1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.LT

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.LT

3
00:00:47,130 --> 00:00:49,257
เวลาที่ถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ม…

4
00:00:53,636 --> 00:00:56,181
มักจะมีความลึกลับบางอย่างอยู่เสมอ

5
00:01:01,519 --> 00:01:04,731
แต่สิ่งที่เรารู้แน่ๆ ก็คือสิ่งที่เราไม่ได้ถ่าย

6
00:01:15,658 --> 00:01:17,827
(8 มิถุนายน ปี 1972)

7
00:01:17,911 --> 00:01:20,371
(พิกัด: จั้งบ่าง)

8
00:01:20,955 --> 00:01:23,083
(ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
ของไซ่ง่อนไป 50 กม.)

9
00:01:30,131 --> 00:01:35,261
{\an8}(เครื่องบินทิ้งระเบิด เอ-1 สกายเรเดอร์
ของเวียดนามใต้ได้รับคำสั่งให้กวาดล้างศัตรู)

10
00:01:39,808 --> 00:01:41,810
หลังทิ้งระเบิดไปสองรอบ มันก็ชัดเจนแล้ว

11
00:01:41,893 --> 00:01:44,521
ว่าสกายเรเดอร์เลือกเป้าหมายผิด

12
00:01:45,647 --> 00:01:47,690
และทิ้งระเบิดใส่ฐานที่มั่นของฝ่ายตนเอง

13
00:01:50,193 --> 00:01:52,570
ในระยะไกล เราจะเห็นกองทหารเวียดนามใต้

14
00:01:52,654 --> 00:01:55,365
วิ่งหนีตายข้ามทางหลวงอย่างตื่นตระหนก

15
00:01:55,448 --> 00:01:58,868
ต่อหน้าเรา พวกเขาทำท่าทาง
เรียกชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปเข้าร่วม

16
00:01:59,786 --> 00:02:02,122
ตอนนั้นเองที่สกายเรเดอร์ทิ้งระเบิดรอบที่สาม

17
00:02:04,082 --> 00:02:09,087
มันทิ้งระเบิดนาปาล์มสี่ลูก
ใส่ชาวบ้านและกองทหารเหล่านั้น

18
00:02:11,047 --> 00:02:13,967
ไม่กี่อึดใจต่อมา กลุ่มของนักข่าวที่กำลังจับตาดู

19
00:02:14,050 --> 00:02:17,428
ได้เดินอย่างระมัดระวัง
ไปตามถนน เข้าสู่กลุ่มควัน

20
00:02:18,763 --> 00:02:21,099
ภาพที่เราเห็นนั้นน่ากลัวมาก

21
00:02:25,061 --> 00:02:27,272
{\an8}เมื่อควันจางลง ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งนำมา

22
00:02:27,355 --> 00:02:28,982
{\an8}(เสียงของนิค อู๊ต
ช่างภาพประจำ)

23
00:02:29,065 --> 00:02:30,608
{\an8}ตามมาด้วยผู้หญิงอีกคนที่อุ้มเด็ก

24
00:02:30,692 --> 00:02:32,110
{\an8}(แอสโซซิเอเต็ดเพรส (เอพี) ไซ่ง่อน)

25
00:02:32,694 --> 00:02:35,572
เธอร้องว่า "ช่วยด้วย หลานฉัน"

26
00:02:37,157 --> 00:02:38,825
พวกนักข่าวหยุดเธอไว้

27
00:02:39,325 --> 00:02:43,329
และเด็กคนนั้นก็เสียชีวิตลง
หลังจากที่ผมกดชัตเตอร์แค่อึดใจเดียว

28
00:02:48,501 --> 00:02:49,961
คนแรกๆ ที่เราเห็น

29
00:02:50,044 --> 00:02:52,964
เป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณเก้าขวบ
ที่กำลังวิ่งไปตามถนน

30
00:02:53,047 --> 00:02:54,424
เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น

31
00:02:54,507 --> 00:02:57,427
เธออาจจะฉีกมันออกตอนที่เสื้อผ้าติดไฟ

32
00:02:58,678 --> 00:03:01,973
{\an8}ตอนที่มองผ่านเลนส์
ผมเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นกางแขนแบบนี้

33
00:03:02,056 --> 00:03:02,891
{\an8}แล้วก็วิ่งมา

34
00:03:07,395 --> 00:03:08,938
ผมถ่ายรูปเธอไว้

35
00:03:10,064 --> 00:03:13,318
ตอนที่เธอวิ่งผ่านผมไป
ผมเห็นผิวของเธอหลุดลอก

36
00:03:13,818 --> 00:03:15,445
ลำตัวถูกไฟไหม้รุนแรง

37
00:03:15,528 --> 00:03:17,822
ผมบอกว่า "ไม่ ผมไม่อยากถ่ายรูปเธอแล้ว

38
00:03:17,906 --> 00:03:19,365
เธอคงตายในอีกไม่กี่นาที"

39
00:03:21,242 --> 00:03:25,246
นี่เป็นรูปที่เราห้าหรือหกคน
ได้เห็นอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง

40
00:03:25,330 --> 00:03:27,081
{\an8}และอีก 24 ชั่วโมงต่อมา

41
00:03:27,165 --> 00:03:29,125
ก็อาจจะมีคนเป็นพันล้านคนได้เห็นรูปนั้น

42
00:03:29,209 --> 00:03:30,710
มันถูกตีพิมพ์ไปทั่วโลก

43
00:03:30,793 --> 00:03:32,629
เป็นภาพที่สะเทือนใจอย่างมาก

44
00:03:32,712 --> 00:03:35,548
จนฝังลึกอยู่ในสำนึกร่วม

45
00:03:35,632 --> 00:03:36,925
ของชาวอเมริกันมากมาย

46
00:03:37,008 --> 00:03:38,760
สำหรับนิค มันหมายถึงรางวัลพูลิตเซอร์

47
00:03:38,843 --> 00:03:39,969
รางวัลพูลิตเซอร์

48
00:03:40,053 --> 00:03:43,556
และรางวัลภาพข่าวโลกแห่งปี ปี 1973

49
00:03:43,640 --> 00:03:45,266
ทุกท่านครับ นี่คือนิค อู๊ต

50
00:03:45,350 --> 00:03:47,810
ช่างภาพเอพีผู้โด่งดัง

51
00:03:47,894 --> 00:03:49,520
- นิค อู๊ต
- นิค อู๊ต

52
00:03:49,604 --> 00:03:53,900
หนึ่งในรูปถ่ายที่ทรงอิทธิพล
และเป็นที่จดจำที่สุดในประวัติศาสตร์

53
00:03:53,983 --> 00:03:55,526
{\an8}เกิดขึ้นเมื่อ 35 ปีก่อน

54
00:03:55,610 --> 00:03:58,571
{\an8}ผ่านมาแล้ว 40 ปีค่ะ

55
00:03:58,655 --> 00:04:00,782
{\an8}ครบรอบ 50 ปีของรูปภาพอันโด่งดัง

56
00:04:00,865 --> 00:04:03,952
{\an8}โป๊ปฟรานซิสพบผู้หญิง
ที่รู้จักกันในชื่อ "เด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม"

57
00:04:04,035 --> 00:04:06,955
และช่างภาพข่าวที่ผลงานของเขาได้เปลี่ยนทั้งคู่

58
00:04:07,038 --> 00:04:08,748
ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ

59
00:04:08,831 --> 00:04:14,128
คุณทำใจยังไงกับเรื่องที่เศร้าสลดแบบนี้
แต่กลับนำมาซึ่งชื่อเสียงคะ

60
00:04:15,296 --> 00:04:16,297
โชคดีนะ

61
00:04:19,050 --> 00:04:23,137
ถึงแกรี่ ผมแบกรับความทุกข์นี้มาตลอด 50 ปี

62
00:04:23,221 --> 00:04:24,973
และไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ

63
00:04:25,515 --> 00:04:29,310
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1972
ผมเป็นบรรณาธิการภาพให้กับเอพีที่ไซ่ง่อน

64
00:04:29,394 --> 00:04:33,564
ตอนที่นิค อู๊ตถ่ายรูป
เด็กหญิงระเบิดนาปาล์มอันโด่งดัง

65
00:04:33,648 --> 00:04:37,235
พูดง่ายๆ ก็คือ นิคไม่ได้เป็นคนถ่ายรูปที่โด่งดังนั้น

66
00:04:38,069 --> 00:04:41,114
ที่จริงแล้วเป็นช่างภาพอิสระ
หรือช่างภาพฟรีแลนซ์น่ะ

67
00:04:42,490 --> 00:04:44,450
เรื่องนี้ยังมีอะไรอีกมาก

68
00:04:45,118 --> 00:04:47,120
ถึงเวลาที่ผมต้องสะสางเรื่องในใจแล้ว

69
00:04:47,912 --> 00:04:54,919
(ช่างภาพเบื้องหลังรูปถ่ายประวัติศาสตร์)

70
00:05:03,094 --> 00:05:04,262
(แกรี่ ไนต์
ช่างภาพข่าว)

71
00:05:04,345 --> 00:05:06,764
ผมเป็นช่างภาพอิสระอยู่กว่า 20 ปีได้

72
00:05:07,932 --> 00:05:09,642
เป็นชีวิตที่เปราะบางนะ

73
00:05:10,310 --> 00:05:13,313
สิ่งเดียวที่เรามีก็คือเครดิตผลงานตัวเอง

74
00:05:15,440 --> 00:05:18,359
มันเป็นรายได้ แล้วก็เป็นมรดกของเรา

75
00:05:19,777 --> 00:05:21,904
(เซเว่น)

76
00:05:22,530 --> 00:05:26,409
(อาร์ล ประเทศฝรั่งเศส)

77
00:05:34,208 --> 00:05:37,128
รูปถ่ายบางรูปก็แค่เหนือกว่ารูปอื่นๆ

78
00:05:39,714 --> 00:05:41,424
{\an8}มันจับบางอย่างไว้ได้

79
00:05:41,507 --> 00:05:44,469
{\an8}มันสื่อถึงเรื่องราวหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่ง

80
00:05:44,552 --> 00:05:47,847
{\an8}ในทางใดทางหนึ่งที่รูปอื่นๆ ยังไปไม่ถึง

81
00:05:50,183 --> 00:05:53,728
ก็อธิบายยากอยู่นะ
แต่เมื่อได้เห็น เราจะรู้ได้เอง

82
00:06:00,068 --> 00:06:02,737
วันหนึ่งในเดือนธันวาคมปี 2022

83
00:06:02,820 --> 00:06:06,366
ผมได้รับอีเมลจากคนที่ชื่อคาร์ล โรบินสัน

84
00:06:06,449 --> 00:06:09,369
ผมแบกรับความทุกข์นี้มาตลอด 50 ปี

85
00:06:09,452 --> 00:06:10,995
พูดง่ายๆ ก็คือ

86
00:06:11,079 --> 00:06:14,248
นิคไม่ได้เป็นคนถ่ายรูปที่โด่งดังนั้น

87
00:06:14,332 --> 00:06:16,417
นั่นเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมากนะ

88
00:06:16,959 --> 00:06:18,628
เล่นเอาผมอึ้งไปเลย

89
00:06:19,128 --> 00:06:22,590
เขาเคยเป็นบรรณาธิการภาพของเอพี
เขาอยู่ในห้องนั้นด้วย

90
00:06:22,673 --> 00:06:24,675
ราวกับฝันร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำๆ

91
00:06:24,759 --> 00:06:28,262
เขาบอกว่า "ผมพร้อมจะเล่าเรื่องของผมแล้ว

92
00:06:29,430 --> 00:06:31,349
ผมพร้อมจะบอกให้โลกได้รู้

93
00:06:31,849 --> 00:06:34,310
และผมอยากให้คุณช่วย"

94
00:06:40,608 --> 00:06:41,818
รูปถ่ายของกิม ฟุก

95
00:06:41,901 --> 00:06:47,448
อาจเป็นรูปที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุด
ในประวัติศาสตร์รูปถ่ายสงครามเลย

96
00:06:48,074 --> 00:06:50,284
มันเปรียบเหมือนแดนศักดิ์สิทธิ์

97
00:06:50,368 --> 00:06:53,996
และความคิดที่ว่า
มันอาจถูกถ่ายโดยคนอื่นที่ไม่ใช่นิค อู๊ต

98
00:06:54,080 --> 00:06:56,165
ก็ร้ายแรงอย่างยิ่ง

99
00:06:57,750 --> 00:06:59,085
ผมคิดว่า

100
00:06:59,168 --> 00:07:03,381
นั่นเป็นข้อกล่าวหาที่ต้องถูกสืบสวนจริงๆ

101
00:07:03,881 --> 00:07:07,718
และมันอาจไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้
เราอาจไม่มีวันรู้คำตอบเลยก็ได้

102
00:07:07,802 --> 00:07:10,596
แต่แน่นอนว่ามันเป็นคำถาม
ที่ต้องการคำตอบสักอย่าง

103
00:07:20,022 --> 00:07:24,902
{\an8}(นครโฮจิมินห์)

104
00:07:30,324 --> 00:07:31,868
ผมต้องนั่งคุยกับคาร์ล

105
00:07:33,578 --> 00:07:35,580
นี่เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก

106
00:07:35,663 --> 00:07:37,582
และถึงแม้ว่าเราจะมีเพื่อนร่วมกัน

107
00:07:38,082 --> 00:07:39,959
ผมก็ไม่ได้รู้จักคาร์ลจริงๆ

108
00:07:40,668 --> 00:07:44,213
ผมจะเชื่อเขาได้ไหม
หรือนี่จะเป็นแค่ความแค้นที่ฝังใจมานาน

109
00:07:44,297 --> 00:07:45,339
ไง คาร์ล

110
00:07:45,423 --> 00:07:47,133
- สบายดีไหม
- ดีใจที่ได้เจอนะ

111
00:07:49,135 --> 00:07:52,722
อดีตทั้งหมดของผมอยู่ตรงหน้านี่เอง

112
00:07:52,805 --> 00:07:53,681
ก็จริง

113
00:07:59,937 --> 00:08:05,443
คาร์ล เข้าเรื่องที่จั้งบ่างเลยดีกว่า
วันที่ 8 มิถุนายน 1972

114
00:08:05,526 --> 00:08:07,487
{\an8}บอกหน่อยว่าคุณเริ่มต้นวันยังไง

115
00:08:07,570 --> 00:08:10,531
{\an8}ผมมักจะถึงที่ทำงานประมาณเจ็ดโมงครึ่ง

116
00:08:10,615 --> 00:08:12,200
ตรวจดูข่าวที่เข้ามาเมื่อคืน

117
00:08:12,283 --> 00:08:15,495
และรายงานเบื้องต้นว่าเรื่องไหนต้องทำข่าวต่อ

118
00:08:18,372 --> 00:08:22,543
ที่สำนักงานเอพี
เราไม่รู้เลยว่ามีเรื่องเกิดขึ้นที่จั้งบ่าง

119
00:08:23,127 --> 00:08:26,297
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรเกิดขึ้นแถวนั้น

120
00:08:28,883 --> 00:08:31,219
พวกคุณทุกคนอยู่ที่ไซ่ง่อน

121
00:08:31,302 --> 00:08:33,638
เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณกลับมาจากมื้อเที่ยงวันนั้น

122
00:08:34,347 --> 00:08:38,309
ผมกลับมาช้ากว่าปกตินิดหน่อย สักบ่ายสามได้

123
00:08:38,392 --> 00:08:43,523
ฮอร์สต์ ฟาสและปีเตอร์ อาร์เน็ตต์
ยังกินมื้อเที่ยงอยู่ที่โรงแรมรอแยล

124
00:08:44,148 --> 00:08:47,151
ส่วนแจ็คสันล้างฟิล์มเสร็จแล้ว

125
00:08:49,987 --> 00:08:52,156
แจ็คสันบอกว่า "นี่ มาดูนี่สิ"

126
00:08:53,574 --> 00:08:56,494
แล้วก็มีรูปของเด็กผู้หญิงเปลือยคนนี้

127
00:08:56,577 --> 00:08:58,037
วิ่งมาตามถนน

128
00:08:58,913 --> 00:09:03,334
และปฏิกิริยาแรกของเราคือ
"เราใช้รูปนั้นไม่ได้จริงๆ"

129
00:09:03,417 --> 00:09:06,587
เราจะไม่แสดงภาพเปลือยด้านหน้าของเด็ก

130
00:09:07,380 --> 00:09:09,382
ผมก็ตรวจดูฟิล์มม้วนนั้นด้วย

131
00:09:09,465 --> 00:09:12,385
แล้วก็เช็กเครดิตว่าใครที่ถ่ายรูปนั้น

132
00:09:13,886 --> 00:09:17,515
เรามีระบบลงบันทึกข้อมูลสองชั้น
ในสมุดแบบฝึกหัดของโรงเรียน

133
00:09:18,224 --> 00:09:21,310
ตอนนั้นเรามีฟิล์มประมาณสี่ม้วน มีฟิล์มของนิค อู๊ต

134
00:09:21,394 --> 00:09:23,729
และจากช่างภาพอิสระอีกสองคน ถ้าจำไม่ผิด

135
00:09:25,106 --> 00:09:28,609
รูปด้านหน้าเต็มๆ มาจาก
ช่างภาพอิสระคนนั้น ผมเช็กชื่อเขาแล้ว

136
00:09:30,736 --> 00:09:33,030
มีรูปจากนิค อู๊ต

137
00:09:33,114 --> 00:09:36,742
ที่เป็นรูปเด็กผู้หญิงคนนั้น
วิ่งผ่านไปจากมุมด้านข้าง

138
00:09:36,826 --> 00:09:40,246
ที่จริงผมเลือกรูปนั้นเพราะมันไม่โจ่งแจ้ง

139
00:09:40,788 --> 00:09:43,541
แล้วฮอร์สต์ ฟาสก็กลับมาจากมื้อเที่ยงพอดี

140
00:09:44,041 --> 00:09:47,670
{\an8}ฮอร์สต์ ฟาส ช่างภาพระดับตำนานของเอพี

141
00:09:47,753 --> 00:09:50,464
{\an8}คุณคงเรียกเขาว่าเป็นหนุ่มร่างยักษ์

142
00:09:50,548 --> 00:09:52,216
{\an8}เขาเป็นมืออาชีพตัวจริง

143
00:09:52,300 --> 00:09:56,596
ห้องมืดที่เขาตั้งขึ้น
ในสำนักงานแอสโซซิเอเต็ดเพรส

144
00:09:56,679 --> 00:09:58,055
มันระดับโลกจริงๆ

145
00:09:58,723 --> 00:10:00,933
แต่เขาก็เป็นหัวหน้าที่เข้มงวดมากเช่นกัน

146
00:10:01,017 --> 00:10:05,938
เราไม่อยากหาเรื่องให้ฮอร์สต์ไม่ชอบ
เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก

147
00:10:07,106 --> 00:10:09,900
รูปนั้นวางอยู่บนโต๊ะ

148
00:10:09,984 --> 00:10:13,571
เขาเห็นมันแล้วก็แบบว่า
"แจ๋ว เราจะใช้รูปนั้นแหละ"

149
00:10:14,780 --> 00:10:19,285
ไม่ต้องสงสัยเลย
เขาเป็นคนตัดสินใจ และเขาเป็นหัวหน้า

150
00:10:20,786 --> 00:10:23,080
แล้วผมก็เริ่มเขียนคำบรรยายใต้ภาพ

151
00:10:24,957 --> 00:10:27,501
ผมเขียนใกล้จะเสร็จแล้ว ประมาณสี่บรรทัดได้

152
00:10:27,585 --> 00:10:33,299
และเราจะใส่ "เอสทีเอฟ-สแลช"
สำหรับช่างภาพประจำ

153
00:10:33,382 --> 00:10:37,845
และสำหรับช่างภาพอิสระ
เราจะใส่ "เอสทีอาร์-สแลช" ในชื่อ

154
00:10:37,928 --> 00:10:40,973
ผมเหลือบมองที่สมุด

155
00:10:41,557 --> 00:10:45,519
และฮอร์สต์ ฟาสที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมก็พูดว่า

156
00:10:45,603 --> 00:10:47,647
"นิค อู๊ต ใส่ชื่อนิค อู๊ต"

157
00:10:48,731 --> 00:10:50,149
"ใส่ว่าช่างภาพประจำ"

158
00:10:50,232 --> 00:10:52,818
"ใส่ชื่อนิค อู๊ต" เขาพูดคำนั้นเป๊ะๆ เลย

159
00:10:55,196 --> 00:10:59,492
แล้วมันก็ติดอยู่ในหัวผมมาตลอดชีวิต คำพูดนั้นน่ะ

160
00:11:00,284 --> 00:11:04,789
ทำไมคุณไม่หันไปหาฮอร์สต์ แล้วปฏิเสธล่ะ

161
00:11:06,916 --> 00:11:10,503
นั่นมัน… บอกตามตรง
ผมก็ทรมานกับมันมาตลอดชีวิตนะ

162
00:11:11,504 --> 00:11:13,881
ผมได้งานนี้มาก็เพราะ

163
00:11:14,590 --> 00:11:15,424
ฮอร์สต์ ฟาส

164
00:11:15,508 --> 00:11:18,928
ตอนนั้นผมแต่งงานมาสามปี และเรามีลูกสองคน

165
00:11:19,011 --> 00:11:21,013
และนี่คืองานของผม

166
00:11:21,597 --> 00:11:22,682
นี่คืออาชีพเลี้ยงตัวผม

167
00:11:22,765 --> 00:11:26,018
ผมไม่ได้เถียง ผมก็แค่ทำตามนั้น

168
00:11:27,186 --> 00:11:30,523
และผมก็รู้สึกแย่กับเรื่องนั้นมาตลอดชีวิต

169
00:11:30,606 --> 00:11:33,776
ที่ผมไม่มีความกล้ามากพอ

170
00:11:33,859 --> 00:11:37,405
มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ตามหลอกหลอนผมมาตลอด

171
00:11:37,488 --> 00:11:39,448
คุณพูดถูก เรื่องความผิดน่ะ

172
00:11:47,498 --> 00:11:51,043
ฉันจำได้ว่าคืนนั้นเขากลับมาดึกมาก

173
00:11:51,127 --> 00:11:52,712
เขาดูอึดอัดมาก

174
00:11:52,795 --> 00:11:57,591
{\an8}แล้วก็เอาแต่พูดเรื่องเด็กผู้หญิงคนนี้

175
00:11:57,675 --> 00:12:00,594
ที่มีรอยไหม้ และทุกอย่างเลย

176
00:12:01,429 --> 00:12:03,139
ฉันจำได้ว่าเขาพูดว่า

177
00:12:03,222 --> 00:12:07,935
ฮอร์สต์อยากให้ผมใส่ชื่อนิค อู๊ตในรูปนี้

178
00:12:08,644 --> 00:12:11,522
แต่นิค อู๊ตไม่ได้ถ่ายมัน เป็นคนอื่นต่างหาก

179
00:12:13,524 --> 00:12:15,109
และเขาดูอึดอัดมาก

180
00:12:16,485 --> 00:12:17,611
นั่นคือที่ฉันจำได้ค่ะ

181
00:12:26,287 --> 00:12:27,872
ทุกครั้งที่ฉันไปที่สำนักงาน

182
00:12:27,955 --> 00:12:30,541
จะมีคนเวียดนามมาคุยกับฉันตลอด

183
00:12:30,624 --> 00:12:32,418
แล้วพวกเขาพูดว่าไงครับ

184
00:12:32,918 --> 00:12:35,296
พูดว่า "รูปนั้นไม่ใช่ของนิค อู๊ต"

185
00:12:36,046 --> 00:12:38,090
จะพูดได้ไหมว่ามันเป็นความลับ

186
00:12:38,174 --> 00:12:40,593
- ที่ช่างภาพเวียดนามต่างรู้กัน
- ได้ค่ะ

187
00:12:42,428 --> 00:12:45,181
คาร์ล เราดูรูปพวกนี้แล้ว

188
00:12:45,264 --> 00:12:47,975
และเราระบุตัวคนส่วนใหญ่ในนั้นได้

189
00:12:48,058 --> 00:12:50,311
ทีมข่าวเอ็นบีซี นิค อู๊ต

190
00:12:50,394 --> 00:12:53,689
แต่ก็มีคนหนึ่งที่ปรากฏในรูปพวกนี้

191
00:12:53,773 --> 00:12:56,609
ผมไม่เคยเห็นรูปที่ให้เครดิตว่าเป็นของ…

192
00:12:56,692 --> 00:12:58,444
คุณรู้ไหมว่านั่นใคร

193
00:12:58,527 --> 00:13:01,947
ผมสงสัยว่านี่อาจจะคนที่เราตามหาอยู่

194
00:13:02,031 --> 00:13:06,327
งั้นสมมติฐานของคุณก็คือ
ชายคนนี้คือช่างภาพอิสระคนนั้น

195
00:13:06,410 --> 00:13:08,954
ที่ถ่ายรูปกิม ฟุกจากด้านหน้า

196
00:13:09,038 --> 00:13:10,456
ใช่ ถูกต้องเลย

197
00:13:10,539 --> 00:13:15,377
ช่างภาพอิสระที่ไม่คุ้นหน้า
เขาไม่อยู่ในทีมช่างภาพอิสระที่เราใช้บ่อยๆ

198
00:13:15,461 --> 00:13:17,838
ไม่ใช่ชื่อที่ผมคุ้นเคยเท่าไร

199
00:13:17,922 --> 00:13:19,381
ผมเลยจำไม่ได้

200
00:13:23,552 --> 00:13:26,680
ผ่านมา 50 ปี และผมอายุจะ 80 แล้ว

201
00:13:27,431 --> 00:13:29,725
สิ่งที่ผมอยากทำจริงๆ ก่อนจะตายไป

202
00:13:29,809 --> 00:13:35,815
คือตามหาช่างภาพตัวจริง แล้วก็ขอโทษเขาน่ะ

203
00:13:39,568 --> 00:13:42,112
ผมรู้ว่าแค่ขอโทษคงไม่พอแน่นอน

204
00:13:42,196 --> 00:13:46,909
แต่อย่างน้อยก็ทำให้
ความจริงมันกระจ่างได้ใช่ไหม

205
00:13:46,992 --> 00:13:52,039
แบบว่า… ผมคิดว่าการขอโทษ
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมทำได้ในตอนนี้

206
00:13:52,706 --> 00:13:55,334
- อาจเป็นสิ่งเดียวที่คุณทำได้ด้วย
- ใช่เลย

207
00:14:03,717 --> 00:14:09,932
สถานะของนิค อู๊ตในฐานะช่างภาพ
แทบจะเป็นที่รู้จักดีพอๆ กับรูปนั้นเลย

208
00:14:10,558 --> 00:14:12,268
{\an8}กางแขนแบบนี้ แล้วก็วิ่งมา

209
00:14:12,351 --> 00:14:14,228
แล้วผมก็วิ่งทันที…

210
00:14:14,311 --> 00:14:18,566
ฮหวิ่ง ทังย์ หมี พี่ชายของนิค
เป็นนักแสดงและช่างภาพ

211
00:14:18,649 --> 00:14:22,027
ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ให้กับเอพีเมื่อปี 1965

212
00:14:23,279 --> 00:14:24,905
เรื่องราวของเด็กบ้านนอก

213
00:14:24,989 --> 00:14:27,658
ที่ก้าวออกจากร่มเงาของพี่ชายผู้มีพรสวรรค์…

214
00:14:27,741 --> 00:14:28,909
ตอนนี้เอพีเป็นครอบครัวผม

215
00:14:28,993 --> 00:14:32,121
{\an8}และคว้ารางวัลพูลิตเซอร์ตอนอายุ 21 ปี

216
00:14:32,621 --> 00:14:34,498
เป็นเรื่องที่กลายเป็นตำนาน

217
00:14:35,708 --> 00:14:39,253
ตำนานที่เอพีส่งเสริมมาตลอด 50 ปี

218
00:14:39,336 --> 00:14:42,631
รวมถึงในหนังสือและภาพยนตร์ของพวกเขา
"ฟรอม เฮลล์ ทู ฮอลลีวูด"

219
00:14:43,132 --> 00:14:45,175
ผมมาแอลเอเมื่อปี 1977

220
00:14:45,676 --> 00:14:48,095
ผมมองป้ายฮอลลีวูด แล้วพูดว่า "โอ้โฮ

221
00:14:48,596 --> 00:14:50,639
เวียดนามกับฮอลลีวูด ต่างกันสุดๆ เลย"

222
00:14:50,723 --> 00:14:54,059
เขามีสัญชาตญาณ
ในการพาตัวเองไปอยู่ในจุดเหมาะๆ

223
00:14:54,143 --> 00:14:55,269
เพื่อลั่นชัตเตอร์

224
00:14:55,769 --> 00:14:59,356
การพลิกตำนานนั้น
คงเป็นการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่เลย

225
00:15:00,065 --> 00:15:03,485
ถ้านิค อู๊ตไม่ได้ถ่ายรูปนั้น แล้วใครถ่ายล่ะ

226
00:15:04,194 --> 00:15:07,823
{\an8}สำนักงานเอพีเคยอยู่ตรงนี้ ตรงนี้เลย

227
00:15:08,324 --> 00:15:09,909
{\an8}นี่มันเป็นไปไม่ได้แน่

228
00:15:09,992 --> 00:15:12,912
เราคงไม่มีทางหาชายคนนี้เจอแน่

229
00:15:13,412 --> 00:15:17,333
เราไม่มีข้อมูลว่าเขาเป็นใคร

230
00:15:17,416 --> 00:15:18,918
ไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม

231
00:15:19,001 --> 00:15:22,463
ว่าเขายังอยู่ในเวียดนาม
หรือว่าเขาอยู่ที่ต่างประเทศ

232
00:15:22,963 --> 00:15:28,552
ผมมาทำงานที่นี่หลังจากนั้นมาก
เลยไม่รู้จักคนพวกนั้น

233
00:15:28,636 --> 00:15:32,056
เขาไม่รู้จักใครที่ทำงานที่เอพีเลย

234
00:15:32,139 --> 00:15:35,267
เขารู้จักแค่ชมรมช่างภาพ

235
00:15:35,768 --> 00:15:37,686
(สงคราม)

236
00:15:37,770 --> 00:15:39,146
(พิพิธภัณฑ์สงคราม)

237
00:15:43,817 --> 00:15:48,697
ฉันชื่อเล เวิน เป็นนักข่าว
ที่อาศัยอยู่ในนครโฮจิมินห์

238
00:15:49,907 --> 00:15:52,743
ตอนแรก เรื่องนี้กระตุกต่อมสงสัยของฉัน

239
00:15:52,826 --> 00:15:55,746
แต่ฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันจริงหรือไม่

240
00:15:56,246 --> 00:16:00,834
ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม

241
00:16:00,918 --> 00:16:04,880
แล้วมันถูกปกปิดมานานหลายปีขนาดนี้ได้ยังไง

242
00:16:04,964 --> 00:16:09,843
ตอนที่คุณคาร์ลบอกฉันว่า
อยากตามหาช่างภาพตัวจริงของรูปนั้น

243
00:16:09,927 --> 00:16:11,971
เพื่อกล่าวขอโทษเขา

244
00:16:12,054 --> 00:16:17,518
เขาได้ส่งรูปคนคนนั้นมาให้ฉันสองสามรูป

245
00:16:17,601 --> 00:16:19,728
ที่เขาคิดว่าเป็นผู้ถ่ายรูปนั้น

246
00:16:19,812 --> 00:16:23,649
และตั้งแต่นั้น ฉันก็เริ่มตามหาเขา

247
00:16:29,613 --> 00:16:32,992
- อรุณสวัสดิ์ เป็นไงคะ
- ดีใจที่ได้เจอครับ สบายดีไหม

248
00:16:33,075 --> 00:16:36,996
คนรุ่นผมมักพยายามใช้ชีวิต
ดำเนินรอยตามตำนาน

249
00:16:37,079 --> 00:16:39,206
ของเหล่าช่างภาพเวียดนาม

250
00:16:42,626 --> 00:16:47,881
มรดกทางรูปถ่ายของเอพีในเวียดนาม
เกิดขึ้นจากรางวัลพูลิตเซอร์สี่รางวัล

251
00:16:48,549 --> 00:16:51,051
รูปพระเผาตัวเองของมัลคอล์ม บราวน์

252
00:16:51,635 --> 00:16:54,722
ภาพเล่าเรื่องของฮอร์สต์ ฟาสจากปี 1964

253
00:16:55,222 --> 00:16:57,850
รูปการประหารสมาชิกเวียดกงของเอ็ดดี้ อดัมส์

254
00:16:58,642 --> 00:17:01,061
และรูปถ่ายของเด็กผู้หญิงวัยเก้าขวบ

255
00:17:01,145 --> 00:17:04,523
{\an8}วิ่งหนีจากการโจมตีด้วยระเบิดนาปาล์มที่จั้งบ่าง

256
00:17:04,606 --> 00:17:08,193
{\an8}(จั้งบ่าง
ประเทศเวียดนาม)

257
00:17:22,207 --> 00:17:25,044
{\an8}เธอวิ่งออกมาจากวัด ออกไปที่ถนน กลาง…

258
00:17:25,127 --> 00:17:27,546
{\an8}(โห่ ถิ เหี่ยน ลูกพี่ลูกน้องกิม ฟุก
อายุ 12 ปีในปี 1972)

259
00:17:27,629 --> 00:17:30,841
แล้วพวกเขาก็วิ่งมาตรงนี้ จุดที่เราอยู่นี่แหละ

260
00:17:33,844 --> 00:17:37,848
{\an8}พวกนั้นทิ้งระเบิดในบริเวณนี้ก่อน
จากนั้นก็ไปต่อยังพื้นที่อื่นๆ

261
00:17:37,931 --> 00:17:40,851
{\an8}(โห่ วัน บักย์ ลูกพี่ลูกน้องกิม ฟุก
อายุ 11 ปีในปี 1972)

262
00:17:42,561 --> 00:17:44,104
นี่เป็นรอบแรก

263
00:17:44,188 --> 00:17:46,899
งั้นนี่ก็คือระเบิดนาปาล์มที่เผาเด็กๆ เหรอ

264
00:17:46,982 --> 00:17:48,984
- ใช่ ระเบิดนาปาล์ม
- ครับ

265
00:17:49,068 --> 00:17:52,029
นี่คือฉันกับครอบครัวของกิม ฟุก

266
00:17:52,112 --> 00:17:54,198
นี่กิม ฟุก นี่ตาม

267
00:17:54,698 --> 00:17:57,785
ทั้งครอบครัว นี่ก็ด้วย ทั้งครอบครัวเลย

268
00:17:58,619 --> 00:18:00,079
ตรงนี้คือคุณเหรอ

269
00:18:00,162 --> 00:18:02,331
แล้วคุณอยู่ไหน คุณอยู่นี่

270
00:18:03,082 --> 00:18:05,667
- และ… ตรงนี้
- ใช่ นั่นฉันเอง

271
00:18:06,168 --> 00:18:08,337
นี่ พี่สาวผมกำลังจูงน้องชายผม

272
00:18:08,420 --> 00:18:11,632
มีเสียงกรีดร้องดังระงม

273
00:18:11,715 --> 00:18:13,759
ผมตั้งสติ

274
00:18:13,842 --> 00:18:17,971
และแกะชิ้นส่วนระเบิด

275
00:18:18,055 --> 00:18:23,143
ที่ติดบนตัวพวกเขาเหมือนข้าวไหม้ออก

276
00:18:23,227 --> 00:18:27,106
แล้วคุณอยู่ที่ไหนตอนที่ทิ้งระเบิดคะ

277
00:18:27,189 --> 00:18:30,442
ฉันวิ่งหนีอยู่ แล้วตอนที่ฉันวิ่ง

278
00:18:31,110 --> 00:18:32,528
ระเบิดก็ถูกทิ้งลงมา

279
00:18:33,237 --> 00:18:38,325
ฉันวิ่งไปกับหน่วย 25
ส่วนกิม ฟุกอยู่กับยายของเธอ เลยถูกไฟไหม้

280
00:18:38,826 --> 00:18:40,661
คุณออกมาพร้อมกิม ฟุกเหรอ

281
00:18:41,537 --> 00:18:45,415
เราวิ่งหนีมาด้วยกัน ผู้คนจากแต่ละฝั่งของสะพาน

282
00:18:45,499 --> 00:18:47,918
ต่างวิ่ง ล้มลุกคลุกคลาน และกรีดร้อง

283
00:18:48,001 --> 00:18:50,671
แล้ววิ่งไปหากลุ่มนักข่าวเหรอ

284
00:18:50,754 --> 00:18:52,673
คุณเข้าใจไหมว่านักข่าวเป็นใคร

285
00:18:52,756 --> 00:18:55,843
หรือว่าพวกเขาทำอะไร
คุณรู้เหรอว่าพวกเขาเป็นนักข่าว

286
00:18:55,926 --> 00:18:58,554
ไม่ ฉันก็ไม่รู้ว่าใครถ่ายรูปเหมือนกัน

287
00:18:58,637 --> 00:19:03,100
งั้นนี่ก็คือช่วงที่รูปท้ายๆ ถูกถ่ายไว้

288
00:19:03,183 --> 00:19:06,311
เด็กที่บาดเจ็บได้ไปหรือถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

289
00:19:06,395 --> 00:19:08,939
พอจะจำได้ไหมว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง

290
00:19:09,022 --> 00:19:10,816
เด็กๆ ไปโรงพยาบาลได้ยังไง

291
00:19:10,899 --> 00:19:13,819
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
กิม ฟุกไปโรงพยาบาลได้ยังไง

292
00:19:13,902 --> 00:19:17,114
- ผมเห็นพวกเขาพาเธอขึ้นรถ
- ใครพาเธอขึ้นรถคะ

293
00:19:17,197 --> 00:19:20,242
คนแถวนั้นน่ะ ผู้คนช่วยกันพาเธอขึ้นรถ

294
00:19:20,325 --> 00:19:22,035
พวกเขาเป็นใครคะ

295
00:19:22,536 --> 00:19:24,246
มีคนอยู่ตั้งเยอะแยะ

296
00:19:24,329 --> 00:19:27,749
- เป็นชาวบ้านหรือทหาร
- ชาวบ้าน พวกเขาพาเธอขึ้นรถ

297
00:19:27,833 --> 00:19:31,461
สมัยนั้น ใครที่ดูสะอาดสะอ้าน มีผิวขาว

298
00:19:31,545 --> 00:19:34,339
เราก็คิดว่าเป็นชาวอเมริกัน

299
00:19:34,423 --> 00:19:39,678
เราบอกว่า "ให้พวกเขาพาเธอไปรักษา"
แล้วก็จริงนะ เธอรอดมาได้

300
00:19:40,679 --> 00:19:46,560
บักย์ นี่ใช่ผู้ชายที่คุณเห็นว่า
พากิม ฟุกขึ้นรถไปโรงพยาบาลหรือเปล่า

301
00:19:47,269 --> 00:19:48,353
ไม่ใช่

302
00:19:49,229 --> 00:19:52,316
คนนั้นเป็นแค่ชาวบ้านที่แต่งตัวดี

303
00:19:53,317 --> 00:19:56,153
เราจำได้แค่นั้นแหละ

304
00:19:57,487 --> 00:19:59,198
เรื่องมันนานมาแล้ว ปล่อยมันไปเถอะ

305
00:20:01,950 --> 00:20:03,285
เอาละ ขอบคุณครับ

306
00:20:03,785 --> 00:20:05,329
ท่านผู้มีเกียรติ นิค อู๊ตครับ

307
00:20:06,705 --> 00:20:08,832
สวัสดีครับทุกท่าน

308
00:20:09,333 --> 00:20:10,709
เธอดูไม่น่ารอด

309
00:20:10,792 --> 00:20:13,003
แต่รอดมาได้เพราะนิควางกล้องลง

310
00:20:13,086 --> 00:20:15,214
แล้วก็ขับรถพาเธอไปโรงพยาบาล

311
00:20:15,297 --> 00:20:18,634
ผมอุ้มเธอขึ้นมา ส่งเธอขึ้นรถบริษัท รถตู้น่ะ

312
00:20:18,717 --> 00:20:20,177
และเด็กทุกคนที่อยู่ในรถ

313
00:20:20,260 --> 00:20:23,305
พวกเขาร้องไห้กันตลอด
นานสัก 40 นาที 35 นาทีได้

314
00:20:23,388 --> 00:20:25,849
เราแวะที่โรงพยาบาลกู๋จี

315
00:20:26,433 --> 00:20:30,229
พอผมแสดงบัตรสื่อมวลชน มันก็ราบรื่น
พวกเขาพาเธอเข้าไปทันที

316
00:20:44,076 --> 00:20:48,705
รูปนั้นมีผลกระทบอย่างลึกซึ้ง
ต่อประวัติศาสตร์ประเทศของฉัน

317
00:20:50,874 --> 00:20:57,589
รูป "เด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม"
ได้ช่วยขบวนการต่อต้านสงครามในเวียดนาม

318
00:20:57,673 --> 00:21:01,343
และนั่นมีความหมายจริงๆ ต่อชาวเวียดนาม

319
00:21:01,426 --> 00:21:04,429
ที่ผ่านช่วงสงครามอันยาวนาน
ที่มีแต่ความเจ็บปวดและการสูญเสียมา

320
00:21:05,430 --> 00:21:11,728
ด้วยเหตุนี้ คนที่สามารถนำ
ช่วงเวลานี้และรูปนี้สู่สายตาโลก

321
00:21:11,812 --> 00:21:16,149
จึงเป็นวีรบุรุษในประวัติศาสตร์เวียดนาม

322
00:21:20,946 --> 00:21:23,407
(ไซ่ง่อน
ปี 1970)

323
00:21:23,490 --> 00:21:26,868
ผมได้เห็นสงครามเวียดนามทั้งหมด
ตั้งแต่ปี 1968 เป็นต้นมา

324
00:21:26,952 --> 00:21:28,287
ผ่านฟิล์มขาวดำ

325
00:21:29,913 --> 00:21:32,332
สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าคนนอกไม่รู้

326
00:21:32,416 --> 00:21:35,168
คือกลุ่มนักข่าวไซ่ง่อนแข่งขันกันดุเดือดมาก

327
00:21:35,252 --> 00:21:38,088
มีนักข่าวที่ได้รับการรับรองมากกว่า 1,000 คน

328
00:21:38,171 --> 00:21:39,423
จากทั่วโลก

329
00:21:40,549 --> 00:21:43,593
{\an8}ถ้าคุณได้ยินว่ามีการสู้รบครั้งสำคัญ

330
00:21:43,677 --> 00:21:45,971
{\an8}คุณก็จะตื่นแต่เช้าเพื่อเป็นคนแรก

331
00:21:46,054 --> 00:21:48,140
ที่ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปที่นั่น

332
00:21:48,640 --> 00:21:52,644
คุณจะดีใจมากถ้าไม่มี
คนของเอพีหรือรอยเตอร์สอยู่ที่นั่น

333
00:21:59,568 --> 00:22:02,404
{\an8}นักข่าวมียศเป็นพันตรีกิตติมศักดิ์

334
00:22:02,487 --> 00:22:06,158
{\an8}ถ้าคุณอยากขึ้นเฮลิคอปเตอร์
และมีร้อยเอกต่อคิวอยู่

335
00:22:06,241 --> 00:22:08,285
คุณก็แค่ไล่เขาไปได้เลย

336
00:22:10,746 --> 00:22:14,833
สำหรับนักข่าวเด็กๆ
มันเหมือนสนามเล่นผจญภัยของจริง

337
00:22:15,334 --> 00:22:19,087
ต้องสารภาพเลยว่า
บางทีผมสนใจการผจญภัยมากกว่า

338
00:22:19,171 --> 00:22:22,007
ผลกระทบต่อมนุษย์จากสงครามซะอีก

339
00:22:23,550 --> 00:22:26,553
ยิ่งอยู่กับมันมากเท่าไร
ผมก็ยิ่งรู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

340
00:22:29,514 --> 00:22:32,601
ขณะปฏิบัติการ เราสังหารศัตรูไป 53 คน

341
00:22:33,685 --> 00:22:36,021
ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 856 คน

342
00:22:36,855 --> 00:22:41,777
มีความสัมพันธ์แบบหนึ่งในกลุ่มนักข่าว
ที่ออกไปทำข่าวตอนกลางวัน

343
00:22:41,860 --> 00:22:44,488
{\an8}อาจจะเข้าไปในสมรภูมิรบ

344
00:22:44,571 --> 00:22:47,282
{\an8}แล้วก็กลับมาในตอนกลางคืน

345
00:22:48,283 --> 00:22:51,328
ที่จะตัดขาดจาก
ความเปราะบางของผู้คนได้อย่างสิ้นเชิง

346
00:22:52,162 --> 00:22:53,830
มันดูน่าเหลือเชื่อนะ

347
00:22:53,914 --> 00:22:57,709
เราจะเห็นกระสุนถูกยิงไปทั่วเมือง

348
00:22:58,460 --> 00:23:01,046
แต่เราก็จะนั่งดู

349
00:23:01,671 --> 00:23:03,632
พร้อมจิบจินโทนิคไปด้วย

350
00:23:07,761 --> 00:23:11,640
คาร์ลกับผมเป็นเพื่อนกัน แต่เราต่างกันคนละขั้ว

351
00:23:12,224 --> 00:23:13,850
เราคือคนท้องถิ่นที่ถูกจ้างมา

352
00:23:15,102 --> 00:23:17,354
เราทั้งคู่มีภรรยาชาวเวียดนาม

353
00:23:18,188 --> 00:23:20,273
เราจะออกไปตอนกลางคืน

354
00:23:20,357 --> 00:23:21,483
ดื่มเบียร์

355
00:23:21,566 --> 00:23:25,320
และใช้ชีวิตกับชาวเวียดนาม

356
00:23:27,572 --> 00:23:30,409
เราทั้งคู่ต่างเคารพ

357
00:23:30,492 --> 00:23:32,911
ในความรุ่มรวยของวัฒนธรรมเวียดนาม

358
00:23:32,994 --> 00:23:35,580
จากความเปราะบางของผู้คน

359
00:23:37,499 --> 00:23:40,669
สำนักงานแอสโซซิเอเต็ดเพรส
เป็นโรงเรียนที่ยอดเยี่ยม

360
00:23:40,752 --> 00:23:43,296
เป็นสถานที่เรียนรู้ที่น่าทึ่ง ซึ่งผมได้รู้ด้วยตัวเอง

361
00:23:44,506 --> 00:23:49,219
การรุกใหญ่วันอีสเตอร์
ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม เมษายนปี 1972

362
00:23:49,302 --> 00:23:52,180
กองทหารภาคพื้นดินสหรัฐฯ
ถูกถอนกำลังไปเป็นส่วนใหญ่

363
00:23:52,264 --> 00:23:54,099
ในช่วงการลดคนนี้

364
00:23:54,182 --> 00:23:56,726
สำนักข่าวตะวันตก
ก็เริ่มก็ลดจำนวนพนักงานเช่นกัน

365
00:23:56,810 --> 00:23:59,604
ในช่วงนั้น ผมเป็นบรรณาธิการภาพอยู่

366
00:24:00,772 --> 00:24:04,192
ดังนั้น เมื่อการรุกใหญ่เปิดฉาก
คนของเราก็ไม่พอใช่ไหมล่ะ

367
00:24:04,276 --> 00:24:06,862
จะบอกว่ามีปัญหานิดหน่อยก็ไม่ผิด

368
00:24:07,571 --> 00:24:09,322
ช่วงนั้นเลยเป็นทีของยูพีไอ

369
00:24:10,282 --> 00:24:15,370
ฮอร์สต์ ฟาสเลยกลับมาจากสิงคโปร์
แล้วเข้ามาดูแลงานภาพแทนผม

370
00:24:16,246 --> 00:24:19,082
มีบุคคลสำคัญหลายคนในกลุ่มนักข่าวไซ่ง่อน

371
00:24:19,166 --> 00:24:21,793
ฮอร์สต์ ฟาส ที่เป็นบุคคลในตำนาน

372
00:24:22,294 --> 00:24:24,963
คำพูดของเขาถือเป็นที่สุดในสำนักงานเอพี

373
00:24:25,046 --> 00:24:27,883
เขาเคยทำงานกับปีเตอร์ อาร์เน็ตต์
และผู้ชนะพูลิตเซอร์คนอื่นๆ

374
00:24:27,966 --> 00:24:29,426
ซึ่งนั่นสำคัญจริงๆ

375
00:24:30,010 --> 00:24:33,555
ฮอร์สต์เป็นคนร่างใหญ่
ที่มีสำเนียงบาวาเรียนที่น่าฟัง

376
00:24:34,139 --> 00:24:38,143
ดื่มพอสมควร กินเก่ง
และเป็นช่างภาพที่ยอดเยี่ยม

377
00:24:38,226 --> 00:24:40,896
ไม่มีอะไรมาขัดขวางฮอร์สต์กับรูปสวยๆ ได้

378
00:24:40,979 --> 00:24:46,401
เรามีช่างภาพประจำหลักๆ เป็นชาวตะวันตก
และชาวเวียดนามสองสามคน

379
00:24:46,485 --> 00:24:49,362
แล้วก็มีกองทัพช่างภาพอิสระของฟาส

380
00:24:49,446 --> 00:24:52,032
มีช่างภาพฟรีแลนซ์อยู่ทั่วทุกที่

381
00:24:52,949 --> 00:24:55,702
พวกเขาพึ่งพาช่างภาพชาวเวียดนามมาก

382
00:24:55,785 --> 00:25:00,332
ผู้ที่จะออกไปทำข่าวในพื้นที่หลายวัน
หอบฟิล์มไปพะรุงพะรัง

383
00:25:00,415 --> 00:25:02,375
อีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์ค่อยกลับมา

384
00:25:03,376 --> 00:25:05,629
ส่วนใหญ่เป็นช่างภาพทหารเวียดนามใต้

385
00:25:05,712 --> 00:25:09,633
ที่อยากหารายได้เสริมนิดหน่อย
พวกเขาจะให้ฟิล์มกับเรา

386
00:25:10,133 --> 00:25:12,302
เราจะพิมพ์ใบเสร็จ ให้พวกเขาเซ็นชื่อ

387
00:25:12,385 --> 00:25:16,097
แล้วเอาไปให้เลขา
และเธอจะจ่ายพวกเขาเป็นเงินดอลลาร์

388
00:25:16,181 --> 00:25:18,058
ยี่สิบดอลลาร์ แบงก์สีเขียว

389
00:25:21,937 --> 00:25:23,522
คาร์ล รูปนี้

390
00:25:23,605 --> 00:25:26,858
ช่วงเวลาไหนในสำนักงานเอพี

391
00:25:26,942 --> 00:25:31,404
ที่คุณรู้ว่ารูปนี้สื่อถึงอะไรน่ะ

392
00:25:31,905 --> 00:25:34,241
ปฏิกิริยาทันทีเกิดขึ้นในเช้าวันต่อมา

393
00:25:34,324 --> 00:25:38,620
ตอนที่รูปนั้นออกสู่สายตาชาวโลก
แล้วก็มีกระแสตอบรับเข้ามา

394
00:25:38,703 --> 00:25:42,999
ตอนนั้นแหละที่เรารู้ว่า
ตู้ม นั่นจะเป็นข่าวใหญ่จริงๆ แน่

395
00:25:44,167 --> 00:25:46,336
เด็กๆ ที่อยู่ในรูปนี้

396
00:25:46,419 --> 00:25:49,506
ตกเป็นเหยื่อของกองทัพอากาศเวียดนามใต้

397
00:25:54,511 --> 00:25:58,181
หนึ่ง สอง สาม สี่
เราไม่ต้องการสงครามของแก

398
00:25:58,265 --> 00:26:00,475
หนึ่ง สอง สาม สี่

399
00:26:05,480 --> 00:26:07,357
มันเป็นการจัดฉากหรือเปล่า

400
00:26:07,440 --> 00:26:08,608
ก็เป็นได้ครับ

401
00:26:09,526 --> 00:26:12,737
เพราะพวกเขาได้รูปเด็กผู้หญิงที่ไม่ใส่เสื้อผ้านั่น

402
00:26:13,488 --> 00:26:16,157
รูปนั้นมีกระแสตอบรับมหาศาลเลย

403
00:26:19,578 --> 00:26:24,833
รูปนี้ไม่ได้มีผลกระทบกับเวียดนามในตอนนั้นเลย

404
00:26:25,750 --> 00:26:28,169
{\an8}ถ้า ถ้าตัวโตๆ เลยนะ

405
00:26:29,212 --> 00:26:34,509
{\an8}เราได้ข่าวเรื่องเด็กผู้หญิง
ที่ถูกเผาด้วยระเบิดนาปาล์ม

406
00:26:35,176 --> 00:26:37,512
มันก็จะแค่ผ่านตา

407
00:26:38,555 --> 00:26:40,348
ผ่านไปแบบเร็วมากๆ

408
00:26:40,432 --> 00:26:46,229
ข่าวนั้นมันสำคัญน้อยกว่าข่าวที่รายงานว่า

409
00:26:46,313 --> 00:26:50,400
มีคนตายหนึ่ง สิบ ร้อย
แม้แต่มีคนตายพันคนในหนึ่งวันมาก

410
00:26:56,156 --> 00:26:58,908
ผมคิดว่าผมได้รับโทรศัพท์จากคาร์ล

411
00:26:58,992 --> 00:27:03,121
ถามว่าผมไปที่สำนักงานเอพี
เพื่อช่วยเขาหาคนในโรงพยาบาลได้ไหม

412
00:27:03,204 --> 00:27:05,957
เอพีขอให้มีการทำข่าวต่อ

413
00:27:06,041 --> 00:27:09,586
และผมต้องไปตามหา
เด็กหญิงระเบิดนาปาล์มคนนี้ให้เจอ

414
00:27:09,669 --> 00:27:10,837
ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน

415
00:27:11,338 --> 00:27:15,300
และนิค อู๊ตก็ไม่ได้บอกว่า
"นี่ ผมจะไปกับคุณด้วย"

416
00:27:15,383 --> 00:27:18,345
เขาไม่ได้บอกเราที่สำนักงานว่าเธออยู่ที่ไหน

417
00:27:19,429 --> 00:27:22,098
ทอม ฟ็อกซ์และช่างภาพประจำอีกคนของเรา

418
00:27:22,182 --> 00:27:24,976
เราสามคนขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป

419
00:27:25,644 --> 00:27:29,105
ผมจำได้แม่นว่าเจอกิม ฟุก

420
00:27:29,189 --> 00:27:34,194
ยืนอยู่ข้างเตียงเธอพร้อมกับคาร์ล

421
00:27:34,277 --> 00:27:36,154
เธอถูกพันแผลทั้งตัว

422
00:27:36,237 --> 00:27:39,741
มีมุ้งครอบไว้ และเธอรู้สึกตัวอยู่

423
00:27:41,284 --> 00:27:43,703
ผมรู้สึกโกรธ

424
00:27:44,663 --> 00:27:50,543
และสะเทือนใจอย่างยิ่งกับโศกนาฏกรรมนี้

425
00:27:50,627 --> 00:27:53,338
และกับกลิ่นด้วย

426
00:27:55,840 --> 00:27:59,219
เธอมีกลิ่นเหม็นเนื้อไหม้

427
00:28:00,720 --> 00:28:06,476
ซึ่งมันยากมากๆ เลย

428
00:28:06,559 --> 00:28:08,228
ยากมากจริงๆ

429
00:28:08,728 --> 00:28:11,648
(เด็กหญิงตัวไหม้จากระเบิดนาปาล์ม
พักฟื้นในโรงพยาบาล)

430
00:28:11,731 --> 00:28:16,152
ผมสัมภาษณ์พ่อของเธอผ่านทอม
และได้รู้เรื่องราวทั้งหมด

431
00:28:16,236 --> 00:28:18,571
(พ่อแม่ของเธอเฝ้าอยู่ข้างเตียง)

432
00:28:20,407 --> 00:28:24,160
ไม่เคยมีเรื่องราวใดเหมือนกับเวียดนาม
เวียดนามได้พรากบางอย่างไปจากเรา

433
00:28:24,244 --> 00:28:26,996
คาร์ล ไปรู้ชื่อช่างภาพอิสระคนนี้มาจากไหน

434
00:28:27,706 --> 00:28:31,376
ในปี 2010 เรามีงานคืนสู่เหย้า
ที่ชื่อว่า "เวียดนามโอลด์แฮกส์"

435
00:28:31,459 --> 00:28:36,005
โอลด์แฮกส์ได้เผยมุมมองของคาร์ล
ที่ไม่มีเราสักคนเคยสงสัยเลย

436
00:28:36,089 --> 00:28:37,090
และภรรยาผม กิม ซุง

437
00:28:37,173 --> 00:28:40,176
นั่งกับช่างภาพสนามคนหนึ่งในกลุ่มนักข่าวไซ่ง่อน

438
00:28:40,260 --> 00:28:41,594
ซึ่งเคยได้ยินชื่อนั้นมา

439
00:28:44,055 --> 00:28:47,308
งานคืนสู่เหย้ามันใหญ่มาก พูดคุยถามไถ่กันเต็มที่

440
00:28:47,392 --> 00:28:50,186
นิค อู๊ตเห็นจากระยะไกล
ว่าเราเอาบางอย่างออกมา

441
00:28:50,270 --> 00:28:54,023
แล้วก็มีใครสักคนมาพูดกับฉันว่า
"ได้ยินเรื่องใหม่หรือยัง

442
00:28:54,524 --> 00:28:56,526
เรารู้ชื่อของเขาแล้ว"

443
00:28:57,026 --> 00:28:58,737
ช่วยทวนชื่อให้ผมทีได้ไหม

444
00:28:58,820 --> 00:29:00,655
- เหงะ
- เหงะ

445
00:29:01,948 --> 00:29:04,367
เป็นชื่อเวียดนามที่หายากมาก

446
00:29:09,831 --> 00:29:15,754
การตามหาช่างภาพอิสระคนนี้คงจะยาก
เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นมานานมากแล้ว

447
00:29:16,254 --> 00:29:21,217
คนที่น่าจะรู้ ถ้าไม่เสียไปแล้ว

448
00:29:21,301 --> 00:29:25,889
ก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ
และที่อยู่ของพวกเขาก็ไม่ชัดเจน

449
00:29:27,557 --> 00:29:31,269
{\an8}ตอนที่เราโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ข้อมูลมันคลุมเครือมาก

450
00:29:31,352 --> 00:29:32,771
(เขาชื่อเหงะ)

451
00:29:32,854 --> 00:29:33,938
(ตอนนี้คุณเหงะอยู่ที่ไหน)

452
00:29:34,522 --> 00:29:36,232
ฉันเลยไม่ได้หวังอะไรมาก

453
00:29:39,861 --> 00:29:42,280
"แกรี่ ผมชอบที่เราคุยกันเมื่อวานนี้นะ

454
00:29:42,947 --> 00:29:46,493
แต่ทนายของผมแนะนำ
ไม่ให้ผมร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้

455
00:29:46,993 --> 00:29:49,496
ผมขอโทษ แต่ผมปฏิเสธมาตลอด
คุณก็รบเร้าอยู่เรื่อย

456
00:29:49,579 --> 00:29:51,623
แต่ผมไม่อาจทำอะไรมากกว่าที่ทำไปได้แล้ว"

457
00:29:52,457 --> 00:29:54,417
น่าผิดหวังจริงๆ

458
00:29:54,501 --> 00:29:57,045
เขาเป็นนักข่าวตะวันตกคนที่สองที่เราติดต่อไป

459
00:29:57,128 --> 00:29:59,297
ที่ตกลงให้สัมภาษณ์ แล้วก็ถอนตัวไป

460
00:30:00,173 --> 00:30:02,926
แล้วเราคิดว่าใครอยู่บนถนนในวันนั้นล่ะ

461
00:30:03,426 --> 00:30:06,513
ในรูปนี้ ซึ่งเอพีให้เครดิตผลงานกับนิค อู๊ต

462
00:30:06,596 --> 00:30:09,140
เราระบุตัวทีมข่าวเอ็นบีซี

463
00:30:10,517 --> 00:30:12,310
ทีมข่าวบริติชไอทีเอ็น

464
00:30:12,977 --> 00:30:15,438
นักข่าวนิวยอร์กไทมส์

465
00:30:15,522 --> 00:30:18,107
นักข่าวชิคาโกทริบูน

466
00:30:18,191 --> 00:30:23,363
และหลายคนที่เราเชื่อว่า
เป็นช่างภาพฟรีแลนซ์หรือช่างภาพทหารได้

467
00:30:23,446 --> 00:30:25,114
สำหรับทุกท่านที่เพิ่งเข้ามา

468
00:30:25,198 --> 00:30:28,743
ที่อยู่กับผมคือเดวิด เบอร์เน็ตต์
ช่างภาพข่าวชื่อดังระดับโลก

469
00:30:28,827 --> 00:30:32,038
{\an8}เดวิด เบอร์เน็ตต์
ในตอนนั้น เขาอยู่ทั้งที่จั้งบ่าง

470
00:30:32,121 --> 00:30:35,166
{\an8}แล้วก็ยังอยู่ที่สำนักงานเอพีในบ่ายวันนั้นด้วย

471
00:30:35,250 --> 00:30:37,168
{\an8}ทุกคนคิดว่าคนทางขวานั้นคือผม

472
00:30:37,252 --> 00:30:39,295
- ไม่ใช่เหรอ โอเค
- ไม่ ไม่ใช่ผม

473
00:30:39,379 --> 00:30:44,634
เดวิดพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า
เขาเชื่อสนิทใจว่านิค อู๊ตเป็นคนถ่ายรูปนั้น

474
00:30:44,717 --> 00:30:47,595
เราจะเห็นผู้คนวิ่งฝ่าควันไฟออกมา

475
00:30:47,679 --> 00:30:49,138
บนถนนที่มุ่งมาหาเรา

476
00:30:49,222 --> 00:30:51,599
นิคกับนักข่าวอีกคน

477
00:30:51,683 --> 00:30:54,310
ก็วิ่งออกไปที่ถนนทันที

478
00:30:54,394 --> 00:30:58,147
{\an8}ผมใช้เวลาอีก 30 วินาที
เพื่อเตรียมกล้องให้พร้อมถ่าย

479
00:30:58,231 --> 00:31:02,277
{\an8}และใน 30 วินาทีนั้น นิคกี้ก็ถ่ายรูปเสร็จแล้ว

480
00:31:02,986 --> 00:31:06,906
แต่จากที่เดวิดเล่า
เขาก็ไม่เห็นว่าใครเป็นคนถ่ายรูปนั้น

481
00:31:06,990 --> 00:31:11,286
ผมจำได้ว่าตอนนั้นอยู่ใน
ห้องทำงานของฝ่ายภาพข่าวเอพี

482
00:31:11,369 --> 00:31:14,205
ตอนที่ช่างเทคนิคออกมา
พร้อมรูปที่เพิ่งล้างเสร็จขนาด 5x7 นิ้ว

483
00:31:14,289 --> 00:31:16,624
{\an8}และฮอร์สต์ ฟาสก็แค่มองรูปนั้น

484
00:31:16,708 --> 00:31:20,044
{\an8}และพูดว่า "วันนี้คุณทำได้ดีมาก
นิค อู๊ต ส่งไปเลย"

485
00:31:20,545 --> 00:31:23,381
{\an8}เช่นเดียวกับที่ปีเตอร์ อาร์เน็ตต์มักจะพูดเสมอว่า

486
00:31:23,464 --> 00:31:25,967
"ผมอยู่ที่สำนักงานเอพี ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

487
00:31:26,050 --> 00:31:29,721
แต่ปีเตอร์ไม่ใช่พยาน
ในสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องภาพข่าวนั้น

488
00:31:29,804 --> 00:31:32,849
มีพยานที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนั้นแค่ไม่กี่คน

489
00:31:34,976 --> 00:31:38,187
การบ่อนทำลายเอพีในเวียดนาม

490
00:31:38,271 --> 00:31:41,941
กับการบ่อนทำลายฮอร์สต์ ฟาส
เป็นเรื่องใหญ่เลย

491
00:31:42,025 --> 00:31:45,445
และมรดกทั้งหมดของพวกเขา
ผูกโยงอยู่ในความทรงจำนั้น

492
00:31:46,571 --> 00:31:50,450
โอเค แล้วชาวเวียดนามที่ยังไม่ได้คุยกับเราล่ะ

493
00:31:50,950 --> 00:31:52,493
เรามีคนของเอ็นบีซี

494
00:31:52,577 --> 00:31:54,787
หวอ ซืวกับเจิน วัน เทิน

495
00:31:54,871 --> 00:31:57,040
- หวอ ซืว… ปฏิเสธเหรอ
- หวอ ซืวปฏิเสธ

496
00:31:58,124 --> 00:32:01,044
{\an8}วันหนึ่งผมโทรหา***
และได้ถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้

497
00:32:01,127 --> 00:32:05,006
{\an8}เขาบอกว่า "ไปคุยกับคาร์ลสิ เขาพูดความจริง"
เขาพูดมาแค่นั้นเลย

498
00:32:05,089 --> 00:32:08,343
- โอเค
- ไม่ยอมพูดไปมากกว่านั้น

499
00:32:09,761 --> 00:32:15,767
เรื่องราวทั้งหมดไม่เกี่ยวกับการที่นิคขโมยรูป

500
00:32:15,850 --> 00:32:18,311
แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับนิค

501
00:32:20,688 --> 00:32:25,026
เท่าที่เรารู้จากคาร์ล
ไม่มีใครถามเขาเลยใช่ไหม

502
00:32:25,109 --> 00:32:29,739
มันแค่ถูกส่งให้เขา เรียกว่าลูกส่งฆ่าเพื่อนได้เลย

503
00:32:29,822 --> 00:32:31,950
มีคนโยนหินร้อนๆ ให้เขา

504
00:32:32,033 --> 00:32:35,036
เขาเองก็เป็นเหยื่อในหลายๆ แง่

505
00:32:35,536 --> 00:32:39,165
เราต้องปฏิบัติกับเขา
ด้วยความเคารพและให้เกียรติ ถูกไหม

506
00:32:39,874 --> 00:32:40,917
(ถึงนิค)

507
00:32:41,000 --> 00:32:44,128
(ผมเขียนมาเพื่อถามว่า
คุณสะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ไหม)

508
00:33:05,441 --> 00:33:06,484
- เทอร์รี่
- ว่าไง

509
00:33:07,986 --> 00:33:12,156
งั้นสกายเรเดอร์ก็ทิ้งระเบิดนาปาล์มลงตรงนี้

510
00:33:12,240 --> 00:33:15,868
เราเห็นแนวของนักข่าวตรงนี้ การระเบิด

511
00:33:16,452 --> 00:33:21,833
เราเห็นนิค อู๊ตตรงนี้
กับกระเป๋ากล้องกับเสื้อปอนโช

512
00:33:21,916 --> 00:33:23,251
และหมวกกันน็อก

513
00:33:23,334 --> 00:33:24,627
ชัดเจนมาก

514
00:33:25,128 --> 00:33:29,757
แล้วเขาก็พูดตลอดว่าคุณยายคนนี้ออกมาคนแรก

515
00:33:30,341 --> 00:33:32,802
และชายคนนี้กำลังอุ้มเด็กคนที่สอง

516
00:33:33,886 --> 00:33:36,264
และนั่นก็คือรูปนั้น

517
00:33:36,347 --> 00:33:39,142
แล้วนี่ก็คือเฟรมต่อมา

518
00:33:39,726 --> 00:33:41,978
นี่คือภาพที่นิค อู๊ตถ่าย

519
00:33:42,562 --> 00:33:44,230
แต่ที่น่าสนใจคือ

520
00:33:44,313 --> 00:33:46,524
มันถูกถ่ายจากฝั่งไซ่ง่อน

521
00:33:46,607 --> 00:33:49,110
หันหน้าไปทางกลุ่มควัน

522
00:33:50,069 --> 00:33:53,364
แล้วแถวช่างภาพก็หันกลับมา

523
00:33:53,448 --> 00:33:55,700
เด็กๆ วิ่งผ่านไปแล้ว

524
00:33:56,409 --> 00:33:59,328
แล้วคุณเห็นไหมว่าเราเห็นใครตรงนี้

525
00:34:00,413 --> 00:34:02,415
เราเห็นนิค อู๊ต

526
00:34:02,498 --> 00:34:06,210
แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยู่กับกลุ่มนักข่าว

527
00:34:06,294 --> 00:34:09,213
ที่ถ่ายรูปกิม ฟุกวิ่งหนีไปตามถนน

528
00:34:09,297 --> 00:34:11,924
และกำลังมาทางนี้…

529
00:34:12,008 --> 00:34:14,177
- ไปทางไซ่ง่อน ออกห่างจากวัด
- ใช่ๆ

530
00:34:16,387 --> 00:34:18,931
งั้นถ้าเราจัดเรียงลำดับ…

531
00:34:19,015 --> 00:34:20,141
ใช่

532
00:34:20,224 --> 00:34:22,685
ให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์…

533
00:34:22,769 --> 00:34:27,106
พวกเขาน่าจะช่วยเราระบุตัวได้ว่าใครคือคนที่

534
00:34:27,190 --> 00:34:29,984
อยู่ในตำแหน่งที่สามารถถ่ายรูปนั้นได้

535
00:34:30,485 --> 00:34:33,112
- ด้วยความน่าจะเป็นนิดหน่อย
- ใช่

536
00:34:33,196 --> 00:34:37,408
มีทีมนิติวิทยาศาสตร์ชั้นนำในปารีส
ชื่อว่า "อินเด็กซ์ อินเวสติเกชัน"

537
00:34:37,492 --> 00:34:38,868
ที่จะช่วยเราตรวจสอบเรื่องนี้ได้

538
00:34:40,244 --> 00:34:41,829
ถึงจะยังสรุปไม่ได้

539
00:34:41,913 --> 00:34:45,541
แต่การที่คุณได้พยายามทำ
ก็แปลว่าคุณเป็นคนกลางที่ซื่อสัตย์แล้วจริงไหม

540
00:34:53,216 --> 00:34:55,635
เมื่อรูปถ่ายนั้น… เก้าเดือนต่อมา หนึ่งปีต่อมา

541
00:34:55,718 --> 00:34:58,179
เมื่อรูปนั้นไปคว้ารางวัลพูลิตเซอร์

542
00:34:58,262 --> 00:35:00,973
รางวัลภาพข่าวโลกแห่งปี
รางวัลสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

543
00:35:01,057 --> 00:35:04,352
นั่นไม่ใช่เวลาให้คุณออกมาพูดความจริงเหรอ

544
00:35:04,435 --> 00:35:06,979
ตอนนั้นมันก็สายไปแล้ว ผมพูดได้เลย

545
00:35:07,063 --> 00:35:08,940
เราซุกมันเอาไว้ใต้พรม

546
00:35:09,440 --> 00:35:11,776
- ไม่เคยพูดถึงมันเลย
- ทำไมล่ะ

547
00:35:12,276 --> 00:35:16,322
ฮอร์สต์ ฟาสไม่ใช่คนที่
คุณอยากหาเรื่องด้วยด้วยหรอก

548
00:35:16,405 --> 00:35:19,951
ผมไม่ได้อยู่ในฐานะ
ที่จะโวยวายเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้

549
00:35:20,535 --> 00:35:22,328
แต่ทำไมถึงรอให้ฮอร์สต์ตายก่อนล่ะ

550
00:35:22,411 --> 00:35:26,874
ผมก็ว่ามันไม่ยุติธรรมเท่าไรหรอก
ที่ผมรอจนเขาตายไป

551
00:35:27,875 --> 00:35:31,796
ผมคุยเรื่องนี้แบบส่วนตัวกับคนอื่น
มานานหลายปีแล้ว

552
00:35:33,506 --> 00:35:35,466
ฮอร์สต์ ฟาสซึ่งเป็นหัวหน้าของผม

553
00:35:35,550 --> 00:35:37,051
ผมกำลังพิมพ์คำบรรยายใต้ภาพ

554
00:35:37,552 --> 00:35:40,680
"เอสทีเอฟ-สแลชชื่อ…"

555
00:35:41,180 --> 00:35:42,807
ที่งาน "เวียดนามโอลด์แฮกส์"

556
00:35:43,307 --> 00:35:46,853
ผมได้ติดต่ออาร์เน็ตต์
บอกว่า "ไม่รู้ว่าคุณรู้เรื่องนี้ไหม

557
00:35:46,936 --> 00:35:48,187
แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น"

558
00:35:48,271 --> 00:35:51,274
เหมือนว่าผมระบายความในใจกับเขา

559
00:35:51,774 --> 00:35:55,653
แล้วผมก็ได้สิ่งนี้มา
ข้อความจากอาร์เน็ตต์ ปีเตอร์ อาร์เน็ตต์

560
00:35:56,154 --> 00:36:00,575
นักข่าวเอพีในตำนาน
ผู้ชนะรางวัลพูลิตเซอร์จากสงครามเวียดนาม

561
00:36:00,658 --> 00:36:03,369
เพื่อนสนิทของฮอร์สต์

562
00:36:03,452 --> 00:36:06,455
ที่เขียนมาว่า "ถึงคาร์ล
บอกตามตรง ผมตกใจกับเรื่องของคุณมาก

563
00:36:06,539 --> 00:36:09,917
คุณต้องรู้ไว้ว่าเอพี ด้วยทรัพยากรทั้งหมดในมือ

564
00:36:10,001 --> 00:36:12,253
ฮอร์สต์ และเพื่อนๆ ของเขามากมาย

565
00:36:12,336 --> 00:36:15,673
ร่วมถึงนิค อู๊ต และผู้ร่วมงานชาวเวียดนาม

566
00:36:15,756 --> 00:36:20,261
จะทำทุกอย่างเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ
และข้อกล่าวอ้างของคุณ

567
00:36:20,344 --> 00:36:23,431
และจะโต้แย้งทุกสิ่งที่คุณพูด"

568
00:36:23,514 --> 00:36:24,807
นั่นถือว่าหนักเลยนะ

569
00:36:24,891 --> 00:36:27,602
ที่จริงก็น่าทึ่งเลยที่มันมาจากอาร์เน็ตต์

570
00:36:28,186 --> 00:36:30,605
ส่งมาวันที่เท่าไรนะ

571
00:36:30,688 --> 00:36:32,899
วันที่ 5 สิงหาคม 2009

572
00:36:34,150 --> 00:36:36,986
และอีกครั้งในปี 2015

573
00:36:37,069 --> 00:36:38,529
เราได้ฟังจากปากอาร์เน็ตต์

574
00:36:38,613 --> 00:36:40,031
ในเวทีสาธารณะ

575
00:36:40,615 --> 00:36:42,909
"ฝ่ายบริหารของเอพีทราบดี

576
00:36:42,992 --> 00:36:46,537
ถึงข้อกล่าวอ้างส่วนตัวของโรบินสัน
ที่เป็นเท็จอย่างชัดเจน

577
00:36:46,621 --> 00:36:48,456
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

578
00:36:48,539 --> 00:36:52,960
และจะปกป้องชื่อเสียงของนิคอย่างแข็งขัน
ตามคำให้การของพยาน

579
00:36:53,044 --> 00:36:58,132
และบันทึกรูปถ่ายของเอพีในเวลานั้น
หากเขาตัดสินใจเปิดเผยเรื่องนี้"

580
00:37:03,429 --> 00:37:04,555
ปีเตอร์ อาร์เน็ตต์อ้างว่า

581
00:37:04,639 --> 00:37:10,102
ผู้บริหารระดับสูงของเอพี
ทราบถึงข้อกล่าวหาของคุณแล้ว

582
00:37:10,603 --> 00:37:12,939
- พวกเขาได้ติดต่อคุณมาบ้างไหม
- ไม่เลย

583
00:37:13,522 --> 00:37:15,191
พวกเขาไม่เคยติดต่อผมเลย

584
00:37:15,274 --> 00:37:18,694
คุณเคยคิดจะติดต่อนิค

585
00:37:18,778 --> 00:37:21,572
และคุยเรื่องนี้กับเขาตรงๆ ไหม

586
00:37:21,656 --> 00:37:24,784
ตอนที่นิคเกษียณอย่างเป็นทางการจากเอพี

587
00:37:24,867 --> 00:37:27,078
ผมได้ส่งอีเมลส่วนตัวไปหาเขา

588
00:37:27,787 --> 00:37:31,749
บอกว่า "ฟังนะ คุณก็รู้ว่าผมรู้ความจริง

589
00:37:31,832 --> 00:37:35,628
ทำไมคุณไม่ยุติบทบาท
แล้วใช้ชีวิตเกษียณอย่างมีความสุขล่ะ"

590
00:37:35,711 --> 00:37:37,255
แต่เขาก็ยังทำมันต่อไป

591
00:37:37,338 --> 00:37:39,006
ผมคิดในแบบชาวเวียดนามว่า

592
00:37:39,090 --> 00:37:42,510
เขาควรจะถ่อมตัวกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น
ความอ่อนน้อมถ่อมตนน่ะ

593
00:37:58,693 --> 00:38:01,070
{\an8}แบบไหนที่ดีกว่า

594
00:38:01,153 --> 00:38:03,072
{\an8}แบบไหนที่ถูกต้อง

595
00:38:03,864 --> 00:38:07,910
{\an8}ตำนานที่มาพร้อมความอยุติธรรม

596
00:38:08,869 --> 00:38:11,831
หรือการเจาะลึกตำนานนั้นเพื่อหาความจริง

597
00:38:15,001 --> 00:38:19,880
ยังมีเรื่องราวอีกแง่มุมหนึ่ง

598
00:38:19,964 --> 00:38:22,925
ที่ไม่ได้มีการบันทึกไว้

599
00:38:23,467 --> 00:38:26,637
และนั่นก็คือคนที่เป็นคนถ่ายรูปนั้น

600
00:38:28,180 --> 00:38:31,726
และนับตั้งแต่วันที่เขาถ่ายรูปนั้น

601
00:38:31,809 --> 00:38:34,395
เขาก็ถูกตัดออกจากความจริงไปเลย

602
00:38:34,937 --> 00:38:36,397
แล้วมันเป็นยังไงล่ะ

603
00:38:36,897 --> 00:38:40,651
แล้วมันเป็นยังไงกับภรรยาและลูกๆ ของเขาล่ะ

604
00:38:41,444 --> 00:38:45,614
เรื่องนั้นสมควรได้รับความยุติธรรม

605
00:39:03,174 --> 00:39:07,845
{\an8}เพื่อนผมคนหนึ่ง เขาโพสต์เรื่องนั้นลงเฟซบุ๊ก

606
00:39:07,928 --> 00:39:09,513
{\an8}(จิง ด่าว
เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของเหงะ)

607
00:39:09,597 --> 00:39:12,016
{\an8}อย่างแรกเลย ผมจำชื่อได้ทันที

608
00:39:12,099 --> 00:39:15,936
เพราะเหงะเป็นเพื่อนสนิทผม
และเป็นเพื่อนร่วมงานด้วย

609
00:39:16,437 --> 00:39:18,147
ผมได้อ่านเรื่องราวนั้น

610
00:39:18,230 --> 00:39:20,441
และผมเห็นรูปนั้น

611
00:39:21,192 --> 00:39:23,110
{\an8}ผมโทรหาเหงะทันที แล้วบอกว่า…

612
00:39:23,194 --> 00:39:24,779
{\an8}(ทัง ด่าว
เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของเหงะ)

613
00:39:24,862 --> 00:39:27,490
{\an8}เหงะ เรื่องของนายเป็นจริงแล้ว

614
00:39:28,866 --> 00:39:33,245
เขาบอก "จริงเหรอ มีคนตามหาฉันเหรอ"

615
00:39:33,329 --> 00:39:36,374
เขาตื่นเต้นมากๆ

616
00:39:37,792 --> 00:39:39,085
"พระเจ้า

617
00:39:39,585 --> 00:39:43,339
ทุกคนใกล้จะได้รู้ความจริงแล้ว"

618
00:39:49,095 --> 00:39:50,763
สิ่งเดียวที่เราทำได้ก็คือรอ

619
00:39:52,681 --> 00:39:58,062
แต่ประมาณสามวันต่อมา สามหรือสี่วันนี่แหละ

620
00:39:58,145 --> 00:40:02,858
หลังจากที่เราโพสต์ลงเฟซบุ๊ก
ขณะที่ฉันนั่งอยู่ในร้านกาแฟ

621
00:40:02,942 --> 00:40:07,696
โทรศัพท์ฉันดังขึ้น แล้วฉันก็รับสาย

622
00:40:09,782 --> 00:40:11,492
ฉันจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานี้เลย

623
00:40:11,575 --> 00:40:13,619
และฉันต้องขอให้เขาพูดซ้ำอีกครั้ง

624
00:40:14,120 --> 00:40:16,831
เขาบอกว่า "คุณเหงะเพิ่งโทรหาผม"

625
00:40:17,331 --> 00:40:20,459
"ผมเหงะครับ ผมคือคนที่พวกคุณตามหา"

626
00:40:21,669 --> 00:40:25,089
หลังจากนั้น ฉันก็ถอดแว่นออก ก้มหัวลง

627
00:40:25,172 --> 00:40:26,507
ร้องไห้ฟูมฟาย

628
00:40:30,261 --> 00:40:33,681
เขาจะอยู่ที่เวียดนามอีกแค่เดือนเดียว

629
00:40:34,640 --> 00:40:38,144
ฉันถึงรู้สึกว่าต้องเดินทางไปพบเขาทันที

630
00:40:40,354 --> 00:40:42,356
(เล เวิน
ฟีโอน่า ฉันเจอคุณเหงะแล้ว)

631
00:40:42,440 --> 00:40:44,066
(ตอนนี้กำลังจะไปพบเขา)

632
00:40:44,150 --> 00:40:45,901
(ฟีโอน่า
นี่ล้อฉันเล่นแน่ๆ)

633
00:40:45,985 --> 00:40:47,695
(ไหนเล่ามาซิ เขายังมีชีวิตอยู่เหรอ)

634
00:40:48,195 --> 00:40:49,655
(เล เวิน
ใช่)

635
00:40:49,738 --> 00:40:52,032
(ฟีโอน่า
แล้วเขาเป็นคนถ่ายรูปนั้นเหรอ)

636
00:40:52,116 --> 00:40:54,118
(ใช่)

637
00:40:55,411 --> 00:40:56,996
(ฟีโอน่า
น่าตื่นเต้นสุดๆ เลย)

638
00:40:57,079 --> 00:40:59,665
(ถามคำถามอย่างเดียวนะ อย่าให้ข้อมูลอะไร)

639
00:40:59,748 --> 00:41:06,297
(เราต้องยืนยันให้ได้ว่าเป็นเขาจริง)

640
00:41:10,134 --> 00:41:12,887
เขารอเราอยู่ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว

641
00:41:12,970 --> 00:41:15,431
พอรู้ว่าเราอาจจะมาหาได้

642
00:41:17,433 --> 00:41:20,519
เขาไม่ได้กินอะไรเลย แค่นั่งรอเฉยๆ

643
00:41:29,069 --> 00:41:33,324
เพราะงั้นพอฉันเห็นเขา แบบตัวเป็นๆ

644
00:41:33,949 --> 00:41:38,120
ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ชายแก่คนหนึ่ง

645
00:41:38,621 --> 00:41:40,831
มันอธิบายยากค่ะ

646
00:41:41,749 --> 00:41:43,083
ว่าตอนนั้นฉันรู้สึกยังไง

647
00:41:44,543 --> 00:41:46,003
รูปไหนคือรูปของคุณคะ

648
00:41:46,086 --> 00:41:50,633
รูปที่มีเด็กผู้หญิงเปลือย เสื้อผ้าถูกเผาไปหมด

649
00:41:50,716 --> 00:41:52,092
(เหงียน ถั่งย์ เหงะ)

650
00:41:52,176 --> 00:41:54,470
รูปที่ชนะรางวัลพูลิตเซอร์หลังจากนั้นเหรอคะ

651
00:41:54,553 --> 00:41:55,721
นั่นแหละ ใช่ๆ

652
00:41:55,804 --> 00:42:01,602
นิค อู๊ตไปทำงานนั้นกับผมด้วย
แต่เขาไม่ได้ถ่ายรูปนั้น

653
00:42:01,685 --> 00:42:03,938
เขาแค่ถ่ายรูปจากที่ไกลๆ

654
00:42:04,438 --> 00:42:06,148
รูปนั้นเป็นของผม

655
00:42:06,649 --> 00:42:13,155
คนของเอพีตกลงซื้อรูปนั้น และได้มอบรูปอัด

656
00:42:13,239 --> 00:42:14,823
กับฟิล์มที่เหลือให้ผม

657
00:42:15,783 --> 00:42:20,329
ผมยกที่ฟิล์มเหลือให้นักข่าวคนหนึ่งที่ไซ่ง่อน

658
00:42:20,829 --> 00:42:22,706
คุณขายให้ใครคะ

659
00:42:22,790 --> 00:42:29,046
หัวหน้าน่ะ แล้ววันต่อมา ผมก็กลับไป
เขาให้รูปอัดผมมา ใหญ่ขนาดนี้ได้

660
00:42:29,713 --> 00:42:34,677
เขาให้เงินผม 20 ดอลลาร์
และบอกว่า "ผมจะซื้อรูปนี้"

661
00:42:34,760 --> 00:42:40,933
ผมรับเงิน 20 ดอลลาร์นั้น
แล้วก็พาเพื่อนๆ ไปดื่มกัน

662
00:42:41,016 --> 00:42:42,017
ก็แค่นั้น

663
00:42:45,396 --> 00:42:50,359
ตามปกติแล้ว เมื่อสำนักข่าวซื้อรูปไป

664
00:42:50,442 --> 00:42:55,114
ตอนที่ตีพิมพ์ พวกเขาจะให้เครดิตชื่อเราไหมคะ

665
00:42:55,197 --> 00:43:00,119
ไม่นะ น้อยครั้งมาก มีแค่บางโอกาสพิเศษเท่านั้น

666
00:43:00,202 --> 00:43:06,458
ปกติแล้ว หลังจากที่ไปถ่ายรูปเสร็จ
ผมจะให้ฟิล์มทั้งหมดไปเลย

667
00:43:06,542 --> 00:43:09,628
จะเอาไปทำอะไรก็เชิญ
ผมจะไม่ถามพวกเขาด้วย

668
00:43:13,549 --> 00:43:17,636
หลังจากได้เจอกับเหงะ
ฉันก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

669
00:43:24,768 --> 00:43:28,897
ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง
และได้เห็นข่าวในวอตส์แอปป์

670
00:43:30,983 --> 00:43:33,986
เรามีบันทึกเสียงของเหงะจากไอโฟน

671
00:43:34,069 --> 00:43:38,032
และมันเป็นเขาจริงๆ ที่เป็นคนถ่ายรูปนั้น

672
00:43:39,491 --> 00:43:40,701
เป็นข่าวที่เหลือเชื่อเลย

673
00:43:41,952 --> 00:43:47,458
เราเล่าเรื่องการตามหาเหงะ
ให้ลูกสาวของเขาฟัง

674
00:43:47,541 --> 00:43:49,376
{\an8}(ถึงแจนนี่ ผมขอแนะนำตัว…)

675
00:43:51,378 --> 00:43:57,217
(อีเมลตอบกลับจากแจนนี่:
ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี…)

676
00:43:57,301 --> 00:44:02,431
(ฉันอ่านอีเมลของคุณ อ่านมันซ้ำแล้วซ้ำอีก)

677
00:44:02,514 --> 00:44:06,310
(ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดกับพ่อ
ในที่สุดความจริงก็เปิดเผยสักที)

678
00:44:06,393 --> 00:44:08,270
{\an8}(แจนนี่ เหงียน
ลูกสาวของเหงะ)

679
00:44:08,354 --> 00:44:11,023
{\an8}ฉันโทรหาพ่อ ถามว่า "เป็นไงคะ พ่อ"

680
00:44:11,523 --> 00:44:12,941
พ่อตอบว่า "ลองเดาสิ

681
00:44:13,692 --> 00:44:16,403
ลูกต้องไม่เชื่อแน่ว่ามีคนตามหาพ่ออยู่

682
00:44:16,487 --> 00:44:18,614
พวกเขารู้เรื่องรูปของพ่อด้วย"

683
00:44:19,782 --> 00:44:23,077
พ่อบอกว่า "พ่อไปกินมื้อเที่ยงกับพวกเขามา
พวกเขาบอกพ่อน่ะ

684
00:44:23,160 --> 00:44:27,081
พวกเขาอยากทำหนังเรื่องนี้
แถมยังรู้เรื่องพ่อและทุกเรื่องเลย

685
00:44:27,581 --> 00:44:29,124
ลูกเชื่อไหมล่ะ"

686
00:44:35,839 --> 00:44:40,552
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
มันทั้งแปลกและน่าเหลือเชื่อมาก

687
00:44:40,636 --> 00:44:46,016
ฉันส่งข้อความหาคุณเหงะ
เพื่อจะถามสารทุกข์สุกดิบและติดต่อกันไว้

688
00:44:46,100 --> 00:44:52,690
แต่ก็ไม่มีการตอบกลับทั้งคืนและเช้าวันรุ่งขึ้น

689
00:44:52,773 --> 00:44:55,984
วันต่อมา ฉันพยายามติดต่อเขาอีกครั้ง

690
00:44:56,068 --> 00:45:01,281
ฉันโทรหาทั้งคืนและทั้งเช้า แต่ก็ไม่มีใครรับสาย

691
00:45:04,118 --> 00:45:06,704
ฉันโทรหาพ่ออีกครั้ง แต่พ่อก็ไม่รับสาย

692
00:45:07,204 --> 00:45:09,039
ฉันโทรหาพ่อไม่หยุด

693
00:45:10,457 --> 00:45:13,919
บ่ายวันถัดมา ฉันก็โทรไปอีก

694
00:45:16,046 --> 00:45:20,217
เพื่อนของคุณเหงะรับสาย

695
00:45:20,300 --> 00:45:23,220
และบอกว่าเขาเส้นเลือดในสมองแตก

696
00:45:27,015 --> 00:45:31,645
เธอบอกว่าเขาอาจเข้าสู่ภาวะโคม่า
และอาการของเขาก็ร้ายแรง

697
00:45:31,729 --> 00:45:32,938
ร้ายแรงมาก

698
00:45:36,108 --> 00:45:37,818
มันทำให้ฉัน

699
00:45:38,902 --> 00:45:43,657
สะเทือนใจมาก
เมื่อนึกภาพว่าเขานอนอยู่ในโรงพยาบาล

700
00:45:44,241 --> 00:45:48,412
โดยที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย

701
00:45:48,495 --> 00:45:50,831
ฉันยังจำบางคำที่เขาพูดกับฉันได้

702
00:45:52,207 --> 00:45:56,503
"ถ้าผมไม่มีหลักฐานอะไรเลย ผมก็ไร้ค่า

703
00:45:57,004 --> 00:46:01,258
ในขณะที่อีกคนกลายเป็นวีรบุรุษ"

704
00:46:07,222 --> 00:46:08,390
พ่อฉัน

705
00:46:09,850 --> 00:46:13,979
เขาเป็นลูกของปู่ฉันกับภรรยาน้อย

706
00:46:15,564 --> 00:46:17,274
พวกเขาไม่ต้องการพ่อ

707
00:46:17,357 --> 00:46:22,988
ก็เลยยกพ่อให้ครอบครัวหนึ่ง
ที่ทำงานให้ปู่ย่าของฉัน

708
00:46:23,071 --> 00:46:25,199
ซึ่งรักพ่อมากๆ

709
00:46:26,366 --> 00:46:30,788
พ่อฉันออกจากหมู่บ้าน แล้วก็ไปที่ไซ่ง่อน

710
00:46:31,663 --> 00:46:35,626
พ่อสมัครเข้าโรงเรียนถ่ายรูปด้วยตัวเอง

711
00:46:36,752 --> 00:46:38,962
ที่นั่นเองที่พ่อได้เจอกับแม่

712
00:46:39,880 --> 00:46:43,133
แม่เป็นช่างทำผมอยู่ข้างๆ โรงเรียน

713
00:46:43,801 --> 00:46:47,137
พวกท่านแต่งงานกัน แล้วก็มีพวกเขาสามคน

714
00:46:49,807 --> 00:46:53,936
พ่อเข้าร่วมกองทัพ แต่ก็แค่ถ่ายรูปเท่านั้น

715
00:46:54,019 --> 00:46:57,689
กองทัพส่งพ่อไปเรียนที่อเมริกา

716
00:46:57,773 --> 00:47:01,026
และพ่อได้รับประกาศนียบัตรจากที่นั่น

717
00:47:01,109 --> 00:47:02,820
(ประกาศนียบัตรสำหรับผู้สำเร็จ)

718
00:47:02,903 --> 00:47:05,280
(หลักสูตรปฏิบัติการในห้องปฏิบัติการถ่ายรูป)

719
00:47:05,364 --> 00:47:06,907
ผมได้ขึ้นเป็นร้อยโท

720
00:47:07,574 --> 00:47:12,955
เพราะมีประกาศนียบัตรนั้น
จากสำนักปฏิบัติการจิตวิทยา

721
00:47:14,081 --> 00:47:18,210
ผมทำงานในแผนกฟิล์มเพื่อรวบรวมข่าวสาร

722
00:47:21,046 --> 00:47:25,092
คุณย้ายไปอเมริกาช่วงไหนของปี 1975 คะ

723
00:47:26,552 --> 00:47:29,805
หนึ่งเดือนก่อนที่กองกำลังฝ่ายเหนือจะมาถึง

724
00:47:30,681 --> 00:47:32,933
เพราะผมทำงานให้สถานทูตสหรัฐฯ

725
00:47:33,433 --> 00:47:37,271
พวกเขาให้ความสำคัญ
กับคนที่รับผิดชอบหน้าที่สำคัญๆ

726
00:47:38,689 --> 00:47:40,774
ฉันยังจำได้ดี

727
00:47:40,858 --> 00:47:43,986
พ่อฉัน เขาพูดว่า

728
00:47:44,736 --> 00:47:47,698
"พวกลูกต้องเตรียมตัวนะ เราจะไปกันแล้ว"

729
00:47:48,991 --> 00:47:52,828
พวกเขาประกาศว่าคุณไม่ได้แค่ไปเที่ยวพักผ่อน

730
00:47:52,911 --> 00:47:54,872
แต่จะต้องไปจากประเทศบ้านเกิด

731
00:48:04,798 --> 00:48:07,175
เราถึงได้มาอยู่ที่นี่ค่ะ

732
00:48:08,343 --> 00:48:13,473
{\an8}(แคลิฟอร์เนีย
หกเดือนหลังเหงะเส้นเลือดในสมองแตก)

733
00:48:21,732 --> 00:48:22,900
- ไงครับ
- ไง แกรี่

734
00:48:23,400 --> 00:48:24,610
- เป็นไงบ้าง
- เป็นไงบ้าง

735
00:48:24,693 --> 00:48:26,904
- ดีใจที่ได้เจอ
- ดีใจมากๆ ที่ได้เจอคุณ

736
00:48:26,987 --> 00:48:30,574
- คุณดูดีมากเลย เป็นไงบ้าง
- โอเค ผมโอเคนะ คุณเป็นไงบ้าง

737
00:48:30,657 --> 00:48:33,368
สบายดีมาก ดีใจจริงๆ ที่เห็นคุณแข็งแรงดี

738
00:48:33,452 --> 00:48:34,369
ดีใจที่ได้เจอครับ

739
00:48:34,453 --> 00:48:35,746
- เยี่ยมเลย
- ใช่

740
00:48:35,829 --> 00:48:37,873
- เข้าไปกันไหม
- ได้สิ ได้ เข้ามาเลย

741
00:48:37,956 --> 00:48:39,207
เชิญคุณก่อนเลย

742
00:48:39,958 --> 00:48:42,920
- คุณดูดีมากเลย
- ขอบคุณ ขอบคุณมาก

743
00:48:43,003 --> 00:48:44,254
เชิญเลย แกรี่

744
00:48:45,631 --> 00:48:50,552
เราพาคุณย้อนกลับไปในช่วงสงครามได้ไหม

745
00:48:51,053 --> 00:48:54,473
วันที่ 8 มิถุนายน 1972

746
00:48:54,556 --> 00:49:00,103
ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม
ว่าวันนั้นคุณทำอะไรและทำไมถึงทำแบบนั้น

747
00:49:00,687 --> 00:49:04,316
มีช่องหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าช่องไหนนะ

748
00:49:04,399 --> 00:49:06,610
แต่พวกเขาโทรมาเรียกผมไปถ่ายรูป

749
00:49:07,110 --> 00:49:11,698
บอกว่าเวียดกงมาถึงจั้งบ่างแล้ว

750
00:49:11,782 --> 00:49:14,409
พวกเขาอยู่ในวัดที่จั้งบ่าง

751
00:49:14,910 --> 00:49:21,458
แต่ไม่มีคนขับรถ ผมเลยบอกว่า
"ผมก็เป็นคนขับรถนะ"

752
00:49:22,042 --> 00:49:24,544
แล้วผมก็เช่ารถ ขับไปที่นั่น

753
00:49:25,045 --> 00:49:28,340
แล้วพอผมไปถึง

754
00:49:28,423 --> 00:49:32,386
ก็เห็นเครื่องบินบินอยู่เหนือหัว

755
00:49:32,886 --> 00:49:35,597
เป็นสัญญาณบอกว่ามีเรื่องแน่ๆ

756
00:49:36,181 --> 00:49:38,725
ผมโทรหาสองสามคน แล้วบอกว่า

757
00:49:39,226 --> 00:49:41,353
"มีงานต้องทำแล้วละ"

758
00:49:41,436 --> 00:49:45,732
ผมคิดว่าชาวบ้านซ่อนตัวอยู่ที่นั่น

759
00:49:45,816 --> 00:49:48,944
แล้วเครื่องบินก็ทิ้งระเบิดลงมาสองลูก

760
00:49:49,027 --> 00:49:51,905
เพราะตรงนั้นคือถนนหลัก
ทุกคนเลยต้องวิ่งหนีไปตามทางนั้น

761
00:49:51,989 --> 00:49:54,700
ไม่มีทางอื่นให้วิ่งหนีแล้ว

762
00:49:55,242 --> 00:49:57,285
ผมเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม

763
00:49:57,369 --> 00:50:04,126
ผมเห็นรูปนั้นในตอนนั้นเลย แล้วก็ถ่ายเอาไว้

764
00:50:04,209 --> 00:50:07,587
ผมจับภาพช่วงเวลานั้นเอาไว้ได้

765
00:50:07,671 --> 00:50:10,382
และผมรู้ว่าผมได้รูปเด็ดมาแล้ว

766
00:50:11,675 --> 00:50:13,635
ผมมี…

767
00:50:13,719 --> 00:50:17,055
เหงะ นี่ใช่กล้องแบบที่คุณใช้ในวันนั้นไหม

768
00:50:17,556 --> 00:50:21,268
ใช่ แบบนี้เลย เป็นของเพนแท็กซ์

769
00:50:21,351 --> 00:50:24,062
ใช่ เลนส์ 50 มม. เลนส์ปกติ

770
00:50:26,606 --> 00:50:29,651
คุณได้เห็นรูปนั้นอีกครั้งเมื่อไหร่

771
00:50:30,152 --> 00:50:34,823
หลังจากที่ผมขายรูปไป
ประมาณหกหรือเจ็ดเดือนต่อมา

772
00:50:34,906 --> 00:50:38,201
มีคนในเอพีบอกผม

773
00:50:39,119 --> 00:50:42,205
"รูปของคุณไปที่อเมริกาแล้ว"

774
00:50:42,706 --> 00:50:45,375
"มันชนะรางวัลด้วย"

775
00:50:45,459 --> 00:50:49,921
"คุณอยากยื่นเรื่องร้องเรียนไหม"

776
00:50:50,714 --> 00:50:56,136
ผมนึกย้อนไปและคิดว่า
"ฉันไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง

777
00:50:56,720 --> 00:51:00,932
ลองกลับบ้านไปดูดีกว่า"

778
00:51:01,725 --> 00:51:06,313
แล้วก็เห็นว่าเมียผมฉีกรูปอัดที่ชายคนนั้นให้ผมมา

779
00:51:06,396 --> 00:51:08,148
และโยนทิ้งไปแล้ว

780
00:51:08,648 --> 00:51:11,693
เหงะ คุณคิดไหมว่าตอนนั้นเป็นความผิดพลาด

781
00:51:11,777 --> 00:51:14,738
ที่ชื่อบนรูปถ่ายถูกเปลี่ยนไปน่ะ

782
00:51:14,821 --> 00:51:17,365
หรือคิดว่าเป็นการจงใจทำ

783
00:51:17,449 --> 00:51:19,242
ไม่ จงใจทำแน่

784
00:51:19,326 --> 00:51:21,495
- ผมรู้ทันทีเลย
- ครับ

785
00:51:21,578 --> 00:51:23,330
มันเป็นอาชีพของผม ผมรู้

786
00:51:23,830 --> 00:51:29,753
ในวันนั้น อู๊ตเป็นคนเดียว
ที่เป็นช่างภาพประจำของเอพี

787
00:51:30,253 --> 00:51:33,381
คนของเอพีก็เลยให้เครดิตรูปนั้นกับอู๊ต

788
00:51:34,591 --> 00:51:38,178
แล้วตั้งแต่นั้น คุณเคยได้เจอเขา
และคุยเรื่องนี้กับเขาไหม

789
00:51:38,762 --> 00:51:42,557
ผมเคยเห็นเขา แต่ไม่ได้ทักทาย
เขาก็ไม่ได้ทักทายผม

790
00:51:43,642 --> 00:51:45,602
ผมรู้สึกแย่นะ

791
00:51:45,685 --> 00:51:51,483
ผมทำงานหนักเพื่อมัน แต่เขากลับได้ทุกอย่างไป

792
00:51:51,983 --> 00:51:54,820
ได้ทั้งการยอมรับ ทั้งรางวัล

793
00:51:55,403 --> 00:51:58,115
ทั้งยังได้รับการยกย่องในเวียดนาม

794
00:52:03,286 --> 00:52:07,707
ฉันจำได้ว่าวันนั้นพ่อกลับมาบ้าน

795
00:52:08,333 --> 00:52:13,463
เขานั่งลง หยิบม้วนฟิล์มออกมาจากกระเป๋า

796
00:52:14,047 --> 00:52:18,552
แล้วก็โยนมันมาตรงนี้
บอกว่า "วันนี้พ่อขายมันได้"

797
00:52:19,469 --> 00:52:24,141
แล้วพ่อก็โยนรูปนั้นไว้บนตู้เย็น

798
00:52:26,476 --> 00:52:30,147
พอพ่อออกไปแล้ว ฉันกับน้องชาย

799
00:52:30,647 --> 00:52:34,651
เราเขย่งและพลิกรูปนั้นกลับมา

800
00:52:34,734 --> 00:52:37,612
และน้องชายฉัน เขาเป็นคนที่พลิกมันก่อน

801
00:52:37,696 --> 00:52:38,864
แล้วก็พลิกมันกลับ

802
00:52:39,865 --> 00:52:42,784
และเขาก็กระซิบ "อย่าพูดอะไรทั้งนั้น"

803
00:52:44,286 --> 00:52:47,038
ฉันก็แบบว่า "ฉันต้องดูบ้าง"

804
00:52:47,664 --> 00:52:49,791
ฉันก็เลยทำแบบเดียวกัน

805
00:52:49,875 --> 00:52:51,877
แล้วฉันก็พลิกมันกลับทันที

806
00:52:52,544 --> 00:52:54,129
เราทั้งคู่มองหน้ากัน

807
00:52:55,172 --> 00:52:57,799
เราตกใจกันมาก

808
00:52:57,883 --> 00:53:00,594
แบบว่า เธออายุพอๆ กับฉัน

809
00:53:01,720 --> 00:53:05,765
แล้วทำไมเธอถึงเปลือยล่ะ
ทำไมเธอถึงกรีดร้องล่ะ

810
00:53:07,726 --> 00:53:11,229
แล้วตอนที่แม่ทำความสะอาดบ้าน

811
00:53:11,313 --> 00:53:14,107
แม่ก็บ่นพึมพำกับตัวเองว่า

812
00:53:14,191 --> 00:53:18,778
"ทำไมพ่อถึงเอารูปแบบนี้เข้าบ้านนะ"

813
00:53:19,362 --> 00:53:24,492
ฉีกมัน แล้วก็ทิ้งลงถังขยะทันที

814
00:53:26,661 --> 00:53:31,958
ต้องไม่ลืมนะ แม่ฉันเป็นกุลสตรีชาวเวียดนาม

815
00:53:34,127 --> 00:53:37,756
พอรู้แบบนั้น พ่อก็ลนลานขึ้นมาเลย

816
00:53:38,465 --> 00:53:43,303
พ่อพูดว่า "เห็นไหม ถ้าคุณไม่ทิ้งมันไป

817
00:53:43,803 --> 00:53:47,390
ผมคงมีหลักฐานมาพิสูจน์ได้แล้ว"

818
00:53:50,894 --> 00:53:51,937
พูดตลอด

819
00:53:52,437 --> 00:53:53,647
พูดไม่หยุด

820
00:53:54,147 --> 00:53:56,858
จนกระทั่งพวกท่านหย่ากัน

821
00:54:01,321 --> 00:54:06,368
- แกรี่ อยากทานอะไรไหมคะ
- เอาสิ เยี่ยมไปเลย ขอบคุณครับ

822
00:54:07,244 --> 00:54:08,662
{\an8}คุณเกิดเมื่อไหร่ แอนโทนี่

823
00:54:08,745 --> 00:54:11,456
{\an8}- ผมเกิดปี 1961 ใช่
- ปี 1961 อ๋อ

824
00:54:11,539 --> 00:54:14,751
วัยเด็กของคุณก็เป็นช่วงสงครามใช่ไหม

825
00:54:14,834 --> 00:54:16,127
- ครับ แบบนั้นเลย
- ใช่

826
00:54:16,711 --> 00:54:20,507
ในช่วงสงคราม คุณได้ใช้เวลากับเหงะเยอะไหม
ผมรู้ว่าเขาต้องไปทำงาน

827
00:54:20,590 --> 00:54:23,093
ครับ แต่พ่อกลับมาบ้านตลอดเพื่อให้ผมล้างรถให้

828
00:54:23,176 --> 00:54:26,680
- ผมเป็นคนล้างรถทุกครั้ง
- คุณล้างรถให้พ่อ

829
00:54:26,763 --> 00:54:32,185
แอนโทนี่ เรากำลังคุยกัน
เรื่องรูปที่พ่อคุณเคยถ่ายไว้

830
00:54:32,269 --> 00:54:34,938
คุณรู้สึกยังไงตอนที่เห็นรูปนั้น

831
00:54:35,605 --> 00:54:39,651
ทุกครั้งที่เห็นรูปนั้น
ผมจะพูดว่า "อ๋อ พ่อผมเป็นคนถ่ายเอง"

832
00:54:39,734 --> 00:54:40,860
ก็แค่นั้น

833
00:54:40,944 --> 00:54:43,738
แต่สำหรับพ่อ มันเป็นคนละเรื่องเลย

834
00:54:44,447 --> 00:54:46,950
มีบางอย่างติดอยู่ในใจพ่อมาตลอด

835
00:54:47,033 --> 00:54:51,079
"ทำไมไม่มีใครเห็นฉันในตอนนั้น
ฉันต่างหาก ฉันเป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง"

836
00:54:51,162 --> 00:54:52,580
- พ่อคิดแบบนั้น
- ขอโทษนะ

837
00:54:53,873 --> 00:54:54,874
โอเคไหม

838
00:54:55,750 --> 00:54:56,751
ไม่

839
00:54:58,753 --> 00:54:59,754
ขอโทษนะคะ

840
00:54:59,838 --> 00:55:01,548
มันเหมือนการต่อสู้ที่ไม่มีทางชนะ

841
00:55:01,631 --> 00:55:04,426
{\an8}ผมคิดว่าเขาพยายามเก็บเรื่องนี้ไว้ลึกๆ

842
00:55:04,509 --> 00:55:07,512
{\an8}แบบว่า "ช่างเถอะ" เพราะมันไม่มี…

843
00:55:08,722 --> 00:55:10,432
{\an8}ไม่มีใครช่วย ไม่มีทางแก้ไข

844
00:55:10,932 --> 00:55:14,144
ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่า

845
00:55:14,227 --> 00:55:21,026
ทำไมพวกเขาถึงมอบรูปอัดให้เหงะ
ที่เป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง

846
00:55:21,109 --> 00:55:24,571
- เป็นหลักฐานว่าเขาถ่ายรูปนี้
- นั่นสิ

847
00:55:24,654 --> 00:55:28,158
การมอบหลักฐานของสิ่งที่คุณพรากไปจากเขา

848
00:55:28,241 --> 00:55:30,493
- เป็นการกระทำที่แปลกมาก
- ใช่

849
00:55:31,077 --> 00:55:35,248
สำหรับผม โดยพื้นฐานแล้ว
มันมีความอยุติธรรมอยู่

850
00:55:35,332 --> 00:55:38,877
ความอยุติธรรมในประเทศนี้
ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะทำแบบนั้น

851
00:55:38,960 --> 00:55:42,339
กับช่างภาพชาวตะวันตกในอเมริกา
ชาวฝรั่งเศส หรือชาวอังกฤษ

852
00:55:42,964 --> 00:55:46,926
ผมเลยคิดว่าพ่อของคุณถูกเอาเปรียบจริงๆ

853
00:55:47,427 --> 00:55:50,138
เช่นเดียวกับช่างภาพมากมาย

854
00:55:50,221 --> 00:55:51,890
และนักข่าวอิสระอีกมากมาย

855
00:55:51,973 --> 00:55:55,226
จากประเทศโลกที่สาม
หรือจากประเทศซีกโลกใต้

856
00:55:55,310 --> 00:55:58,563
ที่ถูกเอาเปรียบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

857
00:55:59,064 --> 00:56:03,401
และผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไขจริงๆ

858
00:56:03,485 --> 00:56:07,030
ใช่ ไม่สิ รู้ไหม ผมเอาแต่คิดเรื่องนี้นะ

859
00:56:07,113 --> 00:56:09,824
คนมากมายรู้ว่าพ่อเป็นคนถ่ายรูปนั้น

860
00:56:10,950 --> 00:56:12,619
ผมรู้ว่าลุงผม

861
00:56:12,702 --> 00:56:14,079
ป้าผม

862
00:56:14,579 --> 00:56:17,415
เพื่อนๆ พ่อที่ทำงานให้กับซีบีเอส เอ็นบีซี

863
00:56:17,499 --> 00:56:19,125
ทุกคนต่างก็รู้

864
00:56:19,834 --> 00:56:23,254
ทำไมถึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรเรื่องนั้นล่ะ

865
00:56:24,255 --> 00:56:26,925
งั้นอะไรคือทางออกที่ดีสำหรับคุณในตอนนี้

866
00:56:27,008 --> 00:56:31,638
ฉันอยากให้เอพีพูดความจริง

867
00:56:31,721 --> 00:56:33,681
เรื่องของพ่อฉันน่ะ

868
00:56:54,244 --> 00:57:00,417
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ คุณตาที่รัก

869
00:57:00,500 --> 00:57:06,131
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู

870
00:57:12,053 --> 00:57:14,222
พ่อกับฉัน เราคุยกันเรื่องนั้นกัน

871
00:57:15,014 --> 00:57:16,558
หลายต่อหลายครั้ง

872
00:57:17,559 --> 00:57:22,147
ถ้าเพียงแต่คนที่ทำแบบนั้น

873
00:57:23,189 --> 00:57:25,442
ยอมรับสารภาพ

874
00:57:26,025 --> 00:57:28,278
ทุกคนก็จะได้รู้ความจริง

875
00:57:30,655 --> 00:57:32,449
แต่ถ้าเขาไม่ยอม

876
00:57:34,075 --> 00:57:35,577
เรื่องนั้นคงไม่เกิดขึ้น

877
00:57:36,619 --> 00:57:38,204
เป็นไปไม่ได้เลย

878
00:57:41,249 --> 00:57:44,169
พ่อฉันแก่ตัวลงเรื่อยๆ

879
00:57:45,503 --> 00:57:50,091
แล้วก็ราวกับว่ามีนางฟ้ามาโปรด
มาเคาะประตูบ้านพ่อ

880
00:57:50,175 --> 00:57:55,263
และบอกว่า "ถึงเวลาแล้ว
ที่ฉันจะบอกความจริงเพื่อคุณ"

881
00:58:01,895 --> 00:58:04,606
ตอนที่เราคุยกับเหงะ

882
00:58:05,190 --> 00:58:10,111
สิ่งที่เราได้รู้ก็คือไม่มีใครเคยติดต่อหาเขาเลย

883
00:58:10,195 --> 00:58:12,405
เขาไม่ได้คุยกับใครทั้งนั้น

884
00:58:13,072 --> 00:58:16,784
เรื่องราวของเขาไม่ได้มีคนนอกมาชี้นำเลย

885
00:58:17,285 --> 00:58:19,329
เขาใช้ชีวิตอย่างสงบและถ่อมตัว

886
00:58:20,121 --> 00:58:24,167
โดยปลีกวิเวกอย่างสมบูรณ์
กับครอบครัวของเขาในแคลิฟอร์เนีย

887
00:58:28,004 --> 00:58:33,009
นี่คือชายที่ใช้ทั้งชีวิต
ในวงการถ่ายรูปและภาพยนตร์

888
00:58:35,345 --> 00:58:37,263
{\an8}เคยฝึกเป็นผู้กำกับภาพ

889
00:58:37,347 --> 00:58:38,681
{\an8}(ช่างกล้องภาพยนตร์)

890
00:58:39,807 --> 00:58:41,601
ดังนั้น ในสมัยนั้น

891
00:58:42,352 --> 00:58:47,690
เหงะคือช่างภาพสงครามที่มีฝีมือ
และได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีที่สุด

892
00:58:47,774 --> 00:58:49,234
ที่ยืนอยู่บนถนนเส้นนั้น

893
00:59:00,245 --> 00:59:03,623
(แจนนี่: ข่าวดี ลุงของฉันตกลงให้สัมภาษณ์แล้ว)

894
00:59:03,706 --> 00:59:08,628
(เทิน ลุงของฉันเป็นช่างเสียงในวันนั้น
เขาอยู่ที่นั่นด้วย)

895
00:59:11,089 --> 00:59:14,717
- ไงคะ แกรี่ เป็นไงบ้าง
- ดีใจที่ได้เจอครับ

896
00:59:14,801 --> 00:59:17,303
ฉันอยากให้คุณได้เจอลุงของฉัน

897
00:59:17,387 --> 00:59:20,306
- ดีใจที่ได้เจอครับ เทิน
- ขอบคุณครับ ขอบคุณ

898
00:59:20,390 --> 00:59:22,350
{\an8}ขอบคุณมากครับ ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอ

899
00:59:22,433 --> 00:59:25,853
{\an8}ผมเคยเป็นช่างเสียงให้เอ็นบีซีนิวส์

900
00:59:25,937 --> 00:59:27,313
{\an8}- ครับ
- นานมาแล้ว

901
00:59:27,397 --> 00:59:30,066
ครับ คุณเกษียณเมื่อไหร่

902
00:59:30,149 --> 00:59:32,360
ผมเกษียณตอนอายุ 63

903
00:59:32,443 --> 00:59:34,904
- ครับ
- แต่ตอนนี้ผม 92 แล้ว

904
00:59:35,405 --> 00:59:38,116
- เหลือเชื่อเลย
- ครับ ขอบคุณ

905
00:59:38,199 --> 00:59:41,411
แล้วตอนที่คุณกำลังถ่ายฉากนี้

906
00:59:41,494 --> 00:59:45,331
นี่คือรูปถ่ายที่โด่งดังนั้น
ใครอยู่กับคุณบนถนนเส้นนั้นครับ

907
00:59:45,415 --> 00:59:47,875
- ใช่ กลางถนนเลย
- ครับ

908
00:59:47,959 --> 00:59:50,878
- แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งมาทางเรา
- ครับ

909
00:59:50,962 --> 00:59:53,423
ผมถือไมโครโฟนอยู่ตรงกลาง

910
00:59:53,506 --> 00:59:56,926
และเหงียน ถั่งย์ เหงะอยู่ทางซ้ายมือผม
ถ่ายรูปเด็กผู้หญิงคนนั้น

911
00:59:57,677 --> 01:00:00,346
นิค อู๊ตไม่ได้อยู่ตรงนั้นเหรอ

912
01:00:00,430 --> 01:00:02,390
- ไม่นะ
- ไม่ โอเค

913
01:00:02,473 --> 01:00:04,267
งั้นพอออกจากจั้งบ่างแล้ว

914
01:00:04,350 --> 01:00:06,853
- คุณก็ขับรถกลับไปที่ไซ่ง่อน
- ไซ่ง่อน

915
01:00:07,437 --> 01:00:09,147
แล้วคุณทำอะไรต่อครับ

916
01:00:09,230 --> 01:00:12,275
หลังจากถ่ายเสร็จ ผมก็บอกเหงียน ถั่งย์ เหงะ

917
01:00:13,067 --> 01:00:17,947
ว่าสำนักงานเอพีอยู่ข้างๆ สำนักงานผม

918
01:00:18,031 --> 01:00:21,409
คนที่ซื้อฟิล์มม้วนนั้นไปคือคุณฮอร์สต์ ฟาส

919
01:00:21,492 --> 01:00:23,995
ไม่รู้ว่าชื่อภาษาอังกฤษสะกดยังไงนะ

920
01:00:24,078 --> 01:00:25,747
แต่คนอื่นเรียกเขาว่าฮอร์สต์ ฟาส

921
01:00:26,414 --> 01:00:32,712
หลังจากล้างฟิล์มเสร็จ
เขาก็ตัดฟิล์มเด็กผู้หญิงที่ถูกไฟไหม้ไป

922
01:00:32,795 --> 01:00:35,048
แยกมันเอาไว้
แล้วบอกว่า "ผมจะซื้อฟิล์มม้วนนี้"

923
01:00:35,131 --> 01:00:40,845
เขายังมอบรูปอัดขนาด 8x10 นิ้ว
ของเด็กผู้หญิงที่ถูกไฟไหม้ให้ผมด้วย

924
01:00:41,346 --> 01:00:47,894
เทิน พอคุณรู้ว่า
พวกเขาให้เครดิตรูปถ่ายนั้นกับนิค อู๊ต

925
01:00:48,394 --> 01:00:51,189
คุณได้พูดอะไรกับใครในตอนนั้นบ้างไหม

926
01:00:51,272 --> 01:00:54,442
ผมไม่ได้พูดอะไรเพราะว่า…

927
01:00:58,196 --> 01:00:59,322
ไม่มีใคร…

928
01:01:01,574 --> 01:01:02,533
สนใจ

929
01:01:03,785 --> 01:01:07,080
- แล้วผมก็เป็นพนักงานด้วย
- อือ

930
01:01:07,163 --> 01:01:09,540
ผมต้องการเงิน

931
01:01:10,333 --> 01:01:12,251
เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวผม

932
01:01:13,544 --> 01:01:16,547
และผมไม่อยากมีเรื่องมีราว

933
01:01:17,048 --> 01:01:21,928
แต่ผมก็เข้าใจหัวหน้าสำนักงานเอพี

934
01:01:22,428 --> 01:01:25,515
หัวหน้าสำนักงานผม
และหัวหน้าสำนักงานอาวุโสของผม

935
01:01:25,598 --> 01:01:27,183
พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน

936
01:01:27,684 --> 01:01:29,769
ผมปริปากไม่ได้

937
01:01:30,436 --> 01:01:34,565
ถ้าผมถูกไล่ออก ครอบครัวผมจะอยู่ยังไงล่ะ

938
01:01:35,066 --> 01:01:37,068
ผมต้องปิดปากเงียบ…

939
01:01:37,694 --> 01:01:40,530
- ผมเข้าใจ
- มานานกว่า 50 ปี

940
01:01:40,613 --> 01:01:42,490
ผมไม่เคยรู้สึกสบายใจเลย

941
01:01:42,990 --> 01:01:47,203
ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนั้น
ผมก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

942
01:01:47,286 --> 01:01:49,789
ผมจะหวนนึกถึงช่วงเวลานั้นเมื่อ 50 ปีก่อน

943
01:01:49,872 --> 01:01:51,165
ในวันนั้น

944
01:01:51,249 --> 01:01:54,794
ความจริงที่ผมเก็บซ่อนไว้ในใจ

945
01:01:55,503 --> 01:01:57,755
การต้องหลอกตัวเอง

946
01:01:57,839 --> 01:01:59,424
ทำให้ใจผมไม่สงบเลย

947
01:02:03,219 --> 01:02:05,471
(นครโฮจิมินห์)

948
01:02:16,023 --> 01:02:17,859
(พิพิธภัณฑ์สงคราม)

949
01:02:21,154 --> 01:02:23,156
"เรเควียม" นิทรรศการที่ยกย่อง

950
01:02:23,239 --> 01:02:25,575
ช่างภาพทุกคนจากเวียดนามและต่างประเทศ

951
01:02:25,658 --> 01:02:27,452
ที่เสียชีวิตในสงคราม

952
01:02:27,994 --> 01:02:29,787
เป็นการรำลึกถึงพวกเขา

953
01:02:32,457 --> 01:02:35,752
ฮอร์สต์เป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังโครงการนั้น

954
01:02:37,128 --> 01:02:38,463
ผมรู้จักฮอร์สต์

955
01:02:38,546 --> 01:02:40,757
เขาเป็นคนซับซ้อน มีความขัดแย้งในตัว

956
01:02:41,758 --> 01:02:43,342
แข็งกร้าว ชอบการแข่งขัน

957
01:02:43,843 --> 01:02:46,012
แต่ก็มีความเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่ง

958
01:02:48,306 --> 01:02:50,391
พี่ชายของอู๊ต ฮหวิ่ง ทังย์ หมี

959
01:02:50,475 --> 01:02:53,561
เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตระหว่างทำงานให้กับเอพี

960
01:02:54,061 --> 01:02:58,649
ฮอร์สต์เป็นคนรับนิคเข้าทำงาน
เพื่อช่วยให้ครอบครัวยังมีรายได้

961
01:03:05,990 --> 01:03:09,786
คุณรู้ไหมว่าทำไมฮอร์สต์ถึงตัดสินใจ

962
01:03:09,869 --> 01:03:13,331
ใส่ชื่อนิค อู๊ตลงในคำบรรยายใต้ภาพ

963
01:03:13,915 --> 01:03:15,917
ฮอร์สต์ใจสลายกับการตายของหมี

964
01:03:16,000 --> 01:03:19,921
และผมคิดว่านี่คือวิธีที่เขาใช้
เพื่อแสดงความอาลัยต่อหมี

965
01:03:20,004 --> 01:03:23,966
ผมเข้าใจว่าฮอร์สต์คงรู้สึกแย่
กับเรื่องนั้นมาตลอดชีวิต

966
01:03:24,050 --> 01:03:26,803
กับเรื่องที่เกิดขึ้นน่ะ เขาส่งหมีไปทำภารกิจนั้น

967
01:03:30,723 --> 01:03:36,145
มันปกติไหมที่ช่างภาพอิสระได้รับรูปอัดของรูป

968
01:03:36,229 --> 01:03:38,189
ที่เอพีซื้อไปจากพวกเขาน่ะ

969
01:03:38,689 --> 01:03:40,483
ครับ ถือว่าปกติอยู่นะ ใช่

970
01:03:40,566 --> 01:03:43,694
ที่เราจะได้รูปอัดเพิ่มสักใบสองใบ
อย่างในกรณีนี้ เราได้มาเยอะเลย

971
01:03:43,778 --> 01:03:45,404
มีเรื่องหนึ่งที่กวนใจผมอยู่

972
01:03:45,488 --> 01:03:51,077
ถ้าเอพี… ขโมยรูปนั้นไป

973
01:03:51,160 --> 01:03:54,413
จากช่างภาพอิสระคนนั้น แล้วใส่ชื่อคนอื่นลงไป

974
01:03:54,497 --> 01:03:57,208
ทำไมพวกเขาถึงให้รูปอัดกับเขา

975
01:03:57,291 --> 01:04:00,086
ที่เป็นหลักฐานของรูปเดียวกันล่ะ

976
01:04:00,169 --> 01:04:02,338
ทั้งหมดนั้นคงเป็นฝีมือของฮอร์สต์

977
01:04:02,421 --> 01:04:05,758
ผมต้องบอกเลยว่ามันแปลกมาก

978
01:04:05,842 --> 01:04:08,177
ยิ่งหลังจากเปลี่ยนเครดิตผู้ถ่ายรูปด้วย

979
01:04:08,261 --> 01:04:11,639
มันแปลก ไม่งั้นเขาก็อาจจะแค่มั่นใจ
ว่าเหงะจะไม่พูดอะไร

980
01:04:11,722 --> 01:04:12,807
ใช่เลย

981
01:04:12,890 --> 01:04:15,810
รู้ไหม ฟาสเป็นคนที่มั่นใจสุดๆ เลย

982
01:04:21,107 --> 01:04:23,484
ในที่สุดหวอ ซืวก็ตอบกลับมา

983
01:04:24,235 --> 01:04:27,113
เขากับพี่ชาย ฮหวิ่ง
เคยเป็นตากล้องให้สถานีโทรทัศน์สหรัฐฯ

984
01:04:27,697 --> 01:04:30,199
ที่ถ่ายฟุตเทจอันโด่งดังส่วนหนึ่งจากสงคราม

985
01:04:31,284 --> 01:04:32,994
ตอนนั้นหวอ ซืวไม่ได้อยู่ที่จั้งบ่าง

986
01:04:33,077 --> 01:04:35,955
{\an8}แต่เขาเข้าใจโลกของช่างภาพฟรีแลนซ์ดี

987
01:04:36,038 --> 01:04:37,039
{\an8}(หวอ ซืว)

988
01:04:37,123 --> 01:04:39,667
{\an8}ถ้าคุณเป็นนักข่าวทหารฟรีแลนซ์

989
01:04:39,750 --> 01:04:44,755
และคุณออกไปถ่ายรูป

990
01:04:44,839 --> 01:04:48,384
คุณจะต้องส่งรูปพวกนั้นให้กับเอพี

991
01:04:48,467 --> 01:04:53,890
โดยเฉพาะพวกที่อยู่ในกองทัพ
พวกเขายากจน คุณเข้าใจไหม

992
01:04:54,390 --> 01:04:58,686
พวกเขาแค่ให้รูปพวกนั้นกับเอพี
เพื่อแลกเงินนิดหน่อย

993
01:04:58,769 --> 01:05:02,356
ชื่อเสียงไม่สำคัญหรอก

994
01:05:02,440 --> 01:05:07,570
แปลว่าพวกเขาไม่ได้ไปเอพีเพื่ออ้างสิทธิ์ในรูปนั้น

995
01:05:07,653 --> 01:05:12,533
เพราะพวกเขาคิดว่าพอได้เงินมาแล้ว
รูปนั้นก็เป็นของเอพีเหรอ

996
01:05:12,617 --> 01:05:17,997
ใช่แล้ว นั่นเป็นนโยบายของเอพี

997
01:05:18,581 --> 01:05:24,879
เป็นไปได้ว่ามีรูปถ่ายฝีมือคนอื่นอีกเยอะเลย

998
01:05:26,297 --> 01:05:27,465
มันเป็นแบบนั้นแหละ

999
01:05:28,466 --> 01:05:34,388
ผมคิดว่าเมื่อเป็นเรื่องรูปถ่ายของนิค อู๊ต

1000
01:05:35,181 --> 01:05:37,350
การระบุตัวผู้ถ่ายรูปตัวจริงมันยากมาก

1001
01:05:37,934 --> 01:05:40,519
นิค อู๊ตต้องรู้สิว่าเขาเป็นคนถ่ายมันหรือไม่

1002
01:05:45,441 --> 01:05:48,319
เราได้รับเอกสารภายในมาจากเอพี

1003
01:05:48,945 --> 01:05:51,238
ฮอร์สต์อธิบายว่ามันยากแค่ไหน

1004
01:05:51,322 --> 01:05:55,201
ที่จะทำให้สำนักงานนิวยอร์ก
ระบุชื่อช่างภาพชาวเวียดนามไว้บนรูป

1005
01:05:55,743 --> 01:05:56,661
เขาบอกว่า

1006
01:05:57,161 --> 01:06:00,081
{\an8}"ชื่อชาวเวียดนามถูกพวกอเมริกันล้อเลียน

1007
01:06:00,164 --> 01:06:03,626
{\an8}ถ้าไม่ได้ชื่อว่า 'ตาตี่'
ชื่อพวกนั้นก็จะไม่เป็นที่สนใจ

1008
01:06:03,709 --> 01:06:05,586
เพราะพวกเขามีชื่อตลกๆ

1009
01:06:06,087 --> 01:06:07,421
จึงได้เกิดความลังเล

1010
01:06:07,505 --> 01:06:10,383
ที่จะให้เครดิตชาวเวียดนาม
ในสิ่งที่พวกเขาควรได้รับ"

1011
01:06:20,351 --> 01:06:23,521
(ข้อความถึงนิค อู๊ต
ถึงนิค อู๊ต ตอนนี้ผมอยู่ที่ไซ่ง่อน)

1012
01:06:23,604 --> 01:06:29,026
(และผมเห็นในโซเชียลมีเดียว่าคุณก็อยู่ที่นี่)

1013
01:06:29,110 --> 01:06:34,782
(ผมเคยเขียนถึงคุณเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
เรามาเจอกันได้ไหม)

1014
01:06:34,865 --> 01:06:40,871
(ตอนบ่ายโมงที่คอร์ตยาร์ดคาเฟ่
ของโรงแรม*** คุณสะดวกไหม)

1015
01:06:43,582 --> 01:06:47,128
(ผมจะอยู่ที่นั่นจนถึงบ่ายสอง
ขอแสดงความนับถือ แกรี่)

1016
01:07:07,106 --> 01:07:09,233
สวัสดีครับ ขอบคุณที่รับสายครับ

1017
01:07:09,316 --> 01:07:11,652
{\an8}เราจะรายงานข้อกล่าวหา

1018
01:07:11,736 --> 01:07:15,990
{\an8}ว่านิค อู๊ตไม่ใช่เจ้าของผลงาน

1019
01:07:16,073 --> 01:07:19,285
รูปถ่ายอันโด่งดังที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์

1020
01:07:19,368 --> 01:07:21,787
ผมอยากร่วมมือกับทางเอพี

1021
01:07:21,871 --> 01:07:24,331
ผมอยากให้คุณมีส่วนร่วมในการสืบสวนครั้งนี้

1022
01:07:24,415 --> 01:07:27,960
ถ้าเราได้รับอนุญาตให้เข้าถึง
ห้องเก็บเอกสาร และแบ่งปันข้อมูลกับคุณ

1023
01:07:30,546 --> 01:07:31,505
ครับ

1024
01:07:33,466 --> 01:07:36,052
แต่ผมก็อยากจะย้ำกับทางเอพี

1025
01:07:36,135 --> 01:07:39,221
ว่าอดีตพนักงานเอพีคนอื่นๆ
ที่ไม่ใช่ผู้แจ้งเบาะแสคนนี้

1026
01:07:39,305 --> 01:07:44,685
ได้เคยใช้ชื่อเอพีเพื่อปกปิดข้อมูลนี้

1027
01:07:44,769 --> 01:07:48,189
ทั้งยังบอกด้วยว่าฝ่ายบริหารของเอพี
รู้เรื่องข้อกล่าวหาแล้ว

1028
01:07:48,272 --> 01:07:50,274
และจะทำลายความน่าเชื่อถือของผู้แจ้งเบาะแส

1029
01:07:51,442 --> 01:07:52,276
ครับ

1030
01:07:55,196 --> 01:07:57,740
ขอบคุณและดูแลตัวเองด้วย ขอบคุณครับ

1031
01:07:59,909 --> 01:08:02,495
เธอแค่พยายามหยั่งเชิงดูว่าเรารู้อะไรบ้าง

1032
01:08:02,578 --> 01:08:03,662
และเธอเปิดเผยทีเดียว

1033
01:08:03,746 --> 01:08:06,874
เธอบอกว่า "ฉันต้องกลับไปรายงานเรื่องนี้

1034
01:08:06,957 --> 01:08:08,334
แล้วเราจะติดต่อมา"

1035
01:08:08,417 --> 01:08:11,670
แต่ไม่มีท่าทีปกป้องตัวเองเลย
พวกเขาเปิดใจมาก

1036
01:08:12,171 --> 01:08:13,881
ใช่ รอดูแล้วกัน

1037
01:08:20,638 --> 01:08:23,307
ตั้งแต่ที่คาร์ลบอกเรื่องนี้กับคุณครั้งแรก

1038
01:08:23,390 --> 01:08:27,728
เขาก็ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่ง
ซึ่งไม่ได้พูดถึงมันเลยสักนิด

1039
01:08:27,812 --> 01:08:31,148
ใช่ คำตอบของผมชัดเจนมากนะ

1040
01:08:31,232 --> 01:08:34,527
"คาร์ล คุณต้องเล่าเรื่องนี้

1041
01:08:34,610 --> 01:08:37,029
คุณต้องพูดความจริง"

1042
01:08:37,113 --> 01:08:40,491
เขาจริงใจกับคุณไหม
เขาพูดในตอนท้ายไหมว่า "ผมทำไม่ไหว"

1043
01:08:40,574 --> 01:08:42,326
- ฟังนะ โอเค…
- เขาพูดอะไรกับคุณ

1044
01:08:42,409 --> 01:08:44,620
อย่างแรกเลย
เขาบอกว่า "ไม่มีใครเชื่อผมหรอก"

1045
01:08:44,703 --> 01:08:48,124
ฮอร์สต์ ฟาสตายไปแล้ว
เขาบอกว่า "มันง่ายเกินไป"

1046
01:08:48,207 --> 01:08:50,501
พวกเขาจะพูดทุกครั้งว่า "ทำไมถึงเพิ่งมาพูด"

1047
01:08:51,001 --> 01:08:52,545
"คุณมันฉวยโอกาส"

1048
01:08:52,628 --> 01:08:54,296
แล้วเขาก็ร่ายเหตุผลทั้งหมดมา

1049
01:08:54,380 --> 01:08:57,341
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะมีสักข้อไหมที่เพียงพอ

1050
01:08:57,424 --> 01:08:58,717
มันไม่พอสำหรับผมไง

1051
01:08:58,801 --> 01:09:01,053
ผมแค่คอยรบเร้าให้เขาเล่า

1052
01:09:01,137 --> 01:09:04,431
แล้วเขาก็ส่งฉบับร่างของเรื่องจริงมาให้ผม

1053
01:09:04,515 --> 01:09:06,767
แล้วพูดว่า "ผมอยากให้คุณเห็น"

1054
01:09:06,851 --> 01:09:09,770
แล้วผมก็พูดว่า "นี่แหละเรื่องที่คุณต้องเล่า"

1055
01:09:09,854 --> 01:09:12,648
แล้วผมก็ได้หนังสือฉบับสมบูรณ์มา

1056
01:09:12,731 --> 01:09:14,358
แต่ก็ไม่มีเรื่องนั้นในนั้น

1057
01:09:14,441 --> 01:09:18,237
ผมบอกว่า "คุณไม่ซื่อสัตย์อีกแล้วนะ
คุณยังไม่พูดความจริงเลย"

1058
01:09:18,320 --> 01:09:21,991
เขาเลยส่งอีเมลนี้มาให้ผม
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2018

1059
01:09:22,074 --> 01:09:25,411
"ถึงทอม ให้ตายสิ

1060
01:09:26,078 --> 01:09:27,288
มันคงจะดีกว่านี้

1061
01:09:27,371 --> 01:09:31,417
ถ้าคุณแค่เห็นด้วยกับที่ผม
แก้ไขเรื่องของนิค อู๊ตนั่นใหม่

1062
01:09:31,500 --> 01:09:35,838
เรื่องบ้าบอทั้งหมดนี้มันตามหลอกหลอนผม

1063
01:09:35,921 --> 01:09:37,298
ผมโคตรเกลียดมันเลย

1064
01:09:37,798 --> 01:09:39,258
อีกกี่ครั้ง

1065
01:09:39,341 --> 01:09:42,761
อีกกี่ครั้งกันที่ผมจะต้องลากเรื่องนี้ต่อไป

1066
01:09:42,845 --> 01:09:46,223
ไปถึงจุดจบสุดเร้าใจและเปิดเผยมากๆ

1067
01:09:46,307 --> 01:09:49,185
ให้มันดังในชั่วข้ามคืนในเดอะนิวยอร์กไทมส์

1068
01:09:49,268 --> 01:09:53,772
จนทำให้เพื่อนร่วมงานเก่าผมแทบทุกคนไม่พอใจ

1069
01:09:53,856 --> 01:09:58,485
ซึ่งพูดตามตรงก็คือคนส่วนใหญ่ที่ผมเกลียด
และไม่เคยเข้ากับพวกเขาได้เลย

1070
01:09:58,569 --> 01:10:01,906
ผมมันก็แค่คนท้องถิ่นที่ถูกจ้างมาจากข้างถนน

1071
01:10:01,989 --> 01:10:04,200
แค่บรรณาธิการภาพธรรมดาๆ

1072
01:10:04,283 --> 01:10:09,288
แบบนี้เท่ากับผมกำลังหาเรื่องใส่ตัวใช่ไหมล่ะ"

1073
01:10:09,371 --> 01:10:11,916
นี่คือคาร์ลที่รู้สึกทรมาน

1074
01:10:11,999 --> 01:10:16,253
จากปีศาจที่อยู่ภายใน
ที่เขาพยายามจะปลดปล่อย แต่ก็ทำไม่ได้

1075
01:10:16,337 --> 01:10:19,256
และเขาก็โกรธที่ผมไม่ยอมปล่อยให้มันจบๆ ไป

1076
01:10:19,840 --> 01:10:21,008
และผมพยายามแล้ว

1077
01:10:21,508 --> 01:10:23,636
แต่เขาเป็นเพื่อน

1078
01:10:23,719 --> 01:10:26,680
คาร์ลจะไม่ได้อะไรจากการเล่าเรื่องนี้

1079
01:10:26,764 --> 01:10:28,891
ที่จริงเขาเสียได้ทุกอย่างเลย

1080
01:10:29,391 --> 01:10:30,601
ผมคิดว่า…

1081
01:10:31,602 --> 01:10:33,229
นั่นทำให้เขาเป็นแหล่งข้อมูล

1082
01:10:34,230 --> 01:10:35,981
ที่เชื่อถือได้จริงๆ

1083
01:10:39,235 --> 01:10:42,780
ผมนึกไม่ออกเลยจะมีใครแต่งเรื่อง

1084
01:10:42,863 --> 01:10:48,702
ซึ่งจะตามหลอกหลอนตัวเองไปทั้งชีวิต

1085
01:10:51,664 --> 01:10:57,378
เขากำลังพยายามกำจัดมันออกไป
ด้วยการต่อสู้กับความจริง

1086
01:11:00,714 --> 01:11:04,426
มันเป็นความมืดมิดที่ทรงพลังและบีบคั้น

1087
01:11:12,643 --> 01:11:16,272
เราได้รับข่าวร้ายว่าเหงะเส้นเลือดในสมองแตก

1088
01:11:16,355 --> 01:11:18,232
เราไม่รู้จะทำยังไง

1089
01:11:20,442 --> 01:11:24,446
ผมแค่อยากเจอเขา และพูดว่า "ผมขอโทษ"

1090
01:11:25,864 --> 01:11:28,242
นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องทำด้วยตัวเอง

1091
01:11:34,039 --> 01:11:34,957
สวัสดีครับ เหงะ

1092
01:11:35,457 --> 01:11:37,334
- ไงครับ
- เป็นไงบ้าง

1093
01:11:39,128 --> 01:11:43,882
ผมรู้สึกแย่ที่เราขโมยชื่อคุณไปนะ

1094
01:11:44,383 --> 01:11:46,593
ผมเลยอยากมาขอโทษ

1095
01:11:48,053 --> 01:11:51,849
คุณคือหลักฐานของผม และผมคือหลักฐานของคุณ

1096
01:11:56,478 --> 01:12:02,901
ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นได้ดึงพวกเราทุกคน
ให้ตกเป็นเหยื่อแบบนี้

1097
01:12:03,402 --> 01:12:07,197
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอดนะ

1098
01:12:13,287 --> 01:12:15,622
นี่เป็นเรื่องเศร้านะ

1099
01:12:17,958 --> 01:12:22,713
การกระทำที่เล็กน้อยที่สุด
อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้

1100
01:12:26,467 --> 01:12:28,552
(นิค อู๊ต - ช่างภาพเอพี
ช่างภาพอิสระ)

1101
01:12:29,136 --> 01:12:30,804
เรามาทบทวนเรื่องเล่า

1102
01:12:30,888 --> 01:12:33,640
ของนิคกันหน่อยได้ไหม

1103
01:12:34,224 --> 01:12:35,476
นี่คือสิ่งที่เขาพูด

1104
01:12:35,559 --> 01:12:41,190
เขาบอกว่าเช้าวันนั้น
เขานั่งรถตู้เอพีไปพร้อมคนขับ

1105
01:12:41,273 --> 01:12:46,278
ผมกับผู้ชายอีกคนที่ชื่อเดวิด เบอร์เน็ตต์
จากนิตยสารไทม์

1106
01:12:46,362 --> 01:12:48,781
ผมกับผู้ชายชาวเวียดนามชื่อฮหว่าง วัน ซองย์

1107
01:12:48,864 --> 01:12:51,950
นักข่าวอิสระของเอพีและยูพีไอ

1108
01:12:52,034 --> 01:12:56,497
และมีผู้ชายอีกคน เหงะ
ซึ่งเป็นคนขับรถให้เอ็นบีซี

1109
01:12:56,580 --> 01:12:57,915
เขาไม่ใช่สื่อ

1110
01:12:57,998 --> 01:13:00,250
เขาขับรถไปกับพวกนักข่าว

1111
01:13:00,334 --> 01:13:02,169
เขาขับรถให้เพื่อนผม เล ฟุก ดิง

1112
01:13:02,252 --> 01:13:04,797
ตากล้องที่บันทึกเหตุการณ์ทิ้งระเบิดไว้ทั้งหมด

1113
01:13:04,880 --> 01:13:07,383
ไม่มีใครแย้งเรื่องที่เขาอยู่ที่นั่น

1114
01:13:07,466 --> 01:13:10,803
ไม่มีใครแย้งเรื่องที่เขาถ่ายรูปในวันนั้น

1115
01:13:11,387 --> 01:13:15,349
กิม ฟุกพูดตลอดว่าเธออยู่ในอาการช็อก
และจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย

1116
01:13:15,432 --> 01:13:17,810
ช่างภาพที่ถ่ายรูปฉัน

1117
01:13:17,893 --> 01:13:21,313
{\an8}น่าเสียดายที่ฉันจำหน้าเขาไม่ได้

1118
01:13:21,397 --> 01:13:24,775
คนแรกที่วิ่งออกมาเป็นหญิงแก่

1119
01:13:24,858 --> 01:13:28,278
อย่างน้อยก็อายุ 70 เธอวิ่งออกมาก่อน

1120
01:13:28,779 --> 01:13:30,823
แล้วเด็กๆ ก็วิ่งออกมา

1121
01:13:31,323 --> 01:13:34,368
ไม่มีใครแย้งเรื่องที่
เขาถ่ายรูปคุณยายกับเด็กคนนั้น

1122
01:13:34,451 --> 01:13:35,828
คุณยายกับเด็กที่กำลังจะตาย

1123
01:13:36,578 --> 01:13:39,123
เขาบอกชัดเจนไหมว่า

1124
01:13:39,206 --> 01:13:43,877
เขาถ่ายรูปที่โด่งดังนั้น
หลังจากที่ถ่ายรูปคุณยายคนนั้นน่ะ

1125
01:13:43,961 --> 01:13:46,422
- ค่ะ
- ครับ งั้นนั่นคือลำดับเหตุการณ์ของเขา

1126
01:13:46,505 --> 01:13:48,298
- ลำดับเหตุการณ์ของเขา
- โอเค

1127
01:13:48,382 --> 01:13:52,594
ผมเพิ่งกดถ่ายรูปไป ผมมองผ่านช่องมองภาพ

1128
01:13:52,678 --> 01:13:54,263
แล้วจู่ๆ ก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

1129
01:13:54,346 --> 01:13:58,434
กางแขนออก วิ่งหนี และผมถามตัวเองว่า

1130
01:13:58,517 --> 01:14:00,018
"ทำไมเธอถึงไม่ใส่เสื้อผ้า"

1131
01:14:00,602 --> 01:14:03,480
ผมต้องวิ่งเข้าไปใกล้เธอ แล้วก็ถ่ายรูป

1132
01:14:05,315 --> 01:14:09,778
และจากเรื่องเล่าของนิค

1133
01:14:09,862 --> 01:14:11,822
เขาถ่ายรูปด้วย… กล้องไลก้าของเขา

1134
01:14:11,905 --> 01:14:14,700
เขาใช้เลนส์ 35 มม. นั่นคือสิ่งที่เขามี

1135
01:14:15,200 --> 01:14:19,037
แล้วเขาก็เอาน้ำราดตัวเธอ

1136
01:14:19,121 --> 01:14:20,831
- ทุกคนไปกันแล้ว
- ครับ

1137
01:14:21,331 --> 01:14:27,880
แล้วเขาก็พากิม เด็กผู้หญิงคนนั้น
กับพี่ชายของเธอไปโรงพยาบาลกู๋จี

1138
01:14:27,963 --> 01:14:33,469
ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ในรถตู้เอพี เขาพูดหลายครั้งเลย

1139
01:14:33,552 --> 01:14:38,515
ตอนนั้นเองที่ลุงของกิม ฟุกวิ่งออกมา

1140
01:14:38,599 --> 01:14:42,478
และขอให้ผมพาเด็กๆ ไปโรงพยาบาล

1141
01:14:42,561 --> 01:14:45,022
ผมมีรถตู้ ผมเปิดประตูรถ

1142
01:14:45,105 --> 01:14:48,317
ผมอุ้มกิม ฟุก แล้ววางเธอลงบนพื้นรถ

1143
01:14:48,400 --> 01:14:51,153
เพราะหลังของเธอถูกไฟไหม้รุนแรง
เธอเลยเอนหลังไม่ได้

1144
01:14:51,236 --> 01:14:53,322
แล้วเด็กๆ สามคนก็กระโดดขึ้นรถ

1145
01:14:55,491 --> 01:14:58,452
แต่ในสารคดีปี 1984

1146
01:14:58,535 --> 01:15:01,538
แม่ของกิม ฟุกเล่าเรื่องที่ต่างออกไป

1147
01:15:02,039 --> 01:15:08,170
เธอถูกไฟไหม้รุนแรง
เราไม่รู้ว่าจะช่วยเธอยังไง

1148
01:15:08,253 --> 01:15:12,591
มีลุงคนหนึ่งที่แบกเธอขึ้นหลังและวิ่งหนี

1149
01:15:12,674 --> 01:15:14,635
เขาพาเธอไปที่บั๊กห่า กู๋จี

1150
01:15:15,135 --> 01:15:20,182
จากที่นั่น เครื่องบินก็พาเธอไปโรงพยาบาลเด็ก

1151
01:15:20,766 --> 01:15:22,476
- ครับ
- ค่ะ

1152
01:15:22,559 --> 01:15:26,146
แล้วนิคก็อ้างว่าเขาไปที่เอพี

1153
01:15:26,730 --> 01:15:30,067
ว่าเขาเข้าไปในห้องมืดเพื่อล้างฟิล์มกับแจ็คสัน

1154
01:15:30,150 --> 01:15:33,904
ใช่ คาร์ลบอกว่านิคไม่ได้อยู่ที่นั่นตอนที่เขาไปถึง

1155
01:15:33,987 --> 01:15:36,448
และนิคตามมาทีหลังในชุดพลเรือน

1156
01:15:36,532 --> 01:15:40,869
- ฮอร์สต์บอกว่า "ทำได้ดีมาก นิค"
- "คุณทำได้ดี" ใช่

1157
01:15:40,953 --> 01:15:44,206
"คุณทำได้ดีมาก" เดวิด เบอร์เน็ตต์พูดแบบนั้น

1158
01:15:51,880 --> 01:15:53,715
(กรุงปารีส)

1159
01:15:53,799 --> 01:15:56,009
- ดีใจที่ได้เจอกันสักที
- ดีใจที่ได้เจอครับ

1160
01:15:56,093 --> 01:15:57,970
- ไงครับ ทุกคน
- ไง ฟีโอน่า เป็นไงบ้าง

1161
01:15:58,053 --> 01:15:59,930
- ดีใจที่ได้เจอครับ
- ไงครับ แกรี่

1162
01:16:00,013 --> 01:16:01,557
- ไง แกรี่ สวัสดี
- ดีใจที่ได้เจอ

1163
01:16:01,640 --> 01:16:06,562
{\an8}เพื่อให้ทุกคนได้เห็นกระบวนการ
และวิธีการที่เราใช้

1164
01:16:06,645 --> 01:16:10,232
ในการวิเคราะห์ฟุตเทจที่คุณได้แบ่งปันกับเรา

1165
01:16:10,315 --> 01:16:15,404
จากการร้อยเรียงเรื่องราว
และเบาะแสต่างๆ เข้าด้วยกัน

1166
01:16:15,487 --> 01:16:19,908
ผมคิดว่าเราได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนแล้ว

1167
01:16:23,579 --> 01:16:27,708
เราเริ่มจากการตรวจสอบพวกรูปถ่าย
และคลิปที่คุณให้ไว้กับเรา

1168
01:16:27,791 --> 01:16:30,669
ทั้งหมดถูกถ่ายไว้โดยนักข่าวที่จั้งบ่างในวันนั้น

1169
01:16:33,297 --> 01:16:37,968
เราใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเดือนพ.ย. ปี 1972
เพื่อให้เข้าใจแผนผังของพื้นที่

1170
01:16:38,051 --> 01:16:42,347
และเริ่มจับคู่สถานที่ต่างๆ
ระหว่างรูปถ่ายกับภาพถ่ายดาวเทียม

1171
01:16:42,431 --> 01:16:45,100
เพื่อระบุว่าแต่ละรูปถูกถ่ายที่จุดไหน

1172
01:16:45,183 --> 01:16:47,561
{\an8}(ถนนหลัก)

1173
01:16:48,312 --> 01:16:51,607
(จุดตรวจ)

1174
01:16:51,940 --> 01:16:53,400
ลำดับที่เราให้ความสำคัญ

1175
01:16:53,483 --> 01:16:56,820
เริ่มตั้งแต่การทิ้งและการระเบิด
ของระเบิดนาปาล์ม

1176
01:16:56,903 --> 01:16:59,406
รอบๆ วัดกาวด่ายในจั้งบ่าง

1177
01:17:00,365 --> 01:17:04,786
ช่วงเวลานี้ถูกบันทึกวิดีโอไว้
โดยทีมข่าวบริติชไอทีเอ็น

1178
01:17:11,627 --> 01:17:16,214
(วัดกาวด่าย)

1179
01:17:16,715 --> 01:17:19,051
ในรูปถ่ายหลังจากนั้นไม่นาน

1180
01:17:19,134 --> 01:17:22,971
จะเห็นกลุ่มนักข่าวใกล้ๆ จุดตรวจและสะพาน

1181
01:17:23,055 --> 01:17:25,932
ซึ่งตรงกับตำแหน่งนี้บนภาพถ่ายดาวเทียม

1182
01:17:28,143 --> 01:17:29,394
พวกเขาหันหน้าเข้าหาวัด

1183
01:17:29,478 --> 01:17:33,190
ซึ่งอยู่ไกลออกไปราวๆ 500 เมตร
หรือหนึ่งส่วนสามไมล์

1184
01:17:35,984 --> 01:17:38,445
นี่คือรูปแรกที่เราเห็นกิม ฟุก

1185
01:17:38,528 --> 01:17:40,405
อยู่ท่ามกลางเด็กคนอื่นๆ

1186
01:17:40,906 --> 01:17:43,659
พวกเขาออกมาจากทุ่งเข้าสู่ถนนหลัก

1187
01:17:43,742 --> 01:17:45,577
โดยมีทหารคอยคุ้มกัน

1188
01:17:46,244 --> 01:17:50,666
ข้างหลังพวกเขา
เราจะเห็นทางดินที่ตัดฉากกับถนนหลัก

1189
01:17:50,749 --> 01:17:54,086
ซึ่งดูเหมือนจะตรงกับตำแหน่งนี้
ในภาพถ่ายดาวเทียม

1190
01:18:00,884 --> 01:18:04,513
รูปต่อไปที่มีนั้นรู้จักกันในชื่อ
"เด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม"

1191
01:18:07,057 --> 01:18:10,310
กิม ฟุกกับเด็กคนอื่นๆ
กำลังเดินไปตามถนนหลัก

1192
01:18:10,394 --> 01:18:13,605
ไกลออกมาจากวัด และจุดที่เกิดเหตุระเบิด

1193
01:18:15,190 --> 01:18:17,734
ด้วยการอ้างอิงรูปจากหลายแหล่ง

1194
01:18:17,818 --> 01:18:21,571
เราจึงระบุตำแหน่งคร่าวๆ
ของช่างภาพบนถนนได้

1195
01:18:21,655 --> 01:18:23,907
ดังที่เห็นในแบบจำลองสามมิติของเรา

1196
01:18:33,125 --> 01:18:37,212
ฟิล์มเนกาทีฟต้นฉบับของรูปนี้
ยืนยันได้ว่ารูปต่อมา

1197
01:18:37,295 --> 01:18:41,508
ถูกถ่ายโดยช่างภาพคนเดียวกัน
ที่ถ่ายรูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์มนั้น

1198
01:18:45,429 --> 01:18:49,307
ช็อตต่อไปของเด็กๆ มาจากคลิปข่าวไอทีเอ็น

1199
01:18:49,391 --> 01:18:50,767
ขณะที่พวกเขาวิ่งไปตามถนน

1200
01:18:50,851 --> 01:18:53,937
ฟุตเทจนั้นได้บันทึกภาพพวกเขาวิ่งผ่านทีมข่าวไป

1201
01:18:55,063 --> 01:18:57,774
ตากล้องแพนกล้องตามกิม ฟุก

1202
01:19:02,571 --> 01:19:04,948
ในเฟรมนี้จากฟุตเทจของไอทีเอ็น

1203
01:19:05,031 --> 01:19:08,118
ตอนนี้เราจะเห็นกิม ฟุก
กับเด็กอีกคนจากข้างหลัง

1204
01:19:08,660 --> 01:19:10,328
มีสองคนหันมาทางพวกเขา

1205
01:19:11,663 --> 01:19:14,791
คนทางขวากำลังถ่ายย้อนกลับมา

1206
01:19:15,333 --> 01:19:19,087
จึงได้เห็นกลุ่มเด็กๆ อยู่หน้าแนวผู้สื่อข่าว

1207
01:19:21,923 --> 01:19:26,428
ในกลุ่มพวกเขา เราแยกได้ว่า
มีตากล้องสามคน ช่างเสียงสองคน

1208
01:19:26,511 --> 01:19:29,973
และทางขวา มีช่างภาพคนเดียว
ที่ถือกล้องถ่ายรูปนิ่ง

1209
01:19:30,056 --> 01:19:32,350
ซึ่งเราระบุได้ว่าเป็นช่างภาพอิสระ

1210
01:19:35,103 --> 01:19:38,690
นักข่าวกลุ่มนี้ยืนอยู่บนถนนห่างไปไม่กี่วินาที

1211
01:19:38,774 --> 01:19:42,694
จากจุดที่รูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์มถูกถ่าย

1212
01:19:50,243 --> 01:19:52,996
ในภาพจากฟุตเทจไอทีเอ็น
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น

1213
01:19:53,079 --> 01:19:55,624
เราจะเห็นอีกคนหนึ่งที่ด้านหลัง

1214
01:19:55,707 --> 01:19:59,503
ซึ่งกำลังเดินเข้ามาจากระยะไกล
ดูเหมือนจะแบกอุปกรณ์ถ่ายรูปด้วย

1215
01:20:02,964 --> 01:20:05,509
หลังจากตัดต่อ ฟุตเทจของไอทีเอ็นก็แสดง

1216
01:20:05,592 --> 01:20:09,304
ภาพระยะใกล้ของกิม ฟุกที่กำลังรับน้ำจากนักข่าว

1217
01:20:11,056 --> 01:20:14,100
คนไกลๆ ที่ถืออุปกรณ์ ตอนนี้ใกล้เข้ามาแล้ว

1218
01:20:14,851 --> 01:20:18,271
เขาสวมหมวกกันน็อก
และดูเหมือนจะถือกล้องอยู่ด้วย

1219
01:20:22,484 --> 01:20:24,611
ช่วงเวลานี้ก็ถูกถ่ายไว้

1220
01:20:24,694 --> 01:20:27,531
โดยช่างภาพที่เราเห็นว่า
กำลังเดินมาจากที่ไกลๆ

1221
01:20:34,162 --> 01:20:37,666
เอพีให้เครดิตรูปนี้กับนิค อู๊ต

1222
01:20:39,626 --> 01:20:42,712
อีกรูปจับภาพฉากหลังจากนั้นเล็กน้อย

1223
01:20:42,796 --> 01:20:46,258
ขณะที่กิม ฟุกยังอยู่หน้าตากล้องไอทีเอ็น

1224
01:20:48,343 --> 01:20:52,013
คนที่มองไปทางพวกเขา
ปรากฏอยู่ทางด้านซ้ายของรูป

1225
01:20:52,514 --> 01:20:56,309
เราเห็นว่าเขาสวม
หมวกกันน็อกที่มีป้ายผ้า เสื้อแขนสั้น

1226
01:20:56,393 --> 01:20:58,728
และเสื้อแจ็กเก็ตที่พาดอยู่ด้านขวา

1227
01:21:00,939 --> 01:21:03,775
รายละเอียดของเขา
สอดคล้องกันกับช่างภาพที่เราเห็น

1228
01:21:03,859 --> 01:21:06,695
ว่ากำลังเดินเข้ามาจากที่ไกลๆ
ในฟุตเทจของไอทีเอ็น

1229
01:21:08,780 --> 01:21:10,156
ในรูปถัดไป

1230
01:21:10,240 --> 01:21:13,535
ก็ยังเห็นคนเดียวกันขณะที่เขากำลังถ่ายรูป

1231
01:21:14,119 --> 01:21:16,663
เป็นไปได้มากว่ารูปกิม ฟุกรูปนี้

1232
01:21:16,746 --> 01:21:19,583
เอพีก็ยกเครดิตให้กับนิค อู๊ตเช่นกัน

1233
01:21:21,543 --> 01:21:24,546
ในที่สุด ก็มีรูปถ่ายย้อนมาของฉากเดียวกัน

1234
01:21:24,629 --> 01:21:27,257
ซึ่งเราสามารถระบุตัวนิค อู๊ตได้อย่างชัดเจน

1235
01:21:27,340 --> 01:21:30,385
ว่าคือช่างภาพที่สวมหมวกกันน็อก
และแบกอุปกรณ์ถ่ายรูป

1236
01:21:30,468 --> 01:21:33,263
ซึ่งถูกเห็นครั้งแรกจากระยะไกล
ในฟุตเทจของไอทีเอ็น

1237
01:21:35,223 --> 01:21:37,809
เมื่อกลับมาดูฟุตเทจนี้อีกครั้ง
เราเลยยืนยันได้

1238
01:21:37,893 --> 01:21:41,646
ว่าแค่ไม่กี่วินาที
หลังถ่ายรูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม

1239
01:21:41,730 --> 01:21:45,901
นิค อู๊ตก็โผล่มาจากระยะ
ที่ค่อนข้างไกลจากกลุ่มเด็กที่กำลังวิ่งหนี

1240
01:21:45,984 --> 01:21:49,195
เดินไปหาพวกเขาจากทิศตรงกันข้าม

1241
01:21:55,493 --> 01:21:58,580
เราจึงสรุปได้ว่ามันไม่น่าเป็นไปได้เลย

1242
01:21:58,663 --> 01:22:01,917
ที่นิค อู๊ตจะเป็นคนถ่ายรูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม

1243
01:22:07,297 --> 01:22:10,175
มันไม่สมเหตุสมผลเลย

1244
01:22:10,675 --> 01:22:13,219
ที่แค่ไม่กี่วินาทีหลังจากถ่ายรูปนั้น

1245
01:22:13,303 --> 01:22:16,181
เขาจะอยู่ไกลออกไปมากและกำลังเดินกลับมา

1246
01:22:16,264 --> 01:22:19,142
ถ้าเขาคือคนที่ถ่ายรูปนั้นในเวลานั้น

1247
01:22:19,225 --> 01:22:20,602
แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เรามี

1248
01:22:20,685 --> 01:22:24,314
คือมีสองคนที่อ้างว่าเป็นคนถ่ายรูปนี้

1249
01:22:24,397 --> 01:22:25,941
- อาฮะ
- แค่สองคน

1250
01:22:26,024 --> 01:22:27,359
หนึ่งคือนิค อู๊ต

1251
01:22:27,442 --> 01:22:30,195
และอีกคนคือเหงะ ช่างภาพอิสระ

1252
01:22:30,695 --> 01:22:32,906
และสิ่งที่คุณกำลังบอกผมอยู่นี้

1253
01:22:32,989 --> 01:22:37,827
ก็คือว่านิค อู๊ตไม่ได้อยู่
ในจุดที่เหมาะสมที่จะถ่ายรูปนั้น

1254
01:22:37,911 --> 01:22:41,748
ซึ่งหมายความว่าคนเดียว
ที่อยู่ในจุดที่เหมาะจะถ่ายรูปนั้น

1255
01:22:41,831 --> 01:22:45,377
คนที่อ้างว่าเป็นคนถ่ายรูปนั้น
ก็คงจะเป็นช่างภาพอิสระ

1256
01:22:45,460 --> 01:22:46,795
- ถูกต้อง
- อือ

1257
01:22:46,878 --> 01:22:49,464
แบบจำลองของเรา ในกล้องเสมือนจริงของเรา

1258
01:22:49,547 --> 01:22:52,717
รูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์มน่าจะถูกถ่าย

1259
01:22:52,801 --> 01:22:54,844
ด้วยกล้อง 50 มม.

1260
01:22:54,928 --> 01:22:58,723
อย่างน้อยกล้องเสมือนจริง
แบบจำลองของเราก็บอกแบบนั้น

1261
01:22:58,807 --> 01:22:59,641
ครับ

1262
01:22:59,724 --> 01:23:04,145
และช่างภาพอิสระ เหงะ
ก็ใช้เลนส์ 50 มม.กับกล้องเพนแท็กซ์

1263
01:23:06,523 --> 01:23:07,857
นั่นมันน่าทึ่งเลย

1264
01:23:07,941 --> 01:23:09,776
- ขอบคุณค่ะ
- ขอบคุณครับ

1265
01:23:10,527 --> 01:23:13,446
ในเรื่องรูปถ่ายคุณยายอุ้มเด็ก

1266
01:23:14,030 --> 01:23:16,116
ถ้าเราดูที่ควันตรงฉากหลัง

1267
01:23:16,199 --> 01:23:18,702
จะเห็นได้ว่ามันเบาบางกว่ามาก

1268
01:23:18,785 --> 01:23:22,580
กว่าในชุดรูปถ่ายกิม ฟุกที่เดินไปตามถนน

1269
01:23:23,498 --> 01:23:25,667
นี่หมายความว่ารูปคุณยาย

1270
01:23:25,750 --> 01:23:29,671
น่าจะถูกถ่ายหลังจาก
รูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์มหลายนาทีเลย

1271
01:23:31,756 --> 01:23:36,761
เราพบเบาะแสอื่นในฟุตเทจของไอทีเอ็น
เมื่อกล้องถ่ายตามคุณยายไป

1272
01:23:37,429 --> 01:23:42,600
ในฝูงชนตรงจุดตรวจ
เราจะเห็นร่างคล้ายเด็กผู้หญิงเปลือย

1273
01:23:42,684 --> 01:23:44,894
เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นกิม ฟุกเอง

1274
01:23:45,395 --> 01:23:47,605
เช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ทางขวามือ

1275
01:23:48,106 --> 01:23:50,775
บ่งบอกว่าพวกเขามาถึงก่อนคุณยายคนนั้น

1276
01:23:53,695 --> 01:23:56,781
{\an8}แค่ไม่กี่วินาที
หลังถ่ายรูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม

1277
01:23:56,865 --> 01:24:00,577
{\an8}นิค อู๊ตก็โผล่มาจากระยะ
ที่ค่อนข้างไกลจากกลุ่มเด็กที่กำลังวิ่งหนี

1278
01:24:00,660 --> 01:24:03,038
{\an8}นั่นคือ… นิค อู๊ต

1279
01:24:03,538 --> 01:24:05,415
- งั้น…
- คุณจะบอกว่าเขาอยู่ไกลเกินไป

1280
01:24:05,498 --> 01:24:09,127
ดูทิศทางที่เขาเดินมาสิ

1281
01:24:11,212 --> 01:24:13,131
เขาอยู่ผิดตำแหน่งไปมาก

1282
01:24:14,340 --> 01:24:16,593
เรารู้ว่าหัวใจของการถ่ายรูปคือตำแหน่ง

1283
01:24:16,676 --> 01:24:18,845
ถ้าไม่อยู่ในตำแหน่ง ก็จะไม่ได้รูป

1284
01:24:18,928 --> 01:24:21,473
แล้วเขาก็ไม่อยู่ตรงนั้น และเรารู้

1285
01:24:21,556 --> 01:24:25,852
เพราะเราเห็นเขา
อยู่ไกลเกินกว่าจะไปอยู่ตรงนั้นได้

1286
01:24:25,935 --> 01:24:28,480
นิค อู๊ต เรารู้ว่ารูปของเขาอยู่ที่ไหน

1287
01:24:28,563 --> 01:24:31,357
คนของยูพีไอ เรารู้ว่ารูปของเขาอยู่ที่ไหน

1288
01:24:31,441 --> 01:24:32,859
แล้วชายคนนี้ล่ะ

1289
01:24:32,942 --> 01:24:35,695
- ใช่ไหมล่ะ
- ไม่มีใครมีรูปของเขาเลย

1290
01:24:36,196 --> 01:24:37,447
ยอดไปเลย

1291
01:24:39,115 --> 01:24:43,161
จะมีคนบางกลุ่มที่ยังยืนยันว่า
นิค อู๊ตต้องเป็นคนถ่ายรูปนั้นแน่

1292
01:24:43,244 --> 01:24:45,914
แต่เพื่อจะเชื่อแบบนั้นได้

1293
01:24:46,414 --> 01:24:50,001
ก็จะต้องไม่เชื่อทุกอย่างที่คาร์ลพูด

1294
01:24:50,085 --> 01:24:52,212
ไม่เชื่อช่างภาพอิสระคนนั้น

1295
01:24:52,295 --> 01:24:55,048
ไม่เชื่อลูกๆ ของเขา

1296
01:24:55,673 --> 01:25:01,262
ไม่สนเหตุผลที่ฮอร์สต์หรือคนที่เอพี
มอบรูปอัดให้เขาไปติดตู้เย็น

1297
01:25:01,763 --> 01:25:05,850
จะต้องไม่เชื่อหลักฐานจากรูปถ่าย จากวิดีโอ

1298
01:25:05,934 --> 01:25:09,687
ต้องไม่เชื่อทุกอย่างและทุกคน เชื่อแต่นิคเท่านั้น

1299
01:25:10,271 --> 01:25:13,566
อย่างอาร์เน็ตต์ ที่เชื่อว่านิคเป็นคนถ่ายรูปนั้น

1300
01:25:13,650 --> 01:25:16,653
เพราะฮอร์สต์บอกเขาว่านิคเป็นคนถ่ายมัน

1301
01:25:16,736 --> 01:25:21,157
หลักฐานทั้งหมดล้วนมาจากปากของฮอร์สต์

1302
01:25:21,241 --> 01:25:24,452
ในฐานะอดีตผู้กำกับภาพเอพี

1303
01:25:24,536 --> 01:25:29,415
คุณอยู่ในจุดที่เหมาะสม
ที่จะเข้าใจว่าเรากำลังดูอะไรกันอยู่

1304
01:25:30,291 --> 01:25:33,253
ถ้าเรานำเรื่องนี้ไปให้เอพี
มันจะส่งผลยังไงกับรูปนี้

1305
01:25:33,336 --> 01:25:34,754
มันจะส่งผลยังไงกับเอพี

1306
01:25:34,838 --> 01:25:37,590
ไม่มีใครกังขาในความจริงแท้ของรูปนี้

1307
01:25:37,674 --> 01:25:38,550
- ครับ
- ใช่ไหม

1308
01:25:38,633 --> 01:25:41,678
ดังนั้น ความจริงแท้และพลังของรูปนี้จึงยังคงอยู่

1309
01:25:41,761 --> 01:25:46,141
ความเป็นเจ้าของและการเผยแพร่รูปนี้
ของทางเอพีจะยังคงอยู่

1310
01:25:46,641 --> 01:25:48,184
กระทบคนวงกว้างเลย

1311
01:25:49,018 --> 01:25:51,396
มีคนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้เยอะแน่

1312
01:25:51,479 --> 01:25:54,899
พวกคนที่ยืนหยัดปกป้องเรื่องนี้สุดชีวิตน่ะ

1313
01:25:55,525 --> 01:25:56,359
ครับ

1314
01:25:56,442 --> 01:25:59,863
ในแง่หนึ่ง นี่คือการที่ชาวเวียดนาม
กำลังทวงคืนเรื่องเล่า

1315
01:25:59,946 --> 01:26:02,407
ของสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศของพวกเขา

1316
01:26:02,490 --> 01:26:04,325
แทนที่จะถูกยัดเยียด

1317
01:26:05,535 --> 01:26:07,537
การให้เครดิตของรูปถ่ายนั้น

1318
01:26:07,620 --> 01:26:09,164
จากคนอื่น

1319
01:26:09,247 --> 01:26:11,833
มันไม่ง่ายเลยที่จะรื้อถอนเรื่องเล่า

1320
01:26:11,916 --> 01:26:15,795
ที่ฝังแน่นอยู่ในจิตสำนึกร่วมของผู้คนมานานขนาดนี้

1321
01:26:16,296 --> 01:26:18,089
แล้วนิค อู๊ตจะยอมรับและพูดว่า

1322
01:26:18,173 --> 01:26:21,134
"ผมคิดว่ามีความผิดพลาด
ผมไม่ได้เป็นคนรูปนั้น" ได้ยังไง

1323
01:26:21,217 --> 01:26:24,762
เมื่อเวลาผ่านไป และเรื่องเล่ายิ่งฝังแน่น

1324
01:26:24,846 --> 01:26:25,930
ก็จะยิ่งยากเข้าไปอีก

1325
01:26:26,014 --> 01:26:29,976
แบบว่า ถ้าไม่ทำตั้งแต่ตอนนั้น
ก็คงไม่มีวันทำได้เลย จริงไหม

1326
01:26:30,727 --> 01:26:34,314
สำหรับเหงะแล้ว มันคือความยุติธรรม

1327
01:26:35,356 --> 01:26:36,482
มันคือความยุติธรรม

1328
01:26:36,566 --> 01:26:37,942
นั่นทรงพลังมากนะ

1329
01:26:40,361 --> 01:26:43,198
ผมคิดว่าเอพีเหมือนปัญหาที่ทุกคนรู้
แต่ไม่มีใครพูดถึง

1330
01:26:43,281 --> 01:26:46,075
และคิดว่ามันยากมากที่จะเชื่อว่า

1331
01:26:46,159 --> 01:26:50,872
{\an8}เมื่อได้เห็นหลักฐานนี้แล้ว
พวกเขาจะไม่เข้ามามีส่วนร่วม

1332
01:26:50,955 --> 01:26:53,583
{\an8}(ลอนดอน)

1333
01:26:54,959 --> 01:27:01,549
{\an8}(เอพีตกลงนัดประชุม
เพื่อหารือเกี่ยวกับผลการค้นพบของเรา)

1334
01:27:09,307 --> 01:27:13,895
มันไม่เป็นทางการ
ผมเลยไม่สามารถเปิดเผยได้มาก

1335
01:27:13,978 --> 01:27:17,440
แต่… ผมคิดว่าเราได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

1336
01:27:17,523 --> 01:27:19,609
ด้วยการคุยกับเอพี

1337
01:27:20,860 --> 01:27:23,529
ไม่ว่าเอพีจะทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่
ยังต้องรอดูกันต่อไป

1338
01:27:31,621 --> 01:27:34,958
(วันที่ 6 พฤษภาคม 2025
เอพีเผยแพร่การสืบสวนของตัวเอง)

1339
01:27:35,041 --> 01:27:38,586
(เกี่ยวกับเครดิตรูปนั้นบนเว็บไซต์ของพวกเขา)

1340
01:27:39,462 --> 01:27:43,508
{\an8}เป็นเวลากว่า 52 ปีที่ทุกคนเชื่อกันว่า
นิค อู๊ตเป็นช่างภาพ

1341
01:27:43,591 --> 01:27:46,261
ผู้ถ่ายรูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม

1342
01:27:46,344 --> 01:27:48,263
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยล่าสุด

1343
01:27:48,346 --> 01:27:51,349
ได้ท้าทายความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุด
ในอาชีพช่างภาพของเขา

1344
01:27:51,432 --> 01:27:54,936
{\an8}รูปอันโด่งดังนี้อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง
ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

1345
01:27:58,356 --> 01:28:00,483
แต่รูปนี้เป็นผลงานของเขาจริงเหรอ

1346
01:28:00,566 --> 01:28:03,611
เรื่องราวการแย่งชิง
ที่ดำเนินมายาวนานถึง 50 ปี

1347
01:28:04,445 --> 01:28:06,322
ในรายงานของเอพี พวกเขาระบุว่า

1348
01:28:06,406 --> 01:28:11,077
"จะมีการถอดถอนเครดิตที่ถูกโต้แย้ง
ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานชัดเจน

1349
01:28:11,160 --> 01:28:15,665
ว่าบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ถ่ายรูปนั้น
ไม่ได้ถ่ายจริงๆ เท่านั้น"

1350
01:28:17,542 --> 01:28:19,377
{\an8}พวกเขาสรุปว่าผู้ถ่ายรูปตัวจริง

1351
01:28:20,044 --> 01:28:22,046
{\an8}"ไม่อาจพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัด

1352
01:28:22,130 --> 01:28:23,923
{\an8}เนื่องจากเวลาที่ผ่านไป

1353
01:28:24,007 --> 01:28:26,759
การเสียชีวิตของคนสำคัญหลายคน
ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

1354
01:28:26,843 --> 01:28:29,220
และข้อจำกัดทางเทคโนโลยี

1355
01:28:30,513 --> 01:28:34,058
ดังนั้น เครดิตของรูปนี้จึงจะคงไว้ตามเดิม"

1356
01:28:39,939 --> 01:28:41,274
(รายงานดังกล่าวระบุเหตุผล)

1357
01:28:41,357 --> 01:28:43,735
(ที่สำนักข่าวเอพีสนับสนุนนิค อู๊ต
ในฐานะช่างภาพ)

1358
01:28:43,818 --> 01:28:45,778
(รวมถึงคำให้การของพยานหลายคน)

1359
01:28:45,862 --> 01:28:48,823
(ปีเตอร์ อาร์เน็ตต์และเดวิด เบอร์เน็ตต์)
ผู้ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์)

1360
01:28:48,906 --> 01:28:50,658
(ยังคงยืนยันว่านิค อู๊ตเป็นผู้ถ่ายรูปนั้น)

1361
01:28:50,742 --> 01:28:55,872
(เอพียังตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือ
ของคาร์ล โรบินสันอีกด้วย)

1362
01:29:00,752 --> 01:29:05,465
(การวิเคราะห์ฉากนั้นในภาพยนตร์เรื่องนี้
เหมือนจะใช้ภาพกราฟิกที่มีข้อบกพร่อง)

1363
01:29:08,885 --> 01:29:10,928
(ที่สำคัญ การสืบสวนของเอพีได้สรุปว่า)

1364
01:29:11,012 --> 01:29:14,182
("รูปถ่ายอันโด่งดังนี้
ไม่น่าจะถูกถ่ายด้วยกล้องไลก้า")

1365
01:29:17,727 --> 01:29:21,314
ใช่ แบบนี้เลย เป็นของเพนแท็กซ์

1366
01:29:25,401 --> 01:29:30,865
(รายงานยังระบุต่อว่า
"รูปถ่ายนี้น่าจะถูกถ่ายด้วยกล้องเพนแท็กซ์")

1367
01:29:32,492 --> 01:29:37,747
("เอพียังคงเปิดรับความเป็นไปได้
ว่านิค อู๊ตไม่ได้เป็นผู้ถ่ายรูปนี้")

1368
01:29:40,583 --> 01:29:41,584
{\an8}(เสียงของฟรานซิสโก)

1369
01:29:41,667 --> 01:29:46,589
{\an8}ด้วยข้อมูลที่เปิดเผยในรายงานของเอพี
เราจึงปรับปรุงข้อสรุปของเราได้

1370
01:29:47,673 --> 01:29:51,552
อย่างแรก เราทำการวิเคราะห์
รูปถ่ายของเดวิด เบอร์เน็ตต์

1371
01:29:52,220 --> 01:29:54,472
นิค อู๊ตปรากฏอยู่ด้านหน้า

1372
01:29:54,555 --> 01:29:58,518
ขณะที่กิม ฟุกยังอยู่ในทุ่งข้างๆ ถนนหลัก

1373
01:29:59,185 --> 01:30:01,604
เลนส์ถ่ายไกลบีบมุมมองของรูปลง

1374
01:30:01,687 --> 01:30:04,357
ทำให้พวกเขาดูใกล้กันกว่าความเป็นจริง

1375
01:30:06,567 --> 01:30:09,779
รั้วลวดหนามที่ปรากฏอยู่ข้างๆ อู๊ต

1376
01:30:09,862 --> 01:30:12,824
บ่งชี้ว่าเขายังอยู่ที่จุดตรวจ

1377
01:30:15,868 --> 01:30:19,038
กล่าวคือ ห่างจากจุดที่ใกล้จะมีการถ่ายรูป

1378
01:30:19,122 --> 01:30:22,458
เด็กหญิงระเบิดนาปาล์มประมาณ 170 เมตร

1379
01:30:23,251 --> 01:30:24,210
ในตอนนี้

1380
01:30:24,293 --> 01:30:28,089
กิม ฟุกอยู่ห่างจากจุดนั้นไปแค่ 60 เมตร

1381
01:30:29,632 --> 01:30:33,845
รูปของเบอร์เน็ตต์แสดงให้เห็นว่า
ถ้าอู๊ตถ่ายรูปที่โด่งดังนั้นจริง

1382
01:30:33,928 --> 01:30:36,347
เขาจะต้องวิ่งไปไกลถึงสามเท่า

1383
01:30:36,431 --> 01:30:39,559
ของระยะที่กิม ฟุกวิ่ง
ในช่วงเวลาสั้นๆ เดียวกันนั้น

1384
01:30:42,478 --> 01:30:47,108
ต่อไป เราได้ตรวจสอบ
ฟุตเทจความยาวสามวินาทีของเอ็นบีซี

1385
01:30:47,191 --> 01:30:50,027
ที่บันทึกไว้ทันทีหลังถ่ายรูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม

1386
01:30:51,279 --> 01:30:56,576
การวิเคราะห์ร่องรอยน้ำ
ที่ปรากฏบนถนนในหลายๆ ภาพอย่างละเอียด

1387
01:30:56,659 --> 01:30:59,454
ทำให้เราระบุการเคลื่อนไหวของกิม ฟุกได้

1388
01:31:03,958 --> 01:31:07,003
จากตำแหน่งของเธอ
ในรูปเด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม

1389
01:31:07,086 --> 01:31:10,465
เธอได้วิ่งไปตามถนนประมาณ 40 เมตรแล้ว

1390
01:31:10,548 --> 01:31:15,011
ในตอนที่เธอโผล่มาจากด้านหลัง
ในเฟรมของฟุตเทจไอทีเอ็นนี้

1391
01:31:16,262 --> 01:31:18,306
ด้วยความเร็วโดยประมาณของเธอ

1392
01:31:18,389 --> 01:31:21,976
จึงผ่านช็อตอันโด่งดังนั้น
มาประมาณ 15 วินาทีแล้ว

1393
01:31:24,353 --> 01:31:27,899
แบบจำลองสามมิติของเราในเฟรมนี้
ระบุว่านิค อู๊ต

1394
01:31:27,982 --> 01:31:32,820
อยู่ห่างจากตากล้องไอทีเอ็นในตอนนี้
ที่ระยะประมาณ 50 เมตร

1395
01:31:34,280 --> 01:31:38,493
พูดอีกอย่างก็คือ
หลังจากที่ถ่ายรูปนั้นราว 15 วินาที

1396
01:31:38,576 --> 01:31:41,537
อู๊ตก็ปรากฏตัวในระยะประมาณ 75 เมตร

1397
01:31:41,621 --> 01:31:46,626
หรือ 250 ฟุตจากจุดที่มีการถ่ายรูป
เด็กหญิงระเบิดนาปาล์ม

1398
01:31:46,709 --> 01:31:49,962
ยังเดินมาตามถนนจากทิศทางตรงกันข้าม

1399
01:31:50,922 --> 01:31:53,007
การที่นิค อู๊ตจะถ่ายรูปนั้นได้

1400
01:31:53,090 --> 01:31:56,427
เขาต้องวิ่งเต็มฝีเท้าไปตามถนน 170 เมตร

1401
01:31:56,511 --> 01:31:58,679
จากตำแหน่งของเขาที่จุดตรวจ

1402
01:31:59,764 --> 01:32:02,725
แล้ววิ่งเต็มฝีเท้ากลับไป 75 เมตร

1403
01:32:02,808 --> 01:32:03,976
หันหลังกลับ

1404
01:32:04,060 --> 01:32:06,270
และกลับมาปรากฏตัวในอีกไม่กี่อึดใจ

1405
01:32:06,354 --> 01:32:09,190
เดินสบายๆ กลับมาที่ฉากนั้น

1406
01:32:10,066 --> 01:32:13,694
ซึ่งดูเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้เลย

1407
01:32:20,952 --> 01:32:22,078
(เวิลด์เพรสโฟโต้)

1408
01:32:22,161 --> 01:32:25,831
(องค์กรผู้จัดรางวัลรูปถ่าย
ระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุด)

1409
01:32:25,915 --> 01:32:28,501
(ได้สั่งให้มีการสืบสวน
ทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง)

1410
01:32:31,003 --> 01:32:34,423
{\an8}(รางวัลภาพข่าวโลกแห่งปี ปี 1973)

1411
01:32:34,507 --> 01:32:38,844
{\an8}งานวิจัยชิ้นใหม่ยืนยันว่า
นิค อู๊ตไม่ใช่ผู้ถ่ายรูปอันโด่งดังนี้

1412
01:32:38,928 --> 01:32:41,806
และเรื่องนี้ได้นำไปสู่
การทบทวนภายในองค์กรเวิลด์เพรสโฟโต้

1413
01:32:41,889 --> 01:32:43,933
และการสืบสวนในเวลาต่อมา

1414
01:32:44,517 --> 01:32:48,354
บัดนี้ฉันขอเรียนเชิญ
ผู้อำนวยการมูลนิธิเวิลด์เพรสโฟโต้

1415
01:32:48,437 --> 01:32:50,523
โจมานา เอล เซน คูรี ขึ้นมาบนเวที

1416
01:32:51,107 --> 01:32:53,025
ขอเสียงปรบมือดังๆ ให้เธอด้วยค่ะ

1417
01:32:59,365 --> 01:33:05,121
เพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการตัดสิน
รวมถึงค่านิยมของเรา

1418
01:33:05,204 --> 01:33:08,332
{\an8}ด้วยข้อกังขาที่มีอยู่มากขนาดนี้ เราจึงไม่สามารถ

1419
01:33:08,416 --> 01:33:12,503
{\an8}พูดต่อไปได้ว่าเครดิตของรูปนี้เป็นของนิค อู๊ต

1420
01:33:13,212 --> 01:33:17,508
สิ่งที่เราทำมาก็คือ
ระงับการให้เครดิตการเป็นผู้ถ่ายภาพ

1421
01:33:17,592 --> 01:33:18,801
กับนิค อู๊ต

1422
01:33:19,385 --> 01:33:25,224
เราคิดว่าเครดิตผลงานสำคัญมาก
เราคิดว่าความจริงสำคัญมาก

1423
01:33:25,308 --> 01:33:27,727
เราคิดว่าความถูกต้องสำคัญมาก

1424
01:33:27,810 --> 01:33:30,563
และเราคิดว่าสาธารณชนและชุมชนของเรา

1425
01:33:30,646 --> 01:33:33,733
สมควรได้รับสิ่งนั้น โดยเฉพาะในโลกปัจจุบัน…

1426
01:33:34,609 --> 01:33:39,155
(นี่เป็นครั้งแรก
ในประวัติศาสตร์ 70 ปีขององค์กร)

1427
01:33:39,238 --> 01:33:43,993
(ที่มีการระงับเครดิตผลงาน
ของรูปถ่ายที่ชนะรางวัล)

1428
01:34:06,015 --> 01:34:08,392
สิ่งที่เรายอมรับว่าเป็นบันทึกทางการ

1429
01:34:08,476 --> 01:34:11,562
บ่อยครั้งจะถูกกำหนดด้วยอำนาจมากกว่ามุมมอง

1430
01:34:12,938 --> 01:34:16,734
แม้แต่ประวัติศาสตร์ที่ฝังรากลึกที่สุด
ก็สมควรถูกตรวจสอบอีกครั้ง

1431
01:34:18,194 --> 01:34:21,739
ช่างภาพและนักข่าวชาวเวียดนามนับไม่ถ้วน
ต่างทำงานแบบนิรนาม

1432
01:34:21,822 --> 01:34:23,532
ในช่วงสงครามเวียดนาม

1433
01:34:23,616 --> 01:34:25,034
ไม่ได้สมัครใจ

1434
01:34:25,117 --> 01:34:27,787
แต่เพราะผลงานของพวกเขา
ถูกให้เครดิตกับคนอื่น

1435
01:34:28,496 --> 01:34:31,540
พวกเขายอมรับเพราะไม่มีทางเลือก

1436
01:34:32,667 --> 01:34:36,837
พวกเขาเป็นคนนอกในประเทศของตัวเอง
แล้วก็รู้ว่าคงไม่มีใครรับฟัง

1437
01:34:46,514 --> 01:34:50,810
แม่ฉันจากไปเมื่อเก้าปีก่อน

1438
01:34:53,312 --> 01:34:57,108
เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน ฉันคิดถึงแม่ขึ้นมา

1439
01:34:57,191 --> 01:35:04,031
เลยตัดสินใจไปค้นกล่องสีแดง
ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าของแม่

1440
01:35:05,741 --> 01:35:09,870
และสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นก็คือ…

1441
01:35:11,122 --> 01:35:15,042
ชิ้นส่วนของหนังสือพิมพ์เก่า

1442
01:35:15,543 --> 01:35:20,214
ที่ตัดและพับไว้อย่างประณีต

1443
01:35:21,257 --> 01:35:28,097
รูปอันโด่งดังที่แม่ทิ้งไปเมื่อหลายปีก่อน

1444
01:35:28,180 --> 01:35:31,976
แต่แม่กลับเก็บรูปในหนังสือพิมพ์ไว้

1445
01:35:32,059 --> 01:35:35,604
และแอบเก็บมันไว้

1446
01:35:35,688 --> 01:35:37,815
เก็บไว้เงียบๆ

1447
01:35:44,905 --> 01:35:46,282
ความเงียบไม่ใช่ความจริง

1448
01:35:46,365 --> 01:35:48,743
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเงียบกลับดังขึ้นเรื่อยๆ

1449
01:35:49,535 --> 01:35:52,455
เมื่อถูกกาลเวลาท้าทาย
ความทรงจำก็ไม่อาจสมบูรณ์

1450
01:35:52,538 --> 01:35:56,417
แต่มันสำคัญว่าใครที่กดชัตเตอร์
ไม่ใช่แค่เพื่อมรดกของชายคนหนึ่ง

1451
01:35:56,500 --> 01:35:59,420
แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครจะถูกจดจำ

1452
01:35:59,503 --> 01:36:01,255
และใครจะถูกลืมเลือนไป

1453
01:36:07,678 --> 01:36:13,768
เมื่อความจริงถูกมองข้าม
นั่นแหละคือเวลาที่สังคมเริ่มเสื่อมทราม

1454
01:36:13,851 --> 01:36:16,562
ความจริงก็คือความจริง

1455
01:36:16,645 --> 01:36:21,400
ไม่อาจบิดเบือนหรือทำลายได้

1456
01:36:21,484 --> 01:36:27,281
เพราะถ้าได้ มันก็ไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป
แล้วเราจะไร้ซึ่งเข็มทิศทางศีลธรรม

1457
01:36:37,500 --> 01:36:42,338
ผ่านมา 50 ปี ฉันหวังว่าทุกคนจะไม่มอง
เด็กเวียดนามผ่านรูปนั้นอีก

1458
01:36:42,421 --> 01:36:44,590
แต่มองผ่านรูปอื่นๆ ที่สดใสและมีความสุขกว่า

1459
01:36:49,303 --> 01:36:55,100
สิ่งที่ฉันหวังไว้ก็คือ
ความจริงจะได้กลับสู่ที่ทางของมัน

1460
01:36:55,184 --> 01:36:58,771
และตัวนิค อู๊ตจะได้สัมผัส
ความโล่งอกและความสงบในใจ

1461
01:37:04,318 --> 01:37:07,655
(นิค อู๊ตไม่ได้ตอบรับคำขอสัมภาษณ์หลายครั้ง)

1462
01:37:07,738 --> 01:37:09,573
(เขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา)

1463
01:37:09,657 --> 01:37:11,826
(เขายังยืนยันอย่างหนักแน่น
ว่าเป็นคนถ่ายรูปนั้น)

1464
01:37:11,909 --> 01:37:14,578
(และว่าเขาเป็นคนนำตัว
ฟาน ถิ กิม ฟุกส่งโรงพยาบาล)

1465
01:37:14,662 --> 01:37:20,793
(เขายังบอกเอพีด้วยว่า
เขาถือกล้องเพนแท็กซ์ของพี่ชายไปด้วยทุกที่)

1466
01:37:21,877 --> 01:37:24,922
(ทนายของอู๊ตบอกว่า
เขาถ่ายรูปคุณยายหลังถ่ายรูปกิม ฟุก)

1467
01:37:25,005 --> 01:37:27,967
("เขาสับสนจากเหตุการณ์วุ่นวายในวันนั้น")

1468
01:37:28,050 --> 01:37:31,720
(นิค อู๊ตบอกว่าพยานบุคคลสนับสนุน
เครดิตผลงานและการกระทำของเขาในวันนั้น)

1469
01:37:31,804 --> 01:37:35,099
(ทนายของเขาบอกว่าเอพี
"ยืนยันว่าเครดิตของรูปนี้ยังคงอยู่)

1470
01:37:35,182 --> 01:37:38,561
(เขารู้ว่ามันถูกต้อง
ตั้งแต่วินาทีที่เขากดถ่ายรูปนั้น")

1471
01:37:40,229 --> 01:37:43,774
(ฟาน ถิ กิม ฟุกบอกว่า
เธอ "จำช่วงเวลานั้นไม่ได้เลย")

1472
01:37:43,858 --> 01:37:46,277
(เธอบอกว่าพยานหลายคน รวมถึงลุงของเธอ)

1473
01:37:46,360 --> 01:37:48,654
(บอกว่าเป็นนิค อู๊ตที่ถ่ายรูปนั้น)

1474
01:37:48,737 --> 01:37:51,532
(และพาเธอไปโรงพยาบาล
เธอยังเชื่อแบบนั้นอยู่)

1475
01:37:51,615 --> 01:37:53,158
(วันนี้ กิม ฟุกยังคงทำงาน)

1476
01:37:53,242 --> 01:37:56,829
(ในฐานะทูตยูเนสโกเพื่อสันติภาพ
และให้ความช่วยเหลือเหยื่อสงคราม)

1477
01:37:56,912 --> 01:38:00,541
รูปของเด็กผู้หญิงเก้าขวบที่ชื่อฟาน ถิ กิม ฟุก

1478
01:38:00,624 --> 01:38:03,878
กับเด็กอีกสี่คนที่กำลังวิ่งไปหาช่างภาพ

1479
01:38:03,961 --> 01:38:07,423
มีแผลไหม้และกรีดร้อง ในเดือนมิถุนายนปี 1972

1480
01:38:08,173 --> 01:38:11,468
ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในรูปถ่ายที่สำคัญที่สุดที่เคยมีมา

1481
01:38:11,552 --> 01:38:13,721
ผมเชื่อว่ามันเป็นผลงาน

1482
01:38:13,804 --> 01:38:17,766
ของชายที่ชื่อเหงียน ถั่งย์ เหงะ

1483
01:38:20,519 --> 01:38:22,396
(ถึงบรรณาธิการ
ส่ง)

1484
01:38:39,163 --> 01:38:43,000
ผมยึดมั่นในความจริงนี้มานานกว่า 50 ปี

1485
01:38:48,797 --> 01:38:51,133
ผมนี่แหละที่เป็นคนถ่ายรูปนั้น

1486
01:38:53,260 --> 01:38:55,095
ตอนนี้มีคนฟังเสียงของผมแล้ว

1487
01:39:08,651 --> 01:39:12,363
(แด่เหล่าช่างภาพชาวเวียดนาม
ในสงครามเวียดนาม)

1488
01:39:12,446 --> 01:39:15,199
(และเหล่าช่างภาพอิสระผู้กล้า
ในสงครามยุคปัจจุบัน)

1489
01:39:15,282 --> 01:39:21,038
(ภาพยนตร์เรื่องนี้ขออุทิศแด่ทุกท่าน)

1490
01:39:21,121 --> 01:39:26,752
(ช่างภาพเบื้องหลังรูปถ่ายประวัติศาสตร์)

1491
01:42:23,595 --> 01:42:27,432
คำบรรยายโดย นัฐ วงศ์ศักดิ์ภักดี



