
ที่แน่ๆ คือนี่เป็นช่วงเวลา
ที่ชวนสับสนในทางการเมือง

1359
01:18:06,056 --> 01:18:12,062
คนไม่ค่อยคิดกันแล้วว่า
นักการเมืองควรพูดความจริง

1360
01:18:12,145 --> 01:18:15,482
และนั่นก็ทำให้เราทุ่มเท
เพิ่มเป็นสองเท่ากับสิ่งที่เราทำ

1361
01:18:16,066 --> 01:18:18,568
โดยส่วนตัวแล้วผมพบว่า
มันทำให้มีไฟอย่างเหลือเชื่อครับ

1362
01:18:18,652 --> 01:18:24,032
มันรู้สึกเหมือนยาแก้ที่ดีที่สุด
ที่ไว้แก้กระแสการโกหกอย่างหน้าไม่อายนั่น

1363
01:18:24,116 --> 01:18:25,200
รู้มั้ยครับ

1364
01:18:25,283 --> 01:18:30,247
ยาแก้อะไรจะดีไปกว่าการระมัดระวัง

1365
01:18:30,330 --> 01:18:33,333
ใส่ใจ และทำให้ข้อเท็จจริงของเรา
ถูกต้องล่ะครับ

1366
01:18:35,794 --> 01:18:37,546
- ไง
- ไง เป็นไงบ้าง

1367
01:18:37,629 --> 01:18:39,131
- สบายดีมั้ย
- เป็นไง

1368
01:18:39,214 --> 01:18:41,133
- ดีใจที่ได้เจอนะ
- ดีใจที่ได้เจอ

1369
01:18:41,216 --> 01:18:43,760
ผมบังเอิญได้สร้างความสัมพันธ์
กับเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1370
01:18:43,844 --> 01:18:46,346
ระหว่างผมสืบเรื่องฮาร์วีย์ ไวน์สตีน

1371
01:18:46,430 --> 01:18:49,725
และเริ่มเชื่อว่าไวน์สตีนเป็นนักล่าที่ลงมือต่อเนื่อง

1372
01:18:49,808 --> 01:18:52,227
แต่หาที่ตีพิมพ์เรื่องนี้ไม่ได้

1373
01:18:52,310 --> 01:18:55,939
เพราะสื่อจำนวนมากถูกขู่ให้กลัว

1374
01:18:56,022 --> 01:19:00,902
แต่เดวิดเห็นงานของผมแล้วก็บอกว่า
"ใช่ คุณทำรายงานข่าวนั่นให้จบได้ที่นี่"

1375
01:19:01,445 --> 01:19:03,572
ผมคิดว่าเรามีรายการตัวเลือกที่สมเหตุสมผลอยู่

1376
01:19:03,655 --> 01:19:06,491
เราจะทำข่าวอัพเดทเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้
เรื่องสปายแวร์

1377
01:19:06,575 --> 01:19:08,952
จากนั้นผมจะทุ่มให้บทความเรื่องอีลอนเต็มๆ

1378
01:19:09,035 --> 01:19:11,747
คนใกล้ตัวอีลอน มัสก์ปล่อยข้อมูลรั่วบ้างมั้ย

1379
01:19:12,581 --> 01:19:15,667
สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่เราจะต้องเผชิญ

1380
01:19:15,751 --> 01:19:19,421
ก็คือกลุ่มคนที่ทำข้อมูลรั่วคราวก่อน

1381
01:19:19,504 --> 01:19:21,506
ตอนนี้จะรั่วน้อยลง

1382
01:19:21,590 --> 01:19:24,259
สำหรับผม แนวข่าวที่ผมเชี่ยวชาญคืออำนาจ

1383
01:19:24,342 --> 01:19:26,428
และตอนนี้

1384
01:19:26,511 --> 01:19:31,933
กลุ่มอำนาจทางการเมืองกลุ่มใหญ่ก็กำลัง
ส่งมอบอำนาจให้มหาเศรษฐีวงการเทคโนโลยี

1385
01:19:32,017 --> 01:19:35,979
อีลอน มัสก์… เป็นคนรวยที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่

1386
01:19:36,062 --> 01:19:39,191
และตอนนี้เขาก็จะเป็นคนดูแล…
เดี๋ยวนะ เรื่องประสิทธิภาพเหรอ

1387
01:19:39,274 --> 01:19:40,108
ใช่

1388
01:19:40,734 --> 01:19:42,360
มีอยู่ไม่กี่ที่หรอกครับ

1389
01:19:42,444 --> 01:19:48,575
ที่ทำข่าวที่ต้องลงทุนลงแรงสุดๆ
เผชิญหน้าท้าทายสุดๆ แบบนี้

1390
01:19:48,658 --> 01:19:50,827
คือว่าพวกเขาไม่ใช่นักเคลื่อนไหว

1391
01:19:50,911 --> 01:19:54,372
แต่พวกเขาไม่กลัวเมื่อข้อเท็จจริงสนับสนุนมัน

1392
01:19:55,499 --> 01:19:59,085
สวัสดีครับ นี่โรแนน
ขอบคุณมากครับที่ติดต่อกลับหาผม

1393
01:19:59,169 --> 01:20:01,922
ผมกำลังเขียนบทความ
ติดตามผลเรื่องมัสก์อยู่ครับ และ…

1394
01:20:02,005 --> 01:20:05,383
ตอนนี้ ในสภาพแวดล้อม
ทางการเมืองในปัจจุบัน

1395
01:20:05,467 --> 01:20:09,638
มีการขาดความเคารพในความเป็นอิสระของสื่อ

1396
01:20:09,721 --> 01:20:15,769
และความเต็มใจที่จะโจมตีนักข่าว
เพราะเรารายงานข่าว

1397
01:20:15,852 --> 01:20:18,772
ทั้งหมดนั้นมีส่วนก่อให้เกิด
บรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ

1398
01:20:18,855 --> 01:20:21,191
สำหรับนักข่าวและสำหรับแหล่งข่าว

1399
01:20:21,274 --> 01:20:24,945
ผมจะขอบคุณมากจริงๆ กับสิ่งที่คุณเพิ่งพูดคุย

1400
01:20:25,028 --> 01:20:28,031
ถ้าคุณยินดีส่งเอกสารพวกนั้นบางส่วน
และความคิดที่มีมาให้

1401
01:20:28,114 --> 01:20:29,241
แบบหลังไมค์น่ะครับ

1402
01:20:29,324 --> 01:20:32,577
การเป็นแหล่งข่าว
ในเรื่องราวเชิงสืบสวนที่มีเดิมพันสูง

1403
01:20:32,661 --> 01:20:37,165
เป็นเรื่องยากและจริงจัง
เพราะมันอาจจะอันตรายมาก

1404
01:20:37,249 --> 01:20:40,544
ผมมีเรื่องที่ผมติดต่อกับแหล่งข่าว

1405
01:20:40,627 --> 01:20:44,047
โดยใช้แต่โทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้ง
ที่ผมซื้อมาด้วยเงินสด

1406
01:20:44,130 --> 01:20:47,592
จากห้างนิรนาม ไกลจากที่ที่ผมอาศัยอยู่

1407
01:20:47,676 --> 01:20:50,804
แต่ช่วงเวลาที่เจอจุดเปลี่ยนสำคัญ
ในเรื่องราวหนึ่งๆ

1408
01:20:50,887 --> 01:20:56,560
มันเป็น… ช่วงเวลาสุดยอด
ที่นักข่าวทุกคนฝันถึงครับ

1409
01:20:56,643 --> 01:20:59,187
แต่มันก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดด้วย

1410
01:20:59,271 --> 01:21:03,733
เพราะมันทำให้ความต้องการ
ที่จะรายงานเรื่องราวให้ถูกต้องสูงขึ้น

1411
01:21:03,817 --> 01:21:06,236
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเรื่องนี้นะครับ
ผมจะคอยติดต่อไป

1412
01:21:06,319 --> 01:21:07,612
โอเค บาย

1413
01:21:08,113 --> 01:21:12,284
มันเป็นช่วงเวลาที่โหดร้าย
สำหรับการทำข่าวเชิงสืบสวน

1414
01:21:12,367 --> 01:21:18,790
แต่ผมก็ยังเชื่ออย่างแรงกล้าในพลังแห่งข้อมูล

1415
01:21:18,874 --> 01:21:23,461
เพราะผมคิดว่าการให้ข้อมูลประชาชน
เป็นความหวังเดียวที่เรามี

1416
01:21:27,215 --> 01:21:30,385
ผมภูมิใจในตัวเองที่พยายามอ่าน
ตั้งแต่ปกหน้าไปถึงปกหลัง

1417
01:21:30,468 --> 01:21:35,307
เพราะเป้าหมายของผม
คือเรียนรู้เรื่องต่างๆ ที่ผมไม่รู้มาก่อน

1418
01:21:35,390 --> 01:21:38,101
มันจึงเป็นวิธีแบบพวกบ้าความครบถ้วน…

1419
01:21:38,184 --> 01:21:43,440
ครับ มันเป็นวิธีแบบบ้าความครบถ้วน
แต่ผมไม่มีวันทำให้มันจบครบถ้วนได้

1420
01:21:43,523 --> 01:21:47,152
เดอะ นิวยอร์กเกอร์มันยาก…
คือว่ามันมีไว้ให้คนฉลาด

1421
01:21:47,235 --> 01:21:50,530
มีคำอยู่เยอะเลย ผมไม่รู้ว่า
คุณเคยได้ฟังสิ่งที่ผมคิดเรื่องการอ่านมั้ย

1422
01:21:50,614 --> 01:21:52,032
ผมชอบไอเดียเรื่องการอ่านนะ

1423
01:21:52,115 --> 01:21:53,825
ผมซื้อหนังสือด้วยซ้ำ

1424
01:21:53,909 --> 01:21:56,745
แต่หนังสือพวกนี้มีคำเยอะสุดๆ

1425
01:21:56,828 --> 01:21:58,330
และมันก็ไม่ยอมลดหย่อนผ่อนปรน

1426
01:21:58,413 --> 01:22:01,082
ทุกๆ หน้ามีแต่คำเพิ่มขึ้นๆ

1427
01:22:02,667 --> 01:22:05,420
คุณใส่หน้าว่างเข้าไปในนั้นหน่อยเป็นไง

1428
01:22:05,503 --> 01:22:09,049
ทำไมไม่ยอมให้ผมโผล่หัวพ้นน้ำสักสองวินาทีนะ

1429
01:22:10,216 --> 01:22:12,594
(มายกระดับมาตรฐานที่คนฉลาด
และซื่อตรงแก้ไขได้กัน)

1430
01:22:18,850 --> 01:22:20,518
(ทศวรรษ 1980)

1431
01:22:20,602 --> 01:22:23,271
ขณะที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์เข้าสู่ยุค 1980

1432
01:22:23,355 --> 01:22:25,523
ทุกอย่างก็สุกงอมพร้อมจะเปลี่ยนแปลง

1433
01:22:26,274 --> 01:22:29,277
วิลเลี่ยม ชอว์นผู้เป็นบรรณาธิการมา 30 ปี

1434
01:22:29,361 --> 01:22:31,655
ตอนนี้ล่วงเข้าวัยเจ็ดสิบไปนานพอสมควรแล้ว

1435
01:22:31,738 --> 01:22:34,658
และคนก็ล้อเล่นกัน
เรื่องสไตล์คร่ำครึน่าเบื่อของนิตยสาร

1436
01:22:34,741 --> 01:22:39,329
และบทความยาว 20,000 คำ
เกี่ยวกับอะไรแบบประวัติศาสตร์ข้าว

1437
01:22:40,372 --> 01:22:42,958
ผู้อ่านอายุมากขึ้น ยอดขายลดลง

1438
01:22:43,041 --> 01:22:47,379
และในปี 1985 เอสไอ นิวเฮาส์ก็เข้ามา

1439
01:22:47,462 --> 01:22:50,256
เป็นทางการแล้วครับ ชายที่ชื่อนิวเฮาส์
ตอนนี้เป็นเจ้าของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1440
01:22:50,340 --> 01:22:52,759
เขาจ่ายเงินซื้อมันไป 168 ล้านดอลลาร์

1441
01:22:52,842 --> 01:22:55,679
กรรมการนิตยสารชั้นสูงฉบับนั้น
ตกลงขายกิจการ

1442
01:22:55,762 --> 01:22:57,597
ให้เอสไอ นิวเฮาส์ จูเนียร์

1443
01:22:57,681 --> 01:23:01,559
ซึ่งอาณาจักรสื่อสารของเขา
รวมถึงหนังสือพิมพ์ 29 ฉบับ นิตยสารพาเหรด

1444
01:23:01,643 --> 01:23:02,852
และสำนักพิมพ์แรนด้อมเฮาส์

1445
01:23:03,728 --> 01:23:07,565
ยี่สิบเดือนต่อมา
นิวเฮาส์ทำให้วงการวรรณกรรมช็อก

1446
01:23:07,649 --> 01:23:09,651
ด้วยการผลักดันวิลเลี่ยม ชอว์นออกจากตำแหน่ง

1447
01:23:09,734 --> 01:23:11,277
(โรเบิร์ต ก็อตต์ลีบกับวิลเลี่ยม ชอว์น)

1448
01:23:11,361 --> 01:23:15,699
และในปี 1992 เขาก็ไล่โรเบิร์ต ก็อตต์ลีบ
ซึ่งมารับตำแหน่งแทนชอว์นออก

1449
01:23:15,782 --> 01:23:18,493
และนำผู้นำคนใหม่ที่เป็นประเด็นถกเถียงเข้ามา

1450
01:23:18,576 --> 01:23:24,624
บรรณาธิการชาวอังกฤษผู้ก้าวร้าววัย 38 ปี
ของแวนิตี้แฟร์ ทีน่า บราวน์

1451
01:23:24,708 --> 01:23:27,293
บรรณาธิการนิตยสารฉบับนี้

1452
01:23:27,377 --> 01:23:28,878
แวนิตี้แฟร์

1453
01:23:29,713 --> 01:23:33,216
เพิ่งได้รับการประกาศชื่อ
เป็นบรรณาธิการนิตยสารฉบับนี้

1454
01:23:33,925 --> 01:23:35,176
เดอะ นิวยอร์กเกอร์

1455
01:23:36,011 --> 01:23:37,929
นักวิจารณ์กังวลว่าเธอจะเปลี่ยนนิตยสาร

1456
01:23:38,013 --> 01:23:40,682
ให้เป็นแค่แท็บลอยด์อาบมันอีกฉบับหนึ่ง

1457
01:23:40,765 --> 01:23:42,726
ฉันบอกคนพวกนั้นทุกคนที่เป็นห่วง

1458
01:23:42,809 --> 01:23:45,603
ว่าเดอะ นิวยอร์กเกอร์
จะสูญเสียมาตรฐานของมันไป

1459
01:23:45,687 --> 01:23:48,565
ให้คอยดู เพราะคุณยังไม่รู้จักฉัน

1460
01:23:48,648 --> 01:23:51,109
และคุณก็อาจไม่รู้เรื่องความมุ่งมั่นที่ฉันมีต่อคุณภาพ

1461
01:23:51,192 --> 01:23:54,070
แต่คุณจะพบว่าเดอะ นิวยอร์กเกอร์มีแต่จะดีขึ้น

1462
01:23:56,531 --> 01:23:58,825
ทางนิตยสารจัดงานปาร์ตี้สุดหวือหวา

1463
01:23:58,908 --> 01:24:02,829
และตีพิมพ์นิตยสาร
ฉบับที่อุทิศให้ภาพยนตร์และแฟชั่น

1464
01:24:03,913 --> 01:24:06,166
พวกเขารายงานข่าวจริงจัง
ที่ยังไม่มีใครรายงานด้วย

1465
01:24:06,249 --> 01:24:09,627
เปลี่ยนทั้งฉบับให้เป็น
รายงานข่าวเปิดโปงสุดสะเทือนใจ

1466
01:24:09,711 --> 01:24:13,715
เรื่องการสังหารหมู่ในเอล ซัลวาดอร์
ด้วยน้ำมือทหารที่สหรัฐฯ ฝึกมา

1467
01:24:14,299 --> 01:24:18,136
บราวน์บอกว่า "งานของเราคือ
ทำให้เรื่องเซ็กซี่จริงจัง

1468
01:24:18,219 --> 01:24:20,680
และทำให้เรื่องจริงจังเซ็กซี่"

1469
01:24:20,764 --> 01:24:23,892
เธอดึงตัวนักข่าวอายุน้อยกลุ่มใหม่เข้ามาทำงาน

1470
01:24:23,975 --> 01:24:25,560
รวมถึงมัลคอล์ม แกลดเวลล์

1471
01:24:25,643 --> 01:24:26,978
เจน เมเยอร์

1472
01:24:27,062 --> 01:24:28,521
ฮิลตัน อัลส์

1473
01:24:28,605 --> 01:24:30,607
และนักเขียนหนุ่มจากเดอะ วอชิงตันโพสต์

1474
01:24:30,690 --> 01:24:32,192
ชื่อเดวิด เรมนิค

1475
01:24:33,735 --> 01:24:36,905
เธอเปลี่ยนลุคของนิตยสารไปด้วย

1476
01:24:36,988 --> 01:24:39,574
เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเริ่มลงรูปถ่าย

1477
01:24:39,657 --> 01:24:42,869
และจ้างช่างภาพชื่อดังที่สุดในโลกคนหนึ่ง

1478
01:24:42,952 --> 01:24:45,497
ริชาร์ด อาเวดอน มาเป็นพนักงาน

1479
01:24:46,748 --> 01:24:49,876
เธอทำปกให้โฉบเฉี่ยวขึ้นและเร่งเร้าทางอารมณ์

1480
01:24:49,959 --> 01:24:52,087
และเธอก็อ้าแขนรับประเด็นโต้เถียง

1481
01:24:56,382 --> 01:24:58,384
ในเดือนกุมภาพันธ์ 1994

1482
01:24:58,468 --> 01:25:00,929
บราวน์ทำเรื่องลบหลู่ร้ายแรง

1483
01:25:01,012 --> 01:25:02,764
ด้วยการแทนที่ยูสเตซ ทิลลีย์

1484
01:25:02,847 --> 01:25:05,475
ผู้ที่ขึ้นปกฉบับครบรอบทุกฉบับ

1485
01:25:05,558 --> 01:25:07,560
มาเกือบ 70 ปี

1486
01:25:07,644 --> 01:25:11,314
ด้วยเวอร์ชั่นหักมุมสมัยใหม่ วาดโดยอาร์. ครัมบ์

1487
01:25:11,397 --> 01:25:12,273
(วิดีโอโป๊ผู้ใหญ่)

1488
01:25:12,857 --> 01:25:14,526
พวกอนุรักษ์นิยมรับไม่ได้

1489
01:25:14,609 --> 01:25:17,570
แต่บราวน์ยืนกรานว่าเธอแค่เปิดหน้าต่าง

1490
01:25:17,654 --> 01:25:21,241
ให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาในสถาบันอับๆ ล้าสมัย

1491
01:25:25,370 --> 01:25:26,329
นี่งานของซอเรล

1492
01:25:26,412 --> 01:25:28,915
มันเขียนไว้ว่า "แด่ทีน่า ผู้มอบชีวิตให้ยูสเตซ"

1493
01:25:29,582 --> 01:25:31,042
และมันก็แสดงภาพฉัน…

1494
01:25:31,835 --> 01:25:34,587
ปลุกยูสเตซ ทิลลีย์ขึ้นมาจากการหลับใหล

1495
01:25:35,296 --> 01:25:37,507
ฉันไม่เคยเข้าใจเรื่องยูสเตซ ทิลลีย์ทั้งหมดนี่เลย

1496
01:25:37,590 --> 01:25:39,884
ฉันพบว่ายูสเตซ ทิลลีย์น่ารำคาญสุดๆ

1497
01:25:39,968 --> 01:25:43,429
ฉันว่าพวกเขาควรจะโยนมันทิ้งไปในปี 1935

1498
01:25:43,513 --> 01:25:44,973
(ทีน่า บราวน์
บรรณาธิการ (1992-1998))

1499
01:25:45,682 --> 01:25:48,268
พวกนี้คือฉบับของฉันที่เอามาเข้าเล่มรวมกัน

1500
01:25:48,351 --> 01:25:51,646
และแน่ละค่ะ ฉบับแรก

1501
01:25:51,729 --> 01:25:54,190
5 ตุลาคม 1992

1502
01:25:57,485 --> 01:25:59,154
หน้าปกของเอ็ด ซอเรล

1503
01:25:59,654 --> 01:26:02,031
ฉันอยากให้เอ็ด ซอเรลทำปกแรกของฉัน

1504
01:26:02,115 --> 01:26:05,577
ฉันแค่บอกว่า "ทำอะไรสักอย่าง
ที่ประกาศว่าเรามาใหม่"

1505
01:26:05,660 --> 01:26:09,289
แล้วเขาก็เข้ามาพร้อมรูปนี้ของหนุ่มพังก์ในรถม้า

1506
01:26:09,372 --> 01:26:11,666
และมันก็ฉลาดแหลมคมมากๆ

1507
01:26:11,749 --> 01:26:13,251
มันคือสิ่งที่ทุกคนคิดค่ะ

1508
01:26:13,334 --> 01:26:16,129
ฉันเป็นตัวทำลายล้าง ลูกตุ้มทุบตึก

1509
01:26:16,212 --> 01:26:18,256
และพวกเขาก็ไม่ได้คิดผิดซะทีเดียว

1510
01:26:18,965 --> 01:26:22,635
ฉันให้คนออกไป 71 คน ฉันว่างั้นนะ

1511
01:26:22,719 --> 01:26:26,556
ในช่วงเวลาสองหรือสามปี
และจ้างคนเข้ามา 50 คน

1512
01:26:26,639 --> 01:26:29,475
ทีน่าจ้างฉันตอนที่ฉันท้องเจ็ดเดือน

1513
01:26:29,559 --> 01:26:32,687
ซึ่งสมัยนั้นไม่ใช่เรื่องปกติเลยค่ะ

1514
01:26:32,770 --> 01:26:35,064
ซึ่งก็วิเศษมาก

1515
01:26:35,148 --> 01:26:37,150
มันเกือบจะเหมือนมาตาธิปไตยค่ะ

1516
01:26:37,233 --> 01:26:40,236
ผู้หญิงกลุ่มนี้น่ะ ที่จริงเราทุกคนมีลูกเล็ก

1517
01:26:40,320 --> 01:26:42,030
มันเลยเป็นเหมือนสมาคมลับ

1518
01:26:42,113 --> 01:26:46,409
ที่เราดูแลกันและกัน รู้มั้ยคะ

1519
01:26:46,492 --> 01:26:48,953
แบบว่าฉันรู้ชื่อพี่เลี้ยงเด็กของพวกเขาทุกคน

1520
01:26:50,705 --> 01:26:52,916
ในบางแง่มุม ทีน่าก็เหมือนดาวหาง

1521
01:26:52,999 --> 01:26:57,045
เธอเข้ามาและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ

1522
01:26:58,004 --> 01:27:01,591
บางทีมันก็เป็นประเด็นโต้เถียง
แต่ส่วนใหญ่แล้วเธอคิดถูก

1523
01:27:01,674 --> 01:27:04,677
นิตยสารนั่นจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก

1524
01:27:05,637 --> 01:27:08,389
หลังจากหกปีครึ่งที่เดอะ นิวยอร์กเกอร์

1525
01:27:08,473 --> 01:27:12,477
ฉันรู้สึกว่าด้านธุรกิจ
ของเดอะ นิวยอร์กเกอร์เชื่องช้า

1526
01:27:13,186 --> 01:27:16,689
เราต้องขยายในแนวข้าง

1527
01:27:16,773 --> 01:27:18,608
และฉันก็จำได้ว่าเขียนโน้ตถึงเอสไอ นิวเฮาส์

1528
01:27:18,691 --> 01:27:21,778
บอกว่าเราควรมีฝ่ายผลิต

1529
01:27:21,861 --> 01:27:25,073
ไว้ทำสารคดี ไว้ทำหนังและภาพยนตร์

1530
01:27:25,156 --> 01:27:26,991
หรือแม้แต่รายการวิทยุ

1531
01:27:27,575 --> 01:27:29,869
เขาแค่พูดว่า "ทีน่า ถักนิตติ้งของคุณต่อไปเถอะ"

1532
01:27:31,246 --> 01:27:36,918
ฉันคิดว่า "โอเค" นั่นมันทำให้ฉันหงุดหงิดจริงๆ

1533
01:27:37,001 --> 01:27:40,088
ฉันคิดว่า "อืม อาจถึงเวลาแล้ว
ที่ฉันจะไปทำอย่างอื่น"

1534
01:27:42,715 --> 01:27:47,011
เธอได้รับข้อเสนอนี้
ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปแล้วเสียหายร้ายแรง

1535
01:27:47,512 --> 01:27:49,305
(ทีน่า บราวน์ออกจากนิวยอร์กเกอร์
ไปเปิดนิตยสาร)

1536
01:27:49,389 --> 01:27:51,182
เป็นความคิดผมที่จะทำนิตยสาร

1537
01:27:51,266 --> 01:27:53,893
ซึ่งอาจเป็นที่ที่เป็นศูนย์กลางความคิด

1538
01:27:53,977 --> 01:27:55,979
นั่นเป็นสิ่งที่ยอดที่สุดที่ผมเคยคิดขึ้นมาครับ

1539
01:27:56,062 --> 01:27:57,522
ที่เหลือก็คือทีน่า บราวน์

1540
01:27:58,690 --> 01:28:02,235
เธอได้รับข้อเสนอนี้ให้ร่วมทำธุรกิจ
กับฮาร์วีย์ ไวน์สตีน จากบรรดาคนทั้งหลาย

1541
01:28:02,318 --> 01:28:04,445
เพื่อสร้างสิ่งนี้ที่เรียกว่านิตยสารทอล์ค

1542
01:28:04,529 --> 01:28:09,200
ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นนิตยสาร
แต่จะสร้างภาพยนตร์และอะไรแบบนั้นด้วย

1543
01:28:10,952 --> 01:28:13,454
ขอบคุณทุกคนค่ะที่มาเปิดทอล์ค

1544
01:28:14,122 --> 01:28:16,249
มันอาจเป็นเรื่องโง่ที่สุดที่ฉันเคยทำในชีวิตนี้ค่ะ

1545
01:28:17,041 --> 01:28:19,168
ดังนั้นเธอก็ออกไปแบบปุบปับ รู้มั้ยครับ

1546
01:28:19,252 --> 01:28:21,546
กรกฎาปี 98 ออกไปเลย

1547
01:28:22,046 --> 01:28:23,673
ก็เลยไม่มีบรรณาธิการ

1548
01:28:24,674 --> 01:28:28,469
เอสไอ นิวเฮาส์ก็เลย
สำรวจดูทางเลือกอยู่แป๊บหนึ่ง

1549
01:28:28,553 --> 01:28:30,346
พวกเขาเสนองานนี้ให้ผม

1550
01:28:30,430 --> 01:28:34,350
และหนึ่งชั่วโมงต่อมา ผมก็ยืนอยู่ต่อหน้าพนักงาน
และเพื่อนร่วมงานของผมทุกคน

1551
01:28:34,434 --> 01:28:38,479
และพวกเขาก็ปรบมือนิดหน่อย
และเราก็ไปทำงานกัน

1552
01:28:39,439 --> 01:28:41,941
โอเค เอาเลย

1553
01:28:42,025 --> 01:28:43,359
เด็กซ์เตอร์จะปิดต้นฉบับวันนี้

1554
01:28:43,443 --> 01:28:44,652
(สิบวันก่อนฉบับครบรอบ)

1555
01:28:44,736 --> 01:28:47,113
- และทวิลลีย์วันนี้
- และทวิลลีย์

1556
01:28:47,196 --> 01:28:49,240
ดังนั้นวันนี้…

1557
01:28:49,324 --> 01:28:52,827
ผมไม่รู้เลยว่าวันนี้วันอะไร…
วันนี้วันพฤหัส ดูเหมือนจะงั้น

1558
01:28:52,910 --> 01:28:56,497
ที่จริงเราจะเริ่มปิดต้นฉบับตอนนี้เลย
สำหรับฉบับครบรอบ

1559
01:28:56,581 --> 01:28:58,041
ซึ่งจะวางขายในอีกสัปดาห์ครึ่ง

1560
01:28:58,124 --> 01:28:58,958
นี่มันยอดเลย

1561
01:28:59,042 --> 01:29:02,045
ต้องทำงานเยอะมาก
ผมหวังว่าทุกคนจะยังอยู่รอดนะ

1562
01:29:02,128 --> 01:29:04,339
โอเค ขอบคุณครับ

1563
01:29:04,422 --> 01:29:08,259
ความวุ่นวายของการปิดต้นฉบับ
จะเกิดขึ้นในวันจันทร์ อังคาร แล้วก็พุธหน้า

1564
01:29:08,343 --> 01:29:10,803
แล้วมันก็จะต้องเสร็จภายในวันพฤหัส

1565
01:29:11,304 --> 01:29:13,473
และอะไรๆ ก็ดูเหมือนจะ
ตรงตามกำหนดใช่มั้ยครับ

1566
01:29:14,098 --> 01:29:15,808
หลักๆ แล้วก็ตรงตามกำหนดครับ

1567
01:29:17,602 --> 01:29:21,105
โอเค คือผมชอบไล่ไปรอบวงทีละคน

1568
01:29:21,189 --> 01:29:24,359
ดังนั้นผมจะเริ่มเอง
แล้วก็ต่อที่คุณ แล้วเราก็จะทำไปเรื่อยๆ แบบนั้น

1569
01:29:24,442 --> 01:29:26,152
ผลงานทุกชิ้นในเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1570
01:29:26,235 --> 01:29:28,613
ต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่าประชุมปิดต้นฉบับ

1571
01:29:28,696 --> 01:29:33,034
ซึ่งบรรณาธิการและนักเขียนจะนั่งลงกับ
บรรณาธิการต้นฉบับ คนตรวจสอบข้อเท็จจริง

1572
01:29:33,117 --> 01:29:36,996
และทบทวนผลงานนั้นทีละบรรทัด

1573
01:29:37,080 --> 01:29:38,623
ผมว่าผมแค่อยากจะ…

1574
01:29:38,706 --> 01:29:41,584
เรามี "ครั้งแรกที่ทีวีร่วมรู้เห็นเป็นใจ"

1575
01:29:41,667 --> 01:29:44,087
มันควรเป็น
"ปะทะกับวัฒนธรรมต่อต้าน" มั้ย

1576
01:29:44,170 --> 01:29:47,173
ฉันว่า "ปะทะ"
ฟังเหมือนมันเกือบเป็นเรื่องบังเอิญ

1577
01:29:47,256 --> 01:29:49,342
ขณะที่มันเป็นสิ่งที่ถูกขับเคลื่อนโดยตลาดจริงๆ

1578
01:29:49,425 --> 01:29:51,177
มันเหมือนเล่นเกมตีตัวตุ่นอยู่นิดหน่อย

1579
01:29:51,260 --> 01:29:54,347
คุณคิดว่าคุณเสร็จงานแล้ว
แต่มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ โผล่ขึ้นมาเรื่อย

1580
01:29:55,056 --> 01:29:56,849
- อยากเริ่มมั้ย
- ได้ ลุยกันเลย

1581
01:29:56,933 --> 01:29:59,268
ผมไม่มีอะไรมากในหน้าแรก

1582
01:29:59,352 --> 01:30:01,062
มันอาจเป็นประสบการณ์ที่ตึงเครียด

1583
01:30:01,145 --> 01:30:03,523
คิดเรื่องที่ว่า "ผมบันทึกเรื่องนี้
ไว้ชัดเจนพอหรือเปล่า"

1584
01:30:03,606 --> 01:30:05,108
"ผมเขียนรายละเอียดทุกอย่างถูกต้องมั้ย"

1585
01:30:05,191 --> 01:30:09,612
"เมสันเสนอแนะว่า
สักวันมนุษย์อาจปรับแต่งยีนตัวเองได้"

1586
01:30:09,695 --> 01:30:12,198
แค่บอกให้ชัดเจนนะ
เขาไม่ได้แนะให้เราทำแบบนั้น…

1587
01:30:12,281 --> 01:30:13,408
- ในตอนนี้
- วันนี้

1588
01:30:13,491 --> 01:30:16,494
โอเค ผมว่าเราควรบอกว่า
เลขาเป็นใครในตอนไหนสักตอน

1589
01:30:16,577 --> 01:30:19,330
- ใช่
- แต่…

1590
01:30:19,414 --> 01:30:21,082
มันอาจยาวนานเป็นชั่วโมงๆ

1591
01:30:21,165 --> 01:30:23,668
และบางทีคุณก็ต้องต้องสั่งอาหารมาส่ง

1592
01:30:23,751 --> 01:30:25,503
มันยังไม่จบจนกว่าจะจบ

1593
01:30:25,586 --> 01:30:29,257
ที่แผนกตรวจสอบของสำนักงาน
เคยมีป้ายที่เขียนว่า

1594
01:30:29,340 --> 01:30:31,175
"สมบูรณ์แบบดีกว่าเสร็จ"

1595
01:30:31,259 --> 01:30:33,553
"อัล แฟรงเคนล้อเลียน"

1596
01:30:33,636 --> 01:30:36,806
เราต้องการคำบ๊องๆ กว่านี้ตรงนั้น
เพราะงั้นฉันอยากใช้คำว่า "ยั่วล้อ"

1597
01:30:36,889 --> 01:30:41,144
เมื่อการปิดต้นฉบับเสร็จสิ้น
ฉันรู้สึกพอใจอย่างมากแบบนี้เสมอค่ะ

1598
01:30:41,227 --> 01:30:45,648
ที่เรามีระบบนี้ ระบบที่อยู่มายาวนานซึ่งใช้ได้ผลนี้

1599
01:30:45,731 --> 01:30:46,816
- สำเร็จแล้ว
- เย้

1600
01:30:46,899 --> 01:30:47,817
เก่งมาก ทุกคน

1601
01:30:47,900 --> 01:30:50,111
- ยินดีด้วย
- น่าทึ่งจริงๆ

1602
01:30:50,194 --> 01:30:51,654
โอเค ขอบคุณทุกคนนะ

1603
01:31:01,205 --> 01:31:02,248
(นักวิจารณ์)

1604
01:31:04,584 --> 01:31:07,628
(ก้าวออกมา)

1605
01:31:07,712 --> 01:31:11,382
โอเค งานบันเทิงคดี
มันจะจัดแบบนี้ มีข้อความหัวกระดาษเล็กๆ ตรงนี้

1606
01:31:11,466 --> 01:31:14,177
มันจึงไม่ใช่การวางตัวอักษรบนภาพ
แบบที่เราทำตามปกติ

1607
01:31:14,260 --> 01:31:16,262
แต่เป็นการจัดหน้าแบบคลาสสิกกว่า

1608
01:31:16,345 --> 01:31:20,433
แล้วเราก็อยากให้ภาพประกอบขนาดเล็ก
แสดงประวัติของยูสเตซ ทิลลีย์

1609
01:31:20,516 --> 01:31:23,978
เราจะมีรูปยูสเตซ ทิลลีย์กี่พันรูป แค่อยากรู้น่ะ

1610
01:31:24,562 --> 01:31:26,731
(สองวันก่อนฉบับครบรอบ)

1611
01:31:27,815 --> 01:31:30,776
- เราควรไปดูกันในนั้นมั้ย
- พวกเขาอยากดูในห้องทำงานคุณ

1612
01:31:30,860 --> 01:31:33,154
มัน 242 องศาเลยนะ

1613
01:31:33,237 --> 01:31:34,780
อย่างสุดท้ายที่เราทำ

1614
01:31:34,864 --> 01:31:38,075
ก่อนส่งนิตยสารฉบับหนึ่งๆ เข้าโรงพิมพ์
ก็คือตรวจดูหนังสือฉบับจำลอง

1615
01:31:40,495 --> 01:31:42,079
โอ๊ย ยอดมาก

1616
01:31:42,163 --> 01:31:44,540
เราตรวจสอบกราฟิก เราตรวจสอบการจัดหน้า

1617
01:31:44,624 --> 01:31:48,503
และเราก็มีโอกาสได้เห็นจริงๆ
ว่านิตยสารจะดูเป็นยังไง

1618
01:31:48,586 --> 01:31:50,755
เมื่อมันไปถึงตู้จดหมายของชาวบ้าน

1619
01:31:50,838 --> 01:31:54,175
เราก็แค่ต้องการความชัดเจนของการ์ตูน
ความชัดเจนของเรื่องนั้น

1620
01:31:54,258 --> 01:31:58,054
แต่มันก็ยังเป็นช่วงเวลา
ที่เราหยุดพักหายใจลึกๆ ได้

1621
01:31:58,137 --> 01:32:00,181
และซาบซึ้งกับสิ่งที่เรามี

1622
01:32:00,765 --> 01:32:03,184
มันต้องใช้อะไรเยอะเลย ต้องใช้คนเยอะมาก

1623
01:32:03,267 --> 01:32:06,270
ต้องโต้เถียงกันเยอะ ต้องพูดคุยกันเยอะ

1624
01:32:07,522 --> 01:32:09,607
แต่มันคุ้มค่าครับ

1625
01:32:10,107 --> 01:32:12,109
ยอดเลย อืม นั่นมันง่ายเนอะ

1626
01:32:22,370 --> 01:32:24,455
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025

1627
01:32:24,539 --> 01:32:28,459
เดอะ นิวยอร์กเกอร์ฉลองครบรอบ 100 ปี

1628
01:32:29,126 --> 01:32:32,046
มันฉลองวาระดังกล่าวด้วยฉบับพิเศษหนาสองเท่า

1629
01:32:32,129 --> 01:32:34,966
ที่ถูกลิขิตมาให้คนอ่านแล้วอ่านอีก

1630
01:32:35,550 --> 01:32:39,220
หรืออาจไปเพิ่ม
ในกองที่ตั้งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตรงมุมห้อง

1631
01:32:39,804 --> 01:32:43,099
นี่เป็นการฉลองวาระครบรอบ 100 ปี
ของเดอะ นิวยอร์กเกอร์

1632
01:32:43,182 --> 01:32:44,850
เดอะ นิวยอร์กเกอร์อยู่มา 100 ปีแล้ว

1633
01:32:44,934 --> 01:32:48,020
ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของมัน

1634
01:32:48,104 --> 01:32:53,067
ผู้คนอยากเจออะไรมากกว่าแค่ทวีตไร้สาระ

1635
01:32:53,150 --> 01:32:55,194
และพวกเขาก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

1636
01:32:55,278 --> 01:33:00,157
พวกเขาต้องการความยุติธรรม การตรวจสอบ
ข้อเท็จจริง และจิตสำนึกถึงความเหมาะสม

1637
01:33:00,241 --> 01:33:03,911
และพวกเขาก็ต้องการสื่อ
ที่จะไม่ยอมแพ้เมื่อถูกกดดันด้วย

1638
01:33:03,995 --> 01:33:05,830
(การดื่มฉลองแห่งเมือง
ทิลลีย์เมากรึ่ม)

1639
01:33:05,913 --> 01:33:08,207
พวกเขามารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลอง

1640
01:33:08,291 --> 01:33:12,128
บุคคลที่สร้างสรรค์ อยากรู้อยากเห็น ไม่ยอมแพ้

1641
01:33:12,211 --> 01:33:16,173
แปลกแหวกแนว และเกือบจะหมกมุ่นเหล่านี้

1642
01:33:16,757 --> 01:33:20,845
พวกเขาซุบซิบและหัวเราะ
และดื่มฉลองให้กันและกัน

1643
01:33:20,928 --> 01:33:23,097
โดยรู้ดีว่าพวกเขายืนอยู่บนรากฐาน

1644
01:33:23,180 --> 01:33:25,016
ของคนที่บุกเบิกมาก่อน

1645
01:33:26,809 --> 01:33:28,811
ในช่วงปีแรกๆ ของนิตยสาร

1646
01:33:28,894 --> 01:33:32,148
แฮโรลด์ รอสส์ บรรณาธิการผู้ก่อตั้ง
มีนักเขียนคนหนึ่งเข้ามาหา

1647
01:33:32,231 --> 01:33:33,691
ซึ่งอยากลาออก

1648
01:33:34,609 --> 01:33:35,901
รอสส์ตอบว่า

1649
01:33:35,985 --> 01:33:40,906
"เจ้านี่เป็นขบวนการเคลื่อนไหว
และคุณก็ลาออกจากขบวนการเคลื่อนไหวไม่ได้"

1650
01:33:41,532 --> 01:33:43,534
และผมก็รู้ดีเป๊ะๆ ว่าเขาหมายความว่ายังไง

1651
01:33:43,618 --> 01:33:48,873
มันไม่ใช่แค่… เจ้าสิ่งนี้ที่ออกมาสัปดาห์ละครั้ง
หรือทุกวันในอินเทอร์เน็ต

1652
01:33:48,956 --> 01:33:51,000
มันมีจิตวิญญาณ

1653
01:33:51,083 --> 01:33:55,796
มันมีจุดมุ่งหมาย
ความถูกต้องเหมาะสม และคุณภาพ

1654
01:33:56,380 --> 01:34:01,010
มันควรตั้งคำถามตัวเอง
มันควรเรียนรู้จากประสบการณ์

1655
01:34:01,093 --> 01:34:05,056
มันควรเปลี่ยนความคิดของมันได้

1656
01:34:05,556 --> 01:34:10,645
แต่มันเป็นขบวนการเคลื่อนไหว
มันเป็นสาเหตุการเกิดสิ่งที่ดีงาม

1657
01:34:10,728 --> 01:34:16,275
ถ้านั่นฟังดูเหมือนทำเป็นสูงส่งกว่าใครๆ
ผมก็ไม่สนครับ

1658
01:34:20,446 --> 01:34:22,615
ไง สวัสดีทุกคน

1659
01:34:23,783 --> 01:34:26,160
- ดิเอโก้ อยากเริ่มก่อนมั้ย
- ได้เลยครับ

1660
01:34:26,243 --> 01:34:29,080
ผมคิดว่าเราควรเขียนบทความ
เรื่องการขึ้นเครดิตภาษี

1661
01:34:29,747 --> 01:34:32,541
มันอาจเซ็กซี่ไม่พอสำหรับนิตยสารมั้ย

1662
01:35:57,209 --> 01:36:00,004
คำบรรยายโดย พรรษพร ชโลธร



